เพื่อนคอปืน...ด้ามขวาน

<< < (47107/102249) > >>

เบิ้ม:
อ้างจาก: submachine -รักในหลวง- ที่ สิงหาคม 18, 2010, 04:19:19 PM

ให้ท่านชายเจษฎ์ครับ







เกือบจะสวยแล้วครับ แต่ทำทรงดูกะเทยไปหน่อย

tum610:
ข้อมูลปี บ่มของแจ็คฯ ถูกพูดกันมานานมากแล้ว  ว่ากี่ปีกันแน่ เพราะแจ็ค  แดเนี่ยลส์ เป็นวิสกี้อเมริกันที่โด่งดังมากๆ ราคาค่อนข้างสูง แต่ไม่เคยบอกอายุการบ่มไว้บนฉลาก ซึ่งต่างสก๊อตวิสกี้ ที่มักจะนิยมบอกตัวเลขอายุการบ่มไว้บนฉลาก ขณะที่ เบอร์เบิ้นวิสกี้ที่วางขายในเมืองไทย ส่วนมากก็ยังบอกอายุการบ่มครับ ทั้งจิม   บีม และ ไวด์ เตอร์กี้ ทำให้อายุการบ่มของ แจ็คฯยังเป็นปริศนาต่อไป ขนาดผมเข้าไปในเว็บไชด์ของต่างประเทศ อายุการบ่มของแจ็คฯ ในเว็บต่างๆที่ว่านั้น ยังไม่ตรงกันเลยครับ ขนาดเว็บฝรั่งก็ยังมั่วพอกัน แต่ผมได้มีโอกาสสอบถามคออเมริกันวิสกี้ ชาวเทนเนสซี่ท่านนึง ผมจึงไม่รีรอที่จะสอบถามเรื่องนี้ด้วยความสงสัย จึงได้คำตอบว่า อายุการบ่มจริงๆของแจ็ค แดเนี่ยล รุ่นยอดนิยม อันหมายถึงรุ่น Jack Daniel's Old No.7 Black Label  ซึ่งเป็นรุ่นที่หาซื้อง่ายที่สุด เพราะมีวางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปนอกจากคอวิสกี้ท่านนี้ ผมสอบถามฝรั่งคอวิสกี้หลายคน เขาบอกว่า แจ็ค รุ่นนี้ อายุบ่ม8ปี หากเป็นจริงๆตามที่เขาว่า ก็เท่ากับ แจ็ครุ่น Old No.7 Black Label  ต้องเกรดสูงกว่า Jim Beam รุ่นทั่วไปแน่นอน เพราะ Jim Beam รุ่นที่ว่านี้ มีอายุบ่มแค่4ปี คือรุ่น White Label  วึ่งงเราสามารถพบเห็นตามท้องตลาดเหมือนกัน ส่วนJim Beam รุ่นที่มีคุณภาพสูสีกันกับ Jack Daniel's รุ่นOld No.7 Black Label น่าจะเป็น Jim Beam Black Label 8 year มากกว่า เพราะ ราคาขายของ Jim Beam Black ในท้องตลาดก็ราคาพอๆกันกับJack ครับ ส่วน Bourbon อีกยี่ห้อที่จัดอยู่ในระดับเดียวกันกับ แจ็คฯ ก็ยังมี Wild Turkey bourbon 101 8 year ด้วยครับ  จากที่ดูจากการวางชั้นของสินค้า แจ็ครุ่นนี้ สูงกว่า จิมบีม รุ่น 4ปีแน่นอนครับ ส่วนแจ็ครุ่นที่ระดัสูสีกับจิมบีม รุ่นWhite  Label น่าจะเป็น Jack Daniels No.7Green Label มากกว่า เพราะ รุ่น7Green Label เป็นแจ็ค 4ปีเหมือนๆกับจิมฯฉลากขาว เมื่อประมาณต้นปี 47 เพื่อนผมซื้อแจ็คฯ กรีนมาฝากผม1ขวด จากมาเลเซีย ข้างๆขวดเขียนว่า 4 year Old  ผมยังแปลกใจว่า ทำไมถึงมีแค่แจ็คฯรุ่นนี้เท่านั้นที่บอกอายุบ่ม  ทำไมรุ่นอื่นถึงไม่บอก

ใช่ครับ เลข7ที่ปรากฏบนฉลากของJack Daniels นั้น ไม่ใช่อายุการบ่มจริงๆครับ แต่มันเกิดจากความชินที่มักจะเหมารวมว่า หมายเลขที่ฉลากวิสกี้ คืออายุการบ่ม เช่นเดียวกับสก๊อตวิสกี้ Label 5 ซึ่งจะมีหมายเลข 5 ปรากฏอยู่ จริงไมนคือยี่ห้อของวิสกี้ ไม่ใช่บ่ม5ปี เพราะ Label 5 มีทั่งบ่ม 120-150-25 ปีก็มีครับ ในส่วนของแจ็คฯ หมายเลข7นั้น นอกจากจะหมายถึงผลิตเป็นรุ่นที่ 7แล้ว ยังจะหมายถึง แจ็คฯเคยชนะเลิศการประกวดวิสกี้ระดับโลกถึง7รางวัล และได้เหรียญทองเกียรติยศถึง7เหรียญด้วยกัน และNo7ก็กลายเป็นหมายเลขของถังไม้โอ๊คที่ใช้บ่มในเวลาต่อมา

มีอีกเรื่อง ที่หลายคนมักเข้าใจผิด ก็คือหมายเลข 101 ที่ปรากฏบนฉลากของ Maker's Mark และ Wild Turkey  มีหลายคนเข้าใจว่า  101 คือจำนวนเดือนที่เก็บบ่ม คือ101เดือน ก็เท่ากับ8ปี อันนี้ผิดมากๆครับ เพราะระยะเวลา101เดือนนั้น หากมาบวก ลบ คูณ หารดู จะพบว่า ไม่มีระยะเวลาใกล้เคียงกับ8ปีแม้แต่น้อย 101ในที่นี้หมายถึง ดีกรีแอลกอร์ฮอลของเหล้าขวดนั้นต่างหาก เหล้าที่มีเลข101 ไปดุที่ข้างขวดได้เลยครับ มันหมายถึงว่า วิสกี้ขวดนั้น มีดีกรี 50.5 Vol เพราะการกำหนดแรงแอลกอร์ฮอลของอเมริกันนั้น กำหนดเป็นProof ซึ่งหากเป็นในทวีปยุโรปจะเป็น Vol  ซึ่งจะต่างกันนิดหน่อย เพื่อกันการสับสน ให้จำเอาไว้ว่าก็ หากเป็นProof อเมริกันจะคูณ2 ของVol ในยุโรปนนั่นเอง เช่น 80 Proof ในอเมริกาก็คือ 40Vol ในยุโรปนั่นเองครับ ฉะนั้น 101 Proof อเมริกันก็คือ50.5 Vol นั่นเองครับ

นี่คือข้อมูลที่ผมสอบถามจากนักดื่มชาวต่างชาติ ที่มีชีวิตจริงๆผมจึงได้คำตอบออกมาเช่นนี้ มันเลยทำให้ผมคลายความกระจ่างได้บ้างพอสมควร ตามประสาคนอยากรู้ รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ผมเองก็ไม่อาจยืนยันได้ว่า ข้อมูลที่เขาบอกมาจะถุกต้องจริงๆแค่ไหน หรือไม่ ผมเพียงมาบอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อนๆได้รับฟังแค่นั้น ใครที่มีข้อมูลที่ถูกต้องแป๊ะ100% ก็มาแลกเปลี่ยนกันก็ดีเหมือนกันนะครับ เพื่อที่ขอบข่ายความรู้ในการสนทนาจะกว้างไกลออกไป

 
ผู้แสดงความคิดเห็น โหน่ง นาคร



1.จิมบีม มีอายุในการหมักบ่ม 4 ปี ครับ ส่วน แจ็คแดเนี้ยส์มีอายุในการหมักบ่ม 7 ปีครับ

2.จิมบีม และแจ็คฯ เป็นวิสกี้ที่มาจากประเทศอเมริกาเหมือนกันครับ แต่ผลิตจากคนละรัฐกัน ซึ่ง จิมบีมจะเรียกว่า Bourbon Whiskey หรือ Kentucky Whiskey ครับ มี%ของข้าวโพดผสมอยู่ถึง 51% ครับ โรงกลั่นตั้งมาตั้งแต่ปี 1795 นู้น! แล้วอะครับ มีดีกรี 40% รสนุ่มละมุน มีกลิ่นหอมนิดนิด สีเหลืองทองชวนน่าดื่มครับ มีทั้งแบบฉลากสีขาว สีทอง (เห็นน้อยมากครับ และสีดำ ต่างกันที่อายุในการเก็บหมักบ่ม และดีกรีครับ ส่วนแจ็คแดเนี้ยส์ จัดเป็น Tennessee Whiskey ครับ

3.ซื้อจิมบีมเทียบกับแจ็คฯอะไรคุ้มกว่า แน่นอนครับ จิมบีมไม่คุ้ม ถ้าไปเทียบกับแจ็คฯ ก็คนละเกรดกัน สมมุติผมให้ดาว จิมบีมก็เอาไปสัก 2-3 ดาว แต่แจ็คฯ เนี่ยให้ไปเลย 4 ดาว เอาอย่างนี้ซิครับ ลองไปซื้อแจ็คฯ มาชิมเทียบอีกสักขวด จะได้ไม่น้อยหน้ากัน ได้ความรู้สึกของรสชาดว่าเป็นอย่างไรก็บอกกันบ้างนะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น cocktailthai.com




tum610:
อ้างจาก: udomkd ที่ สิงหาคม 18, 2010, 06:33:02 PM

อ้างจาก: tum610 ที่ สิงหาคม 18, 2010, 05:49:04 PM

ผะ     ผะ    ผะ    พี่เข้                      ม      ม่ะ ม่ะ       มา.......    ;D

     :<><> :<><>    

เหลือใว้วันศุกร์มั่งงั่น


เหล้าก็ไม่เหลือ  เบี้ยก็ไม่เหลือ ... เดือนนี้ช๊อต..... ;D

งานนี้คงเหลือแค่ 100 ปี่.... :D

เบิ้ม:
อ้างจาก: tum610 ที่ สิงหาคม 18, 2010, 06:13:53 PM

อ้างจาก: หลวงกาหลง ที่ สิงหาคม 18, 2010, 06:05:27 PM



บาร์เรลเดี่ยว น่าหอมหวานจัง  :D~ :D~


ความเห็นที่ 1 (816593)   
แจ้งลบความคิดเห็น

รุ่นอื่น หายากในบ้านเราครับ ไม่เป็นที่นิยม ราคาแพง

กระบวนการผลิต Jack Daniel’s Tennessee Whiskey มีขั้นตอนการผลิตแบบดั้งเดิมที่ทำให้ Jack Daniel’s มีความโดดเด่นไม่เหมือนเหล้าตัวอื่นๆ แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการที่สำคัญ คือ

1. การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ใช้น้ำที่บริสุทธิ์จากลำธารธรรมชาติใต้ดินที่เมืองลินช์เบิร์ก (Lynchburg) รัฐเทนเนสซี ที่มีอุณหภูมิคงที่ 13 องศาเซลเซียส และปราศจากธาตุเหล็ก เนื่องจากธาตุเหล็กมีผลเสียต่อรสชาดของเหล้าวิสกี้ แล้วนำมาผสมปรุงแต่งเข้ากับข้าวโพด ข้าวไรน์ ข้าวบาร์เลย์ เติมยีสต์ นำไปหมักรวมกัน แล้วนำไปกลั่นถึง 2 ครั้ง

2. นำไปผ่านกระบวนการกรองด้วยถ่าน (Charcoal Mellowing)  เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความอดทน และค่าใช้จ่ายสูงในขั้นตอนนี้ โดยนำไม้ชูการ์เมเปิ้ล มาเผาจนได้ถ่านไม้ที่มีความหอม แล้วนำมาบรรจุลงในถังที่มีความสูง 10 ฟุต แล้วจึงนำวิสกี้มากรองผ่านถ่านไม้อย่างช้า ๆ ทีละหยด ๆ เพื่อให้ได้รสชาดของวิสกี้ที่มีรสนุ่มละมุน (กระบวนการนี้เองที่กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกากำหนดให้ Jack Daniel’s เป็น Tennessee Whiskey ไม่ใช่ Bourbon Whiskey)

3. จากนั้นำไปบ่มต่อในถังไม้โอ๊ก (American White Oak)  (ถังไม้โอ๊กนี้จะใช้บ่มเพียงครั้งเดียว จากนั้นจะส่งไปขายต่อให้กับบริษัทผลิตวิสกี้ยี่ห้ออื่น ในประเทศสกอตแลนด์ และประเทศอื่นๆ ที่ผลิตเหล้าไวน์เชอร์รี่ และเหล้าไวน์พอร์ต) ภายในถังจะลนด้วยเปลวไฟ เพื่อให้วิสกี้ไหลผ่านเนื้อไม้เข้าออก ตามการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโดยรอบ ทำให้ได้กลิ่นหอมเหมือนรมควัน และมีสีเหลืองเข้มดุจอำพัน แล้วนำไปเก็บหมักบ่มในโรงบ่ม ใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มอย่างน้อย 4 ปี ก่อนนำไปบรรจุใส่ขวดทรงสี่เหลี่ยมตามรูปแบบดั้งเดิม ที่ออกแบบโดยนายแจ็ค แดเนียล ฉลากสีดำตัวหนังสือสีขาว และฝาขวดสีดำ

รุ่นต่างๆ จำนวนปี ไว้จะพยายามหาคำตอบมาให้ครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น cocktailthai.com




+1 ได้ฟามรู้ครับ มีเหลือเกือบขวด เดี๋ยวคืนนี้จะลองจิบดูซะหน่อย ว่ามีกลิ่นอย่างว่ามั้ย อิอิ

ไผ่เล่นลม:
 ::014:: ::014:: ::014:: สวัสดีครับ  ::014:: ::014:: ::014::

ไม่ได้เข้ามานาน  คิดถึงพี่ๆน้องๆ ด้ามขวานของเราจังเลย   :VOV:

ไม่ว่าจะเป็น ลุงปู พี่โพธ พี่เข้ม พี่ตุ้ม ลุงแพะ ป๋าฮิม พี่หรอย น้าสิงห์ น้าแค๊วด พี่ยอด พี่โจ้  พี่เบิ้ล ลุงเล็ก ลุงฮา  ลุงสัมฤทธิ์ พี่เบิ้ล  ลุงก๊อง  พี่หลวง  ลุงซับ น้าฉ๊อง  น้องหมีน้อย   ยังใครเหลอย  อีกฯลฯ  .....  :<><> :<><> :<><>


นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว