เว็บบอร์ดสนทนาภาษาปืน

สนทนาภาษาปืน => สนทนาภาษาปืน => ข้อความที่เริ่มโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 11:53:25 AM



หัวข้อ: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 11:53:25 AM
 ;)  มีปืนแล้วยิงคนตาย แบบไม่มีความผิดเลย  ก็คือยิงเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง
หรือผู้อื่น  ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ  การกระทำนั้น
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด   ตามความในประมวล
กฎหมายอาญามาตรา  ๖๘ 

              จึงขออนุญาตท่าน วมต. และท่าน RO O1 - RO O5  ลงข้อความทางกฎหมาย
เพื่ออธิบายรายละเอียดของการป้องกันตัวให้สมาชิกได้ทราบเป็นความรู้ครับ
เพราะเป็นสิ่งสำคัญกับคนมีปืน  ที่จะต้องรู้  และนำเอาไปใช้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

            หลักเกณฑ์ของการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย  ( มี ๔ ข้อ ) คือ

๑ .  มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
เช่น  มีคนมาปล้น  มาจะฆ่า  จะทำร้าย  เป็นต้น
ระวัง  หากเขามีสิทธิทำร้ายเราได้  เช่นพ่อมีสิทธิว่ากล่าว / ตีลูก   เมื่อเราทำผิดบิดามารดา
ลงโทษเรา /ตีเรา  ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ ๑ นี้  เราตอบโต้แล้วอ้างป้องกันไม่ได้
  มีฎีกา ที่ ๔๒๙/๒๕๐๕ ว่าพระตีลูกศิษย์   ลูกศิษย์ตอบโต้  ฆ่าพระ  ไม่เป็นป้องกัน

         กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้  ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว
แต่ก็แยกว่า    ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา   เราฆ่าชู้  เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ )
แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน  ไม่เป็นป้องกัน  แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๒  เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ )

       แม้จะมีภยันตรายตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม  แต่ผู้ที่จะอ้างป้องกันได้ 
จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวขึ้นด้วย  คือ
 
-   ไม่เป็นผู้ที่ก่อภัยขึ้นในตอนแรก
เช่น ฎีกาที่ ๒๕๑๔/ ๒๕๑๙  จำเลยชกต่อยก่อน แล้ววิ่งหนี    เขาไล่ตามต่อเนื่อง
ไม่ขาดตอน  จำเลยยิงเขาตาย   อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน
เช่นฎีกาที่ ๒๓๒๒/๒๕๒๒  จำเลยโต้เถียงกันคนตาย   แล้วก็ท้าทายกัน 
สมัครใจเข้าชกต่อยต่อสู้กัน   แม้คนตายจะยิงก่อน   แล้วจำเลยยิงสวน
ก็อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ยินยอมให้ผู้อืนกระทำต่อตนโดยสมัครใจ
เช่น ให้เขาลองของคุณไสย์  คงกระพัน  แล้วจะไปโกรธตอบโต้ภายหลัง
อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ไปยั่วให้คนอื่นเขาโกรธก่อน
เช่นไปร้องด่าพ่อแม่  ด่าหยาบคายกับเขาก่อน  พอเขาโกรธมาทำร้ายเรา
เราก็ตอบโต้  เราอ้างป้องกันไม่ได้

๒.  เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
เช่น เขากำลังจะยิงเรา  เราจึงต้องยิงสวน 
ฎีกาที่ ๒๒๘๕ / ๒๕๒๘  จำเลยกับคนตายคุยตกลงกันเรื่องแบ่งวัว  จำเลยชวน
ให้ไปคุยตกลงกันที่บ้านกำนัน   คนตายไม่ยอมไป   กลับชักปืนออกมาจากเอว
จำเลยย่อมเข้าใจว่าจะยิงตน   จึงยิงสวน   ๑ นัด  เป็นป้องกัน
ฎีกาที่ ๑๗๓๒ /๒๕๐๙  คนตายชักมีดพกจากเอวมาถือไว้ แล้วเดินเข้ามาหาจำเลย
ระยะกระชั้นชิด  จำเลยยิงสวน ๑ ที   คนตายยังเดินต่อเข้ามาอีก  จึงยิงสวน อีก ๑ ที
ล้มลงตาย  เป็นป้องกันสมควรแก่เหตุ
ฎีกาที่  ๑๗๔๑/ ๒๕๐๙  คนตายจับมือถือแขนคู่หมั้นจำเลย   พอจำเลยมาเห็น
คนตายก้มหยิบมีดพร้าที่วางใกล้ๆ  ยาว ๑๒ นิ้ว   ด้ามยาวอีก ๑๒ นิ้ว 
แสดงว่าคนตายจะทำร้ายทันทีเมื่อหยิบมีดได้   จำเลยใช้มีดฟันตนตายไป ๑ ที
ป้องกันพอแก่เหตุ
ฎีกาที่๑๖๙ / ๒๕๐๔ คนตายเมาสุราร้องท้าทายจำเลยให้มาต่อสู้กัน
จำเลยไม่สู้  คนตายถือมีดดาบปลายแหลมลุยน้ำข้ามคลอง จะเข้าไปฟันจำเลย
ถึงในบ้าน  จำเลยไม่หนีเพราะบ้านตัวเอง  และใช้ปืนยิงสวนไป ๑ นัด
ขณะที่คนตายอยู่ห่าง ๖ ศอกถึง ๒ วา   เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

 -ฎีกานี้วางหลักว่า ผู้รับภัยไม่จำเป็นต้องหลบหนีภยันตราย  ก็อ้างป้องกันได้

๓. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายนั้น
 ข้อนี้ตามที่อธิบายข้างต้นไปแล้ว

๔. ต้องเป็นการกระทำป้องกันสิทธิที่ไม่เกินขอบเขต
ไม่งั้นจะเป็นการป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการ
จำต้องกระทำเพื่อป้องกัน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ ไป
ซึ่งจะทำให้ยังมีความผิดอยู่

  ขอแค่นี้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาว่ากันต่อนะครับ 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chanin ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 12:19:35 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้ ครับ รักปืน ต้องรู้กฎหมายด้วย ถึงจะถือว่าใช้ปืนเป็น


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 12:24:56 PM
 มาว่าต่อครับ

 แบบไหนไม่เกินกว่าเหตุ  ยากมากครับ  ต้องแล้วแต่พฤติการณ์แห่งคดีที่เกิดขึ้น

ฎีกาที่ ๘๒๒ / ๒๕๑๐ คนตายเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน จะเข้ามาชกต่อยทำร้ายจำเลย
จำเลยจึงเอาปืนยิงลงพื้นดินไป ๑ นัด เพื่อขู่ให้คนตายกลัว  แต่คนตายไม่หยุด
กลับเข้ามากอดปล้ำใช้แขนรัดคอแล้วแย่งปืนจำเลย  จำเลยจึงยิงขณะชุลมุนนั้น
ไป ๑ นัด  ตาย  เป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ  ไม่มีความผิด

ฎีกาที่ ๙๔๓ /๒๕๐๘  คนร้ายจูงกระบือออกจากใต้ถุนบ้านแล้ว มีปืนลูกซองมาด้วย
จำเลยร้องถามแล้ว คนร้ายหันปืนมาทางจำเลย   จำเลยยิงสวนทันที 
ศาลฎีกาบอกว่า   คนร้ายหันปืนมาแล้ว  อาจยิงได้  และถ้าจำเลยไม่ยิง คนร้ายก็อาจเอา
กระบือไปได้  เป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาที่ ๑๒๕๖ /๒๕๓๐   คนตายบุกรุกเข้าไปฉุดลูกสาวในบ้านจำเลย
เมื่อมารดาเด็กเข้าห้ามถูกคนร้ายตบหน้า  แล้วจะฉุดพาลูกสาวออกบ้าน
จำเลยยิงไปทันที ๔ นัด  เป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาที่  ๖๐๖ / ๒๕๑๐ คนตายเข้ามาชกจำเลย  จำเลยล้มลง  คนตายเงื้อมีด
จะเข้าไปแทง  จำเลยยิงสวน  เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
 
         เทียบกับ

ฎีกาที่ ๒๗๑๗/ ๒๕๒๘  คนตายยืนถือมีดอยู่ห่าง ๒ วา  ยังไม่อยู่ในลักษณะพร้อมที่
จะฟันทำร้ายจำเลย  การที่จำเลยด่วนยิงคนตายไปก่อน
เป็นป้องกันจริง  แต่เกินสมควรแก่เหตุ

ฎีกาที่  ๔๕๔๔ / ๒๕๓๑  คนตายบุรุกเข้าไปในบ้านจำเลยยามวิกาล
เมื่อจำเลยได้ยินเสียงผิดปกติ  คว้าปืนลงมาดู   คนตายยิงทันที
จำเลยยิงสวน  เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาที่  ๑๘๒ / ๒๕๓๒  ก.ถือไม้ไปที่บ้านจำเลย   ร้องท้าทายให้จำเลยมาสู้กัน
ก.เดินเข้าหาจำเลย  จำเลยตกใจกลัวว่า ก. จะเข้ามาเอาไม้ตีทำร้าย  จึงวิ่งไปเอาปืน
แล้วเล็งยิงไปที่ขา ก. รวม ๓ นัด  เมื่อรู้ว่ากระสุนถูกที่ขา ก. จำนวน ๑ นัด
จำเลยก็ไม่ยิงซ้ำ  เป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 12:50:48 PM
               คราวนี้มาดูกรณีที่ถือว่าเกินสมควรกว่าเหตุ

ฎีกาที่  ๒๙๘๓ / ๒๕๓๑   คนตายขับมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน  พบจำเลยระหว่างทาง
จำเลยพูดทวงหนี้คนตาย  คนตายโกรธเคืองต่อว่าจำเลย  พร้อมเดินเข้าไปหาจำเลย
ด้วยมือเปล่าเพื่อจะทำร้าย   ระยะห่างประมาณ ๑ วา  จำเลยใช้ปืนยิง ๑ นัด
เป็นป้องกันตัวจากการจะถูกทำร้าย  แต่เกินกว่าเหตุเพราะคนตายมือเปล่า

ฎีกาที่  ๖๔ / ๒๕๑๕  ก.และ ข.มือเปล่าไม่มีอาวุธ เข้ารุมชกต่อยจำเลย
จำเลยใช้ปืนยิง  ในระยะติดพันกันนั้นรวม ๓-๔-๕ นัด  จน ก. ตาย 
เป็นป้องกันจริง   แต่เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๔๐๕ / ๒๔๙๐  จำเลยเฝ้าไร่พืชผัก   คนตายเข้าไปในไร่ เวลากลางวันเพื่อ
จะลักพืชผัก   จำเลยจึงใช้ปืนยิงคนตาย   เป็นป้องกันจริง    แต่เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่  ๑๓๔๓ / ๒๔๙๕  ยิงคนร้ายขณะกำลังวิ่งหนีและพาเอาห่อของที่ลักไปด้วย
โดยคนร้ายไม่ได้ทำอะไรแก่ตนเลย   เป็นป้องกัน  แต่เกินสมควรแก่เหตุมาก

    ฎีกาที่ ๒๙๔ /๒๕๐๐  ยิงคนร้ายที่จูงกระบือในเวลากลางคืน  ตรงนั้นมืดมาก
  โดยคนร้ายไม่ได้แสดงกริยาต่อสู้  เป็นป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุ

ฎีกาที่  ๒๗๑๗ / ๒๕๒๘  คนตายเข้ามาลักลอบตัดข้าวโพดในไร่จำเลย
ในตอนกลางคืน  โดยคนร้ายเอามีดมาด้วย  แต่ขณะที่จำเลยมาเห็น  คนตายยืนถือมีด
ห่างประมาณ   ๒  วา ยังไม่อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะฟันทำร้าย   จำเลยด่วนยิง
จึงเป็นการป้องกันที่เกินกว่าเหตุ

 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 12:59:00 PM
  ฎีกาที่  ๑๘๙๕ / ๒๕๒๖  คนตายเมาสุรา  เดินถือปืนตรงเข้าไปหาบิดาจำเลย
พูดทำนองจะฆ่าบิดา   จำเลยจึงสกัดกั้นยิงคนตายไปก่อน ๑ นัด แล้วกระโดด
เข้าแย่งปืนคนตายมาได้   แต่กลับเอาปืนคนตายนั้นมายิงคนตายซ้ำอีก  ๓ นัด
จึงเกินกว่าเหตุ


ฎีกาที่ ๖๒๐ / ๒๕๓๒  คนตายถือมีดทำครัวบุกรุกเข้าไปในห้องจำเลยจะทำร้าย
แต่การที่จำเลยใช้ปืนยิงคนตายถึง ๕ นัด เป็นการเกินกว่าเหตุ

    ครับเป็นเกร็ดความรู้ทางกฎหมายเล็กๆน้อยๆ ที่นำมาฝากกันครับ .. .  ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ^-^ภูพาน~รักพ่อหลวง^-^ ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 01:10:17 PM
ขอบคุณครับ รออ่านต่อครับ :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ama ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 01:19:37 PM
ขอบคุณครับสำหรับความรู้[/color]


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 01:37:41 PM

   :)..ดีครับ คุณ sigsax  ที่นำเรื่องนี้.. มาเสนอพอให้เห็นแนวทาง. :D
       ขอร่วมแชร์ และเติมความเห็นข้อเท็จจริง ในทางกฎหมาย ครับ.  :)
 
       เรื่องนี้เป็นปัญหาขอเท็จจริง ที่จะพิจารณาว่าเข้าข้อกฎหมาย  หรือไม่.
       ข้อเท็จจริง คือเรื่องราวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น จะต้องเป็นผู้มีวิชาชีพกฎหมาย
       มีความรู้ทางกฎหมาย .. จึงจะมองแนวทาง ออกชัด . และให้ความเห็นเป็นแนวทางไว้.  :)     
     
       ข้อเท็จจริง ที่อาจเข้าข้อกฎหมายในเรื่องกระทำพอสมควรก่อเหตุ..

       ๑. การกระทำในลักษณะสวนกลับ ในทันทีนั้น
           พฤติการณ์ จึงอาจเลือกได้ ความว่องไวแม่นยำ กับ หลบหลีกเข้าที่กำบัง แล้วสวนกลับ

       ๒. ได้กระทำตอบในลักษณะความรุนแรง เดียวกับภัยที่ถูกกระทำ เพื่อยุติภัยนั้น.
            ไม่ซ้ำถ้าคนร้ายหมดความสามารถแล้ว
       ๓. ได้กระทำกับอีกฝ่าย ที่ประเมินแล้ว ว่า เป็นโจร เป็นคนร้าย.
            เพราะตามพฤติการณ์ คนดี จะหลีกเลี่ยงไม่กระทำละเมิด หรือประทุษร้ายบุคคลอื่นก่อน  :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: G. BKK ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:06:47 PM
 ;) ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลครับ ได้ความรู้ และมีประโยชน์มาก ครับ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: natfd ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:08:43 PM
ขอ
ขอบคุณสำหรับความรู้ ครับ   


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ตูรุส ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:18:35 PM

   :)..ดีครับ คุณ sigsax  ที่นำเรื่องนี้.. มาเสนอพอให้เห็นแนวทาง. :D
       ขอร่วมแชร์ และเติมความเห็นข้อเท็จจริง ในทางกฎหมาย ครับ.  :)
 
       เรื่องนี้เป็นปัญหาขอเท็จจริง ที่จะพิจารณาว่าเข้าข้อกฎหมาย  หรือไม่.
       ข้อเท็จจริง คือเรื่องราวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น จะต้องเป็นผู้มีวิชาชีพกฎหมาย
       มีความรู้ทางกฎหมาย .. จึงจะมองแนวทาง ออกชัด . และให้ความเห็นเป็นแนวทางไว้.  :)     
     
       ข้อเท็จจริง ที่อาจเข้าข้อกฎหมายในเรื่องกระทำพอสมควรก่อเหตุ..

       ๑. การกระทำในลักษณะสวนกลับ ในทันทีนั้น
           พฤติการณ์ จึงอาจเลือกได้ ความว่องไวแม่นยำ กับ หลบหลีกเข้าที่กำบัง แล้วสวนกลับ

       ๒. ได้กระทำตอบในลักษณะความรุนแรง เดียวกับภัยที่ถูกกระทำ เพื่อยุติภัยนั้น.
            ไม่ซ้ำถ้าคนร้ายหมดความสามารถแล้ว
       ๓. ได้กระทำกับอีกฝ่าย ที่ประเมินแล้ว ว่า เป็นโจร เป็นคนร้าย.
            เพราะตามพฤติการณ์ คนดี จะหลีกเลี่ยงไม่กระทำละเมิด หรือประทุษร้ายบุคคลอื่นก่อน  :)

ขอบคุณครับ...ยึดเป็นแนวทางครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:19:03 PM

   :)..ดีครับ คุณ sigsax  ที่นำเรื่องนี้.. มาเสนอพอให้เห็นแนวทาง. :D
       ขอร่วมแชร์ และเติมความเห็นข้อเท็จจริง ในทางกฎหมาย ครับ.  :)
 
       เรื่องนี้เป็นปัญหาขอเท็จจริง ที่จะพิจารณาว่าเข้าข้อกฎหมาย  หรือไม่.
       ข้อเท็จจริง คือเรื่องราวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น จะต้องเป็นผู้มีวิชาชีพกฎหมาย
       มีความรู้ทางกฎหมาย .. จึงจะมองแนวทาง ออกชัด . และให้ความเห็นเป็นแนวทางไว้.  :)     
     
       ข้อเท็จจริง ที่อาจเข้าข้อกฎหมายในเรื่องกระทำพอสมควรก่อเหตุ..

       ๑. การกระทำในลักษณะสวนกลับ ในทันทีนั้น
           พฤติการณ์ จึงอาจเลือกได้ ความว่องไวแม่นยำ กับ หลบหลีกเข้าที่กำบัง แล้วสวนกลับ

       ๒. ได้กระทำตอบในลักษณะความรุนแรง เดียวกับภัยที่ถูกกระทำ เพื่อยุติภัยนั้น.
            ไม่ซ้ำถ้าคนร้ายหมดความสามารถแล้ว
       ๓. ได้กระทำกับอีกฝ่าย ที่ประเมินแล้ว ว่า เป็นโจร เป็นคนร้าย.
            เพราะตามพฤติการณ์ คนดี จะหลีกเลี่ยงไม่กระทำละเมิด หรือประทุษร้ายบุคคลอื่นก่อน  :)

 ขอบคุณครับพี่ Ro@d  ที่ช่วยต่อเติม ครับ  ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:31:16 PM
                       ใครที่ชอบย่องเข้าบ้านคนอื่นตอนดึกๆระวังให้ดี

ฎีกาที่ .๓๘๖๙ / ๒๕๔๖  คนตายปีนเข้าบ้านจำเลยตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ
ที่ปีนเข้ามา  เมื่อจำเลยตื่นมาเห็นย่อมทำให้สำคัญผิดว่าคนตายเป็นคนร้าย
และในขณะนั้นจำเลยย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าคนตายจะมีอาวุธหรือไม่  เพราะในห้องที่เกิดเหตุ
มืดมาก  และเป็นเวลากระทันหัน  หากจำเลยจะรอให้คนร้ายแสดงกริยาแล้วก็อาจจะถูก
ทำร้ายได้     การที่จำเลยใช้ปืนยิงไปเพียง ๑ นัด   คนตายร้องและล้มลง 
และจำเลยมิได้ยิงซ้ำแต่อย่างใด   จึงเป็นการป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ

            ส่วนพวกที่ชอบรุมกินโต๊ะ ( สุนัขหมู่ ) ก็ระวังให้ดี

ฎีกาที่  ๖๐๗๗/๒๕๔๖  ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนดึกมากแล้ว  จำเลยคนเดียว
เข้าไประงับเหตุไม่ให้กลุ่มคนตายเป็นชาย ๓ คน ดื่มสุราและร้องเพลงส่งเสียงดัง
ภายในเขตวัด   แล้วเกิดโต้เถียงกัน   จำเลยถูกชาย ๓ คนรุมทำร้ายอย่างต่อเนื่อง
โดยไม่มีโอกาสตอบโต้คืน  และไม่อาจรู้ได้ว้าพวก ๓ คนมีอาวุธใดมาด้วยหรือไม่
จำเลยชักปืนที่พกมาด้วยยิงไปเพียง ๑ นัด ถูกคนตาย   ถือว่าป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
ไม่มีความผิด

ฎีกาที่ ๑๓๙๖ / ๒๕๑๔  ก.ใช้จอบตีทำร้ายจำเลยโดยจำเลยไม่ได้เป็นคนก่อเหตุก่อน
ถูกที่เหนือข้อศอกซึ่งยกขึ้นรับไว้ได้  จากนั้น ก.ยังใช้จอบฟันซ้ำอีก ๒ ที ถูกที่เหนือเข่า
จนจำเลยล้มลง    แล้วยังมีพวกของ ก. อีก ๒ คนถือขวานและมีดวิ่งเข้ามาด้วย
กริยาแสดงให้เห็นว่าจะมาช่วย ก. เล่นงานจำเลยให้อยู่  จำเลยจึงใช้ปืนลูกซองสั้น
ยิงไป ๑ นัดในทันทีนั้นเอง   เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ  ไม่มีความผิด


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: m120 ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:31:19 PM
ขอบคุณครับ :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: น้าพงษ์...รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:35:31 PM
ขอบคุณครับ..มีประโยชน์มากครับ...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 02:49:01 PM
                      พวกที่ชอบแกล้ง  ชอบขู่คนอื่น  ชอบหยอกล้อคนอื่นก็ต้องระวัง

 ฎีกาที่  ๕๗๕๘ / ๒๕๓๗   คนตายกับพวกถือสิ่งของคล้ายอาวุธปืน ( ไม่ใช่ปืน )
เดินเข้ามาหาจำเลยในเขตนากุ้งของจำเลยในเวลาค่ำคืน   จำเลยร้องห้าม
ให้วางสิ่งของดังกล่าวแล้ว   แต่คนตายกับพวกกลับจู่โจมเข้ามาใกล้ประมาณ
๒ - ๓ เมตร   ย่อมมีเหตุให้จำเลยอยู่ในภาวะเข้าใจได้ว่าคนตายกับพวก
จะเข้ามาทำร้ายและถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง   การที่จำเลยใช้ปืนยิง
ไปทางคนตายกับพวก   จึงเป็นการป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุแล้ว  ไม่มีความผิด


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 03:06:47 PM
    ระวังเรื่อง  หากภัยอันตรายมันผ่านพ้นไปแล้วด้วย

 ฎีกาที่ ๔๕๔ / ๒๕๓๗  เริ่มแรกคนตายยกปืนเล็งมาทางจำเลย
จำเลยไม่มีปืน  จึงเข้าแย่งปืนกับคนตาย  ปืนลั่น ๑ นัด
แล้วปืนหลุดจากมือคนตาย  การที่จำเลยยังไปเอามีดอีโต้
มาฟันคนตายในขณะนั้นอีก  ไม่เป็นการป้องกันเลย
เพราะภยันตรายที่จำเลยจะถูกปืนยิงมันผ่านพ้นไปแล้ว  จำเลยไม่มีภัยที่
จะต้องป้องกันอีก    การที่จำเลยยังใช้มีดฟันคนตายอีก  เป็นความผิดฐาน
ฆ่าคนตายโดยเจตนา   แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๗๒  ศาลใช้ดุลพินิจลงโทษมากน้อยเพียงใดก็ได้

ฎีกาที่ ๑๐๔๘ - ๑๐๔๙ / ๒๕๑๔  จำเลยเป็นตำรวจออกตรวจท้องที่พบผู้ตาย
กับพวกหลายคนถือไม้และท่อนเหล็ก  จับกลุ่มกันอยู่ในยามวิกาล  จึงเข้าไปสอบถาม
ผู้ตายกับพวกกับกลุ้มรุมทำร้ายตัวจำเลยจนศรีษะแตกล้มลง   จำเลยชักปืนออกมา
ผู้ตายกับพวกเห็นดังนั้นก็พากันวิ่งหนี   จำเลยจึงยิงไปทางพวกผู้ตาย
กระสุนปืนถูกผู้ตายทางด้านหลังถึงแก่ความตาย
การกระทำของจำเลยไม่เป็นป้องกัน เพราะภยันตราย
ที่เกิดแก่จำเลยได้ผ่านพ้นไปแล้ว    แต่เป็นการกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ
ตาม ปอ.มาตรา ๗๒

ฎีกาที่  ๑๐๑๑ / ๒๕๓๓  ก. เข้าไปชกต่อยจำเลย ๒ ที แล้วก็ออกมา  ไม่ปรากฎว่า
จะมีการจะไปทำร้ายต่ออีก   ภยันตรายที่จะป้องกันจึงผ่านพ้นไปแล้ว   
การที่จำเลยเอามีดไปแทง ก. หลังถูกชกต่อยเลิกแยกกันไปแล้ว  จึงไม่เป็นป้องกัน
ตาม มาตรา ๖๘ แต่เป็นการกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ  ตาม มาตรา ๗๒   


                หากมีคนมาตะโกนร้องท้าทายเรา  ต้องระวังใจตนเองครับ

ฎีกาที่ ๓๐๘๙ / ๒๕๔๑  เมื่อ ก. ไปร้องท้าทายจำเลยว่า  ( มึงออกมาต่อยกับกู
ตัวต่อตัวถ้าแน่จริง )  แม้จำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องหลบหนีก็ตาม    แต่หากจำเลย
ไม่สมัครใจที่จะวิวาทหรือต่อสู้กับ ก. แล้ว  จำเลยก็ชอบที่จะไม่ตอบโต้
หรือออกไปพบ  ก. ก็ได้ / แต่จำเลยกลับออกไปพบ ก. โดยพกปืนติดตัวไปด้วย
แสดงว่าจำเลยสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับ ก. และเข้าสู่ภัย
โดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ  แม้ ก. จะชักมีดออกมาจ้วงแทงจำเลย
ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะวิวาทกัน    จำเลยใช้ปืนยิงหรือใช้ไม้ตีตอบโต้
ก็ไม่อาจอ้างป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายได้ 

              เปรียบเทียบ  กับ ๓ เรื่องข้างล่างนี้

ฎีกาที่ ๑๐๖ / ๒๕๐๔  ผู้ตายเมาสุราร้องท้าทายจำเลยให้มาสู้กัน
  แต่จำเลยไม่สู้ ผู้ตายก็ถือดาบปลายแหลมลุยน้ำ
ข้ามคลองจะเข้าไปฟันจำเลยถึงในบ้าน  แม้จำเลยจะเห็นผู้ตายอยู่ก่อนและอาจ
หลบหนีไปได้   แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่ผู้มีสิทธิครอบครองเคหสถานของตน
จะต้องหนีผู้กระทำผิดกฎหมาย
  ดังนั้นการที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย๑ นัด
ขณะผู้ตายอยู่ห่าจากโรงจำเลย  ๖ ศอกถึง ๒ วานั้น  ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกัน
ชีวิตพอสมควรแก่เหตุตาม มาตรา ๖๘ แล้ว  จำเลยจึงไม่มีความผิด

ฎีกาที่  ๑๘๒ / ๒๕๓๒  ก. ถือไม้เป็นอาวุธไปที่บ้านจำเลยและร้องท้าทาย
ให้จำเลยออกมาตีกันจำเลยไม่ออกไปตามคำท้า  ก.จึงเดิน
เข้ามาหาจำเลย   จำเลยตกใจกลัวว่า ก. จะเข้ามาทำร้าย  จึงวิ่งไปเอาปืนสั้น
ของสามีที่เก็บไว้ที่หัวนอนมาแล้วยิงไปที่ขา ก. รวม ๓ นัด  เมื่อกระสุนถูกขา ก.
๑ นัด จำเลยไม่ยิงต่อ  การยิงของจำเลยดังกล่าวเพียงเพื่อยับยั้ง
ไม่ให้ ก. เข้ามาทำร้ายจำเลยในบ้านเท่านั้น   เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
และพอสมควรแก่เหตุ  ไม่มีความผิด

    ฎีกาที่ ๑๑๓๖ /๒๕๒๙   ก. กับพวกกำลังดื่มสุราอยู่ในซอย  เห็นจำเลยเดินมาหาว่า
จำเลยถอดเสื้ออวดรอยสัก   ได้เรียกจำเลยเข้าไปถามและช่วยกันรุมทำร้าย  จำเลยวิ่งหนี
มาถึง ๓ แยก หนีต่อไปไม่ทัน  จึงได้หันกลับไปแล้วยกปืนขึ้นมาจ้องขู่  ก. ว่าอย่าเข้ามา
ถ้าเข้ามาจะยิง  แต่ ก. ก็ไม่เชื่อ  ยังทำท่าจะวิ่งเข้ามาทำร้ายจำเลยอีก   จำเลยจึงใช้ปืนยิง ก.
 ๑ นัด  เป็นการป้องกันตัวโดยสมควรแก่เหตุ  ไม่มีความผิด

              ครับ  เริ่มเห็นข้อแตกต่างกันแล้ว  ใช่ไหมครับ
ดังนั้นจึงต้องระวังใจตนเอง ควบคุมให้ดีครับ  ..
                 



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 03:27:54 PM
                       เมื่อเห็นคนอื่นกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่านิ่งดูดายนะครับ

 ความจริงตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา ๖๘  เรื่องป้องกันก็สามารถป้องกันสิทธิ
ของคนอื่นที่กำลังจะได้รับภยันตรายได้ด้วย  ไม่เฉพาะแต่เรื่องของตัวเองแต่อย่างใด

 หากเราพบคนอื่นกำลังตกอยู่ในภยันตราย  ถือได้ว่าเราพบความผิดซึ่งหน้า
เกิดขึ้นแล้ว   ราษฎรอย่างเราก็มีสิทธิเข้าช่วยเหลือโดยอ้างสิทธิผู้อื่นตาม มาตรา ๖๘
นี้ก็ได้   หรือจะเข้าไปช่วยโดยอ้างว่าพบความผิดซึ่งหน้าแล้วเข้าจับกุมตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๙  มาตรา ๘๐  และมาตรา ๘๓
ก็ได้

 มีฎีกา ที่ ๒๓๕๓ / ๒๕๓๐  วินิจฉัยว่า  กรณีที่มิใช่ความผิดซึ่งหน้า  ราษฎรไม่มีอำนาจ
ตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดได้  ...  .......................... ฯ

        เมื่อแปลความกลับก็จะได้ความว่า   หากเป็นความผิดซึ่งหน้าแล้ว
ราษฎรเข้าจับกุมได้  ก็ตาม มาตรา ๗๙ / ๘๐ / ๘๓  นี่แหละ

    และการเข้าไปจับกุมดังกล่าวก็ไม่ต้องแจ้งข้อหาให้คนร้ายทราบก่อนด้วยก็ได้
 ( ตามฎีกาที่ ๕๑๒/ ๒๔๘๐ และที่ ๓๑๙ - ๓๒๐ / ๒๕๒๑ )

  และเมื่อเข้าไปจะจับกุมคนร้ายแล้ว  หากคนร้ายขัดขืน เช่นว่า ชักปืนจะยิงสู้
เราก็ยิงโต้ตอบคนร้ายได้โดยอ้างป้องกันตาม มาตรา ๖๘ ได้อีก  เพราะตาม
มาตรา  ๘๓ วรรคท้าย  ให้อำนาจราษฎรที่เข้าไปจับคนร้ายที่ทำผิดซึ่งหน้า
สามารถใช้วิธีตอบโต้คนร้ายได้ตามสัดส่วนของภัยนั้นๆ 

 ลองๆดูคำพิพากษาฎีกาที่   ๘๕๓๔ / ๒๕๔๔  กลุ่มวัยรุ่นกำลังรุมทำร้าย ถ.
จำเลยไปเจอ  จึงได้ใช้อาวุธปืนที่มียิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่มิให้กลุ่มวัยรุ่นกลุ้มรุมทำร้าย ถ.
เมื่อจำเลยยิงขึ้นฟ้านัดที่ ๓ แล้ว   ได้มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทุบที่ด้านหลังของจำเลย
จนเป็นเหตุให้จำเลยล้มลงและกระสุนจากปืนของจำเลยได้ลั่นไปถูกคนตาย
เป็นการป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ  จำเลยไม่มีความผิด 

         ฝากไว้ว่า  อย่านิ่งดูดายนะครับ  เพราะความจริงมีกฎหมายเขาคุ้มครอง
พลเมืองดีอย่างเราๆอยู่ครับ   ไม่ต้องไปกังวลเรื่องกฎหมายครับ ....  :) ;)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: BBKS ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 03:58:15 PM
 ;) มีประโยชน์มากเลยครับ.......อ่านแล้วก็จะทำความเข้าใจให้มากๆ..ขอบคุณครับ :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: นาจา™รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 04:01:26 PM
ขอบคุณคุณsigsax ท่านRo@d ครับ ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: noom ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 04:13:43 PM
ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Piak Srisiam ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 04:21:11 PM
อย่างนี้ถ้าเราไปเจอผู้ร้ายกำลังปล้นธนาคาร หรือร้านทอง
เราก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้โดยไม่มีความผิดน่ะซิครับ
เอ แต่ว่าเราจะยิงก่อนเลยได้หรือปล่าว ถ้าคนรายมีอาวุธปืน
หรือว่าต้องรอให้คนร้ายชี้ปืนมาที่เราก่อน (แต่น่ากลัวจะไม่ทัน)
รอดจากข้อหาใช้วาวุธได้ แต่จะรอดจากข้อหาพกพารึเปล่าครับ :~)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sopon7 ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 04:38:25 PM
ขอบคุณทุกท่าน..ที่รู้ข้อกฎหมายแล้วนำมาบอกกล่าวให้สมาชิกฯ ทราบ    เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนใช้ปืน ฯ  .......ชื่นชมกระทู้นี้มากครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: coda ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 04:41:26 PM
...กระทู้ดีมีประโยชน์  ให้ 5 ดาวครับ  :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: muk ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 04:49:07 PM
ขอบคุณครับ... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: cht. ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 05:42:06 PM
ปักไว้เลยครับ มีประโยชน์กับทุกคนไม่เฉพาะคนที่มีอาวุธปืน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: A B A C U S รั ก ใ น ห ล ว ง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 06:51:14 PM
 :VOV:
ครับ
ให้ความรู้ ความเข้าใจชัดเจนครับ
เป็นประโยชน์มากครับ
ขอตบมือดังๆๆให้พร้อมยกนิ้วโป้งให้ครับ
 :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: east ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 06:52:47 PM
ขอขอบคุณ ผู้ให้ความรู้อย่างสูงครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: niss culb ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 06:58:23 PM
ร้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม :VOV: :VOV:  มีประโยชน์มากขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nowkung ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 07:35:21 PM
สมมุติว่าโจรขึ้นบ้าน 5 คนมีอาวุธครบมือ แล้วเราดักยิงโจรตายหมดนี่เกินกว่าเหตุไหม


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: นายอันตราย ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 07:39:25 PM
 :) ;) :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: RASH ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 07:43:21 PM
กระทู้ดีมีประโยชน์มากครับ :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: เบิ้ม ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 07:43:57 PM
    กระทู้ยอดเยี่ยมประจำเดือนครับ อิอิ ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: duriankuan 2499 ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 07:53:02 PM
ผมเข้ามาอ่านเวปอยู่หลายปี  ชื่นชอบ  ได้ความรู้มาก  ในหนึ่ง-สองโพสที่ดลใจมากที่สุดในขณะนี้  ก็เรื่องของสัญญาซื้อขายปืนของผู้การสุพิน ซึ่งนักกฎหมายน้อยมากที่จะมีความสามารถที่จะร่างได้สุดยอดสมบูรณ์   และก็โพสนี้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: lazyeight ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 08:17:21 PM
ได้ความรู้และแง่คิดดีครับ ผ่าน ๆ ตาว่าเคยมีกระทู้ถามถึงในกรณีที่ ประชาชนพบเห็นการกระทำผิด กม. ว่าสมควรเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ ความเห็นที่มีก็หลากหลาย ความรู้ในแง่ กม.ที่ จขกท.กรุณานำมาเผยแพร่อย่างนี้ จะได้ช่วยให้เกิดความเข้าใจสามารถช่วยผู้อื่น และเจ้าหน้าที่รัฐได้ตามกำลังความสามารถครับ
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: harusame ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 08:23:46 PM
ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้ดี ๆ อย่างนี้  :D


อย่างนี้ถ้าเราไปเจอผู้ร้ายกำลังปล้นธนาคาร หรือร้านทอง
เราก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้โดยไม่มีความผิดน่ะซิครับ
เอ แต่ว่าเราจะยิงก่อนเลยได้หรือปล่าว ถ้าคนรายมีอาวุธปืน
หรือว่าต้องรอให้คนร้ายชี้ปืนมาที่เราก่อน (แต่น่ากลัวจะไม่ทัน)
รอดจากข้อหาใช้วาวุธได้ แต่จะรอดจากข้อหาพกพารึเปล่าครับ  :~)

อยากได้คำตอบสำหรับคำถามนี้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ  :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: auauto ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 08:31:49 PM
มีกระทู้นี้มากๆๆแบบนี้จะมีประโยชน์มาก   ;) ;)สำหรับผู้ไม่รู้กฎหมายดีใจมาก ที่มีคนตั้งกระทู้แบบนี้ :) :) :) :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 09:11:33 PM
สมมุติว่าโจรขึ้นบ้าน 5 คนมีอาวุธครบมือ แล้วเราดักยิงโจรตายหมดนี่เกินกว่าเหตุไหม

 ต้องมีข้อเท็จจริงอื่นประกอบด้วยครับ  ไม่งั้นก็ตอบยากเหมือนกัน
โจรเข้าบ้าน ๕ คน เข้าบ้านเวลากลางวันหรือกลางคืน
พฤติกรรม  อากัปกริยาของโจรเป็นอย่างไรบ้าง

 สมมุติว่ามาตอนกลางคืนดึกๆ  มีปืนครบมือ  เจ้าของบ้านอาจอ้างเหตุที่ต้องยิงแบบคำพิพากษา
ศาลฎีกาที่  ๓๘๖๙ / ๒๕๔๖       ข้างต้นได้ครับ

 แต่หากมาแล้ว  พอเจ้าของบ้านมาเห็น   คนร้ายทุกคนที่ว่ามีปืนครบมือ
ทุกคนต่างหันหลังวิ่งหนีเจ้าของบ้านกันหมด   อย่างนี้ถ้าเจ้าของบ้านยังยิงอีก
ก็อาจตามแนวฎีกาที่ลงเอาไว้ข้างต้นได้ครับ   ว่าภยันตรายที่จะเกิดกับเจ้าของบ้าน
มันผ่านพ้นไปแล้ว   เพราะคนร้ายหนีหมดแล้ว     เป็นป้องกัน  แต่เกินกว่าเหตุได้ครับ

ยิ่งถ้าเข้ามาตอนกลางวัน  ก็ยิ่งเห็นอากัปกริยาของคนร้ายได้ชัดเจนขึ้น
หากคนร้ายเห็นเจ้าของบ้านแล้วหันปืนมา  จ้องปืนมา   อย่างนี้ยิงได้เลย

แต่ถ้าเห็นแล้ววิ่งหนีเจ้าของบ้าน   หากยังยิงก็อาจเกินกว่าเหตุตามหลักเดิมครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 09:30:10 PM
ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้ดี ๆ อย่างนี้ :D


อย่างนี้ถ้าเราไปเจอผู้ร้ายกำลังปล้นธนาคาร หรือร้านทอง
เราก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้โดยไม่มีความผิดน่ะซิครับ
เอ แต่ว่าเราจะยิงก่อนเลยได้หรือปล่าว ถ้าคนรายมีอาวุธปืน
หรือว่าต้องรอให้คนร้ายชี้ปืนมาที่เราก่อน (แต่น่ากลัวจะไม่ทัน)
รอดจากข้อหาใช้วาวุธได้ แต่จะรอดจากข้อหาพกพารึเปล่าครับ  :~)

อยากได้คำตอบสำหรับคำถามนี้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ :D

 เมื่อเจอคนร้ายกำลังกระทำความผิดซึ่งหน้า   ราษฎรอย่างเราๆก็อาศัย
อำนาจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา ๗๙  มาตรา ๘๐ และ
มาตรา ๘๓   เข้าไปจับกุมได้เลยครับ
 
     โดยไม่ถือเป็นความผิดอะไร   เมื่อถูกคนร้ายเข้าขัดขวางการจับกุม
ก็อาศัยอำนาจตามความ  ใน มาตรา ๘๓ วรรคท้าย  ที่บัญัติว่า
(  ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับ   ขัดขวาง  หรือจะขัดขวางการจับกุม
หรือหลบหนี  หรือพยายามจะหลบหนี  ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธี
หรือความป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น )

อาศัยอำนาจตามข้อความวรรคท้ายของมาตรานี้  มาป้องกัน / ตอบโต้
การต่อสู้หรือขัดขวางการจับกุม  ของคนร้ายได้เลยครับ
ดังนั้น  ก็กลับมาสู่หลักเดิม  คือเรื่องการป้องกันตัวตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๖๘  ได้อีก ว่า คนร้ายทำท่าจะยิงเรา   เราก็ยิงสวนป้องกันตัวได้
ตามหลักในแนวคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้นครับ  ถือเป็นภยันตราย
ที่ใกล้จะถึงที่จะเกิดกับผู้จะเข้าจับกุมอย่างเรา   ที่เข้าจับกุมโดยอาศัยกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา ๘๓ นั่นเอง

เมื่อคนร้ายเกิดตาย   เราก็อ้างได้ว่ามีสิทธิเข้าจับได้ / เข้าช่วยเหลือได้
และอ้างสิทธิป้องกันตัวได้ด้วย ไงครับ 
ผลคือไม่มีความผิดฐานฆ่าคนตาย  / พยายามฆ่า / ทำร้ายร่างกาย

ส่วนข้อหาพกพาปืนโดยไม่มีใบพก  ก็จะตกไป เพราะถือว่าในกรณีนี้
มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามควรแก่พฤติการณ์  ที่จะต้องใช้ปืนแล้วละครับ
เพราะหากเราไม่มีปืน  เราก็คงไม่เข้าช่วยเหลือ / เข้าจับกุม
และอาจเกิดผลร้ายกับเหยื่อของคนร้ายได้ครับ  .. .. ..
เขาคงไม่รอดครับ  ..

 ส่วนที่ว่าจะยิงคนร้ายก่อนได้ไหม  ผมตอบไม่ได้
ต้องดูพฤติการณ์ เป็นเรื่องๆไป  ยกตัวอย่างเช่น
ไปเจอเหตุการณ์คนร้ายกำลังเอาปืนจี้คนขายในร้านทองอยู่พอดี
คนร้าย ๒ -๓ คน ล้วนมีปืนครบมือทุกคน  คลุมหน้าตา
กรณีอย่างนี้  เชื่อได้เลยว่า หากเราเรียกคนร้ายหันมาเจอเรา
ต้องยิงเราแน่ ไม่ปล่อยไว้   และพฤติการณ์ที่คนร้ายกำลังเอาปืนจ่อ
ไปที่เจ้าของร้านทอง   ถือเป็นภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมาย
ที่ใกล้จะถึงที่เกิดกับเจ้าของร้านทองแล้วละครับ   เรายิงได้ทันทีเลย
เป็นป้องกันสิทธิของเจ้าของร้านทองครับตาม มาตรา ๖๘ ได้ครับ

 อีกตัวอย่างหนึ่ง  สมมุติว่าเราไปเจอคนร้ายกำลังยิงคนอยู่  ถือว่า
กรณีอย่างนี้เกิดภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึง หรือถึงแล้ว
แก่เหยื่อเคราะห์ร้ายคนนั้นแล้วละครับ     เจอแบบนี้เรายิงโจรได้เลย
เป็นการป้องกันสิทธิของเหยื่อรายนั้นได้ครับ  ตามมาตรา ๖๘
เพราะถ้าเราไม่ยิง   คนร้ายมันก็ต้องยิงเหยื่อตายครับ 
ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับกรณีที่มีคนเอาปืนมาจ้องเล็งกำลัง
จะยิงเรา   เราก็ยิงสวนตอบโต้ไปได้  ถ้าไม่ยิงเราก็ตาย
ส่วนอันนั้น  หากเราไม่ยิง  เหยื่อเคราะห์ร้ายก็ต้องตาย
หลักป้องกันเดียวกันครับ  ไม่ว่าป้องกันสิทธิของตนเองหรือ
สิทธิของผู้อื่น  ..  .  

เป็นการอธิบายโดยใช้หลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาครับ
ไม่ถูกใจ ไม่เห็นด้วยยังไง  ก็ยินดีน้อมรับฟังครับ

เพราะยังไง  เมื่อมีคดีเกิดขึ้น  ก็ต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยครับ
ซึ่งศาลก็ต้องใช้หลักการหรือหลักกฎหมายแบบเดียวกันกับที่อธิบายมานี่แหละครับ
รวมทั้งหลักอ้างอิงตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาปรับเทียบเคียงไปด้วยครับ .. .. .


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: สีแก้ว-ยอดทอง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 09:50:17 PM
ซู๊ดด.. ยอด ครับ 
นี่แหละที่ต้องการ
ที่ดิ้นรนมีปืนไว้ก็เพื่อสิ่งนี้ นอกจากความชื่นชอบหลงไหลในปืน  :D~
ขอบเขตที่พึงทำได้ สิทธิ์ที่ควรรู้

ผมว่าน่าจะเอากระทู้ปักคู่กับกฏแห่งความปลอดภัยเลยนะเนี่ย หลายๆท่านเห็นเป็นเช่นไรครับ

ขอคาราวะหนึ่งจอก ยอดเยี่ยมจริงๆ  ;)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ไทสกล ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 10:39:42 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: A B A C U S รั ก ใ น ห ล ว ง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 11:23:18 PM
ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้ดี ๆ อย่างนี้ :D


อย่างนี้ถ้าเราไปเจอผู้ร้ายกำลังปล้นธนาคาร หรือร้านทอง
เราก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้โดยไม่มีความผิดน่ะซิครับ
เอ แต่ว่าเราจะยิงก่อนเลยได้หรือปล่าว ถ้าคนรายมีอาวุธปืน
หรือว่าต้องรอให้คนร้ายชี้ปืนมาที่เราก่อน (แต่น่ากลัวจะไม่ทัน)
รอดจากข้อหาใช้วาวุธได้ แต่จะรอดจากข้อหาพกพารึเปล่าครับ  :~)

อยากได้คำตอบสำหรับคำถามนี้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ :D

 เมื่อเจอคนร้ายกำลังกระทำความผิดซึ่งหน้า   ราษฎรอย่างเราๆก็อาศัย
อำนาจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา ๗๙  มาตรา ๘๐ และ
มาตรา ๘๓   เข้าไปจับกุมได้เลยครับ
 
     โดยไม่ถือเป็นความผิดอะไร   เมื่อถูกคนร้ายเข้าขัดขวางการจับกุม
ก็อาศัยอำนาจตามความ  ใน มาตรา ๘๓ วรรคท้าย  ที่บัญัติว่า
(  ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับ   ขัดขวาง  หรือจะขัดขวางการจับกุม
หรือหลบหนี  หรือพยายามจะหลบหนี  ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธี
หรือความป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น )

อาศัยอำนาจตามข้อความวรรคท้ายของมาตรานี้  มาป้องกัน / ตอบโต้
การต่อสู้หรือขัดขวางการจับกุม  ของคนร้ายได้เลยครับ
ดังนั้น  ก็กลับมาสู่หลักเดิม  คือเรื่องการป้องกันตัวตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๖๘  ได้อีก ว่า คนร้ายทำท่าจะยิงเรา   เราก็ยิงสวนป้องกันตัวได้
ตามหลักในแนวคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้นครับ  ถือเป็นภยันตราย
ที่ใกล้จะถึงที่จะเกิดกับผู้จะเข้าจับกุมอย่างเรา   ที่เข้าจับกุมโดยอาศัยกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา ๘๓ นั่นเอง

เมื่อคนร้ายเกิดตาย   เราก็อ้างได้ว่ามีสิทธิเข้าจับได้ / เข้าช่วยเหลือได้
และอ้างสิทธิป้องกันตัวได้ด้วย ไงครับ 
ผลคือไม่มีความผิดฐานฆ่าคนตาย  / พยายามฆ่า / ทำร้ายร่างกาย

ส่วนข้อหาพกพาปืนโดยไม่มีใบพก  ก็จะตกไป เพราะถือว่าในกรณีนี้
มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามควรแก่พฤติการณ์  ที่จะต้องใช้ปืนแล้วละครับ
เพราะหากเราไม่มีปืน  เราก็คงไม่เข้าช่วยเหลือ / เข้าจับกุม
และอาจเกิดผลร้ายกับเหยื่อของคนร้ายได้ครับ  .. .. ..
เขาคงไม่รอดครับ  ..

 ส่วนที่ว่าจะยิงคนร้ายก่อนได้ไหม  ผมตอบไม่ได้
ต้องดูพฤติการณ์ เป็นเรื่องๆไป  ยกตัวอย่างเช่น
ไปเจอเหตุการณ์คนร้ายกำลังเอาปืนจี้คนขายในร้านทองอยู่พอดี
คนร้าย ๒ -๓ คน ล้วนมีปืนครบมือทุกคน  คลุมหน้าตา
กรณีอย่างนี้  เชื่อได้เลยว่า หากเราเรียกคนร้ายหันมาเจอเรา
ต้องยิงเราแน่ ไม่ปล่อยไว้   และพฤติการณ์ที่คนร้ายกำลังเอาปืนจ่อ
ไปที่เจ้าของร้านทอง   ถือเป็นภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมาย
ที่ใกล้จะถึงที่เกิดกับเจ้าของร้านทองแล้วละครับ   เรายิงได้ทันทีเลย
เป็นป้องกันสิทธิของเจ้าของร้านทองครับตาม มาตรา ๖๘ ได้ครับ

 อีกตัวอย่างหนึ่ง  สมมุติว่าเราไปเจอคนร้ายกำลังยิงคนอยู่  ถือว่า
กรณีอย่างนี้เกิดภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึง หรือถึงแล้ว
แก่เหยื่อเคราะห์ร้ายคนนั้นแล้วละครับ     เจอแบบนี้เรายิงโจรได้เลย
เป็นการป้องกันสิทธิของเหยื่อรายนั้นได้ครับ  ตามมาตรา ๖๘
เพราะถ้าเราไม่ยิง   คนร้ายมันก็ต้องยิงเหยื่อตายครับ
ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับกรณีที่มีคนเอาปืนมาจ้องเล็งกำลัง
จะยิงเรา เราก็ยิงสวนตอบโต้ไปได้ ถ้าไม่ยิงเราก็ตาย
ส่วนอันนั้น หากเราไม่ยิง เหยื่อเคราะห์ร้ายก็ต้องตาย
หลักป้องกันเดียวกันครับ ไม่ว่าป้องกันสิทธิของตนเองหรือ
สิทธิของผู้อื่น .. . 

เป็นการอธิบายโดยใช้หลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาครับ
ไม่ถูกใจ ไม่เห็นด้วยยังไง  ก็ยินดีน้อมรับฟังครับ

เพราะยังไง  เมื่อมีคดีเกิดขึ้น  ก็ต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยครับ
ซึ่งศาลก็ต้องใช้หลักการหรือหลักกฎหมายแบบเดียวกันกับที่อธิบายมานี่แหละครับ
รวมทั้งหลักอ้างอิงตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาปรับเทียบเคียงไปด้วยครับ .. .. .


ครับ
อ่านแล้วทำให้ใจคึกดี มีความรู้ ครับ
แต่ต้องระวังการใช้อาวุธด้วยนะครับ
หากยิงโจรไม่ถูก แล้วลูกปืนบินไปถูกคนอื่นนี่ เรื่องใหญ่นะครับ
คนบริสุทตาย หรือพิการ 1 คน ค่าเสียหายทางแพ่งไม่เท่ากันครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Boss888 ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2007, 11:56:35 PM
ว2 ว8 ว61 ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:07:54 AM
อ้างถึง


ครับ
อ่านแล้วทำให้ใจคึกดี มีความรู้ ครับ
แต่ต้องระวังการใช้อาวุธด้วยนะครับ
หากยิงโจรไม่ถูก แล้วลูกปืนบินไปถูกคนอื่นนี่ เรื่องใหญ่นะครับ
คนบริสุทตาย หรือพิการ 1 คน ค่าเสียหายทางแพ่งไม่เท่ากันครับ

อ้างถึง

  ครับท่าน kobsak ครับ  เรื่องยิงคนร้ายหากเป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ
ตาม มาตรา ๖๘ แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวครับ  แม้ลูกกระสุนจะพลาดไปโดนใคร
ก็ตาม  เจตนาป้องกันนี้มันโอนไปด้วยครับ  เรื่องนี้ก็เคยมีคำพิพากษา
ศาลฎีกาตัดสินไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว  ตามนี้ครับ

 ฎีกาที่  ๒๐๕ / ๒๕๑๖    ผู้ตาย ผู้เสียหาย และจำเลยร่วมดื่มสุราด้วยกัน
จนเมา  แล้วจำเลยกับผู้ตายทะเลาะกัน   ผู้เสียหายจึงชวนจำเลยกลับบ้าน
ผู้ตายตามมาต่อยและเตะจำเลยจนล้ม  ลุกขึ้นมาก็ยังถูกเตะอีก    เมื่อผู้ตาย
เตะอีก  จำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวไป  แทงสวนผู้ตายไป ๒ - ๓ ครั้ง
ถูกผู้ตาย   ระหว่างนั้นผู้เสียหายเข้าขวางเพื่อห้ามจึงถูกมีดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนผู้ตายถึงแก่ความตาย    การกระทำของจำเลยต่อผู้ตายเป็นการกระทำโดย
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ   แม้จะพลาดไปถูกผู้เสียหายเข้า ซึ่งตามประมวล
กฎหมายอาญา  มาตรา ๖๐   จะถือว่าจำเลยมีเจตนาแทงผู้เสียหายก็ดี   แต่การกระทำ
ของจำเลยก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยแทงผู้ตาย  เพื่อป้องกันสิทธิพอสมควรแก่เหตุ
อันไม่เป็นความผิด   จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายผู้เสียหายด้วย

  ฎีกาที่  ๘๕๓๔ / ๒๕๔๔  จำเลยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า  เพื่อขู่มิให้กลุ่มวัยรุ่น
กลุ้มรุมทำร้าย ถ. เมื่อจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้านัดที่ ๓ แล้ว  ได้มีกลุ่มวัยรุ่น
เข้ามาทุบที่ด้านหลังของจำเลย   จนเป็นเหตุให้จำเลยล้มลงและกระสุน
จากปืนที่จำเลยถืออยู่ได้ลั่นขึ้น ๑ นัด  ถูกผู้เสียหายซึ่งขับ
รถจักรยานยนต์ผ่านมาได้รับอันตรายแก่กายและถูกผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้าย
ถึงแก่ความตายพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว
เป็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน  จึงย่อมถือได้ว่าเป็น
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่น  ให้พ้นภยันตราย
ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
ทั้งเป็นกรณีที่จำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ  แม้การกระทำของจำเลย
ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้เสียหายและผู้ตายโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา  ๖๐  จำเลยก็ไม่มีความผิด  เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน
โดยชอบด้วยกฎหมายตาม  มาตรา ๖๘   



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: harusame ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:16:04 AM
เห็นด้วยที่จะทำเป็นกระทู้ปักหมุดค่ะ

ขอบพระคุณสำหรับคำตอบค่ะ  :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:37:55 AM
                ปัญหาเรื่องว่า ราษฎรธรรมดา  มีสิทธิจับคนร้ายที่ทำผิดซึ่งหน้า
ได้หรือไม่นั้น    มีคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินรองรับไว้แล้วครับ   คือ


 ฎีกาที่ ๑๓๔๘ / ๒๔๙๖  ราษฎรมีสิทธิจับผู้ที่ยิงคนบาดเจ็บต่อหน้าตนได้
เมื่อผู้ถูกจับชักมีดจะทำร้าย    ผู้จับ ( ราษฎร )  เข้าปล้ำต่อสู้แย่งมีดได้แล้ว
แทงผู้ถูกจับ ๑ ที ผู้ถูกจับตาย   เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ..

 ฎีกาที่ ๕๗๕ / ๒๔๘๗  คนตายเป็นคนร้ายที่ลักม้าผู้อื่นไป  จำเลยตามไปพบ
จะเข้าจับกุม  คนตายขัดขืนเอามีดแทง  จำเลยจึงใช้มีดของตนฟันคนร้าย
แล้วจับไปส่งผู้ใหญ่บ้าน   แต่ต่อมาเสียชีวิตลง  เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
ไม่มีความผิด


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 06:43:28 AM
อ้างถึง


ครับ
อ่านแล้วทำให้ใจคึกดี มีความรู้ ครับ
แต่ต้องระวังการใช้อาวุธด้วยนะครับ
หากยิงโจรไม่ถูก แล้วลูกปืนบินไปถูกคนอื่นนี่ เรื่องใหญ่นะครับ
คนบริสุทตาย หรือพิการ 1 คน ค่าเสียหายทางแพ่งไม่เท่ากันครับ

อ้างถึง

  ครับท่าน kobsak ครับ  เรื่องยิงคนร้ายหากเป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ
ตาม มาตรา ๖๘ แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวครับ  แม้ลูกกระสุนจะพลาดไปโดนใคร
ก็ตาม  เจตนาป้องกันนี้มันโอนไปด้วยครับ  เรื่องนี้ก็เคยมีคำพิพากษา
ศาลฎีกาตัดสินไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว  ตามนี้ครับ

 ฎีกาที่  ๒๐๕ / ๒๕๑๖    ผู้ตาย ผู้เสียหาย และจำเลยร่วมดื่มสุราด้วยกัน
จนเมา  แล้วจำเลยกับผู้ตายทะเลาะกัน   ผู้เสียหายจึงชวนจำเลยกลับบ้าน
ผู้ตายตามมาต่อยและเตะจำเลยจนล้ม  ลุกขึ้นมาก็ยังถูกเตะอีก    เมื่อผู้ตาย
เตะอีก  จำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวไป  แทงสวนผู้ตายไป ๒ - ๓ ครั้ง
ถูกผู้ตาย   ระหว่างนั้นผู้เสียหายเข้าขวางเพื่อห้ามจึงถูกมีดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนผู้ตายถึงแก่ความตาย    การกระทำของจำเลยต่อผู้ตายเป็นการกระทำโดย
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ   แม้จะพลาดไปถูกผู้เสียหายเข้า ซึ่งตามประมวล
กฎหมายอาญา  มาตรา ๖๐   จะถือว่าจำเลยมีเจตนาแทงผู้เสียหายก็ดี   แต่การกระทำ
ของจำเลยก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยแทงผู้ตาย  เพื่อป้องกันสิทธิพอสมควรแก่เหตุ
อันไม่เป็นความผิด   จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายผู้เสียหายด้วย

  ฎีกาที่  ๘๕๓๔ / ๒๕๔๔  จำเลยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า  เพื่อขู่มิให้กลุ่มวัยรุ่น
กลุ้มรุมทำร้าย ถ. เมื่อจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้านัดที่ ๓ แล้ว  ได้มีกลุ่มวัยรุ่น
เข้ามาทุบที่ด้านหลังของจำเลย   จนเป็นเหตุให้จำเลยล้มลงและกระสุน
จากปืนที่จำเลยถืออยู่ได้ลั่นขึ้น ๑ นัด  ถูกผู้เสียหายซึ่งขับ
รถจักรยานยนต์ผ่านมาได้รับอันตรายแก่กายและถูกผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้าย
ถึงแก่ความตายพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว
เป็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน  จึงย่อมถือได้ว่าเป็น
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่น  ให้พ้นภยันตราย
ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
ทั้งเป็นกรณีที่จำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ  แม้การกระทำของจำเลย
ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้เสียหายและผู้ตายโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๖๐ จำเลยก็ไม่มีความผิด เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน
โดยชอบด้วยกฎหมายตาม มาตรา ๖๘



ด้วยความเคารพ.............
เรื่องนี้ถ้าตีความว่า ถ้ายิงป้องกันตัวโดยชอบ เกิดลูกหลงไปโดนใครก็ไม่เป็นไร............เดี๋ยวจะไปกันใหญ่
ผมคิดว่าที่ศาลฎีกาท่านให้พ้นผิดนั้น เป็นการไม่เอาผิดในคดีอาญาเฉพาะในประเด็นของเจตนาทำร้าย

ผมคิดว่าความรับผิดในฐานละเมิด และการต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ยังคงต้องมีอยู่ เป็นเรื่องที่ต้องแยกฟ้องต่างหากไป
ขอท่านจขกท.และท่านผู้รู้ ช่วยสอบค้นเป็นวิทยาทานด้วย

ผมไม่คิดว่า การอ้างเหตุป้องกันตัว ...... จะทำให้สามารถก้าวล่วงไปรอนสิทธิทั้งสิ้นในชีวิตร่างกายทรัพย์สินผู้บริสุทธิคนอื่นๆครับ....

 :) :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 08:10:51 AM
อ้างถึง

ด้วยความเคารพ.............
เรื่องนี้ถ้าตีความว่า ถ้ายิงป้องกันตัวโดยชอบ เกิดลูกหลงไปโดนใครก็ไม่เป็นไร............เดี๋ยวจะไปกันใหญ่
ผมคิดว่าที่ศาลฎีกาท่านให้พ้นผิดนั้น เป็นการไม่เอาผิดในคดีอาญาเฉพาะในประเด็นของเจตนาทำร้าย

ผมคิดว่าความรับผิดในฐานละเมิด และการต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ยังคงต้องมีอยู่ เป็นเรื่องที่ต้องแยกฟ้องต่างหากไป
ขอท่านจขกท.และท่านผู้รู้ ช่วยสอบค้นเป็นวิทยาทานด้วย

ผมไม่คิดว่า การอ้างเหตุป้องกันตัว ...... จะทำให้สามารถก้าวล่วงไปรอนสิทธิทั้งสิ้นในชีวิตร่างกายทรัพย์สินผู้บริสุทธิคนอื่นๆครับ....

 :) :)

อ้างถึง

  ความจริงกฎหมายเรื่องละเมิดจะมีอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐  ถึง มาตรา ๔๕๒

       ในมาตรา ๔๒๐ วางหลักบัญญัติไว้ว่า   ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่น
โดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี    แก่ร่างกายก็ดี   อนามัยก็ดี  เสรีภาพก็ดี
ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
เพื่อการนั้น

             ในเรื่องข้อแก้ตัวสำหรับความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง  เมื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด
บุคคลหนึ่งถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน   บุคคลนั้นอาจแก้ตัวได้   ดังต่อไปนี้


         ๑. แก้ตัวว่า  ..  การกระทำของตน ไม่เป็นละเมิด  ตาม มาตรา ๔๒๐ ดังกล่าว 
เช่น  นาย ก. ฟ้องว่า นาย ข .  เป็นนายจ้าง  ต้องร่วมรับผิดกับ นาย ค. ลูกจ้าง
ที่ขับรถประมาทไปชน นาย ก. ได้รับ บาดเจ็บด้วย   
             แล้วทั้งนาย ข. และ นาย ค. ต่อสู้ว่า  นาย ค. ไม่ได้ขับรถประมาท  แต่นาย ก.
มาตัดหน้าเอง  เป็นเหตุสุดวิสัยที่จะห้ามหยุดรถได้ทัน  จึงชนกันขึ้น

        ๒. พิสูจน์เงื่อนไขตามกฎหมาย    เช่น นาย  ก. ฟ้อง นาย ข. ว่าเป็นบิดามารดา
ของนาย ค. ผู้เยาว์ ที่นาย ค.มาทำละเมิด  ให้ร่วมรับผิด   แต่นาย ข.แก้ตัวว่า
ตนได้ใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่ที่ดูแลแล้ว  ไม่ต้องรับผิด  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ มาตรา ๔๒๙

       ๓. เรื่องอายุความ ว่าคดีที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายนี้ มันขาดอายุความตามกฎหมายละเมิดแล้ว

       ๔. เรื่องความยินยอมของผู้เสียหาย  โดยสู้ว่าเมื่อผู้เสียหายยินยอมให้กระทำ
ก็ไม่เป็นละเมิด

       ๕. นิรโทษกรรม    ซึ่งมีอยู่ในกฎหมายเรื่องละเมิด  มาตรา ๔๔๙ 

          มาตรา  ๔๔๙   บัญญัติว่า  บุคคลใดเมื่อกระทำการป้องกันโดยชอบ
ด้วยกฎหมายก็ดี   กระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี   หากก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่ผู้อื่นไซร้    ท่านว่าบุคคลนั้นหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่
                                ผู้ต้องเสียหายอาจเรียกค่าสินไหมทดแทน   จากผู้เป็นต้นเหตุ
ให้ต้องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย   หรือจากบุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิดนั้นก็ได้

                  ครับหลักกฎหมายนิรโทษกรรมนี้  คุ้มครอง  ผู้กระทำผิดทางอาญา
ที่เป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายไว้ครับ    ทำให้ไม่ต้องรับผิด

                    แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็คำนึงถึงผู้บริสุทธิ์  ที่อาจจะต้องพลาด
ไปโดนลูกหลงด้วยเพราะเหตุป้องกันดังกล่าว   จึงได้หาทางออกไว้ตาม วรรค ๒
ของ มาตรา ๔๔๙ ว่า  คนบริสุทธิ์ที่ถูกลูกหลงพลาดไปโดน  ก็ไปเรียกค่าเสียหาย
เอาจากตัวต้นเหตุได้   หากตัวต้นเหตุตาย  ก็ฟ้องเรียกจากทายาทของตัวต้นเหตุ
เหล่านั้นได้ครับ

                    แต่ทั้งนี้ จะต้องได้ความว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายที่พอสมควร
แก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา ๖๘ เท่านั้นนะครับ
                   หากเป็นการป้องกันที่เกินกว่าเหตุตาม มาตรา ๖๙  แล้วก็ยังต้องรับผิด
ในค่าสินไหมทดแทนอยู่..           .              ..                    .

             
                 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๘๔ / ๒๕๓๘   ผู้ตายเจาะกำแพงอิฐบล็อก
แล้วมุดเข้าไปในโรงงานเพื่อลักทรัพย์ของจำเลย    แต่ผู้ตายเหยียบแผ่นไม้สี่เหลี่ยม
ที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดที่จำเลยเจ้าของโรงงานวางดักป้องกันขโมยไว้จนถูก
ไฟฟ้าช็อตถึงแก่ความตาย   ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อมได้รับนิรโทษกรรม  ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์มารดา
ของผู้ตายที่มาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์  มาตรา ๔๔๙  วรรคหนึ่ง

                                
         

         

       


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: vics ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 09:31:23 AM
กระทู้นี้มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่เป็นสุจริตชนและมีปืนไว้เพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่น...ขอขอบคุณผู้มีความรู้แล้วนำความรู้นั้นมาเผยแพร่..เพื่อประโยชน์ของคนโดยส่วนรวม..ขอบคุณครับ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ManStopper ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 10:01:05 AM
 ขอบคุณมากครับสำหรับข้มูลความรู้ทางกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีและใช้ปืนโดยตรงมีประโยชน์มากๆครับ    :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: bigbuffalo ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 10:22:49 AM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: van-เรารักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:14:53 AM
ผมจะเก็บข้อมูลไว้ครับ  ขอบคุณ :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nine รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:22:56 AM
ขอบคุณครับ..กระทู้นี้มีประโยชน์สำหรับคนรักปืนมาก


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Piak Srisiam ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:29:29 AM
ได้อ่านคำตอบแล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:38:24 AM
อ้างถึง


ครับ
อ่านแล้วทำให้ใจคึกดี มีความรู้ ครับ
แต่ต้องระวังการใช้อาวุธด้วยนะครับ
หากยิงโจรไม่ถูก แล้วลูกปืนบินไปถูกคนอื่นนี่ เรื่องใหญ่นะครับ
คนบริสุทตาย หรือพิการ 1 คน ค่าเสียหายทางแพ่งไม่เท่ากันครับ

อ้างถึง

  ครับท่าน kobsak ครับ  เรื่องยิงคนร้ายหากเป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ
ตาม มาตรา ๖๘ แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวครับ  แม้ลูกกระสุนจะพลาดไปโดนใคร
ก็ตาม  เจตนาป้องกันนี้มันโอนไปด้วยครับ  เรื่องนี้ก็เคยมีคำพิพากษา
ศาลฎีกาตัดสินไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว  ตามนี้ครับ

 ฎีกาที่  ๒๐๕ / ๒๕๑๖    ผู้ตาย ผู้เสียหาย และจำเลยร่วมดื่มสุราด้วยกัน
จนเมา  แล้วจำเลยกับผู้ตายทะเลาะกัน   ผู้เสียหายจึงชวนจำเลยกลับบ้าน
ผู้ตายตามมาต่อยและเตะจำเลยจนล้ม  ลุกขึ้นมาก็ยังถูกเตะอีก    เมื่อผู้ตาย
เตะอีก  จำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวไป  แทงสวนผู้ตายไป ๒ - ๓ ครั้ง
ถูกผู้ตาย   ระหว่างนั้นผู้เสียหายเข้าขวางเพื่อห้ามจึงถูกมีดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนผู้ตายถึงแก่ความตาย    การกระทำของจำเลยต่อผู้ตายเป็นการกระทำโดย
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ   แม้จะพลาดไปถูกผู้เสียหายเข้า ซึ่งตามประมวล
กฎหมายอาญา  มาตรา ๖๐   จะถือว่าจำเลยมีเจตนาแทงผู้เสียหายก็ดี   แต่การกระทำ
ของจำเลยก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยแทงผู้ตาย  เพื่อป้องกันสิทธิพอสมควรแก่เหตุ
อันไม่เป็นความผิด   จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายผู้เสียหายด้วย

  ฎีกาที่  ๘๕๓๔ / ๒๕๔๔  จำเลยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า  เพื่อขู่มิให้กลุ่มวัยรุ่น
กลุ้มรุมทำร้าย ถ. เมื่อจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้านัดที่ ๓ แล้ว  ได้มีกลุ่มวัยรุ่น
เข้ามาทุบที่ด้านหลังของจำเลย   จนเป็นเหตุให้จำเลยล้มลงและกระสุน
จากปืนที่จำเลยถืออยู่ได้ลั่นขึ้น ๑ นัด  ถูกผู้เสียหายซึ่งขับ
รถจักรยานยนต์ผ่านมาได้รับอันตรายแก่กายและถูกผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้าย
ถึงแก่ความตายพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว
เป็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน  จึงย่อมถือได้ว่าเป็น
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่น  ให้พ้นภยันตราย
ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
ทั้งเป็นกรณีที่จำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ  แม้การกระทำของจำเลย
ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้เสียหายและผู้ตายโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๖๐ จำเลยก็ไม่มีความผิด เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน
โดยชอบด้วยกฎหมายตาม มาตรา ๖๘



ด้วยความเคารพ.............
เรื่องนี้ถ้าตีความว่า ถ้ายิงป้องกันตัวโดยชอบ เกิดลูกหลงไปโดนใครก็ไม่เป็นไร............เดี๋ยวจะไปกันใหญ่
ผมคิดว่าที่ศาลฎีกาท่านให้พ้นผิดนั้น เป็นการไม่เอาผิดในคดีอาญาเฉพาะในประเด็นของเจตนาทำร้าย

ผมคิดว่าความรับผิดในฐานละเมิด และการต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ยังคงต้องมีอยู่ เป็นเรื่องที่ต้องแยกฟ้องต่างหากไป
ขอท่านจขกท.และท่านผู้รู้ ช่วยสอบค้นเป็นวิทยาทานด้วย

ผมไม่คิดว่า การอ้างเหตุป้องกันตัว ...... จะทำให้สามารถก้าวล่วงไปรอนสิทธิทั้งสิ้นในชีวิตร่างกายทรัพย์สินผู้บริสุทธิคนอื่นๆครับ....

 :) :)


.. เรื่องกระทำโดยพลาด .ต้องพิจารณา ป.อาญา มาตรา ๖๐ ประกอบ มาตรา ๖๘
   
   โดยสาระสำคัญ ต้องเริ่มจาก เป็นเจตนาเพื่อป้องกันตน ตาม ป.อาญา ๖๘ หรือไม่
   (จะพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ก็ตาม)
   และต้องเป็นการกระทำกับโจร คนร้าย เท่านั้น.

   แม้ในทางอาญาจะรับฟังว่าไม่มีความผิด ถ้าเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ 
   แต่โดยกระสุนพลาดไปถูกคนอื่นตายนั้น.  ก็เฉพาะในความผิดทางอาญา เท่านั้น

   แต่ในทางแพ่ง . ผู้กระทำจะต้องรับผิดใน เรื่องละเมิด ป.แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ .
   ตามหลักแล้ว.. จะยกข้ออ้างให้พ้นไปจากความรับผิดทางแพ่ง ไม่ได้ครับ. 
   เป็นแต่ ป.แพ่ง มาตรา ๔๔๙ เป็นบทนิรโทษไว้  เพื่อให้ผู้เสียหายใช้สิทธิไล่เบี้ยเอากับ
   ผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น  :)

   การช่วยเหลือ บุคคลอื่น ให้พ้นจากภัยอันตราย เป็นเรื่องน้ำใจที่ดี
   ไม่ได้คิดถึงความเดือดร้อนที่จะเกิดกับตน ..
   ควรได้รับการยกย่องนับถือ อย่างที่สุด

   ไม่บังคับ ว่าความรู้สึกสำนึกนี้ จะต้องเกิดมีได้ทุกท่าน.
   จะมีหรือไม่มี ต่างไม่ถือเป็นเรื่องผิด ครับ. :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Yo ho ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:54:07 AM
ขอบพระคุณมากครับ   

ขออนุญาต  โหวต อีกหนึ่งเสียง  เรื่องปักหมุดครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:54:40 AM
 :D.. ต้องขอขอบคุณ คุณ sigsax   จขกท.  มากครับ..
        เป็นประโยชน์ มากกับตัวผมเองด้วย

        โดย ฎีกา จะแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ปรับใช้ และ
        คำวินิจฉัยของศาลฎีกา  ไว้ชัดแจ้ง

        เพื่อนคอปืน สามารถอ่านและทำความเข้าใจ ได้ไม่ยากนัก

        แต่พึงเลี่ยง แสดงความเห็นส่วนตัว.  สำทับลงไปอีก
        ขนาดนักฎหมาย ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม . ยังอาจพลาดพลั้งได้

        ความเห็นที่ท่านเข้าใจว่าถูกต้อง.. 
        นั้นอาจคลาดเคลือนไปมาก .ก็ได้ครับ.
       


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: choochoo ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:08:35 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: duriankuan 2499 ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:32:07 PM
 :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: สีหมอก JUC ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:43:31 PM
อ่านแล้วได้ความรู้มากขึ้นครับ...ขอบคุณครับ       
ด้วยความเคารพครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 12:57:47 PM
อ้างถึง


ครับ
อ่านแล้วทำให้ใจคึกดี มีความรู้ ครับ
แต่ต้องระวังการใช้อาวุธด้วยนะครับ
หากยิงโจรไม่ถูก แล้วลูกปืนบินไปถูกคนอื่นนี่ เรื่องใหญ่นะครับ
คนบริสุทตาย หรือพิการ 1 คน ค่าเสียหายทางแพ่งไม่เท่ากันครับ

อ้างถึง

  ครับท่าน kobsak ครับ  เรื่องยิงคนร้ายหากเป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ
ตาม มาตรา ๖๘ แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวครับ  แม้ลูกกระสุนจะพลาดไปโดนใคร
ก็ตาม  เจตนาป้องกันนี้มันโอนไปด้วยครับ  เรื่องนี้ก็เคยมีคำพิพากษา
ศาลฎีกาตัดสินไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว  ตามนี้ครับ

 ฎีกาที่  ๒๐๕ / ๒๕๑๖    ผู้ตาย ผู้เสียหาย และจำเลยร่วมดื่มสุราด้วยกัน
จนเมา  แล้วจำเลยกับผู้ตายทะเลาะกัน   ผู้เสียหายจึงชวนจำเลยกลับบ้าน
ผู้ตายตามมาต่อยและเตะจำเลยจนล้ม  ลุกขึ้นมาก็ยังถูกเตะอีก    เมื่อผู้ตาย
เตะอีก  จำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวไป  แทงสวนผู้ตายไป ๒ - ๓ ครั้ง
ถูกผู้ตาย   ระหว่างนั้นผู้เสียหายเข้าขวางเพื่อห้ามจึงถูกมีดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนผู้ตายถึงแก่ความตาย    การกระทำของจำเลยต่อผู้ตายเป็นการกระทำโดย
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ   แม้จะพลาดไปถูกผู้เสียหายเข้า ซึ่งตามประมวล
กฎหมายอาญา  มาตรา ๖๐   จะถือว่าจำเลยมีเจตนาแทงผู้เสียหายก็ดี   แต่การกระทำ
ของจำเลยก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยแทงผู้ตาย  เพื่อป้องกันสิทธิพอสมควรแก่เหตุ
อันไม่เป็นความผิด   จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายผู้เสียหายด้วย

  ฎีกาที่  ๘๕๓๔ / ๒๕๔๔  จำเลยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า  เพื่อขู่มิให้กลุ่มวัยรุ่น
กลุ้มรุมทำร้าย ถ. เมื่อจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้านัดที่ ๓ แล้ว  ได้มีกลุ่มวัยรุ่น
เข้ามาทุบที่ด้านหลังของจำเลย   จนเป็นเหตุให้จำเลยล้มลงและกระสุน
จากปืนที่จำเลยถืออยู่ได้ลั่นขึ้น ๑ นัด  ถูกผู้เสียหายซึ่งขับ
รถจักรยานยนต์ผ่านมาได้รับอันตรายแก่กายและถูกผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้าย
ถึงแก่ความตายพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว
เป็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน  จึงย่อมถือได้ว่าเป็น
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่น  ให้พ้นภยันตราย
ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
ทั้งเป็นกรณีที่จำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ  แม้การกระทำของจำเลย
ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้เสียหายและผู้ตายโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๖๐ จำเลยก็ไม่มีความผิด เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน
โดยชอบด้วยกฎหมายตาม มาตรา ๖๘



ด้วยความเคารพ.............
เรื่องนี้ถ้าตีความว่า ถ้ายิงป้องกันตัวโดยชอบ เกิดลูกหลงไปโดนใครก็ไม่เป็นไร............เดี๋ยวจะไปกันใหญ่
ผมคิดว่าที่ศาลฎีกาท่านให้พ้นผิดนั้น เป็นการไม่เอาผิดในคดีอาญาเฉพาะในประเด็นของเจตนาทำร้าย

ผมคิดว่าความรับผิดในฐานละเมิด และการต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ยังคงต้องมีอยู่ เป็นเรื่องที่ต้องแยกฟ้องต่างหากไป
ขอท่านจขกท.และท่านผู้รู้ ช่วยสอบค้นเป็นวิทยาทานด้วย

ผมไม่คิดว่า การอ้างเหตุป้องกันตัว ...... จะทำให้สามารถก้าวล่วงไปรอนสิทธิทั้งสิ้นในชีวิตร่างกายทรัพย์สินผู้บริสุทธิคนอื่นๆครับ....

 :) :)


.. เรื่องกระทำโดยพลาด .ต้องพิจารณา ป.อาญา มาตรา ๖๐ ประกอบ มาตรา ๖๘
   
   โดยสาระสำคัญ ต้องเริ่มจาก เป็นเจตนาเพื่อป้องกันตน ตาม ป.อาญา ๖๘ หรือไม่
   (จะพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ก็ตาม)
   และต้องเป็นการกระทำกับโจร คนร้าย เท่านั้น.

   แม้ในทางอาญาจะรับฟังว่าไม่มีความผิด ถ้าเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ 
   แต่โดยกระสุนพลาดไปถูกคนอื่นตายนั้น.  ก็เฉพาะในความผิดทางอาญา เท่านั้น

   แต่ในทางแพ่ง . ผู้กระทำจะต้องรับผิดใน เรื่องละเมิด ป.แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ .
   ตามหลักแล้ว.. จะยกข้ออ้างให้พ้นไปจากความรับผิดทางแพ่ง ไม่ได้ครับ.
 เป็นแต่ ป.แพ่ง มาตรา ๔๔๙ เป็นบทนิรโทษไว้ เพื่อให้ผู้เสียหายใช้สิทธิไล่เบี้ยเอากับ
 ผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น  :)

   การช่วยเหลือ บุคคลอื่น ให้พ้นจากภัยอันตราย เป็นเรื่องน้ำใจที่ดี
   ไม่ได้คิดถึงความเดือดร้อนที่จะเกิดกับตน ..
   ควรได้รับการยกย่องนับถือ อย่างที่สุด

   ไม่บังคับ ว่าความรู้สึกสำนึกนี้ จะต้องเกิดมีได้ทุกท่าน.
   จะมีหรือไม่มี ต่างไม่ถือเป็นเรื่องผิด ครับ. :)

 ขอบคุณท่าน Ro@d มากครับ  ที่ช่วยต่อเติมเพิ่มรายละเอียดครับ
ท่านถือเป็นนักกฎหมายประจำเวป มือฉมังท่านหนึ่งทีเดียวครับ
หากมีข้อต่อเติม  ตักเตือน  เข้ามาอีกก็ได้ครับ
เพียงเพื่อต้องการให้  ประดับความรู้ในเรื่องนี้ไว้เท่านั้นเองครับ

เพราะคนมีปืน  ยอมรับว่าเสี่ยงมากครับ  ปืนเหมือนดาบ ๒ คม
จึงได้ลงเรื่องนี้ไว้ให้ได้อ่านกันเท่านั้นครับ 

 ขอบคุณทุกท่าน  ที่สละเวลาเข้ามาอ่าน  ขอบคุณท่าน Ro@d
อีกครั้ง รวมทั้งนักกฎหมายท่านอื่นๆ  และท่านที่มีความรู้ท่านอื่นๆ
ในหลายๆสาขาวิชาด้วยครับ 

  แต่อย่างที่ท่าน Ro@d ว่าไว้เลยครับ  อ่านแล้วไม่บังคับว่าจะต้องไปทำตาม
ก็ไม่ผิดครับ   เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละท่านแล้วกันครับ
แค่เป็นรายละเอียดทางกฎหมายเรื่องหนึ่งเท่านั้นครับ

       ด้วยความเคารพ.ครับ.   :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 01:02:46 PM
:D.. ต้องขอขอบคุณ คุณ sigsax   จขกท.  มากครับ..
        เป็นประโยชน์ มากกับตัวผมเองด้วย

        โดย ฎีกา จะแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ปรับใช้ และ
        คำวินิจฉัยของศาลฎีกา  ไว้ชัดแจ้ง

        เพื่อนคอปืน สามารถอ่านและทำความเข้าใจ ได้ไม่ยากนัก

        แต่พึงเลี่ยง แสดงความเห็นส่วนตัว.  สำทับลงไปอีก
        ขนาดนักฎหมาย ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม . ยังอาจพลาดพลั้งได้

        ความเห็นที่ท่านเข้าใจว่าถูกต้อง.. 
        นั้นอาจคลาดเคลือนไปมาก .ก็ได้ครับ.
       

                  ขอบคุณครับ  

 ต่อไปนี้จะพึงระวังไม่ออกความเห็นส่วนบุคคลอีกครับ   
แต่อาจจะลงเป็นข้อเท็จจริง  ในคำพิพากษาศาลฎีกาให้แทน
เมื่อค้นเจอครับ  ..

     ท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติม  เชิญเลยครับ  เพราะผม
แค่คนเปิดกระทู้ให้  ต่อไปกระทู้นี้คือกระทู้ของทุกคน
ในความเห็นทางกฎหมายครับ  ..   .. . :VOV:

       ด้วยความเคารพ ครับ ..   :VOV:

 สุดท้ายต้องขอขอบคุณ ท่านผองพัฒ   ( วมต.) ใจดี   และคณะ
ท่าน RO 01   ถึง  RO 05  ทุกท่านด้วยครับ   ที่ปักหมุดกระทู้นี้เอาไว้
เพื่อให้เพื่อนๆ พี่ๆ  น้องๆ  ชาวเวปอาวุธปืนได้เข้ามาร่วมแสดง
ความคิดเห็นกันต่อไปครับ   

      :VOV: :VOV: :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: qq47 ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 02:26:00 PM
เยี่ยมมากๆครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 08:24:56 PM
         คราวนี้ขออนุญาตลงตัวบทกฎหมายเรื่องที่ราษฎรมีอำนาจจับกุมคนร้าย
ให้เพื่อนๆสมาชิกได้เห็นเป็นความรู้ประดับกันนะครับ


              ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

               มาตรา  ๗๙  ราษฎรจะจับผู้อื่นไม่ได้   เว้นแต่จะเข้าอยู่ในเกณฑ์
แห่งมาตรา ๘๒  หรือเมื่อผู้นั้นกระทำความผิดซึ่งหน้า  และความผิดนั้น
ได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้ด้วย

               มาตรา ๘๐  ที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้านั้น  ได้แก่ความผิดซึ่งเห็น
กำลังกระทำ  หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้
กระทำผิดมาแล้วสดๆ
               อย่างไรก็ดี  ความผิดอาญาดั่งระบุไว้ท้ายประมวลกฎหมายนี้
ให้ถือว่าความผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งหน้าในกรณีดั่งนี้
               ( ๑ ) เมื่อบุคคลหนึ่งถูกไล่จับดั่งผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ
               ( ๒ ) เมื่อพบบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจากการกระทำผิด
ในถิ่นแถวใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุนั้น  และมีสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำผิด
หรือมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่น  อันสันนิษฐานได้ว่าได้ใช้ในการกระทำผิด
หรือมีร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่เสื้อผ้าหรือเนื้อตัวของผู้นั้น

               มาตรา ๘๒  เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับจะขอความช่วยเหลือ
จากบุคคลใกล้เคียงเพื่อจัดการตามหมายนั้นก็ได้   แต่จะบังคับให้ผู้ใดช่วยโดย
อาจเกิดอันตรายแก่เขานั้นไม่ได้

               มาตรา  ๘๓  ในการจับนั้น  เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับ
ต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ  แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการ
ของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจพร้อมด้วยผู้จับ   แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป
               ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับ  ขัดขวาง  หรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนี
หรือพยายามจะหลบหนี  ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือความป้องกันทั้งหลาย
เท่าที่เหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น

           
                                       บัญชีแนบท้าย
                      ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                                            ..................
ความผิดในกฎหมายลักษณะอาญา  ที่มาตรา ๗๙  อ้างถึง ซึ่งราษฎรมีอำนาจ
จับได้โดยไม่ต้องมีหมาย


ประทุษร้ายต่อพระบรมราชตระกูล        มาตรา ๙๗ และ ๙๙

ขบถภายในพระราชอาณาจักร             มาตรา ๑๐๑ ถึง ๑๐๔

ขบถภายนอกพระราชอาณาจักร           มาตรา ๑๐๕ ถึง ๑๑๑

ความผิดต่อทางพระราชไมตรีกับ
ต่างประเทศ                                      มาตรา ๑๑๒

ทำอันตรายแก่ธงหรือเครื่องหมาย
ของต่างประเทศ                                มาตรา ๑๑๕

ความผิดต่อเจ้าพนักงาน                     มาตรา  ๑๑๙ ถึง ๑๒๒ และ ๑๒๗

หลบหนีจากที่คุมขัง                           มาตรา  ๑๖๓ ถึง ๑๖๖

ความผิดต่อศาสนา                           มาตรา  ๑๗๒ และ ๑๗๓

ก่อการจลาจล                                   มาตรา ๑๘๓ และ ๑๘๔

กระทำให้เกิดภยันตรายแก่สาธารณชน
กระทำให้สาธารณชนปราศจากความ
สะดวกในการไปมาและการส่งข่าวและ
ของถึงกัน  และกระทำให้สาธารณชน
ปราศจากความสุขสบาย                       มาตรา ๑๘๕ ถึง ๑๙๔ ,
                                                         ๑๙๖ , ๑๙๗ และ ๑๙๙

ปลอมแปลงเงินตรา                             มาตรา  ๒๐๒ ถึง ๒๐๕ และ ๒๑๐

ข่มขืนกระทำชำเรา                              มาตรา  ๒๔๓ ถึง ๒๔๖

ประทุษร้ายแก่ชีวิต                               มาตรา ๒๔๙ และ ๒๕๑

ประทุษร้ายแก่ร่างกาย                          มาตรา ๒๕๔ ถึง ๒๕๗

ความผิดฐานกระทำให้เสื่อมเสีย
อิสรภาพ                                            มาตรา  ๒๖๘ , ๒๗๐ และ ๒๗๖

ลักทรัพย์                                            มาตรา ๒๘๘ ถึง ๒๙๖

วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์และ
โจรสลัด                                              มาตรา  ๒๙๗ ถึง ๓๐๒

กรรโชก                                               มาตรา  ๓๐๓ 



                                      ........................................................... .....
                                             ...................................................                           




             


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: A B A C U S รั ก ใ น ห ล ว ง ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 09:03:01 PM
 :VOV:
ครับ
ข้อมูล แง่คิด ก่อเกิดปัญญา และสติ แก่ชาวเวป อวป.
เหรียญ 2 หน้า  ดาบ 2 คม
ขอบคุณครับ
 :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Jade ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 09:52:16 PM
ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของกระทู้มากครับ
ได้ประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่รู้ ได้มีการถกกันในแง่ข้อกฎหมาย ทำให้คนอ่านพลอยได้ประโยชน์ไปด้วยครับ ;D ;D

[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: e.k.1911 ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 10:04:00 PM
คราวนี้ขออนุญาตลงตัวบทกฎหมายเรื่องที่ราษฎรมีอำนาจจับกุมคนร้าย
ให้เพื่อนๆสมาชิกได้เห็นเป็นความรู้ประดับกันนะครับ


 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

 มาตรา ๗๙ ราษฎรจะจับผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในเกณฑ์
แห่งมาตรา ๘๒ หรือเมื่อผู้นั้นกระทำความผิดซึ่งหน้า และความผิดนั้น
ได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้ด้วย

 มาตรา ๘๐ ที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้านั้น ได้แก่ความผิดซึ่งเห็น
กำลังกระทำ หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้
กระทำผิดมาแล้วสดๆ
 อย่างไรก็ดี ความผิดอาญาดั่งระบุไว้ท้ายประมวลกฎหมายนี้
ให้ถือว่าความผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งหน้าในกรณีดั่งนี้
 ( ๑ ) เมื่อบุคคลหนึ่งถูกไล่จับดั่งผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ
 ( ๒ ) เมื่อพบบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจากการกระทำผิด
ในถิ่นแถวใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุนั้น และมีสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำผิด
หรือมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่น อันสันนิษฐานได้ว่าได้ใช้ในการกระทำผิด
หรือมีร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่เสื้อผ้าหรือเนื้อตัวของผู้นั้น

 มาตรา ๘๒ เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับจะขอความช่วยเหลือ
จากบุคคลใกล้เคียงเพื่อจัดการตามหมายนั้นก็ได้ แต่จะบังคับให้ผู้ใดช่วยโดย
อาจเกิดอันตรายแก่เขานั้นไม่ได้

 มาตรา ๘๓ ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับ
ต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการ
ของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจพร้อมด้วยผู้จับ แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป
 ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับ ขัดขวาง หรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนี
หรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือความป้องกันทั้งหลาย
เท่าที่เหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น

 
 บัญชีแนบท้าย
 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

 ..................
ความผิดในกฎหมายลักษณะอาญา ที่มาตรา ๗๙ อ้างถึง ซึ่งราษฎรมีอำนาจ
จับได้โดยไม่ต้องมีหมาย


ประทุษร้ายต่อพระบรมราชตระกูล มาตรา ๙๗ และ ๙๙

ขบถภายในพระราชอาณาจักร มาตรา ๑๐๑ ถึง ๑๐๔

ขบถภายนอกพระราชอาณาจักร มาตรา ๑๐๕ ถึง ๑๑๑

ความผิดต่อทางพระราชไมตรีกับ
ต่างประเทศ มาตรา ๑๑๒

ทำอันตรายแก่ธงหรือเครื่องหมาย
ของต่างประเทศ มาตรา ๑๑๕

ความผิดต่อเจ้าพนักงาน มาตรา ๑๑๙ ถึง ๑๒๒ และ ๑๒๗

หลบหนีจากที่คุมขัง มาตรา ๑๖๓ ถึง ๑๖๖

ความผิดต่อศาสนา มาตรา ๑๗๒ และ ๑๗๓

ก่อการจลาจล มาตรา ๑๘๓ และ ๑๘๔

กระทำให้เกิดภยันตรายแก่สาธารณชน
กระทำให้สาธารณชนปราศจากความ
สะดวกในการไปมาและการส่งข่าวและ
ของถึงกัน และกระทำให้สาธารณชน
ปราศจากความสุขสบาย มาตรา ๑๘๕ ถึง ๑๙๔ ,
 ๑๙๖ , ๑๙๗ และ ๑๙๙

ปลอมแปลงเงินตรา มาตรา ๒๐๒ ถึง ๒๐๕ และ ๒๑๐

ข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา ๒๔๓ ถึง ๒๔๖

ประทุษร้ายแก่ชีวิต มาตรา ๒๔๙ และ ๒๕๑

ประทุษร้ายแก่ร่างกาย มาตรา ๒๕๔ ถึง ๒๕๗

ความผิดฐานกระทำให้เสื่อมเสีย
อิสรภาพ มาตรา ๒๖๘ , ๒๗๐ และ ๒๗๖

ลักทรัพย์ มาตรา ๒๘๘ ถึง ๒๙๖

วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์และ
โจรสลัด มาตรา ๒๙๗ ถึง ๓๐๒

กรรโชก มาตรา ๓๐๓



 ........................................................... .....
 ...................................................




 


สังเกตุว่าไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานบุกรุก  ตามปอ.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: cht. ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2007, 11:39:03 PM
วันนี้มีคดีตำรวจยิงคนร้ายกระชากกระเป๋าบาดเจ็บสองคน คนกระชากอายุประมาณ ๑๔ ปี ส่วนคนขับอายุประมาณ ๒๙ ปี ตามข่าวคือเจ้าหน้าที่สายตรวจยิงเตือนให้หยุดแล้วแต่คนร้ายยังเร่งเครื่องหนี จึงยิงใส่อีก ๕ นัด ซึ่งคนร้ายบาดเจ็บทั้งคู่ เจ้าหน้าที่สายตรวจก็เลยถูกตั้งข้อหาทำเกินกว่าเหตุไว้ก่อน ซึ่งข้อเท็จจริงคงจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป เพราะเจ้าหน้าให้การว่าเห็นคนร้ายเอามือกำบริเวณเอว เลยคิดว่าจะชักอาวุธจึงจำเป็นต้องยิงออกไปอีก ผมไม่แน่ใจว่ายิงตามตอนเร่งเครื่องหนี คือลักษณะการยิงตามหลังไปหรือเปล่า หรือเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้ามาหาเจ้าหน้าที่แล้วจึงยิงสวนออกไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งกับข้อกฏหมายครับ ก็น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ครับไม่รู้มันจะเข้ากับเรื่องภยันตรายที่จะเกิดมันผ่านพ้นไปแล้วหรือเปล่า หรือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุจริงๆ อันนี้ก็ต้องดูพยาน หลักฐาน สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ครับ   
รายละเอียดจากข่าวสดครับ สําหรับตํารวจสายตรวจที่ติดตามจับกุมและยิงคนร้ายครั้งนี้ คือ ด.ต.พัลลภ คําภูแสน ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ลุมพินี
http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0108250250&day=2007/02/25&sectionid=0301


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 08:26:58 AM
                  :D ขอบคุณ  คุณ cht. มากครับ ที่นำข่าวเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาลงให้ดู
ผมจะไม่วิจารณ์   แต่ลองๆใช้วิจารณญาณ  พิจารณากันดูนะครับ   ว่าสมควรเป็นประการใด


ต่อไปจะขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับ เมื่อมีคนมาลักทรัพย์
แล้วเจ้าของทรัพย์มีสิทธิป้องกันทรัพย์ได้เพียงไหน  ที่จะเป็นป้องกัน
พอแก่เหตุหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่  มาลงให้ได้ดูกัน


ฏีกาที่ ๒๙ / ๒๔๘๗   ใช้ไม้ซางยิงไก่ของผู้อื่นที่เข้ามากินผักสวนครัวตาย
เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ

ฎีกา ๑๙๐๘ / ๒๔๙๔ คนร้ายขึ้นเรือนลักทรัพย์ได้แล้ววิ่งหนี   เจ้าทรัพย์
ไล่ไปทันใช้มีดแทงคนร้ายไป ๑ ที  คนร้ายตาย
เป็นป้องกันแต่เกินสมควรควรแก่เหตุ

ฎีกาที่ ๔๐๕ /๒๔๙๐ คนตายเข้าไปลักพืชไร่ในเวลากลางวัน
เจ้าของไร่ใช้ปืนยิงตาย   เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๑๓๔๓ / ๒๔๙๕  ยิงคนร้ายขณะกำลังวิ่งหนีและพาเอาของที่ลักไปด้วย
โดยคนร้ายมิได้ทำอันตรายอะไรแก่ตนเลย   คนร้ายตาย  เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๕๒๙ / ๒๕๑๗ คนร้ายลอบวางเพลิงจำเลยในตอนกลางคืน
จำเลยลงมาแล้วเห็นผู้ตายยืนอยู่หน้าบ้าน  เข้าใจผิดว่าเป็นคนมาวางเพลิง
จึงใช้ปืนยิงตาย  โดยที่ไม่ได้ความว่าคนตายจะทำอะไรแก่บ้านจำเลยหรือ
ตัวจำเลยเลย   จึงเกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๑๕๔๒ / ๒๕๐๙ จำเลยติดตามเรือที่ถูกลักไป   ไปพบคนตายกับพวก
อยู่ใกล้ๆกับเรือที่ถูกลักนั้น   จำเลยใช้ปืนยิงคนตาย ๑ นัดข้างหลัง
เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๗๘๒ / ๒๕๒๐ คนร้ายเข้าไปลักแตงในไร่ ๒ - ๓ ใบ  เจ้าของใช้
ลูกกรด .๒๒ ยิงคนร้ายที่กำลังวิ่งหนีกระสุนถูกหลัง และฝังใน
กระสุนทะลุไปหน้าอกถูกอวัยวะสำคัญ   คนร้ายตาย  เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๖๘๓ / ๒๕๑๔  จำเลยวิ่งไล่ตาม ก. ออกไปนอกบ้านโดยสำคัญผิด
ว่า ก.เป็นคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ที่ใต้ถุนบ้านของจำเลย  เป็นการกระทำ
เพื่อป้องกันสิทธิในทรัพย์ของตน  แต่เมื่อจำเลยวิ่งไปทัน ก.แล้วใช้มีดแทง
ก.ถูกที่หลัง ๔ แผล ที่ข้อศอก ๑ แผล  โดยไม่ปรากฏว่า ก.มีอาวุธหรือแสดง
อาการขัดขืนต่อสู้   เช่นนี้การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันที่ทำเกิน
กว่าเหตุไป

              จะเห็นว่ากรณีเหล่านี้คนร้ายไม่มีอาวุธใดๆติดมือมาเลย
              และไม่แสดงอากัปกริยาต่อสู้หรือตอบโต้จะ
              ทำอันตรายเจ้าทรัพย์เลย

ทีนี้ถ้าคนร้ายเอาอาวุธมาด้วย

ฎีกา ๙๔๓ / ๒๕๐๘ คนร้ายจูงกระบือจากใต้ถุนบ้านไป  เวลา ๒๔ น.
เจ้าของมาเห็นจึงร้องถาม  คนร้ายหันปืนมาทางเจ้าของ   เจ้าของ
จึงยิงจากบนบ้านไป ๒ นัด  คนร้ายตาย   พอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาที่ ๗๒๙ / ๒๕๐๘  เจ้าของบ้านเคยถูกลักทรัพย์มาแล้ว
คืนเกิดเหตุเดือนมืด  คนร้ายมากัน ๓ - ๔ คนเข้าไปในไร่ของจำเลย
จำเลยตื่นมาเห็น   ได้ร้องทักว่าใคร ๒ ครั้ง
ฝ่ายคนร้ายขว้างกระบองไม้มา ๒ ครั้ง  เดือนมืดจำเลยไม่รู้ว่า
คนร้ายกับพวกมีปืนหรืออาวุธอื่นติดตัวกันมาด้วยหรือไม่
จึงใช้ปืนยิงออกไป  ๑ นัดแล้ววิ่งกลับบ้าน
ถูกคนร้ายตายไป ๑ คน  พอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาที่ ๑๕๖๙ / ๒๔๙๒ ผู้ตายกับพวกมีอาวุธพากันเข้าไปในบริเวณ
รั้วบ้านของจำเลยในเวลากลางคืน  จำเลยได้ร้องทักถามแล้วว่าใคร
มาทำไม  ไม่มีใครตอบ  จำเลยจึงตัดสินใจเอาปืยยิงไป ๑ นัด ถูกผู้ตาย
เป็นป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ   ไม่มีความผิด

            แค่นี้ก่อนครับ




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: I'm sam ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 11:12:59 AM
สาระดีมากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ช็อปเปอร์ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 03:11:06 PM
กระทู้ยอดเยี่ยมแห่งปี  ยกนิ้วให้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mETEr ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 03:39:24 PM
ขอบคุณครับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Prathet ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 04:40:58 PM
เหมือนกลับเข้าโรงเรียนกฎหมายอีกครั้งเลยครับ หลังจากที่ห่างหายไปนาน ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: -จ่าตะพาบน้ำ- * รักในหลวง* ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 07:54:25 PM
คุณซิกแซ็กกำลังจะสอบผู้ช่วยเหรอคับ 




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 09:33:37 PM
คุณซิกแซ็กกำลังจะสอบผู้ช่วยเหรอคับ





        :D เปล่าไม่ใช่หรอกครับ คุณ ccoo ถ้ามีข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้
ที่เป็นประโยชน์  ร่วมด้วยช่วยกันกันก็ได้นะครับ   จะได้เป็นประโยชน์
แก่ผู้ไม่รู้กฎหมายนะครับ  .. .. :D :D
       


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ChatKLF-รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 10:15:24 PM
กระทู้ยอดเยี่ยมครับ ทำให้พอรู้แนวทางในการป้องกันตัวเองด้วยอาวุธปืน แบบใช้แล้วไม่ต้องกลัวผิดครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: KCharng ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2007, 11:16:13 PM
Thanks you krup. lots of important and useful information


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: MadFroG ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2007, 01:06:31 PM
เพิ่งมีเวลาได้อ่านแบบตั้งใจวันนี้เองครับ
ขอบคุณมากที่ให้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายมากขึ้นครับ
และแอบหวังไว้ในใจว่า คงไม่ต้องใช้ความรู้เหล่านี้ครับผม


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Chayanin-We love the king ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2007, 04:19:10 PM
ขอบคุณมากครับ  มีประโยชน์มาก


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pb&glock19 ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2007, 04:26:34 PM
ขอบคุณมากครับ :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: นายกระจง ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2007, 07:53:16 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: yotinpen ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2007, 11:27:22 PM
อย่าลืมกฎหมายต้องคู่กับคุณธรรมด้วยนะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nick ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 12:54:54 AM
ขออภัยครับ คือผมสงสัยนอกประเด็นนะครับ คือ
เรื่องของพลเมืองดีกับค่าทนายน่ะครับ  หากในกรณีที่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นแล้วมีผลยังให้คนร้ายเสียชีวิต  ไม่ทราบค่าทนายจะเริ่มที่เท่าไรครับ (ไม่นับสภาทนายความนะครับ)
หลังจากค่าทนายแล้วในระหว่างคดีมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเท่าไรครับ  ระยะเวลาต่อสู้ในชั้นศาลต้นจนถึงศาลฎีกายาวนานมากน้อยเพียงไรครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: สีอำพัน-รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 10:12:51 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: dj,seven ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 10:37:04 AM
ขอบคุณมากๆเลยครับ ต้องปริ้นเก็บไว้แล้วล่ะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Tontakarn รักในหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 10:51:41 AM
กระทู้ดีมีประโยชน์ควรค่าแก่การปักหมุดครับ .. เดี่ยวว่าจะรวบรวมปริ้นท์ไว้อ่านเช่นกันครับ  ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: anpangman ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 11:15:29 AM
ขอบคุณสำหรับกระทู้ที่มีประโยชน์นี้มากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 12:56:18 PM
ขออภัยครับ คือผมสงสัยนอกประเด็นนะครับ คือ
เรื่องของพลเมืองดีกับค่าทนายน่ะครับ หากในกรณีที่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นแล้วมีผลยังให้คนร้ายเสียชีวิต ไม่ทราบค่าทนายจะเริ่มที่เท่าไรครับ (ไม่นับสภาทนายความนะครับ)
หลังจากค่าทนายแล้วในระหว่างคดีมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเท่าไรครับ ระยะเวลาต่อสู้ในชั้นศาลต้นจนถึงศาลฎีกายาวนานมากน้อยเพียงไรครับ

   หากการกระทำของเรา  เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง  หรือของผู้อื่น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ แล้ว  ความจริงมันก็จะไม่มีความผิด

ดังนั้น  เมื่อมีพยานที่เห็นเหตุการณ์   มาช่วยยืนยันเรื่องนี้กับตำรวจ
ตำรวจอาจจะไม่สั่งฟ้อง   เพราะเห็นว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ได้

หรืออาจจะสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน   แต่พอสำนวนสอบสวนมาถึงมือพนักงานอัยการแล้ว
พนักงานอัยการก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้   หากพยานหลักฐานมันปรากฎชัดว่า
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ที่พอสมควรแก่เหตุ   

 เรื่องก็จะจบ  คุณก็ไม่ต้องไปเสียค่าทนายความสู้คดีในศาล

แต่หากว่าถ้าพนักงานอัยการ  เห็นควรสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน 
เมื่อเรื่องมาถึงศาล  ก็ต้องปฏิเสธสู้คดีว่า การกระทำของเรา
เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง หรือผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด
และมีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มายืนยันต่อศาลได้

อย่างนี้ต้องหาทนายความครับ  และค่าทนายความต้องตกลงราคาค่าจ้าง
ว่าความกันเอาเอง  หากเป็นคนรู้จักหรือญาติพี่น้อง  ก็อาจว่าความให้ฟรีๆ
หรือค่าทนายถูกลง 

แต่หากว่าคุณ  ไม่มีคนรู้จัก  ไม่มีพี่น้องเป็นทนาย   และไม่มีเงินว่าจ้างทนายความ
แล้วละก็    ทางศาลจะมีทนายขอแรงให้  เพียงแต่เราต้องแจ้งแถลงให้ศาลทราบ
ว่าเราจะขอทนายขอแรงจากศาล   ทางศาลจะเป็นผู้จัดหามาให้เองครับ   โดยที่เราไม่ต้องเสียเงิน
ค่าว่าจ้างทนายความเลย  และทนายขอแรงจะสู้คดีช่วยเราจนถึงที่สุด

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ก็อาจมีบ้างเป็นค่ารถที่เราต้องเสียเวลา  ไปโรงพัก ไปสนง .อัยการ
ไปศาล   ไป สนง. ทนายความ  รวมถึงค่าติดตามพยานที่เราต้องไปตามมาเป็นพยานเรา   ...

ส่วนระยะเวลาการสู้คดี  ตอบไม่ได้ต้องแล้วแต่ทางศาลนั้นๆจะเป็นผู้กำหนด
การสืบพยานกันว่ากี่วัน   ครับ  .. ..
เสร็จแล้วคดีมีอุทธรณ์ - ฎีกา  ก็ต้องให้เวลาศาลเหล่านั้นได้พิจารณาดูเอาเองครับ
อาจต้องใช้เวลาสักนิด   แต่ถ้าเราไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว

หัวใจของเรื่องเหล่านี้  คือพยานครับ   เราต้องมีพยานบุคคล
ที่จะไปยืนยัน กับตำรวจ อัยการ  ศาล ให้เห็นว่า การกระทำของเราเป็นการ
ป้องกันสิทธิของตนเอง หรือของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย   ไม่มีความผิด

พยาน คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลยครับ    :)

 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nick ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 04:00:57 PM
ขออภัยครับ คือผมสงสัยนอกประเด็นนะครับ คือ
เรื่องของพลเมืองดีกับค่าทนายน่ะครับ หากในกรณีที่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นแล้วมีผลยังให้คนร้ายเสียชีวิต ไม่ทราบค่าทนายจะเริ่มที่เท่าไรครับ (ไม่นับสภาทนายความนะครับ)
หลังจากค่าทนายแล้วในระหว่างคดีมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเท่าไรครับ ระยะเวลาต่อสู้ในชั้นศาลต้นจนถึงศาลฎีกายาวนานมากน้อยเพียงไรครับ

   หากการกระทำของเรา  เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง  หรือของผู้อื่น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ แล้ว  ความจริงมันก็จะไม่มีความผิด

ดังนั้น  เมื่อมีพยานที่เห็นเหตุการณ์   มาช่วยยืนยันเรื่องนี้กับตำรวจ
ตำรวจอาจจะไม่สั่งฟ้อง   เพราะเห็นว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ได้

หรืออาจจะสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน   แต่พอสำนวนสอบสวนมาถึงมือพนักงานอัยการแล้ว
พนักงานอัยการก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้   หากพยานหลักฐานมันปรากฎชัดว่า
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ที่พอสมควรแก่เหตุ   

 เรื่องก็จะจบ คุณก็ไม่ต้องไปเสียค่าทนายความสู้คดีในศาล

แต่หากว่าถ้าพนักงานอัยการ  เห็นควรสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน 
เมื่อเรื่องมาถึงศาล  ก็ต้องปฏิเสธสู้คดีว่า การกระทำของเรา
เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง หรือผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด
และมีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มายืนยันต่อศาลได้

อย่างนี้ต้องหาทนายความครับ  และค่าทนายความต้องตกลงราคาค่าจ้าง
ว่าความกันเอาเอง  หากเป็นคนรู้จักหรือญาติพี่น้อง  ก็อาจว่าความให้ฟรีๆ
หรือค่าทนายถูกลง 

แต่หากว่าคุณ  ไม่มีคนรู้จัก  ไม่มีพี่น้องเป็นทนาย   และไม่มีเงินว่าจ้างทนายความ
แล้วละก็    ทางศาลจะมีทนายขอแรงให้  เพียงแต่เราต้องแจ้งแถลงให้ศาลทราบ
ว่าเราจะขอทนายขอแรงจากศาล   ทางศาลจะเป็นผู้จัดหามาให้เองครับ   โดยที่เราไม่ต้องเสียเงิน
ค่าว่าจ้างทนายความเลย  และทนายขอแรงจะสู้คดีช่วยเราจนถึงที่สุด

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ก็อาจมีบ้างเป็นค่ารถที่เราต้องเสียเวลา  ไปโรงพัก ไปสนง .อัยการ
ไปศาล   ไป สนง. ทนายความ รวมถึงค่าติดตามพยานที่เราต้องไปตามมาเป็นพยานเรา   ...

ส่วนระยะเวลาการสู้คดี  ตอบไม่ได้ต้องแล้วแต่ทางศาลนั้นๆจะเป็นผู้กำหนด
การสืบพยานกันว่ากี่วัน   ครับ  .. ..
เสร็จแล้วคดีมีอุทธรณ์ - ฎีกา  ก็ต้องให้เวลาศาลเหล่านั้นได้พิจารณาดูเอาเองครับ
อาจต้องใช้เวลาสักนิด   แต่ถ้าเราไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว

หัวใจของเรื่องเหล่านี้  คือพยานครับ   เราต้องมีพยานบุคคล
ที่จะไปยืนยัน กับตำรวจ อัยการ  ศาล ให้เห็นว่า การกระทำของเราเป็นการ
ป้องกันสิทธิของตนเอง หรือของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย   ไม่มีความผิด

พยาน คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลยครับ    :)

 
ขอบคุณครับ
แต่อ่านๆ แล้วน่าจะยาวเหมือนกันเนอะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: harusame ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 09:27:25 PM
 :D

เป็นกระทู้ประจำไปแล้วค่ะ
ต้องเข้ามาอ่านอัพเดทข้อมูลทุกวัน

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความรู้ค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2007, 10:05:05 PM
ขออภัยครับ คือผมสงสัยนอกประเด็นนะครับ คือ
เรื่องของพลเมืองดีกับค่าทนายน่ะครับ หากในกรณีที่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นแล้วมีผลยังให้คนร้ายเสียชีวิต ไม่ทราบค่าทนายจะเริ่มที่เท่าไรครับ (ไม่นับสภาทนายความนะครับ)
หลังจากค่าทนายแล้วในระหว่างคดีมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเท่าไรครับ ระยะเวลาต่อสู้ในชั้นศาลต้นจนถึงศาลฎีกายาวนานมากน้อยเพียงไรครับ

   หากการกระทำของเรา  เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง  หรือของผู้อื่น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ แล้ว  ความจริงมันก็จะไม่มีความผิด

ดังนั้น  เมื่อมีพยานที่เห็นเหตุการณ์   มาช่วยยืนยันเรื่องนี้กับตำรวจ
ตำรวจอาจจะไม่สั่งฟ้อง   เพราะเห็นว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ได้

หรืออาจจะสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน   แต่พอสำนวนสอบสวนมาถึงมือพนักงานอัยการแล้ว
พนักงานอัยการก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้   หากพยานหลักฐานมันปรากฎชัดว่า
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ที่พอสมควรแก่เหตุ   

 เรื่องก็จะจบ คุณก็ไม่ต้องไปเสียค่าทนายความสู้คดีในศาล

แต่หากว่าถ้าพนักงานอัยการ  เห็นควรสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน 
เมื่อเรื่องมาถึงศาล  ก็ต้องปฏิเสธสู้คดีว่า การกระทำของเรา
เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง หรือผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด
และมีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มายืนยันต่อศาลได้

อย่างนี้ต้องหาทนายความครับ  และค่าทนายความต้องตกลงราคาค่าจ้าง
ว่าความกันเอาเอง  หากเป็นคนรู้จักหรือญาติพี่น้อง  ก็อาจว่าความให้ฟรีๆ
หรือค่าทนายถูกลง 

แต่หากว่าคุณ  ไม่มีคนรู้จัก  ไม่มีพี่น้องเป็นทนาย   และไม่มีเงินว่าจ้างทนายความ
แล้วละก็    ทางศาลจะมีทนายขอแรงให้  เพียงแต่เราต้องแจ้งแถลงให้ศาลทราบ
ว่าเราจะขอทนายขอแรงจากศาล   ทางศาลจะเป็นผู้จัดหามาให้เองครับ   โดยที่เราไม่ต้องเสียเงิน
ค่าว่าจ้างทนายความเลย  และทนายขอแรงจะสู้คดีช่วยเราจนถึงที่สุด

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ก็อาจมีบ้างเป็นค่ารถที่เราต้องเสียเวลา  ไปโรงพัก ไปสนง .อัยการ
ไปศาล   ไป สนง. ทนายความ รวมถึงค่าติดตามพยานที่เราต้องไปตามมาเป็นพยานเรา   ...

ส่วนระยะเวลาการสู้คดี  ตอบไม่ได้ต้องแล้วแต่ทางศาลนั้นๆจะเป็นผู้กำหนด
การสืบพยานกันว่ากี่วัน   ครับ  .. ..
เสร็จแล้วคดีมีอุทธรณ์ - ฎีกา  ก็ต้องให้เวลาศาลเหล่านั้นได้พิจารณาดูเอาเองครับ
อาจต้องใช้เวลาสักนิด   แต่ถ้าเราไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว

หัวใจของเรื่องเหล่านี้  คือพยานครับ   เราต้องมีพยานบุคคล
ที่จะไปยืนยัน กับตำรวจ อัยการ  ศาล ให้เห็นว่า การกระทำของเราเป็นการ
ป้องกันสิทธิของตนเอง หรือของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย   ไม่มีความผิด

พยาน คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลยครับ    :)

 

ขอเสริมต่อท่าน sigsax ว่าพยานนั้นมีสองทาง คือพยานโจทก์ กับ พยานจำเลย
ถ้าเราเป็นจำเลย ทนายของเราต้องเก่งที่จะซักหักล้างพยานโจทก์ และถามให้พยานฝ่ายเราเบิกความได้มีน้ำหนัก-เป็นประโยชน์
ในคดีอาญา ......ทนายฝ่ายตรงข้ามคืออัยการ-ทนายของแผ่นดิน ......  เป็นนักกฎหมายที่เป็นหัวกะทิน้ำหนึ่ง

เลือกทนายผิด....ตางตะหริด....มาแยะแล้ว   8)



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ทอมมี่ ลี โจนส์ รักในหลวง ที่ มีนาคม 01, 2007, 07:42:12 AM
ขอบคุณครับ...ที่ชี้แนะ...ขออนุญาตSaveไว้อ้างอิงนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ มีนาคม 01, 2007, 07:52:29 AM
อ้างถึง

ขอเสริมต่อท่าน sigsax ว่าพยานนั้นมีสองทาง คือพยานโจทก์ กับ พยานจำเลย
ถ้าเราเป็นจำเลย ทนายของเราต้องเก่งที่จะซักหักล้างพยานโจทก์ และถามให้พยานฝ่ายเราเบิกความได้มีน้ำหนัก-เป็นประโยชน์
ในคดีอาญา ......ทนายฝ่ายตรงข้ามคืออัยการ-ทนายของแผ่นดิน ...... เป็นนักกฎหมายที่เป็นหัวกะทิน้ำหนึ่ง

เลือกทนายผิด....ตางตะหริด....มาแยะแล้ว 8)


อ้างถึง

 ขอคุณมากครับคุณธำรง ที่ช่วยเสริมต่อ เพิ่มเติมข้อมูลให้ครับ
แต่ในความเชื่อลึกๆแล้ว  ยังหวังว่าไม่ว่าเจ้าพนักงานตำรวจ
หรือพนักงานอัยการ  ก็เป็นต้นสายธารแห่งกระบวนการยุติธรรม
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎชัดเจนว่า  เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ที่พอสมควรแก่เหตุเสียแล้ว   กระบวนการยุติธรรมทั้ง ๒ หน่วยงาน
ก็น่าจะต้องสั่งไม่ฟ้อง  อันเป็นการผดุงความยุติธรรมในเบื้องต้นได้ครับ
ไม่จำต้องรอให้ถึงมือหน่วยงานศาล ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่อย่างใดไม่

และหากเป็นเช่นนั้น ประชาชนก็จะได้รับความยุติธรรมอย่างสูงสุด
และรวดเร็ว

ยังหวังว่าน่าจะเป็นเช่นนั้นด้วยครับ  คุณธำรง  ..

คำว่าศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายนั้น   .. ผมก็ยังไม่เห็นด้วยกับคำๆนี้
ไปทั้งหมดหรือทุกกรณีครับ   .. เพราะตำรวจ .. หรือพนักงานอัยการ
ก็สามารถเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับประชาชนได้ ..ในกรณีอย่างเช่นที่
หากมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น   ครับ   :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ มีนาคม 01, 2007, 11:11:48 AM
ครับท่านsigsax
เท่าที่ผมเคยตกเป็นจำเลย.....เอ้ย...ไม่ใช่  :~)
เท่าที่เคยสดับมา.......  :)

กรณีที่ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต และปรากฎหลักฐานชัดว่าผู้ยิงเป็นใคร
จะถูกจะผิด จะสมควรแก่เหตุหรือไม่ ก็เห็นต้องฟ้องเสมอ
การทำคดีของพนักงานสอบสวน หรือจนถึงขั้นพนักงานอัยการ ให้สั่งไม่ฟ้องนี่ยุ่งยากกว่าฟ้องมาก
เพราะต้องให้หน่วยเหนือเห็นชอบ กันข้อครหาของอีกฝ่ายหนึ่ง  ::)

มีกรณีวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำเท่านั้น......ที่มักจะสั่งไม่ฟ้อง
กับกรณีไม่มีประจักษ์พยาน/วัตถุพยานแน่นหนาพอ เช่น .... :-X  เท่านั้น
เรื่องนี้จึงเป็นดาบสองคม  ::)

 :) :)





หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ มีนาคม 01, 2007, 11:56:48 AM
ครับท่านsigsax
เท่าที่ผมเคยตกเป็นจำเลย.....เอ้ย...ไม่ใช่ :~)
เท่าที่เคยสดับมา....... :)

กรณีที่ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต และปรากฎหลักฐานชัดว่าผู้ยิงเป็นใคร
จะถูกจะผิด จะสมควรแก่เหตุหรือไม่ ก็เห็นต้องฟ้องเสมอ
การทำคดีของพนักงานสอบสวน หรือจนถึงขั้นพนักงานอัยการ ให้สั่งไม่ฟ้องนี่ยุ่งยากกว่าฟ้องมาก
เพราะต้องให้หน่วยเหนือเห็นชอบ กันข้อครหาของอีกฝ่ายหนึ่ง ::)

มีกรณีวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำเท่านั้น......ที่มักจะสั่งไม่ฟ้อง
กับกรณีไม่มีประจักษ์พยาน/วัตถุพยานแน่นหนาพอ เช่น .... :-X เท่านั้น
เรื่องนี้จึงเป็นดาบสองคม ::)

 :) :)

   






         :D ครับขอบคุณในความเห็นของคุณธำรง   และน้อมรับฟังครับ 
หากเป็นเช่นนั้นจริง  ผมประชาชนคนธรรมดา  ก็ได้แต่ถอนหายใจจริงๆครับ   :D :D ;D :'( :'(


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ออด ที่ มีนาคม 01, 2007, 03:20:45 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Gummy44 ที่ มีนาคม 01, 2007, 05:25:19 PM
เพิ่งเข้ามาอ่านครับ กระทู้มีสาระดีมากครับ ขอบคุณพี่ทุกท่านที่เข้ามาให้ความรู้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: BREMBO ที่ มีนาคม 01, 2007, 05:41:36 PM
ขอบคุณมากครับ สาระล้วนๆครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: duriankuan 2499 ที่ มีนาคม 01, 2007, 06:30:35 PM
ครับท่านsigsax
เท่าที่ผมเคยตกเป็นจำเลย.....เอ้ย...ไม่ใช่ :~)
เท่าที่เคยสดับมา....... :)

กรณีที่ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต และปรากฎหลักฐานชัดว่าผู้ยิงเป็นใคร
จะถูกจะผิด จะสมควรแก่เหตุหรือไม่ ก็เห็นต้องฟ้องเสมอ
การทำคดีของพนักงานสอบสวน หรือจนถึงขั้นพนักงานอัยการ ให้สั่งไม่ฟ้องนี่ยุ่งยากกว่าฟ้องมาก
เพราะต้องให้หน่วยเหนือเห็นชอบ กันข้อครหาของอีกฝ่ายหนึ่ง ::)

มีกรณีวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำเท่านั้น......ที่มักจะสั่งไม่ฟ้อง
กับกรณีไม่มีประจักษ์พยาน/วัตถุพยานแน่นหนาพอ เช่น .... :-X เท่านั้น
เรื่องนี้จึงเป็นดาบสองคม ::)

 :) :)

   






         :D ครับขอบคุณในความเห็นของคุณธำรง   และน้อมรับฟังครับ 
หากเป็นเช่นนั้นจริง  ผมประชาชนคนธรรมดา  ก็ได้แต่ถอนหายใจจริงๆครับ   :D :D ;D :'( :'(

ประชาชนเจอแบบไหนก็ ถอนหายใจครับ   ที่แน่อย่าได้ไปยิงใครเลยดีที่สุดครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: AR15 ที่ มีนาคม 01, 2007, 10:13:38 PM
นี่เลย สำคัญ สำคัญ  ให้มันได้อย่านี้ซิ  :VOV: กระทู้ของจริงมันต้องอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าการให้ความรู้ นำไปใช้ได้จริง กระตุ้นต่อมจิตใจได้ดีนัก ส่วนใหญ่เน้นให้ความรู้เรื่องตัวปืน ระบบทำงาน ราคา ความหายากง่าย มากกว่าจะให้ความรู้และย้ำเตือนกัน เรื่องกาละเทศะในการใช้อาวุธปืน เมื่อไรควรใช้ไม่ควรใช้ ความหึกเหิม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก  ผมยอมให้คนใกล้ชิดไม่รู้จักหรือรู้งูๆปลาๆของระบบปฏิบัติการตัวปืน มากกว่าที่รู้จักปืนเป็นอย่างดีแต่ไม่รู้จักกาลเทศะในการใช้ปืน  กระทู้นี้โดนใจเอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม :D :D :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ek_suwat ที่ มีนาคม 01, 2007, 11:12:37 PM
นี่เลย สำคัญ สำคัญ  ให้มันได้อย่านี้ซิ  :VOV: กระทู้ของจริงมันต้องอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าการให้ความรู้ นำไปใช้ได้จริง กระตุ้นต่อมจิตใจได้ดีนัก ส่วนใหญ่เน้นให้ความรู้เรื่องตัวปืน ระบบทำงาน ราคา ความหายากง่าย มากกว่าจะให้ความรู้และย้ำเตือนกัน เรื่องกาละเทศะในการใช้อาวุธปืน เมื่อไรควรใช้ไม่ควรใช้ ความหึกเหิม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก  ผมยอมให้คนใกล้ชิดไม่รู้จักหรือรู้งูๆปลาๆของระบบปฏิบัติการตัวปืน มากกว่าที่รู้จักปืนเป็นอย่างดีแต่ไม่รู้จักกาลเทศะในการใช้ปืน  กระทู้นี้โดนใจเอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม :D :D :D

..................ถ้ารู้ทั้งเรื่องระบบปฏิบัติการของตัวปืน แล้วรู้เรื่องกาลเทศะอย่างที่ท่านว่าก็น่าจะดีกว่ารู้แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งนะขอรับ
.................กระทู้หลายๆ กระทู้ที่ผ่านมาก็ดีๆ หลายหัวข้อซึ่งก็รวมกระทู้นี้ด้วยขอรับ
.................ขอขอบคุณ.......................


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ มีนาคม 01, 2007, 11:33:46 PM
ขออภัยครับ คือผมสงสัยนอกประเด็นนะครับ คือ
เรื่องของพลเมืองดีกับค่าทนายน่ะครับ หากในกรณีที่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นแล้วมีผลยังให้คนร้ายเสียชีวิต ไม่ทราบค่าทนายจะเริ่มที่เท่าไรครับ (ไม่นับสภาทนายความนะครับ)
หลังจากค่าทนายแล้วในระหว่างคดีมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเท่าไรครับ ระยะเวลาต่อสู้ในชั้นศาลต้นจนถึงศาลฎีกายาวนานมากน้อยเพียงไรครับ

   หากการกระทำของเรา  เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง  หรือของผู้อื่น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ แล้ว  ความจริงมันก็จะไม่มีความผิด

ดังนั้น  เมื่อมีพยานที่เห็นเหตุการณ์   มาช่วยยืนยันเรื่องนี้กับตำรวจ
ตำรวจอาจจะไม่สั่งฟ้อง   เพราะเห็นว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ได้

หรืออาจจะสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน   แต่พอสำนวนสอบสวนมาถึงมือพนักงานอัยการแล้ว
พนักงานอัยการก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้   หากพยานหลักฐานมันปรากฎชัดว่า
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ที่พอสมควรแก่เหตุ   

 เรื่องก็จะจบ คุณก็ไม่ต้องไปเสียค่าทนายความสู้คดีในศาล

แต่หากว่าถ้าพนักงานอัยการ  เห็นควรสั่งฟ้องเอาไว้ก่อน 
เมื่อเรื่องมาถึงศาล  ก็ต้องปฏิเสธสู้คดีว่า การกระทำของเรา
เป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง หรือผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด
และมีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มายืนยันต่อศาลได้

อย่างนี้ต้องหาทนายความครับ  และค่าทนายความต้องตกลงราคาค่าจ้าง
ว่าความกันเอาเอง  หากเป็นคนรู้จักหรือญาติพี่น้อง  ก็อาจว่าความให้ฟรีๆ
หรือค่าทนายถูกลง 

แต่หากว่าคุณ  ไม่มีคนรู้จัก  ไม่มีพี่น้องเป็นทนาย   และไม่มีเงินว่าจ้างทนายความ
แล้วละก็    ทางศาลจะมีทนายขอแรงให้  เพียงแต่เราต้องแจ้งแถลงให้ศาลทราบ
ว่าเราจะขอทนายขอแรงจากศาล   ทางศาลจะเป็นผู้จัดหามาให้เองครับ   โดยที่เราไม่ต้องเสียเงิน
ค่าว่าจ้างทนายความเลย  และทนายขอแรงจะสู้คดีช่วยเราจนถึงที่สุด

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ก็อาจมีบ้างเป็นค่ารถที่เราต้องเสียเวลา  ไปโรงพัก ไปสนง .อัยการ
ไปศาล   ไป สนง. ทนายความ รวมถึงค่าติดตามพยานที่เราต้องไปตามมาเป็นพยานเรา   ...

ส่วนระยะเวลาการสู้คดี  ตอบไม่ได้ต้องแล้วแต่ทางศาลนั้นๆจะเป็นผู้กำหนด
การสืบพยานกันว่ากี่วัน   ครับ  .. ..
เสร็จแล้วคดีมีอุทธรณ์ - ฎีกา  ก็ต้องให้เวลาศาลเหล่านั้นได้พิจารณาดูเอาเองครับ
อาจต้องใช้เวลาสักนิด   แต่ถ้าเราไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว

หัวใจของเรื่องเหล่านี้  คือพยานครับ   เราต้องมีพยานบุคคล
ที่จะไปยืนยัน กับตำรวจ อัยการ  ศาล ให้เห็นว่า การกระทำของเราเป็นการ
ป้องกันสิทธิของตนเอง หรือของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย   ไม่มีความผิด

พยาน คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลยครับ   :)

 

ขอเสริมต่อท่าน sigsax ว่าพยานนั้นมีสองทาง คือพยานโจทก์ กับ พยานจำเลย
ถ้าเราเป็นจำเลย ทนายของเราต้องเก่งที่จะซักหักล้างพยานโจทก์ และถามให้พยานฝ่ายเราเบิกความได้มีน้ำหนัก-เป็นประโยชน์
ในคดีอาญา ......ทนายฝ่ายตรงข้ามคืออัยการ-ทนายของแผ่นดิน ...... เป็นนักกฎหมายที่เป็นหัวกะทิน้ำหนึ่ง

เลือกทนายผิด....ตางตะหริด....มาแยะแล้ว 8)



..มาเติมให้อีกนิดครับ..  :)
 ในการพิจารณาคดีในศาล พยานบุคคล มีเป็นสองฝ่าย.. พยานโจทก์ และพยานจำเลย
 
  โจทก์ คือ พนักงานอัยการ นอกจากทำหน้าที่เป็นโจทก์แล้ว ยังทำหน้าที่
  เป็นทนายความแผนดิน นำสืบพยานโจทก์เพื่อพิสูจน์ในความผิดที่ได้ฟ้อง.

  การพิจารณาวินิจฉัย ศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเป็นหลัก
  ว่าควรเชื่อถือหรือไม่. ถ้ามีหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยกระทำผิด
  ไม่ว่าพยานหลักฐานของจำเลยจะดีเพียงใด.(ในความเห็นของฝ่ายจำเลย). 
   ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีนั้น

  แต่ถ้าการนำสืบของโจทก์.. นำสืบพิสูจน์ความผิดไม่ได้ หรือ
  มีเหตุอันควรสงสัยว่า จำเลยจะได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่..
  ศาลจะต้องยกฟ้อง. แม้จำเลยจะไม่นำสืบพยาน หรือไม่มีพยานมาสืบ ก็ตาม.

  ในคดีอาญา ความสามารถ ไหวพริบและชั่วโมงบินของทนายจำเลย เป็นเรื่องสำคัญที่สุด. :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Bluetooth ที่ มีนาคม 02, 2007, 01:52:02 AM
ได้ความรู้ดีครับ  ...คราวนี้แหละ พวกที่ชอบมาปล้นหัวใจระวังไว้  ..เราจะป้องกันตัว  ;D  :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Charoon รักในหลวงครับ ที่ มีนาคม 02, 2007, 11:04:50 AM
อยากรู้มานานแล้ว ว่า อย่างไรเรียกว่า ป้องกันตัว ขอบคุณครับ หนุ่ม ซิก ๑๐ คะแนนเต็ม ...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: จินตา <Jinta> ที่ มีนาคม 02, 2007, 10:57:20 PM
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน... ขอบคุณมากครับพี่สำหรับความรู้ดีๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Narin CZ ที่ มีนาคม 02, 2007, 11:33:39 PM
หากมีข้าราชการอย่างหนุ่มซิกมากๆสังคมคงไม่วุ่นวาย....ประชาชนคงมีแต่ความสุข...
ขอบคุณมากครับหนุ่มซิก...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: na9 ที่ มีนาคม 03, 2007, 09:33:04 AM
ขอขอบพระคุณ..ทุกท่านที่ให้ความรู้ด้านกฏหมาย..ขอบพระคุณผู้ที่มีความรู้แล้วเอื้อเฟื้อต่อผู้ที่ไม่มีความรู้..นี่ซิจึงเป็นผู้ให้ที่มีคุณค่า "ให้ความรู้เหมือนดังให้ดวงประทีป"  :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: man_guns ที่ มีนาคม 03, 2007, 03:53:34 PM
http://[color=Blue][move]  [glow=red,2,300] ;D  ::)  ครับรับทราบครับ และจะปฎิบัติตามครับ   :-*  :'([/glow][/move][/color]


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chai05 ที่ มีนาคม 04, 2007, 10:22:12 AM
ขอบคุณครับ  ได้ความรู้ดีครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: jo1911 ที่ มีนาคม 04, 2007, 12:54:29 PM
มีประโยชน์มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: jo1911 ที่ มีนาคม 04, 2007, 01:34:05 PM
ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: a lone wolf ที่ มีนาคม 05, 2007, 02:18:25 PM

ส่วนข้อหาพกพาปืนโดยไม่มีใบพก  ก็จะตกไป เพราะถือว่าในกรณีนี้
มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามควรแก่พฤติการณ์  ที่จะต้องใช้ปืนแล้วละครับ
เพราะหากเราไม่มีปืน  เราก็คงไม่เข้าช่วยเหลือ / เข้าจับกุม
และอาจเกิดผลร้ายกับเหยื่อของคนร้ายได้ครับ  .. .. ..
เขาคงไม่รอดครับ  ..  
 
ตรงจุดที่ผมเน้นสีเหลืองเอาไว้ ยังมีข้อสงสัยที่ยังไม่กระจ่างใจครับ
ถ้าเราจะไม่ต้องรับโทษฆ่าคนตายหรือทำร้ายคนร้ายให้บาดเจ็บเนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์มาตราที่ 68 ของประมวลกฏหมายอาญา
แต่ว่าการที่เราพกปืนอยู่มันผิดพรบ.อาวุธปืนมิใช่หรือครับ
จะมาหักล้างกันได้หรือ

(ความจริงผมเชื่อว่าศาลท่านคงไม่ลงโทษกรณีพาอาวุธปืนหนักมากนักหรอก  อาจจะเป็นการปรับ หรือรอลงอาญา เพราะอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยคนจากภยันตรายซึ่งหน้าอันหลีกเลี่ยงมิได้แล้ว แต่อยากได้คำชี้แจงในแง่กฏหมายว่าความผิดกรณีพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นสามารถยกเว้นให้ตกไปได้หรือ  ในการพิจารณาคดีของศาลน่ะครับ)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Rz' club ที่ มีนาคม 05, 2007, 02:20:44 PM
 :DD :DD :DDขอบคุณมากๆเลยครับ ได้รับความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นเลยทีเดียว :DD :DD :DD


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ มีนาคม 05, 2007, 04:55:21 PM

ส่วนข้อหาพกพาปืนโดยไม่มีใบพก  ก็จะตกไป เพราะถือว่าในกรณีนี้
มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามควรแก่พฤติการณ์  ที่จะต้องใช้ปืนแล้วละครับ
เพราะหากเราไม่มีปืน  เราก็คงไม่เข้าช่วยเหลือ / เข้าจับกุม
และอาจเกิดผลร้ายกับเหยื่อของคนร้ายได้ครับ  .. .. ..
เขาคงไม่รอดครับ  ..  
 
ตรงจุดที่ผมเน้นสีเหลืองเอาไว้ ยังมีข้อสงสัยที่ยังไม่กระจ่างใจครับ
ถ้าเราจะไม่ต้องรับโทษฆ่าคนตายหรือทำร้ายคนร้ายให้บาดเจ็บเนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์มาตราที่ 68 ของประมวลกฏหมายอาญา
แต่ว่าการที่เราพกปืนอยู่มันผิดพรบ.อาวุธปืนมิใช่หรือครับ
จะมาหักล้างกันได้หรือ

(ความจริงผมเชื่อว่าศาลท่านคงไม่ลงโทษกรณีพาอาวุธปืนหนักมากนักหรอก  อาจจะเป็นการปรับ หรือรอลงอาญา เพราะอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยคนจากภยันตรายซึ่งหน้าอันหลีกเลี่ยงมิได้แล้ว แต่อยากได้คำชี้แจงในแง่กฏหมายว่าความผิดกรณีพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นสามารถยกเว้นให้ตกไปได้หรือ  ในการพิจารณาคดีของศาลน่ะครับ)

 ขอบคุณครับ คุณ  a  lone  wolf ที่ช่วยท้วงติงในประเด็นตรงนี้ให้
คำว่า ตกไป หมายถึงว่า  น่าจะฟังว่าไม่ผิดในข้อกฎหมาย +ข้อเท็จจริงครับ
ยังไม่ใช่หมายถึงว่าตกไป ( ไม่มีเลย )  แต่อย่างใด   ยังคงมีให้ศาลได้วินิจฉัยอยู่

จริงๆแล้วเรื่องนี้อยู่ที่ว่า  เราจะตีความเป็นแบบไหน   
ถ้าตีความแบบตาเถรตรงเผง ก็ว่ายังผิดอยู่   แต่ถ้าตีความถึงความ
ยุติธรรมที่อยู่เหนือตัวบทกฎหมาย ก็ไม่น่าจะผิด
เพราะประชาชนพกปืน ได้ก็โดยอาศัยข้อยกเว้นของกฎหมาย
ตาม พรบ.อาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ   ที่ว่าห้ามมิให้ผู้ใด
พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง  หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับ
ใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ( ป.๑๒ )  เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัว
เมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

  ปัญหาว่า  กรณีอย่างนี้ เราจะฟังให้เขาได้ไหมว่า  ในเมื่อเขาช่วยเหลือตนเอง
/ผู้อื่น  อันเป็นการกระทำที่เป็นป้องกันตัวที่พอสมควรแก่เหตุแล้วเนี่ย 
จะถือได้ไหมว่า  เขามีเหตุที่จะต้องพาปืนมาแล้วหละ  ซึ่งมันก็จะยุติธรรมดี
เนื่องจากมีเหตุจำเป็น+เร่งด่วนเกิดขึ้นมาจริงๆ  ที่จะต้องใช้ปืน
แม้จะเป็นเหตุการณ์ล่วงหน้าที่ไม่อาจคาดเดาได้ก็ตาม

หากไม่รับฟังตรงนี้ ก็คงต้องสู้เหตุอื่นๆ มาตั้งแต่ต้นก่อนที่จะออกจากบ้าน
แล้วเอาปืนมาด้วย  เช่นเหตุว่า  พกเงินหลายหมื่น   มีคนปองร้าย  มีศัตรู
อาวุธปืนเอาออกจากบ้านก็เอาใส่ไว้ท้ายรถ  เมื่อมาพบเหตุเข้าช่วยเหลือ/จับกุม
ถึงได้วิ่งไปหยิบเอามาจากกระเป๋าท้ายรถ    มีครอบครัวมาด้วย เส้นทางเปลี่ยว
กลางคืนอันตราย  ฯลฯ  สู้ให้มันเข้าเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเอาปืนมาให้ได้

อยู่ที่มุมมองของศาลละครับ  ว่าจะมองแบบไหน + เราสู้แบบไหน
หากมองว่ายังผิดฐานพกพา ก็ยอมรับครับ  ..

มุมมองของผม ผมว่าหากมีเคสนี้ เกิดขึ้นแล้วเป็นการป้องกันตัวที่ชอบด้วยกฎหมาย
ผมมองว่าน่าจะให้ความยุติธรรมกับเขาในข้อหาพกพาปืนนี้ด้วยครับ 
( แต่ปืนที่พาไปแล้วใช้ป้องกันตัวต้องไม่เถื่อนด้วยนะครับ )

อย่างไรก็ตาม   มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๔๑๐๘ / ๒๕๓๙  ตัดสินว่ายังผิดครับ
แม้เป็นป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ปืนนั้นเป็นปืนเถื่อนด้วย

โดยสรุปใจความได้ว่า จำเลยเขามีปืนเถื่อนพาติดตัวไปด้วย  แล้วใช้ปืนเถื่อน
กระบอกนั้นยิงเพื่อป้องกันตัวเอง   ศาลฎีกาตัดสินว่าไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า
หรือทำร้ายผู้อื่น  ให้ยกฟ้องในข้อหานี้เสียเพราะเป็นป้องกันตาม มาตรา ๖๘   
         
                  แต่มีความผิดฐานมีปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง จำคุก  ๒ ปี  ปรับ ๔,๐๐๐ บาท
ส่วนฐานพกพาปืนเถื่อน ปรับ ๔,๐๐๐ บาท แล้วรอการลงโทษไว้ ๒ ปีครับ
พร้อมคุมประพฤติ 

   ถึงผิดจริง ขนาดปืนเถื่อนในคดีนี้ ฐานพกพาโทษก็ยังแค่ปรับ  ๔,๐๐๐ บาท เองครับ
จึงไม่น่ากังวลมากนัก   

            ขอบคุณ คุณ a  lone wolf  อีกครั้งครับ ..  :D :D :D 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: อ้วน 008 รักในหลวง ที่ มีนาคม 06, 2007, 03:23:43 PM
ขอบคุณมากครับ นอกจากกฏแห่งความปลอดภัยแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการใช้ปืนในการป้องกันตัวครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: harusame ที่ มีนาคม 06, 2007, 10:40:54 PM
 :D :D :D

เป็นอีกกระทู้ที่ต้องเข้ามาประจำค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nice Sky ที่ มีนาคม 07, 2007, 10:35:52 AM
มีประโยค มากๆเลยครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: gun n roses_รักในหลวง ที่ มีนาคม 07, 2007, 08:29:37 PM
ขอบคุณครับผมที่ให้ทั้งความรู้และความกระจ่างในความคิดครับ :<><> :<><> :<><>


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pokdeng ที่ มีนาคม 07, 2007, 09:28:10 PM
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: moddang1321 ที่ มีนาคม 08, 2007, 10:12:05 AM
กระทู้นี้ได้ทั้งความรู้และช่วยเตือนสติ ให้ไตร่ตรองก่อนที่จะทำอะไรลงไป ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆครับ   ขอขอบพระคุณพี่ๆทุกท่านเป็นอย่างมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: นายหัวชล ที่ มีนาคม 08, 2007, 08:44:02 PM
สุดยอดกระทู้ครับสาระมากมายมีประโยชน์มากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Jedth ที่ มีนาคม 09, 2007, 03:59:15 PM
เพิ่งเข้ามาชม.......
ขอคารวะครับ..... เป็นประโยชน์+ความรู้มากๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Machine_1 ที่ มีนาคม 09, 2007, 06:49:14 PM
 ;D ขอบคุณครับ อ่านแล้วทำไห้เข้าใจรายละเอียดต่างๆดียิ่งขึ้น :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: kroosha ที่ มีนาคม 13, 2007, 09:21:28 PM
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้อีกแล้ว


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PDW ที่ มีนาคม 15, 2007, 10:29:44 AM
พี่ๆครับ นอกจากการป้องกัน ตามกฎหมายแล้ว ยังมีเรื่อง จำเป็น อีกเรื่องนะครับ เป็นบทเคียงคู่กัน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: BREMBO ที่ มีนาคม 15, 2007, 08:33:13 PM
ขอบคุณมากครับ สาระดีๆควรรู้และเก็บไว้ใช้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Sniper69 - รักในหลวง ที่ มีนาคม 16, 2007, 08:21:43 PM
เยี่ยมมากครับ  ;D ;D ;D

[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Sniper_T ที่ มีนาคม 16, 2007, 10:32:23 PM
ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลครับ ได้ความรู้ และมีประโยชน์มาก ครับ :)

แปลกนะครับกับกฎหมาย เราทำกับคนร้ายบอกว่าทำเกินกว่าเหตุ ทีคนร้ายทำกับเราไม่ยักคิดว่าทำเกินกว่าเหตุมั่งครับ  :D :D ;D


หัวข้อ: ช่วยทบทวนและศึกษาการยิงปืนระบบ I.D.P.A. หน่อยว่า.........เหมาะไหม
เริ่มหัวข้อโดย: gandr ที่ มีนาคม 18, 2007, 03:54:30 PM
ตามที่ได้เคยพูดคุยกับเพื่อนที่มาจากอเมริกา จำได้เพื่อนเคยบอกว่าที่อเมริกาได้เปิดสอนการยิงปืนให้กับมือปืนอาชีพโดยแฝงการสอนให้สอดคล้องกับการยิงปืนระบบ I.P.S.C. โดยใช้ชื่อย่อเรียกคล้ายกันคือระบบ I.D.P.A. รูปแบบการฝึกก็คือการจู่โจมเข้าไปยิงเป้าหมายให้ถึงชีวิตคือสองนัดที่อกและหนึ่งนัดที่หัว คุณคิดเอาละกันว่านี้หรือกีฬาและสมควรหรือที่เผยแพร่ในเว็ป แค่นี้โจรก็เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้วอย่าสงเสริมและสนับสนุนให้คนฆ่ากันอีกเลย จงเล่นให้เป็นกีฬาจริงๆ และเล่นกีฬายิงปืนแบบที่ทั่วโลกเขาเล่นกัน ไม่คิดกันหรือว่าในภาคพื้นเอเชียทำไมไม่มีการสงเสริมการยิงปืนระบบนี้เพราะชาวเอเชีย รักสันติ มีแต่อเมริกาที่ชอบสงคราม ชอบเห็นคนฆ่ากัน ฯลฯ สาธุ สาธุ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ มีนาคม 18, 2007, 10:52:56 PM
ตามที่ได้เคยพูดคุยกับเพื่อนที่มาจากอเมริกา จำได้เพื่อนเคยบอกว่าที่อเมริกาได้เปิดสอนการยิงปืนให้กับมือปืนอาชีพโดยแฝงการสอนให้สอดคล้องกับการยิงปืนระบบ I.P.S.C. โดยใช้ชื่อย่อเรียกคล้ายกันคือระบบ I.D.P.A. รูปแบบการฝึกก็คือการจู่โจมเข้าไปยิงเป้าหมายให้ถึงชีวิตคือสองนัดที่อกและหนึ่งนัดที่หัว คุณคิดเอาละกันว่านี้หรือกีฬาและสมควรหรือที่เผยแพร่ในเว็ป แค่นี้โจรก็เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้วอย่าสงเสริมและสนับสนุนให้คนฆ่ากันอีกเลย จงเล่นให้เป็นกีฬาจริงๆ และเล่นกีฬายิงปืนแบบที่ทั่วโลกเขาเล่นกัน ไม่คิดกันหรือว่าในภาคพื้นเอเชียทำไมไม่มีการสงเสริมการยิงปืนระบบนี้เพราะชาวเอเชีย รักสันติ มีแต่อเมริกาที่ชอบสงคราม ชอบเห็นคนฆ่ากัน ฯลฯ สาธุ สาธุ
..

 :) เห็นด้วยครับ.. แต่อาจไม่เกี่ยวกับ กระทู้นี้ ครับ
  ...................

   ๒ นัด ลำตัว ๑ นัดที่หัว .ต้องเป็นหน่วยบพิเศษไว้จัดการกับผู้ก่อการร้าย..
   หรือ ต้องเป็นทางกีฬา . 
   แต่บอกได้เลยครับ.. ลักษณะการยิงแบบนี้
   อาจไม่เข้าในลักษณะของการกระทำที่พอสมคารแก่เหตุ..  :)
   ข้อเท็จจริง อาจไม่เข้า ตาม ป.อาญา มาตรา ๖๘.  ครับ :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: A B A C U S รั ก ใ น ห ล ว ง ที่ มีนาคม 18, 2007, 11:04:38 PM
 :VOV:
ครับ
การยิง 3 นัด และเข้าเป้าจุดตายทั้งน้าน
เจตนาฆ่าหรือหยุดแน่นอน
จริงๆแล้วการฝึกก้อควรรู้และฝึกไว้บ้าง
เหตุการจริงน้อยคนที่จะใช้ได้สมบูรณ์
คนทั่วไปอย่าว่าแต่ยิงหัวเลยครับ
ยิงตัว อก รูปขวด จะกล้ายิงหรือเปล่า ยิงแล้วจะถูกหรือไม่
คนจริงไม่ใช่เป้ากระดาษที่เรารู้ตำแหน่งแน่นอนครับ
ดูจากการจัดการแข่ง ผู้ยิงยังต้องไปด้อมๆมอง เล็งๆก่อนเลย
การจัดการแข่งจริงๆแล้วน่าจะบอกกล่าวเพียงเห็นรูปนี้ยิง 2 นัด  รูปนี้ยิง 1 นัด
แล้วต้องไม่ให้ดู รู้แบบการจัดครับ
นั่นจะสนุกแน่ครับ
 :VOV:


หัวข้อ: Re: ช่วยทบทวนและศึกษาการยิงปืนระบบ I.D.P.A. หน่อยว่า.........เหมาะไหม
เริ่มหัวข้อโดย: gandr ที่ มีนาคม 19, 2007, 02:35:00 AM
ตามที่ได้เคยพูดคุยกับเพื่อนที่มาจากอเมริกา จำได้เพื่อนเคยบอกว่าที่อเมริกาได้เปิดสอนการยิงปืนให้กับมือปืนอาชีพโดยแฝงการสอนให้สอดคล้องกับการยิงปืนระบบ I.P.S.C. โดยใช้ชื่อย่อเรียกคล้ายกันคือระบบ I.D.P.A. รูปแบบการฝึกก็คือการจู่โจมเข้าไปยิงเป้าหมายให้ถึงชีวิตคือสองนัดที่อกและหนึ่งนัดที่หัว คุณคิดเอาละกันว่านี้หรือกีฬาและสมควรหรือที่เผยแพร่ในเว็ป แค่นี้โจรก็เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้วอย่าสงเสริมและสนับสนุนให้คนฆ่ากันอีกเลย จงเล่นให้เป็นกีฬาจริงๆ และเล่นกีฬายิงปืนแบบที่ทั่วโลกเขาเล่นกัน ไม่คิดกันหรือว่าในภาคพื้นเอเชียทำไมไม่มีการสงเสริมการยิงปืนระบบนี้เพราะชาวเอเชีย รักสันติ มีแต่อเมริกาที่ชอบสงคราม ชอบเห็นคนฆ่ากัน ฯลฯ สาธุ สาธุ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ มีนาคม 19, 2007, 07:56:09 AM
 
ตามที่ได้เคยพูดคุยกับเพื่อนที่มาจากอเมริกา จำได้เพื่อนเคยบอกว่าที่อเมริกาได้เปิดสอนการยิงปืนให้กับมือปืนอาชีพโดยแฝงการสอนให้สอดคล้องกับการยิงปืนระบบ I.P.S.C. โดยใช้ชื่อย่อเรียกคล้ายกันคือระบบ I.D.P.A. รูปแบบการฝึกก็คือการจู่โจมเข้าไปยิงเป้าหมายให้ถึงชีวิตคือสองนัดที่อกและหนึ่งนัดที่หัว คุณคิดเอาละกันว่านี้หรือกีฬาและสมควรหรือที่เผยแพร่ในเว็ป แค่นี้โจรก็เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้วอย่าสงเสริมและสนับสนุนให้คนฆ่ากันอีกเลย จงเล่นให้เป็นกีฬาจริงๆ และเล่นกีฬายิงปืนแบบที่ทั่วโลกเขาเล่นกัน ไม่คิดกันหรือว่าในภาคพื้นเอเชียทำไมไม่มีการสงเสริมการยิงปืนระบบนี้เพราะชาวเอเชีย รักสันติ มีแต่อเมริกาที่ชอบสงคราม ชอบเห็นคนฆ่ากัน ฯลฯ สาธุ สาธุ
..

 :) เห็นด้วยครับ.. แต่อาจไม่เกี่ยวกับ กระทู้นี้ ครับ
 ...................

 ๒ นัด ลำตัว ๑ นัดที่หัว .ต้องเป็นหน่วยพิเศษไว้จัดการกับผู้ก่อการร้าย..
 หรือ ต้องเป็นทางกีฬา .
 แต่บอกได้เลยครับ.. ลักษณะการยิงแบบนี้
 อาจไม่เข้าในลักษณะของการกระทำที่พอสมคารแก่เหตุ.. :)
 ข้อเท็จจริง อาจไม่เข้า ตาม ป.อาญา มาตรา ๖๘. ครับ :)

    การยิง ๒ นัดที่ลำตัว กับ ๑ นัดที่หัว  รวม ๓ นัด  ( แสดงว่าเจตนาจะยิงให้ตายเลยทีเดียว )
จริงๆแล้ว ไม่น่าจะเอามาเป็นสูตรใช้ป้องกันตัวได้เลยครับ
เพราะการยิงป้องกันตัว  เราไม่มีโอกาสไปส่องที่ตัว ๒ นัด / หัว ๑ นัด อยู่แล้ว
เว้นเสียแต่ว่าคนร้ายล้มลง - พลาดท่า / หรือ เราจะเข้าไปยิงคนร้ายก่อนแบบจู่โจม
ซึ่งการป้องกันตัว ต้องเป็นการยิงที่พอสมควรแก่เหตุ
จำนวนกระสุนจะต้องพอควร กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  กับสิ่งหรือภัย
ที่เกิดขึ้น  เมื่อยิงแล้วคนร้ายล้มแล้วต้องหยุด  ..

 ดังนั้น  การยิงดังกล่าว  จึงไม่อาจนำมาเป็นสูตรตายตัวใช้เป็นหลัก
ในการป้องกันตัวที่พอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ได้  ..

แต่อาจจะกลายเป็นป้องกันที่เกินสมควรแก่เหตุตาม มาตรา ๖๙ ไป ..

  การยิงที่เป็นการป้องกัน คือ การตั้งหลักแล้วยิงสวนไป ( ไม่มีรูปแบบ..แล้วแต่สถาณการณ์ )
 แต่การยิงแบบ I.D.P.A  เป็นการยิงแบบจู่โจม หรือ โจมตี คู่ต่อสู้  ( มีรูปแบบ ๒ นัดที่ตัว ..ตามด้วย ๑ นัดที่หัว )

จึงน่าจะใช้ในคนละสถานการณ์กันครับ 

 ผมเห็นด้วยกับคุณ Ro@d .. และคุณ kobsak...ครับ

เหรียญมี ๒ ด้าน / ดาบมี ๒ คม ก็ต้องใช้ให้ดีๆครับ
หากเป็นเพียงยิงเป้ากีฬาสนุสนาน  เพื่อบันเทิง ในสนามซ้อม /สนามแข่ง
ก็พอได้ครับ .. เพื่อให้รู้จักการใช้ปืน  รู้จักการยิงแบบนั้น ไม่ผิดครับ
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม  แค่ได้รู้ไว้  และนำไปใช้ซ้อม/ใช้แข่ง

แต่ถ้าจะนำมาใช้ป้องกันตัว  ..ไม่สนับสนุนและ.. ต้องระวังด้วยครับ ... :D :D :)

 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: BADBOY ที่ มีนาคม 20, 2007, 01:07:29 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้อีกด้านหนึ่งครับ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Prinya T ที่ มีนาคม 21, 2007, 12:03:33 AM
มีประโยชน์สุดๆ ขอบคุณอีกครั้งครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Bow fishing ที่ มีนาคม 22, 2007, 10:10:25 AM
พี่ๆครับ ช่วยให้คำตอบด้วยครับ
ถ้าเรานำพา หรือพกพาอาวุธปืนผมหมายถึงปืนยาวครับไปสวนไปไร่ ตอนกลางวันครับ แล้วเกิดถูกจับขึ้นมาครับ
1 เป็นปืนมีทะเบียนครับแต่ระบุเป็นชื่อของพ่อครับ
2 เราจะโดนตั้งข้อหาอะไรครับ
3 และศาลอาจจะมองว่าความผิดร้ายแรงหรือไม่ครับ และต้องเสียค่าปรับราคาเท่าไรครับ และถูกลงโทษอย่างไรบ้างครับ
4 จะถูกริบปืนหรือไม่ครับ  :~)

ผมพยายามขออนุญาติแล้วครับ มีเอกสารครบทุกอย่างครับ แต่ท่านบอกว่าไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้านท่านเลยไม่อนุมัติครับ แย่จังครับ :~) :~)
ผมจะซื้อปืน .22 453 Vermint เดือนหน้าครับจองไว้แล้วครับ แต่ ป 3 เป็นชื่อของพ่อครับ เงินผมครับ
ผมต้องการที่ศึกษาใว้ครับ กรุณาช่วยให้ความรู้และแนวทางหรือแนวคิดด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ มีนาคม 22, 2007, 12:49:53 PM
พี่ๆครับ ช่วยให้คำตอบด้วยครับ
ถ้าเรานำพา หรือพกพาอาวุธปืนผมหมายถึงปืนยาวครับไปสวนไปไร่ ตอนกลางวันครับ แล้วเกิดถูกจับขึ้นมาครับ
1 เป็นปืนมีทะเบียนครับแต่ระบุเป็นชื่อของพ่อครับ
2 เราจะโดนตั้งข้อหาอะไรครับ
3 และศาลอาจจะมองว่าความผิดร้ายแรงหรือไม่ครับ และต้องเสียค่าปรับราคาเท่าไรครับ และถูกลงโทษอย่างไรบ้างครับ
4 จะถูกริบปืนหรือไม่ครับ :~)

ผมพยายามขออนุญาติแล้วครับ มีเอกสารครบทุกอย่างครับ แต่ท่านบอกว่าไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้านท่านเลยไม่อนุมัติครับ แย่จังครับ :~) :~)
ผมจะซื้อปืน .22 453 Vermint เดือนหน้าครับจองไว้แล้วครับ แต่ ป 3 เป็นชื่อของพ่อครับ เงินผมครับ
ผมต้องการที่ศึกษาใว้ครับ กรุณาช่วยให้ความรู้และแนวทางหรือแนวคิดด้วยครับ

 กรณีเป็นปืนมีทะเบียนเป็นชื่อพ่อ   จะถูกแจ้งข้อหา 
๑.มีปืนผิดมือไว้ในครอบครอง   / ๒. พกพาหรือนำพาปืนผิดมือนั้นไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีใบพก ( ป.๑๒ )
ความผิดเคสนี้ ยังไม่ถึงขนาดร้ายแรงมากนัก   อาจโดนแค่จำคุก ปรับ  และโทษจำคุกรอการลงโทษไว้ หรืออาจมีคุม
ความประพฤติไว้ด้วย 

 แต่ก็ไม่ดีเพราะจะมีประวัติติดตัวได้  ทางที่ดีควรไปทำการโอนเสียให้ถูกต้องเป็นชื่อของเราดีกว่า
หรือไม่งั้นก็รอรับมรดกไปก็ได้ 
ปัญหาแค่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน ไม่น่าจะไม่อนุมัตินะครับ  ถ้าอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว  มีงานทำเป็น
หลักแหล่ง  ก็น่าจะขอป.๓ ได้นะ  ลองๆดูใหม่อีกครั้งครับ   เพราะเรามีสิทธิยื่นขอไป
ถ้าเขาไม่ให้ค่อยมาใช้สิทธิกันใหม่   

ส่วนปืนมีทะเบียน  ถ้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ พาอาวุธไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร.. ..
หากฟ้องศาล  ศาลใช้ดุลพินิจริบปืนได้ ตาม มาตรานี้   
แต่ความเป็นจริงก็จะผิดบทตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ พศ.๒๔๙๐ ด้วย ควบคู่กัน ซึ่งเป็นกรรมเดียวกัน  และไปลงโทษ
ตามพรบ.อาวุธปืน ฯ บทหนักกว่า   จึงไม่ริบปืนครับ    คืนเจ้าของไป ... :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Bow fishing ที่ มีนาคม 22, 2007, 03:17:37 PM
 :o :o
พี่ๆครับ ช่วยให้คำตอบด้วยครับ
ถ้าเรานำพา หรือพกพาอาวุธปืนผมหมายถึงปืนยาวครับไปสวนไปไร่ ตอนกลางวันครับ แล้วเกิดถูกจับขึ้นมาครับ
1 เป็นปืนมีทะเบียนครับแต่ระบุเป็นชื่อของพ่อครับ
2 เราจะโดนตั้งข้อหาอะไรครับ
3 และศาลอาจจะมองว่าความผิดร้ายแรงหรือไม่ครับ และต้องเสียค่าปรับราคาเท่าไรครับ และถูกลงโทษอย่างไรบ้างครับ
4 จะถูกริบปืนหรือไม่ครับ :~)

ผมพยายามขออนุญาติแล้วครับ มีเอกสารครบทุกอย่างครับ แต่ท่านบอกว่าไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้านท่านเลยไม่อนุมัติครับ แย่จังครับ :~) :~)
ผมจะซื้อปืน .22 453 Vermint เดือนหน้าครับจองไว้แล้วครับ แต่ ป 3 เป็นชื่อของพ่อครับ เงินผมครับ
ผมต้องการที่ศึกษาใว้ครับ กรุณาช่วยให้ความรู้และแนวทางหรือแนวคิดด้วยครับ

 กรณีเป็นปืนมีทะเบียนเป็นชื่อพ่อ   จะถูกแจ้งข้อหา 
๑.มีปืนผิดมือไว้ในครอบครอง   / ๒. พกพาหรือนำพาปืนผิดมือนั้นไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีใบพก ( ป.๑๒ )
ความผิดเคสนี้ ยังไม่ถึงขนาดร้ายแรงมากนัก   อาจโดนแค่จำคุก ปรับ  และโทษจำคุกรอการลงโทษไว้ หรืออาจมีคุม
ความประพฤติไว้ด้วย 

 แต่ก็ไม่ดีเพราะจะมีประวัติติดตัวได้  ทางที่ดีควรไปทำการโอนเสียให้ถูกต้องเป็นชื่อของเราดีกว่า
หรือไม่งั้นก็รอรับมรดกไปก็ได้ 
ปัญหาแค่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน ไม่น่าจะไม่อนุมัตินะครับ  ถ้าอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว  มีงานทำเป็น
หลักแหล่ง  ก็น่าจะขอป.๓ ได้นะ  ลองๆดูใหม่อีกครั้งครับ   เพราะเรามีสิทธิยื่นขอไป
ถ้าเขาไม่ให้ค่อยมาใช้สิทธิกันใหม่   

ส่วนปืนมีทะเบียน  ถ้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ พาอาวุธไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร.. ..
หากฟ้องศาล  ศาลใช้ดุลพินิจริบปืนได้ ตาม มาตรานี้   
แต่ความเป็นจริงก็จะผิดบทตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ พศ.๒๔๙๐ ด้วย ควบคู่กัน ซึ่งเป็นกรรมเดียวกัน  และไปลงโทษ
ตามพรบ.อาวุธปืน ฯ บทหนักกว่า   จึงไม่ริบปืนครับ    คืนเจ้าของไป ... :)

ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ :) :)
รบกวนอีกสักครั้งนะครับพี่ Sigsex ตอนนี้ผมได้ ป ๓ แล้วครับแต่เป็นชื่อของพ่อครับ ไม่ทราบว่า

1 การโอนมีข้อกำหนดหรือไม่ครับ เช่น ผู้ที่ซื้อ จะต้องครอบครองปืนเกิน 1 ปีก่อนถึงโอนได้ครับ ถ้าชือมาแล้วทำการโอนเลยได้หรือเปล่าครับ
2 ถ้าโอนให้เป็นมรดก ผมก็ต้องทำ ป ๓ ใหม่ใช่ใหมครับ ผมกล้วนายอำเภอไม่อนุมัติครับ เพราะผมเคยคุยเรื่องนี้กลับท่านมา 3 ครั้งแล้วครับ
3 ถ้าโอนตอนพ่อยังมีชีวิตอยู่มีความยุ่งยากมากแค่ใหนครับ
นายอำเภอที่บ้านผมพูดเหมือนกฎหมายเขียนเป็นภาษาดาวอังคาร แล้วตัวเองอ่านออกคนเดียวครับ  :P :Pแย่จังอยู่อำเภอนี้ :~)


ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ มีนาคม 22, 2007, 08:52:49 PM
:o :o
พี่ๆครับ ช่วยให้คำตอบด้วยครับ
ถ้าเรานำพา หรือพกพาอาวุธปืนผมหมายถึงปืนยาวครับไปสวนไปไร่ ตอนกลางวันครับ แล้วเกิดถูกจับขึ้นมาครับ
1 เป็นปืนมีทะเบียนครับแต่ระบุเป็นชื่อของพ่อครับ
2 เราจะโดนตั้งข้อหาอะไรครับ
3 และศาลอาจจะมองว่าความผิดร้ายแรงหรือไม่ครับ และต้องเสียค่าปรับราคาเท่าไรครับ และถูกลงโทษอย่างไรบ้างครับ
4 จะถูกริบปืนหรือไม่ครับ :~)

ผมพยายามขออนุญาติแล้วครับ มีเอกสารครบทุกอย่างครับ แต่ท่านบอกว่าไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้านท่านเลยไม่อนุมัติครับ แย่จังครับ :~) :~)
ผมจะซื้อปืน .22 453 Vermint เดือนหน้าครับจองไว้แล้วครับ แต่ ป 3 เป็นชื่อของพ่อครับ เงินผมครับ
ผมต้องการที่ศึกษาใว้ครับ กรุณาช่วยให้ความรู้และแนวทางหรือแนวคิดด้วยครับ

 กรณีเป็นปืนมีทะเบียนเป็นชื่อพ่อ จะถูกแจ้งข้อหา
๑.มีปืนผิดมือไว้ในครอบครอง / ๒. พกพาหรือนำพาปืนผิดมือนั้นไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีใบพก ( ป.๑๒ )
ความผิดเคสนี้ ยังไม่ถึงขนาดร้ายแรงมากนัก อาจโดนแค่จำคุก ปรับ และโทษจำคุกรอการลงโทษไว้ หรืออาจมีคุม
ความประพฤติไว้ด้วย

 แต่ก็ไม่ดีเพราะจะมีประวัติติดตัวได้ ทางที่ดีควรไปทำการโอนเสียให้ถูกต้องเป็นชื่อของเราดีกว่า
หรือไม่งั้นก็รอรับมรดกไปก็ได้
ปัญหาแค่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน ไม่น่าจะไม่อนุมัตินะครับ ถ้าอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว มีงานทำเป็น
หลักแหล่ง ก็น่าจะขอป.๓ ได้นะ ลองๆดูใหม่อีกครั้งครับ เพราะเรามีสิทธิยื่นขอไป
ถ้าเขาไม่ให้ค่อยมาใช้สิทธิกันใหม่

ส่วนปืนมีทะเบียน ถ้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ พาอาวุธไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร.. ..
หากฟ้องศาล ศาลใช้ดุลพินิจริบปืนได้ ตาม มาตรานี้
แต่ความเป็นจริงก็จะผิดบทตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ พศ.๒๔๙๐ ด้วย ควบคู่กัน ซึ่งเป็นกรรมเดียวกัน และไปลงโทษ
ตามพรบ.อาวุธปืน ฯ บทหนักกว่า จึงไม่ริบปืนครับ คืนเจ้าของไป ... :)

ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ :) :)
รบกวนอีกสักครั้งนะครับพี่ Sigsex ตอนนี้ผมได้ ป ๓ แล้วครับแต่เป็นชื่อของพ่อครับ ไม่ทราบว่า

1 การโอนมีข้อกำหนดหรือไม่ครับ เช่น ผู้ที่ซื้อ จะต้องครอบครองปืนเกิน 1 ปีก่อนถึงโอนได้ครับ ถ้าชือมาแล้วทำการโอนเลยได้หรือเปล่าครับ
2 ถ้าโอนให้เป็นมรดก ผมก็ต้องทำ ป ๓ ใหม่ใช่ใหมครับ ผมกล้วนายอำเภอไม่อนุมัติครับ เพราะผมเคยคุยเรื่องนี้กลับท่านมา 3 ครั้งแล้วครับ
3 ถ้าโอนตอนพ่อยังมีชีวิตอยู่มีความยุ่งยากมากแค่ใหนครับ
นายอำเภอที่บ้านผมพูดเหมือนกฎหมายเขียนเป็นภาษาดาวอังคาร แล้วตัวเองอ่านออกคนเดียวครับ :P :Pแย่จังอยู่อำเภอนี้ :~)


ขอบคุณครับ


 ข้อ ๑ ถ้าไม่ใช่ปืนสวัสดิการ  เมื่อพ่อได้ปืน+ใบ ป.๔ มาแล้ว ก็สามารถโอนขาย
ให้คุณได้เลย ไม่ต้องไปรอกำหนดอะไร
ข้อ ๒ การโอนแบบรับมรดก  ก็ต้องรอให้พ่อคุณเสียชีวิตก่อน  แล้วคุณเป็นผู้จัดการมรดก
ตามคำสั่งศาลไปรับโอน   จึงทำตอนนี้ไม่ได้ครับ
ข้อ ๓ การโอนตอนที่พ่อยังมีชีวิต  ยุ่งยากไหมก็ลองไปขอ ป.๓ จากนายทะเบียนก่อน
เอาพ่อไปด้วย ให้พ่อช่วยพูดว่าจะยกโอนปืนให้คุณ  ถ้านายทะเบียนอนุญาตก็ทำเลย
ถ้าไม่อนุญาตก็ลองๆปรึกษาเพื่อนๆพี่ๆ/ผู้หลักผู้ใหญ่ในเวปนี้ดูครับ  ทราบว่ามีหน่วยงาน สพป. ที่คอย
ช่วยเหลือในเรื่องนี้  เช่นผู้การสุพินท์  / ท่านโชกุน ฯลฯ เป็นต้นครับ

 ขอให้โชคดีนะครับ ..  :) :)



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Bow fishing ที่ มีนาคม 23, 2007, 09:18:44 AM
ขอบคุณครับพี่ sigsex


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: noom ที่ มีนาคม 27, 2007, 05:38:05 PM
ขอบคุณครับพี่ sigsex

ให้ท่านชื่อเดิมเถอะครับ  ชื่อนี้ฟังแล้วเสียว...   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: UnLiMiTeD465 ที่ มีนาคม 28, 2007, 11:55:20 PM
   :Dเป็นอีกหนึ่งกระทู้ที่ให้สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกมากคับ เป็นอีกกระทู้ที่ท่าน sigsax นำมาให้ศึกษาและยกตัวอย่างข้อกฎหมายต่างๆ ให้สมาชิกได้รู้ไว้เมื่อมีเหตุที่อาจจำเป็นต้องใช้คับ หรือไม่มีเหตุก็รู้ไว้เป็นกรณีศึกษาคับ


  หวังว่าคงมีกระทู้ดีๆอย่างนี้ไปเรื่อยๆให้สมาชิกได้อ่านกัน และได้ความรู้แบบนี้ต่อไปอีกนานๆเลยคับ :~)

ขอขอบคุณมากคับ....... ::)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: มะกอกบ้า@รักในหลวงครับ ที่ มีนาคม 30, 2007, 10:01:35 AM
ได้สาระความรู้มากครับ
ขอบคุณครับ สำหรับกระทู้ดีๆ แบบนี้
 :)
ทำให้มั่นใจในระบบ ได้เยอะขึ้นมากครับพี่ๆ
 ;)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ เมษายน 01, 2007, 06:57:58 AM
 ::) เอาบทความเรื่องป้องกันตัว จากวารสารสภาทนายความที่ไปเจอมา
มาเสริมเพิ่มเติมกันครับ  :VOV:


ป้องกันตัว…ไม่ผิดกฎหมาย
 
 

           

 


                   วันนี้ เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับกฎหมายอาญาในเรื่องที่สำคัญกันอีกเรื่องหนึ่ง คือ การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า เห็นข่าวปล้นจี้กันเยอะหรือเกิน เมื่อก่อนมักนิยมปล้นจี้กันแถวที่เปลี่ยวปลอดคน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ครับ ขนาดบนสะพานลอยที่คนจอแจพลุกพล่าน แทบจะเดินชนกันตาย พี่แกก็ยังใจกล้า หน้าด้าน ไร้ยางอาย ไม่มีสมบัติผู้ดี จี้ชิงทรัพย์กันหน้าตาเฉย เลวมาก พอถูกจี้ปล้นไปแล้ว กว่าผู้เสียหายจะไปแจ้งตำรวจ หรือคนมาพบศพ…เอ้ย…ร่างกายที่สะบักสะบอมของท่าน ได้ผู้ร้ายตัวดีมันก็เผ่นแน๋วหายเข้ารูไหนไปแล้วก็ไม่รู้

                            ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาการจี้ชิงทรัพย์ อาชญากรรมต่าง ๆ ผู้เขียนเห็นว่าการพึ่งตำรวจอย่างเดียวคงไม่พอ ควรต้องพึ่งตนเองด้วย ดังคำพระท่านว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

                            เอาล่ะ ! เรามาดูกฎหมายอาญาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยดีกว่า เอ้าเชิญ…

                            ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘ บัญญัติว่า "ผู้ใดต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด"

                    ถ้าอ่านข้อความข้างบนแล้วยังไม่รู้เรื่อง ผู้เขียนจะอธิบายพอที่ความรู้จะพึงมี โปรดทำความเข้าใจช้า ๆ ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้ ไม่ต้องอาย

                            อ่ะแฮ่ม…การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนี้ เป็นเรื่องที่รัฐให้สิทธิในการป้องกันตนเองแก่ประชาชนต่อภัยที่เกิดขึ้นโดยกระชั้นชิดและละเมิดต่อกฎหมาย โดยรัฐถือว่าการกระทำโดยป้องกันดังกล่าวแม้จะเกิดความเสียหายบ้าง หากเป็นความเสียหายที่สมควรแก่เหตุ ผู้กระทำก็ไม่มีความผิด การที่รัฐให้สิทธิแก่ประชาชนเช่นนี้ เพราะภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อประชาชนพลเมืองนั้น เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่บนสะพานลอยหรือกระทั่งใต้สะพายลอย ดังนั้น บางครั้งบางเวลาบางสถานที่ รัฐก็อาจจะให้ความคุ้มครองได้ไม่ทั่วถึง จึงให้ผู้ประสบอันตรายจากภัยนี้ ป้องกันตนให้พ้นจากภัยนั้น ๆ ไปก่อนได้

                            แต่ที่สำคัญคือการป้องกันตนเองนั้น ต้องเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย จึงจะพ้นความผิด ไม่ใช่ใครมองหน้าหน่อย ก็ไปไล่เตะเขา หรือยกพวกไปตีเขา อ้างว่าป้องกันชื่อเสียงของสถาบัน อย่างนี้ ก็ตารางสิครับท่าน….

            หลักเกณฑ์ของการป้องกันโดยชอบ ด้วยกฎหมาย (อ่านดี ๆ จะรอดคุกหรือไม่ก็ตรงนี้นะ)

๑.    มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย นั่นคือ ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้นผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายจะทำได้ หากผู้ก่อภัยนั้นมีอำนาจทำได้โดยชอบ ท่านก็ไม่มีสิทธิจะป้องกัน เช่น เมื่อท่านทำผิดกฎหมายและตำรวจจะเข้ามาจับท่าน ท่านจะอ้างว่ามีภยันตรายเกิดขึ้น และขอป้องกันด้วยการกระทืบตำรวจที่มาจับไม่ได้ หรือท่านไปหาเรื่องทำร้ายชกต่อยคนอื่นเขา พอเข้าเกิดฮึดสู้ขึ้นมาเอาคืนบ้าง ท่านก็เลยถือโอกาสว่ามีภยันตรายเกิดขึ้นแล้ว เลยยำใหญ่ใส่สารพัด (ทั้งบาจา ไนกี้ คอมแบท ฯลฯ) แล้วอ้างว่าที่ยำ…เอ้ย..ทำไปเพราะป้องกันตนเองจากการฮึดสู้ของมัน อย่างนี้ ไม่ได้เลยนะครับ…ท่านจะมีสิทธิป้องกันก็ต่อเมื่อภยันตรายที่เกิดนั้น ท่านไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น และเป็นภยันตรายจากการกระทำผิดกฎหมาย อีกทั้งผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำเช่นนั้นต่อท่านได้ ….เอ้า…ดูกรณีตัวอย่างจากคำพิพากษาฎีกาสักเล็กน้อย

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๖๑/๒๕๒๘ น. ๖๗๔ การวิวาทหมายถึงการสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายกัน

หากฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำแก่อีกฝ่ายหนึ่งจะกระทำโต้ตอบกลับไปโดยอ้างป้องกันมิได้ เพราะตนมีส่วนผิดในการที่สมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กันเสียแล้ว

คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๘/๒๔๗๙ น. ๔๗๐ การทำชู้ของภริยานั้นจะเป็นการสำเร็จรูปต้องมี

ชายชู้มาร่วมด้วย การที่ภริยามีชู้นั้น ถือเป็นการเสื่อมเสียเกียรติยศของสามีอย่างร้ายแรง ฉะนั้น เมื่อผู้เป็นสามีฆ่าภรรยาและชายชู้ขณะร่วมประเวณีกัน จึงถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศพอสมควรแก่เหตุ (ผู้เขียนเห็นว่าฎีกานี้น่าสนใจดี แต่ไม่ควรเสี่ยงถือตาม เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากว่า ๖๐ ปีแล้ว ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนไป ท่านผู้อ่านที่พบภาพบาดตาเช่นตามฎีกานี้ ก็อย่าถึงกับฆ่าแกงกันเลย เอาแค่ปากคอแตก ก็คงพอสมควรแก่เหตุได้)

๒. ภยันตรายนั้น ใกล้จะถึง แม้ท่านจะมีภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายเกิดขึ้นตามข้อ ๑ แล้ว

ก็ตาม ก็อย่าเพิ่งนอนใจว่าท่านจะมีสิทธิป้องกันได้ กล่าวคือท่านจะมีสิทธิป้องกันได้ต่อเมื่อภยันตรายนั้น เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง คือภัยที่เกิดขึ้นกระชั้นชิดถึงขนาดที่ไม่มีหนทางอื่นที่จะขจัดปัดเป่าภัยนั้นได้ นอกจากการป้องกันตนเอง  เช่น ท่านถูกจี้ชิงทรัพย์บนสะพานลอยแสนเปลี่ยวไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แถวนั้น ท่านย่อมสามารถป้องกันตนเองได้ แต่ถ้าท่านกำลังเดิน ๆ อยู่ เห็นคนไม่น่าไว้ใจเดินสวนมา คิดในใจว่าเขาต้องมาจี้เอาทรัพย์จากท่านแน่ ๆ ท่านเลยเข้าไปตื้บเขาเสียก่อน เช่นนี้ ท่านจะอ้างป้องกันตนไม่ได้ เพราะแม้เขาจะมีเจตนามาชิงทรัพย์ท่านจริง ๆ แต่เขายังไม่ได้ทำอะไรท่านเลยแค่เดินอยู่เฉย ๆ จึงถือว่าภยันตรายนั้นยังไม่ใกล้จะถึง ท่านควรรีบแจ้งตำรวจให้จับเขาแทนที่จะลงมือเสียเอง หรือเขาชิงทรัพย์ไปจากท่านแล้ว หนีไปจนพ้นกลับไปกินข้าวกับเมียแล้ว ท่านจะติดตามไปเจอ ท่านก็ต้องเรียกตำรวจจับ จะจัดการเสียเอง โดยอ้างป้องกันไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะภัยตรายนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ใช่ภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีกเช่นกัน

๓. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน ให้พ้นจากภยันตรายนั้น อันนี้ ไม่ยากอะไร

เมื่อมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายกันใกล้จะถึงดังที่กล่าวตามข้อ ๑ และ ๒ แล้ว ท่านก็สามารถป้องกันตนเองได้ ตามแต่สถานการณ์ อันนี้ผู้เขียนสอนไม่ได้ ท่านผู้อ่านต้องหาความรู้เอาเอง จากบรรดาครูมวยต่าง ๆ     หรือจะใช้เครื่องทุ่นแรงก็ได้ไม่ว่ากัน จะเป็นมีดปังตอ มีดปลายแหลม มีดโกน ไม้หน้าสาม ปืน สเปรย์พริกไทย เครื่องซ็อตไฟฟ้า  หรือสากกะเบือ ฯลฯ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การป้องกันดังกล่าวต้องทำไปพอสมควรแก่เหตุ อย่างไรจะถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามมาดูข้อ ๔…

๔. การกระทำป้องกันตามสมควรแก่เหตุ ก็คือ แม้กฎหมายจะให้สิทธิแก่ประชาชนผู้ประสบ

อันตรายป้องกันตนเองได้ แต่ก็ไม่ได้ให้เสียจนหาขอบเขตไม่ได้ จนกลายเป็นการป้องกันผสมกับความโกรธแค้น บันดาลโทสะ หรือสะใจ เช่น ท่านกำลังเดินอยู่บนสะพานลอย มีคนขี้ยาคนหนึ่งเอามีดมาจี้เอวท่าน ขู่เข็ญให้ท่านส่งทรัพย์ให้ โอเค…ตามกรณีนี้ท่านมีสิทธิป้องกันตนเองได้ เพราะมีภยันตรายอันเกิดจากการละเมิดกฎหมาย เป็นภยันตรายที่กระชั้นชิดแล้ว เอาละครับ ! ตอนนี้ท่านมีสิทธิที่จะใส่มันได้อย่างเต็มที่เลย ตุ่บ…. พลั่ก….พลั่ก…โป๊ก…โป๊ก…เอ๋ง…หลังจากที่ท่านประเคนทุกอย่างใส่มันจนหมอบกระแตแทบเท้าท่านแล้ว อย่า ! ซ้ำเป็นอันขาด เพราะทันทีที่ไอ้เลวนั่น มันหมอบหรือหนีไปแล้ว ถือว่าภยันตรายนั้น ได้ผ่านไปแล้ว ท่านต้องเรียกตำรวจมาดำเนินการต่อ มิฉะนั้น การป้องกันของท่านจะกลายเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุจนท่านอาจต้องเข้าไปอยู่ในตะรางเป็นเพื่อนมันก็ได้ ( หากท่านตื้บซ้ำจนมันตาย แม้ท่านจะคิดว่าไอ้เดนนรกนี่มันสมควรตายก็ตาม  ท่านจงเก็บความแค้นนั้นไว้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะดำเนินการกับมัน อะ..มิต…ตะ…พุดดดด…. เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะโยม)

อาจมีบางท่านสงสัยว่า กรณีที่ท่านไม่เป็นมวย แต่มีเครื่องทุ่นแรง ท่านจะใช้มันได้ขนาดไหน

เพียงไรนั้น เรื่องนี้  มีทฤษฎีที่สำคัญ 2 ทฤษฎีคือ

1.      ทฤษฎีส่วนสัด คือต้องพิจารณาว่าอันตรายที่จะพึงเกิดขึ้นถ้าหากจะไม่ป้องกัน จะได้ส่วน

สัดกับอันตรายที่ผู้กระทำได้กระทำเนื่องจากการป้องกันนั้นหรือไม่ เช่น มีคนมาตบหน้าท่าน ท่านจะใช้มีดแทงเขาตายไม่ได้ เพราะความเจ็บเนื่องจากการถูกตบหน้า เมื่อมาเทียบกับความตายแล้ว ไม่ได้ส่วนสัดกัน ดังนั้น การเอามีดแทงเขาตายนี้ เป็นการกระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำไม่มีอำนาจกระทำได้

2.      ทฤษฎีวีถีทางน้อยที่สุด ตามทฤษฎีนี้ถือว่าถ้าผู้กระทำได้ใช้วิถีทางน้อยที่สุดที่จะทำให้เกิด

อันตราย ก็ถือว่าผู้กระทำได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุแล้ว เช่น  ก. เป็นง่อยไปไหนไม่ได้  ข. จึงเขกศรีษะ ก. เล่นโดยเห็นว่า ก. ไม่มีทางกระทำตอบแทนได้เลย นาย ก. ห้ามปรามเท่าใด  ข. ก็ไม่เชื่อฟัง ถ้าการที่ ก. จะป้องกันมิให้ ข. เขกศรีษะทีวิธีเดียวคือใช้มีดแทง ข. ต้องถือว่าการที่ ก. ใช้มีดแทงนี้เป็นการกระทำไปพอสมควรแก่เหตุ เพราะเป็นวิถีทางน้อยที่สุดที่จะป้องกันได้

แล้วท่านอาจสงสัยว่า ความเห็นตามทฤษฎีที่ไม่ตรงกันนี้ ท่านควรยึดถือตามทฤษฎีไหน ผู้

เขียนขอตอบว่า ไม่รู้…แล้วแต่ดวงละกัน…เพราะผู้เขียนไม่อาจไปรู้ใจศาลท่านได้ว่าท่านจะยึดตามทฤษฎีไหน การพิจารณาว่าการกระทำแค่ไหนเป็นการสมควรแก่เหตุนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลท่าน ผู้เขียนบอกได้แต่เพียงว่า อย่า !!! ซ้ำ อย่า !!! ทำ เพราะความโกรธแค้น รับรองว่าศาลท่านปราณีแน่นอน

แต่ถ้าท่านพลั้งมือเล่นมันหนักเกินไป หรือเผลอซ้ำไปแล้วล่ะ ทำไงดี อันนี้ผู้เขียนก็แนะนำได้

แต่เพียงว่าถ้าที่ท่านทำไปนั้น ปราศจากความแค้นส่วนตัว แต่เป็นการพลั้งมือ การกระทำของท่านย่อมเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เท่าใดก็ได้ แต่ถ้าการกระทำไปเกินสมควรแก่เหตุนั้น เกิดขึ้นเพราะความตื่นเต้น ตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษเลยก็ได้

อย่างไรก็ตามแม้ท่านผู้อ่านจะมีสิทธิป้องกันตนเองก็ตาม ผู้เขียนก็เห็นว่ากรณีที่ควรป้องกันก็

คือท่านอยู่ในฐานะเป็นต่อไอ้พวกมารสังคมอย่างมากชนิด เซียนมวยให้ ๑ ต่อ ๑๐  เช่น มันมามือเปล่า ท่านมีมีด หรือมันมีมีด ท่านมีปืน มันมีคนเดียวสองเท้า ท่านมี ๕ คน ๑๐ เท้า จึงอาจน่าจะเสี่ยงป้องกันดู หากไม่เช่นนั้นแล้ว ท่านอย่าฝืนป้องกัน ให้ยอม ๆ ไปเถอะ ทรัพย์สินนอกกายหาใหม่ได้ แต่แขนขา พุงกะทิของท่าน ถ้าขาดหายไปหรือโดนเสียบจนพรุนแล้ว คงหาใหม่ได้ยาก

ในกรณีท่านเป็นหญิงนั้น ภัยจากการข่มขืนมีมาก  ผู้เขียนเห็นว่า การป้องกันตนเองของผู้หญิงเป็นไปได้ยาก เพราะแรงน้อยกว่า ถึงจะมีเครื่องทุนแรง เช่น เครื่องช็อตไฟฟ้า สเปรย์พริกไทย นั่นยิ่งอันตราย เพราะถ้าคนร้ายมันแย่งไปได้ ท่านเสร็จแน่ ทางที่ดี ผู้เขียนว่าพกมีดโกนอันเดียวก็พอ ซ่อนไว้ อย่าให้มันเห็น พอมันลากท่านไปข่มขืนท่านก็ใช้มารยาหญิงสัก ๑๑๐ เล่มเกวียน ดิ้นพอไม่ให้มีพิรุธ แล้วก็แกล้งยอมๆ มันก่อน พอมันเผลอเพราะกำลังเพลิน ท่านก็แอบหยิบมีดโกนออกมา แล้ว ตัด xxx ของมันซะ (อูววว…เสียวแทน) หรือถ้ามีเครื่องทุ่นแรงอื่น ๆ ค่อยประเคนใส่มันตอนนี้ แล้วรีบวิ่งหนีไปเรียกตำรวจทันที ไม่ว่าการกระทำนี้จะเป็นการป้องกันที่สมควรแก่เหตุหรือเกินกว่าเหตุ ผู้เขียนก็เห็นว่าศาลท่านคงจะปราณี…..เหอ…เหอ…

ร้อยเจ็ดเกร็ดกฎหมาย

เด็กผมจุก

จาก…วารสารสภาทนายความ
 

 

 

 

 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: UnLiMiTeD465 ที่ เมษายน 01, 2007, 10:20:57 PM
    ;Dมาอีกแล้วครับท่าน สำหรับเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์ :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: RASH ที่ เมษายน 02, 2007, 06:57:10 PM
มีสาระ อ่านสนุก เข้าใจง่าย  ขอบคุณท่าน sigsag  ครับ :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: bingo ที่ เมษายน 07, 2007, 02:45:46 PM
ขอบคุณมากมายครับผม


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mazeaom ที่ เมษายน 10, 2007, 01:41:55 PM
สุดยอดครับ  :DD


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: bingo ที่ เมษายน 15, 2007, 12:29:34 PM
ขอบคุณและผมจะจดจำเอาไว้อย่างดีครับ :D :D :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Boss888 ที่ เมษายน 17, 2007, 12:22:50 AM
แหม....อ่านแล้วก็มันส์....อยากไปเรียนด้านนิติศาสตร์แล้วสิครับพี่ๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: infarno ที่ เมษายน 20, 2007, 04:57:14 AM
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ทางกฎหมาย ผมจะSAVEเอาไว้อ่านเป็นความรู้ครับ  :) :)
จะเข้ามาอ่านบ่อยๆๆๆ :) :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: xxx ที่ เมษายน 23, 2007, 10:31:41 AM
ขอถามเป็น แนวทางคับ สมมติว่า ผมไปเบิกเงินสดที่ธนาคาร พกปืนไปด้วย ระหว่างทางเกิเจอคนร้ายถือมีดเข้ามา+กับมองมาที่กระเป๋าใส่เงินกับหน้าเรา พอเราเห็นว่าจะเข้ามาใกล้แล้ว ยิงสวนออกไปก่อนในระยะไม่เกิน 3 เมตร โดนคนร้ายนอนนิ่งพร้อมกับมีดที่อยู่ในมือ  ขอถามครับว่า จะโดนข้อหากระทำเกินกว่าเหตุในศ่าลหรือไม่ครับ  เกิดทนายฝ่ายโจทย์ ซักว่าเรารู้ได้อย่างไร ว่าเขาจะเข้ามาชิงทรัพย์ โดยที่เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย ควรจะโต้ตอบยังไงครับ    และในทางใกล้เคียง โดยเปลี่ยนจากคนร้ายถือมีดเป็นปืน แทน  ผมสามารถยิงได้จากระยะแค่ไหนถึงจะถือว่าเป็นการป้องกันตัวครับ

         เคยมี Case แบบนี้เกิดกับเพื่อน เขายิงไปก่อนโดนขา  พอขึ้นศาล คนร้ายมันบอกว่า มันเดินมาอยู่ดีๆก็ไปยิงมัน เพื่อนเลยต้องเสียเงินไกล่เกลี่ยมาก เขาเลยมาเล่าให้ฟังว่า รู้งี้ยิงให้ตายเลยดีกว่า เพราะถ้าไม่ตาย มันจะพูดยังไงก็ได้ เหยื่อจึงเป็นฝ่ายเสียเปรีบยแทนเวลาขึ้นศาล    ท่านมีความเห็นยังไงกัยบ้งกับ กรณีก้ำกึ่งแบบนี้ครับ   (กรณีที่เล่านี้ ไม่มีพยานรู้เห็น นอกจากเรากับคนร้ายครับ)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ เมษายน 23, 2007, 09:57:14 PM
ขอถามเป็น แนวทางคับ สมมติว่า ผมไปเบิกเงินสดที่ธนาคาร พกปืนไปด้วย ระหว่างทางเกิเจอคนร้ายถือมีดเข้ามา+กับมองมาที่กระเป๋าใส่เงินกับหน้าเรา พอเราเห็นว่าจะเข้ามาใกล้แล้ว ยิงสวนออกไปก่อนในระยะไม่เกิน 3 เมตร โดนคนร้ายนอนนิ่งพร้อมกับมีดที่อยู่ในมือ ขอถามครับว่า จะโดนข้อหากระทำเกินกว่าเหตุในศ่าลหรือไม่ครับ เกิดทนายฝ่ายโจทย์ ซักว่าเรารู้ได้อย่างไร ว่าเขาจะเข้ามาชิงทรัพย์ โดยที่เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย ควรจะโต้ตอบยังไงครับ และในทางใกล้เคียง โดยเปลี่ยนจากคนร้ายถือมีดเป็นปืน แทน ผมสามารถยิงได้จากระยะแค่ไหนถึงจะถือว่าเป็นการป้องกันตัวครับ

 เคยมี Case แบบนี้เกิดกับเพื่อน เขายิงไปก่อนโดนขา พอขึ้นศาล คนร้ายมันบอกว่า มันเดินมาอยู่ดีๆก็ไปยิงมัน เพื่อนเลยต้องเสียเงินไกล่เกลี่ยมาก เขาเลยมาเล่าให้ฟังว่า รู้งี้ยิงให้ตายเลยดีกว่า เพราะถ้าไม่ตาย มันจะพูดยังไงก็ได้ เหยื่อจึงเป็นฝ่ายเสียเปรีบยแทนเวลาขึ้นศาล ท่านมีความเห็นยังไงกัยบ้งกับ กรณีก้ำกึ่งแบบนี้ครับ (กรณีที่เล่านี้ ไม่มีพยานรู้เห็น นอกจากเรากับคนร้ายครับ)


ตามความเห็นส่วนตัวครับ ..

 ถ้ายิงไปเพียง นัดเดียวอาจเป็นที่แขน/ขา ตัว เพื่อให้เขาเพียงหยุด
แล้วไม่ซ้ำอีกเมื่อคนร้ายล้มลง  น่าจะเป็นป้องกันพอแก่เหตุได้ครับ
แต่ต้องดูพฤติการณ์ให้ดี  ๆ  หากยังอยู่ห่างๆ  อาจเกินกว่าเหตุได้
หากไปยิงที่ศรีษะ  ทั้งๆที่มีโอกาสเลือกยิงอวัยวะอื่นๆได้กว่านั้น
ก็อาจเกินกว่าเหตได้ ..

เป็นผม ..จะเลือกยิงไปที่แขน ...ที่ขา ...น่อง ..สะโพก..ก่อนครับ ..สัก๑นัด


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: xxx ที่ เมษายน 24, 2007, 10:42:08 AM
ตามที่ได้กล่าวมาแล้วครับในกรณีที่2ว่า หากคนร้ายชักปืนออกมา ยังไม่ทันเล็ง ในระยะไม่เกิน 5 เมตร เราชักเร็วกว่าแล้วยิงเข้าไปที่หัว 1 นัด ตายคาที่ ท่านว่า ศาลท่านจะว่ายังไงครับ  (สาเหตุที่ยิงหัวเพราะ ถ้ายิงขา หรือตัว ถ้าคนร้ายไม่หยุดในทันที อาจใช้ปืนที่มีอยู่ในมือรัวตอบโต้เราได้ครับ ซึ่งเราอาจจะเป็นฝ่ายเสียชีวิตแทนในความคิดของผมคับ)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ เมษายน 24, 2007, 11:04:03 AM
ตามที่ได้กล่าวมาแล้วครับในกรณีที่2ว่า หากคนร้ายชักปืนออกมา ยังไม่ทันเล็ง ในระยะไม่เกิน 5 เมตร เราชักเร็วกว่าแล้วยิงเข้าไปที่หัว 1 นัด ตายคาที่ ท่านว่า ศาลท่านจะว่ายังไงครับ (สาเหตุที่ยิงหัวเพราะ ถ้ายิงขา หรือตัว ถ้าคนร้ายไม่หยุดในทันที อาจใช้ปืนที่มีอยู่ในมือรัวตอบโต้เราได้ครับ ซึ่งเราอาจจะเป็นฝ่ายเสียชีวิตแทนในความคิดของผมคับ)

 เอาแบบนี้ดีกว่าครับ  หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  เขากำลังจะยิงเราแล้ว
จะฆ่าเราแล้ว  .. หรือคาดเล็งเห็นได้ว่า มันกำลังจะเล่นงานเราแล้ว ..  ( ต้องดูจากพฤติกรรมและการกระทำ
ในขณะนั้นเป็นสำคัญ )    อย่างนี้เราป้องกันตัวได้เลยครับ ..   
กรณีที่ถาม  เรียกว่า  ยิงสวน   / หากเราไม่ยิง มันคงยิงเรา   เรายิงแค่ ๑ นัด  ถูกที่ไหนก็เป็นอีกเรื่อง
ถือว่าเป็นป้องกันได้ครับ ....


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: xxx ที่ เมษายน 25, 2007, 08:33:48 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Zeus-รักในหลวง ที่ เมษายน 27, 2007, 04:34:31 PM
ดีครับกระทู้แบบนี้สร้างสรรค์ ขอบคุณสำหรับกระทู้ดี ๆ ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: srimalai_รักในหลวง ที่ พฤษภาคม 09, 2007, 08:39:13 PM
กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้  ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว
แต่ก็แยกว่า    ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา   เราฆ่าชู้  เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ )
แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน  ไม่เป็นป้องกัน  แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๒  เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ )
ถ้าพิจารณาแบบนี้ มีหวังคุกครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีวิชัย. ที่ พฤษภาคม 15, 2007, 07:16:44 AM
เป็นกระทู้ดีมีประโยชน์มากครับ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: N1 ที่ พฤษภาคม 23, 2007, 09:16:13 AM
 :D อยากให้กระทู้นี้.....มีท่าน สมาชิกที่เป็น ทนายและอัยการ เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อคิดที่เกี่ยวกับกฎหมาย เยอะๆ จังเลยครับ  ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: toonbook ที่ มิถุนายน 02, 2007, 04:08:21 PM
ขอถามต่อนะครับ พอดี เมื่อคืนประมาณ ตี1-ตี2 มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมาส่งเพื่อนและเพื่อนในกลุ่มทะเลาะกัน อยู่2คู่ มีผู้ชาย6คนหญิง2คน เถียงกันเสียงดังรบกวนคนอท่นที่บริเวณ ทางเข้าประตูอพาตเมนทร์ แฟนผมซึ่งเป็นเจ้าของได้เดินไปบอกว่าดึกแล้วให้เบาๆๆหน่อย แล้วก็ปิกประตูคีร์การ์ดหลังจากปิดแล้ว ชายคนหนึงในกลุ่มวัยรุ่น ได้เคาะกระจกให้เปิดประตู้กระจกแต่ทางแฟนผมและเสมียนไมยองไปเปิดให้เพราะดูไม่นาวางใจ (ผู้หญิง2คน)ทางผู้ชายคนนั้นเริ่มตะโกนด่าต่างๆๆนาๆๆว่าให้เปิดแถมยังขู่อีกว่าจำหน้าผู้หญิง2คนนันได้ถ้ามันเขามาได้มันบอกว่ามันจะเล่นงานแต่พวกเพื่อนมันห้ามกันก่อนแต่มันก็ไม่ยอมจนผมตื่นออกมามันก็จะดือดึงเข้ามาอีก ผมมองดูก็รู้สึกกลัวตัวเอง เพราะถ้าออกไปตอ่ล้อต่อเถียงด้วยก็อาจจะมีเรื่องเลยดูอยู่ในห้อง แต่ผมเริ่มหยิบ เรมิงตัน870 ใส่ลูกเตรียมใวแล้ว ถ้ามันคิดบุกเข้ามาในห้องนอนของผมและแฟนอย่างนี้ เราป้องกันตัวได้หรือเป่าครับ***หมายเหตุ**วันดังกล่าวเป็นวันที่1เป็นวันเก็บค่าเช้าห้องด้วยเราก็กลัวเหตุอืนตามมา***หลังจากมันได้ยินว่าแจ้งความแล้วกลุ่มดังกล่าวได้หนีกลับไป***ถามเสมียนดูบอกว่าเป็นกลุมพวกกระรถเมย์ แถวราม1***


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: crvv ที่ มิถุนายน 22, 2007, 02:31:02 AM
เป็นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนที่ดีมากๆครับ 
แต่ผมหวังว่าชีวิตนี้ผมคงจะไม่ต้องเจอเหตุการณ์ร้ายๆที่ต้องใช้ปืนตัดสิน
เพราะถึงแม้จะเป็นฝ่ายชนะแต่ก็ไม่มีความสุขหรอกครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ks1som ที่ มิถุนายน 27, 2007, 03:47:31 PM
ขอบคุณที่นำความรู้ดีดีมาให้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Chaman Davis ที่ มิถุนายน 29, 2007, 09:05:01 AM
ขอบคุณขอรับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: manju ที่ กรกฎาคม 08, 2007, 01:09:02 PM
thank


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: thanakij ที่ กรกฎาคม 09, 2007, 05:54:31 PM


            ส่วนพวกที่ชอบรุมกินโต๊ะ ( สุนัขหมู่ ) ก็ระวังให้ดี

ฎีกาที่  ๖๐๗๗/๒๕๔๖  ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนดึกมากแล้ว  จำเลยคนเดียว
เข้าไประงับเหตุไม่ให้กลุ่มคนตายเป็นชาย ๓ คน ดื่มสุราและร้องเพลงส่งเสียงดัง
ภายในเขตวัด   แล้วเกิดโต้เถียงกัน   จำเลยถูกชาย ๓ คนรุมทำร้ายอย่างต่อเนื่อง
โดยไม่มีโอกาสตอบโต้คืน  และไม่อาจรู้ได้ว้าพวก ๓ คนมีอาวุธใดมาด้วยหรือไม่
จำเลยชักปืนที่พกมาด้วยยิงไปเพียง ๑ นัด ถูกคนตาย   ถือว่าป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
ไม่มีความผิด

ฎีกาที่ ๑๓๙๖ / ๒๕๑๔  ก.ใช้จอบตีทำร้ายจำเลยโดยจำเลยไม่ได้เป็นคนก่อเหตุก่อน
ถูกที่เหนือข้อศอกซึ่งยกขึ้นรับไว้ได้  จากนั้น ก.ยังใช้จอบฟันซ้ำอีก ๒ ที ถูกที่เหนือเข่า
จนจำเลยล้มลง    แล้วยังมีพวกของ ก. อีก ๒ คนถือขวานและมีดวิ่งเข้ามาด้วย
กริยาแสดงให้เห็นว่าจะมาช่วย ก. เล่นงานจำเลยให้อยู่  จำเลยจึงใช้ปืนลูกซองสั้น
ยิงไป ๑ นัดในทันทีนั้นเอง   เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ  ไม่มีความผิด
อ้างถึง

ถ้าไม่ใช่ในบ้าน แล้วแบบนี้จะโดนข้อหาพกพาอาวุธปืนไหมครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Notto ที่ กรกฎาคม 11, 2007, 12:49:42 PM
ขอบคุณมากคร้าบ   ที่ให้ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทาน...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: เสรีชน ที่ กรกฎาคม 20, 2007, 02:12:51 PM
ขอบคุณ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: prasit ที่ สิงหาคม 02, 2007, 09:27:36 AM
ขอบคุณครับ สำหรับสิ่งดีๆ  :~) :~) :~)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: speed_event ที่ สิงหาคม 03, 2007, 05:08:35 PM
เข้ามาอ่านจนจบตั้งแต่หน้าแรกได้ความรู้มากครับขอบคุณมากครับนับว่ามีประโยชน์มาก


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: natfd ที่ สิงหาคม 05, 2007, 08:41:03 AM
ดีจิงมีแต่ความรุ้ขอขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pocky ที่ สิงหาคม 06, 2007, 09:53:39 AM
ดีจริงๆๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: supermansup ที่ สิงหาคม 19, 2007, 07:35:05 AM
แล้วเจอมอเตอร์ไซค์กวนเมือง"ทำท่า"จะล้วงอาวุธจากเอวแล้วเรายิงสวนบาดเจ็บหรือตายผิดหรือไม่ครับ
ถ้ามีอาวุธจริง เป็นอย่างไร
และถ้าไม่มีอาวุธเป็นอย่างไร
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Nui_CZ ที่ สิงหาคม 19, 2007, 09:25:27 PM
ขอบคุณครับ สำหรับสิ่งดีๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: musicman ที่ สิงหาคม 22, 2007, 03:44:02 AM
ข้อมูลมีปรโยชน์มากครับ
แต่ผมอ่านมาตั้งแต่หน้าแรกก็ยังไม่แน่ใจคิดว่ายังสงสัยอยู่ครับ
   1.เรื่องเกินกว่าเหตุนี่ ผมสงสัยมาตั้งแต่แรกและหน้าจะมีสมาชิกหลายท่านสงสัย ว่าถ้าเรารอดูเหตุดูผลแล้วเราจะเอาตัวรอดเหรอครับ เช่นว่า คนร้ายปีนเข้าบ้าน ถ้าเค้ายังไม่ทำร้ายเรา(อาจจะยังไม่เห็นเรา)ถ้าเรายิงไปก็เหมือนว่าจะเกินกว่าเหตุ แต่ถ้าเราตะโกนออกไป หรือ เค้าเห็นเรา เค้ายิงเรานัดเดียวเราจอด ทุกอย่างก็จบหรอคับ(ที่มีในตัวอย่างที่ผ่านมาคือเราต้องเก่งกว่าคนร้ายทั้งนั้น) กรณีนี้  ผมเจอแต่คำว่าโดยมีอาวุธครบมือ หรือ มีท่าทางจะเข้ามาทำร้าย ในความจริงทุกอย่างมันน่าจะเกิดขึ้นเร็วมากจะไปดูกันทันได้ไง ถ้าผมเป็นคนร้ายเจ้าของตื่นมาเห็นผมก็ยิงก่อนไม่พูดพล่ำทำเพลงแล้ว ปืนก็เถื่อน หน้าตาก็ปกคลุมมาอย่างดี หนีไปเอาปืนทิ้งคลองถึงเจ้าหน้าที่จะตามจับได้ เจ้าของบ้านก็เสียชีวิตไปแล้ว
  หมายเหตุ คนร้ายเข้ามาในเคหะสถานของเราในยามวิกาล ประเมินแล้วคนร้ายแน่นอนแต่มีอาวุธรึปล่าวไม่เห็น และไม่อยากเห็นด้วยครับ

   2 . เรื่องภัยที่ผ่านไปแล้วกับอำนาจการจับกุมครับ ถ้า กฎหมายว่าภัยได้ผ่านพ้นไปแล้วถ้าเรายิงข้างหลังก็เกินกว่าเหตุ คือคนร้ายที่กระทำผิดต่อหน้า วิ่งหนีไปแล้วเราต้องปล่อยให้คนร้ายลอยนวลหรือครับ ตัวอย่างเช่น คนร้าย ปล้นบ้านเรา หรือ ปล้นธนาคาร เรามาพบเข้าคนร้ายอาจจะมีหรือไม่มีอาวุธ แต่คนร้ายไม่สู้ หนีอย่างเดียว เราควรทำอย่างไรครับ
   หมายเหตุ  ยิ่งปืนขึ้นฟ้าแล้วไม่หยุด  ผมคิอว่าถ้ายิงขาเพื่อให้คนร้ายวิ่งต่อไม่ได้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้า ผมยิงไม่แม่นล่ะ คนร้ายก็วิ่งเร็ว ยิงไปโดนกลางหลังตาย ทำไง หรือควรจะปล่อยให้เค้าวิ่งหนี้ไป ครับ

รบกวนทีนะครับ ผมก็ไม่ค่อยเรื่องกฏหมายเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้ ผู้ขโมยขโจรมัยเยอะ เหลือหลาย

อีกนึดครับ แล้วเรื่องปล่อยให้หนี ถ้าเรามาเจอคนร้าย งัดบ้านเรา แล้วเรา แค่ยิ่งปืนขึ้นฟ้าให้หนีไป ทำมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะคนร้ายไม่ต่อสู้ ตามไปกับกุมก็ไม่รู้จะทำไง(ถ้ายิงไม่ได้) แต่คนร้านรู้แล้วว่าเรามีอาวุธปืน แล้วไปทำการบ้านมาใหม่(ถ้าเรามีทรัพสินที่น่าพิศมัยมากๆ หรือมันแค้นก็เหอะ) แล้วกลับมายิง ลูกเมียเราตอนเราไม่อยู่ ทำไงดีครับ เพราะ อำนาจเราเป็นรอง  โจรเค้าไม่ใช้กฏหมายกัน แล้วโดยปกติคนร้านก็จะเตรียมการมาอย่างดี เอาว่าแค่ เจ้าของบ้านบางคนปืนก็มีจะหยิบทันรึเปล่าเหอะ พอหยิบมาต้องมาดูอีกว่าคนร้ายมีปืนรึป่าวยิงไปก่อนเดี๋ยวเกินกว่าเหตุ(ถ้าการเห็นอาวุธเค้าเป็นภาพสุดท้ายในชีวิต??) พอมันไม่มีอาวุธวิ่งหนี้ไปเราก็สกัดจับกุมไม่ได้(ภัยผ่านพ้นไปแล้ว)

ยังไงช่วยไขข้อสงสัยผมทีนะครับ อาจดูพูดพล่าม แต่ผมสงสัย จริงๆ ขอบพระคุณอย่างสูง ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ตะบันไฟ ที่ สิงหาคม 23, 2007, 07:45:15 PM
ข้อมูลมีปรโยชน์มากครับ
แต่ผมอ่านมาตั้งแต่หน้าแรกก็ยังไม่แน่ใจคิดว่ายังสงสัยอยู่ครับ
 1.เรื่องเกินกว่าเหตุนี่ ผมสงสัยมาตั้งแต่แรกและหน้าจะมีสมาชิกหลายท่านสงสัย ว่าถ้าเรารอดูเหตุดูผลแล้วเราจะเอาตัวรอดเหรอครับ เช่นว่า คนร้ายปีนเข้าบ้าน ถ้าเค้ายังไม่ทำร้ายเรา(อาจจะยังไม่เห็นเรา)ถ้าเรายิงไปก็เหมือนว่าจะเกินกว่าเหตุ แต่ถ้าเราตะโกนออกไป หรือ เค้าเห็นเรา เค้ายิงเรานัดเดียวเราจอด ทุกอย่างก็จบหรอคับ(ที่มีในตัวอย่างที่ผ่านมาคือเราต้องเก่งกว่าคนร้ายทั้งนั้น) กรณีนี้ ผมเจอแต่คำว่าโดยมีอาวุธครบมือ หรือ มีท่าทางจะเข้ามาทำร้าย ในความจริงทุกอย่างมันน่าจะเกิดขึ้นเร็วมากจะไปดูกันทันได้ไง ถ้าผมเป็นคนร้ายเจ้าของตื่นมาเห็นผมก็ยิงก่อนไม่พูดพล่ำทำเพลงแล้ว ปืนก็เถื่อน หน้าตาก็ปกคลุมมาอย่างดี หนีไปเอาปืนทิ้งคลองถึงเจ้าหน้าที่จะตามจับได้ เจ้าของบ้านก็เสียชีวิตไปแล้ว
 หมายเหตุ คนร้ายเข้ามาในเคหะสถานของเราในยามวิกาล ประเมินแล้วคนร้ายแน่นอนแต่มีอาวุธรึปล่าวไม่เห็น และไม่อยากเห็นด้วยครับ

 2 . เรื่องภัยที่ผ่านไปแล้วกับอำนาจการจับกุมครับ ถ้า กฎหมายว่าภัยได้ผ่านพ้นไปแล้วถ้าเรายิงข้างหลังก็เกินกว่าเหตุ คือคนร้ายที่กระทำผิดต่อหน้า วิ่งหนีไปแล้วเราต้องปล่อยให้คนร้ายลอยนวลหรือครับ ตัวอย่างเช่น คนร้าย ปล้นบ้านเรา หรือ ปล้นธนาคาร เรามาพบเข้าคนร้ายอาจจะมีหรือไม่มีอาวุธ แต่คนร้ายไม่สู้ หนีอย่างเดียว เราควรทำอย่างไรครับ
 หมายเหตุ ยิ่งปืนขึ้นฟ้าแล้วไม่หยุด ผมคิอว่าถ้ายิงขาเพื่อให้คนร้ายวิ่งต่อไม่ได้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้า ผมยิงไม่แม่นล่ะ คนร้ายก็วิ่งเร็ว ยิงไปโดนกลางหลังตาย ทำไง หรือควรจะปล่อยให้เค้าวิ่งหนี้ไป ครับ

รบกวนทีนะครับ ผมก็ไม่ค่อยเรื่องกฏหมายเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้ ผู้ขโมยขโจรมัยเยอะ เหลือหลาย

อีกนึดครับ แล้วเรื่องปล่อยให้หนี ถ้าเรามาเจอคนร้าย งัดบ้านเรา แล้วเรา แค่ยิ่งปืนขึ้นฟ้าให้หนีไป ทำมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะคนร้ายไม่ต่อสู้ ตามไปกับกุมก็ไม่รู้จะทำไง(ถ้ายิงไม่ได้) แต่คนร้านรู้แล้วว่าเรามีอาวุธปืน แล้วไปทำการบ้านมาใหม่(ถ้าเรามีทรัพสินที่น่าพิศมัยมากๆ หรือมันแค้นก็เหอะ) แล้วกลับมายิง ลูกเมียเราตอนเราไม่อยู่ ทำไงดีครับ เพราะ อำนาจเราเป็นรอง โจรเค้าไม่ใช้กฏหมายกัน แล้วโดยปกติคนร้านก็จะเตรียมการมาอย่างดี เอาว่าแค่ เจ้าของบ้านบางคนปืนก็มีจะหยิบทันรึเปล่าเหอะ พอหยิบมาต้องมาดูอีกว่าคนร้ายมีปืนรึป่าวยิงไปก่อนเดี๋ยวเกินกว่าเหตุ(ถ้าการเห็นอาวุธเค้าเป็นภาพสุดท้ายในชีวิต??) พอมันไม่มีอาวุธวิ่งหนี้ไปเราก็สกัดจับกุมไม่ได้(ภัยผ่านพ้นไปแล้ว)

ยังไงช่วยไขข้อสงสัยผมทีนะครับ อาจดูพูดพล่าม แต่ผมสงสัย จริงๆ ขอบพระคุณอย่างสูง ครับ

ครับ  ผมแนะนำให้ท่านไปหาหนังสือคำอธิบายเรื่องป้องกันตัว ตามประมวลกฎหมายอาญา

 มาตรา ๖๘  มาอ่าน  อีกเล่มที่แนะนำคือ หนังสือคำอธิบายกฎหมายอาญา  ภาค ๑ 

เขียนโดย ดร.เกียรติขจร  วัจนะสวัสดิ์  มีขายตามร้านหนังสือตำรากฎหมายทั่วๆไป

แล้วคุณจะเข้าใจในเรื่องป้องกันตัว  พอแก่เหตุ / เกินกว่าเหตุ  ได้ทันทีครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: glocklover ที่ สิงหาคม 23, 2007, 10:20:20 PM
ในความเข้าใจของผมนะครับ  ;D

การต่อสู้ซึ่งหน้า หากถูกทำร้ายก่อน เราตอบโต้เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามหยุดทำร้ายเราได้ น่าจะ สมควรแก่เหตุ

กรณีคนร้ายวิ่งหนีไปแล้ว เราวิ่งตามหรือไม่ก็แจ้งตำรวจได้ครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตัดสินใจแทนเราในการหยุดคนร้ายดีกว่านะครับ  ;D

แต่หากเราวิ่งตามไปแล้ว คนร้ายเกิดหันมายิงเราก่อน นั่นคงเพียงพอเป็นเหตุผลให้เรายิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวนะครับ แต่ต้องระวังผู้ไม่เกี่ยวข้องให้มากนะครับ ;D

ผิดถูกอย่างไรช่วยกันตอบนะครับ นี่เป็นความคิดของผมคนเดียวครับ  ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sak077 - รักในหลวง :) ที่ สิงหาคม 28, 2007, 02:58:44 PM
 :Dกระทู้ดีมาๆครับ ติดตามต่อไปครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: denny@creamy ที่ สิงหาคม 30, 2007, 11:05:01 AM
ผมรับราชการเป็นตชด.จะไปประจำที่จังหวัดนราธิวาสในเร็วๆนี้ ผมปรึกษากับอาผมที่เป็นนายทหารเค้าแนะนำผมว่า ผมควรจะซื้อปืนลูกซองประจำตัวสัก 1 กระบอก  ผมเลือกรุ่นแล้วเป็นเรมิงตัน 870 ลูกซอง 5นัดครับ คุณอาแนะนำให้บรรจุลูก 9 ลูก100 ใส่สลับกันในรังเพลิง และคุณอาแนะนำว่าให้ใช้แทนเอ็ม16 และเอสเค33 ไปเลย  ผมอยากทราบข้อมูลว่าหลักการนี้ถูกต้องมั้ยครับ
โปรดตอบผมด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ตะบันไฟ ที่ กันยายน 02, 2007, 11:16:01 AM
ผมรับราชการเป็นตชด.จะไปประจำที่จังหวัดนราธิวาสในเร็วๆนี้ ผมปรึกษากับอาผมที่เป็นนายทหารเค้าแนะนำผมว่า ผมควรจะซื้อปืนลูกซองประจำตัวสัก 1 กระบอก ผมเลือกรุ่นแล้วเป็นเรมิงตัน 870 ลูกซอง 5นัดครับ คุณอาแนะนำให้บรรจุลูก 9 ลูก100 ใส่สลับกันในรังเพลิง และคุณอาแนะนำว่าให้ใช้แทนเอ็ม16 และเอสเค33 ไปเลย ผมอยากทราบข้อมูลว่าหลักการนี้ถูกต้องมั้ยครับ
โปรดตอบผมด้วยครับ

คุณ  เป็น ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ที่ถือว่าเสี่ยงภัยมากๆในเขต 3 จังหวัดใต้
ถ้าถามเรื่องหลักการพกพาปืน ..   ไม่มีปัญหาครับ  พกพาได้เพราะเป็น ตชด.
ไปปฏิบัติหน้าที่ ..  ใครก็ไม่จับหรอก

แต่ถ้าถามหลักว่า เปลี่ยนปืน จาก เอ็ม16 และเอชเค 33 โดยใช้ลูกซองแทน
อันนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปืนมาตอบ

คุณว่าอานุภาพปืนลูกซอง กับ เอ็ม16 หรือ เอชเค 33 อย่างไหนรุนแรงกว่ากัน
ในพื้นที่เสี่ยงภัย ก็ควรใช้ปืนลูกดก  มีอำนาจรุนแรงให้สมน้ำสมเนื้อกับกลุ่มโจรด้วย

ลองพิจารณาดูเอาครับ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ ตุลาคม 04, 2007, 02:46:46 PM
ฎ.1096/2528 จำเลยโกรธแค้นพวกที่รุมทำร้ายจำเลยตั้งใจจะไปฆ่าจำเลยเพื่อเป็นการล้างแค้นเมื่อพบผู้ตายจำเลยเข้าใจว่าเป็นพวกที่ทำร้ายตนจึงใช้อาวุธยิงผู้ตายทันที ดังนี้ เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: macgyver ที่ ตุลาคม 04, 2007, 03:21:04 PM
ผมไม่ได้เข้ามาเว๊ปนี้นานมากแล้ว พอเข้าอ่านกระทู้นี้ ก็รู้สึกว่าเหมือนกับกลับไปเป็น นศ.กฎหมาย อีกครั้ง ดีครับได้ทบทวนความรู้เก่าๆ (ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับกฎหมายเลย) ผู้ที่จบ นบ.คงทราบดีว่าหากไม่ได้ใช้ กม.นานๆ ก็จะไม่คล่อง และ กม.ยังมีการปรับปรุงแก้ไขเสมอ ผมว่าถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเอา กม.ที่เกี่ยวข้องมาสรปให้สมาชิกได้อ่านกัน ก็จะเป็นวิทยาทานที่ดีครับ..จากมือกฎหมายเก่า..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: >>Casanovy<< ที่ ตุลาคม 06, 2007, 12:37:26 PM
เท่าที่อ่านมา..แสดงว่า..การยิงเพียงนัดหรือสองนัด หรือการยิงที่ไม่เป็นการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยิงไปในลักษณะหยุดยั้ง ( ถ้าหยุดได้จริง ) ย่อมดีกว่าใช่ป่าวคะ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ตะบันไฟ ที่ ตุลาคม 06, 2007, 02:05:36 PM
เท่าที่อ่านมา..แสดงว่า..การยิงเพียงนัดหรือสองนัด หรือการยิงที่ไม่เป็นการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยิงไปในลักษณะหยุดยั้ง ( ถ้าหยุดได้จริง ) ย่อมดีกว่าใช่ป่าวคะ..

 ถูกต้องเลยครับ คุณ คาสโนวี่ ...เจตนาพอแก่เหตุ  ไม่เกินกว่านั้นครับ
เขาล้ม เขาทรุด หมดทางสู้แล้ว  เราไม่ซ้ำ  เพราะเขาทำอะไรเราไม่ได้แล้ว
ถือว่าภยันตรายที่ได้เกิดแก่เราผ่านพ้นไปแล้ว  และไม่เกิดขึ้นอีก
เราจึงไม่จำเป็นต้องไปยิงซ้ำ   เจตนาจึงมองว่าเราทำไปพอสมควรแก่เหตุ...ไงครับ ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ ตุลาคม 07, 2007, 10:16:05 AM
เท่าที่อ่านมา..แสดงว่า..การยิงเพียงนัดหรือสองนัด หรือการยิงที่ไม่เป็นการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยิงไปในลักษณะหยุดยั้ง ( ถ้าหยุดได้จริง ) ย่อมดีกว่าใช่ป่าวคะ..
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911/2547 
จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายจะใช้มีดแทง จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัว แต่แม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องหนีการที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า จำเลยอาจเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อยเพียงเพื่อยับยั้งผู้ตาย แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ ตุลาคม 07, 2007, 12:11:38 PM
เท่าที่อ่านมา..แสดงว่า..การยิงเพียงนัดหรือสองนัด หรือการยิงที่ไม่เป็นการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยิงไปในลักษณะหยุดยั้ง ( ถ้าหยุดได้จริง ) ย่อมดีกว่าใช่ป่าวคะ..
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911/2547 
จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายจะใช้มีดแทง จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัว แต่แม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องหนีการที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า จำเลยอาจเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อยเพียงเพื่อยับยั้งผู้ตาย แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69



(http://img480.imageshack.us/img480/8721/dsc05862rzrznj4.jpg) (http://imageshack.us) เจอฎีกานี้เศร้าเลย ต้องบอกไม่เคยซ้อมยิง ตกใจกลัว หลับหูหลับตายิง นัดเดียว ..... ไปโดนได้ยังไงก็ไม่รุ๊  ::004::



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ ตุลาคม 13, 2007, 04:47:36 PM
เท่าที่อ่านมา..แสดงว่า..การยิงเพียงนัดหรือสองนัด หรือการยิงที่ไม่เป็นการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยิงไปในลักษณะหยุดยั้ง ( ถ้าหยุดได้จริง ) ย่อมดีกว่าใช่ป่าวคะ..
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911/2547 
จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายจะใช้มีดแทง จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัว แต่แม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องหนีการที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า จำเลยอาจเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อยเพียงเพื่อยับยั้งผู้ตาย แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69



(http://img480.imageshack.us/img480/8721/dsc05862rzrznj4.jpg) (http://imageshack.us) เจอฎีกานี้เศร้าเลย ต้องบอกไม่เคยซ้อมยิง ตกใจกลัว หลับหูหลับตายิง นัดเดียว ..... ไปโดนได้ยังไงก็ไม่รุ๊  ::004::



 จากคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวข้างต้น.  แสดงว่าจำเลยพอมีเวลาอยู่พอสมควรที่จะเตรียมตัวเตรียมใจ
เลือกยิงได้หลายแห่ง  อาจเช่นว่า คนร้านยังอยู่ในระยะห่างพอสมควร ไม่ใกล้จวนตัวมากเกินไป
อย่างนี้เมื่อจำเลยมีเวลาเลือกว่าจะยิงตรงส่วนไหนได้ .    แต่ไม่ยิงส่วนต่ำๆของร่างกายเพียงเพื่อให้
เขาหยุดเข้ามา  กลับไปยิงบนใบหน้า ศรีษะ ซึ่งถือเป็นอวัยวะสำคัญ  แสดงว่าเจตนาหวังฆ่าให้ตาย   
ก็จึงเป็นการเกินกว่าเหตุไปครับ  เพราะสามารถเลือกยิงเขาให้หยุด  . โดยไม่ต้องที่ใบหน้าก็ทำได้ .

** แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ จวนตัว  ไม่อาจเลือกยิงตรงไหนของร่างกายได้ทัน  เพราะเขาเข้าจู่โจมมาแล้ว
อย่างนี้  แนววินิจฉัยของศาลฎีกายังวางหลักให้ความคุ้มครองอยู่ อย่างเทียบเคียงตามแนวฎีกานี้ครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๓๑๘ / ๒๕๒๙  ผู้เสียหายจะร่วมประเวณีจำเลย  จำเลยไม่ยอม ผู้เสียหายพยายาม
จะถอดกางเกงจำเลย  จำเลยจึงดึงมีดคัตเตอร์ออกจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ในสภาพที่ถูกนอนกดทับพยายามจะข่มขืน จำเลยย่อมไม่มีทางเลือกกระทำต่อส่วนอื่นของร่างกายผู้เสียหาย  นอกจากส่วนบน
ของร่างกายซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ได้กดทับ  บาดแผลที่บริเวณที่คอยาว ๑๒ ซม. กว้าง ครึ่ง ซม.  ลึก ๑ ซม. 
แม้เป็นการกระทำโดยแรงจนมีดคัตเตอร์หัก  แต่กระทำเพียงครั้งเดียว  ดังนี้เป็นการป้องกัน
พอสมควรแก่เหตุ........ ไม่มีความผิด

และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๑๐ / ๒๕๑๐ โจทก์ร่วมกับพวกดื่มสุราที่ร้านของจำเลยจนมึนเมาแล้วสั่งสุราอีก
ภริยาของจำเลยบอกว่าสุราหมด  โจทก์ร่วมได้ลุกขึ้นไปหยิบขวดสุราของจำเลยที่โต๊ะชงกาแฟ  ภริยาจำเลย
จึงเข้าแย่ง  โจทก์ร่วมได้ทำร้ายภริยาจำเลย  พวกของโจทก์ร่วมได้บีบคอจำเลยจนหน้าแหงน  จำเลยควานไปพบเหล็กเปิดขวดแล้วเหวี่ยงไป ๑ ทีในขณะชุลมุนอยู่ ไปถูกนัยน์ตาโจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงบอด
การกระทำของจำเลยเช่นนี้เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด

** ดังนั้นต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดด้วยครับ .......

กรณี ไม่เคยยิงปืนมาก่อน  เช่นว่าไปคว้าปืนเขามาได้แล้วยิงเพื่อป้องกันตัว  ตามความคิดเห็นส่วนตัวจึงเห็นว่าข้อเท็จจริงส่วนนี้ต้องรับฟังเป็นคุณด้วย เพราะเขาไม่เคยยิงปืนมาก่อน หรือไม่ชำนาญจริงๆ  จะให้เขายิงแม่นแบบเลือกยิงคงไม่ได้  ผมว่าข้อเท็จจริงนี้ ศาลต้องรับฟังครับ 

เหมือนกรณี จำเลยสายตาสั้นมากปกติต้องใส่แว่นสายตาตลอด  แล้วขณะยิงป้องกันตัวแว่นเกิดหล่นหายไป
อย่างนี้ต้องฟังเป็นคุณประโยชน์ด้วยว่า  จะให้เขายิงเหมือนคนสายตาปกติคงไม่ได้   

** แต่ถ้าเป็นนักกีฬายิงปืน  หรือยิงปืนประจำแบบพวกเรานี่สิครับ  ต้องระวังให้ดี  เพราะใช้ปืนเป็น ยิงปืนเป็น
จึงย่อมเป็นผู้มีสมาธิ มีสติ และมีความชำนาญในการยิงปืน ใช้ปืน มากกว่าคนทั่วไปที่ไม่มีปืน ไม่เคยยิงปืน
ถ้าพวกเรามีเวลาเพียงพอที่จะยิงคนร้าย  แล้วไม่เลือกยิง  ไปยิงอวัยวะส่วนสำคัญเข้า  เช่น ศรีษะ หัวใจ
ใบหน้า ฯลฯ  แบบตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911 /2547 ข้างต้น  ผลอาจเป็นไปตามแนวฎีกานั้นได้

ขอบคุณครับ...................


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ ตุลาคม 13, 2007, 08:19:52 PM
เท่าที่อ่านมา..แสดงว่า..การยิงเพียงนัดหรือสองนัด หรือการยิงที่ไม่เป็นการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยิงไปในลักษณะหยุดยั้ง ( ถ้าหยุดได้จริง ) ย่อมดีกว่าใช่ป่าวคะ..
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911/2547 
จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายจะใช้มีดแทง จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัว แต่แม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องหนีการที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า จำเลยอาจเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อยเพียงเพื่อยับยั้งผู้ตาย แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69



(http://img480.imageshack.us/img480/8721/dsc05862rzrznj4.jpg) (http://imageshack.us) เจอฎีกานี้เศร้าเลย ต้องบอกไม่เคยซ้อมยิง ตกใจกลัว หลับหูหลับตายิง นัดเดียว ..... ไปโดนได้ยังไงก็ไม่รุ๊  ::004::



 จากคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวข้างต้น.  แสดงว่าจำเลยพอมีเวลาอยู่พอสมควรที่จะเตรียมตัวเตรียมใจ
เลือกยิงได้หลายแห่ง  อาจเช่นว่า คนร้านยังอยู่ในระยะห่างพอสมควร ไม่ใกล้จวนตัวมากเกินไป
อย่างนี้เมื่อจำเลยมีเวลาเลือกว่าจะยิงตรงส่วนไหนได้ .    แต่ไม่ยิงส่วนต่ำๆของร่างกายเพียงเพื่อให้
เขาหยุดเข้ามา  กลับไปยิงบนใบหน้า ศรีษะ ซึ่งถือเป็นอวัยวะสำคัญ  แสดงว่าเจตนาหวังฆ่าให้ตาย   
ก็จึงเป็นการเกินกว่าเหตุไปครับ  เพราะสามารถเลือกยิงเขาให้หยุด  . โดยไม่ต้องที่ใบหน้าก็ทำได้ .

** แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ จวนตัว  ไม่อาจเลือกยิงตรงไหนของร่างกายได้ทัน  เพราะเขาเข้าจู่โจมมาแล้ว
อย่างนี้  แนววินิจฉัยของศาลฎีกายังวางหลักให้ความคุ้มครองอยู่ .....................




** ดังนั้นต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดด้วยครับ .......

กรณี ไม่เคยยิงปืนมาก่อน  เช่นว่าไปคว้าปืนเขามาได้แล้วยิงเพื่อป้องกันตัว  ตามความคิดเห็นส่วนตัวจึงเห็นว่าข้อเท็จจริงส่วนนี้ต้องรับฟังเป็นคุณด้วย เพราะเขาไม่เคยยิงปืนมาก่อน หรือไม่ชำนาญจริงๆ  จะให้เขายิงแม่นแบบเลือกยิงคงไม่ได้  ผมว่าข้อเท็จจริงนี้ ศาลต้องรับฟังครับ   


ฏีกานี้ทำให้ผมสนใจไปหารายละเอียดข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะบังเอิญความคิดในการใช้อาวุธปืนของผมคือ ใช้ปืนป้องกันชีวิตเท่านั้น
และเมื่อยิง ก็จะยิงเพียงนัดเดียว และต้องป้องกันชีวิตตัวเองได้

แต่........ระยะห่าง 3 เมตร ที่อีกฝ่ายมีมีดอยู่ในมือ และใช้มีดนั้นแทง
ระยะห่างอย่างนี้...เป็นระยะที่ผมถือว่าผลจะเป็น........ตกตายไปด้วยกัน
ผมฝึกยิงในระยะประชิด......ให้เป็นไปโดยสัญชาตญาณ....ที่เดียว-นัดเดียว....เพื่อเอาชีวิตรอด....แบบนี้ (http://img480.imageshack.us/img480/8721/dsc05862rzrznj4.jpg) (http://imageshack.us)

ด้วยความเคารพในคำพิพากษาของศาล....
ศาลฎีกาท่านว่า ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ ..... จำคุก 2 ปี           แต่ผมยังคิดว่าถ้าถูกทำร้ายด้วยมีดจากระยะ 3 เมตร ผมยอมติดคุก  ;D

ศาลท่านวินิจฉัยไว้ดังนี้ครับ.......

".....มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำโดยป้องกันหรือไม่ โจทก์มีนายอำนวยเบิกความเป็นพยานว่า จำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกันเรื่องผู้ตายปลูกมะพร้าว ขณะนั้นทั้งสองยืนห่างกันประมาณ ๓ เมตร พยานยืนกั้นกลางพยายามพูดห้ามปรามแต่ทั้งคู่ไม่ฟัง ผู้ตายชักมีดจากเอวเดินเข้าหาจำเลย จำเลยจึงชักอาวุธปืนเล็งยิงไป ๑ นัด พยานโจทก์ปากนี้เป็นประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น คำเบิกความมีน้ำหนักน่าเชื่อ พนักงานสอบสวนทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญา ระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้ตายจะใช้มีดปลายแหลมแทงจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิง เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์เป็นดังนี้จึงรับฟังได้ว่า จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายใช้มีดแทง การที่ผู้ตายจะใช้มีดแทงจำเลยถือได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัว แต่เห็นว่าแม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องหนี แต่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า จำเลยอาจเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อยเพียงเพื่อยับยั้งผู้ตายมิให้เข้ามาใช้มีดแทง แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา ๖๙ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

          พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ ให้จำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘. "
 

           
 
 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ ตุลาคม 13, 2007, 08:41:40 PM
ขอบคุณครับท่านธำรง ระยะแค่ ๓ เมตรเอง ใกล้มากครับ น่าคิดเหมือนกัน
ผมเองก็ยังไม่รู้จะเลือกยิงกันทันไหม  เพราะอาจตกใจตื่นเต้นก็ได้ . 

 อีกกรณีหนึ่งคือการยิงสวน  ..ถ้าเรื่องยิงสวนนี่  โดนตรงอวัยวะส่วนไหนศาลฎีกาก็มองเป็นประเด็นย่อย
เพราะยิงสวนหมายถึงคนร้ายกำลังจะยิงหรือจ้องเล็งจะยิงมาใส่เราแล้ว คนร้ายพร้อมแล้ว
ถ้าเราไม่ยิงสวน แน่นอนคนร้ายยิงเราแน่ ก็ทำให้ไม่มีเวลาเล็ง ..



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Narin CZ ที่ ตุลาคม 14, 2007, 03:04:50 AM
มีประโยชน์มากๆ ขอขอบคุณหนุ่มซิกฯและท่านอื่นๆที่ช่วยออกความเห็นครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: warmer ที่ ตุลาคม 19, 2007, 12:06:47 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ ตุลาคม 19, 2007, 05:31:00 PM
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3869/2546   
ในช่วงเวลาเกิดเหตุในละแวกบ้านจำเลยมีโจรผู้ร้ายชุกชุม และก่อนเกิดเหตุจำเลยเคยถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ในบ้าน คืนเกิดเหตุผู้ตายได้ปีนเข้าบ้านจำเลยทางช่องลมโดยปราศจากเหตุสมควร ย่อมทำให้จำเลยสำคัญผิดว่าผู้ตายเป็นคนร้ายและในขณะนั้นจำเลยย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าผู้ตายจะมีอาวุธหรือไม่ เพราะในห้องที่เกิดเหตุมืดและเป็นเวลากะทันหัน ถ้าเป็นคนร้ายซึ่งจะมาทำร้ายจำเลยจริงแล้ว การที่จะให้จำเลยรออยู่จนกว่าคนร้ายจะแสดงกิริยาทำร้ายแล้ว จำเลยก็อาจได้รับอันตรายก่อนที่จะทำการป้องกันได้ทันท่วงที และจำเลยก็ยิงผู้ตายไปเพียง 1 นัด เมื่อผู้ตายล้มลงจำเลยก็มิได้ซ้ำแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงพอสมควรแก่เหตุเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายโดยสำคัญผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคแรก
 ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ ตุลาคม 19, 2007, 05:33:50 PM
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2546 
จำเลยกับผู้ตายเล่นสนุกเกอร์พนันเอาทรัพย์สินกันแล้วเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทแม้ผู้ตายจะเป็นฝ่ายลงมือทำร้ายจำเลยก่อน แต่การที่จำเลยใช้กรรไกรเป็นอาวุธแทงสวนไปในทันทีทั้งที่ผู้ตายไม่มีอาวุธ และเมื่อผู้ตายถูกแทงแล้วเดินเข้าไปในซอยถือไม้กวาดเพื่อไล่ตีจำเลย หากจำเลยไม่ประสงค์จะต่อสู้กับผู้ตายย่อมหลบเลี่ยงเสียได้เพราะผู้ตายบาดเจ็บ การที่จำเลยยังคงยืนอยู่ในที่เกิดเหตุรอจนกระทั่งผู้ตายถือไม้กวาดเข้ามาไล่ตีจำเลย จำเลยจึงวิ่งไปหยิบท่อนเหล็กแป๊ปน้ำตีผู้ตายจนล้มลง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย จะอ้างเหตุว่าจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตัวไม่ได้

พฤติกรรมที่จำเลยใช้กรรไกรเป็นอาวุธแทงผู้ตายถูกกลางอกขวาทะลุซี่โครงขวาเยื่อหุ้มหัวใจทะลุ และใช้ท่อนเหล็กแป๊ปน้ำยาวประมาณ 20 นิ้ว ตีศีรษะผู้ตายมีบาดแผลถึง 3 แห่ง มีเลือดออกที่หูขวาและสมองช้ำบวม ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายที่ทำให้ถึงแก่ความตายได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: aka11"รักในหลวง" ที่ ตุลาคม 20, 2007, 10:26:49 AM
ขอบคุณครับ...........เป็นประโยชน์อย่างมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: DK Thara ที่ ตุลาคม 22, 2007, 05:52:58 PM
ขออนุญาตยืมกระทู้เรียนถามเพิ่มเติมนะครับ ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นจะเป็นการป้องกัน (ทรัพย์สิน) โดยสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ
เช้าวันหนึ่งจำเลยได้เดินจ่ายตลาดอยู่ทางด้านท้ายตลาด แล้วผู้ตายได้วิ่งราวโดยกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยที่สวมอยู่ สร้อยคอขาดติดมือผู้ตายไป แล้วผู้ตายได้วิ่งหนี จำเลยวิ่งตามแล้วร้องบอกให้หยุดเอาสร้อยคืนมาไม่งั้นจะยิง แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดและวิ่งหนีต่อไปพร้อมกับเอาสร้อยคอทองคำของจำเลยติดมือไปด้วย จำเลยเห็นดังนั้นจึงใช้ปืนขนาด 9 มม (กระสุนหัวรู) ยิงไปทางผู้ตายหมายจะให้โดนขาล้มลง โดยมิได้มีเจตนาให้ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนพราดเป้าไปเข้ากลางหลังผู้ตาย กระสุนฝังในปอดผู้ตาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในที่สุด
ไม่ทราบว่ากรณีนี้ถ้าให้ท่านผู้เชี่ยวชาญ และหมอความทั้งหลาย วิเคราะห์ ดูแล้วน่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินโดยชอบธรรม และสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ (อันนี้พูดถึงป้องกันทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับป้องกันชีวิตนะครับ)

ปล. ภาษากฎหมายไม่ค่อยคล่อง เนื่องจากไม่ได้จบกฎหมาย กรุณาชี้แนะด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ ตุลาคม 23, 2007, 08:30:45 AM
ขออนุญาตยืมกระทู้เรียนถามเพิ่มเติมนะครับ ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นจะเป็นการป้องกัน (ทรัพย์สิน) โดยสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ
เช้าวันหนึ่งจำเลยได้เดินจ่ายตลาดอยู่ทางด้านท้ายตลาด แล้วผู้ตายได้วิ่งราวโดยกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยที่สวมอยู่ สร้อยคอขาดติดมือผู้ตายไป แล้วผู้ตายได้วิ่งหนี จำเลยวิ่งตามแล้วร้องบอกให้หยุดเอาสร้อยคืนมาไม่งั้นจะยิง แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดและวิ่งหนีต่อไปพร้อมกับเอาสร้อยคอทองคำของจำเลยติดมือไปด้วย จำเลยเห็นดังนั้นจึงใช้ปืนขนาด 9 มม (กระสุนหัวรู) ยิงไปทางผู้ตายหมายจะให้โดนขาล้มลง โดยมิได้มีเจตนาให้ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนพราดเป้าไปเข้ากลางหลังผู้ตาย กระสุนฝังในปอดผู้ตาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในที่สุด
ไม่ทราบว่ากรณีนี้ถ้าให้ท่านผู้เชี่ยวชาญ และหมอความทั้งหลาย วิเคราะห์ ดูแล้วน่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินโดยชอบธรรม และสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ (อันนี้พูดถึงป้องกันทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับป้องกันชีวิตนะครับ)

ปล. ภาษากฎหมายไม่ค่อยคล่อง เนื่องจากไม่ได้จบกฎหมาย กรุณาชี้แนะด้วยครับ


ครับ  กรณีนี้คนร้ายหันหลังวิ่งหนีจากการทำผิดวิ่งราวสร้อยคอทองคำ   เราเองเป็นผู้เสียหายด้วย
และเป็นผู้ประสบเหตุในความผิดซึ่งหน้าที่เกิดขึ้นด้วย  และเราเจ้าทรัพย์กำลังวิ่งไล่ตาม ..

ตามความเห็นส่วนตัวของผม ในฐานะนักกฎหมายคนหนึ่งนะครับ ...
ผมเห็นว่าเรามีสิทธิป้องกันทรัพย์สินของเราได้เพื่อไม่ให้คนร้ายเอาไป .
แต่เราจะกระทำอย่างไรให้ดูเป็นการใช้วิธีหยุดยั้งคนร้ายที่พอสมควรแก่เหตุที่สุด ..
สมมุติว่าสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง  กับการใช้ปืนยิงเข้าไปเพื่อหยุดยั้ง .เเล้วเกิดพลาดไปถูกเขาตาย
ก็อาจจะดูไม่สมสัดส่วนไปได้ ..เเละศาลอาจจะมองว่าเกินกว่าเหตุไป  เจตนาไม่ควรถึงกับฆ่าคนร้าย

ถ้าแค่เจตนาทำร้าย  เช่นยิงที่ขา .. ความเห็นส่วนตัวยังมองว่าน่าจะพอแก่เหตุได้ ..
เพราะเป็นการสกัดกั้นคนร้ายซึ่งไม่มีวิธีอื่นๆอีกแล้วที่จะหยุดได้ ..แต่คนร้ายต้องไม่ตาย ..
สมมุติอีกว่า .. คนร้ายวิ่งราวกระเป๋าสะพายมีเงินข้างใน 1 แสน - 1 ล้านบาท  /
หรือสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทแถมมีพระสมเด็จแท้ องค์ละหลายล้านบาทไปด้วย 
ก็น่าเห็นใจ ถ้าไม่มีวิธีสกัดคนร้ายด้วยวิธีอื่นๆอีกแล้ว
ส่วนตัวก็ยังมองว่า ยิงที่ขาเพียงนัดเดียว  น่าจะพอแก่เหตุได้ .. เพราะดูสมสัดส่วนกัน  ..

แต่อย่างไรก็ตาม เคสนี้ตามข้อเท็จจริงตรงๆที่ถาม ยังไม่ขึ้นสู่ศาลฎีกาให้พิจารณาจึงยังไม่มีบรรทัดฐานแบบนี้  ที่ผมแสดงไปเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมในฐานะนักกฎหมายคนหนึ่งเท่านั้น  ไม่อาจนำมาเป็นบรรทัดฐานได้   จึงต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจดีๆ   ...

ซึ่งตามที่ได้สืบค้น ..คำพิพากษาฎีกาปัจจุบันนี้ ..จะออกมาในแนวนี้ครับ ..คือ

คำพิพากษาฎีกาปัจจุบันที่เดินตามกันมาตลอด .. จะออกไปในทางว่า ..
ถ้าคนร้ายที่เอาทรัพย์ไป.. วิ่งหนี  .. เจ้าทรัพย์วิ่งไล่ตาม  หากคนร้ายไม่มีอาวุธใดๆ
หรือไม่แสดงกริยาจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ .. หากเจ้าทรัพย์ใช้อาวุธ มีด/ปืน เข้าทำร้าย
จะเกินกว่าเหตุตาม ป.อาญา มาตรา ๖๙ หมด ..

คำพิพากษาฎีกาที่  ๑๙๐๘ / ๒๔๙๔  คนร้ายขึ้นเรื่อนลักทรัพย์ได้แล้ววิ่งหนีไป
เจ้าทรัพย์วิ่งไล่ไปทันแล้วใช้มีดแทงคนร้าย ๑ ที คนร้ายตาย  ศาลฎีกาตัดสินว่า
เจ้าทรัพย์แทงคนร้ายในเวลากระชั้นชิดที่วิ่งไล่กันมา  ถือว่าไม่มีเจตนาฆ่า
เพราะเเทงเพียงทีเดียว . คงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ..
เป็นการป้องกันทรัพย์เกินสมควรแก่เหตุ .

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๔๓ / ๒๔๙๕ ยิงผู้ร้ายขณะกำลังวิ่งหนีและพาเอาห่อของไปด้วย
โดยผู้ร้ายมิได้กระทำอะไรแก่ตน  . เป็นการป้องกันแต่เกินสมควรแก่เหตุ.

คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๘๒ / ๒๕๒๐  ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปลักแตงในไร่ของจำเลย
ในเวลากลางคืน   จำเลยใช้อาวุธปืน .๒๒ ยิงผู้เสียหายขณะที่ผู้เสียหายกับพวกวิ่งหนี
ถูกที่หลังกระสุนฝังใน  การที่จำเลยยิงผู้เสียหายโดยเหตุผู้เสียหายลักแตง ๒ - ๓ ใบ
ราคาเล็กน้อย  กระสุนถูกที่หน้าอกอวัยวะสำคัญ  ย่อมเล็งเห็นได้ว่ามีเจตนาฆ่าจึงเป็นการกระทำ
ที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน  จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย
เพื่อป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๓ / ๒๕๑๔  การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้เสียหายออกไปนอกบ้าน
โดยจำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ที่ใต้ถุนเรือนของจำเลย
เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิในทรัพย์ของตน  แต่เมื่อจำเลยวิ่งไล่ไปทันผู้เสียหาย
แล้วใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายถูกที่หลัง ๔ แผล  ที่ข้อศอก ๑ แผล โดยไม่ปรากฎว่า
ผู้เสียหายมีอาวุธหรือแสดงอาการขัดขืนต่อสู้  เช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินกว่า
กรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป. อาญา มาตรา ๖๙ ..

..แต่ถ้า คนร้ายมีอาวุธติดตัวมาด้วย .. หรือแสดงกริยาหันมาจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ ..
ก็มีคำพิพากษาฎีกาว่าเป็นป้องกันพอแก่เหตุได้เช่น
คำพิพากษาฎีกาที่ 943/2508 คนร้ายจูงกระบือไปจากใต้ถุนเรื่อนจำเลย..
เมื่อเวลา 24 น. จำเลยร้องถาม  คนร้ายหันปืนมาทางจำเลย  จำเลยจึงยิง
ปืนไป ๒ นัด คนร้ายตาย จำเลยเคยถูกลักกระบือมาแล้ว ๑ ครั้งและหมู่บ้านนั้น
มีการลักกระบือกันเสมอ   ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด ..

***ดังนั้น .. ถ้าจะเอาหลักที่ชัวร์ ไว้ก่อนในตอนนี้ก็ต้องไม่ยิงคนร้ายมือเปล่าขณะเขาวิ่งหลบหนี
โดยอาจจะหาวิธี/หนทาง . สกัดกั้นหรือหยุดยั้งเป็นวิธีอื่น .. 
เว้นแต่ . คนร้ายหันมามีอาวุธ.. จะเล่นงานเรา .......เท่านั้น ***

ฉะนั้น .. ต้องวิเคราะห์ดูให้ดีก่อนตัดสินใจ ...หากเจอเหตุการณ์คนร้ายวิ่งพาทรัพย์เราไปหลบหนี
แล้วเรากำลังวิ่งตาม .........
 



 
 
 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ ตุลาคม 23, 2007, 08:46:07 AM
.จริงๆเราประชาชนก็น่าจะมีสิทธิปกป้องกันทรัย์สินจากคนร้ายได้ .. ในขณะวิ่งไล่ตาม
แต่ถ้าทรัพย์ราคาเล็กน้อยไม่มากนัก  เช่นฎีกาว่าลักแตง 2-3 ใบ เทียบกับความตายของคนร้าย
ก็อาจจะเกินกว่าเหตุตามที่ศาลฎีกาตัดสินไว้ได้ ...

จึงต้องใช้สติไตร่ตรองดูให้ดีๆ ...แต่ถ้าทรัพย์สินในราคามากๆ  เช่นว่า วิ่งราวกระเป๋าใส่เงิน
1 แสน - 1 ล้านบาท  / วิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท + พระสมเด็จแท้ + พระเครื่องอื่นๆ
ราคาหลายแสน/ล้านบาทไป  .. ก็ยังไม่มีแนวฎีกาว่ายังงี้  การไปยิงขา 1 นัดเพื่อหยุดยั้ง...เพื่อจะได้ทรัพย์
ราคาสูงอย่างนั้นกลับคืนมา .จะเป็นเกิน/หรือพอแก่เหตุหรือไม่ ...

ทางที่ดีก็ควรยึดแนวฎีกาเอาไว้ก่อนก็จะเป็นดีที่สุดครับ ...
พยายามหาวิธีสกัดกั้นคนร้ายด้วยวิธีอืนๆ ...ก่อนที่จะใช้ปืน..

ถ้าใครได้ดู ป. วิอาญา มาตรา ๘๓ วรรคท้าย  + ๗๙ + ๘๐  ประกอบกัน  ราษฎรมีสิทธิจับกุมคนร้าย
ที่ทำผิดซึ่งหน้าได้ .. หากคนร้ายขัดขวางการจับกุม .หลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ก็ยังให้อำนาจ
ผู้จับใช้วิธี..หรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้นได้ ..

แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า ..อย่างไร /อย่างไหน เป็นวิธี หรือการป้องกันที่เหมาะสมกับพฤติการณ์ในการจับนั้นสิครับ
เป็นเรื่องสำคัญ ... ที่ศาลจะต้องเป็นผู้ตีความเอง .........


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ ตุลาคม 23, 2007, 08:53:18 AM
และกรณีที่ถามนี้  .. หากได้เกิดขึ้นแล้ว  .. ผมเชื่อว่าทางพนักงานอัยการซึ่งเป็นมือทนายแผ่นดิน.....
อาจจะตั้งเรื่องสั่งฟ้องไว้ก่อน  แล้วเราก็จะต้องเสียเวลาไปต่อสู้คดีกันในศาล ..
แล้วศาลถึงจะเป็นผู้วินิจฉัยให้เองว่า .....เคสอย่างที่ถามนี้ ..
เป็นเกินกว่าเหตุ/หรือพอสมควรแก่เหตุ.........................


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: DK Thara ที่ ตุลาคม 23, 2007, 10:42:29 AM
ขอบคุณท่าน sigsax มากครับ หลังจากได้อ่านข้อความที่ท่าน sigsax อธิบาย ก็พอจะได้ idea ขึ้นมาบ้าง สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ก็คือ "ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง"
ผมขอเป็นอีกคนหนึ่งครับที่ขอชื่นชมว่ากระทู้นี้มีประโยชน์กับสมาชิกเป็นอย่างมาก...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ju ที่ ตุลาคม 29, 2007, 10:13:54 PM
ผมสงสัยว่าในเวลาขับรถเดินทางไปต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่เปลี่ยวแล้วเราเตรียมปืนเตรียมกระสุนขึ้นลำกล้องไว้เก็บไว้ในกระเป๋าวางไว้ข้างตัวเมื่อเจอกับด่านตำรวจตรวจพบอาวุธปืนที่เก็บในกระเป๋าที่วางข้างตัวเรานั้นมีความผิดหรือไม่ ถ้ามีความผิดมีความผิดร้ายแรงหรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดที่อ่านกระทู้ของผมแล้วช่วยตอบปัญหานี้กับผมและประโยชน์กับทุกคนที่ควรรู้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Brad Hit ที่ ตุลาคม 31, 2007, 09:25:10 AM
ขอบคุณครับ  มีประโยชน์มากๆครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 07:30:18 PM
ผมสงสัยว่าในเวลาขับรถเดินทางไปต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่เปลี่ยวแล้วเราเตรียมปืนเตรียมกระสุนขึ้นลำกล้องไว้เก็บไว้ในกระเป๋าวางไว้ข้างตัวเมื่อเจอกับด่านตำรวจตรวจพบอาวุธปืนที่เก็บในกระเป๋าที่วางข้างตัวเรานั้นมีความผิดหรือไม่ ถ้ามีความผิดมีความผิดร้ายแรงหรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดที่อ่านกระทู้ของผมแล้วช่วยตอบปัญหานี้กับผมและประโยชน์กับทุกคนที่ควรรู้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
จากที่ดูมาเบื้องต้นเป็นการพกพกพอสมควรแก่พฤติการณ์ครับอยู่ในกระเป๋ามิดชิด :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 08:44:14 PM
ขออนุญาตยืมกระทู้เรียนถามเพิ่มเติมนะครับ ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นจะเป็นการป้องกัน (ทรัพย์สิน) โดยสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ
เช้าวันหนึ่งจำเลยได้เดินจ่ายตลาดอยู่ทางด้านท้ายตลาด แล้วผู้ตายได้วิ่งราวโดยกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยที่สวมอยู่ สร้อยคอขาดติดมือผู้ตายไป แล้วผู้ตายได้วิ่งหนี จำเลยวิ่งตามแล้วร้องบอกให้หยุดเอาสร้อยคืนมาไม่งั้นจะยิง แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดและวิ่งหนีต่อไปพร้อมกับเอาสร้อยคอทองคำของจำเลยติดมือไปด้วย จำเลยเห็นดังนั้นจึงใช้ปืนขนาด 9 มม (กระสุนหัวรู) ยิงไปทางผู้ตายหมายจะให้โดนขาล้มลง โดยมิได้มีเจตนาให้ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนพราดเป้าไปเข้ากลางหลังผู้ตาย กระสุนฝังในปอดผู้ตาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในที่สุด
ไม่ทราบว่ากรณีนี้ถ้าให้ท่านผู้เชี่ยวชาญ และหมอความทั้งหลาย วิเคราะห์ ดูแล้วน่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินโดยชอบธรรม และสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ (อันนี้พูดถึงป้องกันทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับป้องกันชีวิตนะครับ)

ปล. ภาษากฎหมายไม่ค่อยคล่อง เนื่องจากไม่ได้จบกฎหมาย กรุณาชี้แนะด้วยครับ


ครับ  กรณีนี้คนร้ายหันหลังวิ่งหนีจากการทำผิดวิ่งราวสร้อยคอทองคำ   เราเองเป็นผู้เสียหายด้วย
และเป็นผู้ประสบเหตุในความผิดซึ่งหน้าที่เกิดขึ้นด้วย  ย่อมมีอำนาจเข้าจับกุมคนร้ายนั้นได้อยู่แล้ว
ตามปวิอ. มาตรา ๘๓ ประกอบ มาตรา ๗๙ และ ๘๐  ทั้งเรายังมีสิทธิปกป้องกันไม่ให้คนร้ายเอาสร้อยคอ
ของเราไปได้ด้วย   อันจะถือว่าเป็นการป้องกันทรัพย์สิน ตามปอ. มาตรา ๖๘ เพาะขณะนั้นคนร้ายยังวิ่งหลบหนีต่อหน้าเรา และเรากำลังวิ่งติดตามคนร้ายพร้อมบอกตะโกนให้คืนสร้อยคอทองคำอยู่   

ดังนั้น  จากพฤติการณ์แบบนั้น  .. หากเราได้ร้องบอกไปแล้วว่าให้หยุด  หากไม่หยุดจะยิง
แล้วคนร้ายยังไม่ยอมหยุด  และไม่มีวิธีการอื่นๆใดๆอีกที่จะพอจะสกัดกั้นจับกุมคนร้ายได้ในทันทีทันใดนั้น
หรือในอนาคตที่คาดเล็งเห็นได้ .. การที่เราเอาปืนยิงไปที่ขาคนร้ายเพียง ๑ นัด 
ย่อมแสดงเจตนาของเราได้ว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าคนร้ายให้ตาย .. แต่เพียงเพื่อสกัดจับกุมคนร้ายเท่านั้น 
 .. จึงน่าจะถือว่าพอสมควรแก่เหตุได้...

แต่อย่างไรก็ตาม ..เมื่อกระสุนพลาดไปถูกกลางหลัง แล้วคนร้ายเกิดตาย ..
กรณีอย่างนี้หากพูดตามหลักกฎหมาย   ก็ยังถือว่าพอสมควรแก่เหตุอยู่
เพราะเจตนาเบื้องต้นตั้งใจจะยิงที่ขาเท่านั้น  ซึ่งเป็นเรื่องพอสมควรแก่เหตุ
เมื่อพลาดไปเจตนาเบื้องต้นก็ต้องโอนตามไปด้วยเช่นกัน  .. เพราะจะไปฟังว่ามีเจตนาฆ่าไม่ได้
เนื่องจากตั้งใจยิงแค่ที่ขา   

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น  การกระทำแบบนี้ .. ถ้าจะมองว่าเกินกว่าเหตุตามปอ. มาตรา ๖๙ ก็มีได้
หากว่า ( 1  )  ระยะที่เรากับคนร้ายอยู่ห่างกันจนเกินระยะที่เราจะเล็งปืนไปยิงที่ขาได้ 
เช่น เป็น 10 เมตรขึ้นไป    อย่างนี้จะอ้างว่าเราเล็งยิงที่ขาไม่ได้  เพราะระยะไกลเกินกว่าจะเล็ง 
เมื่อยิงไปแล้วถูกกลางหลัง   จะเป็นเจตนาเล็งเห็นผลทันทีว่า  ไม่ควรยิงเพราะยิงอาจไม่โดนขา
แต่ไปโดนหลังได้    ซึ่งเราคนยิงย่อมอาจคาดหมายได้ล่วงหน้าอยู่แล้ว   ว่าอาจจะไม่โดนขาก็ได้ 
อย่างนี้รูปการณ์อาจจะเป็นการยิงโดยเจตนาเล็งเห็นผลไป และจะทำให้เกินกว่าเหตุไปได้

( 2) หากระยะที่เรายิงใกล้มากๆ แค่ 2-4 เมตร แล้วคนร้ายก็วิ่งทางตรง ไม่ได้วกไปมาหรือเฉียงไปเฉียงมา
อย่างนี้ระยะดังกล่าว ย่อมมองได้ว่าเป็นระยะที่ใกล้ เมื่อเล็งยิงที่ขา .. แล้วกระสุนก็น่าจะไปถูกขาเพราะยิงในระยะใกล้  .. หากกระสุนยังไปถูกกลางหลัง  .. น่าจะอ้างยากพอสมควรว่าเจตนายิงที่ขา........
เว้นเสียแต่ว่ามีพฤติการณือื่นๆเข้ามาอีกเช่นว่า ขณะยิงไปที่ขาแล้วคนร้ายล้มลงพอดี เป็นต้น
ก็อาจจะนำมารับฟังได้ ..

 ข้อเท็จจริงไหน .. จะเป็น พอแก่เหตุ / เกินกว่าเหตุ  .. ตอบเป็นหลักตายตัวให้ไม่ได้
ต้องแล้วแต่พฤติการณ์เรื่องราว + ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นมาฟังประกอบกันด้วยครับ ....

ดังนั้น ..กรณีแบบที่ถาม .. จะเป็นพอแก่เหตุหรือไม่ .. จึงต้องดูข้อเท็จจริงเหล่านี้ประกอบเข้ากันด้วยครับ....

ที่ผมมาร์คสีแดง .. ขอมาเติม ความเห็นทางกฎหมาย..ให้ ครับ. :)
ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ใช่กระทำโดยพลาด ครับ. . กระทำโดยพลาด เจตนากระทำต่อคนร้าย
แล้วพลาดไปโดนคนอื่น . ตาม ป.อาญา ๖๐,๖๒.

แต่ข้อเท็จจริงนี้ เข้าเป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามป.อาญา ม.๒๘๘ เลยละครับ ..
แต่เป็นข้อเท็จจริง ที่เกิดจากต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน.. จากการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย. 
แต่ได้กระทำไปโดยเกินสมควรแก่เหตุ .. เป็นความผิดเข้าตาม ม.๖๙

คุณ sigsax  ต้องถูกปรับ ๑ มิ้อเย็นปลายเดือน.. แล้วครับ.   ::008::
 

ต้องขออภัย คุณ sigsax  หรือท่านที่สนใจ. กฎหมาย. ด้วย
การให้ความเห็นทางกฎหมาย ควรต้องเป็นนักกฎหมาย ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจ
จริง จริง  .. 

การเป็นนักศึกษากฎหมาย  ยังไม่ใช่นักกฎหมาย.. อาจมองไม่ชัดในบางข้อเท็จจริง 
ที่จะต้องใช้มุมมอง อย่างการวินิจฉัยของศาล..
ฉะนั้นโปรดเลือกใช้วิธีการ คัดแปะ คำพิพากษาศาลฎีกา  เป็นดีที่สุด..
คำพิพากษาศาลฎีกา..จะมีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และคำวินิจฉัย เป็นเหตุผล ครบถ้วนแล้ว

โปรดเลี่ยง อย่ามีความเห็นทางกฎหมายใด ใด ซ้ำลงไปอีกเลย..
ไม่จำเป็นอีกแล้ว ..  เพราะอาจจะสร้างความสับสน ขึ้นมาได้อีก

ที่ คุณ countrypolice . กระทำอยู่ใช้ได้เลย.. ครับ   ::002::
.



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 09:04:18 PM
ผมสงสัยว่าในเวลาขับรถเดินทางไปต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่เปลี่ยวแล้วเราเตรียมปืนเตรียมกระสุนขึ้นลำกล้องไว้เก็บไว้ในกระเป๋าวางไว้ข้างตัวเมื่อเจอกับด่านตำรวจตรวจพบอาวุธปืนที่เก็บในกระเป๋าที่วางข้างตัวเรานั้นมีความผิดหรือไม่ ถ้ามีความผิดมีความผิดร้ายแรงหรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดที่อ่านกระทู้ของผมแล้วช่วยตอบปัญหานี้กับผมและประโยชน์กับทุกคนที่ควรรู้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ยังไม่เข้าเป็น.. พฤติการณ์ที่เรียกว่า มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควร 
ครบเป็นองค์ประกอบความผิด ตาม พรบ.อาวุธปืน ฯม. ๘ ทวิวรรคแรก  ครับ.

พฤติการณ์ มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน 
เช่น.. ติดตามคนร้ายที่มีอาวุธ ที่เพิ่งก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ หรือชีวิต ..
ไปในทันทีทันใดนั้น. หรือที่เรียกว่า ตามโจรปล้นควาย..  :)



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 09:36:31 PM
  

ดังนั้น  จากพฤติการณ์แบบนั้น  .. หากเราได้ร้องบอกไปแล้วว่าให้หยุด  หากไม่หยุดจะยิง
แล้วคนร้ายยังไม่ยอมหยุด  และไม่มีวิธีการอื่นๆใดๆอีกที่จะพอจะสกัดกั้นจับกุมคนร้ายได้ในทันทีทันใดนั้น
หรือในอนาคตที่คาดเล็งเห็นได้ .. การที่เราเอาปืนยิงไปที่ขาคนร้ายเพียง ๑ นัด 
ย่อมแสดงเจตนาของเราได้ว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าคนร้ายให้ตาย .. แต่เพียงเพื่อสกัดจับกุมคนร้ายเท่านั้น 
 .. จึงน่าจะถือว่าพอสมควรแก่เหตุได้...

แต่อย่างไรก็ตาม ..เมื่อกระสุนพลาดไปถูกกลางหลัง แล้วคนร้ายเกิดตาย ..
กรณีอย่างนี้หากพูดตามหลักกฎหมาย   ก็ยังถือว่าเป็นการพอสมควรแก่เหตุอยู่
เพราะเจตนาเบื้องต้นตั้งใจจะยิงที่ขาเท่านั้น  ซึ่งเป็นเรื่องพอสมควรแก่เหตุ
เมื่อพลาดไปเจตนาเบื้องต้นก็ต้องโอนตามไปด้วยเช่นกัน  .. เพราะจะไปฟังว่ามีเจตนาฆ่าไม่ได้
เนื่องจากตั้งใจยิงแค่ที่ขา   

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น  การกระทำแบบนี้ .. ถ้าจะมองว่าเกินกว่าเหตุตามปอ. มาตรา ๖๙ ก็มีได้
หากว่า ( 1  )  ระยะที่เรากับคนร้ายอยู่ห่างกันจนเกินระยะที่เราจะเล็งปืนไปยิงที่ขาได้ 
เช่น เป็น 10 เมตรขึ้นไป    อย่างนี้จะอ้างว่าเราเล็งยิงที่ขาไม่ได้  เพราะระยะไกลเกินกว่าจะเล็ง 
เมื่อยิงไปแล้วถูกกลางหลัง   จะเป็นเจตนาเล็งเห็นผลทันทีว่า  ไม่ควรยิงเพราะยิงอาจไม่โดนขา
แต่ไปโดนหลังได้    ซึ่งเราคนยิงย่อมอาจคาดหมายได้ล่วงหน้าอยู่แล้ว   ว่าอาจจะไม่โดนขาก็ได้ 
อย่างนี้รูปการณ์อาจจะเป็นการยิงโดยเจตนาเล็งเห็นผลไป และจะทำให้เกินกว่าเหตุไปได้

( 2) หากระยะที่เรายิงใกล้มากๆ แค่ 2-4 เมตร แล้วคนร้ายก็วิ่งทางตรง ไม่ได้วกไปมาหรือเฉียงไปเฉียงมา
อย่างนี้ระยะดังกล่าว ย่อมมองได้ว่าเป็นระยะที่ใกล้ เมื่อเล็งยิงที่ขา .. แล้วกระสุนก็น่าจะไปถูกขาเพราะยิงในระยะใกล้  .. หากกระสุนยังไปถูกกลางหลัง  .. น่าจะอ้างยากพอสมควรว่าเจตนายิงที่ขา........
เว้นเสียแต่ว่ามีพฤติการณือื่นๆเข้ามาอีกเช่นว่า ขณะยิงไปที่ขาแล้วคนร้ายล้มลงพอดี เป็นต้น
ก็อาจจะนำมารับฟังได้ ..

 ข้อเท็จจริงไหน .. จะเป็น พอแก่เหตุ / เกินกว่าเหตุ  .. ตอบเป็นหลักตายตัวให้ไม่ได้
ต้องแล้วแต่พฤติการณ์เรื่องราว + ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นมาฟังประกอบกันด้วยครับ ....

ดังนั้น ..กรณีแบบที่ถาม .. จะเป็นพอแก่เหตุหรือไม่ .. จึงต้องดูข้อเท็จจริงเหล่านี้ประกอบเข้ากันด้วยครับ....
[/quote]

ที่ผมมาร์คสีแดง .. ขอมาเติม ความเห็นทางกฎหมาย..ให้ ครับ. :)
ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ใช่กระทำโดยพลาด ครับ. . กระทำโดยพลาด เจตนากระทำต่อคนร้าย
แล้วพลาดไปโดนคนอื่น . ตาม ป.อาญา ๖๐,๖๒.

แต่ข้อเท็จจริงนี้ เข้าเป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามป.อาญา ม.๒๘๘ เลยละครับ ..
แต่เป็นข้อเท็จจริง ที่เกิดจากต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน.. จากการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย. 
แต่ได้กระทำไปโดยเกินสมควรแก่เหตุ .. เป็นความผิดเข้าตาม ม.๖๙

คุณ sigsax  ต้องถูกปรับ ๑ มิ้อเย็นปลายเดือน.. แล้วครับ.   ::008::
 

ต้องขออภัย คุณ sigsax  หรือท่านที่สนใจ. กฎหมาย. ด้วย
การให้ความเห็นทางกฎหมาย ควรต้องเป็นนักกฎหมาย ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจ
จริง จริง  .. 

การเป็นนักศึกษากฎหมาย  ยังไม่ใช่นักกฎหมาย.. อาจมองไม่ชัดในบางข้อเท็จจริง 
ที่จะต้องใช้มุมมอง อย่างการวินิจฉัยของศาล..
ฉะนั้นโปรดเลือกใช้วิธีการ คัดแปะ คำพิพากษาศาลฎีกา  เป็นดีที่สุด..
คำพิพากษาศาลฎีกา..จะมีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และคำวินิจฉัย เป็นเหตุผล ครบถ้วนแล้ว

โปรดเลี่ยง อย่ามีความเห็นทางกฎหมายใด ใด ซ้ำลงไปอีกเลย..
ไม่จำเป็นอีกแล้ว ..  เพราะอาจจะสร้างความสับสน ขึ้นมาได้อีก

ที่ คุณ countrypolice . กระทำอยู่ใช้ได้เลย.. ครับ   ::002::
.


[/quote]

 ขอบคุณท่านโรดที่ทักท้วงคัรบ   
จริงที่เขียนสีแดงนั้น  ผมไม่ได้ให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำโดยพลาดตามปอ. มาตรา ๖๐ หรอกครับ
เพียงแต่ต้องการสื่อให้เห็นว่า .. เมื่อตั้งใจยิงคนร้าย . แค่ที่ขา ก็ย่อมแสดงเจตนาว่า .. ไม่อยากฆ่า
เมื่อลูกกระสุนมันพลาดไปถูกหลัง .. ( ก็เลยต้องใช้คำๆนั้นว่าพลาดไปถูกหลัง ) เพราะเลี่ยงเป็นคำอื่นไม่ได้

และที่บอกว่าเจตนาโอนนั้น ก็ไม่ได้สื่อถึงเรื่องโดยพลาดตามมาตรา ๖๐ นะครับ
เพียงแต่จะสื่อให้เข้าใจอย่างง่ายๆว่า . เมื่อเจตนายิงขาคนร้ายกำลังวิ่งหนี  เพื่อสกัดจับ .
( เป็นเรื่องที่ดูพอแก่เหตุอยู่ด้วย )  แต่กระสุนมันพลาดไปโดนหลัง  .. เจตนาเดิมยังมีอยู่คือยิงที่ขา
เมื่อไปโดนหลัง ก็เลยสื่อไปว่าเขาไม่ได้เจตนา .. จะไปฟังว่าเขามีเจตนาฆ่าไม่ได้ ..
( ส่วนจะไปเข้ามาตรา ๒๙๐ ว่าฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาหรือไม่นั้นก็ต้องมาว่าวินิจฉัยกันอีกทีหนึ่งต่างหาก )

เมื่อฟังว่าเขามีเจตนาฆ่าฟังไม่ได้  เจตนาที่เขาทำไปก็เลยยังดูพอสมควรแก่เหตุอยู่.. เพียงแต่ผลที่เกิด  :OO

และจะเป็นการเกินกว่าเหตุไปหรือไม่นั้น .. ก็ได้ไปเน้น ในประโยคหลังๆข้อ 1, 2  ตามมาให้เห็นอีกทีหนึ่ง

ดังนั้นผมว่าท่าน  Ro@d  อาจจะอ่านแล้วตีความหมายไปคนละทางกับผม

แต่ถ้าผมเขียนไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจเอง .. ก็ต้องขออภัยมา ณ .ที่นี้ด้วยครับ..... :VOV:

ปล. อย่างไรก็ตาม ..สำหรับความเห็นที่ผมแสดงไปนั้นเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น
ไม่ใช่บรรทัดฐานอย่างเช่นคำพิพากษาฎีกา  จึงไม่ควรยึดถือเป็นหลักปฎิบัติตายตัว  ขอผ่านเพียงเป็น
ความเห็นเชิงกฎหมายจากนักกฎหมายคนหนึ่งเท่านั้น  และเพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสน ผมจึงได้เข้าไปแก้ไขรายละเอียดบางส่วนออกไปแล้ว  แล้วให้ความเห็นส่วนตัวในเชิงกฎหมายไว้   พร้อมลงฎีกาเปรียบเทียบไว้ให้ดู
เพื่อให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการตัดสินในด้วยครับ ...




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 10:02:30 PM
 ::007:: ::002:: ;D :D :) :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 10:08:35 PM
จริงที่เขียนสีแดงนั้น  ผมไม่ได้ให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำโดยพลาดตามปอ. มาตรา ๖๐ หรอกครับ
เพียงแต่ต้องการสื่อให้เห็นว่า .. เมื่อตั้งใจยิงคนร้าย . แค่ที่ขา ก็ย่อมแสดงเจตนาว่า .. ไม่อยากฆ่า
เมื่อลูกกระสุนมันพลาดไปถูกหลัง .. ( ก็เลยต้องใช้คำๆนั้นว่าพลาดไปถูกหลัง ) เพราะเลี่ยงเป็นคำอื่นไม่ได้

และที่บอกว่าเจตนาโอนนั้น ก็ไม่ได้สื่อถึงเรื่องโดยพลาดตามมาตรา ๖๐ นะครับ
เพียงแต่จะสื่อให้เข้าใจอย่างง่ายๆว่า . เมื่อเจตนายิงขาคนร้ายกำลังวิ่งหนี  เพื่อสกัดจับ .
( เป็นเรื่องที่ดูพอแก่เหตุอยู่ด้วย )  แต่กระสุนมันพลาดไปโดนหลัง  .. เจตนาเดิมยังมีอยู่คือยิงที่ขา
เมื่อไปโดนหลัง ก็เลยสื่อไปว่าเขาไม่ได้เจตนา .. จะไปฟังว่าเขามีเจตนาฆ่าไม่ได้ ..
( ส่วนจะไปเข้ามาตรา ๒๙๐ ว่าฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาหรือไม่นั้นก็ต้องมาว่าวินิจฉัยกันอีกทีหนึ่งต่างหาก )


กรณี ถือเป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญไม่ใช่การตีความครับ. มิฉะนั้น
มันจะเป็นการเปิดทางให้เป็นการแก้ตัว .. นักกฎหมายเขาจะไม่มองอย่างนั้นครับ

เมื่อยิงโดน หัว โดนหลัง ถึงแก่ความตายไปแล้ว..
หากยอมให้แก้ตัวว่า  เจตนายิงขา.. แล้วไปโดนหัว..
ทางการพิจารณาในศาล..น่าจะรับฟังไม่ขึ้นครับ. .
น่าจะเป็นความผิด ตาม ป.อาญา มา ๖๙  ริบปืน ทุกคดี ครับ .  ::002::

กรณีจะเข้า ม ๖๘  ง่ายที่สุด คือ คนร้าย จะต้องมีอาวุธปืน ..
และกำลังจะใช้อาวุธปืนนั้น ยิงทำร้าย บุคคลอื่น

และเรื่องนี้ ไม่ใช่ ป. อาญา ม. ๒๙๐ การใช้อาวุธปืน ยิงผู้อื่น เข้า ๒๘๘ ทั้งนั้น มีแต่ต้องยกเหตุ
ให้เข้า ตาม ม.๖๘  ถ้าไม่เข้า ๖๘  ต้องให้เป็นกระทำเกินกว่าเหตุ เพื่อเข้าตาม ม.๖๙.  :)    




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 10:14:30 PM
การให้ความเห็นทางกฎหมาย ควรต้องเป็นนักกฎหมาย ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจ
จริง จริง  .. 

การเป็นนักศึกษากฎหมาย  ยังไม่ใช่นักกฎหมาย.. อาจมองไม่ชัดในบางข้อเท็จจริง 
ที่จะต้องใช้มุมมอง อย่างการวินิจฉัยของศาล..
ฉะนั้นโปรดเลือกใช้วิธีการ คัดแปะ คำพิพากษาศาลฎีกา  เป็นดีที่สุด..
คำพิพากษาศาลฎีกา..จะมีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และคำวินิจฉัย เป็นเหตุผล ครบถ้วนแล้ว

โปรดเลี่ยง อย่ามีความเห็นทางกฎหมายใด ใด ซ้ำลงไปอีกเลย..
ไม่จำเป็นอีกแล้ว ..  เพราะอาจจะสร้างความสับสน ขึ้นมาได้อีก

ที่ผมบอกไว้ ข้างต้นนี้ ด้วยความหวังดี จริง จริง.. ผมเป็นนักกฎหมาย ถ้าเห็นชัดว่า
การให้คำปรึกษา ยังคลาดเคลื่อน .. ผมจะช่วยเติมให้เสมอ. .จะไม่ปล่อยไว้ ให้เลยตามเลย     ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 10:15:44 PM
จริงที่เขียนสีแดงนั้น  ผมไม่ได้ให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำโดยพลาดตามปอ. มาตรา ๖๐ หรอกครับ
เพียงแต่ต้องการสื่อให้เห็นว่า .. เมื่อตั้งใจยิงคนร้าย . แค่ที่ขา ก็ย่อมแสดงเจตนาว่า .. ไม่อยากฆ่า
เมื่อลูกกระสุนมันพลาดไปถูกหลัง .. ( ก็เลยต้องใช้คำๆนั้นว่าพลาดไปถูกหลัง ) เพราะเลี่ยงเป็นคำอื่นไม่ได้

และที่บอกว่าเจตนาโอนนั้น ก็ไม่ได้สื่อถึงเรื่องโดยพลาดตามมาตรา ๖๐ นะครับ
เพียงแต่จะสื่อให้เข้าใจอย่างง่ายๆว่า . เมื่อเจตนายิงขาคนร้ายกำลังวิ่งหนี  เพื่อสกัดจับ .
( เป็นเรื่องที่ดูพอแก่เหตุอยู่ด้วย )  แต่กระสุนมันพลาดไปโดนหลัง  .. เจตนาเดิมยังมีอยู่คือยิงที่ขา
เมื่อไปโดนหลัง ก็เลยสื่อไปว่าเขาไม่ได้เจตนา .. จะไปฟังว่าเขามีเจตนาฆ่าไม่ได้ ..
( ส่วนจะไปเข้ามาตรา ๒๙๐ ว่าฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาหรือไม่นั้นก็ต้องมาว่าวินิจฉัยกันอีกทีหนึ่งต่างหาก )


กรณี ถือเป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญไม่ใช่การตีความครับ. มิฉะนั้น
มันจะเป็นการเปิดทางให้เป็นการแก้ตัว .. นักกฎหมายเขาจะไม่มองอย่างนั้นครับ

เมื่อยิงโดน หัว โดนหลัง ถึงแก่ความตายไปแล้ว..
หากยอมให้แก้ตัวว่า  เจตนายิงขา.. แล้วไปโดนหัว..
ทางการพิจารณาในศาล..น่าจะรับฟังไม่ขึ้นครับ. .
น่าจะเป็นความผิด ตาม ป.อาญา มา ๖๙  ริบปืน ทุกคดี ครับ .  ::002::

กรณีจะเข้า ม ๖๘  ง่ายที่สุด คือ คนร้าย จะต้องมีอาวุธปืน ..
และกำลังจะใช้อาวุธปืนนั้น ยิงทำร้าย บุคคลอื่น

และเรื่องนี้ ไม่ใช่ ป. อาญา ม. ๒๙๐ การใช้อาวุธปืน ยิงผู้อื่น เข้า ๒๘๘ ทั้งนั้น มีแต่ต้องยกเหตุ
ให้เข้า ตาม ม.๖๘  ถ้าไม่เข้า ๖๘  ต้องให้เป็นกระทำเกินกว่าเหตุ เพื่อเข้าตาม ม.๖๙.  :)    




ขอมองต่างมุมนะครับ .. ผมมองว่า
 ไม่แน่เสมอไปครับท่านโรด .. ข้อเท็จจริงต้องขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆในตอนนั้น ..

ยิงที่ขา แต่ไปโดนหลัง .. เป็นไปได้ในหลักของความเป็นจริง
เช่น ยิงไปแฉลบพื้น เป้นต้น ..

แต่ต้องอยู่ที่การนำสืบเอาความจริงดังกล่าวมากระทำปรากฎให้ศาลเห็นให้ได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก
 เป็นเพียงคุยกันในทางทฤษฎี.  ก็เห็นว่าอย่างนี้

แต่ทางปฎิบัติ ถ้ามีเจตนาแค่ยิงที่ขาจริงๆ  .จำเลยก็เหนื่อยหน่อยครับ ..
เพราะกระสุนถูกกลางหลัง  ...แต่จะต้องอธิบาย/นำสืบให้ศาลฟังอย่างไร  ..ว่ามีเจตนาแค่ยิงที่ขา  ::004::...

ประการสำคัญ  จขกท. ที่ถามๆเจตนาว่ายิงแค่ที่ขา .. ก็เลยจำต้องอธิบายเจตนาตามกฎหมายให้ฟังตามทฤษฎีครับ    แต่โลกของความจริง  การจะนำสืบว่าเจตนายิงแค่ที่ขานี้ .. จำเลย .ยากแล้วครับ
นอกเสียจากมีคนเห็นเหตุการณ์ว่าเล็งปืนยิงเบื้องต่ำที่ขาจริงๆ / หรือมีรอยกระสุนที่พื้นถนนชัดเจนจริงๆ
แล้วมาเป็นพยานให้จำเลย .. ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเรื่องยากมากๆครับ

และเจตนายิงที่ขาไปโดนหลัง .. แม้เจตนายังงั้นจริงๆ แต่ถ้าไม่มีใครมาเป็นพยานให้หรือไม่มีพยานมา
ให้ศาลฟังสอดคล้องเจือสมกับเจตนาอันนั้นแล้วละก็
ก็มีสิทธิติดคุกได้เลยครับ .........


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 10:36:40 PM
ขออนุญาตยืมกระทู้เรียนถามเพิ่มเติมนะครับ ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นจะเป็นการป้องกัน (ทรัพย์สิน) โดยสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ
เช้าวันหนึ่งจำเลยได้เดินจ่ายตลาดอยู่ทางด้านท้ายตลาด แล้วผู้ตายได้วิ่งราวโดยกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยที่สวมอยู่ สร้อยคอขาดติดมือผู้ตายไป แล้วผู้ตายได้วิ่งหนี จำเลยวิ่งตามแล้วร้องบอกให้หยุดเอาสร้อยคืนมาไม่งั้นจะยิง แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดและวิ่งหนีต่อไปพร้อมกับเอาสร้อยคอทองคำของจำเลยติดมือไปด้วย จำเลยเห็นดังนั้นจึงใช้ปืนขนาด 9 มม. ( กระสุนหัวรู ) ยิงไปทางผู้ตายหมายจะให้โดนขาล้มลง โดยมิได้มีเจตนาฆ่าให้ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนพราดเป้าไปเข้ากลางหลังผู้ตาย กระสุนฝังในปอดผู้ตาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในที่สุด
ไม่ทราบว่ากรณีนี้ถ้าให้ท่านผู้เชี่ยวชาญ และหมอความทั้งหลาย วิเคราะห์ ดูแล้วน่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินโดยชอบธรรม และสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ (อันนี้พูดถึงป้องกันทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับป้องกันชีวิตนะครับ)

ปล. ภาษากฎหมายไม่ค่อยคล่อง เนื่องจากไม่ได้จบกฎหมาย กรุณาชี้แนะด้วยครับ


 เมื่อ จขกท . ที่ถาม ถามมาว่าเขามีเจตนายิงแค่ให้โดนขา ไม่ได้มีเจตนาฆ่าให้ตาย
จึงจำเป็นต้องใช้หลักกฎหมายอธิบายทางทฤษฎีไปตามนั้นครับ ..

มิได้มีเจตนา .. หาทางให้แก้คดีกันแต่อย่างใด...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 11:05:00 PM
ขออนุญาตยืมกระทู้เรียนถามเพิ่มเติมนะครับ ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นจะเป็นการป้องกัน (ทรัพย์สิน) โดยสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ
เช้าวันหนึ่งจำเลยได้เดินจ่ายตลาดอยู่ทางด้านท้ายตลาด แล้วผู้ตายได้วิ่งราวโดยกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยที่สวมอยู่ สร้อยคอขาดติดมือผู้ตายไป แล้วผู้ตายได้วิ่งหนี จำเลยวิ่งตามแล้วร้องบอกให้หยุดเอาสร้อยคืนมาไม่งั้นจะยิง แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดและวิ่งหนีต่อไปพร้อมกับเอาสร้อยคอทองคำของจำเลยติดมือไปด้วย จำเลยเห็นดังนั้นจึงใช้ปืนขนาด 9 มม. ( กระสุนหัวรู ) ยิงไปทางผู้ตายหมายจะให้โดนขาล้มลง โดยมิได้มีเจตนาฆ่าให้ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนพราดเป้าไปเข้ากลางหลังผู้ตาย กระสุนฝังในปอดผู้ตาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในที่สุด
ไม่ทราบว่ากรณีนี้ถ้าให้ท่านผู้เชี่ยวชาญ และหมอความทั้งหลาย วิเคราะห์ ดูแล้วน่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินโดยชอบธรรม และสมควรแก่เหตุหรือป่าวครับ (อันนี้พูดถึงป้องกันทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับป้องกันชีวิตนะครับ)

ปล. ภาษากฎหมายไม่ค่อยคล่อง เนื่องจากไม่ได้จบกฎหมาย กรุณาชี้แนะด้วยครับ


 เมื่อ จขกท . ที่ถาม ถามมาว่าเขามีเจตนายิงแค่ให้โดนขา ไม่ได้มีเจตนาฆ่าให้ตาย
จึงจำเป็นต้องใช้หลักกฎหมายอธิบายทางทฤษฎีไปตามนั้นครับ ..

มิได้มีเจตนา .. หาทางให้แก้คดีกันแต่อย่างใด...


ตามที่ถาม
เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ..
จำเลยจะให้การไปอย่างไร นั้นเป็นการต่อสู้คดี ย่อมให้การได้ทั้งนั้น ครับ..

"ถามมาว่าเขามีเจตนายิงแค่ให้โดนขา ไม่ได้มีเจตนาฆ่าให้ตาย"  ฟังไม่ขึ้นครับ

การต่อสู้คดี ก็ต้อง สู้ตาม ๖๘  .. แต่ตามความเห็นผม   
มันกระทำเกินกว่าเหตุ. ไม่เข้าป้องกันตัว .. อาวุธปืนต้องถูกริบ   :OO

แต่เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์.. ต้องให้เข้า ตาม ป.อาญา ๖๙  เท่านั้น ครับ.  :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 11:14:22 PM
 .. 

การเป็นนักศึกษากฎหมาย  ยังไม่ใช่นักกฎหมาย.. อาจมองไม่ชัดในบางข้อเท็จจริง 
ที่จะต้องใช้มุมมอง อย่างการวินิจฉัยของศาล..
:
.[/color]


[/quote]

 ขอบคุณครับท่าน Ro@d  ผมเองก็เป็นนักกฎหมายเหมือนท่าน
แต่ก็ยังศึกษากฎหมายเรื่อยไปไม่มีวันจบเลยครับ

บางเรื่องมีคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินไปแล้ว  ก็สามารถนำมาอ้างอิงได้
แต่บางเรื่องที่เพื่อนสมาชิกสงสัย  ยังไม่มีคำพิพากษาศาล  .. ก็เลยไม่อาจเอามาอ้างอิงได้

และคงลงรายละเอียดเป็นแค่ความเห็น ...โดยใช้หลักทฤษฎีตามกฎหมายที่เล่าเรียนมา
เข้าไปปรับใช้.

.. เอาเป็นว่า ..ต่อไปนี้เรื่องใดที่เพื่อนสมาชิกสงสัย ไถ่ถามมา  หากยังไม่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
หรือตัวบทกฎหมายเขียนตีความไว้แล้วชัดแจ้ง ........ผมขอไม่แสดงความเห็นแล้วกันครับ ..

เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและอาจจะเห็นต่างกัน  ในทางกฎหมายต่อไป ..........



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 04, 2007, 11:25:56 PM
เราไม่อาจรู้ได้แตกฉาน. ทุกเรื่อง.. แต่เราก็อาจค้นหาได้ทุกเรื่อง.
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ .. ส่วนใหญ่แล้ว ที่เราไม่รู้นั้น  ก็เพราะยังค้นหาฎีกา ไม่เจอ.

เมื่อค้นเจอ ให้ดูที่ข้อเท็จจริงว่าใกล้เคียงหรือไม่  คัดมาแปะทั้งหมด 
แต่ยังไม่ต้องให้ความเห็นลงไปเจือในเนื้อหา นั้น อีก.
ให้ผู้ที่สงสัยนั้นอ่านเอาเอง.. เพราะมีคำวินิจฉัยในข้อเท็จจริง
และข้อกฎหมาย อย่างชัดเจนแล้ว. .  :D   

แต่ที่คุณ sigsax.. นำคำพิพากษาศาลฎีกา มารวบรวมไว้. น่าจะครอบคลุม
เป็นประโยชน์ อย่างมากแล้ว ครับ. ..อาจต้องให้คนที่สงสัยถาม กลับไปตามอ่าน เอาอีกที่.  ::002::




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: นาจา™รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 05, 2007, 09:38:45 AM
เราไม่อาจรู้ได้แตกฉาน. ทุกเรื่อง.. แต่เราก็อาจค้นหาได้ทุกเรื่อง.
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ .. ส่วนใหญ่แล้ว ที่เราไม่รู้นั้น  ก็เพราะยังค้นหาฎีกา ไม่เจอ.

เมื่อค้นเจอ ให้ดูที่ข้อเท็จจริงว่าใกล้เคียงหรือไม่  คัดมาแปะทั้งหมด 
แต่ยังไม่ต้องให้ความเห็นลงไปเจือในเนื้อหา นั้น อีก.
ให้ผู้ที่สงสัยนั้นอ่านเอาเอง.. เพราะมีคำวินิจฉัยในข้อเท็จจริง
และข้อกฎหมาย อย่างชัดเจนแล้ว. .
  :D   

แต่ที่คุณ sigsax.. นำคำพิพากษาศาลฎีกา มารวบรวมไว้. น่าจะครอบคลุม
เป็นประโยชน์ อย่างมากแล้ว ครับ. ..อาจต้องให้คนที่สงสัยถาม กลับไปตามอ่าน เอาอีกที่.  ::002::


 ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: coda ที่ พฤศจิกายน 05, 2007, 09:57:10 AM
...เห็นด้วยกับการศึกษาจากตัวบทและคำพิพากษาฎีกา  ความเห็นนอกเหนือจากนั้น  ผู้นำไปใช้ปฏิบัติต้องระมัดระวัง เพราะสภาพการณ์และเงื่อนไขอาจไม่ตรงกับความเห็น  ซ้ำร้ายความเห็นนั้นอาจต่างแนวจากคำพิพากษาฎีกา  ด้วยเหตุนี้ผู้ให้ความเห็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งครับ  :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 06, 2007, 08:18:17 AM
เรียนเพื่อนสมาชิกเวปอวป. ทุกคนครับ .......

ขอชี้แจงว่า .. ในประเด็น .. มีคนร้ายวิ่งราวทรัพย์/ลักทรัพย์ / ชิงทรัพย์ ของเราไป
แล้ววิ่งหลบหนี .. เราวิ่งไล่ตามติด  .. เราสมควรจะใช้อาวุธหยุดยั้งคนร้ายหรือไม่

.. ตามที่อ่านมา ..ขอเรียนว่าความเห็นผม .. เป็นแค่ความเห็นในเชิงกฎหมายเท่านั้น ..
ซึ่งตามที่ได้สืบค้น ..คำพิพากษาฎีกาปัจจุบันนี้ ..จะออกมาในแนวนี้ครับ ..คือ

คำพิพากษาฎีกาปัจจุบันที่เดินตามกันมาตลอด .. จะออกไปในทางว่า ..
ถ้าคนร้ายที่เอาทรัพย์ไป.. วิ่งหนี  .. เจ้าทรัพย์วิ่งไล่ตาม  หากคนร้ายไม่มีอาวุธใดๆ
หรือไม่แสดงกริยาจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ .. หากเจ้าทรัพย์ใช้อาวุธ มีด/ปืน เข้าทำร้าย
จะเกินกว่าเหตุตาม ป.อาญา มาตรา ๖๙ หมด ..

คำพิพากษาฎีกาที่  ๑๙๐๘ / ๒๔๙๔  คนร้ายขึ้นเรื่อนลักทรัพย์ได้แล้ววิ่งหนีไป
เจ้าทรัพย์วิ่งไล่ไปทันแล้วใช้มีดแทงคนร้าย ๑ ที คนร้ายตาย  ศาลฎีกาตัดสินว่า
เจ้าทรัพย์แทงคนร้ายในเวลากระชั้นชิดที่วิ่งไล่กันมา  ถือว่าไม่มีเจตนาฆ่า
เพราะเเทงเพียงทีเดียว . คงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ..
เป็นการป้องกันทรัพย์เกินสมควรแก่เหตุ .

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๔๓ / ๒๔๙๕ ยิงผู้ร้ายขณะกำลังวิ่งหนีและพาเอาห่อของไปด้วย
โดยผู้ร้ายมิได้กระทำอะไรแก่ตน  . เป็นการป้องกันแต่เกินสมควรแก่เหตุ.

คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๘๒ / ๒๕๒๐  ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปลักแตงในไร่ของจำเลย
ในเวลากลางคืน   จำเลยใช้อาวุธปืน .๒๒ ยิงผู้เสียหายขณะที่ผู้เสียหายกับพวกวิ่งหนี
ถูกที่หลังกระสุนฝังใน  การที่จำเลยยิงผู้เสียหายโดยเหตุผู้เสียหายลักแตง ๒ - ๓ ใบ
ราคาเล็กน้อย  กระสุนถูกที่หน้าอกอวัยวะสำคัญ  ย่อมเล็งเห็นได้ว่ามีเจตนาฆ่าจึงเป็นการกระทำ
ที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน  จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย
เพื่อป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๓ / ๒๕๑๔  การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้เสียหายออกไปนอกบ้าน
โดยจำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ที่ใต้ถุนเรือนของจำเลย
เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิในทรัพย์ของตน  แต่เมื่อจำเลยวิ่งไล่ไปทันผู้เสียหาย
แล้วใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายถูกที่หลัง ๔ แผล  ที่ข้อศอก ๑ แผล โดยไม่ปรากฎว่า
ผู้เสียหายมีอาวุธหรือแสดงอาการขัดขืนต่อสู้  เช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินกว่า
กรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป. อาญา มาตรา ๖๙ ..

..แต่ถ้า คนร้ายมีอาวุธติดตัวมาด้วย .. หรือแสดงกริยาหันมาจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ ..
ก็มีคำพิพากษาฎีกาว่าเป็นป้องกันพอแก่เหตุได้เช่น
คำพิพากษาฎีกาที่ 943/2508 คนร้ายจูงกระบือไปจากใต้ถุนเรื่อนจำเลย..
เมื่อเวลา 24 น. จำเลยร้องถาม  คนร้ายหันปืนมาทางจำเลย  จำเลยจึงยิง
ปืนไป ๒ นัด คนร้ายตาย จำเลยเคยถูกลักกระบือมาแล้ว ๑ ครั้งและหมู่บ้านนั้น
มีการลักกระบือกันเสมอ   ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด ..

***ดังนั้น .. ถ้าจะเอาหลักที่ชัวร์ ไว้ก่อนในตอนนี้ก็ต้องไม่ยิงคนร้ายมือเปล่าขณะเขาวิ่งหลบหนี
โดยอาจจะหาวิธี/หนทาง . สกัดกั้นหรือหยุดยั้งเป็นวิธีอื่น .. 
เว้นแต่ . คนร้ายหันมามีอาวุธ.. จะเล่นงานเรา .......เท่านั้น ***

ฉะนั้น .. ต้องวิเคราะห์ดูให้ดีก่อนตัดสินใจ ...หากเจอเหตุการณ์คนร้ายวิ่งพาทรัพย์เราไปหลบหนี
แล้วเรากำลังวิ่งตาม ......... :OO
 




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ พฤศจิกายน 06, 2007, 09:54:34 AM

ขอบคุณคุณsigsaxที่ยกประเด็นการป้องกันทรัพย์ขึ้นมา....เป็นประเด็นข้อคิด...

คำพิพากษาฎีกาเรื่องลักษณะนี้มีอยู่มาก และผลคำตัดสินจะแปรเปลี่ยนเกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่ศาลพิเคราะห์ได้
ซึ่งประเด็นสำคัญมักจะเป็นที่"เจตนา"ของผู้กระทำ

ในสังคมอารยะ................ทรัพย์ใดก็มีค่าน้อยกว่าชีวิต....แม้เป็นชีวิตคนร้ายที่มาลักทรัพย์เรา.........
ศีลข้อ๑ปาณา....ก็มาก่อนข้อ๒อทินนา..............
 
ผมจึงเลือกที่จะไม่ยิงคนเพื่อป้องกันทรัพย์เป็นอันขาด........แต่จะใช้ปืนเพื่อป้องกันชีวิตเท่านั้น  :)



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: DK Thara ที่ พฤศจิกายน 06, 2007, 10:48:06 AM
ฎีกาที่ท่าน sigsax ยกมาให้สมาชิกได้ศึกษานั้นเป็นประโยชน์มากเลยครับ

ผมขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ เนื่องจากผมไม่ได้เป็นนักกฎหมาย และไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเลยแม้แต่น้อย รวมถึงภาษากฎหมายก็ดูจะไม่สระสะรวย จึงไม่ขอวิเคราะห์ในเชิงกฎหมาย แต่จะขอเสนอความคิดเห็นในเชิงวิเคราะห์แบบวิศวกรคนหนึ่ง ที่ทำงานด้านการวิเคราะห์มานาน  ด้วยความเคารพทั้งสองท่าน ทั้งท่าน sigsax และท่าน Ro@d นะครับ

ถ้าจะมองในมุมมองของความผิดชอบ ชั่ว/ดี  ผมเห็นด้วยกับท่าน sigsax ครับ หากเหตุการณ์ที่ว่ามานี้ ทำให้ผู้ร้ายที่วิ่งราวชิงสร้อยถึงแก่ความตาย ด้วยเหตุที่เจ้าทุกข์ (ซึ้งกลายเป็นจำเลยหลังจากใช้ปืนยิงผู้ร้ายชิงสร้อยเสียชิวิต) จำเป็นต้องปองกันทรัพย์สินของตน เพราะหากไม่กระทำแล้วคนร้ายก็จะชิงทรัพย์สินไปได้แบบต่อหน้า ต่อตา ถือว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันทรัพย์สินของตนเอง
กรณีนี้ เจ้าทุกข์ได้ทรัพย์สินคืน คนร้ายตายไม่มีโอกาสไปก่อเหตุ สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นได้อีก

แต่ถ้าจะมองในมุมมองของ กฎแห่งกรรมแล้ว หลักของท่าน Ro@d ก็ไม่ผิด เพราะผู้ก่อกรรมไว้ต้องได้รับผมแห่งกรรมนั้น เมื่อผู้ร้ายชิงทรัพย์ก็จำจะต้องได้รับผลกรรมที่ทำไป คือต้องตายด้วยปืนของเจ้าทุกข์ ส่วนเจ้าทุกข์ (ซึ้งกลายเป็นจำเลยหลังจากใช้ปืนยิงผู้ร้ายเสียชีวิต) ก็ต้องได้รับผลกรรมหลังจากที่ไปยิงผู้ร้ายตายเช่นกัน อันนี้ไม่คำนึงถึงเรื่องป้องกันทรัพย์สินของตนก่อนนะครับ
ในกรณีนี้น่าจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ
1. ถ้าเจ้าทุกข์ไม่ยิงเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนเองแล้ว คนร้ายก็จะรอดและได้ทรัพย์สินไป หลังจากนั้นก็ก่อเหตุร้ายซ้ำๆ อีก หรืออาจจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ก็เข้ากับคำสอนที่ว่า “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”
2. ถ้าเจ้าทุกข์ยิงแล้วเป็นเหตุให้ผู้ร้ายเสียชีวิต คนร้ายก็รับผลแห่งกรรม คือตายที่กระทำชั่ว ส่วนเจ้าทุกข์ก็ต้องติดคุกด้วยผลแห่งกรรมที่ตัวเองได้กระทำลงไปเช่นกัน อันนี้เข้าข่าย “กฎแห่งกรรม”

อีกมุมมองหนึ่งสำหรับนักปกครอง อันนี้ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาลท่านแล้วละครับ มิอาจมีผู้ใดไปก้าวล่วงได้ครับ
หากท่านใดมีกรณีตัวอย่างคล้ายๆ กันเพิ่มเติม ก็ Post เป็น Information ไว้ก็จะเป็นประโยชน์กับสมาชิกในคราวต่อๆ ไปครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 06, 2007, 02:12:46 PM

กระทู้นี้.. เกี่ยวกับกฎหมาย..อาจมีคลาดเคลื่อนไปบ้าง..
ค่อยเติมให้กัน..

.........
และต้องขออภัยด้วย ครับ. นักกฎหมายเราอยู่กันอย่างพี่น้อง.. 
ท่านใดจะวิจารณ์ นักกฎหมายท่านใด เกี่ยวกับความเห็นในข้อกฎหมาย นั้น . .. 
ถ้าไม่มีพื้นความรู้ ทางด้านกฎหมาย.. โปรดหลีกเลี่ยงครับ. .  :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 06, 2007, 04:28:28 PM
กระทู้นี้.. เกี่ยวกับกฎหมาย..อาจมีคลาดเคลื่อนไปบ้าง.. ค่อยเติมให้กัน.ได้
แต่ถ้ารู้ว่าให้ความเห็นที่ผิดไปจากหลักกฎหมาย .. ควรไปแก้ไขให้ถูกต้อง. ด้วยครับ.

นักกฎหมายไม่เลือกใช้คำว่ามุมมองเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ..
เมื่อไปให้ปรึกษาที่คลาดเคลื่อน

สำหรับผม.. ถ้ามีเวลาพอ ในกระทู้นี้.. จะกลับไปตรวจแก้ไข
ในส่วนความเห็นที่คลาดเคลื่อนของผมเอง

และต้องขออภัยด้วย ครับ. นักกฎหมายเราอยู่กันอย่างพี่น้อง.. 
ท่านใดจะวิจารณ์ นักกฎหมายท่านใด เกี่ยวกับความเห็นในข้อกฎหมาย นั้น . .. 
ถ้าไม่มีพื้นความรู้ ทางด้านกฎหมาย.. โปรดหลีกเลี่ยงครับ. .  :)

 ผมขออนุญาตชี้แจงท่าน Ro@d และเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ........
ตามความเห็นผมที่ลงไว้นั้น .......ท่านสมาชิกอย่าพึงยึดถือเป็นแบบอย่าง ...ว่ากระทำได้ตามนั้น
เพราะไม่ใช่แนวคำพิพากษาศาลฎีกา ......ที่เอามาเป็นบรรทัดฐานได้ ...
เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวในเชิงกฎหมายเท่านั้น ...ซึ่งอาจผิดพลาดไปก็ได้
หากมีคดีเคสอย่างที่ถามมานั้นขึ้นสู่ศาลและเป็นที่สุด...แล้วค่อยเอาคำพิพากษาในคดีอย่างนั้นมาเป็นบรรทัดฐาน .......

ตอนนี้ขณะนี้ ...ควรปฏิบัติและทำตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เอามาลงไว้ให้ดู
หากมีเคสอย่างอื่นเกิดขึ้นไม่ตรงกัน  แต่ใกล้เคียงกัน อาจต่างกันนิดหน่อย
ท่านต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจให้ดี ........เพราะอาจพลาดไปได้ ...

ที่ถูกต้องยึดแนวฎีกาไว้เป็นดีที่สุดครับ ... แล้วไปปรับใช้ให้พอแก่เหตุกันเอาเอง ...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อมทอง พรานชุมไพร ที่ พฤศจิกายน 07, 2007, 04:34:51 PM

ขอบคุณคุณsigsaxที่ยกประเด็นการป้องกันทรัพย์ขึ้นมา....เป็นประเด็นข้อคิด...

คำพิพากษาฎีกาเรื่องลักษณะนี้มีอยู่มาก และผลคำตัดสินจะแปรเปลี่ยนเกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่ศาลพิเคราะห์ได้
ซึ่งประเด็นสำคัญมักจะเป็นที่"เจตนา"ของผู้กระทำ

ในสังคมอารยะ................ทรัพย์ใดก็มีค่าน้อยกว่าชีวิต....แม้เป็นชีวิตคนร้ายที่มาลักทรัพย์เรา.........
ศีลข้อ๑ปาณา....ก็มาก่อนข้อ๒อทินนา..............
 
ผมจึงเลือกที่จะไม่ยิงคนเพื่อป้องกันทรัพย์เป็นอันขาด........แต่จะใช้ปืนเพื่อป้องกันชีวิตเท่านั้น  :)



ผมเห็นด้วยกับพี่ธำรงครับ..........ชีวิต  ต่อ  ชีวิต   พอสมควรกัน

ชีวิตต่อทรัพย์   เกินไปบ้างแต่ก็อยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะลงโทษ



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 07, 2007, 05:13:49 PM

 ผมขออนุญาตชี้แจงท่าน Ro@d และเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ........
ตามความเห็นผมที่ลงไว้นั้น .......ท่านสมาชิกอย่าพึงยึดถือเป็นแบบอย่าง ...ว่ากระทำได้ตามนั้น
เพราะไม่ใช่แนวคำพิพากษาศาลฎีกา ......ที่เอามาเป็นบรรทัดฐานได้ ...
เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวในเชิงกฎหมายเท่านั้น ...ซึ่งอาจผิดพลาดไปก็ได้
หากมีคดีเคสอย่างที่ถามมานั้นขึ้นสู่ศาลและเป็นที่สุด...แล้วค่อยเอาคำพิพากษาในคดีอย่างนั้นมาเป็นบรรทัดฐาน .......

ตอนนี้ขณะนี้ ...ควรปฏิบัติและทำตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เอามาลงไว้ให้ดู
หากมีเคสอย่างอื่นเกิดขึ้นไม่ตรงกัน  แต่ใกล้เคียงกัน อาจต่างกันนิดหน่อย
ท่านต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจให้ดี ........เพราะอาจพลาดไปได้ ...

ที่ถูกต้องยึดแนวฎีกาไว้เป็นดีที่สุดครับ ... แล้วไปปรับใช้ให้พอแก่เหตุกันเอาเอง ...

ขอบคุณมากครับ ท่าน sigsax..  :D :D :D ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sigsax ที่ พฤศจิกายน 08, 2007, 02:26:21 PM
เอาคำพิพากษาศาลฎีกามาฝากกัน ..

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๔๙๐ / ๒๕๔๘  แม้ขณะเกิดเหตุผู้ตายจะเข้าไปในบริเวณ
บ่อปลากัดของจำเลย เพื่อลักปลากัด  ซึ่งถ้าจำเลยพบเห็นเข้า
ย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายที่พอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลยได้
แต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดที่ล้อมรอบบ่อปลากัดย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงโดยสภาพ
ซึ่งสามารถทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้  ส่วนทรัพย์สินของจำเลยเป็นเพียงปลากัด
มูลค่าไม่มาก   การปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าเส้นลวดกับการป้องกันทรัพย์สินของจำเลยย่อม
ไม่เป็นสัดส่วนกัน   การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนที่เกินสมควรกว่าเหตุ
ตาม ปอ. มาตรา ๖๙  จำเลยจึงมีความผิดฐานมิได้เจตนาฆ่าแต่ทำร้ายผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตาย
ถึงแก่ความตาย ตาม ปอ. มาตรา ๒๙๐ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๖๙ ...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: DK Thara ที่ พฤศจิกายน 08, 2007, 03:43:29 PM
ขอแสดงความขอบคุณท่าน sigsax และท่าน Ro@d เป็นอย่างสูงครับ ที่ได้กรุณาเข้ามาถกข้อกฎหมายกัน ทำให้ได้รับความรู้และได้รับความกระจ่างมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ท่าน sigsax ยกมาให้อ่านเป็นความรู้ที่น่าสนใจมากเลยครับ และจะคอยติดตามอ่านจากหลายๆ กระทู้เพื่อหาความรู้ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะใน web นี้ เพราะเท่าที่ติดตามอ่านๆ มา หลายๆ ท่านที่กรุณาเข้ามาชี้แนะล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถชั้นครูเยอะมาก ต่างก็ให้คำชี้แนะที่เป็น Positive แทบทั้งสิ้น ขอแสดงความขอบคุณอีกครั้งครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ พฤศจิกายน 09, 2007, 12:11:57 PM
ฎ.555/2530 ผู้ตายบุกรุกเข้าไปฉุดคร่าบุตรสาวจำเลยถึงในบ้านของจำเลยเมื่อจำเลยซึ่งเป็นมารดาเข้าขัดขวางห้ามปรามกลับถูกผู้ตายทำร้ายจนล้มลงแล้วผู้ตายจะพาบุตรสาวของจำเลยออกจากบ้านไป การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในเวลาฉุกละหุกกะทันหัน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย โดยจำเลยกระทำไปเพื่อช่วยเหลือบุตรของตนให้พ้นภยันตรายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า และภยันตรายนั้นยังเกิดขึ้นอยู่ ไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันด้วยวิธีการอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ พฤศจิกายน 09, 2007, 03:21:07 PM
ฏ.3541/2528 จำเลยได้ยินเสียงร้องของน้องสาวภริยาจำเลยร้องขอให้ช่วยจึงวิ่งหนีขึ้นไปบนบ้าน ก็ถูกยิงสวนออกมาจากในห้องซึ่งเป็นที่มืด จำเลยย่อมจะใช้อาวุธปืนซึ่งติดตัวอยู่ยิงตอบโต้ไปได้ เพราะจำเลยอาจถูกยิงอีกได้เนื่องจากอยู่ในที่โล่งที่จำเลยใช้ปืนยิงถือว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกัน แต่การที่จำเลยใช้ปืนยิงเข้าไปในห้องหลายนัดโดยไม่คำนึงว่า นอกจากคนร้ายแล้วยังมีผู้อื่นอีก ทำให้กระสุนพลาดไปถูกผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วย การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Terk Kung ที่ พฤศจิกายน 18, 2007, 05:07:01 PM
ได้ความรู้เยอะเลยครับ ขอบคุณมากครับ  ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: somk. ที่ พฤศจิกายน 19, 2007, 02:31:44 PM
ขอบคุณมากครับ  ได้รับความรู้มากจะพยายามปฎิบัติตามนั้น


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sutha ที่ พฤศจิกายน 19, 2007, 03:00:09 PM
ผมทราบมาว่าปืนที่ติดกล้องเล็งหากไปใช้ยิงคน  จะหลีกเลี่ยงคำว่าเจตนาไม่ได้เลย  เพราะในระหว่างที่ผู้ร้ายเอาสิ่งมีค่าไปและวิ่งหนีไป เราเสียดายของหยิบปืนขึ้นมายิงไล่หลัง  หากเป็นปืนธรรมดาไม่ติดกล้อง  จะแก้ต่างได้ดีกว่าปืนที่มีกล้องเล็งยิงอย่างพิถีพิถัน  จริงไหมครับ  ขอความเห็นด้วย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: cz2000 ที่ พฤศจิกายน 23, 2007, 02:35:35 PM
ได้ความรู้มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ พฤศจิกายน 29, 2007, 12:47:33 PM
ผมทราบมาว่าปืนที่ติดกล้องเล็งหากไปใช้ยิงคน  จะหลีกเลี่ยงคำว่าเจตนาไม่ได้เลย  เพราะในระหว่างที่ผู้ร้ายเอาสิ่งมีค่าไปและวิ่งหนีไป เราเสียดายของหยิบปืนขึ้นมายิงไล่หลัง  หากเป็นปืนธรรมดาไม่ติดกล้อง  จะแก้ต่างได้ดีกว่าปืนที่มีกล้องเล็งยิงอย่างพิถีพิถัน  จริงไหมครับ  ขอความเห็นด้วย
เจตนาก็คือผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น ปืนจะติดกล้องหรือไม่คงไม่สำคัญ ปืนอะไรก็ตามถ้ามีการกระทำขึ้นมาก็ถือเป็นเจตนาทั้งนั้นถ้าเล็งเห็นผลหรือประสงค์ต่อผล ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าพอสมควรแก่เหตุหรือปล่าว ถ้ามีวิธีป้องกันได้หลายวิธีก็ควรใช้วิธีที่เสียหายน้อยที่สุดครับ ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ra_romyen ที่ ธันวาคม 01, 2007, 08:59:26 PM
มีความรู้ดีมากๆ   ......   


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: CAESAR ที่ ธันวาคม 02, 2007, 05:27:24 PM
ขอขอบคุณมากครับคุณ sigsex เป็นประโยชน์มากครับจะจำเอาไว้เผื่อมีภัยใกล้ตัวจะได้เอา
ไว้ป้องกันตัวได้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: My glock ที่ ธันวาคม 03, 2007, 10:00:38 PM
  ::002::ต้องขอคุณท่าน Sigsax ที่ได้ให้ความรู้แก่ผู้ที่ด้อยในข้อกฏหมาย ทั้งที่ต้นเองมีปืนไว้ป้องกันตัวและทรัพย์สิน แต่ทุกท่านก็ต้องพึงนึกไว้เสมอว่า การกระทำของเราตัวเราเองเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช้ปืนของเรารับผิดชอบ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: BAI ที่ ธันวาคม 07, 2007, 02:33:33 PM
ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ดีๆ ที่มีให้กันครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: NALAO99 ที่ ธันวาคม 11, 2007, 02:21:02 PM
(http://img88.imageshack.us/img88/6859/carabao0320tk688gh3.gif)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ★ หมอนทอง™ - รักในหลวง ★ ที่ ธันวาคม 14, 2007, 12:51:27 AM
ขอบคุณครับ เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มากจริงๆ   ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: payjar ที่ ธันวาคม 18, 2007, 09:37:15 PM
มีหลายๆคนฝากถามมาครับ
ถ้ากรณีวิ่งราวทองหรือเข้ามาโขมยทรัพย์สินแล้ววิ่งหนี เจ้าทุกข์ร้องเตือนให้หยุดแล้วไม่หยุดจึงยิงด้วยปืนแต่ใช้กระสุนลูกปรายยิงนก สมมุติว่ายิงจากลูกโม่ซึ่งมีกระสุนหลายแบบรวมทั้งกระสุนสังหารแต่หมุนมาใช้ลูกปรายโดยมีเจตนาไม่ต้องการฆ่าเพียงต้องการให้หยุดการกระทำ ยิงโดนข้างหลังขณะวิ่งไล่ทำให้โขมยบาดเจ็บ (หลังพรุนตื้นๆไม่สาหัส)จะมีผลทางกม. อย่างไรบ้างครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: CZ มือใหม่ ที่ ธันวาคม 27, 2007, 09:49:40 PM
 ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: prasit homecar a1 ที่ ธันวาคม 28, 2007, 10:06:46 PM
              :o   เข้ามาหาความรู้ครับ     ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: t123 ที่ ธันวาคม 31, 2007, 11:28:13 PM
----  เข้ามาได้อะไรดีๆเยอะเลย...

-----  ขอบคุณครับท่าน   Sigsax


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: CRC ที่ มกราคม 12, 2008, 03:01:04 PM
เข้ามาหาความรู้และเก็บข้อมูลค่ะ ขอบคุณในทุกๆความเห็นค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Major ที่ มกราคม 14, 2008, 10:39:42 AM
ได้ความรู้ดีจริง ๆ ครับ เวปนี้ เพิ่งจะรู้นะครับ เนี่ย ก่อนหน้า เคย ใช้วิธี Search หา แต่ไม่ค่อยเจอเวปที่ถูกใจ แต่ เวปนี้ ถูกต้องนะครับขอ เป็นสมาชิกถาวรเลยละกัน มีอะไรก็แนะนำกันเยอะ ๆ นะครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PopCorn ที่ มกราคม 14, 2008, 11:22:38 AM
;)  มีปืนแล้วยิงคนตาย แบบไม่มีความผิดเลย  ก็คือยิงเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง
หรือผู้อื่น  ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ  การกระทำนั้น
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด   ตามความในประมวล
กฎหมายอาญามาตรา  ๖๘ 
ฆ่าคนตายไม่ว่ากรณีไหน มีความผิดทั้งสิ้นครับ
ไม่ใช่ไม่มีความผิดครับ แต่ไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากกฎหมายยกเว้นให้ หรือกฎหมายระบุไม่ต้องรับโทษครับ(สำนวนทางกฎหมายนะครับ :P )


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: T-Rexxx ที่ มกราคม 14, 2008, 09:17:18 PM
ถ้ามีกรณีศึกษา เอามาแบ่งปันกันอีกนะครับ ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ มกราคม 14, 2008, 09:54:00 PM
;)  มีปืนแล้วยิงคนตาย แบบไม่มีความผิดเลย  ก็คือยิงเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง
หรือผู้อื่น  ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ  การกระทำนั้น
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด   ตามความในประมวล
กฎหมายอาญามาตรา  ๖๘ 
ฆ่าคนตายไม่ว่ากรณีไหน มีความผิดทั้งสิ้นครับ
ไม่ใช่ไม่มีความผิดครับ แต่ไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากกฎหมายยกเว้นให้ หรือกฎหมายระบุไม่ต้องรับโทษครับ(สำนวนทางกฎหมายนะครับ :P )

.. ตาม ป.อาญา มาตรา ๖๘ เป็นการ การกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด ..   ไม่ใช่กรณีมีความผิดแล้วได้รับการยกเว้้นโทษนะครับ
ไม่ว่า กรณีนั้นจะเจ็บ หรือตาย

โปรดอย่าสับสน นำมาปะปนกับการฆ่าคนตายโดยเจตนา นะครับ แม้จะตายเหมือนกัน แต่มันคนละเรื่อง ต่างประเด็นกัน ..

ความเห็นทางกฎหมายไม่ใช่การแสดงความเห็นได้ตามใจตน.
จะต้องเป็นไปข้อเท็จจริงที่มี และนำข้อกฎหมายมาปรับใช้  โดยนักกฎหมายเท่านั้น.. ครับ.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อมทอง พรานชุมไพร ที่ มกราคม 20, 2008, 11:13:35 PM
ขอถามทุก ๆ ท่าน

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   แก้ไขใหม่     ดาวน์โหลดได้ที่ไหนบ้าง  ขอบคุณล่วงหน้าครับ 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ธำรง ที่ มกราคม 20, 2008, 11:38:12 PM
ขอถามทุก ๆ ท่าน

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   แก้ไขใหม่     ดาวน์โหลดได้ที่ไหนบ้าง  ขอบคุณล่วงหน้าครับ 

เข้าไปที่เวบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเลยครับท่านรองฯป้อมทอง
http://www.krisdika.go.th/lawChar.jsp?head=3&item=3&process=showTitleOfLaw&id=2&group=ป&lawCode=ป05&linkID
เลือกหมวดกฎหมาย"ป" -- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ไปที่ .... พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๐

 :)



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ECLIPSE ที่ มกราคม 27, 2008, 07:28:37 PM
ได้รับความรู้เพิมเติมอีกมาก ขอบคุณทุกท่านครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pol2373 ที่ มกราคม 31, 2008, 08:36:07 AM
ขอบคุณครับ ได้ความรู้ดี :D :D :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: countrypolice ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2008, 03:18:23 PM
มีหลายๆคนฝากถามมาครับ
ถ้ากรณีวิ่งราวทองหรือเข้ามาโขมยทรัพย์สินแล้ววิ่งหนี เจ้าทุกข์ร้องเตือนให้หยุดแล้วไม่หยุดจึงยิงด้วยปืนแต่ใช้กระสุนลูกปรายยิงนก สมมุติว่ายิงจากลูกโม่ซึ่งมีกระสุนหลายแบบรวมทั้งกระสุนสังหารแต่หมุนมาใช้ลูกปรายโดยมีเจตนาไม่ต้องการฆ่าเพียงต้องการให้หยุดการกระทำ ยิงโดนข้างหลังขณะวิ่งไล่ทำให้โขมยบาดเจ็บ (หลังพรุนตื้นๆไม่สาหัส)จะมีผลทางกม. อย่างไรบ้างครับ
พอสมควรแก่เหตุครับ ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: dmax_boy ที่ มีนาคม 06, 2008, 11:51:04 PM
ขอขอบคุณมากครับกับความรู้ที่ดีอย่างนี้.........ใช้ปืนต้องระวังหูตาว่องไวความปลอดภัยเป็นหลัก


หัวข้อ: ถ้าปืนไม่ใช่ของเรายิงคนตาย
เริ่มหัวข้อโดย: supakig ที่ มีนาคม 07, 2008, 01:12:11 AM
ถ้ามีคนจะยิงเราเเล้วยิงสวนไปโดนเเล้วตายเเต่ปืนไม่ใช่ของเรามีความผิดหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: samson ที่ มีนาคม 08, 2008, 01:08:43 PM
ความรู้ล้วนๆเลย ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ninja_spl (ถูกแบนโดยบอร์ดอวป.) ที่ มีนาคม 10, 2008, 06:43:44 PM
  เรียกว่า  กฏแห่งกรรม   คุกๆๆๆ :<<    ต้องกระทำอย่างมีสติและเอาใจเขาใส่ใจเรา  และ ต้องดูว่าอันไหนสมควรไม่สมควร  คิดให้รอบคอบ จะได้ไม่ต้องไปชิมแกงสายบัวที่โรงพักครับ .... รสชาติไม่เลว  มีถั่วดำด้วย   (คำเตือนจากคนที่รักคุณ)ครับ.....


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: wanchai kanama ที่ มีนาคม 12, 2008, 11:04:06 PM
        ผมอยากซาบว่าปืนลูกซองมีกี่ขนาดช่วยกรุณาบอกด้วยครับ
        เบอร์อะไรบางครับ
        แล้วมีกี่แรงครับดูยังไง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: wanchai kanama ที่ มีนาคม 12, 2008, 11:17:39 PM
ทุกๆท่านครับ คดีพกพาลูกกระสุนปืนมีโทอย่างไรบ้าง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Chaman Davis ที่ มีนาคม 16, 2008, 01:06:19 PM
ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่ได้นําข้อกฎหมายมาให้ได้ทราบเป็นความรู้กันครับ ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ มีนาคม 16, 2008, 07:32:43 PM
ทุกๆท่านครับ คดีพกพาลูกกระสุนปืนมีโทษอย่างไรบ้าง


กระสุนปืน คือเครื่องกระสุนปืน ถ้าเป็นกระสุนที่ตรงกับ ป.๔ ย่อมครอบครองได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
และไม่มีข้อหาฐาน พาเครื่องกระสุนปืนติดตัว ..   จึงไม่มีโทษ ตามกฎหมาย ครับ.

แต่ การพกซองกระสุน (แม็กกาซีน) ติดตัวนั้น อาจมีความผิด ฐานพาอาวุธปืนติดตัว
ไปในเมืองฯ ตาม พรบ.อาวุธปืนฯ.มาตรา ๘ ทวิ วรรคแรก  ครับ.  :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: vios11 ที่ มีนาคม 23, 2008, 07:49:48 PM
กฎหมายอ่านแล้วง่วง... :VOV: แต่มีประโยชน์จึงต้องอ่านต่อจนจบ แล้วรออ่านตอนต่อไปครับ ขอบคุณครับ ::002:: ::002:: ::002:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Atipong Kaewpichit ที่ มีนาคม 23, 2008, 08:31:50 PM
อ่านแล้วได้ความรู้มากเลยครับ  ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: YPPC ที่ มีนาคม 24, 2008, 06:04:21 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: B.O.W. ที่ เมษายน 19, 2008, 11:11:05 PM
 :) :-\ ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Santiphab Thabsing ที่ เมษายน 20, 2008, 09:15:08 PM
แบบนี้ต้องเอาแบบ นัดเดียวจอด...มั๊ยนะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mah.ama ที่ เมษายน 21, 2008, 02:07:06 PM
ขอบคุณครับ ::014::ได้ความรู้ดีมากเลยครับ :DD


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nino-nco ที่ เมษายน 22, 2008, 09:19:38 AM
ขอบคุณนะคับ ที่เอาสาระมาให้อ่าน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Choro - รักในหลวง ที่ เมษายน 28, 2008, 04:53:15 PM
ขอบคุณครับ สำหรับข้อกฏหมายดีๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ~ Sitthipong - รักในหลวง ~ ที่ พฤษภาคม 06, 2008, 01:21:55 PM
มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: shongsiri ที่ พฤษภาคม 14, 2008, 10:49:56 PM
ได้รับความรู้อย่างมาก ซึ่งต้องขอขอบพระคุณท่านผู้ให้ความรู้แก่สมาชิก อวป. และหวังไว้ว่าท่านผู้รู้ท้งหลายคงจะมีกระทู้อื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์มานำเสนอเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สมาชิกผู้สนใจ เพื่อปกป้องตนและครอบครัวท่เป็นท่รักให้พ้นจาก  โรงศาล และ ตา..ราง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tutorlsag-Long Live The King ที่ พฤษภาคม 18, 2008, 01:15:01 AM
เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้อาวุธปืนมากเลยครับ
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: vvv_v ที่ พฤษภาคม 25, 2008, 06:44:29 AM
thank you verymuch  :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: phakadetbanana ที่ มิถุนายน 13, 2008, 02:03:30 PM
ขอบคุณครับที่นำความรู้ดีๆมาแบ่งปัน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: POM_II ที่ มิถุนายน 16, 2008, 08:17:24 AM
ขอบคุณเป็นประโยชน์อย่างมากครับ  ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PopCorn ที่ มิถุนายน 18, 2008, 10:27:59 AM
ไม่ได้มาอ่านนาน...(มาก)
เป็นตามที่ท่านว่าจริงๆ ผมไม่ได้ดูมาตรา 68 ไม่ได้สับสนครับ แต่ไม่รอบคอบเอง...

...กฏหมายเป็นเพียงตัวหนังสือ...ที่สมควรถูกวิพากวิจารณ์ได้... (แม้จะมาจากความรู้สึก)

อยากให้เป็นกระดานความรู้ครับ เพราะไม่ใช่นักกฎหมายเท่านั้นที่ใช้กฎหมาย ประชาชนทุกคนใช้กฎหมาย
เช่น..กรณี จอดรถแล้วโทร..แต่ไม่ดับเครื่องถูกตำรวจจับ...(นอกเรื่อง)
แต่เห็นพวกอ้างกฎหมายสูงสุดทำผิดกฎหมายอื่นๆ ไม่เห็นนักกฎหมายทำอะไรได้เลย
ผิดหวัง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: @เดียร์ ที่ มิถุนายน 24, 2008, 10:59:32 AM
 ::002::เจ็ง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nattbkk ที่ กรกฎาคม 04, 2008, 07:17:45 PM
 ;D ;D
ขอบคุณคร้าบบบบ....


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Garuntee ที่ กรกฎาคม 08, 2008, 05:03:25 PM
.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: มังกรเดียวดาย ที่ กรกฎาคม 15, 2008, 03:50:29 PM
ขอบคุณมากครับ เป็นประโยชน์มาครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: atom dad ที่ สิงหาคม 20, 2008, 11:36:41 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Riwfa ที่ สิงหาคม 21, 2008, 09:57:28 AM
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีครับ............


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: gaor ที่ สิงหาคม 22, 2008, 05:37:12 PM
ดีค่ะที่มีคนนำเรื่องนี้มาเหล่าสู่กันฟัง
จะรอ่านเรื่องต่อไปนะค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: SNIPER™ ที่ สิงหาคม 25, 2008, 02:05:07 PM
สาระน่ารู้สำหรับชาว อวป.ขนานแท้ครับ

ขอบคุณครับ  ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: jakkrit99 ที่ กันยายน 01, 2008, 02:37:04 PM
ขอบคุณครับ ได้ความรู้มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: บ่าวแป้ ที่ กันยายน 05, 2008, 05:09:32 AM
มือใหม่ขอเข้ามาเอาความรู้หน่อยนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: boon8868 ที่ กันยายน 08, 2008, 10:27:53 AM
ถ้ามีคนจะยิงเราเเล้วยิงสวนไปโดนเเล้วตายเเต่ปืนไม่ใช่ของเรามีความผิดหรือเปล่า

อยากรู้คำตอบเหมือนกัน แต่คิดว่าผิดเพราะใช้ปืนผู้อื่น ท่านที่รู้ต่อให้ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Glock Jumper ที่ กันยายน 09, 2008, 02:01:30 PM
ได้ความรู้ดีมากๆเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Peerapat - รักในหลวง ที่ กันยายน 15, 2008, 04:45:45 PM
      ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้เยอะเลย  ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nusorn ที่ กันยายน 17, 2008, 09:20:29 AM
ได้ความรู้มากๆๆครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ชุมชน243 ที่ กันยายน 25, 2008, 03:25:09 PM
ได้ฟามรู้เพิ่มอีกแล้วครับท่าน
ดีมากเลยครับ ปักหมุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆด้วย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: SON171 ที่ กันยายน 25, 2008, 04:55:11 PM
               คราวนี้มาดูกรณีที่ถือว่าเกินสมควรกว่าเหตุ

ฎีกาที่  ๒๙๘๓ / ๒๕๓๑   คนตายขับมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน  พบจำเลยระหว่างทาง
จำเลยพูดทวงหนี้คนตาย  คนตายโกรธเคืองต่อว่าจำเลย  พร้อมเดินเข้าไปหาจำเลย
ด้วยมือเปล่าเพื่อจะทำร้าย   ระยะห่างประมาณ ๑ วา  จำเลยใช้ปืนยิง ๑ นัด
เป็นป้องกันตัวจากการจะถูกทำร้าย  แต่เกินกว่าเหตุเพราะคนตายมือเปล่า

ฎีกาที่  ๖๔ / ๒๕๑๕  ก.และ ข.มือเปล่าไม่มีอาวุธ เข้ารุมชกต่อยจำเลย
จำเลยใช้ปืนยิง  ในระยะติดพันกันนั้นรวม ๓-๔-๕ นัด  จน ก. ตาย 
เป็นป้องกันจริง   แต่เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่ ๔๐๕ / ๒๔๙๐  จำเลยเฝ้าไร่พืชผัก   คนตายเข้าไปในไร่ เวลากลางวันเพื่อ
จะลักพืชผัก   จำเลยจึงใช้ปืนยิงคนตาย   เป็นป้องกันจริง    แต่เกินกว่าเหตุ

ฎีกาที่  ๑๓๔๓ / ๒๔๙๕  ยิงคนร้ายขณะกำลังวิ่งหนีและพาเอาห่อของที่ลักไปด้วย
โดยคนร้ายไม่ได้ทำอะไรแก่ตนเลย   เป็นป้องกัน  แต่เกินสมควรแก่เหตุมาก

    ฎีกาที่ ๒๙๔ /๒๕๐๐  ยิงคนร้ายที่จูงกระบือในเวลากลางคืน  ตรงนั้นมืดมาก
  โดยคนร้ายไม่ได้แสดงกริยาต่อสู้  เป็นป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุ

ฎีกาที่  ๒๗๑๗ / ๒๕๒๘  คนตายเข้ามาลักลอบตัดข้าวโพดในไร่จำเลย
ในตอนกลางคืน  โดยคนร้ายเอามีดมาด้วย  แต่ขณะที่จำเลยมาเห็น  คนตายยืนถือมีด
ห่างประมาณ   ๒  วา ยังไม่อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะฟันทำร้าย   จำเลยด่วนยิง
จึงเป็นการป้องกันที่เกินกว่าเหตุ

 
เกินกว่าเหตุแล้วต้องรับโทษอย่างไรครับ 1/2 หรือ 3/4 หรือ 1/1 ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: jacker1973 ที่ กันยายน 25, 2008, 10:29:49 PM
ขอบคุณมากครับที่ เอาเรื่องมีประโยชน์มาฝากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: LSD ที่ ตุลาคม 06, 2008, 12:03:49 PM
สุดยอด + ให้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: max9669 ที่ ตุลาคม 18, 2008, 05:59:12 PM
ผมเป็นสมาชิกใหม่อยากทราบข้อมูลปืนrubyextra .38 ผมรับมรดกมาเกือบ10ปีแล้วไม่เคยมีข้อมูล ไม่เคยทำอะไรกับปืนเลย ใครมีข้อมูลบ้างครับ จะได้เอามาซ่อมบำรุงครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Nu007 ที่ ตุลาคม 21, 2008, 12:39:02 PM
สงสัยครับว่า ถ้ามีคนร้ายแอบเข้ามาในบ้านตอนกลางคืน ในบ้านปิดไฟมืดมองไม่รู้ว่ามีคนร้ายกี่คน และมีอาวุธหรือไม่ แต่เห็นเงาของคนร้าย หนึ่งคนกำลังตรงมาทางเราในระยะประมาณ 8 เมตร เราสามารถยิงคนร้ายได้หรือไม่ครับ รบกวน พี่ๆผู้รู้ ช่วยตอบข้อสงสัยด้วยครับ 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: aonnasa ที่ ตุลาคม 25, 2008, 08:20:56 PM
รอคำตอบเหมือนกันครับ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Nu007 ที่ ตุลาคม 28, 2008, 05:32:37 PM
สงสัยครับว่า ถ้ามีคนร้ายแอบเข้ามาในบ้านตอนกลางคืน ในบ้านปิดไฟมืดมองไม่รู้ว่ามีคนร้ายกี่คน และมีอาวุธหรือไม่ แต่เห็นเงาของคนร้าย หนึ่งคนกำลังตรงมาทางเราในระยะประมาณ 8 เมตร เราสามารถยิงคนร้ายได้หรือไม่ครับ รบกวน พี่ๆผู้รู้ ช่วยตอบข้อสงสัยด้วยครับ 
ผมคำตอบว่าผิดหรือไม่อาจตอบได้ยาก งันผมขอถามพี่ๆใหม่แล้วกันว่า ถ้าเกิดเหตุแบบนี้พี่ๆจะแก้ไขสถานะการณ์ยังไงดี รบกวนขอความเห็นด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pom007 ที่ ตุลาคม 30, 2008, 09:38:18 AM
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ ???


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: psychedelicte ที่ ตุลาคม 31, 2008, 02:03:35 AM
ขอบคุณมากคับสำหรับความรู้ทางด้่านกฎหมายเกี่ยวกับ อวป.

พอดีว่ากำลังต้องการซื้อ อวป. ไว้เพื่อป้องกันตัวเพราะว่าคนในครอบครัวเพิ่งถูกพยายามทำร้าย...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: addpkt ที่ ธันวาคม 11, 2008, 07:33:35 PM
ขอบคุณครับ :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chanchai_1975 ที่ ธันวาคม 12, 2008, 02:41:11 PM
สุดยอดครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: got pun ที่ มกราคม 05, 2009, 09:23:49 PM
อ่านมา21 หน้า 3 วัน ขอบคุณครับ โดยเฉพาะคุณ sigsaxและคุณ r@ad


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: jane1 ที่ มกราคม 07, 2009, 01:18:51 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: โก๋ต่อ วังเดิม ที่ มกราคม 09, 2009, 12:40:09 PM
เวบนี้ของใครเอ่ย

http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=525904&Ntype=136

http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=525189&Ntype=142


ให้เครดิตเวบเราไว้ด้วย  ของเพื่อนสมาชิกเราหรือเปล่า

 ;D ;D ;D ;D ;D :D :D :D ;) ;) :D :D :D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: คูณ 3 superแก๊งค์ ที่ มกราคม 09, 2009, 08:06:57 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: saisard ที่ มกราคม 11, 2009, 06:51:47 PM
ขอบคุณมากครับ ทุก ข้อที่ อ่านมีประโยชน์มากๆๆๆๆ

เคยได้ยินมาว่า ถ้ามีคนร้ายเข้าบ้าน ยิง โดน1นัด ตาย แล้ว ให้ยิงขึ้นฟ้าทิ้ง 1นัด

บอกศาลว่า ยิงเตือนแล้ว ยังเข้า มาหาอีกเลย ยิงซ้ำ

แบบนี้ ศาลจะว่าไง ตรงกับฎีกา ที่ยิงลงพื้น ก่อนไหม จำฎีกาไม่ได้


ส่วนมาก ต้อง ป้องกันใน เขตบ้านตัวเอง หรือ ได้แค่2วา ละครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ มกราคม 12, 2009, 02:48:15 PM
ขอบคุณมากครับ ทุก ข้อที่ อ่านมีประโยชน์มากๆๆๆๆ

เคยได้ยินมาว่า ถ้ามีคนร้ายเข้าบ้าน ยิง โดน1นัด ตาย แล้ว ให้ยิงขึ้นฟ้าทิ้ง 1นัด

บอกศาลว่า ยิงเตือนแล้ว ยังเข้า มาหาอีกเลย ยิงซ้ำ

แบบนี้ ศาลจะว่าไง ตรงกับฎีกา ที่ยิงลงพื้น ก่อนไหม จำฎีกาไม่ได้


ส่วนมาก ต้อง ป้องกันใน เขตบ้านตัวเอง หรือ ได้แค่2วา ละครับ


ต้องกลับไปอ่านซ้ำ จะถึง ๒-๓ รอบ อยู่ที่จะจับหลักได้ไหม  :D

ตามที่ถาม อาจต้องติด ตะราง..  อาวุธปืน ศาลจะต้องริบด้วย
ในกระบวนการยุติธรรม ถูกพูดถึงและตีความกันไปเอง จนทำให้รู้สึกว่า คิดอะไรกันง่าย หน่อมแน้ม กันจัง

การวินิจฉัย ของศาลนั้น ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องสำคัญมาก จะต้องมีเหตุและผล เจือกัน 
ต้องไม่ขัดต่อเหตุผล จากความเป็๋นจริง

ประเภท คิดไปเองนั้น ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ โดยไม่ยึดกรอบของข้อกฎหมาย ใช้ไม่ได้ ครับ.
จักต้อง อยู่ในกรอบของกฎหมาย งานกฎหมาย เป็นเรื่องของวิชาชีพ การทำงานจักต้องใช้ทักษะ
เพื่อให้ปรากฎข้อเท็จจริงที่ใกล้กับความเป็นจริงมากที่สุด  โดยไ่ม่บิดเบือน
แล้วนำข้อกฎหมายไปปรับใช้กับข้อเท็จจริงนั้น  นะครับ.  :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: เทพอสูรสองร่าง:รักในหลวง ที่ มกราคม 20, 2009, 10:35:19 PM
 ::014::มาอ่านที่หลัง....แต่ก็มาเข้าอ่าน :VOV:

 :VOV:ขอบคุณมากครับ :~)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mine.utd ที่ มกราคม 21, 2009, 09:54:55 AM
อยากทราบ   

สมมุติว่า      ยามวิกาล  มีผู้บุกรุกเข้ามาในบริเวณบ้าน และ ขณะพยายามบุกรุกเข้ามาข้างในตัวบ้าน  (เข้ามาก็ได้ แถม Glock เหน็บหลังให้มันอีกกระบอก) จึงได้ทำการ

1.  ยิง .22 ไป 5 นัด
2.  ยิง 9 mm  หรือ  11 mm  ไป 3 นัด
3.  ยิงลูกซอง 9เม็ด   ไป 2 นัด
4.  ใช้ปืนขนาดใดก็ได้ ที่ประชาชนทั่วไป สามารทมีและใช้  1 นัด
ทุกข้อเข้าเป้าหมายทั้งสิ้น   และไม่มีพยาน แต่เป็นผู้บุกรุกจริง


 อยากทราบว่า แต่ละข้อ อนุภาพของกระสุน + จำนวนนัดที่ยิงไป มีผลเหมือนกัน หรือ ต่างกันในการดำเนินคดีหรือไม่ครับ? 



ขอบคุณครับ จะเก็บไว้เป็นความรู้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ มกราคม 21, 2009, 11:49:43 AM
อยากทราบ  

สมมุติว่า      ยามวิกาล  มีผู้บุกรุกเข้ามาในบริเวณบ้าน และ ขณะพยายามบุกรุกเข้ามาข้างในตัวบ้าน  (เข้ามาก็ได้ แถม Glock เหน็บหลังให้มันอีกกระบอก) จึงได้ทำการ

1.  ยิง .22 ไป 5 นัด
2.  ยิง 9 mm  หรือ  11 mm  ไป 3 นัด
3.  ยิงลูกซอง 9เม็ด   ไป 2 นัด
4.  ใช้ปืนขนาดใดก็ได้ ที่ประชาชนทั่วไป สามารทมีและใช้  1 นัด
ทุกข้อเข้าเป้าหมายทั้งสิ้น   และไม่มีพยาน แต่เป็นผู้บุกรุกจริง


 อยากทราบว่า แต่ละข้อ อนุภาพของกระสุน + จำนวนนัดที่ยิงไป มีผลเหมือนกัน หรือ ต่างกันในการดำเนินคดีหรือไม่ครับ? 



ขอบคุณครับ จะเก็บไว้เป็นความรู้


ทุกอย่างที่เกิดจะต้องมีเหตุและผล เสมอ. . การวินิจฉัยในเรื่องเหตุและผล ในกระบวนการยุติธรรม ถือว่าสุดยอด
อย่าได้คิดสร้างข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จ เพื่อให้ตนเองหลุดคดีเชียว จะซวย จะใช้มุมมองของ จนท.บางคน มาตัดสินไม่ได้

การบุกรุก เคหะสถาน ในยามวิกาล ก็เพื่อหวังลักทรัพย์ เมื่อเจ้าทรัพย์รู้ตัวออกขัดขวาง ถ้าโจรไม่หนี. ก็อาจกลายเป็น
ชิงรัพย์ หรือปล้นทรัพย์  แล้วแต่กรณี

มีหลักอยู่ว่า ถ้าคนร้ายมีอาวุธปืน แล้วเจตนาที่จะใช้อาวุูธปืน นั้นกับท่าน หรือคนอื่นใด ที่อยู่รอบข้างท่าน.. ย่อมเป็นภยันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ท่านจึงมีสิทธิ์ ใช้้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว.

การป้องกันตัว ไม่ใช้ยิงเพื่อให้อีกฝ่ายตาย  แต่ยิงเพื่อหยุดยั้งไม่ให้คนร้ายกระทำการเลวร้ายต่อชีวิต ต่อไปได้อีก
ส่วนผลออกมา คนร้าย จะเจ็บ หรือตายนั้น เกิด ขึ้นเพราะการป้องกันตัวของท่าน ท่านย่อมไม่มีความผิด.

แต่ถ้าเพียงคิดไปเองว่า คนร้ายมีอาวุธปืน และเพียงแค่ปีนข้ามรั้ว แล้วท่าน เอาปืนที่บอกมาสอยไป อย่างนี้ จะเป็นกระบอกไหน ก็ติดตะราง ชัวร์ แน่นอน ครับ

จะสมมุติเรื่องขึ้นมานั้น ตอบยาก แต่บอกหลักไปแล้ว.. ขอให้ จขกท. ได้เริ่มต้นอ่านกระทู้นี้แต่แรก แล้วเลือกเก็บสาระที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองเอาไว้ อย่าเพิ่งรีับร้อนถามความก่อน.. ที่ยังไม่ทันได้อ่านความรู้ตรงหน้า นะครับ.  ;)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mine.utd ที่ มกราคม 21, 2009, 08:01:13 PM
อ้างถึง
ทุกอย่างที่เกิดจะต้องมีเหตุและผล เสมอ. . การวินิจฉัยในเรื่องเหตุและผล ในกระบวนการยุติธรรม ถือว่าสุดยอด
อย่าได้คิดสร้างข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จ เพื่อให้ตนเองหลุดคดีเชียว จะซวย จะใช้มุมมองของ จนท.บางคน มาตัดสินไม่ได้

การบุกรุก เคหะสถาน ในยามวิกาล ก็เพื่อหวังลักทรัพย์ เมื่อเจ้าทรัพย์รู้ตัวออกขัดขวาง ถ้าโจรไม่หนี. ก็อาจกลายเป็น
ชิงรัพย์ หรือปล้นทรัพย์  แล้วแต่กรณี

มีหลักอยู่ว่า ถ้าคนร้ายมีอาวุธปืน แล้วเจตนาที่จะใช้อาวุูธปืน นั้นกับท่าน หรือคนอื่นใด ที่อยู่รอบข้างท่าน.. ย่อมเป็นภยันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ท่านจึงมีสิทธิ์ ใช้้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว.

การป้องกันตัว ไม่ใช้ยิงเพื่อให้อีกฝ่ายตาย  แต่ยิงเพื่อหยุดยั้งไม่ให้คนร้ายกระทำการเลวร้ายต่อชีวิต ต่อไปได้อีก
ส่วนผลออกมา คนร้าย จะเจ็บ หรือตายนั้น เกิด ขึ้นเพราะการป้องกันตัวของท่าน ท่านย่อมไม่มีความผิด.

แต่ถ้าเพียงคิดไปเองว่า คนร้ายมีอาวุธปืน และเพียงแค่ปีนข้ามรั้ว แล้วท่าน เอาปืนที่บอกมาสอยไป อย่างนี้ จะเป็นกระบอกไหน ก็ติดตะราง ชัวร์ แน่นอน ครับ

จะสมมุติเรื่องขึ้นมานั้น ตอบยาก แต่บอกหลักไปแล้ว.. ขอให้ จขกท. ได้เริ่มต้นอ่านกระทู้นี้แต่แรก แล้วเลือกเก็บสาระที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองเอาไว้ อย่าเพิ่งรีับร้อนถามความก่อน.. ที่ยังไม่ทันได้อ่านความรู้ตรงหน้า นะครับ. 



ขอขอบคุณสำหรับคำตอบครับ ::014::

 กับเหตุการณืที่ผมได้สมมุติขึ้นมานั้น ที่จริงแล้ว ผมอยากทราบว่า ขนาด ของอาวุธที่ใช้มีผลเหมือนกัน หรือแตกต่างกันในทางดำเนินคดีมั้ยครับ จะเป็นสถานการณ์ใดก็ได้ครับ ที่เมื่อเกิดการใช้อาวุธขึ้น

ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: SADAPAO2000 ที่ กุมภาพันธ์ 19, 2009, 11:55:19 PM
ขอบคุณครับ..มีประโยชน์มากครับ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: cn ที่ มีนาคม 12, 2009, 10:07:32 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: iven91 ที่ มีนาคม 13, 2009, 03:15:55 PM
ตาม ฎีกา ฯ ฆ่าชู้ตายเป็นการป้องกันโดยชอบหรือไม่นั้น >:(ตามความเห็น (ด้วยความเคารพศาล) เป็นแต่เพียงความเห็นของผม     กรณีถือเป็นการกระทำละเมิดทางแพ่งเราสามารถเรียกร้องความเสียหายทางเเพ่งได้(กม.ครอบครัว) ซึ่งกรณีดังกล่าวการกระทำของสามีที่ยิงชู้ตายโดยเจตนาดูจะเกินกว่าเหตุแต่หากต้องการยิงขาเพื่อป้องกันสิทธิกับพลาดไปโดยหน้าอกตัดขั้วหัวใจจะดูดีกว่าไหม  ตาม กม.เป็นเจตนาโอนจากการป้องกันเพราะข้อเท็จจริงไม่เหมือนกันฎีกาก็อาจเปลี่ยนไปด้วยความเคารพเป็นแต่เพียงความเห็น*****มีปืน  ต้องมีสติอยู่เสมอ คือ   ทาน ศิล  ภาวนา











หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: thianchai viseschok ที่ มีนาคม 28, 2009, 02:56:35 PM
อยากทราบ  

สมมุติว่า      ยามวิกาล  มีผู้บุกรุกเข้ามาในบริเวณบ้าน และ ขณะพยายามบุกรุกเข้ามาข้างในตัวบ้าน  (เข้ามาก็ได้ แถม Glock เหน็บหลังให้มันอีกกระบอก) จึงได้ทำการ

1.  ยิง .22 ไป 5 นัด
2.  ยิง 9 mm  หรือ  11 mm  ไป 3 นัด
3.  ยิงลูกซอง 9เม็ด   ไป 2 นัด
4.  ใช้ปืนขนาดใดก็ได้ ที่ประชาชนทั่วไป สามารทมีและใช้  1 นัด
ทุกข้อเข้าเป้าหมายทั้งสิ้น   และไม่มีพยาน แต่เป็นผู้บุกรุกจริง


 อยากทราบว่า แต่ละข้อ อนุภาพของกระสุน + จำนวนนัดที่ยิงไป มีผลเหมือนกัน หรือ ต่างกันในการดำเนินคดีหรือไม่ครับ? 



ขอบคุณครับ จะเก็บไว้เป็นความรู้

เคยได้ยินคนหัวหมอพูด นอกจากจะมีปืนที่มีทะเบียนแล้ว เราก็หาอีโบ๊ะเบอร์12 ไว้ซักกระบอก ยิงขโมยให้ตายแล้วก็
เอาอีโบ๊ะยัดใส่มือขโมยไว้(คุ้นๆ)เท่านี้ก็น่าจะรอดคดี


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: songchai_n ที่ เมษายน 06, 2009, 12:16:37 PM
อยากทราบ  

สมมุติว่า      ยามวิกาล  มีผู้บุกรุกเข้ามาในบริเวณบ้าน และ ขณะพยายามบุกรุกเข้ามาข้างในตัวบ้าน  (เข้ามาก็ได้ แถม Glock เหน็บหลังให้มันอีกกระบอก) จึงได้ทำการ

1.  ยิง .22 ไป 5 นัด
2.  ยิง 9 mm  หรือ  11 mm  ไป 3 นัด
3.  ยิงลูกซอง 9เม็ด   ไป 2 นัด
4.  ใช้ปืนขนาดใดก็ได้ ที่ประชาชนทั่วไป สามารทมีและใช้  1 นัด
ทุกข้อเข้าเป้าหมายทั้งสิ้น   และไม่มีพยาน แต่เป็นผู้บุกรุกจริง


 อยากทราบว่า แต่ละข้อ อนุภาพของกระสุน + จำนวนนัดที่ยิงไป มีผลเหมือนกัน หรือ ต่างกันในการดำเนินคดีหรือไม่ครับ? 



ขอบคุณครับ จะเก็บไว้เป็นความรู้

เคยได้ยินคนหัวหมอพูด นอกจากจะมีปืนที่มีทะเบียนแล้ว เราก็หาอีโบ๊ะเบอร์12 ไว้ซักกระบอก ยิงขโมยให้ตายแล้วก็
เอาอีโบ๊ะยัดใส่มือขโมยไว้(คุ้นๆ)เท่านี้ก็น่าจะรอดคดี

แผนนี้เข้าท่า แต่ต้องขอเวลาไปหา อีโบ๊ะ ก่อนนะ!
ขอบคุณผู้เขียนกระทู้ และคำถามจากทุกๆท่าน ได้ความรู้ดีครับ

ถามมั่ง - ถ้าเราใช้อาวุธที่อำนาจหยุดยั้งต่ำอย่างเช่น .32, . 25 ยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้ายที่ถือมีดเข้ามาในบ้าน มีเจตนาทำร้าย ยิงหมดแม็ก ซักสิบ หรือ แปดนัดนี่จะเกินกว่าเหตุไหม ท่านศาลจะพิจารณาเรื่องอำนาจหยุดยั้งกระสุนหรือเปล่า ถ้านัดแรกไปแล้วพวกยังผวาเข้าใส่ เรื่องพยานไม่ต้องพูดถึงเข้าบ้านเราๆ อยู่คนเดียว จะไปหาพยานแพะอะไรที่ไหน ฝากท่านผู้รู้ช่วยหา การพิจารณาของท่านศาลเรื่องอำนาจหยุดยั้งของกระสุนด้วยครับ ถ้าจะให้นัดเดียวจอด แบบที่ว่าต้องเปลี่ยนข้อบังคับปัจจุบันที่ทุกอำเภอปฏิบัติคือสั้นหนึ่ง ยาวหนึ่ง และขนาดสั้นไม่เกินเก้า มม. เป็นประชาชนต้องมี Desert eagle ขนาด .50 หรือ 11 mm แล้วละครับท่านผู้รักษากฏหมายของประเทศนี้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ เมษายน 06, 2009, 01:04:12 PM


แผนนี้เข้าท่า แต่ต้องขอเวลาไปหา อีโบ๊ะ ก่อนนะ!
ขอบคุณผู้เขียนกระทู้ และคำถามจากทุกๆท่าน ได้ความรู้ดีครับ

ถามมั่ง - ถ้าเราใช้อาวุธที่อำนาจหยุดยั้งต่ำอย่างเช่น .32, . 25 ยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้ายที่ถือมีดเข้ามาในบ้าน มีเจตนาทำร้าย ยิงหมดแม็ก ซักสิบ หรือ แปดนัดนี่จะเกินกว่าเหตุไหม ท่านศาลจะพิจารณาเรื่องอำนาจหยุดยั้งกระสุนหรือเปล่า ถ้านัดแรกไปแล้วพวกยังผวาเข้าใส่ เรื่องพยานไม่ต้องพูดถึงเข้าบ้านเราๆ อยู่คนเดียว จะไปหาพยานแพะอะไรที่ไหน ฝากท่านผู้รู้ช่วยหา การพิจารณาของท่านศาลเรื่องอำนาจหยุดยั้งของกระสุนด้วยครับ ถ้าจะให้นัดเดียวจอด แบบที่ว่าต้องเปลี่ยนข้อบังคับปัจจุบันที่ทุกอำเภอปฏิบัติคือสั้นหนึ่ง ยาวหนึ่ง และขนาดสั้นไม่เกินเก้า มม. เป็นประชาชนต้องมี Desert eagle ขนาด .50 หรือ 11 mm แล้วละครับท่านผู้รักษากฏหมายของประเทศนี้


การใช้อาวุธปืน ยิงโจร-คนร้าย ก็เพื่อป้องกันตนให้พ้นจากอันตราย ที่อาจได้รับถึงชีวิืต และไม่อาจหลีกหนีไปได้.
และไม่ใช่ในเรื่องวิวาท ที่ท่านมีส่วนก่อให้เกิดขึ้น

การยิง ก็เพื่อหยุดยั้ง ไม่ใช่เพื่อฆ่าเขา.. ถ้าเขาหยุด หรืออาวุธหลุดจากมือ ท่านต้องหยุดยิง จะไปยิงซ้ำ เขาอีกไม่ได้ 
แต่ก๋อนที่เขาจะหยุดนั้น ท่านกดไปกี่นัด ย่อมกระทำได้ครับ  นี่เป็นหลักของข้อเท็จจริง ที่จะเข้าข้อกฎหมาย

ที่เป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ ไม่เป็นความผิด ตามกฎหมาย ตาม ป.อาญา ม.๖๘ ครับ.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pasta ที่ เมษายน 07, 2009, 07:57:05 PM
.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pasta ที่ เมษายน 09, 2009, 08:00:26 AM
.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: oscar ที่ เมษายน 09, 2009, 07:43:00 PM
...ขอบคุณครับ       
ด้วยความเคารพครับ สำหรัการถ่ายทอดความรู้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ball_cmss ที่ เมษายน 24, 2009, 08:57:20 AM
อีกหนึ่งความรู้ดีๆ
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nongbe ที่ เมษายน 24, 2009, 01:06:59 PM
ได้ความรู้เช่นกันครับ :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: uzo ที่ เมษายน 29, 2009, 09:32:07 PM
น้องใหม่ได้ความรู้เยอะมากๆ ครับ ขอบคุณคร้าบ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nong_gsb ที่ พฤษภาคม 09, 2009, 12:25:33 AM
 ::002:: ::002:: ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: modjod-รักในหลวง ที่ พฤษภาคม 17, 2009, 02:35:34 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nuttyza5596 ที่ พฤษภาคม 25, 2009, 01:56:02 PM
ขอบคุณค้าบๆๆๆ..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Bank_99 ที่ พฤษภาคม 28, 2009, 10:25:07 PM
ติดตามอ่านตั้งแต่หน้าแรกได้ความรู้มากมายคับ

ขอบคุนคับ...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. Snubbie แซ่โคลท์ (เก่งแต่ในรั้วบ้าน) ที่ มิถุนายน 13, 2009, 12:32:38 AM
...ปืนผมมีทะเบียนถูกต้อง  เวลาซื้อๆแต่กระสุนในขนาดและชนิดของปืนที่ตนได้รับอนุญาต  ผมซื้อทียกกล่องแบบลูกจริงกับลูกซ้อมดีๆอย่างละกล่อง  เพราะว่านานครั้งจึงไปซื้อ  ไม่มัวมากังวลอะไรแล้วครับ  ขอให้ทุกคนโชคดี


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mee88 ที่ มิถุนายน 18, 2009, 01:24:18 PM
 ::014::ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้มากเลยครับพี่ท่าน
ขอให้พีๆน้องๆเพื่อนๆมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปนะครับ สาธุ  ::013::[/color]


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pasta ที่ มิถุนายน 18, 2009, 05:35:45 PM
.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pasta ที่ มิถุนายน 19, 2009, 05:51:54 AM
.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: CZ Bangphan ที่ มิถุนายน 23, 2009, 08:57:51 PM
ขอบคุณครับ เป็นความรู้มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ban.cha ที่ กรกฎาคม 09, 2009, 03:51:24 PM
การกระทำต้องมีพยานบุคคลรู้เห็น หลักฐานต้องแน่ชัด
มิฉะนั้นอาจแพ้คดีได้ มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ติดตาราง เอาง่ายๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Liampetcharat ที่ กรกฎาคม 16, 2009, 12:06:21 AM
ขอบคุณคะ
ชอบคะ
ความรูเพียบเลย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Tืa์M๊ ┇รัnใuxaวJ ที่ กรกฎาคม 19, 2009, 12:02:56 AM
คนดีจะใช้อาวุธปกป้องคนดี  คนชั่วจะใช้อาวุธทำร้ายคนดี
  ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tussana ที่ กรกฎาคม 20, 2009, 04:23:54 PM
ขอบคุณคะ
ชอบคะ
ความรูเพียบเลย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: supun4252 ที่ กรกฎาคม 23, 2009, 03:46:34 PM
สมาชิกใหม่ เพิ่งมีปืนด้วยได้ความรู้มาก ขอบคุณครับสำหรับสิ่งดีๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: 6820 ที่ กรกฎาคม 30, 2009, 10:06:34 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: bundid1908 ที่ สิงหาคม 05, 2009, 09:57:48 PM
ดีครับ อยากอ่านฎีกาเป็นกรณีตัวอย่างจะได้ใช้ปืนอย่างปลอดภัยจากคุก


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chdsk ที่ สิงหาคม 10, 2009, 02:07:22 PM
ดีมาก ๆ ครับ  ใช้เป็นแนวทาง และวิธีปฏิบัติในการใช้อาวุธปืนให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย  ที่สำคัญที่สุด ขอให้สติ (สิ่งนี้ขาดไม่ได้เลย) สมาธิ และปัญญา บังเกิดในสมาชิกนิตยสารอาวุธปืนทุก ๆ ท่านนะครับ   ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tinnakorn 0101 ที่ สิงหาคม 11, 2009, 07:36:27 PM
สมาชิกใหม่จากพัทยารายงานตัวครับ   ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: kongki ที่ สิงหาคม 11, 2009, 08:28:27 PM
อ่านแล้วได้ความรู้มากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Tืa์M๊ ┇รัnใuxaวJ ที่ สิงหาคม 12, 2009, 11:20:18 PM
ดี


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mardun11 ที่ สิงหาคม 22, 2009, 11:51:19 AM
ต้องแยกให้ออกก่อนนะครับว่าอะไรเป็นเท็จ อะไรเป็นจริง อย่างเช่นในกรณีที่ ๒ (ถ้าจำไม่ผิด ในเรื่องการป้องกันตัว)
คู่กรณียกปืนขึ้นจองพร้อมที่จะเหนี่ยวไกยิง(มี ๒ กรณี จะยิง กับ ยิงแล้ว) เราเลยหลับหูหลับตาสวนไป ๓ นัด ปรากฏว่า นัดที่ ๑ เข้าแสกหน้า นัดที่ ๒ ตัดขั้วหัวใจ นัดที่ ๓ ทะลุปอด  กรณีที่ว่านี้จะผิดหรือไม่ อย่างไร ครับ ท่านผู้รู้ (ถามขำๆๆนะครับ ไม่จริงจังอะไร ตอบหรือไม่ตอบก็ได้ครับ)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: toombangyai ที่ สิงหาคม 26, 2009, 10:04:10 AM
ขอบคุณครับ เป็นข้อมูลที่เยี่ยมมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Jazz Kumar ที่ สิงหาคม 30, 2009, 02:11:33 AM
ขอบคุณมากครับ ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Jazz Kumar ที่ สิงหาคม 30, 2009, 02:15:28 AM
ขอบคุณมากๆครับ :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Jazz Kumar ที่ สิงหาคม 30, 2009, 02:21:13 AM
ดีครับดีมากๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ManStopper ที่ สิงหาคม 30, 2009, 07:31:26 AM
ขอบคุณมากๆครับ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: thaworn-1 ที่ กันยายน 02, 2009, 04:50:26 AM
ขอบคุณครับ...ผมสมาชิกใหม่...พอเข้ามาได้ความรู้มากเลยครับ..................ขอบคุณ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pirananjr ที่ กันยายน 03, 2009, 09:08:28 AM
ขอบคุณครับ สำหรับข้อความดี ๆ แบบนี้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sadaku -รักในหลวง ที่ กันยายน 04, 2009, 02:38:33 PM
 :)สมาชิกใหม่ครับ ได้ความรู้ดีมากครับ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวไปอ่านกระทู้อื่นอีกต่อ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PKCZP01 ที่ กันยายน 04, 2009, 03:20:05 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: jo88 ที่ กันยายน 05, 2009, 01:46:00 PM
 ::002:: ::002:: ::002:: อ่านแล้ว คิดได้ว่า เวลาเข้าสนามซ้อม ต้องยิงทีละนัดช้าๆ(ใช้สติ+สมาธิ) เมื่ออยู่ในเหตุการณ์จริงฺ.. จะได้.. ไม่ใส่หมดแม็กครับ.. ::014:: ::014::ผมให้(+) 1 ครับ คุณsigsax


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: OpenEarth ที่ กันยายน 07, 2009, 06:57:52 PM
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ ตอนนี้พึ่งหัดเล่นเองครับได้ท่านพ่อเป็นอาจารย์กำลังมองหาอาวุธคู่ใจอยู่เหมือนกันตอนนี้ใช้ของท่านพ่อซ้อมไปพลางๆก่อน


หัวข้อ: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: icu.45 ที่ กันยายน 08, 2009, 09:56:44 AM
คืนเกิดเหตุขณะจำเลยเฝ้าเครื่องวิดน้ำอยู่คนละฝั่งคลองกับบ้านของมารดาจำเลย   จำเลยเห็นคนถือตะเกียงแก๊สผ่านบ้านของมารดาจำเลยไป   จำเลยสังเกตุอยู่ตลอด  เพราะที่บ้านของจำเลยทรัพย์สินหายบ่อย   แล้วจำเลยพายเรือข้ามคลองมาซุ่มอยู่ที่ชายคลอง สักพักมีคนถือตะเกียงแก๊สเข้าไปใต้ถุนบ้านของมารดาจำเลย และดับตะเกียง  จำเลยเดินไปดักคนที่ถือตะเกียงด้านหน้า  แล้วตะโกนถามว่าใคร คนที่เดินอยู่ใต้ถุนบ้านมารดาของจำเลยพูดว่าไม่ใช่ขโมย  จำเลยเห็นคนดังกล่าวถือมีดอยู่ด้วย  จึงได้นำอาวุธปืนที่ติดตัวมาด้วยยิงไปหนึ่งนัด ถูกที่บริเวณไหล่ซ้าย  ต่อมาจึงทราบว่าเป็นผู้เสียหายซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของมารดาจำเลย  แม้ผู้เสียหายจะถือมีดเข้าไปในบ้านของมารดาจำเลยในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ตาม  แต่เมื่อจำเลยได้มีการพูดจาโต้ตอบกันและผู้เสียหายได้บอกกับจำเลยแล้วว่าไม่ใช่ขโมย  เหตุที่ทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์  จึงหมดไปแล้ว ไม่มีภยันตรายที่จำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันอีก  การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย  จึงไม่เป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยามฆ่า


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: PU45™ ที่ กันยายน 08, 2009, 10:01:25 AM

              ขอบคุณครับ ..... ได้เข้าใจถึงการให้รายละเอียดดีขึ้น



หัวข้อ: ฎ.3206/36 เกินกว่าป้องกัน(สำหรับท่านเจ้าหน้าที่ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: icu.45 ที่ กันยายน 08, 2009, 10:05:06 AM
จำเลยเข้าจับกุมผู้เสียหายซึ่งเล่นการพนัน  ผู้เสียหายต่อสู้โดยฟันจำเลยที่กกหูขวา  การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่หน้าท้องในขณะที่มีภยันตราเพียงนัดเดียว  ก็เพียงพอแก่การที่จำเลยจะป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยยังยิงขาผู้เสียหาย  ขณะที่ผู้เสียหายกำลังหันหลังจะวิ่งหนี   และจำเลยยังเข้าทำร้ายผู้เสียหายขณะล้มลงอีก โดยผู้เสียหายหมดโอกาสทำร้ายจำเลย การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำเป็นต้องกระทำเพื่อป้องกัน ตามป.อ.มาตรา69 ::005::


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: ~ Sitthipong - รักในหลวง ~ ที่ กันยายน 08, 2009, 10:10:49 AM
ใครทีี่ไหนจะบอกว่าตัวเองเป็นโจร เมื่อเจ้าบ้านมาพบเจอ  ::012::


หัวข้อ: Re: ฎ.3206/36 เกินกว่าป้องกัน(สำหรับท่านเจ้าหน้าที่ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: ตึก ที่ กันยายน 08, 2009, 10:17:46 AM
อู้ยย..เจ็บน่าดูโดนฟันกกหู


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: somsakbck ที่ กันยายน 08, 2009, 10:18:17 AM
ผมก็ไม่บอกเหมือนกันครับว่าผมเป็นขโมย...แต่แหมยิงขู่ขึ้นฟ้าก็ได้ถ้ายังไม่หยุดค่อยเอาจริง...


หัวข้อ: Re: ฎ.3206/36 เกินกว่าป้องกัน(สำหรับท่านเจ้าหน้าที่ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: ไก่เฮง รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 10:20:21 AM
 ::014::....ข้าแตศาลที่เคารพครับผม..ยิงท้องป้องกันตัวครับ(กลัวมันฟันซ้ำ)
    ยิงขาเพราะปืนมันลั่นครับ(ตกใจ)
...ส่วนที่ทำร้ายเพราะบันดาลโทสะครับ...ยกฟ้องผมเถอะนะ ::014::


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: ตึก ที่ กันยายน 08, 2009, 10:20:37 AM
อ่านฎีกามากๆมีประโยชน์จริงๆ+1ครับ


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: ไก่เฮง รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 10:24:23 AM
ผมก็ไม่บอกเหมือนกันครับว่าผมเป็นขโมย...แต่แหมยิงขู่ขึ้นฟ้าก็ได้ถ้ายังไม่หยุดค่อยเอาจริง...


.....เห็นด้วยอีกหนึ่งเสียงครับ..


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: คมขวาน รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 10:30:42 AM
ใครทีี่ไหนจะบอกว่าตัวเองเป็นโจร เมื่อเจ้าบ้านมาพบเจอ  ::012::
         ลอก ครับ


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: ต่อ...รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 11:14:29 AM
ขอบคุณครับ +1 ให้ครับ สำหรับข้อมูลดีๆที่เอามาแบ่งปันกัน

สำหรับกรณีนี้ ผมคิดว่าตัดสินใจยิงเร็วไปหน่อยครับ

::014::


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: khwanphet_NAVY 39 ที่ กันยายน 08, 2009, 11:20:50 AM
...................ขอบคุณครับ......................................... ::014::..


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. Snubbie แซ่โคลท์ (เก่งแต่ในรั้วบ้าน) ที่ กันยายน 08, 2009, 11:23:40 AM
...ใจไวไปหน่อยครับ  อันที่จริงเขายังไม่มีท่าทีคุกคามด้วยซ้ำ  อย่างแย่สุดที่จะทำคงเป้นแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าลงดิน ก็ว่าไปตามเหตุเฉพาะหน้า 

...ป่านนี้เคลียร์กันได้รึยังก็ไม่รู้


หัวข้อ: Re: ฎ.3206/36 เกินกว่าป้องกัน(สำหรับท่านเจ้าหน้าที่ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: khwanphet_NAVY 39 ที่ กันยายน 08, 2009, 11:24:32 AM
................................ :OO......................................................... .. ::014::


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: ต่อ...รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 11:28:34 AM
...ใจไวไปหน่อยครับ  อันที่จริงเขายังไม่มีท่าทีคุกคามด้วยซ้ำ  อย่างแย่สุดที่จะทำคงเป้นแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าลงดิน ก็ว่าไปตามเหตุเฉพาะหน้า 

...ป่านนี้เคลียร์กันได้รึยังก็ไม่รู้

ที่สำคัญ ... เป็นเพื่อนบ้านกันซะด้วยสิครับ ...  ::012::


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 08, 2009, 11:32:48 AM
 ถ้าโดนต่ำกว่าไหล่ซ้ายลงไปซัก 6-7 นิ้ว........ น่าอาจจะกลายเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  :OO


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: phongmms ที่ กันยายน 08, 2009, 11:51:00 AM
ขอบคุณครับกับฎีกาดีๆ


หัวข้อ: text
เริ่มหัวข้อโดย: ชล - รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 12:01:59 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mmsak ที่ กันยายน 08, 2009, 12:15:36 PM
เมื่อเห็นนาย ถ ถูกวัยรุ่นกำลังทำร้ายแล้วยิงปืนขู่ 3นัดแล้ว วัยรุ่นพวกนั้นกำลังมุ่งเข้ามาทำร้ายเราแบบกระชั้นชิดแต่ยังไม่ทันทำเรายิงเขาตายขณะนั้น
เราผิดหรือไม่


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: สมศักดิ์ : รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 12:18:51 PM


  เคารพในคำตัดสิน  ยอมรับตามคำพิพากษาครับ  ::014::

  สุจริตชนที่ไหนถืออาวุธ  บุกรุกเคหะสถานผู้อื่นในยามวิกาล   ???


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Ruk™-รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 03:45:36 PM
    ขอบคุณครับที่นำฎีกาพร้อมรายละเอียดมาให้รับทราบกัน ซึ่งหากว่าเจ้าของบ้านยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่
ให้ผู้บุกรุกในยามวิกาลได้ตกใจกลัว จุดสุดท้ายของคำตัดสินคงไม่ออกมาในรูปนี้ครับ
     มีอย่างที่ไหน ถือาวุธมีดไปใต้ถุนบ้านผู้อื่นในยามวิกาล แล้วหัวขโมยที่ไหนมันจะบอกว่า ครับผมเป็นโจร
ที่มานี่ ตั้งใจจะมาขโมยทรัพย์สินของท่าน และการดับตะเกียงเจ้าพายุก่อนที่จะเดินเข้าไปใต้ถุนบ้านของ
ผู้อื่นในยามวิกาล เป็นพฤติกรรมที่ส่อเจตนาอยู่แล้วว่าประสงค์สิ่งใด
     ในเวลากลางคืนที่ไม่เห็นหน้าของผู้ใดชัด ย่อมไม่อาจจะจำได้ว่าผู้บุกรุกในยามวิกาลเป็นใครและประสงค์
ต่อสิ่งใด
    ซึ่งหากจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้าหรือลงดินเพื่อข่มขู่ก่อน รูปคดีคงไม่เป็นแบบนี้


หัวข้อ: Re: ฎ.3206/36 เกินกว่าป้องกัน(สำหรับท่านเจ้าหน้าที่ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Ruk™-รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 03:55:58 PM
    ยิงเข้าหน้าท้องเพื่อสกัดภยันตรายที่จะถึงตัว ยิงที่ต้นขาเพื่อสกัดการหลบหนี ฟังขึ้นครับ แต่การเข้าไปทำร้าย
หลังจากที่ผู้ถูกยิงหมดโอกาสตอบโต้แล้ว เป็นพฤติกรรมที่เกินสมควรแก่เหตุ
    ได้อ่านฎีกาหลายๆฎีกา ได้ความรู้ดีครับ อธิบายถึงต้นเหตุปลายเหตุได้กระจ่างชัดดี


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Tun Lohitnavee ที่ กันยายน 08, 2009, 05:36:37 PM
กับเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ เปลี่ยนคนผิดให้กลายเป็นถูกเลยนะเนี่ย


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: สมศักดิ์ : รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 05:46:20 PM


  ถ้าหากเกิดจำเลยยิงปืนขู่  แล้วผู้บุกรุกใช้อาวุธสวนกลับ

สงสัยคำตัดสินจะกลับกัน  กลายเป็นป้องกันโดยชอบ   ???


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Audy452 ♥ รักในหลวง ที่ กันยายน 08, 2009, 06:58:12 PM
ถ้าโดนต่ำกว่าไหล่ซ้ายลงไปซัก 6-7 นิ้ว........ น่าอาจจะกลายเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  :OO

เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดครับ


หัวข้อ: Re: ฎ.7183/44 ไม่เป็นป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: smitxx2005'รักในหลวง' ที่ กันยายน 08, 2009, 07:27:35 PM
+ 1 ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: art288 ที่ กันยายน 10, 2009, 12:53:13 PM
รบกวนถามพี่ๆ และผู้รู้ เรื่องป้องกันตัว คือ ถ้าคนร้ายที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วชักปืนออกมาจะยิงเรา..แล้วเราชักปืนยิงสวนไป 1 นัด คนร้ายเสียชีวิต(ปัญหา คือ รู้ภายหลังปืนคนร้ายเป็นปืนอัดลม) จะทำอย่างไรดีครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 10, 2009, 01:02:15 PM
รบกวนถามพี่ๆ และผู้รู้ เรื่องป้องกันตัว คือ ถ้าคนร้ายที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วชักปืนออกมาจะยิงเรา..แล้วเราชักปืนยิงสวนไป 1 นัด คนร้ายเสียชีวิต(ปัญหา คือ รู้ภายหลังปืนคนร้ายเป็นปืนอัดลม) จะทำอย่างไรดีครับ

ถ้าข้อเท็จจริง มีดังที่บอกเล่า..ข้อเท็จจริงจักจ้องสอดคล้องกับการกระทำด้วยคือ ยิงเพียงหนึ่งนัด เพื่อ
ยับยั้ง .. จะเข้าเป็นเรื่องกระทำพอสมควรแก่เหตุ ถือเป็นการป้องกันที่ชอบด้วยกฎหมาย.

จักต้องยืนยัน ข้อเท็จจริงว่า คนร้ายชักอาวุธปืน เพื่อจะยิงท่านก่อน.. ห้ามเด็ดขาดอย่าได้บอกหรือทราบแล้วว่าเป็นปืนปลอม หรือเป็นปืนลม.. เพราะมิฉะนั้น จะกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที.. ท่านจะโดนข้อหาฆ่าคนตาย .. จะอ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้ ครับ   


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: samchevy ที่ กันยายน 10, 2009, 01:51:22 PM
ทราบครับผม  พยายามจะไม่ให้ติดคุกครับ  อิอิออิ  (เพราะโดนวิสามัญ เลยครับ  ขำกว่าอีกครับ  อิอิอิ)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: yongkit ที่ กันยายน 11, 2009, 10:05:49 AM
ขอบคุณมากคับ ::014:: มีประโยชน์มากคับ ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: apirat123456789 ที่ กันยายน 12, 2009, 11:31:54 AM
ขอบพระคุณอย่างสูง ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: samuraigun ที่ กันยายน 12, 2009, 04:52:25 PM
สมาชิกน้องใหม่ซิง ซิง ขอบคุณมากคับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: satanic ที่ กันยายน 15, 2009, 10:02:15 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: as08058407 ที่ กันยายน 21, 2009, 10:43:56 PM
โอ้พระเจ้า มีฎีกา ให้อ่านด้วย สุดๆไปเลย หาอ่านยากนะเนี้ย ของแบบนี้
ผมตั้งใจอ่านจนจบ สนุกมากๆ ได้ความรู้ด้วย นี่อ่านมา 4 จบแล้ว ยังสนุกเหมือนเดิมเลยครับ

T^T เกิดมาเพื่อสิ่งนี้~


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: suphatchol ที่ กันยายน 22, 2009, 05:59:17 PM
เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่มีจุด 22 คาวบอย 6 นิ้ว 9 นัด แต่ไม่รู้ว่ารุ่นอะไรผลิตปีไหนรบกวนผู้รู้หน่อยครับ :VOV: :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: winthai ยาวแค่ไหน ก็ต้องมีปลายสุดเสมอ ที่ กันยายน 22, 2009, 07:45:47 PM
แล้วถ้าผู้ตายปีนเข้าบ้านเพื่อลักทรัพย์ และเข้าทำร้ายคนในครอบครัว แต่จำเลยมาเห็นเข้าพอดี แล้วบันดาลโทสะไปหลายนัด
อย่างนี้ผิดหรือเปล่าครับ (ในกรณีที่คนร้ายมือเปล่า หรือมีอาวุธมีดไม้เป็นต้น)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: wichen007 ที่ กันยายน 25, 2009, 01:23:04 PM
555555555


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: toombangyai ที่ กันยายน 25, 2009, 02:14:27 PM
ขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ครับกับความรู้และเพื่อเป็นการป้องกันการกระทำที่เกินกว่าเหตุได้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: poppydoggy ที่ กันยายน 27, 2009, 06:16:25 PM
ความรู้ติดตัว  สาระดีๆ

ขอบคุนคับ



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pongsirin ที่ ตุลาคม 02, 2009, 01:41:05 AM
เป็นเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์สำหรับมือใหม่อย่างผมมากครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: sa_kan_2 ที่ ตุลาคม 05, 2009, 03:43:03 PM
เป็นความรู้อย่างมากครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: saengsakul-รักในหลวง ที่ ตุลาคม 08, 2009, 05:27:42 PM
        เป็นเวปที่มีประโยชน์มากๆต่อชาว อวป. สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความรู้และประสพการณ์ในด้านนี้  อยากให้ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ (ขอยกย่องให้เป็นอาจารย์เลยนะครับ)ในทางกฎหมาย อวป.และคดีความเกี่ยวกับ อวป.นำเสนอข้อมูลเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่ไม่เข้าใจได้นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมต่อไป  ผมคนหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากเวปนี้เป็นอย่างมากขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ   ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: wahn ที่ ตุลาคม 08, 2009, 08:42:29 PM
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความรู้ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Thales ที่ ตุลาคม 16, 2009, 04:41:12 PM
;)  มีปืนแล้วยิงคนตาย แบบไม่มีความผิดเลย  ก็คือยิงเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง
หรือผู้อื่น  ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ  การกระทำนั้น
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด   ตามความในประมวล
กฎหมายอาญามาตรา  ๖๘ 

              จึงขออนุญาตท่าน วมต. และท่าน RO O1 - RO O5  ลงข้อความทางกฎหมาย
เพื่ออธิบายรายละเอียดของการป้องกันตัวให้สมาชิกได้ทราบเป็นความรู้ครับ
เพราะเป็นสิ่งสำคัญกับคนมีปืน  ที่จะต้องรู้  และนำเอาไปใช้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

            หลักเกณฑ์ของการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย  ( มี ๔ ข้อ ) คือ

๑ .  มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
เช่น  มีคนมาปล้น  มาจะฆ่า  จะทำร้าย  เป็นต้น
ระวัง  หากเขามีสิทธิทำร้ายเราได้  เช่นพ่อมีสิทธิว่ากล่าว / ตีลูก   เมื่อเราทำผิดบิดามารดา
ลงโทษเรา /ตีเรา  ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ ๑ นี้  เราตอบโต้แล้วอ้างป้องกันไม่ได้
  มีฎีกา ที่ ๔๒๙/๒๕๐๕ ว่าพระตีลูกศิษย์   ลูกศิษย์ตอบโต้  ฆ่าพระ  ไม่เป็นป้องกัน

         กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้  ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว
แต่ก็แยกว่า    ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา   เราฆ่าชู้  เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ )
แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน  ไม่เป็นป้องกัน  แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๒  เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ )



555 ยิงชู้ได้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: lekchinda ที่ ตุลาคม 16, 2009, 06:01:06 PM
...ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nut123 ที่ ตุลาคม 19, 2009, 12:36:06 PM
กรรมส่อเจตนาครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: petsiri77 ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:29:40 AM
จะยิงโจรทั้งที ยังต้องระวังทำเกินกว่าเหตุอีก กรรมจริงๆ  ขอบคุณมากนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: boon(เสือไบ) ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:58:27 AM
จะยิงโจรทั้งที ยังต้องระวังทำเกินกว่าเหตุอีก กรรมจริงๆ  ขอบคุณมากนะครับ
ขับรถก็ต้องรู้จักกฎจราจร การใช้อาวุธก็ต้องรู้จักข้อกฎหมาย
ทั้งขับรถและใช้อาวุธปืน ทำอะไรตามใจตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ครับ
อ่านมากๆแล้วจะเข้าใจ  ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chiba1- รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 14, 2009, 08:15:17 PM
ขอบคุณครับ       
ด้วยความเคารพครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: allbad ที่ พฤศจิกายน 17, 2009, 10:59:33 AM
ขอบคุณมากๆๆๆเลยคับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: dangg26 ที่ พฤศจิกายน 19, 2009, 11:01:29 AM
รับปืนสวัสดิการณ์กันบ้างหรือยัง? :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: wiccaner ที่ พฤศจิกายน 21, 2009, 11:19:21 AM
ดีมากเลยคับ

ผมเรียนกฏหมายอยู่ด้วย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: danaiarmy ที่ พฤศจิกายน 21, 2009, 01:50:18 PM
อย่างนี้ถ้าเราไปเจอผู้ร้ายกำลังปล้นธนาคาร หรือร้านทอง
เราก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้โดยไม่มีความผิดน่ะซิครับ
เอ แต่ว่าเราจะยิงก่อนเลยได้หรือปล่าว ถ้าคนรายมีอาวุธปืน
หรือว่าต้องรอให้คนร้ายชี้ปืนมาที่เราก่อน (แต่น่ากลัวจะไม่ทัน)
รอดจากข้อหาใช้วาวุธได้ แต่จะรอดจากข้อหาพกพารึเปล่าครับ :~)

แล้วจะหาข้ออ้างอะไรดีครับถึงจะรอดพกพา


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: kid1065 ที่ พฤศจิกายน 22, 2009, 10:11:11 PM
ขอบคุณครับๆๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pokka ที่ พฤศจิกายน 29, 2009, 12:25:06 AM
ขอบคุณมากครับ ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nawin 847 ที่ พฤศจิกายน 29, 2009, 05:08:32 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: I3enzkung ที่ ธันวาคม 22, 2009, 01:12:15 PM
ขอบคุณสำหรับกระทู้ที่มีประโยชน์ กระทู้นี้นะครับ ::014:: ได้ความรู้ไปอิกเยอะเลย ::007::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mardun11 ที่ ธันวาคม 22, 2009, 08:04:39 PM
แจ่มๆๆครับ แต่สงสัยว่ามีผู้ชายตัวใหญ่ ร่างกายแข็งแรง มีมีดเป็นอาวุธ กำลังจะทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆๆ หญิงนั่นด้วยความกลัวเลยหลับหู หลับตายิงไป ๓ นัด นัดแรกตัดขั้วหัวใจ นัดที่สองทะลุปอด นัดที่สามเข้าแสกหน้า กรณีอย่างนี้ล่ะครับป้องกันตัวหรือเปล่าครับท่านพี่... ผมว่าน่าจะใช่นะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: thamtood ที่ ธันวาคม 28, 2009, 12:32:08 PM
ผู้ร้ายเข้ามาบริเวณบ้านเจ้าของบ้านยิงผู้ร้ายจะผิดกฏหมายหรือไม่


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: I3enzkung ที่ ธันวาคม 30, 2009, 06:46:42 PM
ผู้ร้ายเข้ามาบริเวณบ้านเจ้าของบ้านยิงผู้ร้ายจะผิดกฏหมายหรือไม่
ต้องดูก่อนครับว่า ผู้บุกรุกมีอาวุธติดมือมาหรือเปล่า ถ้าให้ดียิงขู๋ก่อนดีกว่าครับ ถ้าผู้บุกรุกยังจะชักอาวุธขึ้นมาหรือเข้ามาตอบโต้ ก็ยิงเพื่อป้องกันได้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: milko ที่ ธันวาคม 31, 2009, 05:13:16 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Chan2519 ที่ ธันวาคม 31, 2009, 08:42:23 PM
ความรู้ดีครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: alongtee191 ที่ มกราคม 08, 2010, 10:46:51 AM
ชอบมากครับขอบคุณครับ :D~


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: โอ_อุดร - รักในหลวง ที่ มกราคม 10, 2010, 12:49:23 AM
ขอบคุณครับ ได้ความรู้มาก ๆ เลย และเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่มีและใช้ปืน  ::002::  ::008::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: viriya06 ที่ มกราคม 11, 2010, 06:33:32 PM
 ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ดีๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tashiro1 ที่ มกราคม 27, 2010, 11:05:01 PM
ขอบคุณเช่นกันครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: toopsi ที่ มกราคม 29, 2010, 11:18:23 AM
ขอบคุณสำหรับความรู้ ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PHAROAH 9119 ที่ กุมภาพันธ์ 16, 2010, 09:15:53 AM
ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ที่มากมี จากเพื่อนที่มากมาย
เลยอยากขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนชาวเวป โดยเฉพาะคุณ ธำรง
ที่หาคำพิพากษา ดีดี เอามาเปิดเผยให้เพื่อนชาวเวปได้ทราบกัน
คำพิพากษาเนี่ยะแหละสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราทำตามคำพิพากษา
ที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว รับรองว่าไม่ผิดแน่นอน ยังไงถ้ามีคำพิพากษา
ดีดี ก็เอามาฝากกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: oko ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2010, 01:49:46 PM
ขอบคุณครับ ::014::
สำหรับ วิทยาทาน
จาก จขกท. ทุกท่านครับ
ขอบคุณจากใจครับ ::014::
 ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: kru sn ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2010, 03:21:07 PM
อยากรู้เรื่องนี้อยู่พอดี ขอบคุณค่ะ  ที่ให้ความรู้ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tooktato ที่ มีนาคม 04, 2010, 10:43:23 AM
ว่าจะอ่านนิดนึง ปาเข้าไปเกือบ 30 หน้า ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ดี ๆ ที่มาแบ่งปันให้กันและกัน 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: คนตัวเล็ก ที่ มีนาคม 05, 2010, 09:38:58 PM
ได้รับความรู้ดีๆมีประโยชน์


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tongtabo ที่ มีนาคม 07, 2010, 04:19:59 PM
 ::002:: ชอบมากเลยครับ อ่านสนุกดีและก็ได้ความรู้มากเลย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: samchevy ที่ มีนาคม 16, 2010, 12:03:14 PM
ขออนุญาต คัดลอก ไปให้ที่บ้านอ่านด้วยนะครับ    ขอบคุณล่วงหน้าครับพี่น้องครับ   


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Yut64 ที่ มีนาคม 28, 2010, 02:01:40 PM
สรุปว่ายิงนัดเดียวร่วงเป็นการป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ
เอ้าพวกมือ U C B A Master และ Grand M ทั้งหลาย เสตจยิงคนนี่ RO ให้ยิงได้ 1 นัด 1 เป้าถ้าเกินจับ DQ แล้วโยนใส่คุกไปเลย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: SBEAU1234 ที่ มีนาคม 29, 2010, 02:19:12 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: soulmaster08 ที่ เมษายน 05, 2010, 03:50:01 PM
ขอบคุณความรู้ที่มีประโยชน์ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: WWBEAU1234 ที่ เมษายน 06, 2010, 08:37:28 AM
ขอบคุณค่ะ


หัวข้อ: มีใครทราบโคลท์ตัวนี้บ้างครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sayoo29 ที่ เมษายน 08, 2010, 08:28:26 PM
ผมเพิงจะซื้อมาครับโอนแล้วใด้ป.4แล้วครับ69000แพงใหม่ครับช่วยวิจารณ์หน่อยครับเต็มที่เลยs/n923... 6ตัวเองครับครับ กพ1/09...


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: watta ที่ เมษายน 09, 2010, 09:51:15 PM
ก่อนหน้านี้ คิด ยิงคนร้ายในบ้านเราไม่ผิด แต่อ่านแล้ว เปลี่ยความคิดใหม่เลย....ยิง(ป้องกันตัวเอง)ยังไง จะให้ไม่มีความผิด....ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Marcuechio ที่ เมษายน 10, 2010, 10:30:34 PM
ทำให้กระจ่างขึ้นมากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Teerawat.bigfish ที่ เมษายน 11, 2010, 10:19:10 AM
เยี่ยมยอดมากเลยครับ

 :o :o :o :o


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: yingyam ที่ เมษายน 12, 2010, 01:24:57 AM
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ทางกฏหมาย  ::014::

เมื่อหัวค่ำได้ชมข่าวทางทีวี เห็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของร้านทองแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกโจรบุกเดี่ยวถืออาวุธปืนพกสั้นเข้าไปปล้นชิงทองคำหนักร้อยกว่าบาทหลบหนีไปได้.. โดยในภาพวิดีโอที่เห็นนั้น ช่วงเวลาที่โจรยืนถือปืนพกสั้นกำลังโกยทองคำอยู่นั้น(หันหน้าเข้าหาผนังด้านในร้าน หันหลังให้ประตูกระจกหน้าร้าน) มีผู้ประสบเหตุเป็นชายพูดคุยโทรศัพท์มือถือทางหน้าร้าน.. ได้เห็นเหตุการณ์ขณะโจรกำลังกอบโกยทองคำอยู่พอดี... คิดว่าชายคนนั้นคงเห็นโจรถือปืนอยู่ด้วยจึงตกใจวิ่งหนี...

ปัญหาเกิดขึ้นในใจผมขึ้นมาในตอนนั้นทันทีครับ ซึ่งยังได้พูดคุยสอบถามกับภรรยาอยู่ว่าถ้าขณะเกิดเหตุการณ์เช่นว่านั้น..และชายที่คุยโทรศัพท์มือถือหน้าร้านทองนั้นเป็นตัวผมเอง จะทำตัวอย่างไรดี.. ซึ่งภรรยาผมบอกว่าอยู่เฉยๆดีกว่าอย่าทำตัวเป็นพระเอกหนังหน่อยเลย..

ผมเลยอยากสอบถามว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.. ขณะที่โจรกำลังหันหลังให้กับหน้าร้านที่เป็นกระจกและปืนยังอยู่ในมือข้างขวา(ตามภาพที่ปรากฎในวิดีโอ) ถ้าผมต้องการช่วยเหลือเจ้าของร้านทองโดยชักอาวุธปืนพกยิงคนร้ายในขณะที่ผมยังอยู่ด้านนอกร้าน..และ..มีกระจกร้านกั้นกลางระหว่างผมกับคนร้าย(ขณะนั้นคนร้ายยังยืนถืออาวุธปืนหันหลังให้ผมอยู่) จะเป็นความผิดหนักเบาแค่ไหนอย่างไรครับ  ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ★ หมอนทอง™ - รักในหลวง ★ ที่ เมษายน 12, 2010, 10:38:20 AM
ขอบคุณครับ  ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Chan2519 ที่ เมษายน 16, 2010, 09:50:12 AM
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ทางกฏหมาย  ::014::

เมื่อหัวค่ำได้ชมข่าวทางทีวี เห็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของร้านทองแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกโจรบุกเดี่ยวถืออาวุธปืนพกสั้นเข้าไปปล้นชิงทองคำหนักร้อยกว่าบาทหลบหนีไปได้.. โดยในภาพวิดีโอที่เห็นนั้น ช่วงเวลาที่โจรยืนถือปืนพกสั้นกำลังโกยทองคำอยู่นั้น(หันหน้าเข้าหาผนังด้านในร้าน หันหลังให้ประตูกระจกหน้าร้าน) มีผู้ประสบเหตุเป็นชายพูดคุยโทรศัพท์มือถือทางหน้าร้าน.. ได้เห็นเหตุการณ์ขณะโจรกำลังกอบโกยทองคำอยู่พอดี... คิดว่าชายคนนั้นคงเห็นโจรถือปืนอยู่ด้วยจึงตกใจวิ่งหนี...

ปัญหาเกิดขึ้นในใจผมขึ้นมาในตอนนั้นทันทีครับ ซึ่งยังได้พูดคุยสอบถามกับภรรยาอยู่ว่าถ้าขณะเกิดเหตุการณ์เช่นว่านั้น..และชายที่คุยโทรศัพท์มือถือหน้าร้านทองนั้นเป็นตัวผมเอง จะทำตัวอย่างไรดี.. ซึ่งภรรยาผมบอกว่าอยู่เฉยๆดีกว่าอย่าทำตัวเป็นพระเอกหนังหน่อยเลย..

ผมเลยอยากสอบถามว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.. ขณะที่โจรกำลังหันหลังให้กับหน้าร้านที่เป็นกระจกและปืนยังอยู่ในมือข้างขวา(ตามภาพที่ปรากฎในวิดีโอ) ถ้าผมต้องการช่วยเหลือเจ้าของร้านทองโดยชักอาวุธปืนพกยิงคนร้ายในขณะที่ผมยังอยู่ด้านนอกร้าน..และ..มีกระจกร้านกั้นกลางระหว่างผมกับคนร้าย(ขณะนั้นคนร้ายยังยืนถืออาวุธปืนหันหลังให้ผมอยู่) จะเป็นความผิดหนักเบาแค่ไหนอย่างไรครับ  ::014::

ผมคิดว่าหลายคนคงอยากรู้คำตอบครับ
ผมก็อยากรู้ครับ ท่านผู้รู้ช่วยกรุณาตอบด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Uan.P ที่ พฤษภาคม 07, 2010, 03:40:18 PM
แยอะจนตาลายเลย จะค่อยๆจดจำไปเรื่อยๆ

ขอบคุณคับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-X-MAN ที่ พฤษภาคม 24, 2010, 11:46:20 PM
เดี๋ยวมาไล่อ่านนะครับ เยอะจริงๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: K38 ที่ พฤษภาคม 26, 2010, 10:38:50 AM
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ ดีดี


หัวข้อ: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: NageDeaps ที่ มิถุนายน 09, 2010, 10:58:03 PM
จาได้โทรไปถามแนวหน่อย และ ขอขอบคุณพี่เล็กมากๆ สำหรับคำแนะนำดีๆ
ส่วนผมจะสอบ กลางเดือนตุลา นี้แล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านเรย

TIP#TCE#6


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: w - j รู้ รัก สามัคคี ที่ มิถุนายน 14, 2010, 05:48:11 PM
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ทางกฏหมาย  ::014::

เมื่อหัวค่ำได้ชมข่าวทางทีวี เห็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของร้านทองแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกโจรบุกเดี่ยวถืออาวุธปืนพกสั้นเข้าไปปล้นชิงทองคำหนักร้อยกว่าบาทหลบหนีไปได้.. โดยในภาพวิดีโอที่เห็นนั้น ช่วงเวลาที่โจรยืนถือปืนพกสั้นกำลังโกยทองคำอยู่นั้น(หันหน้าเข้าหาผนังด้านในร้าน หันหลังให้ประตูกระจกหน้าร้าน) มีผู้ประสบเหตุเป็นชายพูดคุยโทรศัพท์มือถือทางหน้าร้าน.. ได้เห็นเหตุการณ์ขณะโจรกำลังกอบโกยทองคำอยู่พอดี... คิดว่าชายคนนั้นคงเห็นโจรถือปืนอยู่ด้วยจึงตกใจวิ่งหนี...

ปัญหาเกิดขึ้นในใจผมขึ้นมาในตอนนั้นทันทีครับ ซึ่งยังได้พูดคุยสอบถามกับภรรยาอยู่ว่าถ้าขณะเกิดเหตุการณ์เช่นว่านั้น..และชายที่คุยโทรศัพท์มือถือหน้าร้านทองนั้นเป็นตัวผมเอง จะทำตัวอย่างไรดี.. ซึ่งภรรยาผมบอกว่าอยู่เฉยๆดีกว่าอย่าทำตัวเป็นพระเอกหนังหน่อยเลย..

ผมเลยอยากสอบถามว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.. ขณะที่โจรกำลังหันหลังให้กับหน้าร้านที่เป็นกระจกและปืนยังอยู่ในมือข้างขวา(ตามภาพที่ปรากฎในวิดีโอ) ถ้าผมต้องการช่วยเหลือเจ้าของร้านทองโดยชักอาวุธปืนพกยิงคนร้ายในขณะที่ผมยังอยู่ด้านนอกร้าน..และ..มีกระจกร้านกั้นกลางระหว่างผมกับคนร้าย(ขณะนั้นคนร้ายยังยืนถืออาวุธปืนหันหลังให้ผมอยู่) จะเป็นความผิดหนักเบาแค่ไหนอย่างไรครับ  ::014::

ผมคิดว่าหลายคนคงอยากรู้คำตอบครับ
ผมก็อยากรู้ครับ ท่านผู้รู้ช่วยกรุณาตอบด้วยครับ

อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
กรณีป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมาย คือ ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่น ต้องพิจารณาหลายอย่าง เช่น ตอนที่เรายิงใส่คนร้าย คนร้ายกำลังเล็งปืนไปที่เจ้าของร้านอยู่หรือป่าว ถ้าเล็งอยู่ก็เข้า กรณีป้องกัน ส่วนที่เรายิงขณะที่คนร้ายหันหลังให้เราอยู่และมีกระจกกั้นกลางอยู่ก็ไม่น่าจะเกี่ยว ต่อไปก็พิจารณาว่าเรายิงเพื่อหยุดหรือเพื่อฆ่า ถ้าเราทำถูกต้องทุกอย่าง เราก็ผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ อาจจะผิดพกพานะครับ

           เรื่องจริงก็ต้องพิจารณาอีกหลายอย่างถึงรายละเอียดก็ต้องเรียนให้ผู้มีความรู้ทางกฎหมายมาตอบให้ ข้อความที่กระผมได้เขียนไว้เป็นการแสดงความคิดเห็นผิดถูกประการใดต้องขขอภัยไว้ที่นี่ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: +[t][a][m]857+ ที่ มิถุนายน 15, 2010, 08:36:43 PM
ขอบคุณครับสำหรับความรู้


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PKCZP01 ที่ กรกฎาคม 03, 2010, 01:49:32 PM
ชัดเจนครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: khwanphet_NAVY 39 ที่ กรกฎาคม 03, 2010, 01:58:17 PM
...............................มีเรื่องขึ้นมาแล้วยาวครับท่านกว่าจะจบก็ประมาณภาคที่สามครับ.........เพราะต้องดูองค์ประกอบหลายๆด้านครับ............เผลอๆเป็นหนังอินเดียครับตายตอนจบ........ ::007::......................... ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: berty ที่ กรกฎาคม 23, 2010, 02:04:59 AM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: super x ที่ สิงหาคม 01, 2010, 09:53:51 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ไม่น่าจะมีความผิดนะครับ  เคยอ่านเจอใน หนังสือ อวป  จำไม่ได้ว่าฉบับที่เท่าไร  อีกอย่างสามีใช้ปืนภรรยายิงโจรในบ้านตนเองไม่น่าจะมีความผิด


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: noom n2 ที่ สิงหาคม 06, 2010, 08:21:42 PM
ขอบคุณ ::014::พี่เจ้าของกระทู้มากๆเลยครับ มีความรู้ขึ้นมาอีกเพียบเลย
ลดความใจร้อนของผมไปได้เยอะเลย ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ สิงหาคม 08, 2010, 10:26:39 AM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี   
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: super x ที่ สิงหาคม 08, 2010, 01:27:15 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี  
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D

ได้ความรุ้เพิ่มครับ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: พ่อน้องนะโม ที่ สิงหาคม 08, 2010, 08:44:26 PM
ขอขอบคุณสำหรับความรู้ครับ  ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: berty ที่ สิงหาคม 10, 2010, 11:21:02 AM
ขอบคุณครับ... :)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Kai_Army_Navy ที่ สิงหาคม 16, 2010, 10:44:19 AM
;)  มีปืนแล้วยิงคนตาย แบบไม่มีความผิดเลย  ก็คือยิงเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง
หรือผู้อื่น  ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ  การกระทำนั้น
เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด   ตามความในประมวล
กฎหมายอาญามาตรา  ๖๘ 

              จึงขออนุญาตท่าน วมต. และท่าน RO O1 - RO O5  ลงข้อความทางกฎหมาย
เพื่ออธิบายรายละเอียดของการป้องกันตัวให้สมาชิกได้ทราบเป็นความรู้ครับ
เพราะเป็นสิ่งสำคัญกับคนมีปืน  ที่จะต้องรู้  และนำเอาไปใช้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

            หลักเกณฑ์ของการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย  ( มี ๔ ข้อ ) คือ

๑ .  มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
เช่น  มีคนมาปล้น  มาจะฆ่า  จะทำร้าย  เป็นต้น
ระวัง  หากเขามีสิทธิทำร้ายเราได้  เช่นพ่อมีสิทธิว่ากล่าว / ตีลูก   เมื่อเราทำผิดบิดามารดา
ลงโทษเรา /ตีเรา  ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ ๑ นี้  เราตอบโต้แล้วอ้างป้องกันไม่ได้
  มีฎีกา ที่ ๔๒๙/๒๕๐๕ ว่าพระตีลูกศิษย์   ลูกศิษย์ตอบโต้  ฆ่าพระ  ไม่เป็นป้องกัน

         กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้  ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว
แต่ก็แยกว่า    ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา   เราฆ่าชู้  เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ )
แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน  ไม่เป็นป้องกัน  แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๒  เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ )

       แม้จะมีภยันตรายตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม  แต่ผู้ที่จะอ้างป้องกันได้ 
จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวขึ้นด้วย  คือ
 
-   ไม่เป็นผู้ที่ก่อภัยขึ้นในตอนแรก
เช่น ฎีกาที่ ๒๕๑๔/ ๒๕๑๙  จำเลยชกต่อยก่อน แล้ววิ่งหนี    เขาไล่ตามต่อเนื่อง
ไม่ขาดตอน  จำเลยยิงเขาตาย   อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน
เช่นฎีกาที่ ๒๓๒๒/๒๕๒๒  จำเลยโต้เถียงกันคนตาย   แล้วก็ท้าทายกัน 
สมัครใจเข้าชกต่อยต่อสู้กัน   แม้คนตายจะยิงก่อน   แล้วจำเลยยิงสวน
ก็อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ยินยอมให้ผู้อืนกระทำต่อตนโดยสมัครใจ
เช่น ให้เขาลองของคุณไสย์  คงกระพัน  แล้วจะไปโกรธตอบโต้ภายหลัง
อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ไปยั่วให้คนอื่นเขาโกรธก่อน
เช่นไปร้องด่าพ่อแม่  ด่าหยาบคายกับเขาก่อน  พอเขาโกรธมาทำร้ายเรา
เราก็ตอบโต้  เราอ้างป้องกันไม่ได้

๒.  เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
เช่น เขากำลังจะยิงเรา  เราจึงต้องยิงสวน 
ฎีกาที่ ๒๒๘๕ / ๒๕๒๘  จำเลยกับคนตายคุยตกลงกันเรื่องแบ่งวัว  จำเลยชวน
ให้ไปคุยตกลงกันที่บ้านกำนัน   คนตายไม่ยอมไป   กลับชักปืนออกมาจากเอว
จำเลยย่อมเข้าใจว่าจะยิงตน   จึงยิงสวน   ๑ นัด  เป็นป้องกัน
ฎีกาที่ ๑๗๓๒ /๒๕๐๙  คนตายชักมีดพกจากเอวมาถือไว้ แล้วเดินเข้ามาหาจำเลย
ระยะกระชั้นชิด  จำเลยยิงสวน ๑ ที   คนตายยังเดินต่อเข้ามาอีก  จึงยิงสวน อีก ๑ ที
ล้มลงตาย  เป็นป้องกันสมควรแก่เหตุ
ฎีกาที่  ๑๗๔๑/ ๒๕๐๙  คนตายจับมือถือแขนคู่หมั้นจำเลย   พอจำเลยมาเห็น
คนตายก้มหยิบมีดพร้าที่วางใกล้ๆ  ยาว ๑๒ นิ้ว   ด้ามยาวอีก ๑๒ นิ้ว 
แสดงว่าคนตายจะทำร้ายทันทีเมื่อหยิบมีดได้   จำเลยใช้มีดฟันตนตายไป ๑ ที
ป้องกันพอแก่เหตุ
ฎีกาที่๑๖๙ / ๒๕๐๔ คนตายเมาสุราร้องท้าทายจำเลยให้มาต่อสู้กัน
จำเลยไม่สู้  คนตายถือมีดดาบปลายแหลมลุยน้ำข้ามคลอง จะเข้าไปฟันจำเลย
ถึงในบ้าน  จำเลยไม่หนีเพราะบ้านตัวเอง  และใช้ปืนยิงสวนไป ๑ นัด
ขณะที่คนตายอยู่ห่าง ๖ ศอกถึง ๒ วา   เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

 -ฎีกานี้วางหลักว่า ผู้รับภัยไม่จำเป็นต้องหลบหนีภยันตราย  ก็อ้างป้องกันได้

๓. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายนั้น
 ข้อนี้ตามที่อธิบายข้างต้นไปแล้ว

๔. ต้องเป็นการกระทำป้องกันสิทธิที่ไม่เกินขอบเขต
ไม่งั้นจะเป็นการป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการ
จำต้องกระทำเพื่อป้องกัน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ ไป
ซึ่งจะทำให้ยังมีความผิดอยู่

  ขอแค่นี้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาว่ากันต่อนะครับ 
เป็นข้อมูลที่ดีมากเลยครับ....ขอบคุณมากนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Agnes ที่ สิงหาคม 17, 2010, 04:26:03 PM
อยากมีมั่ง จะได้เอาไปยิงคนบางคน  ::003:: ::003:: ::003::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: super x ที่ สิงหาคม 17, 2010, 06:46:31 PM
อยากมีมั่ง จะได้เอาไปยิงคนบางคน  ::003:: ::003:: ::003::

ชีวิตคนมีค่ามากกว่าปืนนะครับ  ตามที่  อนุญาติให้มีไว้  เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน    ใจเย็นๆๆๆๆครับ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Sarah ที่ สิงหาคม 23, 2010, 01:45:40 PM
คนที่ทำเราเจ็บปวดก็ควรโดยยิงตายค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: T0mmy ที่ สิงหาคม 23, 2010, 03:01:06 PM
อยากมีมั่ง จะได้เอาไปยิงคนบางคน  ::003:: ::003:: ::003::

คนที่ทำเราเจ็บปวดก็ควรโดยยิงตายค่ะ


ผู้ชายที่ถูกผู้หญิงทำร้ายก็มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่ควรใช้กำลัง หรืออาวุธปืน ไปตัดสิน ใจเย็นๆนะครับ
กรรมใดใครก่อ มันย่อมคืนสนองผู้นั้นไม่ช้าก็เร็ว อโหสิกรรมเถอะครับ เดี๋ยวเค้าก็จะได้บริการหลังการขาย
ที่เค้าก่อไว้เอง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: super x ที่ สิงหาคม 23, 2010, 06:21:26 PM
อยากมีมั่ง จะได้เอาไปยิงคนบางคน  ::003:: ::003:: ::003::

คนที่ทำเราเจ็บปวดก็ควรโดยยิงตายค่ะ


ผู้ชายที่ถูกผู้หญิงทำร้ายก็มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่ควรใช้กำลัง หรืออาวุธปืน ไปตัดสิน ใจเย็นๆนะครับ
กรรมใดใครก่อ มันย่อมคืนสนองผู้นั้นไม่ช้าก็เร็ว อโหสิกรรมเถอะครับ เดี๋ยวเค้าก็จะได้บริการหลังการขาย
ที่เค้าก่อไว้เอง


ทำร้ายอะไรไม่เท่าทำร้ายจิตใจ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ทูบี numberone ที่ สิงหาคม 24, 2010, 06:26:55 PM
 คิดไม่ผิดจิงๆค่ะ ที่มาเป็นสมาชิกใหม่ที่นี่ ความรู้เพียบ หลักการชัดเจน รู้ที่มาที่ไป มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น :VOV:


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ทูบี numberone ที่ สิงหาคม 24, 2010, 06:35:10 PM

   

อ้างจาก: Sarah ที่ เมื่อวานนี้ เวลา 01:45:40 PM
คนที่ทำเราเจ็บปวดก็ควรโดยยิงตายค่ะ

ก็จริงนะคะ หัวอกผู้หญิง คิดคล้ายๆกัน ยิ่งคนที่เรารักทำร้ายเราเองนี่สิ ยิ่งแค้นไปใหญ่ แต่จะยิงทิ้งลงรึปล่าวนี่ละซิ







หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: renold ที่ สิงหาคม 30, 2010, 03:11:06 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี  
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D
เรียนถามท่านRO@D กรณีมีขโมยงัดเข้ามาในบ้านเราครับ
1.กำลังงัด แล้วเรายิงก่อน ที่แขน ที่ขา หรือลำตัว แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
2.งัดแล้ว ได้ของ กำลังกลับ เราเห็นก่อน เลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
   2.1ยิงข้างหน้า
   2.2ยิงข้างหลัง ทั้งสองกรณี แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
3.กำลังเดินเก็บของในบ้านเราเลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
ทั้งสามกรณี เราจะมีความผิดไหมครับ ไอ้ขโมยคนนี้ มันขึ้นบ้านชาวบ้านเป็นว่าเล่น ขึ้นไม่เว้นแต่ละวันครับ แต่มันยังไม่โดนซักที มันถึงชะล่าใจ
หรือถ้าจะใช้วิธีสอยแล้วไปร่วงที่อื่น คิดว่า 9 mm .357mg หรือ .22 lr ดีครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: renold ที่ สิงหาคม 30, 2010, 03:13:17 PM
คนที่ทำเราเจ็บปวดก็ควรโดยยิงตายค่ะ
ปกติผู้ชายไม่กลัวปืนครับ ชอบเสียอีก :VOV: ที่กลัวคือ มีดโกนครับ :OO กับเป็ดใต้ถุนบ้าน ::005::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ สิงหาคม 30, 2010, 03:37:37 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี  
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D
เรียนถามท่านRO@D กรณีมีขโมยงัดเข้ามาในบ้านเราครับ
1.กำลังงัด แล้วเรายิงก่อน ที่แขน ที่ขา หรือลำตัว แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
2.งัดแล้ว ได้ของ กำลังกลับ เราเห็นก่อน เลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
   2.1ยิงข้างหน้า
   2.2ยิงข้างหลัง ทั้งสองกรณี แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
3.กำลังเดินเก็บของในบ้านเราเลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
ทั้งสามกรณี เราจะมีความผิดไหมครับ ไอ้ขโมยคนนี้ มันขึ้นบ้านชาวบ้านเป็นว่าเล่น ขึ้นไม่เว้นแต่ละวันครับ แต่มันยังไม่โดนซักที มันถึงชะล่าใจ
หรือถ้าจะใช้วิธีสอยแล้วไปร่วงที่อื่น คิดว่า 9 mm .357mg หรือ .22 lr ดีครับ ขอบคุณครับ

ขอให้ความเห็นในข้อกฎหมาย  รวม ๆ แล้วกันครับ

ยิงขู่ใน เป็นความเข้าใจของเรา หรือคนยิงเอง ว่าน่าจะได้นั้น..  ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ครับ

การยิง ถูกแขน ขา ลำตัว ใบหู ที่เป็นร่างกายของมนุษย์  จะเห็นว่าผู้ถูกยิงอาจไม่ตาย แต่ในทางกฎหมายนั้น ถือ
เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า รับโทษ ๒ ใน ๓ ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา..

เว้นแต่ว่า ผู้ยิงสามารถพิสูจน์ได้ว่า ถ้าจะยิงให้ตาย เจาะเข้าที่หัวหรือหน้าอก ก็ย่อมกระทำได้
แต่ก็ไม่ยิง.. ได้เลือกยิงที่หน้าแข้ง ตาตุ่ม เพียง ๑ นัด เพียงเพื่อหยุด ไม่ใช่เพื่อฆ่าให้ตาย  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพิสูจน์ยาก มากครับ

ถ้าหวังจะยิงขู่ และข้อเท็จจริงเจือสมรับกันด้วย คือ ยิงขึ้นฟ้า(เลือกในแนวใกล้ ๙๐ องศาให้มากที่สุด หัวกระสุนจะตกมาด้วยความเร็วราว ๕๕๐ ฟ/วิ +/-)   
ยิงลงดิน หรือยิงเข้าผนัง เพื่อให้โจร คนร้ายหยุดการกระทำผิด  ครับ

การยิงใส่คนร้าย ควรเลือกใช้ในกรณี คนร้ายมีอาวุธที่อาจทำร้ายเราถึงตายได้ อย่างมีด หรือปืน และกำลังจะตรงเข้าทำร้ายท่าน หรือคนที่อยู่ใกล้ตัว
ยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้าย ไม่ใช่ยิงเพื่อฆ่า..  จะโดนส่วนไหนของร่างกายไม่สำคัญ และ จะเจ็บ หรือตาย ก็ไม่สำคัญ 
ถือว่าเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ อันเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด

แต่การยิงนั้น ต้องไม่ใช่ ใช้ในการทะเลาะวิวาท ที่ทานมีส่วนร่วมด้วย นะครับ เพราะจะไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว

บอกแนวทางในข้อกฎหมาย แล้วนำไปตอบข้อสงสัยที่ถามมาแล้วกันครับ เพราะจะใช้ได้กว้างกว่า นิดนึง .  :D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: renold ที่ สิงหาคม 30, 2010, 03:46:23 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี  
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D
เรียนถามท่านRO@D กรณีมีขโมยงัดเข้ามาในบ้านเราครับ
1.กำลังงัด แล้วเรายิงก่อน ที่แขน ที่ขา หรือลำตัว แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
2.งัดแล้ว ได้ของ กำลังกลับ เราเห็นก่อน เลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
   2.1ยิงข้างหน้า
   2.2ยิงข้างหลัง ทั้งสองกรณี แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
3.กำลังเดินเก็บของในบ้านเราเลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
ทั้งสามกรณี เราจะมีความผิดไหมครับ ไอ้ขโมยคนนี้ มันขึ้นบ้านชาวบ้านเป็นว่าเล่น ขึ้นไม่เว้นแต่ละวันครับ แต่มันยังไม่โดนซักที มันถึงชะล่าใจ
หรือถ้าจะใช้วิธีสอยแล้วไปร่วงที่อื่น คิดว่า 9 mm .357mg หรือ .22 lr ดีครับ ขอบคุณครับ

ขอให้ความเห็นในข้อกฎหมาย  รวม ๆ แล้วกันครับ

ยิงขู่ใน เป็นความเข้าใจของเรา หรือคนยิงเอง ว่าน่าจะได้นั้น..  ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ครับ

การยิง ถูกแขน ขา ลำตัว ใบหู ที่เป็นร่างกายของมนุษย์  จะเห็นว่าผู้ถูกยิงอาจไม่ตาย แต่ในทางกฎหมายนั้น ถือ
เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า รับโทษ ๒ ใน ๓ ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา..

เว้นแต่ว่า ผู้ยิงสามารถพิสูจน์ได้ว่า ถ้าจะยิงให้ตาย เจาะเข้าที่หัวหรือหน้าอก ก็ย่อมกระทำได้
แต่ก็ไม่ยิง.. ได้เลือกยิงที่หน้าแข้ง ตาตุ่ม เพียง ๑ นัด เพียงเพื่อหยุด ไม่ใช่เพื่อฆ่าให้ตาย  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพิสูจน์ยาก มากครับ

ถ้าหวังจะยิงขู่ และข้อเท็จจริงเจือสมรับกันด้วย คือ ยิงขึ้นฟ้า(เลือกในแนวใกล้ ๙๐ องศาให้มากที่สุด หัวกระสุนจะตกมาด้วยความเร็วราว ๕๕๐ ฟ/วิ +/-)  
ยิงลงดิน หรือยิงเข้าผนัง เพื่อให้โจร คนร้ายหยุดการกระทำผิด  ครับ

การยิงใส่คนร้าย ควรเลือกใช้ในกรณี คนร้ายมีอาวุธที่อาจทำร้ายเราถึงตายได้ อย่างมีด หรือปืน และกำลังจะตรงเข้าทำร้ายท่าน หรือคนที่อยู่ใกล้ตัว
ยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้าย ไม่ใช่ยิงเพื่อฆ่า..  จะโดนส่วนไหนของร่างกายไม่สำคัญ และ จะเจ็บ หรือตาย ก็ไม่สำคัญ 
ถือว่าเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ อันเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด

แต่การยิงนั้น ต้องไม่ใช่ ใช้ในการทะเลาะวิวาท ที่ทานมีส่วนร่วมด้วย นะครับ เพราะจะไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว

บอกแนวทางในข้อกฎหมาย แล้วนำไปตอบข้อสงสัยที่ถามมาแล้วกันครับ เพราะจะใช้ได้กว้างกว่า นิดนึง .  :D
+1 ขอบคุณครับ อย่างที่บอก มีขโมยเดนคุกคนหนึ่งในหมู่บ้าน เพิ่งออกจากคุกมามันขึ้นบ้านชาวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน กลางคืนเจ้าของบ้านอยู่มันยังขึ้น ที่ปรึกษาคือ เผื่อจวนตัวครับ มันแย่งปืนหรือกำลังงัดครับ แต่ก็กลัวนะครับ ถ้าทำอะไรลงไป ทั้งหมู่บ้านมีปืนไม่กี่กระบอก ตร.คงตามสืบไม่ยากกลัวเป็นคดีเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าก็น่าจะพอครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: senator ที่ กันยายน 02, 2010, 05:24:54 PM
ถ้าเรายิงปืนเพื่อป้องกันตัว เวลามีคนจะมาทำร้ายเรานี่เราผิดหรือเปล่าคะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: super x ที่ กันยายน 02, 2010, 06:16:40 PM
ถ้าเรายิงปืนเพื่อป้องกันตัว เวลามีคนจะมาทำร้ายเรานี่เราผิดหรือเปล่าคะ

ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการป้องกันตัวที่พอสมควรแก่เหตุก็ไม่น่าจะมีความผิดครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: renold ที่ กันยายน 06, 2010, 12:17:58 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี  
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D
เรียนถามท่านRO@D กรณีมีขโมยงัดเข้ามาในบ้านเราครับ
1.กำลังงัด แล้วเรายิงก่อน ที่แขน ที่ขา หรือลำตัว แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
2.งัดแล้ว ได้ของ กำลังกลับ เราเห็นก่อน เลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
   2.1ยิงข้างหน้า
   2.2ยิงข้างหลัง ทั้งสองกรณี แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
3.กำลังเดินเก็บของในบ้านเราเลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
ทั้งสามกรณี เราจะมีความผิดไหมครับ ไอ้ขโมยคนนี้ มันขึ้นบ้านชาวบ้านเป็นว่าเล่น ขึ้นไม่เว้นแต่ละวันครับ แต่มันยังไม่โดนซักที มันถึงชะล่าใจ
หรือถ้าจะใช้วิธีสอยแล้วไปร่วงที่อื่น คิดว่า 9 mm .357mg หรือ .22 lr ดีครับ ขอบคุณครับ

ขอให้ความเห็นในข้อกฎหมาย  รวม ๆ แล้วกันครับ

ยิงขู่ใน เป็นความเข้าใจของเรา หรือคนยิงเอง ว่าน่าจะได้นั้น..  ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ครับ

การยิง ถูกแขน ขา ลำตัว ใบหู ที่เป็นร่างกายของมนุษย์  จะเห็นว่าผู้ถูกยิงอาจไม่ตาย แต่ในทางกฎหมายนั้น ถือ
เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า รับโทษ ๒ ใน ๓ ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา..

เว้นแต่ว่า ผู้ยิงสามารถพิสูจน์ได้ว่า ถ้าจะยิงให้ตาย เจาะเข้าที่หัวหรือหน้าอก ก็ย่อมกระทำได้
แต่ก็ไม่ยิง.. ได้เลือกยิงที่หน้าแข้ง ตาตุ่ม เพียง ๑ นัด เพียงเพื่อหยุด ไม่ใช่เพื่อฆ่าให้ตาย  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพิสูจน์ยาก มากครับ

ถ้าหวังจะยิงขู่ และข้อเท็จจริงเจือสมรับกันด้วย คือ ยิงขึ้นฟ้า(เลือกในแนวใกล้ ๙๐ องศาให้มากที่สุด หัวกระสุนจะตกมาด้วยความเร็วราว ๕๕๐ ฟ/วิ +/-)  
ยิงลงดิน หรือยิงเข้าผนัง เพื่อให้โจร คนร้ายหยุดการกระทำผิด  ครับ

การยิงใส่คนร้าย ควรเลือกใช้ในกรณี คนร้ายมีอาวุธที่อาจทำร้ายเราถึงตายได้ อย่างมีด หรือปืน และกำลังจะตรงเข้าทำร้ายท่าน หรือคนที่อยู่ใกล้ตัว
ยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้าย ไม่ใช่ยิงเพื่อฆ่า..  จะโดนส่วนไหนของร่างกายไม่สำคัญ และ จะเจ็บ หรือตาย ก็ไม่สำคัญ 
ถือว่าเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ อันเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด

แต่การยิงนั้น ต้องไม่ใช่ ใช้ในการทะเลาะวิวาท ที่ทานมีส่วนร่วมด้วย นะครับ เพราะจะไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว

บอกแนวทางในข้อกฎหมาย แล้วนำไปตอบข้อสงสัยที่ถามมาแล้วกันครับ เพราะจะใช้ได้กว้างกว่า นิดนึง .  :D
+1 ขอบคุณครับ อย่างที่บอก มีขโมยเดนคุกคนหนึ่งในหมู่บ้าน เพิ่งออกจากคุกมามันขึ้นบ้านชาวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน กลางคืนเจ้าของบ้านอยู่มันยังขึ้น ที่ปรึกษาคือ เผื่อจวนตัวครับ มันแย่งปืนหรือกำลังงัดครับ แต่ก็กลัวนะครับ ถ้าทำอะไรลงไป ทั้งหมู่บ้านมีปืนไม่กี่กระบอก ตร.คงตามสืบไม่ยากกลัวเป็นคดีเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าก็น่าจะพอครับ
ถ้าอย่างนั้น ผมยิงมันให้ตายด้วย 9 mm นัดเดียว ::002::แล้วเอาอีโบ๊ะ ::007:: หรือมีดแหลมยัดมือมัน หรือเอาปืนของเราอีกกระบอกขึ้นนกแล้วยัดมือมัน อ้างว่ามันเข้ามาลักปืนเราและกำลังจะยิงเรา อย่างนี้สมเหตุสมผลมั๊ยครับ ::012::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: oesindeed ที่ กันยายน 06, 2010, 03:17:24 PM
ขอบคุณมากๆครับ กำลังเร่งศึกษากฏหมายตรงนี้อยู๋พอดี กำลังอยากได้ปืนพกสักกระบอกเร็วๆนี้ครับ  ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 06, 2010, 05:16:25 PM
รบกวนท่านผู้รู้กรณีถ้าปืนเป็นชื่อภรรยามีใบ ป.4(ปืนของแม่ยายไม่ยอมให้สามีเพราะเป็นของรักของแม่ยายโอนให้ฝ่ายภรรยา) ภรรยายิงไม่เป็นเพราะกลัวไม่กล้าจับ...วันหนึ่งมีโจรไม่มีอาวุธบุกเข้าบ้าน
ฝ่ายสามีนำปืนขึ้นมายิงขู่   โจรหนีไป....มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้.....ฝ่ายสามีที่ยิงปืนจะติดคุกแค่ไหนครับ รบกวนท่านผู้รู้ด้วยครับ

ป.อาญา ม.๑๗๖ ."การยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ วัน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท .. "
กรณี ของ จขกท. ไม่มีความผิด ในการครอบรองอาวุธปืน เพราะไม่ใช่ยึดถือเพื่อตัวเอง สิทธิครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่ภรรยา ไม่ได้เป็นของสามี  
และมีเหตุให้ต้องยิงปืนเพื่อขับไล่โจร จึงไม่มีความผิด ฐานยิงปืนในเมืองฯ

ข้อเท็จจริงตามที่ถาม.. การกลับเป็นยิงใส่โจร แม้ท่านจะไม่ผิด ตาม กฎหมาย  ๒ ข้อหาข้างต้น แต่การกระทำของท่าน เป็นการกระทำเกินแก่เหตุ ไม่ถือเป็นเรื่องป้องกันตัว
จะมีความผิด ฐานฆ่าคนตาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่กรณี.. เหตุเพราะกระทำรุนแรงเกินกว่าภัยที่จะได้รับ ไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว ตาม ป.อาญา ม.๖๘ 

แต่เหตุเริ่มจากท่านมีเจตนากระทำกับคนร้าย เพื่อปกป้องตนเอง จึงมี ป.อาญา ม.๖๙ ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ . ;D
เรียนถามท่านRO@D กรณีมีขโมยงัดเข้ามาในบ้านเราครับ
1.กำลังงัด แล้วเรายิงก่อน ที่แขน ที่ขา หรือลำตัว แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
2.งัดแล้ว ได้ของ กำลังกลับ เราเห็นก่อน เลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
   2.1ยิงข้างหน้า
   2.2ยิงข้างหลัง ทั้งสองกรณี แต่แค่ขู่ไม่ถึงตาย
3.กำลังเดินเก็บของในบ้านเราเลยยิงที่แขน ที่ขา หรือลำตัว
ทั้งสามกรณี เราจะมีความผิดไหมครับ ไอ้ขโมยคนนี้ มันขึ้นบ้านชาวบ้านเป็นว่าเล่น ขึ้นไม่เว้นแต่ละวันครับ แต่มันยังไม่โดนซักที มันถึงชะล่าใจ
หรือถ้าจะใช้วิธีสอยแล้วไปร่วงที่อื่น คิดว่า 9 mm .357mg หรือ .22 lr ดีครับ ขอบคุณครับ

ขอให้ความเห็นในข้อกฎหมาย  รวม ๆ แล้วกันครับ

ยิงขู่ใน เป็นความเข้าใจของเรา หรือคนยิงเอง ว่าน่าจะได้นั้น..  ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ครับ

การยิง ถูกแขน ขา ลำตัว ใบหู ที่เป็นร่างกายของมนุษย์  จะเห็นว่าผู้ถูกยิงอาจไม่ตาย แต่ในทางกฎหมายนั้น ถือ
เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า รับโทษ ๒ ใน ๓ ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา..

เว้นแต่ว่า ผู้ยิงสามารถพิสูจน์ได้ว่า ถ้าจะยิงให้ตาย เจาะเข้าที่หัวหรือหน้าอก ก็ย่อมกระทำได้
แต่ก็ไม่ยิง.. ได้เลือกยิงที่หน้าแข้ง ตาตุ่ม เพียง ๑ นัด เพียงเพื่อหยุด ไม่ใช่เพื่อฆ่าให้ตาย  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพิสูจน์ยาก มากครับ

ถ้าหวังจะยิงขู่ และข้อเท็จจริงเจือสมรับกันด้วย คือ ยิงขึ้นฟ้า(เลือกในแนวใกล้ ๙๐ องศาให้มากที่สุด หัวกระสุนจะตกมาด้วยความเร็วราว ๕๕๐ ฟ/วิ +/-)  
ยิงลงดิน หรือยิงเข้าผนัง เพื่อให้โจร คนร้ายหยุดการกระทำผิด  ครับ

การยิงใส่คนร้าย ควรเลือกใช้ในกรณี คนร้ายมีอาวุธที่อาจทำร้ายเราถึงตายได้ อย่างมีด หรือปืน และกำลังจะตรงเข้าทำร้ายท่าน หรือคนที่อยู่ใกล้ตัว
ยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้าย ไม่ใช่ยิงเพื่อฆ่า..  จะโดนส่วนไหนของร่างกายไม่สำคัญ และ จะเจ็บ หรือตาย ก็ไม่สำคัญ 
ถือว่าเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ อันเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด

แต่การยิงนั้น ต้องไม่ใช่ ใช้ในการทะเลาะวิวาท ที่ทานมีส่วนร่วมด้วย นะครับ เพราะจะไม่เข้าเป็นเรื่องป้องกันตัว

บอกแนวทางในข้อกฎหมาย แล้วนำไปตอบข้อสงสัยที่ถามมาแล้วกันครับ เพราะจะใช้ได้กว้างกว่า นิดนึง .  :D
+1 ขอบคุณครับ อย่างที่บอก มีขโมยเดนคุกคนหนึ่งในหมู่บ้าน เพิ่งออกจากคุกมามันขึ้นบ้านชาวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน กลางคืนเจ้าของบ้านอยู่มันยังขึ้น ที่ปรึกษาคือ เผื่อจวนตัวครับ มันแย่งปืนหรือกำลังงัดครับ แต่ก็กลัวนะครับ ถ้าทำอะไรลงไป ทั้งหมู่บ้านมีปืนไม่กี่กระบอก ตร.คงตามสืบไม่ยากกลัวเป็นคดีเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าก็น่าจะพอครับ
ถ้าอย่างนั้น ผมยิงมันให้ตายด้วย 9 mm นัดเดียว ::002::แล้วเอาอีโบ๊ะ ::007:: หรือมีดแหลมยัดมือมัน หรือเอาปืนของเราอีกกระบอกขึ้นนกแล้วยัดมือมัน อ้างว่ามันเข้ามาลักปืนเราและกำลังจะยิงเรา อย่างนี้สมเหตุสมผลมั๊ยครับ ::012::

อย่าคิดไปกระทำ กระบวนการทางกฎหมาย ในการหาพยานหลักฐาน และพิสูจน์ความผิด เป็นเรื่องในศาล  คนนอกมักไม่รู้ความ ก็จะคิดอะไร ไปอย่างง่ายเกิน

ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เป็นสุดยอดของ ผู้ที่ใช้วิชาชีพกฎหมาย  และยังมีทนายความ ซึ่งเป็นนักกฎหมายอาชีพในภาคเอกชน
มีหลักคิดในการทำงาน ที่มีมุมมองลึก และต่างกับพนักงานสอบสวน ในชั้นตำรวจ ครับ  .



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ptn2464 ที่ ตุลาคม 03, 2010, 11:56:17 AM
ขอบคุณคับ ความรู้มากมาย ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pueng ที่ ตุลาคม 06, 2010, 11:02:05 PM
ไม่มีเรื่อง เป็นดีสุดคับ.........


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: moog-รักในหลวง-รักแผ่นดินไทย ที่ ตุลาคม 12, 2010, 08:30:45 PM
 :D~ ไม่รู้จะไปปรึกษาใครคับ คือว่าตัวผมอยากมีปืนซักกระบอกคับเอาไว้ติดบ้านคับ พักนี้สถานะการณ์ไม่ค่อยน่าไว้วางจัยคับ ความจริงก้อติดตามเรื่องปืนอยู่พักใหญ่และก้อถูกฉะโหรกกะปืนตระกูล 1911 มากคับแต่ด้วยเป็นคนสังคมน้อยเลยไม่รู้ว่าจะไปหามาติดบ้านไว้ได้ยังงัยคับ ใครพอสละเวลาชี้นำเรื่องให้คำปรึกษาได้บ้างคับ  ::012::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: hifigun ที่ ตุลาคม 16, 2010, 10:28:10 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: toonr34 ที่ ตุลาคม 17, 2010, 11:25:46 PM
กระทู้ความรู้ดีๆขอบคุณคับ ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: พรานไพร2 ที่ ตุลาคม 23, 2010, 08:42:22 PM
สมาชิกท่านใดพอมีรูปลาม่าขนาด.22 บ้างครับผมไม่แน่ใจว่าที่เจอมาใช่ของแท้รึเปล่า  หรือว่าไทยทำแล้วแอบตอกไว้หลอกๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: คนตัวเล็ก ที่ ตุลาคม 31, 2010, 01:54:49 AM
เข้ามาหาความรู้ก็ได้ความรู้จากเวปนี้ขอบคุณท่าน sigsax มากๆครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: T1 ที่ พฤศจิกายน 12, 2010, 04:46:12 PM
;)  หลักเกณฑ์ของการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย  ( มี ๔ ข้อ ) คือ

๑ .  มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
เช่น  มีคนมาปล้น  มาจะฆ่า  จะทำร้าย  เป็นต้น
ระวัง  หากเขามีสิทธิทำร้ายเราได้  เช่นพ่อมีสิทธิว่ากล่าว / ตีลูก   เมื่อเราทำผิดบิดามารดา
ลงโทษเรา /ตีเรา  ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ ๑ นี้  เราตอบโต้แล้วอ้างป้องกันไม่ได้
  มีฎีกา ที่ ๔๒๙/๒๕๐๕ ว่าพระตีลูกศิษย์   ลูกศิษย์ตอบโต้  ฆ่าพระ  ไม่เป็นป้องกัน

         กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้  ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว
แต่ก็แยกว่า    ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา   เราฆ่าชู้  เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ )
แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน  ไม่เป็นป้องกัน  แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๒  เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ )

       แม้จะมีภยันตรายตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม  แต่ผู้ที่จะอ้างป้องกันได้ 
จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวขึ้นด้วย  คือ
 
-   ไม่เป็นผู้ที่ก่อภัยขึ้นในตอนแรก
เช่น ฎีกาที่ ๒๕๑๔/ ๒๕๑๙  จำเลยชกต่อยก่อน แล้ววิ่งหนี    เขาไล่ตามต่อเนื่อง
ไม่ขาดตอน  จำเลยยิงเขาตาย   อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน
เช่นฎีกาที่ ๒๓๒๒/๒๕๒๒  จำเลยโต้เถียงกันคนตาย   แล้วก็ท้าทายกัน 
สมัครใจเข้าชกต่อยต่อสู้กัน   แม้คนตายจะยิงก่อน   แล้วจำเลยยิงสวน
ก็อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ยินยอมให้ผู้อืนกระทำต่อตนโดยสมัครใจ
เช่น ให้เขาลองของคุณไสย์  คงกระพัน  แล้วจะไปโกรธตอบโต้ภายหลัง
อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ไปยั่วให้คนอื่นเขาโกรธก่อน
เช่นไปร้องด่าพ่อแม่  ด่าหยาบคายกับเขาก่อน  พอเขาโกรธมาทำร้ายเรา
เราก็ตอบโต้  เราอ้างป้องกันไม่ได้

มีข้อสงสัยครับ ขออนุญาตอ้างอิงจากหน้าแรก
คือสงสัยว่าด้วยเหตุที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บ(ทางกาย) จะเป็นเหตุอันควรหรือไม่ที่จะกระทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

กรณีโจทย์เข้าไปในห้องเห็นภรรยานอนกอดกับชายชู้ ซึ่งอ้างตามข้อ๑ "ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิด" โจทย์ยิงชายชู้ตาย
โดยที่ผู้ตายไม่ได้แสดงการเข้าทำร้ายโจทย์เลย และฝ่ายภรรยาสมยอม
ถือเป็นความผิดเกินกว่าเหตุหรือไม่

และหากกลับกัน ภรรยาไปเห็นสามีตนเองกอดกับหญิงอื่น และภรรยายิงหญิงอื่นตาย
???


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: o poj ที่ พฤศจิกายน 16, 2010, 01:34:16 AM
ยิงแค่2นัดเป็นการป้องกันตัว

แล้วจะมีปืนลูกดกไว้ทำไม

มีแค่1โม่ก็พอใช้แล้ว

รวมพลคนรักลูกโม่ 555


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤศจิกายน 16, 2010, 01:45:00 AM
ยิงแค่2นัดเป็นการป้องกันตัว

แล้วจะมีปืนลูกดกไว้ทำไม

มีแค่1โม่ก็พอใช้แล้ว

รวมพลคนรักลูกโม่ 555

แสดงว่า ยังไม่เข้าใจ  ต้องย้อนอ่าน และจับสาระให้ได้ อีกครั้ง นะครับ เมื่อได้แนวทางแล้ว จะเป็นประโยชน์ กับตัวท่านเอง

การใช้อาวุธปืน กับคนร้ายที่มีอาุวุธปืน ถ้าเป็นการป้องกันตัว  สามารถยิง จนกว่าคนร้าย หมดสภาพที่จะใช้อาวุธปืนในมือ ทำร้ายท่าน
สาระนั้น อยู่ที่ ยิงเพื่อยับยั้ง เพื่อหยุดไม่ให้คนร้าย ใช้อาวุธปืนทำร้ายท่านได้อีกต่อไป  ไม่ใช่ยิงเพื่อให้ตาย ส่วนเมือยิงแล้ว จะเจ็บ หรือตายนั้น

ถ้าเป็นผลมาจากการป้องกันตัว ท่านก็ไม่มีความผิด จะเป็นกี่นัด ก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าโดนไป ๑ นัด แล้วคนร้าย หมดสภาพ ที่จะทำร้ายท่านได้อีก.. แต่ท่านไปซ้ำอีก เป็นนัดที่ ๒ อยางนี้ละก้อ จะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุทันที


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: peaker09 ที่ พฤศจิกายน 20, 2010, 07:16:36 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Chandler Bing ที่ พฤศจิกายน 26, 2010, 07:06:46 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Rut รักในหลวง ที่ ธันวาคม 16, 2010, 04:39:56 PM
 ::014::สวัสดีครับ ผมมือใหม่เข้ามาเก็บความรู้...เป็นประโยชน์มากมายเลยครับ ขอขอบพระคุณเจ้าของกระทู้ครับ ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tashiro1 ที่ ธันวาคม 16, 2010, 09:04:21 PM
ปืน....คือปืน......................คนก็คือคน....วันยังค่ำ....อิอิ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: box_dream ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:12:20 AM
..ดีครับได้ความรู้มาก..แต่ผมกลัวว่าเมื่อเกิดเหตุ..ไอ้โจรกากีมันจะไถ่โดยไม่ฟังอะไรครับ..
..พูดโน่นพูดนี่ให้จ่ายปิดคดีอย่างเดียว..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: maxmin ที่ ธันวาคม 22, 2010, 09:31:13 AM
ขอบคุณครับ.. ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: RUGER SR9 ที่ มกราคม 08, 2011, 04:53:56 PM
ขอบคุณครับ
กฎหมายสำหรับคนดี ๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chay74 ที่ มกราคม 16, 2011, 05:44:37 PM
เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ครับผม ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: dome_nk ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 05:09:32 PM
   ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ได้แง่คิดเยอะเลยครับ
   อ่านดูแล้วก็มีวิธีการในการดำเนินเหตุการณ์ได้ดีนะครับ คือในแต่ละฎีกา มองลึกๆ น่าจะเป็นว่าดำเนินให้เหตุการณ์เป็นไปเพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดมากกว่า แต่ก็ให้ความรู้เรื่องสำคัญๆ ได้ดี คือ
1. อย่าได้เริ่มเรื่อง
2. เห็นเหตุการณ์ที่น่าอันตรายให้ออกห่าง
3. ถ้าจำเป็นที่จะต้องแก้ไขสถานะการณ์ ควรมีสติ และได้รับการฝึกมาอย่างดีด้วยนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nk2010kom ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 12:48:37 PM
มีประโยชน์มากครับ..ขอบคุณครับกับสิ่งดีๆที่มาให้อ่านครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: BERM TANAM ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 12:46:37 PM
ขอบคุณครับพี่


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: add...vip ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2011, 03:25:12 PM
ขอบคุณครับๆได้สาระมาก ๆๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: บุญเอี๊ยง รักลูกเมีย ที่ มีนาคม 06, 2011, 09:14:09 PM
ได้ความรู้มากเลย
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: aod-aod ที่ มีนาคม 07, 2011, 02:34:33 AM
ดีมากเลยครับพี่ กฏหมาย มีไว้ให้พุ่งชนครับ
รู้ไว้ใช่ว่าใส่บาแบกหาม
ขอบคุณกับความรู้ที่พี่มอบให้ครับ ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐกฤษ ที่ เมษายน 02, 2011, 11:58:13 AM
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้ดี


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: silasak ที่ เมษายน 11, 2011, 11:57:16 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: pakhank ที่ เมษายน 20, 2011, 11:17:59 PM
ขอบคุณสำหรับข้อมูลและตัวอย่างครับ ได้รับความรู้และมีประโยชน์อย่างมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: noom_ubon52 ที่ เมษายน 21, 2011, 09:18:51 PM
วันนี้เขาจะริบปืนไรเฟิลเราแล้วนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Abbbb ที่ พฤษภาคม 01, 2011, 05:05:07 PM
ดีครับ เอาเรื่องกฎหมาย อวป.มาลงเยอะๆ สมช.จะได้ศึกษาหาความรู้ เผื่อมีเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเอง


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: choke@chula ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 12:21:32 PM
ขอบคุณครับ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: tanunrat ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 02:08:39 PM
๒.  เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
เช่น เขากำลังจะยิงเรา  เราจึงต้องยิงสวน

อย่างข้อนี้เป็นการป้องกันตัว(ถ้า)เราอยู่บ้านเกิดพูดคุยกันไม่รู้เรื่องเราเห็นเขาพกมีดหรืออาวุธอย่างอื่นมาเราสามารถนำปืนมาขู่ป้องกันตัวและยังไม่ได้ลั่นไกปืนนี้เราผิดไหมครับ แต่ถ้าเขาจะทำร้ายเราเราใช้อาวุธปืนยิงเขาแล้ว(ในบ้านเรา)ถือว่าผิดติดคุกไหมครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 02:22:46 PM
๒.  เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
เช่น เขากำลังจะยิงเรา  เราจึงต้องยิงสวน

อย่างข้อนี้เป็นการป้องกันตัว(ถ้า)เราอยู่บ้านเกิดพูดคุยกันไม่รู้เรื่องเราเห็นเขาพกมีดหรืออาวุธอย่างอื่นมา
เราสามารถนำปืนมาขู่ป้องกันตัวและยังไม่ได้ลั่นไกปืนนี้เราผิดไหมครับ แต่ถ้าเขาจะทำร้ายเราเราใช้อาวุธปืนยิงเขาแล้ว(ในบ้านเรา)ถือว่าผิดติดคุกไหมครับ

เป็นคำถาม สมมุติ ที่ขัดเหตุผล..  ข้อเท็จจริงที่เกิดจะไม่เป็นไปตามที่ท่านถาม หรอกครับ

เรื่องสมมุติ เป็นดาบ สองคม  ตอบคำถามไปก็เท่านั้น..  อ่านกระทู้นี้แต่ต้น จับสาระ จักเกิดเป็นแนวทางต่อไป ครับ   ;)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: PHAPHOOM ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 02:55:46 PM
ขอบคุณครับ  ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: 17zatan ที่ มิถุนายน 20, 2011, 10:46:57 AM
อ่านยังไม่จบ ขอบคุณล่วงหน้าก่อนเลยครับ มีประโยชน์มากมายครับบบบบ   


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: hata - รักในหลวง ที่ มิถุนายน 27, 2011, 08:41:56 PM
มีประโยชน์มากมายครับขอบคุณคับพี่  ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: betsports ที่ กรกฎาคม 19, 2011, 11:16:56 AM
ขอบคุณมากคับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: beerukna ที่ กรกฎาคม 20, 2011, 01:03:45 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ✿*Maxx®..❀●•♫ Victor&Sugus ที่ กรกฎาคม 21, 2011, 02:25:16 PM
ขอบคุณมากครับ.......... ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: golf2028 ที่ กรกฎาคม 23, 2011, 02:17:14 PM
กระทู้นี้ให้ความรู้กับคนรุ่นหลังมากครับ ::002::แต่มีข้อสงสัยครับ
1.การนําพาหรือพกอาวุธแบบบุคคลธรรมดาแบบถูกกฎและระเบียบครับขอตัวอย่างด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กรกฎาคม 23, 2011, 03:45:51 PM
กระทู้นี้ให้ความรู้กับคนรุ่นหลังมากครับ ::002::แต่มีข้อสงสัยครับ
1.การนําพาหรือพกอาวุธแบบบุคคลธรรมดาแบบถูกกฎและระเบียบครับขอตัวอย่างด้วยครับ

มีแนวทาง ตามกระทู้นี้ ครับ  :D
   
"หลักในการ..นำพาปืน ไปนอกบ้าน ที่ควรรู้ .และอาจจะไม่ถูกจับกุม หากปฏิบัติตาม"
http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=33376.0 (http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=33376.0)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: GUESS ที่ กันยายน 16, 2011, 12:10:32 PM
ฎีกาที่ ๖๒๐ / ๒๕๓๒  คนตายถือมีดทำครัวบุกรุกเข้าไปในห้องจำเลยจะทำร้าย
แต่การที่จำเลยใช้ปืนยิงคนตายถึง ๕ นัด เป็นการเกินกว่าเหตุ
ไอ้ข้อนี้ผมขอแย้งครับ ต้องรอให้เขาแทงเราบาดเจ็บก่อนหรือไงถึงตอนนั้นคนตัดสินคดีจะช่วยได้ไหม ไม่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นคุณไม่รู้หรอก
มันเสี่ยงแค่ไหนถ้าหากเขาแย่งปืนจากเราได้ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นมัวแต่บอกทำเกินกว่าเหตุถ้าเป็นครอบครัวคุณล่ะคนตัดสิน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 16, 2011, 01:06:44 PM
ฎีกาที่ ๖๒๐ / ๒๕๓๒  คนตายถือมีดทำครัวบุกรุกเข้าไปในห้องจำเลยจะทำร้าย
แต่การที่จำเลยใช้ปืนยิงคนตายถึง ๕ นัด เป็นการเกินกว่าเหตุ
ไอ้ข้อนี้ผมขอแย้งครับ ต้องรอให้เขาแทงเราบาดเจ็บก่อนหรือไงถึงตอนนั้นคนตัดสินคดีจะช่วยได้ไหม ไม่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นคุณไม่รู้หรอก
มันเสี่ยงแค่ไหนถ้าหากเขาแย่งปืนจากเราได้ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นมัวแต่บอกทำเกินกว่าเหตุถ้าเป็นครอบครัวคุณล่ะคนตัดสิน


เมื่อไม่รู้ความ ฟังไว้จะดีกว่า อย่า ถึงขนาดก้าวล่วงศาลฎีกา เลย..  หรือ  เมื่อไม่รู้ความ ก็ต้องอ่าน  เมื่อไม่เข้าใจก็ควรถาม  


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: GUESS ที่ กันยายน 16, 2011, 01:12:58 PM
Sory...ลองคิดดูเล่นๆๆหากคุณตกอยู่ในสถานการณ์นั้นเป็นการป้องกันตัวโดยที่เราเป็นคนบริสุทธิและไม่เคยคิดหาเรื่องใครก่อน แต่ต้องมามีความผิดเพราะเราป้องกันชีวิตเราเนี่ยน่ะท่านทั้งหลายมันแฟร์หรือ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 16, 2011, 01:21:26 PM
ฎีกาที่ ๖๒๐ / ๒๕๓๒  คนตายถือมีดทำครัวบุกรุกเข้าไปในห้องจำเลยจะทำร้าย
แต่การที่จำเลยใช้ปืนยิงคนตายถึง ๕ นัด เป็นการเกินกว่าเหตุ.


การป้องกันตัว  ไม่ใช่ รอให้คนร้ายยิง หรือแทง ก่อน จึงจะยิงได้.  

เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ที่โจร - คนร้าย จะใช้อาวุธ ทำร้าย  ท่านไม่อาจหลีกหนีได้อีก และการนั้นท่านไม่มีส่วนร่วม
ท่านสามารถใช้อาุวุธปืน ยิงได้ก่อนที่มันจะทำอันตรายท่าน

แต่การยิงนั้น เจตนายิงเพื่อหยุดยั้ง ยับยั้ง ไม่ให้มันทำอันตรายท่านได้  ไม่ใช่ยิงให้ตาย   เมื่อยิงแล้วไม่ต้องไปสน ว่า มันจะเจ็บตายหรือไม่ ก็แล้วแต่มัน

เมื่อหยุดมันได้แล้ว หรืออาวุธหลุดจากมือ ท่านจักต้องหยุด ไม่ไปซ้ำให้มันตาย..  
ถ้ายังไปซ้ำอีก จะถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ สมควรแล้วที่จะจักต้องไปอยู่ในตะราง

จำนวนกระสุนปืน รอยมีด ที่จิ้ม.. คือข้อเท็จจริงที่จะบอกถึงเจตนา การกระทำ ว่าเป็นการกระทำที่สมควรแก่เหตุหรือไม่
ทั้งหมดนี้ มีอธิบาย หมดแล้วในกระทู้นี้ โปรดอ่า่น และทำความเข้าใจ ถ้ายังไม่เื่ชื่อ อยากกระทำตามใจ ก็ต้องไปรับผิดชอบ ต้องระวังตะรางเอาไว้ด้วย




หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 16, 2011, 01:27:27 PM
Sory...ลองคิดดูเล่นๆๆหากคุณตกอยู่ในสถานการณ์นั้นเป็นการป้องกันตัวโดยที่เราเป็นคนบริสุทธิและไม่เคยคิดหาเรื่องใครก่อน แต่ต้องมามีความผิดเพราะเราป้องกันชีวิตเราเนี่ยน่ะท่านทั้งหลายมันแฟร์หรือ

ผมนะเคย อยู่ในสถานการณ์ ตามที่คุณถาม มาแล้ว และก็เคยยิง และ ถูกยิงมาแล้ว และไม่ใช่ แค่ครั้งเดียว

ผมในฐานะนักกฎหมาย มาบอกเตือน ในสิ่งที่คุณกระทำ และคิดไม่ถููกต้อง..  ไม่ใช่ มากร่างใส่ คุณ หรอกนะครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: GUESS ที่ กันยายน 16, 2011, 01:31:35 PM
ต้องขอบคุณกับข้อเท็จจริง หากเป็นไปได้ก็ขออย่าให้ใครต้องอยู่ในสถานการณืนั้นเลยครับพี่ๆๆ กระจ่างแว้วครับ+9 ไปเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 16, 2011, 01:33:58 PM
ต้องขอบคุณกับข้อเท็จจริง หากเป็นไปได้ก็ขออย่าให้ใครต้องอยู่ในสถานการณืนั้นเลยครับพี่ๆๆ กระจ่างแว้วครับ+9 ไปเลยครับ

+ ๑ ให้ แล้ว นะครับ คุณ GUESS.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Flogman ที่ กันยายน 30, 2011, 11:54:57 AM
เพื่อนร่วมงานของผม(ตำรวจ) ล่อซื้อยาบ้า แล้วถูกโจรที่เอายามาส่งมันชักมีดยาวประมาณ 1 ฟุต ไล่ฟัน ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่แล้วหลายนัดแต่ไม่ยอมหยุดหนีกันกระเจิงเลยครับ คนละทิศละทาง เพื่อนคนนี้ดันวิ่งแล้วล้มลงเพราะตัวอ้วนๆ
ถูกโจรกระโดดขึ้นคร่อมตัวแล้วใช้มีดแทง คนอื่นๆ ก็ไม่กล้ายิงกลัวจะโดนพวกเดียวกัน เพื่อนที่ล้มเลยใช้กล็อก 19 ยิงสวนแบบหลับหูหลับตา ผลปรากฎว่า เพื่อนถูกแทงเย็บแผล 4 เข็ม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไอ้โจรตายคาที่ครับ ถูกกระสุน 2 นัด ที่หัวเหน่า และชายโครง ยังต่อสู้คดีอยู่ แบบนี้อยากให้ผู้มีความรู้ช่วยชี้แนะแนวทาง ที่จะต้องทำอย่างไรต่อไปด้วยครับ (ในเบื้องต้นแจ้งเป็นวิสามัญฆาตกรรมครับ) กรณีญาตพี่น้องของโจรไม่พอใจและฟ้องร้องเอาน่ะครับ เราจำเป็นต้องเสียค่าทำศพให้เค้ามั๊ย เหตุเพิ่งเกิดเมื่อวันก่อนนี้เอง ::004:: ::004:: ::004::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ชุมชน243 ที่ ธันวาคม 18, 2011, 06:15:28 PM
เพื่อนร่วมงานของผม(ตำรวจ) ล่อซื้อยาบ้า แล้วถูกโจรที่เอายามาส่งมันชักมีดยาวประมาณ 1 ฟุต ไล่ฟัน ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่แล้วหลายนัดแต่ไม่ยอมหยุดหนีกันกระเจิงเลยครับ คนละทิศละทาง เพื่อนคนนี้ดันวิ่งแล้วล้มลงเพราะตัวอ้วนๆ
ถูกโจรกระโดดขึ้นคร่อมตัวแล้วใช้มีดแทง คนอื่นๆ ก็ไม่กล้ายิงกลัวจะโดนพวกเดียวกัน เพื่อนที่ล้มเลยใช้กล็อก 19 ยิงสวนแบบหลับหูหลับตา ผลปรากฎว่า เพื่อนถูกแทงเย็บแผล 4 เข็ม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไอ้โจรตายคาที่ครับ ถูกกระสุน 2 นัด ที่หัวเหน่า และชายโครง ยังต่อสู้คดีอยู่ แบบนี้อยากให้ผู้มีความรู้ช่วยชี้แนะแนวทาง ที่จะต้องทำอย่างไรต่อไปด้วยครับ (ในเบื้องต้นแจ้งเป็นวิสามัญฆาตกรรมครับ) กรณีญาตพี่น้องของโจรไม่พอใจและฟ้องร้องเอาน่ะครับ เราจำเป็นต้องเสียค่าทำศพให้เค้ามั๊ย เหตุเพิ่งเกิดเมื่อวันก่อนนี้เอง ::004:: ::004:: ::004::
ขอแสดงความคิดเห็นครับ น่าจะอยู่ที่พยานในที่เกิดเหตุครับพี่(นับถือย่างยิ่ง)


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Rubik ที่ ธันวาคม 23, 2011, 11:44:18 AM
ขอบคุณครับ...........


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Phas1967 ที่ ธันวาคม 27, 2011, 09:37:34 AM
ขอบคุณสำหรับข้อมูล ความรู้ที่เป็นประโยชน์ครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: firstkra ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2012, 04:11:37 PM
ได้ความรู้มากค่ะ ขอบคุณค่ะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ชุมชน243 ที่ มีนาคม 29, 2012, 08:18:14 PM
มีประโยชน์มากครับผม แต่ขอไม่หยิบปืนมาเลยจะดีที่สุด


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: maroonreef ที่ มีนาคม 29, 2012, 09:53:58 PM
เพื่อนร่วมงานของผม(ตำรวจ) ล่อซื้อยาบ้า แล้วถูกโจรที่เอายามาส่งมันชักมีดยาวประมาณ 1 ฟุต ไล่ฟัน ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่แล้วหลายนัดแต่ไม่ยอมหยุดหนีกันกระเจิงเลยครับ คนละทิศละทาง เพื่อนคนนี้ดันวิ่งแล้วล้มลงเพราะตัวอ้วนๆ
ถูกโจรกระโดดขึ้นคร่อมตัวแล้วใช้มีดแทง คนอื่นๆ ก็ไม่กล้ายิงกลัวจะโดนพวกเดียวกัน เพื่อนที่ล้มเลยใช้กล็อก 19 ยิงสวนแบบหลับหูหลับตา ผลปรากฎว่า เพื่อนถูกแทงเย็บแผล 4 เข็ม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไอ้โจรตายคาที่ครับ ถูกกระสุน 2 นัด ที่หัวเหน่า และชายโครง ยังต่อสู้คดีอยู่ แบบนี้อยากให้ผู้มีความรู้ช่วยชี้แนะแนวทาง ที่จะต้องทำอย่างไรต่อไปด้วยครับ (ในเบื้องต้นแจ้งเป็นวิสามัญฆาตกรรมครับ) กรณีญาตพี่น้องของโจรไม่พอใจและฟ้องร้องเอาน่ะครับ เราจำเป็นต้องเสียค่าทำศพให้เค้ามั๊ย เหตุเพิ่งเกิดเมื่อวันก่อนนี้เอง ::004:: ::004:: ::004::
น่าเห็นใจครับ โจรเวลาทำร้ายคนไม่ต้องคิด แต่ตำรวจกว่าจะทำต้องโดนแทงก่อน


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: e21fak ที่ มีนาคม 30, 2012, 10:22:51 AM
ได้ความรู้ดีมากครับ ขอบคุณ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ชยันโต ที่ มีนาคม 30, 2012, 09:22:57 PM
ขอบคุณครับ.


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: konklong ที่ เมษายน 22, 2012, 05:18:33 PM
 ::014:: ::014:: ::014:: ::014::ขอบคุณครับ  ความรู้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: judoxt ที่ เมษายน 29, 2012, 08:29:10 PM
มีประโยชน์มากครับ...ขอบคุณครับ.. ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ชุมชน243 ที่ เมษายน 30, 2012, 07:50:14 PM
อยากให้เพิ่มเติมอีกครับผม


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: fortune1974 ที่ พฤษภาคม 19, 2012, 03:04:17 PM
มีประโยชน์มากๆเลยครับ เพราะผมซื้อปืนเอาไว้เพื่อป้องกันทรัพย์สินเหมือนกัน ยิ่งท่านได้ให้ความรู้อย่างนี้ มันทำให้มีความมั่นใจในการใช้อาวุธปืนมากยิ่งขึ้น ในการป้องทรัพย์สิน ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Starbucks ที่ พฤษภาคม 23, 2012, 02:53:26 PM
ฃ่ายๆๆๆๆ เราจะได้รู้มันเขา


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mulinho ที่ พฤษภาคม 28, 2012, 12:50:45 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Achira ที่ มิถุนายน 19, 2012, 06:55:02 PM
***ขอบคุณครับ***


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: JAN@TLE ที่ มิถุนายน 25, 2012, 05:45:45 PM
มือใหม่มาช่วย Like คะ  นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ หนู กำลังทำความเข้าใจก่อนจะซื้อปืนคะ  ขอบคุณคะ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ขุนช้าง-รักในหลวงและสมเด็จพระเทพ ที่ มิถุนายน 25, 2012, 05:47:12 PM
มือใหม่มาช่วย Like คะ  นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ หนู กำลังทำความเข้าใจก่อนจะซื้อปืนคะ  ขอบคุณคะ
ศึกษาเรื่องกฎความปลอดภัยเยอะๆด้วยนะครับ  ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nileza ที่ มิถุนายน 26, 2012, 09:23:13 AM
 ::014:: ::014:: ::014::มาทีไรได้แต่ความรู้ ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Detdamrong.L ที่ กรกฎาคม 02, 2012, 12:46:56 PM
มีประโยชน์มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Tonkid ที่ กรกฎาคม 12, 2012, 06:50:54 PM
 ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ss-bk ที่ สิงหาคม 02, 2012, 07:31:30 AM
 ::002:: ::002:: ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Yoshi tor ที่ สิงหาคม 03, 2012, 10:19:48 PM
ขอบคุณครับ สำคัญมากสำหรับคนเพิ่งเล่นปืนครับ  ;D


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ss-bk ที่ สิงหาคม 04, 2012, 02:29:30 PM
 ::002:: ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ss-bk ที่ สิงหาคม 11, 2012, 10:31:49 AM
อยากให้เพิ่มฎีกาเกี่ยวกับป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายอีกเรื่อยๆครับ

 ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Sonny-972.Phuket ที่ สิงหาคม 14, 2012, 03:14:26 PM
 ::002::ความรู้เพียบเลย ขอบคุนมากๆๆๆๆให้6ดาวเลย ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Otto2011 ที่ สิงหาคม 16, 2012, 10:36:28 AM
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้และเป็นประโยชน์มากๆ  ::002::  ::002::  ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: eat 101 ที่ สิงหาคม 19, 2012, 02:01:20 PM
 ::014:: ::002::เยีมครับ มีแบบนี้แถวบ้านครับ เจ้าหนัาที่เรียกเงิน ว่าเกินกว่าเหตุ พอรู้แบบนี้ เสียดายตังแทน สรุปยกฟ้องครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Ruffian18k ที่ สิงหาคม 25, 2012, 07:59:42 PM
 ::002:: ::002:: ::002::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: FirstStage ที่ กันยายน 13, 2012, 09:30:07 PM
 ::014:: ::014:: ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: mahaprasert ที่ กันยายน 16, 2012, 12:13:06 AM
ขอบคุณทุกกระทู้ ทุกข้อความ
ที่ให้ความรู้ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยสัมผัส
น้องใหม่ขอคารวะครับ
  ::014:: ::014:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: cmnpo ที่ กันยายน 16, 2012, 09:52:08 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ลมใต้ปีก ที่ กันยายน 18, 2012, 11:00:53 AM
ความรู้ล้วนๆ ครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: thotsaporn ที่ ตุลาคม 09, 2012, 11:53:39 AM
ขอบคุณครับได้ความรู้มากเลย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: trex450 ที่ ตุลาคม 14, 2012, 09:08:26 AM
เป็นความรู้ของมือใหม่ครับ  ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: walkery ที่ ตุลาคม 23, 2012, 12:16:47 AM
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับความรู้ดีๆ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nutsticker ที่ พฤศจิกายน 03, 2012, 06:15:41 AM
ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: ampai kumtanit ที่ พฤศจิกายน 13, 2012, 12:26:31 PM
ขอบคุณกับทุกๆความรู้ที่ให้มาครับ เป็นไปได้ผมอยากใช้เพียงแค่ในสนามดีกว่าครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: rin25 ที่ มกราคม 14, 2013, 07:52:24 PM
ความรู้ทั้งนั้นเลยครับ ::002:: ::014::


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: rukton ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2013, 04:02:41 PM
ความรู้แน่นเลยครับ  กระทู้นี้  ขอบคุณครับท่าน..


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Sin_Story666 ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2013, 12:03:42 AM
ขอบคุณมากครับ ความรู้มากๆเลย


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: rihata ที่ มีนาคม 17, 2013, 04:23:47 PM
ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ ::014:: ::014::



หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: Geji2499 ที่ มีนาคม 17, 2013, 05:42:57 PM
มีประโยชน์สำหรับมือใหม่อย่างผม


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: nueng111 ที่ พฤษภาคม 15, 2013, 11:17:40 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: 436 ที่ ตุลาคม 25, 2014, 09:31:47 PM
 ::014:: ::014:: ขอบคุณครับ 


หัวข้อ: Re: เมื่อมีปืน แล้วต้องรู้จักคำว่า ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
เริ่มหัวข้อโดย: chanin ที่ มิถุนายน 17, 2015, 12:16:42 AM
ขอบคุณมากครับ