เว็บบอร์ดสนทนาภาษาปืน

สนทนาภาษาปืน => THE DOUBLE GUN & RIFLE CONNOISSEUR => ข้อความที่เริ่มโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 01, 2006, 09:52:46 AM



หัวข้อ: THE DOUBLE GUN & RIFLE CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 01, 2006, 09:52:46 AM
เนื่องมาจากในนี้มีหลายท่านสนใจในปืนแฝด ไม่ว่าจะเป็นลูกซองแฝดหรือไรเฟิลแฝดผมจึงขอตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อทุกท่านจะได้เข้ามาร่วมคุยกันในกระทู้นี้ครับ ;D

 เอาเป็นว่าผมขอถามก่อนคนแรกเลยนะครับ หลังจากที่ผมได้สนใจในเรื่องปืนมาได้เกือบสองปี ผมเลยมีความต้องการอยากจะได้ปืนลูกซองแฝดซ้อนมาไว้ใช้ซักหนึ่งกระบอก วันก่อนได้คุยกับพี่FABBRIในเรื่องนี้พี่เค้าก็ให้คำแนะนำมาเป็นแนวทางนิดหน่อย แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันอีก ผมจึงยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนนักครับ.
 คือผมสนใจปืนDT 10 TRIDENT EELLอยู่ครับเนื่องจากว่าตามความคิดผมๆเห็นว่าเป็นปืนที่ใช้ยิงแข็งขันได้ และอีกอย่างนึงคือมีความสวยงามพอสมควรและราคาก็พอซื้อได้และที่สำคัญชอบยี่ห้อนี้เป็นการส่วนตัวครับ พูดง่ายๆคือว่าซื้อกระบอกเดียวเหมือนได้ปืนสองแบบมารวมกัน ;Dไม่ทราบว่าพี่ๆคิดกันยังไงกับปืนกระบอกนี้บ้างครับ ???
 ส่วนเรื่องหนังสือเอาไว้อีกวันสองวันผมจะโทรถามให้นะครับ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: อ้วน 008 รักในหลวง ที่ มิถุนายน 01, 2006, 11:32:33 AM
ผมอยากทราบข้อมูลปืน ดีที 10 ด้วยครับ ลองว่าถ้าหาข้อมูลแล้วชอบ จะต้องมีอะไรที่พิเศษกว่าเห็นแล้วชอบแน่ครับ ส่วนตัวผมสนใจแฝดไบคาล ขนาด 12/308 ตอนนี้รอความพร้อมอยู่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 01, 2006, 12:12:33 PM
ในเมืองไทยคงจะหาซื้อ Dt 10 ไม่ได้หรอกครับ เพราะไม่มีร้านปืนร้านไหนสั่งเข้ามาขาย  ยิ่งคุณ o/u boy อยากได้ เป็นรุ่น EELL ยิ่งไม่มีขายเลย คงต้องหาจากแถวอเมริกาเองแล้วหละครับ คุณ O/u boy ตั้งงบไว้เท่าไหร่หละครับ  แค่คิดก็สนุกแล้ว

ถ้าคุณมีขอบเขตวงเงินไว้ในใจแล้ว อาจจะหา SO5   SO6  แบบสวยๆได้ง่ายกว่านะ อ้อ ปืนในเมืองไทยบางกระบอกมีอายุหลายปี แต่ไม่เคยยิงสักนัดนะครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 01, 2006, 01:33:37 PM
ในเวบของเบเรตต้า ก็ไม่มี รุ่น EELL  คงต้องเป็นรุ่นอื่นนะครับคุณ o/uboy
..ส่วนผมตอนนี้เล็ง แฝดจากสเปนไว้ ก็มี AYA กับ Comlanber ราคาเป็นมิตรหน่อยเปรียบเทียบกับไบคาลรัสเซียแล้ว ฝีมือชาวสเปนกินขาด..

ถ้าคุณมีขอบเขตวงเงินไว้ในใจแล้ว อาจจะหา SO5 SO6 แบบสวยๆได้ง่ายกว่านะ อ้อ ปืนในเมืองไทยบางกระบอกมีอายุหลายปี แต่ไม่เคยยิงสักนัดนะครับ

เรียนสอบถาม คุณลูกซองสั้น  ราคามือสอง SO5 SO6 ในไทยราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: โทน73 -รักในหลวง- ที่ มิถุนายน 01, 2006, 03:51:40 PM
คือผมสนใจปืนDT 10 TRIDENT EELLอยู่ครับเนื่องจากว่าตามความคิดผมๆเห็นว่าเป็นปืนที่ใช้ยิงแข็งขันได้ และอีกอย่างนึงคือมีความสวยงามพอสมควรและราคาก็พอซื้อได้และที่สำคัญชอบยี่ห้อนี้เป็นการส่วนตัวครับ พูดง่ายๆคือว่าซื้อกระบอกเดียวเหมือนได้ปืนสองแบบมารวมกัน ;Dไม่ทราบว่าพี่ๆคิดกันยังไงกับปืนกระบอกนี้บ้างครับ ???
 

เรื่องรายละเอียดปืนผมไม่ทราบนะครับ แต่ถ้าคิดจะแข่ง ควรหาโอกาสลองยิงดูก่อนซื้อนะครับ  ฟิลลิ่ง ขณะยิงจริง กะความรู้สึกชื่นชมขณะลูบคลำ มันต่างกันนะครับ  ที่โน้นตามสมาคมยิงปืน มีปืนให้ยืมยิงไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 01, 2006, 05:15:03 PM
ในเวบของเบเรตต้า ก็ไม่มี รุ่น EELL  คงต้องเป็นรุ่นอื่นนะครับคุณ o/uboy
..ส่วนผมตอนนี้เล็ง แฝดจากสเปนไว้ ก็มี AYA กับ Comlanber ราคาเป็นมิตรหน่อยเปรียบเทียบกับไบคาลรัสเซียแล้ว ฝีมือชาวสเปนกินขาด..

ถ้าคุณมีขอบเขตวงเงินไว้ในใจแล้ว อาจจะหา SO5 SO6 แบบสวยๆได้ง่ายกว่านะ อ้อ ปืนในเมืองไทยบางกระบอกมีอายุหลายปี แต่ไม่เคยยิงสักนัดนะครับ

เรียนสอบถาม คุณลูกซองสั้น ราคามือสอง SO5 SO6 ในไทยราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ...

จะเรียกว่าปืนมือสอง คงจะเรียกไม่ค่อยถูกนักครับ ทั้งสองกระบอกที่ผมกล่าวถึงเจ้าของซื้อมาสะสม ไม่เคยเอามายิงเลย แต่ได้ยินว่าถ้ามีคนสู้ราคา ก็จะขายให้ แต่ราคาสูงแน่นอน เพราะสั่งแกะลายพิเศษ ไม่ใช่ลายมาตราฐานตาม catalog

ที่ผมกล่าวถึง SO5 SO6 ก็เพราะว่า ทั้งสองกระบอกนี้มีตัวตนจริงในเมืองไทย และเจ้าของจะขายให้ถ้าราคาถูกใจเขา แต่ DT10EELL ไม่มีปืนในเมืองไทยครับ ผมเองก็ไม่รู้นะครับว่าถ้าสั่ง DT10EELL เข้ามาจะราคาเท่าไหร่

เรื่องปืนลูกซองแฝดแบบแกะลายสวยๆ มีกันหลายกระบอกนะครับ แต่ราคาไม่ต่ำเลยนะครับ หลายกระบอกเจ้าของรักมันมาก และปรกติไม่ค่อยจะยอมขายกัน จะบอกขายกันก็มักจะเป็นตอนกำลังจะได้กระบอกใหม่ ก็จะยอมขายกระบอกที่รักน้อยที่สุด ผมเองก็ได้โอกาสแบบนี้แหละครับ เลยพอมีปืนแฝดกับเขาบ้าง

คุณ o/u boy น่าจะดึงรูป DT10EELL ที่คุณชอบเข้ามาให้ดูสักหน่อยนะครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 01, 2006, 05:49:28 PM
ขอบคุณ คุณลูกซองสั้นมากครับ..
..คงต้องหันไปหาปืนจากสเปนเป็นแน่แท้..เพราะที่ทราบข่าวมามือสองราคาคงเกินแสน..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ มิถุนายน 01, 2006, 06:02:14 PM
 ;D ;D ;D

ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่า DT-10 นั้นดียังไง รู้แต่ว่า นายนี่มันใช้แล้วได้แชมป์โลกเท่านั้นเอง
แต่ถ้าให้ผมเลือก ผมกลับชอบ 682 Gold E มากกว่า เนื่องจากแรกพบกับ DT-10 นั้นไม่ประทับใจ
แล้วตอนนี้กระแส Good Gun มันมาแรงครับ(นักกีฬา Skeet รู้ดี)  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 01, 2006, 07:16:03 PM
;D ;D ;D

ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่า DT-10 นั้นดียังไง รู้แต่ว่า นายนี่มันใช้แล้วได้แชมป์โลกเท่านั้นเอง
แต่ถ้าให้ผมเลือก ผมกลับชอบ 682 Gold E มากกว่า เนื่องจากแรกพบกับ DT-10 นั้นไม่ประทับใจ
แล้วตอนนี้กระแส Good Gun มันมาแรงครับ(นักกีฬา Skeet รู้ดี) ;D ;D ;D

ปืนที่ผลิตจากโรงงานชั้นนำ และที่คนไทยรู้จักมากที่สุดก็คือ Perazzi  Beretta Browning  ส่วนBrowningนั้นคนไม่ค่อยใช้กันแล้วเพราะระบบล้าสมัยไปแล้วสำหรับกีฬา  แต่ยังใช้ล่าสัตว์อยู่ Beretta ก็เน้นปืนล่าสัตว์ (พูดถืงลูกซองนะครับ)มีปืนใช้ในการแข่งขันบ้าง เป็นอันดับ2 ของปืนที่นักกีฬาใช้แข่งทั่วโลก   Perazzi เป็นปืนที่ใช้แข่งมากที่สุด ในปืนลูกซองที่ผลิตออกมาจะเป็นGame Guns ต่อมาก็ trap skeet . skeet ผลิตไม่ถึง20%ของปืนที่ผลิตจากทั้ง3โรงงานและเป็นปืนที่ผลิตง่ายที่สุด ราคาตกมากที่สุด ที่อิตาลี่มีนักกีฬายิงปืนกว่า3ล้านคน มียิงskeetไม่ถึง8แสนคน นอกนั้นเป็นtrap


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 01, 2006, 08:24:01 PM
ในเวบของเบเรตต้า ก็ไม่มี รุ่น EELL  คงต้องเป็นรุ่นอื่นนะครับคุณ o/uboy
..ส่วนผมตอนนี้เล็ง แฝดจากสเปนไว้ ก็มี AYA กับ Comlanber ราคาเป็นมิตรหน่อยเปรียบเทียบกับไบคาลรัสเซียแล้ว ฝีมือชาวสเปนกินขาด..

ถ้าคุณมีขอบเขตวงเงินไว้ในใจแล้ว อาจจะหา SO5 SO6 แบบสวยๆได้ง่ายกว่านะ อ้อ ปืนในเมืองไทยบางกระบอกมีอายุหลายปี แต่ไม่เคยยิงสักนัดนะครับ

เรียนสอบถาม คุณลูกซองสั้น ราคามือสอง SO5 SO6 ในไทยราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ...
ตัวที่ผมอยากได้นี้ในเวปไม่มีครับและก็ไม่มีรูปด้วยครับผมเจอรูปในcatalogของเบเร็ตต้าครับ คือถ้าอยากได้ต้องสั่งทำเอาครับ
ส่วนSO5-SO6ราคาปืนโดยมากแล้วเค้าจะดูที่สภาพครับจะกี่มือก็คงได้ราคาดีอยู่เหมือนเดิม :~) ตอนนี้ราคาโดยประมาณที่อเมริกาก็อยู่ที่$15000-$84000ครับแล้วแต่รุ่นและลายที่แกะเป็นสำคัญ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 01, 2006, 08:48:14 PM
ในเวบของเบเรตต้า ก็ไม่มี รุ่น EELL  คงต้องเป็นรุ่นอื่นนะครับคุณ o/uboy
..ส่วนผมตอนนี้เล็ง แฝดจากสเปนไว้ ก็มี AYA กับ Comlanber ราคาเป็นมิตรหน่อยเปรียบเทียบกับไบคาลรัสเซียแล้ว ฝีมือชาวสเปนกินขาด..

ถ้าคุณมีขอบเขตวงเงินไว้ในใจแล้ว อาจจะหา SO5 SO6 แบบสวยๆได้ง่ายกว่านะ อ้อ ปืนในเมืองไทยบางกระบอกมีอายุหลายปี แต่ไม่เคยยิงสักนัดนะครับ

เรียนสอบถาม คุณลูกซองสั้น ราคามือสอง SO5 SO6 ในไทยราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ...
ตัวที่ผมอยากได้นี้ในเวปไม่มีครับและก็ไม่มีรูปด้วยครับผมเจอรูปในcatalogของเบเร็ตต้าครับ คือถ้าอยากได้ต้องสั่งทำเอาครับ
ส่วนSO5-SO6ราคาปืนโดยมากแล้วเค้าจะดูที่สภาพครับจะกี่มือก็คงได้ราคาดีอยู่เหมือนเดิม :~) ตอนนี้ราคาโดยประมาณที่อเมริกาก็อยู่ที่$15000-$84000ครับแล้วแต่รุ่นและลายที่แกะเป็นสำคัญ
dt10eellจะมีรูปเล็กๆในcatalog เท่านั้น เหมือน ase gold เท่าทีรู้มาเกือบจะไม่มีคนสั่งเลย เพราะปืนแข่งไม่ต้องการปืนสวยแต่ต้องการปืนที่เข้ากับตัวทำสำหรับคนนั้นๆ แต่dt10 สั่งทำอยากกว่าperazzi


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 01, 2006, 08:53:42 PM
ในเมืองไทยคงจะหาซื้อ Dt 10 ไม่ได้หรอกครับ เพราะไม่มีร้านปืนร้านไหนสั่งเข้ามาขาย ยิ่งคุณ o/u boy อยากได้ เป็นรุ่น EELL ยิ่งไม่มีขายเลย คงต้องหาจากแถวอเมริกาเองแล้วหละครับ คุณ O/u boy ตั้งงบไว้เท่าไหร่หละครับ แค่คิดก็สนุกแล้ว

ถ้าคุณมีขอบเขตวงเงินไว้ในใจแล้ว อาจจะหา SO5 SO6 แบบสวยๆได้ง่ายกว่านะ อ้อ ปืนในเมืองไทยบางกระบอกมีอายุหลายปี แต่ไม่เคยยิงสักนัดนะครับ

DT 10 EELLราคาตอนนี้ยังถูกกว่า SO5&SO6จมเลยครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 01, 2006, 09:06:59 PM
เรียนถามพี่FABBRIครับทำไมถึงว่าสั่งทำยากกว่า PERAZZIละครับ เรื่องนี้เคยมีเจ้าของร้านปืนบอกกับผมเหมือนกันว่าถ้าจะเอาเบเร็ตต้าก็ต้องรอนานกว่า ???ผมเองก็ชอบMX8มากนะครับ แต่อยากได้เป็นSCO-SC3มากกว่า แต่ด้วยความที่ชอบในยี่ห้อเบเร็ตต้าเลยเลือกยี่ห้อนี้ครับ แต่มีข่าวดีเรื่องSO5มาสงสัยต้องเก็บเงินเพิ่มอีกซะแล้วครับ :OO ไม่ทราบว่าSO5ตัวนี้เป็นรุ่น COMPETITIONหรือว่าเป็นตัว EELLธรรมดาครับ ถ้าจะกรุณาก็ขอรูปทั้งSO5-SO6ด้วยก็จะเป็นพระคุณมากเลยครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 01, 2006, 09:13:09 PM
เรียนถามพี่FABBRIครับทำไมถึงว่าสั่งทำยากกว่า PERAZZIละครับ เรื่องนี้เคยมีเจ้าของร้านปืนบอกกับผมเหมือนกันว่าถ้าจะเอาเบเร็ตต้าก็ต้องรอนานกว่า ???ผมเองก็ชอบMX8มากนะครับ แต่อยากได้เป็นSCO-SC3มากกว่า แต่ด้วยความที่ชอบในยี่ห้อเบเร็ตต้าเลยเลือกยี่ห้อนี้ครับ แต่มีข่าวดีเรื่องSO5มาสงสัยต้องเก็บเงินเพิ่มอีกซะแล้วครับ :OO ไม่ทราบว่าSO5ตัวนี้เป็นรุ่น COMPETITIONหรือว่าเป็นตัว EELLธรรมดาครับ ถ้าจะกรุณาก็ขอรูปทั้งSO5-SO6ด้วยก็จะเป็นพระคุณมากเลยครับ ;D
beretta เป็นปืนโหลที่ทำจากโรงงานถ้าจะสั่งทำต้องไปที่customshop เท่านั้นแล้วยุ่งอยากมาก ไปสั่ง perazzi ง่ายกว่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 01, 2006, 11:04:28 PM
แหม ท่านFabbri เรียก Beretta เป็นปืนโหล เสียราคาหมด  ที่ถูกต้องใช้ภาษาว่า mass production ครับ คือทำออกมามากๆ เพื่อให้มีต้นทุนต่ำลง  Beretta มีแบบของปืนมากมาย ทั้งปืนสั้นและปืนยาว โรงงานของ Beretta ที่ Italy ใหญ่มาก และเข้มงวดในการเข้าไปในโรงงานมาก เพราะผลิตอาวุธปืนสงครามด้วย

เมื่อคุณซื้อปืนยิงเป้าบิน Beretta สักกระบอกนึง จะพบว่าราคาไม่สูงนัก แต่เมื่อคุณต้องการซ่อมปืน หรือติดต่อโรงงานเพื่อเหลาพานท้าย การติดต่อกับโรงงานจะยุ่งยากมาก ต้องติดต่อผ่านทาง custom shop ซึ่งงานเหลาพานท้ายยังต้องใช้เวลา 45 วัน หรือเมื่อต้องการจะซื้ออะไหล่ปืนสักชิ้นสองชิ้น กลับต้องไปซื้อผ่านร้านปืนที่หน้าโรงงาน คือโรงงานไม่ยอมขายให้เราโดยตรง ทั้งๆที่ผมไปยืนอยู่ตรง custom shop แล้ว ผมต้องย้อนออกมานอกโรงงาน ไปถามที่ร้านปืนข้างถนน ให้เขาสั่งซื้ออะไหล่ปืนให้ นี่แหละที่เรียกว่ายุ่งยากกว่า

ผิดกับ Perazzi เราสามารถเดินเข้าไปในโรงงานได้ทั่วเลยครับ เจ้าของโรงงานยกเว้นไม่ให้เข้าไปตรงบริเวณที่ช่างเชื่อมประกอบลำกล้อง และทำรมดำครับ บอกว่าเป็นบริเวณที่มีอันตรายจากความร้อน เปลวไฟ และเคมีจากน้ำยารมดำมีสารอันตรายต่อการสูดดมเข้าไป เราสามารถเดินเข้าไปในโรงงาน สั่งวัดตัว ทำพานท้าย และช่างจะทำการป้อนโปรแกรมใส่เครื่องทำการเหลาพานท้ายให้เราเลยทันที การเหลาพานท้ายติด recoil pad ใช้เวลาสามชั่วโมง เราก็จะได้พานท้ายของเราออกมา ช่างจะประกอบพานท้ายใส่กับปืนของเรา แล้วเราก็สามารถออกไปลองยิงที่สนามยิงปืนของโรงงาน ช่างผู้เหลาพานท้ายให้เราจะออกไปดูเรายิงด้วย ว่าเรายิงไปตรงไหม ต้องแก้ไขพานท้ายไหม ถ้าต้องแก้ไข ช่างก็จะจัดการแก้ไขให้จนเสร็จ ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 4 - 5 ชั่วโมง พานท้ายที่ได้จะขาดแค่การทำเคลือบเงาเท่านั้น ช่างจะนำไปเคลือบเงา หลังจากนั้นอีกอาทิตย์นึง พานท้ายก็เสร็จ ที่โรงงาน หน้าเคาเตอร์ เราจะซื้ออะไหล่ชิ้นไหน บอกได้ทุกชิ้น แม้นแต่ปืนที่โรงงานประกอบเสร็จแล้วตั้งโชว์อยู่ เราเกิดชอบใจมิติและลายไม้พานท้ายปืนกระบอกไหน เจ้าของโรงงานยินดีถอดขายให้ทันที

พี่ Fabbri พี่ขยันพิมพ์มากๆก็ได้นะครับ พี่พิมพ์แค่ว่า Beretta เป็นปืนโหล กับการติดต่อกับโรงงาน Beretta ใช้เวลานานกว่าและไม่ค่อยสะดวก ผมต้องออกมาอธิบาย แปลไทยเป็นไทยซะยาว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ มิถุนายน 02, 2006, 09:39:46 AM
 :D :D :D

แหมพี่เรียก Beretta เป็นปืนโหลเลย ดีนะคุณ Iamshootinghere ไม่อยู่
ไม่งั้นคงสะดุ้ง ออกมาแก้ต่างแล้ว  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 02, 2006, 09:55:43 AM
ผมเข้ามาโพสผิดกระทู้แน่เลย..ดูราคาขายก็เกินเอื้อมแล้ว.. :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 02, 2006, 10:01:36 AM
ขอบพระคุณครับพี่ลูกซองสั้น ผมเองก็คิดอยากไปเที่ยวที่เมืองนี้มากครับแต่กลัวเรื่องภาษาเพราะพูด
อิตาเลียนไม่ได้เลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 02, 2006, 11:07:38 AM
ผมเข้ามาโพสผิดกระทู้แน่เลย..ดูราคาขายก็เกินเอื้อมแล้ว.. :'(

ยินดีต้อนรับ  มาถูกห้องแล้ว  อย่าไปกลัวราคาซิครับ แค่คุยกันก็สนุกและได้ความรู้แล้วนะ



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 02, 2006, 11:14:49 AM
ขอบพระคุณครับพี่ลูกซองสั้น ผมเองก็คิดอยากไปเที่ยวที่เมืองนี้มากครับแต่กลัวเรื่องภาษาเพราะพูด
อิตาเลียนไม่ได้เลยครับ

แฮะๆ พี่ Fabbri มีความคิดจะจัดทัวร์โรงงานปืนในแถบ Brescia  ตั้งหลายรอบแล้ว แต่ไม่เคยสำเร็จเลย ค่าตั๋วเครื่องบินมันแพงงงงง  สุดท้ายก็กลายเป็นไปกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แบบตัวใครตัวมันทุกที เรื่องภาษาอิตาเลี่ยนสบายครับ ผมได้หลายคำครับ เช่น พิซซ่า  สปาเก็ตตี้  แค่สองคำนี้ก็อิ่มทุกมื้อแล้วครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 02, 2006, 12:24:59 PM
ผมเข้ามาโพสผิดกระทู้แน่เลย..ดูราคาขายก็เกินเอื้อมแล้ว.. :'(

ยินดีต้อนรับ มาถูกห้องแล้ว อย่าไปกลัวราคาซิครับ แค่คุยกันก็สนุกและได้ความรู้แล้วนะ


จริงครับคิดว่าเรามาหาความรู้กันดีกว่าใครรู้อะไรก็ช่วยๆบอกกันครับเพราะเชื่อว่าไม่มีใครรู้ได้ทุกเรื่องหรอกครับ ราคาปืนพวกนี้ส่วนมากผมเองก็ซื้อไม่ไหวเช่นกันครับก็ได้แต่ดูรุ่นใหญ่ท่านเล่นกันเท่านั้น
เราเองก็ศึกษาไปก่อนซักวันนึงเราก็ต้องมีโอกาศบ้างละครับ :D~
 
  มีอีกเรื่องครับคือว่าหลังๆมานี้ผมจะคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับปืนลูกซองแฝดบ่อยมาก เพื่อนผมมันเลยอยากได้บ้าง(โรคติดต่อครับ :~)) เพื่อนผมไปคุยที่ร้านสิงห์ทองมาเห็นทางร้านบอกว่าเดือนนี้จะมีลูกซองแฝดของBETTINSOLIเข้ามา10กระบอกครับ
ผมเองก็ไม่รู้จักยี่ห้อนี้มาก่อน หาข้อมูลในหนังสือก็เจอบอกแค่ว่าเป็นปืนดียี่ห้อนึง ที่นี่หาข้อมูลแทบไม่ได้เลยครับ ไม่ทราบว่าพี่ๆพอจะรู้จักมั้ยครับ ??? คือว่าเห็นทางร้านเค้าเปิดราคามาไม่แพงมาก ผมเลยแนะนำเพื่อนให้ไปซื้อไว้ครับที่นี้เลยอยากจะหาคนสนับสนุนครับ หรือถ้าไม่ดีผมจะได้บอกเพื่อนไปอีกทีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 02, 2006, 12:30:00 PM
ขอบพระคุณครับพี่ลูกซองสั้น ผมเองก็คิดอยากไปเที่ยวที่เมืองนี้มากครับแต่กลัวเรื่องภาษาเพราะพูด
อิตาเลียนไม่ได้เลยครับ

แฮะๆ พี่ Fabbri มีความคิดจะจัดทัวร์โรงงานปืนในแถบ Breasia ตั้งหลายรอบแล้ว แต่ไม่เคยสำเร็จเลย ค่าตั๋วเครื่องบินมันแพงงงงง สุดท้ายก็กลายเป็นไปกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แบบตัวใครตัวมันทุกที เรื่องภาษาอิตาเลี่ยนสบายครับ ผมได้หลายคำครับ เช่น พิซซ่า สปาเก็ตตี้ แค่สองคำนี้ก็อิ่มทุกมื้อแล้วครับ
ผมละกลัวจริงๆครับ กลัวว่าไปสั่งปืนแกะเป็นรูปเสือแล้วจะได้มาเป็นรูปเจ้าเหมียวซิครับ สงสัยเมืองนี้คงหาทำอาชีพอย่างอื่นนอกจากปืนยากนะครับเพราะเห็นโรงงานปืนดีๆอยู่ที่นี่ทั้งนั้นเลย อยากไปขอถ่ายรูปกับช่างระดับMASTERครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 02, 2006, 12:40:09 PM
ขอบคุณมากครับ..ตั้งแต่ซื้อหนังปืนลูกซองมาอ่าน..ความอยากรู้อยากเห็นมันเพิ่มขึ้นๆ เพียงแต่ว่านักเลงปืนบ้านเรา พูดเรื่องลูกซองกันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเน้นปืนสั้นกับไรเฟิล..ปืนลูกซองเป็นปืนที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก..ถ้ามีโอกาสคงได้ครอบครองแฝดดีๆสักกระบอก..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 02, 2006, 04:36:25 PM
กำลังจะซื้อ 682 Gold E  ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้อรุ่นพานท้ายปรับได้ หรือรุ่นพานท้ายปรับไม่ได้ ขอคำแนะนำ ข้อดี-ข้อเสีย ด้วย.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 02, 2006, 11:09:37 PM
ขอบคุณมากครับ..ตั้งแต่ซื้อหนังปืนลูกซองมาอ่าน..ความอยากรู้อยากเห็นมันเพิ่มขึ้นๆ เพียงแต่ว่านักเลงปืนบ้านเรา พูดเรื่องลูกซองกันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเน้นปืนสั้นกับไรเฟิล..ปืนลูกซองเป็นปืนที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก..ถ้ามีโอกาสคงได้ครอบครองแฝดดีๆสักกระบอก..
อย่าลืมว่าปืนลูกซอง เป็นปืนที่ถูกที่สุดในโลก และ เป็นปืนที่แพงที่สุดในโลกเช่น กัน (ปืนสั้นไม่ว่าขนาดใดทำจากทองแท้99.99% ทั้งกระบอก ก็ยังซื้อปืนลูกซองที่ทำจากเหล็กและไม้ บางกระบอกไม่ได้) ปืนลูกซองเป็นปืนที่ยิงง่ายที่สุด และ ยิงอยากที่สุดเช่นกัน ตัวอย่าง ปืนลูกซองยิงนกเกาะเป็นฝูงไปนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว เวลายิงนกบินตั้งหลายนัดไม่โดนนกสักตัว ปืนลูกซองเอาไว้ยิงเป้าบินจึงเป็นกีฬา ยิงเป้านิ่งเช่นนกหรือสัตว์นิ่งๆไม่เป็นกีฬา  คุณ ลูกซองสั้นขยายความให้ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 03, 2006, 08:22:51 AM
กำลังจะซื้อ 682 Gold E ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้อรุ่นพานท้ายปรับได้ หรือรุ่นพานท้ายปรับไม่ได้ ขอคำแนะนำ ข้อดี-ข้อเสีย ด้วย.

ข้อดี พานท้ายแบบปรับได้บน 682 Gold E สามารถปรับได้เฉพาะความสูงเท่านั้นครับ ปรับความยาวของพานท้ายไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่ามันยาวเกินไป ก็ยังคงต้องตัดไม้ออกอยู่ดี ซึ่งความยาวพานท้ายที่ให้มาก็ค่อนข้างจะยาวเกินไปซะด้วย

ข้อเสีย พานท้ายแบบปรับได้มีน้ำหนักมากกว่าพานท้ายแบบธรรมดาครับ ทำให้สมดุลของปืนผิดไป อีกอย่างนึง เจ้าของปืนที่ยิงปืนแบบพานท้ายปรับได้ มักจะไม่มีความมั่นใจในตัวเองครับ จะโทษแต่ว่าปรับพานท้ายผิดและคอยปรับพานท้ายปืนตัวเองทุกวัน 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 03, 2006, 10:30:55 AM
ผมเองก็มือใหม่ครับยังไม่เคยยิงเป้าบินเลย :~)เคยยิงแต่ไก่กับนกและเป็ดครับ แต่เท่าที่เห็นหลังๆมานี้682 GOLD E ทำออกมาแต่พานท้ายปรับได้หรือMemory Systemทั้งนั้นเลยครับ ยกเว้นปืน SPORTING เท่านั้นที่เป็นพานท้ายธรรมดา ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 03, 2006, 10:57:46 AM
ขอบคุณมากครับ..ตั้งแต่ซื้อหนังปืนลูกซองมาอ่าน..ความอยากรู้อยากเห็นมันเพิ่มขึ้นๆ เพียงแต่ว่านักเลงปืนบ้านเรา พูดเรื่องลูกซองกันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเน้นปืนสั้นกับไรเฟิล..ปืนลูกซองเป็นปืนที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก..ถ้ามีโอกาสคงได้ครอบครองแฝดดีๆสักกระบอก..
อย่าลืมว่าปืนลูกซอง เป็นปืนที่ถูกที่สุดในโลก และ เป็นปืนที่แพงที่สุดในโลกเช่น กัน (ปืนสั้นไม่ว่าขนาดใดทำจากทองแท้99.99% ทั้งกระบอก ก็ยังซื้อปืนลูกซองที่ทำจากเหล็กและไม้ บางกระบอกไม่ได้) ปืนลูกซองเป็นปืนที่ยิงง่ายที่สุด และ ยิงอยากที่สุดเช่นกัน ตัวอย่าง ปืนลูกซองยิงนกเกาะเป็นฝูงไปนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว เวลายิงนกบินตั้งหลายนัดไม่โดนนกสักตัว ปืนลูกซองเอาไว้ยิงเป้าบินจึงเป็นกีฬา ยิงเป้านิ่งเช่นนกหรือสัตว์นิ่งๆไม่เป็นกีฬา คุณ ลูกซองสั้นขยายความให้ด้วยครับ

ปืนลูกซองก็คือท่อขนาดกว้างหน่อยที่ด้านท้ายทำให้มีขนาดเท่ากับกระสุนลูกซอง แล้วก็ทำกลไกนกสับเพื่อเอาไว้ตีไปที่แก็บตรงท้ายกระสุน พูดสั้นที่สุด คือ ไม่ต้องทำเกลียวในท่อนั้นเลยครับ ไม่มีการมาวัดกลุ่มกระสุนกันว่าแม่นยำขนาดไหน ไม่ต้องห่วงว่าจะยิงกันไกลมากไหม ปืนลูกซองพัฒนามาจากปืนแก็บหรือปืนบรรจุปากลำกล้องนั่นเองครับ ชุดลั่นไกก็ไม่ต้องเฉียบคมอะไรนักเพราะยิงออกไปแต่ละนัด กลุ่มลูกปรายบานเป็นกระด้ง ใช้ขนาดกระด้งเปรียบเทียบ มันก็เท่านั้นจริงๆครับ  ปืนลูกซองราคาถูกๆ มีมากมายครับ เดี่ยวตราเสือ สั่งพิเศษยิงลูกโดดได้  คือตัวอย่างของปืนที่กล่าวถึง

ปืนลูกซองแพงที่สุด แพงเพราะเอางานศิลปใส่ลงไปในปืนครับ ปืนลูกซองมีแก้มด้านข้างที่แบนกว้างที่สุดกว่าปืนใดๆ ช่างแกะสามารถใส่จินตนาการณ์หรืออารมณ์ของงานศิลป์ลงไปได้เต็มที่ ต้องสะกดใจตัวเองครับ เวลาดูความงามเหล่านี้ และอย่าไปถามราคา เพราะจะทำให้อารมณ์อันสุนทรีสะดุดไป งานศิลป์ข้างปืนลูกซองอาจมีราคาสูงถึง 50,000 ยูโร ยังไม่รวมค่าปืนนะครับ นั่นคือความแพง

ลองนึกเหมือนเราๆท่านๆ มีบ้าน เราก็สามารถอยู่อาศัย มีความสุขสบายดีแล้ว เราไปเห็นบ้านข้างๆมีสนามหญ้า จัดสวนสวยงาม ภายในบ้านแขวนรูปวาดสวยงาม มีงานศิลปตั้งโชว์ ก็คิดเปรียบเทียบได้คล้ายๆกับครับ ก็บ้านที่มีความสุข อยู่กันพร้อมหน้า เหมือนๆกันใช่ไหมครับ ปืนลูกซองกระบอกดำปี๋ กับกระบอกแกะลายสวยงาม ยิงได้แต้ม หรือยิงไปได้กลุ่มเหมือนกันครับ ต่างกันแค่ความสุขของเจ้าของเท่านั้น ความแม่นยำไม่ต่างกันเลย  นั่นแหละครับ ปืนถูกกับปืนแพง

ขอพักเดี๋ยว เดี๋ยวค่อยมาต่อเรื่อง ความหมายของการยิงง่ายกับยิงยาก ในมุมมองแบบกีฬา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 03, 2006, 11:06:15 AM
ผมเชื่ออยู่อย่างครับว่าปืนถูกกับปืนแพงยังไงก็ใช้งานได้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องมีความแตกต่างอยู่ไม่ใช่น้อยครับ ยกตัวอย่างว่าผมขับรถกระบะไปเชียงใหม่กับท่านขับรถBMWไปเชียงใหม่ ยังไงก็ถึงเหมือนกันครับแต่กว่าจะถึงมันก็มีความแตกต่างอยู่มากครับ รอพี่ลูกซองสั้นมาเล่าต่อดีกว่าครับสนุกกว่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 03, 2006, 06:11:52 PM


ในการล่าสัตว์ ความสามารถในการสังหารสัตว์อย่างแม่นยำและแน่นอน ย่อมเป็นที่ถูกอกถูกใจของนายพราน ลองเปรียบเทียบการใช้ปืนลูกกรดยิงนกที่เกาะบนต้นไม้ ผมว่าเป้าหมายขนาดเล็กๆนั้นยิงโดนยากนะครับ แล้วเป้าเดียวกันเราใช้ปืนลูกซอง แค่ยกปืนขึ้นชี้ไปที่เป้าให้ตรง เป้าที่อยู่นิ่งๆจะหลุดรอดกลุ่มลูกปรายขนาดกระด้งไปได้เหรอ  ปืนลูกซองยิงง่ายก็เป็นดังนี้แหละครับ

แต่ปืนลูกซองก็มีเสน่ห์อย่างนึงครับในการยิงเป้าเคลื่อนที่ ปืนลูกซองไม่ใช่ว่ายิงตรงเป็นปืนแสงเลเซอร์ในหนัง Star War นะครับ ถ้าเป้าหมายอยู่นิ่งๆใช้ปืนลูกซองก็ยิงโดนง่ายๆครับ แต่ถ้าเป้าหมายนั้นกำลังบินหนี ปืนลูกซองเองโอกาสยิงโดนเป้าก็เริ่มจะลดลงแล้วครับ ความยิงยากเริ่มมีมากขึ้น ระยะเหมาะสมไหม ระยะใกล้ใช้โช้คกว้าง ระยะไกลใช้โช้คแคบ เป้าหมายขนาดใหญ่หรือเล็กแค่ไหน ต้องเลือกเบอร์ลูกปรายให้เหมาะสม แล้วเป้าหมายนั้นบินหนีเร็วมากไหม ต้องเล็งดักหน้าครับ พอยิงไม่โดน .....เออ  ...มันก็เป็นปืนที่ยิงยากนะ....


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 03, 2006, 06:32:33 PM
ตกลงสั่งรุ่นพานท้ายปรับได้มา ถ้าจำเป็นต้องตัดพานท้ายให้สั้น ตัดเนื้อไม้ออกประมาณ 1 นิ้ว จะมีผลต่อการยิง,ความสมดุลย์ของตัวปืนหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 03, 2006, 07:16:26 PM
คุณ teay ครับ  ตัดออกแค่ครึ่งเซ็นต์พอครับ lenght of pull จาก 373 mm.ตัดเหลือ  368 mm.ให้เริ่มจากระยะนี้ก่อน ถ้ายังรู้สึกว่ายาวไปก็ตัดได้อีกให้เหลือ 365 mm. สั้นกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ เสียปืนจริงๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 03, 2006, 07:26:24 PM



ท่าน ลูกซองสั้น ลืมอีกอย่างเรื่อง ปืนถูกกับปืนแพง

ปืนแพงนั้นอยู่ที่กลไกด้วยครับและยิ่งลำกล้องกับโช๊ค ก็ทำให้แพง ส่วนค่าแกะลายไม่เกินราคาปืนแน่ ยกเว้นปืนโหลแล้วแกะลาย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 03, 2006, 07:47:00 PM
สอบถามคุณลูกซองสั้น   กระบอกเดิม(ComLANBER)ที่ยิงอยู่ตัดด้ามออก 1 นิ้ว เพราะเป็นคนตัวเล็ก แล้วด้ามปรับได้ของ 682 gold e จะมีเนื้อไม้ให้พอตัดหรือเปล่า จะแก้ไขอย่างไร  และกลัวเสียปืน,ความสมดุล


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 03, 2006, 07:52:29 PM
ตกลงสั่งรุ่นพานท้ายปรับได้มา ถ้าจำเป็นต้องตัดพานท้ายให้สั้น ตัดเนื้อไม้ออกประมาณ 1 นิ้ว จะมีผลต่อการยิง,ความสมดุลย์ของตัวปืนหรือเปล่า

ซื้อแล้ว ก็ ตัดใจแล้ว ว่าของเราดีที่สุดแล้วหาคนอื่นเทียมเราอยาก เชื่อมั่นว่ายิงต้องได้เต็มเท่านั้น

 ก่อนตัดต้องดูด้วยว่าปืนใหม่เลย หรือ ปืนผ่านมือใครมาก่อน เคยตัดมาหรือยัง และ เวลาตัดอย่าให้ช่างไม้ตัด ปืนจะเสีย

ท่านลูกซองสั้นลืม บอก เรื่อง Pitch กรุณาอธิบายด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 03, 2006, 08:16:44 PM
สอบถามคุณลูกซองสั้น กระบอกเดิม(ComLANBER)ที่ยิงอยู่ตัดด้ามออก 1 นิ้ว เพราะเป็นคนตัวเล็ก แล้วด้ามปรับได้ของ 682 gold e จะมีเนื้อไม้ให้พอตัดหรือเปล่า จะแก้ไขอย่างไร และกลัวเสียปืน,ความสมดุล
ตอบแทนพี่เค้าหน่อยนะครับว่าตัดหนึ่งนิ้วไม่ได้ครับไม้ไม่พอแน่ ถ้าจะเอาแบบนั้นต้องสั่งตัวSPORTINGมาครับเพราะเป็นพานท้ายธรรมดา แต่ตัดมากก็คงเสียปืนอย่างพี่เค้าว่าจริงๆน่ะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 03, 2006, 08:33:32 PM
ถ้าจะแก้ปัญหาด้วยการหาช่างเหลาพานท้ายขึ้นมาใหม่จะได้หรือเปล่า  คงไม่มีเงินบินไปวัดตัว-สั่งทำที่โรงงานเมืองนอกแน่ๆ พี่ๆช่วยแนะนำหน่อย  สงสาร SKEET มือใหม่ด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 03, 2006, 08:49:08 PM
682นี่พานท้ายไม้ก็งามพอควรนะครับยิ่งถ้าเอามาเหลาใหม่ผมว่าช่างบ้านเราทำแล้วคงเละแน่เลยครับ ผมว่าถ้าจะทำแบบนั้นจริงๆซื้อปืนยี่ห้ออื่นดีกว่าครับถึงแม้มันจะเป็นปืนไม่แพงแต่ผมก็เสียดายแทนจริงๆ ลองเข้าไปดูBETTINSOLIที่ร้านสิงห์ทองด้วยซิครับเผื่อถูกใจราคาแค่85000เท่านั้นเอง เท่าที่ผมทราบยี่ห้อนี้ดีทีเดียวเอาเป็นว่าอยู่เมืองเดียวกับเบเร็ตต้าก็แล้วกันฝีมือและคุณภาพคงไม่หนีกันเท่าไร แถมได้ของถูกกว่าอีกด้วยผมยังยุให้เพื่อนผมไปเอาไว้กระบอกนึงเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 03, 2006, 08:53:16 PM


ช่างปอ๋ก(พยนต์)พอได้ อยู่แถวศาลเจ้าพ่อเสือ

 ปืนSkeet


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 03, 2006, 09:09:14 PM
ท่านลูกซองสั้น และ ท่าน FABBRI อธิบายได้ชัดเจนมากครับ..ปืนลูกซองเป็นปืนที่มีเสน่ห์น่าศึกษา จะว่ายิงง่ายก็ไม่ไช่ จะว่ายิงยากก็ไม่เชิง..บ้านเราไม่ค่อยให้ความสนใจปืนลูกซองกัน เห็นว่าเป็นปืนชาวบ้าน ยิงยังไงก็โดน ปืนสั้นหรือไรเฟิลมันถึงจะโก้  ;D
...จริงๆแล้วผมว่าเราควรเริ่มต้นศึกษาปืนลูกซองให้ถ่องแท้เสียก่อน เพราะปืนสั้นกับไรเฟิลก็มีพื้นฐานมาจากปืนลูกซอง
..ผมว่ายังมีหลายๆคนเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับปืนลูกซองนะ.. 8)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 03, 2006, 09:21:57 PM
คุณteayช่วยเช็คPMด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 04, 2006, 08:11:48 AM
สอบถามคุณลูกซองสั้น กระบอกเดิม(ComLANBER)ที่ยิงอยู่ตัดด้ามออก 1 นิ้ว เพราะเป็นคนตัวเล็ก แล้วด้ามปรับได้ของ 682 gold e จะมีเนื้อไม้ให้พอตัดหรือเปล่า จะแก้ไขอย่างไร และกลัวเสียปืน,ความสมดุล

ผมเห็นปืนสกีตของ 682 Gold E ก็มีรุ่นพานท้ายธรรมดานะครับ ปืนสกีตไม่ต้องปรับพานท้ายหรอกครับ ทีแรกอ่านข้อความของคุณแล้วผมเข้าใจว่าเป็นปืนแทรป ถ้าเป็นปืนสกีตก็อาจจะตัดได้จนเหลือ  360 mm. ครับ

ที่ผมกล่าวถึงสมดุลเวลายิง ผมไม่ได้หมายถึงน้ำหนักหัวท้ายของปืนนะครับ แต่ผมหมายถึงความพอดีของระยะชิดของมุมบนของพานท้ายที่ชิดกับร่องไหล่ของเราเวลายิงต่างหาก อ่านแล้วอย่างง แน่นอนครับ ยกปืนขึ้นประทับ พานท้ายจะสั้นหรือยาวก็ต้องชิดลงไปในร่องไหล่ครับ แต่ว่าการยิงเป้าบิน เป็นการยิงปืนยาวที่มีการหมุนตัว เพื่อไล่ยิงเป้าไปซ้ายหรือขวา อันนี้แหละครับ พานท้ายที่ยาวเกินไปสำหรับคนมือขวาจะหมุนขวาได้ไม่สุด มันติดวง และถ้าพานท้ายสั้นเกินไป ก็จะหลุดจากร่องไหล่เวลาสุดวงหมุน และปืนจะถีบมาก เพราะมีช่องว่างให้ปืนดิ้นได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ มิถุนายน 04, 2006, 08:34:49 AM
ท่านลูกซองสั้น และ ท่าน FABBRI อธิบายได้ชัดเจนมากครับ..ปืนลูกซองเป็นปืนที่มีเสน่ห์น่าศึกษา จะว่ายิงง่ายก็ไม่ไช่ จะว่ายิงยากก็ไม่เชิง..บ้านเราไม่ค่อยให้ความสนใจปืนลูกซองกัน เห็นว่าเป็นปืนชาวบ้าน ยิงยังไงก็โดน ปืนสั้นหรือไรเฟิลมันถึงจะโก้ ;D
...จริงๆแล้วผมว่าเราควรเริ่มต้นศึกษาปืนลูกซองให้ถ่องแท้เสียก่อน เพราะปืนสั้นกับไรเฟิลก็มีพื้นฐานมาจากปืนลูกซอง
..ผมว่ายังมีหลายๆคนเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับปืนลูกซองนะ.. 8)

แอบๆ ฟังพี่ๆเขาคุยกันครับ
ผมก็ชอบลูกซองครับ
 ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ มิถุนายน 04, 2006, 08:56:53 AM
 แฝดขนาน กับแฝดซ้อน มีข้อดีข้อด้อยอย่างไรครับ ผมว่าลูกซอง เป็นปืนที่ใช้ศิลปะ การยิงปืนขั้นสูงเลยหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปืน เลือกโช๊ค หรือเลือกกระสุน นี่คือ ความงดงามของปืนลูกซองครับ .... แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย คงต้องเข้ามาแอบอ่านบ่อย ๆ  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 04, 2006, 09:25:33 AM
ขอถามคุณลูกซองสั้นว่า...
ที่สั่งปืนรุ่นที่พานท้านปรับได้ก็เพราะรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า และราคาก็ต่างกันไม่มาก
พอได้มาอ่านจากกระทู้นี้แล้วก็กังวลอยู่เหมือนกัน ก็เลยโทรไปสั่งพานท้ายธรรมดาเพิ่มอีก 1 อัน
ก็เลยอยากถามว่าจะมีวิธีการที่เราจะวัดและตัดพานท้ายอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับผู้ยิง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 04, 2006, 10:18:27 AM
แฝดขนาน กับแฝดซ้อน มีข้อดีข้อด้อยอย่างไรครับ ผมว่าลูกซอง เป็นปืนที่ใช้ศิลปะ การยิงปืนขั้นสูงเลยหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปืน เลือกโช๊ค หรือเลือกกระสุน นี่คือ ความงดงามของปืนลูกซองครับ .... แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย คงต้องเข้ามาแอบอ่านบ่อย ๆ ;D ;D ;D
เท่าที่ผมทราบนะครับ(ตอบแบบมั่วๆหน่อย)แฝดซ้อนมีการวางลำกล้องในแนวเดียวกันเวลาเรายิงปืนจะถีบไม่ไปซ้ายหรือขวาครับและการที่ลำกล้องซ้อนกันอยู่ก็ช่วยให้แรงถีบน้อยลงบ้าง เวลาเลงเป้าก็จะแม่นยำกว่าปืนแฝดขนานฉนั้นปืนแบบนี้นักกีฬาถึงได้นิยมใช้ไงครับ
 แฝดขนานโดยทั่วไปแล้วจะทำออกมาเป็นปืนล่าสัตว์เพราะว่าเวลาเราหักคอปืนแล้วเอาพาดที่แขนหรือที่ไหล่จะทำได้สะดวกกว่า ข้อเสียคือปืนจะถีบซ้ายทีขวาทีขาดความแน่นอนสู้แฝดซ้อนไม่ได้ครับ
 เอาเป็นว่าให้พี่ๆเค้าตอบอีกทีดีกว่านะครับคงจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้มากผมเองก็มือใหม่ครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 04, 2006, 10:22:05 AM
ขอถามคุณลูกซองสั้นว่า...
ที่สั่งปืนรุ่นที่พานท้านปรับได้ก็เพราะรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า และราคาก็ต่างกันไม่มาก
พอได้มาอ่านจากกระทู้นี้แล้วก็กังวลอยู่เหมือนกัน ก็เลยโทรไปสั่งพานท้ายธรรมดาเพิ่มอีก 1 อัน
ก็เลยอยากถามว่าจะมีวิธีการที่เราจะวัดและตัดพานท้ายอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับผู้ยิง
ไปที่สนามยิงเป้าบิน แล้วบอกโค๊ชต่างชาติให้ช่วยดูว่าควรจะตัดเท่าไร โดยการประทับปืนให้เขาดู แล้วเอาไปให้ช่างพยน์ตัด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 04, 2006, 12:33:50 PM
เรียนท่าน ou boy ถ้าคิดจะยิงเป้าบินเพื่อให้ได้ติด ทีมชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ มีปืนให้เลือก แค่ 3-4 กระบอกเท่านั้น

ถ้านอกเหนือจากนี้แล้วใช้ แค่ยิงเล่นถึงแม้ จะยิงเก่งแค่ไหนก็ไปไม่ถึงดวงดาว

1. Perazzi MX 8 เท่านั้น ( MX 10 ก็คือ MX8แล้ว ทำให้ปรับ พานท้ายกับ Rib ได้ ปรับไปปรับมา ประสาทกินอีก)

2. Beretta  ASE gold  หรือ DT 10  หรือ 682Gold .

3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว

4. Beretta so5 แพงเกิน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 04, 2006, 02:42:05 PM
ขอถามคุณลูกซองสั้นว่า...
ที่สั่งปืนรุ่นที่พานท้านปรับได้ก็เพราะรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า และราคาก็ต่างกันไม่มาก
พอได้มาอ่านจากกระทู้นี้แล้วก็กังวลอยู่เหมือนกัน ก็เลยโทรไปสั่งพานท้ายธรรมดาเพิ่มอีก 1 อัน
ก็เลยอยากถามว่าจะมีวิธีการที่เราจะวัดและตัดพานท้ายอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับผู้ยิง

พูดกันตรงๆแล้ว พานท้ายปรับได้ทำให้ความงามและความคลาสิคของปืนลูกซองลดลงไปมากครับ คุณ teay เคยลองปืน Remington 1100  11/87  บ้างไหมครับ พานท้ายที่ติดมากับปืน Remington ทั้งสองรุ่นนี้แหละ มีมิติความสูงและความยาวเหมาะกับเป็นปืนสกีตที่สุดครับ ถ้าหากระบอกที่ลำกล้องยาว 26 นิ้วได้ แล้วใส่โช้ค improve cylinder จะเป็นปืนที่เหมาะกับเกมส์สกีตและสปอร์ตติ้งเคลย์ด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 04, 2006, 02:55:19 PM
เรียนท่าน ou boy ถ้าคิดจะยิงเป้าบินเพื่อให้ได้ติด ทีมชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ มีปืนให้เลือก แต่ 3-4 กระบอกเท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนี้แล้วใช่แค่ยิงเล่นถึงแม้ จะยิงเก่งแค่ไหนก็ไปไม่ถึงดวงดาว
1. Perazzi MX 8 เท่านั้น ( MX 10 ก็คือ MX8แล้ว ทำให้ปรับ พานท้ายกับ Rib ได้ ปรับไปปรับมา ประสาทกินอีก)
2. Beretta ASE gold หรือ DT 10 หรือ 682Gold .
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว
4. Beretta so5 แพงเกิน


ผมว่าตัดข้อ 3  กับข้อ  4  ออกไปเถอะครับ หาอะไหล่ยากแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 04, 2006, 06:49:06 PM
เรียนท่าน ou boy ถ้าคิดจะยิงเป้าบินเพื่อให้ได้ติด ทีมชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ มีปืนให้เลือก แต่ 3-4 กระบอกเท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนี้แล้วใช่แค่ยิงเล่นถึงแม้ จะยิงเก่งแค่ไหนก็ไปไม่ถึงดวงดาว
1. Perazzi MX 8 เท่านั้น ( MX 10 ก็คือ MX8แล้ว ทำให้ปรับ พานท้ายกับ Rib ได้ ปรับไปปรับมา ประสาทกินอีก)
2. Beretta ASE gold หรือ DT 10 หรือ 682Gold .
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว
4. Beretta so5 แพงเกิน



ผมว่าตัดข้อ 3 กับข้อ 4 ออกไปเถอะครับ หาอะไหล่ยากแล้ว
อะไหล่หาไม่ยากเพียงแต่ซ่อมในขณะแข่งยากสำหรับ Browning


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: GLOCK 36 ที่ มิถุนายน 04, 2006, 07:03:07 PM
ข้อ 2 ถ้าให้ไล่ราคามีราคาอะไรบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 04, 2006, 08:35:05 PM
เรียนท่าน ou boy ถ้าคิดจะยิงเป้าบินเพื่อให้ได้ติด ทีมชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ มีปืนให้เลือก แต่ 3-4 กระบอกเท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนี้แล้วใช่แค่ยิงเล่นถึงแม้ จะยิงเก่งแค่ไหนก็ไปไม่ถึงดวงดาว
1. Perazzi MX 8 เท่านั้น ( MX 10 ก็คือ MX8แล้ว ทำให้ปรับ พานท้ายกับ Rib ได้ ปรับไปปรับมา ประสาทกินอีก)
2. Beretta ASE gold หรือ DT 10 หรือ 682Gold .
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว
4. Beretta so5 แพงเกิน

ขอบคุณครับพี่ที่แนะนำปืนที่ผมอยากได้ตอนนี้ก็มีตามนี้อยู่แล้วครับ SO5  DT10-EELL  MX8-SCO แต่ผมคงไม่เอาดีทางด้านเป้าบินหรอกครับเพียงแค่อยากหัดไว้บ้างเท่านั้นครับ แต่ลองแล้วอาจจะติดก็ได้ผมเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมชอบไปยิงเป้าบินตามธรรมชาติมากกว่าครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 04, 2006, 08:46:36 PM
พี่ครับมีข้อนึงที่ผมสงสัยมานานแล้วคือว่าทำไมนักกีฬาส่วนมากถึงนิยมใช้PERAZZIมากกว่า BERETTAครับ คือผมอยากทราบถึงข้อดีข้อเสียของสองตัวนี้น่ะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 04, 2006, 08:50:14 PM
Beretta ตระกูล 682 เป็นปืนรุ่นราคาย่อมเยาที่สุดแล้วครับ มีมาตั้งแต่ 682  682 Gold และเดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็น Gold E ทางโรงงานคงจะลดต้นทุนการผลิตลงบ้าง เพราะฝีมือการผลิตรุ่น Gold E หยาบลงเล็กน้อย

รุ่นที่ราคาสูงขึ้นมาจะเป็น DT 10 เป็นรุ่นที่สามารถถอดชุดลั่นไกออกมาได้ทางด้านล่าง ราคาสูงกว่า 682 Gold E ร่วมเท่าตัว

และรุ่นสูงสุด SO5 ใช้ชุดลั่นไกแบบ  side lock สุดจะแพงครับ ทุกวันนี้ไม่มีใครใช้ยิงแข่งแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 04, 2006, 09:07:55 PM
Beretta ตระกูล 682 เป็นปืนรุ่นราคาย่อมเยาที่สุดแล้วครับ มีมาตั้งแต่ 682 682 Gold และเดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็น Gold E ทางโรงงานคงจะลดต้นทุนการผลิตลงบ้าง เพราะฝีมือการผลิตรุ่น Gold E หยาบลงเล็กน้อย

รุ่นที่ราคาสูงขึ้นมาจะเป็น DT 10 เป็นรุ่นที่สามารถถอดชุดลั่นไกออกมาได้ทางด้านล่าง ราคาสูงกว่า 682 Gold E ร่วมเท่าตัว

และรุ่นสูงสุด SO5 ใช้ชุดลั่นไกแบบ side lock สุดจะแพงครับ ทุกวันนี้ไม่มีใครใช้ยิงแข่งแล้วครับ



ยังไม่ได้บอกเรื่อง Ase gold เลย

ouboy นักกีฬาใช้ Perazzi มากกว่าเพราะ สั่งได้ตามใจชอบ
ส่วน Beretta สังตามใจของฉันไม่ง้อลูกค้า เพราะขายปืนรุ่นอื่นมากกว่า



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 04, 2006, 11:12:31 PM
Beretta รุ่นถอด ชุดลั่นไกได้ รุ่นแรกออกมาใช้ชื่อรุ่นว่า ASE90 ออกมาเพื่อตอบโจทย์ของ Perazzi MX8 ปืนแข่งขันที่สามารถถอดชุดลั่นไกออกมาซ่อมกลไกภายในได้โดยสะดวก แต่จงใจทำให้เหนือกว่า Perazzi โดย Beretta ASE 90 ใช้เหล็ก Boehler antinit steel ทำลำกล้อง ซึ่งเหล็กเบอร์นี้ ใช้ทำลำกล้องปืนเกรดสูงตระกูล SO  side lock ครับ  ASE 90 รุ่นแรกที่ออกมา มีการแกะลายรูป ห่วงห้าห่วงสัญญลักษณ์กีฬาโอลิมปิค แกะบน Receiver สีเงินขาวนวล สวยที่สุด  ออกขายได้ไม่ทันกี่กระบอกเลย โดนคณะกรรมการโอลิมปิคสากลฟ้องซะเดี้ยงเลย หยุดผลิตแทบไม่ทัน Beretta เลยเปลี่ยนลายด้านข้างเป็นช่อมะกอกล้อมรอบตรา PB เครื่องหมายการค้าของตัวเอง ASE 90 ออกขายได้ไม่นานก็เจอนักยิงปืนบ่นเรื่องปืนลั่นเวลาเสียบชุดลั่นไกกลับเข้าที่ ซึ่งผู้ออกแบบออกมาด่านักยิงปืนว่าทำอะไรโง่ๆ ปืนบรรจุกระสุนอยู่ ใครเขาจะมาถอดใส่ชุดลั่นไกเล่นกัน ทำไมไม่ถอดกระสุนออกก่อน แฮะๆ  ASE90 ถูกถอดออกจากสายการผลิตอีก งวดนี้ยาวเลยครับ สองสามปีต่อมา Beretta รุ่นถอดชุดลั่นไกได้ ก็ออกรุ่นใหม่ เป็นชื่อ ASE Gold รุ่นนี้ ทำ receiver เป็นสีทองแดง โรงงานเรียกว่า grey stone ด้านข้างเป็นรูป ถ้วยทอง รุ่น Gold มีวิธีการถอดชุดลั่นไกที่ยุ่งยากกว่าครับ คือเดิมแค่ผลักปุ่มเซฟไปข้างหน้าชุดลั่นไกก็จะถอดออกได้ (เหมือน Perazzi MX8) กลายเป็น ผลักปุ่มเซฟไปข้างหน้าค้างไว้แล้วผลักหางเหยี่ยวเปิดปืน ขลุกขลักจนถูกแฟนปืน Perazzi ล้อเลียน  ตลอดเวลา ASE ทุกรุ่นใช้ Boehler antinit steel ทำลำกล้อง ทำให้ปืนมีราคาสูง ขายยาก Beretta เลยจำใจต้องกลับมาใช้เหล็กลำกล้องธรรมดาเหมือนปืนตระกูล 682 เพื่อให้มีต้นทุนการผลิตลดลง และเรียกชื่อปืนถอดชุดลั่นไกได้รุ่นปัจจุบันว่า  DT 10    DT ย่อมาจาก  Detachable trigger 

ผมจำประวัติความเป็นมาของ ASE ได้ซะยาว ก็เพราะมันเป็นปืนที่ผมชอบมากกกก ผมติดตามหาซื้อมันเป็นปี จนได้มาครอบครอง เคยผ่านมือเข้ามาตั้งสี่กระบอก สุดท้ายก็ขายต่อไปจนเหลือไว้แค่กระบอก ASE 90 กระบอกเดียว สาเหตุก็เพราะผมยิง Perazzi MX8 ได้แต้มดีกว่าจริงๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 04, 2006, 11:32:39 PM
ฟังแล้วผมอยากไปหัดยิงปืนบ้างเลยครับ คือผมอยากรู้ถึงความแตกต่างเวลาใช้งานของปืนน่ะครับ ที่ผ่านมาก็ได้แต่ยิงๆไปไม่ได้สนใจอะไรมากมายถูกบ้างไม่ถูกบ้าง :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 05, 2006, 08:09:38 AM
ถ้าเป้าที่จะยิงอยู่นิ่งกับที่ ใช้ปืนลูกซองอะไรก็ได้ครับ หรือถ้าได้ Remington 11/87 ก็หรูแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 05, 2006, 09:01:50 AM
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว

เรียนท่าน ou boy ถ้าคิดจะยิงเป้าบินเพื่อให้ได้ติด ทีมชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ มีปืนให้เลือก แต่ 3-4 กระบอกเท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนี้แล้วใช่แค่ยิงเล่นถึงแม้ จะยิงเก่งแค่ไหนก็ไปไม่ถึงดวงดาว
1. Perazzi MX 8 เท่านั้น ( MX 10 ก็คือ MX8แล้ว ทำให้ปรับ พานท้ายกับ Rib ได้ ปรับไปปรับมา ประสาทกินอีก)
2. Beretta ASE gold หรือ DT 10 หรือ 682Gold .
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว
4. Beretta so5 แพงเกิน

ผมว่าตัดข้อ 3 กับข้อ 4 ออกไปเถอะครับ หาอะไหล่ยากแล้ว


 :~) 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 05, 2006, 09:12:45 AM
ถ้าเป้าที่จะยิงอยู่นิ่งกับที่ ใช้ปืนลูกซองอะไรก็ได้ครับ หรือถ้าได้ Remington 11/87 ก็หรูแล้ว
ตัวนี้มีแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 05, 2006, 11:13:30 AM
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว

เรียนท่าน ou boy ถ้าคิดจะยิงเป้าบินเพื่อให้ได้ติด ทีมชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ มีปืนให้เลือก แต่ 3-4 กระบอกเท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนี้แล้วใช่แค่ยิงเล่นถึงแม้ จะยิงเก่งแค่ไหนก็ไปไม่ถึงดวงดาว
1. Perazzi MX 8 เท่านั้น ( MX 10 ก็คือ MX8แล้ว ทำให้ปรับ พานท้ายกับ Rib ได้ ปรับไปปรับมา ประสาทกินอีก)
2. Beretta ASE gold หรือ DT 10 หรือ 682Gold .
3. Browning บางรุ่น แต่ก็ล้าสมัยไปแล้ว
4. Beretta so5 แพงเกิน

ผมว่าตัดข้อ 3 กับข้อ 4 ออกไปเถอะครับ หาอะไหล่ยากแล้ว


 :~)

คุณ อ๋อง 

F1 ที่มีอยู่ยังใช้ได้อยู่ครับ เพียงแต่เป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเอง

อ้อ คำว่าไม่มีอะไหล่  จะว่าไป อะไหล่ก็หากันได้แค่ Perazzi   Beretta ตระกูล 682  ตระกูล ASE เท่านั้นเองครับ นอกนั้น ตัวใครตัวมัน ไม่มีเพื่อนแล้วครับ   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 05, 2006, 01:02:09 PM
คุณ อ๋อง

F1 ที่มีอยู่ยังใช้ได้อยู่ครับ เพียงแต่เป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเอง

อ้อ คำว่าไม่มีอะไหล่ จะว่าไป อะไหล่ก็หากันได้แค่ Perazzi Beretta ตระกูล 682 ตระกูล ASE เท่านั้นเองครับ นอกนั้น ตัวใครตัวมัน ไม่มีเพื่อนแล้วครับ

(http://ipsc.invisionzone.com/style_emoticons/default/blush.gif) เพียงหนึ่งเดียวเพราะโรงงานผลิตแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นน่ะสิครับ 
แล้วพวก Kemen หรือ Krieghoff  ยิ่งแล้วใหญ่เลยใช่ไหมครับ ?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 05, 2006, 01:04:49 PM
อะไหล่หาไม่ยากเพียงแต่ซ่อมในขณะแข่งยากสำหรับ Browning

พอจะยกกรณีตัวอย่างได้ไหมครับ เช่น ชิ้นไหนของบราวนิงมักเสียบ่อยระหว่างแข่ง เท่าที่พบมาครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 05, 2006, 07:05:02 PM
เรียนท่าน ลูกซองสั้น
  แน่ใจหรือครับว่าเมืองไทยมี Ase 90 เกิน 1 กระบอก เท่าที่จำได้มีแค่กระบอกเดียว และ กว่าเจ้าของจะขายให้ต้องเสียค่าโทรกับนำลายหลายแก้วจนเจ้าของรำคาญเลยขายให้ ถ้าผ่านมือ 4 กระบอกน่าจะที่ sing หรือ เจ้ HK มากกว่า
  ASE Gold ที่อยู่ในเมืองไทยเวลานี้ (ยกเว้นกระบอกที่มีลำกล้องอะไหล่) เป็นปืนที่ผลิตจากโรงงาน20กระบอกแรก แล้วส่งมาเมืองไทย 8-10 กระบอก ที่ผ่านมือ4กระบอกน่าจะเป็นASE GOLD อีกอย่างที่ASE GOLD ต่างจาก ASE90 นอกจากถอดชุดลั่นไกแล้ว FOREND ก็ออกแบบใหม่ด้วย ที่รู้เพราะ Beretta จ่ายค่าออกแบบเป็นปืน30กระบอก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 05, 2006, 07:19:12 PM
อะไหล่หาไม่ยากเพียงแต่ซ่อมในขณะแข่งยากสำหรับ Browning

พอจะยกกรณีตัวอย่างได้ไหมครับ เช่น ชิ้นไหนของบราวนิงมักเสียบ่อยระหว่างแข่ง เท่าที่พบมาครับ
ท่าน Choltit
อะไหล่ที่เสียก็ EJECTOR หัก ส่วนนกกับไกเสียเพราะคนมือบอนชอบแต่งนอกนั้นไม่ค่อยเห็นเสียบางกระบอกใช้มาเกิน20ปีก็ไม่ต้องซ่อมเพราะมือไม่บอนโรงงานทำมาอย่างไรก็ใช้อย่างนั้นเพราะเขาทำมาดีแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 05, 2006, 10:51:06 PM
งั้นก็หมายความว่า Ejector รายการเดียว ถ้าไม่มือบอน  :)
แต่ Ejector ชิ้นเดียวก็เปลี่ยนยากแล้ว  น่าจะมีสองกระบอก(สำรอง)เหมาะกว่า.........


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 05, 2006, 11:22:00 PM
Ejector เปลี่ยนง่ายมากถ้ารู้วิธี แต่ต้องมีอะไหล่ที่ทำเรียบร้อยแล้ว บางท่านซื้อมาโดยที่ยังไม่เรียบร้อยเช่นยังไม่ได้ปาดขอบจานท้าย แต่ถ้าได้อะไหล่ที่เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาเปลี่ยน เร็วกว่าใส้กรองอากาศรถหลายเท่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 06, 2006, 02:07:44 AM
โทรถามราคาหนังสือมาแล้วครับพี่ เค้าบอกว่าที่ร้านเป็นเหมือนห้องสมุดเล็กๆเลยและมีหนังสือดีๆมากมายครับแต่ที่นำมาลงในเวปไว้มีเก้าเล่มเพราะทั้งเก้าเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดและ(เป็นหนังสือที่หายากมาก)ผมเรียงราคาตามเล่มที่ลงในเวปเลยนะครับไม่พิมพ์ชื่อให้ด้วยเพราะชื่อยาวเหลือเกิน :~)
1.$110
2.$110
3.$149
4.$149
5.$149
6.$110
7.$110
8.$149
9.$125
 ผมมีข้อสงสัยข้อนึงครับคือว่า MARCO E. NOBILI คือใครครับเห็นเขียนหนังสือมากเหลือเกิน ท่าทางคงจะเป็นปรมาจารย์ทางด้านปืนแฝดเลยมั้งครับ ???ถึงได้เขียนหนังสือได้มากมายขนาดนี้
  ;D ตอนนี้ผมอยากอ่านมากเลยครับ :D~



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 06, 2006, 05:22:33 AM
พี่ Fabbri พี่อ่านข้อความของผมแล้วเข้าใจผิดครับ
ผมพิมพ์ว่าปืนตระกูล ASE เคยผ่านมือผมมาสี่กระบอก ก็ 90 ตัวเดียว Gold อีกสามไง นี่ไม่ได้นับ Gold sporting นะ เพราะไม่ทันได้เอาไปยิง

ASE 90 ในเมืองไทยยังมีปืนสกีตอีกกระบอกนึงนะครับ เคยเห็นสมาชิกยิงปืนจากสนาม ศ.ร.ภ. นำมายิงที่สนามเป้าบินครั้งเดียว ก่อนที่ผมจะได้กระบอกแทรปของผมเข้ามา ผมจำไม่ได้ว่าลายด้านข้างเป็นห่วงโอลิมปิคหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 06, 2006, 05:29:37 AM
คุณ อ๋อง

F1 ที่มีอยู่ยังใช้ได้อยู่ครับ เพียงแต่เป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเอง

อ้อ คำว่าไม่มีอะไหล่ จะว่าไป อะไหล่ก็หากันได้แค่ Perazzi Beretta ตระกูล 682 ตระกูล ASE เท่านั้นเองครับ นอกนั้น ตัวใครตัวมัน ไม่มีเพื่อนแล้วครับ

(http://ipsc.invisionzone.com/style_emoticons/default/blush.gif) เพียงหนึ่งเดียวเพราะโรงงานผลิตแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นน่ะสิครับ
แล้วพวก Kemen หรือ Krieghoff ยิ่งแล้วใหญ่เลยใช่ไหมครับ ?

ต้องบอกว่า You are home alone.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 06, 2006, 07:36:08 AM
ดีใจด้วยครับพี่อ๋องได้เป็นพระเอกหนังแล้ว :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 06, 2006, 04:39:10 PM
หนังเรื่องอะไรครับ  ใครเป็นนางเอก  จะวิ่งไปซื้อ VCD มาดู


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 06, 2006, 07:15:41 PM
ท่าน Choitit ปืน Browning F1 นั้นก็คือ Browning Model B125 Superposed Trap F 1 รุ่นที่แพงที่สุดของ o/u Browning   คือ Model   B25 superposed ที่ใช้แข่งระดับชาติกับพวกยิงนกระดับกระเป๋าค่อนข้างกลางๆ ไม่หนักมาก
B125 เป็นปืนที่ทำออกมาเมื่อปี 1988 ปัจจุบันน่าจะทำอยู่ โดยใช้อะไหล่จากญี่ปุ่นบางส่วนและส่งไปประกอบที่ เบลเยียม เพื่อลดราคาให้ถูกลงสำหรับผู้ที่อยากจะใช้ Browning มีทำออกมาทั้งขนาด 12G และ 20G มีทั้ง Hunting Superlight Sporting และ Trap เรียกว่า F1  มีลายให้เลือก 3 แบบ A B และ C ราคาค่าแกะลายเมื่อปี 1992 อยู่ที่ $ 2400-$3010 ลำกล้องยาว 30นิ้ว พานท้าย ยาว 14 1/16 นิ้ว  com 1 3/8" Heel1 3/4"  Forend     Semi Bertail Stock Oiled อะไหล่ใช้ได้กับปืน B25
อีกอย่างที่ท่านลูกซองสั้น บอกว่าอะไหล่หายากนั้น เพราะปืนไม่ต้องซ่อม ปืนที่อะไหล่หาง่ายเช่น Perazzi ต้องมีอะไหล่ไว้คอยซ่อม เพราะรู้ว่าคนซื้อต้องยิงให้คุ้มกับราคา ทางโรงงานเลยเตรียมไว้ให้เปลี่ยนง่ายๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 06, 2006, 07:31:15 PM
โทรถามราคาหนังสือมาแล้วครับพี่ เค้าบอกว่าที่ร้านเป็นเหมือนห้องสมุดเล็กๆเลยและมีหนังสือดีๆมากมายครับแต่ที่นำมาลงในเวปไว้มีเก้าเล่มเพราะทั้งเก้าเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดและ(เป็นหนังสือที่หายากมาก)ผมเรียงราคาตามเล่มที่ลงในเวปเลยนะครับไม่พิมพ์ชื่อให้ด้วยเพราะชื่อยาวเหลือเกิน :~)
1.$110
2.$110
3.$149
4.$149
5.$149
6.$110
7.$110
8.$149
9.$125
 ผมมีข้อสงสัยข้อนึงครับคือว่า MARCO E. NOBILI คือใครครับเห็นเขียนหนังสือมากเหลือเกิน ท่าทางคงจะเป็นปรมาจารย์ทางด้านปืนแฝดเลยมั้งครับ ???ถึงได้เขียนหนังสือได้มากมายขนาดนี้
 ;D ตอนนี้ผมอยากอ่านมากเลยครับ :D~



ทำไมราคาแพงขึ้นเมื่อก่อนสั่งซื้อที่ Safari press เล่มแพงที่สุดแค่ $100 เท่านั้น อีตา Marco วันๆไม่ได้ทำอะไรเดินเล่นแถวๆโรงงานปืนยิงปืนไม่เป็นเหมือน Muro Perazzi( ลูกเจ้าของโรงงาน) เหมือน ผมด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 08:44:57 AM
ก็คนเขียนคนนี้รึเปล่าครับ ที่เอารูปปืนของพี่ Fabbri ไปลงในหนังสือ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:54:28 AM
เจ้าของไม่ยอมใช้ดูปืนจริงผมดูในหนังสือเอาก็ได้ครับ :Pเพราะเห็นบอกว่าใน
IL GRANDE LIBRO DELLE INCISION FOURTH EDITION-MODERN ENGRAVINGS REAL BOOKเล่มใหม่นี้ มีรูปปืนใหม่ๆ200กระบอกที่ยังไม่เคยมีรูปลงในหนังสือเล่มไหนมาก่อนแต่เค้าเอามาลงในเล่มนี้ครับ :D~อีกไม่เกินสองวันหนังสือคงมาแล้วครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 04:11:28 PM
Aya ก็มีปืนสวยๆ ที่ราคาไม่แพงเหมือนกันนะครับ

(http://i6.tinypic.com/120gwo5.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 04:19:25 PM
(http://i6.tinypic.com/120gxnt.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 07, 2006, 04:41:06 PM
สวยครับ ราคาพอที่ผมจะเป็นเจ้าของได้..
เรียนถามพี่ลูกซองสั้นครับ
...ตัวนี้เป็น ระบบไซค์ล๊อค หรือทำไซค์เพลท ปิดไว้เฉยๆครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 05:05:25 PM
(http://i6.tinypic.com/120h07s.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 05:07:27 PM
(http://i5.tinypic.com/120h0ee.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 05:10:54 PM
(http://i5.tinypic.com/120hydu.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 05:41:05 PM
สวยครับ ราคาพอที่ผมจะเป็นเจ้าของได้..
เรียนถามพี่ลูกซองสั้นครับ
...ตัวนี้เป็น ระบบไซค์ล๊อค หรือทำไซค์เพลท ปิดไว้เฉยๆครับ

Box lock ครับ Aya  Model 4 E กระบอกนี้ เจ้าของสั่งพิเศษ (เลยแพงขึ้นอีกแยะเลย) คือ ลำกล้องยาว 30 นิ้ว ใช้ไม้เกรด Exhibition และสั่งให้ตีเส้นทองลงไปตามกรอบ ร้าน ม. ฮะกีมี เคยสั่งเข้ามาขายเมื่อสามสี่ปีก่อน เป็นรุ่น Model 4 ลำกล้อง 28 นิ้ว ไม้ธรรมดา ไม่มีเส้นทอง ปีนั้นตั้งราคาขายไว้ 62,000 บาท สนใจลองสอบถามทางร้านเองเลยครับ

ปัจจุบัน ใน catalog เปลี่ยนรุ่นเป็น Model 4/53 ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
 อีกอย่างนึง  ค่าเงินยูโรแพงขึ้นมาก ทำใจไว้นะครับ แต่ผมยืนยัน ฝีมือช่างสเปนไม่แพ้ช่างอิตาลีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 07, 2006, 06:04:45 PM
หนังเรื่องอะไรครับ ใครเป็นนางเอก จะวิ่งไปซื้อ VCD มาดู

เรื่องนี้ไม่มีนางเอกครับ   :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 07, 2006, 06:06:00 PM
Ejector เปลี่ยนง่ายมากถ้ารู้วิธี แต่ต้องมีอะไหล่ที่ทำเรียบร้อยแล้ว บางท่านซื้อมาโดยที่ยังไม่เรียบร้อยเช่นยังไม่ได้ปาดขอบจานท้าย แต่ถ้าได้อะไหล่ที่เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาเปลี่ยน เร็วกว่าใส้กรองอากาศรถหลาย่ท่า

เข้าใจเปรียบเทียบจังเลยนิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 06:31:26 PM
ก็รู้ว่ากำลังคุยกับใครอยู่ ถ้าไม่ยกตัวอย่างซ่อมรถแล้วไม่รู้จะยกตัวอย่างอะไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 07, 2006, 06:45:17 PM
ท่าน Choitit ปืน Browning F1 นั้นก็คือ Browning Model B125 Superposed Trap F 1 รุ่นที่แพงที่สุดของ o/u Browning คือ Model B25 superposed ที่ใช้แข่งระดับชาติกับพวกยิงนกระดับกระเป๋าค่อนข้างกลางๆ ไม่หนักมาก

ตอนซื้อ ผมยกเปรียบเทียบกับ B25 แล้วไม่ชอบครับ B25 หนักเกินไปสำหรับผม 
คือผมชอบปืนเบา  ยก F1 แล้วดรายดู ก็ถูกใจครับ  ไม่รู้ว่าความคิดนี้ถูกต้องหรือไม่

B125 เป็นปืนที่ทำออกมาเมื่อปี 1988 ปัจจุบันน่าจะทำอยู่ โดยใช้อะไหล่จากญี่ปุ่นบางส่วนและส่งไปประกอบที่ เบลเยียม

ผมเพิ่งทราบครับว่าทำตั้งแต่ปี 88
แคตตาล็อกที่เป็นเล่มไม่มี B125 มาระยะหนึ่งแล้ว  แต่บนเวปยังเห็น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายังทำอยู่หรือไม่
ที่ว่าส่งไปประกอบเบลเยียม คงเป็น Herstal's คัสตอมใช่ไหมครับ

เพื่อลดราคาให้ถูกลงสำหรับผู้ที่อยากจะใช้ Browning มีทำออกมาทั้งขนาด 12G และ 20G มีทั้ง Hunting Superlight Sporting และ Trap เรียกว่า F1 มีลายให้เลือก 3 แบบ A B และ C ราคาค่าแกะลายเมื่อปี 1992 อยู่ที่ $ 2400-$3010 ลำกล้องยาว 30นิ้ว พานท้าย ยาว 14 1/16 นิ้ว com 1 3/8" Heel1 3/4" Forend Semi Bertail Stock Oiled อะไหล่ใช้ได้กับปืน B25

ผมว่าปืนบราวนิงที่เป็นระดับตลาด แกะลายไม่สวยนะครับ
เคยดู B25 ก็เฉย ๆ  ผิดกับในแคตตาล็อกที่โชว์ฝีมือช่างแกะสุด ๆ ต่างกันลิบเลย
กระบอกที่ผมเลือก ชอบที่ไม้ครับ  ถูกใจทั้งลายและสี  แต่ตอนนี้ชีกพีซเก่าแล้ว  พี่แนะนำหน่อยสิครับว่าเปลี่ยนของอะไรดี ?

อีกอย่างที่ท่านลูกซองสั้น บอกว่าอะไหล่หายากนั้น เพราะปืนไม่ต้องซ่อม ปืนที่อะไหล่หาง่ายเช่น Perazzi ต้องมีอะไหล่ไว้คอยซ่อม เพราะรู้ว่าคนซื้อต้องยิงให้คุ้มกับราคา ทางโรงงานเลยเตรียมไว้ให้เปลี่ยนง่ายๆ

คือ Perazzi ค่อนข้างเป็นสัญญลักษณ์ชัดเจนว่าปืนแข่งขัน  จึงทำอะไหล่สำรองไว้และให้เปลี่ยนง่าย ๆ
แม็ชแข่งในต่างประเทศ ก็เห็นมีช่างโรงงาน มาประจำอยู่ข้างสนาม เหมือนพวกอันชูตส์
อีกอย่าง คนใช้ Perazzi เยอะ  ทำให้เราอาจเห็นคนเปลี่ยนอะไหล่เยอะตามไปด้วย ก็เป็นได้มั้งครับ

MX-8 ของผมก็ดูเหมือนลำกล้องที่เชื่อมบัดกรีไว้ แปลก ๆ เหมือนว่าจะหลุดอยากหาช่าง  :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 07:23:53 PM
ข้อที่1   อยู่ที่ว่าเอาไปยิงอะไร ปืนTrap จำเป็นที่ค่อนข้างหนัก ประมาณ 3.8กก ซื้อแล้วคิดไม่ผิด ถ้าคิดผิดก็ซื้อใหม่

    ข้อ   2 น่าจะยังทำอยู่ เพราะ B 425 B525 ยังมีอยู่ ครับ ปืนทำที่Herstal's แน่นอน เพราะผมตรวจที่ Custom Shop ก่อนส่งมาเมืองไทย และ F1 คงมีไม่มากแน่ๆ

    ข้อ   3 ถ้าจะให้ลายสวย ค่าแรงเริ่มที่ $5000 บางที่มันเอาเวลาที่ต้องทำงานให้เราไปตกปลาเพราะไม่มีอารมณ์แกะ เดี๋ยวปืนไม่สวยก็ต้องยอมเขา ตกปลาก็คิดจากเวลาที่เราจ้าง ไม่เข้าใจคำถามครับว่าจะเปลื่ยนอะไร สีไม้ หรือ ไม้ หรือปืน

      ข้อ  4 Perazzi 50 % ทำปืนแข่ง  50%ทำปืนยิงนก มีเหตุผลบางอย่างที่บอกไม่ได้ เพราะคนออกแบบขอให้ลืมที่เล่าให้ฟังว่าทำไมจึงออกแบบให้เปลี่ยนอะไหล่ง่ายๆและบ่อยๆรวมทั้งกฎกติกาที่ให้นักกีฬาใช้เวลาซ่อมปืนน้อยที่สุด

ลำกล้องที่เชื่อมไว้ไม่ดี ถ้าเป็นเช่นนั้นน่าจะ Rib แตกแล้วซ่อมใหม่ ส่วนมากจะเป็น Skeet เพราะชอบยิงคนเดียว ปืนก็เลยร้อนมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 07, 2006, 07:45:31 PM
ข้อที่1 อยู่ที่ว่าเอาไปยิงอะไร ปืนTrap จำเป็นที่ค่อนข้างหนัก ประมาณ 3.8กก ซื้อแล้วคิดไม่ผิด ถ้าคิดผิดก็ซื้อใหม่

(http://ipsc.invisionzone.com/style_emoticons/default/jeez.gif)
ถ้างั้น ไม่กล้าคิดผิด 

เพราะผมตรวจที่ Custom Shop ก่อนส่งมาเมืองไทย และ F1 คงมีไม่มากแน่ๆ

คัสตอมชอป เขาเป็นไงครับ  เล่าให้ฟังบ้างสิครับ 
แสดงว่าตอนนั้นพี่ไปเลือกเองถึงแหล่ง

3 ถ้าจะให้ลายสวย ค่าแรงเริ่มที่ $5000 บางที่มันเอาเวลาที่ต้องทำงานให้เราไปตกปลาเพราะไม่มีอารมณ์แกะ เดี๋ยวปืนไม่สวยก็ต้องยอมเขา ตกปลาก็คิดจากเวลาที่เราจ้าง ไม่เข้าใจคำถามครับว่าจะเปลื่ยนอะไร สีไม้ หรือ ไม้ หรือปืน

ครับยอมครับ
ผมพูดผิดครับ ไม่ใช่ชีกพีซคนละเรื่องเลย  ผมจะพูดถึงรีคอยแพด น่ะครับ  ตอนนี้ยางหมดอายุแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 07, 2006, 08:27:28 PM
ร้าน ม. ฮะกีมี เคยสั่งเข้ามาขายเมื่อสามสี่ปีก่อน เป็นรุ่น Model 4 ลำกล้อง 28 นิ้ว ไม้ธรรมดา ไม่มีเส้นทอง ปีนั้นตั้งราคาขายไว้ 62,000 บาท

ผมจำว่าสูงกว่า 62k นะครับ จำเป็นว่า ม.ฮะกิมีตั้งไว้ 82k
ส่วนเมอเคิลรุ่นที่ชอบสั่งมาเขยิบไป 120k


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 08:54:18 PM
ถ้าป็นรีคอยแพด เคยซื้อที่ ม.ฮะกีมี แล้วให้ปอ๋กเปลี่ยน แต่ส่วนมากผมจะใช้ เป็นไม้ไม่มียางหรือ เป็นบาเกไล้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:02:47 PM
โทรถามราคาหนังสือมาแล้วครับพี่ เค้าบอกว่าที่ร้านเป็นเหมือนห้องสมุดเล็กๆเลยและมีหนังสือดีๆมากมายครับแต่ที่นำมาลงในเวปไว้มีเก้าเล่มเพราะทั้งเก้าเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุด




   อีตานี่เขียนหนังสือมากกว่า 8 เล่ม เพราะที่มีอยู่เกิน8เล่ม เขียนดีกว่านักเขียนอเมริกัน ซื่อ Mc Intos


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:10:55 PM
ouBoy กรุณาดูราคาBeretta set of 4  Diana ให้หน่อยครับ เพราะคนแกะลาย เริ่มงานปี 1998 เสร็จเอาปี 2003 และคนแกะลายคนนี้เป็นสุดยอดของอิตาลี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:14:01 PM
สวยครับ ราคาพอที่ผมจะเป็นเจ้าของได้..
เรียนถามพี่ลูกซองสั้นครับ
...ตัวนี้เป็น ระบบไซค์ล๊อค หรือทำไซค์เพลท ปิดไว้เฉยๆครับ


Box lock ครับ Aya Model 4 E กระบอกนี้ เจ้าของสั่งพิเศษ (เลยแพงขึ้นอีกแยะเลย) คือ ลำกล้องยาว 30 นิ้ว ใช้ไม้เกรด Exhibition และสั่งให้ตีเส้นทองลงไปตามกรอบ ร้าน ม. ฮะกีมี เคยสั่งเข้ามาขายเมื่อสามสี่ปีก่อน เป็นรุ่น Model 4 ลำกล้อง 28 นิ้ว ไม้ธรรมดา ไม่มีเส้นทอง ปีนั้นตั้งราคาขายไว้ 62,000 บาท สนใจลองสอบถามทางร้านเองเลยครับ

ปัจจุบัน ใน catalog เปลี่ยนรุ่นเป็น Model 4/53 ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
 อีกอย่างนึง ค่าเงินยูโรแพงขึ้นมาก ทำใจไว้นะครับ แต่ผมยืนยัน ฝีมือช่างสเปนไม่แพ้ช่างอิตาลีครับ
ขอบคุณพี่ลูกซองสั้นมากครับ..
..ผมถามราคาที่ร้าน พ.พานิชย์ มีแฝดขนานยี่ห้อ AYA ขายราคาประมาณ ห้าหมื่นกว่าๆ น่าจะเป็นรุ่น IBERIA
..แต่ไม่มีของให้ดู รุ่นนี้คงเป็น แฝดขนานรุ่นราคาต่ำสุด ของ AYA  ผมสนใจตัวนี้ครับ ไม่ทราบว่าพอใช้ได้หรือไม่..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:29:24 PM
ร้าน ม. ฮะกีมี เคยสั่งเข้ามาขายเมื่อสามสี่ปีก่อน เป็นรุ่น Model 4 ลำกล้อง 28 นิ้ว ไม้ธรรมดา ไม่มีเส้นทอง ปีนั้นตั้งราคาขายไว้ 62,000 บาท

ผมจำว่าสูงกว่า 62k นะครับ จำเป็นว่า ม.ฮะกิมีตั้งไว้ 82k
ส่วนเมอเคิลรุ่นที่ชอบสั่งมาเขยิบไป 120k

อุ ....ผมจำราคาผิดไปเหรอครับ ไม่ใช่มั่ง หรือว่า คุณอ๋องกับผมไปเห็นปืนกันคนละปี ราคาถึงได้ต่างกันขนาดนั้น ต่างกันตั้งสองหมื่น

แล้ว เมอเคิล ที่คุณอ๋องว่า หมายถึงรุ่นไหนครับ พอจะหารูปให้ดูได้ไหม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:31:50 PM
(http://i6.tinypic.com/120h07s.jpg)
อ้าวพี่ครับแล้วทำไมสั่งทำตัวย่อชื่อเล่นผม(กิ๊กก๊อก)ไว้ที่ปืนด้วยละครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 09:42:18 PM
ท่านลูกซองสั้น เมื่อสักครู่ตอบชลทิศไปเรื่องF1 เวิ่อไปหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 10:16:07 PM
พี่ Fabbri   พี่ก็อย่ายั่วผมซิ   ผมกำลังแพ้ค่าแรง(ค่าแกะ)อยู่ครับ ว่าแต่ว่า  Purdey ดำๆด่างๆ ลายเส้นยิบๆเล็กน้อย  ทำไมค่าแรงไปตกปลามันแพงจังครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 10:27:20 PM
ว่าแต่ว่า Purdey ดำๆด่างๆ ลายเส้นยิบๆเล็กน้อย ทำไมค่าแรงไปตกปลามันแพงจังครับ
Purdey ค่าแกะลายไม่แพง ปืนก็ไม่น่าจะแพงมากนัก มันแพงที่ยี่ห้อกับศักศรี ที่พวกราชวงค์ไปสั่งกันมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 10:33:02 PM
ว่าแต่ว่า Purdey ดำๆด่างๆ ลายเส้นยิบๆเล็กน้อย ทำไมค่าแรงไปตกปลามันแพงจังครับ
Purdey ค่าแกะลายไม่แพง ปืนก็ไม่น่าจะแพงมากนัก มันแพงที่ยี่ห้อกับศักศรี ที่พวกราชวงค์ไปสั่งกันมาก

 อ้าว แล้วที่ปืน  Fabbri  แพงหละครับ ไม่เห็นได้ยินว่าราชวงศ์ที่ไหนใช้เลย 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 10:38:18 PM
(http://i6.tinypic.com/120h07s.jpg)
อ้าวพี่ครับแล้วทำไมสั่งทำตัวย่อชื่อเล่นผม(กิ๊กก๊อก)ไว้ที่ปืนด้วยละครับ ;D


ก็คุณนั่นแหละ สั่งแกะชื่อเล่นไว้ที่ใต้โกร่งไกไม่ใช่เหรอครับ

(http://i5.tinypic.com/120mqlw.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 10:51:15 PM
Fabbri แพงที่ปืนเพราะต้องทำชิ้นส่วนทุกชิ้นจากเหล็กก้อนหรือเหล็กแผ่น ชิ้นส่วนที่ทำขึ้นมาใช้ได้50%ทิ้ง 50% ล่าสุดที่ได้รู้มาก็มีราชวาค์ สเปญ และดาราหนัง USA  ปืนยื่ห้อนี้คนรู้จักน้อยมาก ถ้าสักแต่มีเงินแล้วซื้อโดยไม่มีความรู้เรื่องปืนก็จะสั่ง Beretta  Purdey  H&H เป็นต้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 07, 2006, 10:59:23 PM
เรามาคุยเรื่อง Beretta 682 หรือ Perazzi MX8 ไม่ดีกว่าหรือ เพราะนักกีฬาใหม่จะได้เข้ามาหาความรู้หรือสอบถามได้ คุยแต่เรื่องปืนบ้าๆบอๆ เขาก็ไม่กล้าถาม หรือ ปืนแฝดไอ้หยา หรือ ปืนจากหมู่บ้านอรัญญิก ของ เยอรมันแดง หรือไม้คานจะดีกว่า เพราะ แถวหลังวังมีให้เห็นบ้าง จับต้องได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 07, 2006, 11:25:31 PM
ผมก็เริ่มแล้วไงพี่ วันนี้ก็เอา ไอ้หยามาลงแล้ว มีแขกมาตามคำเชิญสองคนแล้ว 

นึกขึ้นมาได้ จะมีใครอยากดูปืน Perazzi MX8 บ้างไหมเนี่ย ผมหยิบจับมันเป็นพันๆครั้ง ไม่เคยนึกจะถ่ายรูปเลย เรียกว่านำรูปมาแสดงให้ดู ว่าปืนที่ออกแบบโดยนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิค และกลายเป็นปืนที่นักกีฬายิงเป้าบินทั่วโลกร่วม 80 % เลือกใช้ มันมีหน้าตาและกลไกอย่างไร ที่ว่าถอดชุดลั่นไกได้ ที่ว่าเปลี่ยนพานท้ายง่ายๆ

ใครอยากดู ขอเสียงสนันสนุนด้วย ถ้ามีไม่ถึง 10 เสียง ผมจะส่งไปให้ดูทาง pm พอ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ มิถุนายน 07, 2006, 11:34:43 PM
                :) สนับสนุนขอความรู้เพิ่มเติมครับพี่  ลูกซองสั้น   ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:29:19 AM
ว่าแต่ว่า Purdey ดำๆด่างๆ ลายเส้นยิบๆเล็กน้อย ทำไมค่าแรงไปตกปลามันแพงจังครับ
Purdey ค่าแกะลายไม่แพง ปืนก็ไม่น่าจะแพงมากนัก มันแพงที่ยี่ห้อกับศักศรี ที่พวกราชวงค์ไปสั่งกันมาก

 อ้าว แล้วที่ปืน Fabbri แพงหละครับ ไม่เห็นได้ยินว่าราชวงศ์ที่ไหนใช้เลย
มีซิครับพี่ลูกค้าสำคัญคือHIS MAJESTY JUAN CARLOS (KING OF SPAIN)ชื่อท่านคล้ายนักเทนนิสเลยนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:35:10 AM
สวยครับ ราคาพอที่ผมจะเป็นเจ้าของได้..
เรียนถามพี่ลูกซองสั้นครับ
...ตัวนี้เป็น ระบบไซค์ล๊อค หรือทำไซค์เพลท ปิดไว้เฉยๆครับ


Box lock ครับ Aya Model 4 E กระบอกนี้ เจ้าของสั่งพิเศษ (เลยแพงขึ้นอีกแยะเลย) คือ ลำกล้องยาว 30 นิ้ว ใช้ไม้เกรด Exhibition และสั่งให้ตีเส้นทองลงไปตามกรอบ ร้าน ม. ฮะกีมี เคยสั่งเข้ามาขายเมื่อสามสี่ปีก่อน เป็นรุ่น Model 4 ลำกล้อง 28 นิ้ว ไม้ธรรมดา ไม่มีเส้นทอง ปีนั้นตั้งราคาขายไว้ 62,000 บาท สนใจลองสอบถามทางร้านเองเลยครับ

ปัจจุบัน ใน catalog เปลี่ยนรุ่นเป็น Model 4/53 ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
 อีกอย่างนึง ค่าเงินยูโรแพงขึ้นมาก ทำใจไว้นะครับ แต่ผมยืนยัน ฝีมือช่างสเปนไม่แพ้ช่างอิตาลีครับ
ขอบคุณพี่ลูกซองสั้นมากครับ..
..ผมถามราคาที่ร้าน พ.พานิชย์ มีแฝดขนานยี่ห้อ AYA ขายราคาประมาณ ห้าหมื่นกว่าๆ น่าจะเป็นรุ่น IBERIA
..แต่ไม่มีของให้ดู รุ่นนี้คงเป็น แฝดขนานรุ่นราคาต่ำสุด ของ AYA  ผมสนใจตัวนี้ครับ ไม่ทราบว่าพอใช้ได้หรือไม่..
ปืนอาย่าถ้าเป็นรุ่นที่ว่าจริงแล้วขายอยู่ห้าหมื่นก็ไม่น่าซื้อครับผมว่าเป็นAYA CORAL"A"รึเปล่าครับ เมื่อสิ้นเดือนที่แล้วเพื่อนผมเพิ่งไปถอนมัดจำอ่าย่าแฝดซ้อนที่ร้านนี้มาเห็นบอกว่าราคา49000ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:37:35 AM
เรามาคุยเรื่อง Beretta 682 หรือ Perazzi MX8 ไม่ดีกว่าหรือ เพราะนักกีฬาใหม่จะได้เข้ามาหาความรู้หรือสอบถามได้ คุยแต่เรื่องปืนบ้าๆบอๆ เขาก็ไม่กล้าถาม หรือ ปืนแฝดไอ้หยา หรือ ปืนจากหมู่บ้านอรัญญิก ของ เยอรมันแดง หรือไม้คานจะดีกว่า เพราะ แถวหลังวังมีให้เห็นบ้าง จับต้องได้
พี่ตั่งชื่อกระทู้ได้น่าคุยมากเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:39:24 AM
ผมก็เริ่มแล้วไงพี่ วันนี้ก็เอา ไอ้หยามาลงแล้ว มีแขกมาตามคำเชิญสองคนแล้ว

นึกขึ้นมาได้ จะมีใครอยากดูปืน Perazzi MX8 บ้างไหมเนี่ย ผมหยิบจับมันเป็นพันๆครั้ง ไม่เคยนึกจะถ่ายรูปเลย เรียกว่านำรูปมาแสดงให้ดู ว่าปืนที่ออกแบบโดยนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิค และกลายเป็นปืนที่นักกีฬายิงเป้าบินทั่วโลกร่วม 80 % เลือกใช้ มันมีหน้าตาและกลไกอย่างไร ที่ว่าถอดชุดลั่นไกได้ ที่ว่าเปลี่ยนพานท้ายง่ายๆ

ใครอยากดู ขอเสียงสนันสนุนด้วย ถ้ามีไม่ถึง 10 เสียง ผมจะส่งไปให้ดูทาง pm พอ
ดูครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:50:28 AM
ถ้าป็นรีคอยแพด เคยซื้อที่ ม.ฮะกีมี แล้วให้ปอ๋กเปลี่ยน แต่ส่วนมากผมจะใช้ เป็นไม้ไม่มียางหรือ เป็นบาเกไล้

ไม้หรือบาเกไล้ จะได้ความรู้สึกดีกว่ารึเปล่าครับ ? 
ผมยิงไม่บ่อย  หลายชุดไหล่จะเดี้ยงเสียก่อน 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:53:18 AM
เพราะคนแกะลาย เริ่มงานปี 1998 เสร็จเอาปี 2003

(http://ipsc.invisionzone.com/style_emoticons/default/zzz.gif)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:57:59 AM
อุ ....ผมจำราคาผิดไปเหรอครับ ไม่ใช่มั่ง หรือว่า คุณอ๋องกับผมไปเห็นปืนกันคนละปี ราคาถึงได้ต่างกันขนาดนั้น ต่างกันตั้งสองหมื่น

แล้ว เมอเคิล ที่คุณอ๋องว่า หมายถึงรุ่นไหนครับ พอจะหารูปให้ดูได้ไหม

ถ้าต่างคนต่างจำไม่ผิด   อาจคนละปีจริง ๆ เพราะราคานี้สามปีที่แล้ว ช่วงที่มีไอ้หย๋าแฝดขนานลงใน อวป.ด้วย
เมอเคิลที่ว่า 201E เป็น Sporting ตัวนึง และแทร๊ป ตัวนึง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:06:29 AM
ว่าแต่ว่า Purdey ดำๆด่างๆ ลายเส้นยิบๆเล็กน้อย ทำไมค่าแรงไปตกปลามันแพงจังครับ
Purdey ค่าแกะลายไม่แพง ปืนก็ไม่น่าจะแพงมากนัก มันแพงที่ยี่ห้อกับศักศรี ที่พวกราชวงค์ไปสั่งกันมาก


ถ้าสักแต่มีเงินแล้วซื้อโดยไม่มีความรู้เรื่องปืนก็จะสั่ง Beretta Purdey H&H เป็นต้น

ขนาดนั้นเลยเหรอครับ  (http://ipsc.invisionzone.com/style_emoticons/default/pilot.gif)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:10:48 AM
ouBoy กรุณาดูราคาBeretta set of 4 Diana ให้หน่อยครับ เพราะคนแกะลาย เริ่มงานปี 1998 เสร็จเอาปี 2003 และคนแกะลายคนนี้เป็นสุดยอดของอิตาลี่
ชุดนกนอกนี้ไม่มีราคาบอกไว้ครับต้องสั่งทำพิเศษครับสวยงามมากผมเห็นรูปแล้วพานท้ายก็ยังใช้ระดับMASTERมาเลือกและทำ(พี่จะสั่งทำหรือครับ)ผมจะรับล้างปืนให้ไม่คิดเงินเลยครับ :D~
 แต่ผมชอบSet of Four double riflesมากกว่าครับ มีแกะเป็นรูปสิงห์โต ควาย แรด ช้าง มีขนาด.30-06 .375H&H .470Nitro .600Nitro ช่างแกะเป็นคนเดียวกับที่ทำ Set of Five(Rinascimento ชุดนี้ใช้เวลาทำรวมถึงสองปีครึ่งทีเดียวครับ สงสัยท่านคงไปตกปลามารอบโลกเลยมั้งครับ) คนทำคือ Master. Angelo Galeazzi
 
ไปดีกว่าครับวันนี้หนังสือใหม่ผมมาสามเล่มแน่ะ ;D
 ปล.ลืมไปครับถ้ามีเงินผมจะไม่ซื้อแล้วครับเบเร็ตต้าไม่อยากได้ปืนโหลครับ :OO :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:15:59 AM
ปืนจากหมู่บ้านอรัญญิก ของ เยอรมันแดง หรือไม้คานจะดีกว่า

สำนวนขนาดนี้ พี่ FABBRI เขียนหนังสือได้เลย

มันมีหน้าตาและกลไกอย่างไร ที่ว่าถอดชุดลั่นไกได้ ที่ว่าเปลี่ยนพานท้ายง่ายๆ

เอาแน่นอนครับ  หนึ่งเสียงครับ
จะได้คุยกับป๋าซิงค์ รู้เรื่องหน่อยล่ะคราวนี้......


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:21:16 AM
ลูกซองแฝดไอ้หย๋า... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:26:35 AM
ผมก็เริ่มแล้วไงพี่ วันนี้ก็เอา ไอ้หยามาลงแล้ว มีแขกมาตามคำเชิญสองคนแล้ว

นึกขึ้นมาได้ จะมีใครอยากดูปืน Perazzi MX8 บ้างไหมเนี่ย ผมหยิบจับมันเป็นพันๆครั้ง ไม่เคยนึกจะถ่ายรูปเลย เรียกว่านำรูปมาแสดงให้ดู ว่าปืนที่ออกแบบโดยนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิค และกลายเป็นปืนที่นักกีฬายิงเป้าบินทั่วโลกร่วม 80 % เลือกใช้ มันมีหน้าตาและกลไกอย่างไร ที่ว่าถอดชุดลั่นไกได้ ที่ว่าเปลี่ยนพานท้ายง่ายๆ

ใครอยากดู ขอเสียงสนันสนุนด้วย ถ้ามีไม่ถึง 10 เสียง ผมจะส่งไปให้ดูทาง pm พอ
รบกวนพี่ลูกซองสั้นช่วย ส่งมาให้ผมดูด้วยคนนะครับ.. ขอบคุณมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 11:56:52 AM
หลังจากเปิดหนังสือใหม่ทั้งสามเล่มผ่านๆตา(ถ้าจะอ่านจริงๆต้องมีสามธิมากเลยครับเพราะแปลก็ยากยาวก็ยาว)ผมดูรูปปืนเป็นร้อยๆรูปเลยครับสวยมากๆ โดยเฉพาะยี่ห้อFABBRIอันนี้ผมไม่ได้แกล้งชมเพื่อเอาใจใครนะครับ การแกะลายของปืนยี่ห้อนี้ที่ผมชอบมากเพราะว่าอ่อนช้อยงดงามแต่ก็แฝงไว้ซึ่งความดุดันยิ่งงานของG.F.Pedersoli ดูแล้วมันไม่จืดมองได้ไม่รู้เบื่อ คือบางยี่ห้อมันหวานไปครับ กับอีกอันที่เตะตามากก็คือตัวเพลทและกระโหลกที่ทำมาจากทองคำทั้งชิ้นพูดง่ายๆคือทุกส่วนที่เห็นด้วยตาภายนอกทำมาจากทองคำทั้งสิ้นยกเว้นลำกล้อง(จำยี่ห้อไม่ได้ครับ)โอ้โหดูแล้วต้องไม่นึงถึงราคาครับ
 ตอนนี้คงต้องคล้อยตามพี่FABBRIแล้วล่ะครับว่าถ้ามีเงินก็คงไม่เลือกซื้อยี่ห้ออื่นแน่ อ้อมีหนังสืออยู่เล่มนึงปกในมีพิมพ์ราคาไว้$34.95ครับแต่ร้านนี้มันขายตั่ง$89.95แสดงว่าร้านนี้ขายของแพงเอาเรื่องเลยครับ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับความรู้และคุณค่าของหนังสือที่ได้มาครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ มิถุนายน 08, 2006, 03:12:25 PM
พี่ลูกซองสั้นครับ

อยากดูครับ

 ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 08, 2006, 03:36:21 PM
หลังจากเปิดหนังสือใหม่ทั้งสามเล่มผ่านๆตา(ถ้าจะอ่านจริงๆต้องมีสามธิมากเลยครับเพราะแปลก็ยากยาวก็ยาว)ผมดูรูปปืนเป็นร้อยๆรูปเลยครับสวยมากๆ โดยเฉพาะยี่ห้อFABBRIอันนี้ผมไม่ได้แกล้งชมเพื่อเอาใจใครนะครับ การแกะลายของปืนยี่ห้อนี้ที่ผมชอบมากเพราะว่าอ่อนช้อยงดงามแต่ก็แฝงไว้ซึ่งความดุดันยิ่งงานของG.F.Pedersoli ดูแล้วมันไม่จืดมองได้ไม่รู้เบื่อ คือบางยี่ห้อมันหวานไปครับ กับอีกอันที่เตะตามากก็คือตัวเพลทและกระโหลกที่ทำมาจากทองคำทั้งชิ้นพูดง่ายๆคือทุกส่วนที่เห็นด้วยตาภายนอกทำมาจากทองคำทั้งสิ้นยกเว้นลำกล้อง(จำยี่ห้อไม่ได้ครับ)โอ้โหดูแล้วต้องไม่นึงถึงราคาครับ
 ตอนนี้คงต้องคล้อยตามพี่FABBRIแล้วล่ะครับว่าถ้ามีเงินก็คงไม่เลือกซื้อยี่ห้ออื่นแน่ อ้อมีหนังสืออยู่เล่มนึงปกในมีพิมพ์ราคาไว้$34.95ครับแต่ร้านนี้มันขายตั่ง$89.95แสดงว่าร้านนี้ขายของแพงเอาเรื่องเลยครับ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับความรู้และคุณค่าของหนังสือที่ได้มาครับ

พูดยั่วจังเลยคนนี้   สแกนหรือถ่ายรูปให้ชมหน่อยสิครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 08, 2006, 07:52:55 PM

     ท่าน ชลทิศ ที่ใช้พายท้ายไม้เพราะเสียดายไม้สวยๆหายาก ที่ใช้บาเกไล้เพราะ ประทับปืนได้เร็ว และเวลาวางกับพื้นก็ไม่ต้องระวังมาก เรื่องรูปอีกไม่นาน ลูกซองสั้นคงให้ดูหลังจากได้หนังสือแล้ว

o\u boy set of 4 Dina คนที่แกะลายคงทำชุดเดียว เพราะ อายุมากแล้ว เกิดปี 1924 และ เป็นอาจารย์ ของพวกนักแกะลายอิตาลี่

เทคนิคไม่ใช่แกะลายแต่เป็นการดุนลาย คือ ตอกเหล็กที่ไม่ต้องการยุบตัวลงไปส่วนที่ต้องการจะนูนขื้นมา

ผม รู้จักกับนายคนนี้มาประมาณ เกือบ10ปี ชื่อ Francesco Medici นายคนนี้มักจะมีหน้าที่ ออกแบบและทำ เหรียญ ให้กัน วาติกัน รวมถึง โป๊ป ด้วย (2-3 องค์แล้ว)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 08:58:22 PM
ชุดที่พี่ว่าคงเป็นชุดต้นแบบรึเปล่าครับ เพราะในBERETTA Premium Grade Gunsเค้าบอกไว้ว่า
The Diana is only made to special order with infinite patience and meticulous care applied at every step of the process.แสดงว่ายังรับทำอยู่ครับ แต่เค้าไม่ได้ลงราคาไว้ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:19:18 PM


    เรามาพูดถึงปืนยิงเป้าบินกันดีกว่า มีร้านปืนหลายร้าน มีคนเขียนเรื่องปืน มีคนทดสอบปืน แม้แต่คนบางคนที่ยิงเป้าบินพอพูดถึงปืนลูกซองแฝดลำกล้องซ้อน

                      ก็มักจะบอกว่านั่นคือปืนยิงเป้าบิน

  ทั้งที่ไม่ใช่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เพราะแต่ละคนมีเหตุผลไม่เหมือนกัน บางทีรู้แต่แกล้งไม่รู้ ปืนแฝดลำกล้องซ้อน ทำมาเป็นปืนยิงนกมากกว่ายิงเป้าบิน

เคยพบบางคนยิง Skeet ได้ดีแต่น่าจะยิงได้ดีกว่านี้เพราะอะไรรู้ไหม แกใช้ ปืนSporting ยิง

เพราะที่ร้านขายปืนบอกว่าเหมือนกันเพียงแต่เปลี่ยนโชคเท่านั้นให้มันกว้างเขาไว้ ถ้าจะยิงTrapก็เอาแคบเข้าไว้ เพราะต้องยิงไกล

ฉะนั้นโปรดเข้าใจว่าปืนลูกซองแฝดซ้อนไม่ใช่ปืนยิงแข่ง Skeet & Trap ทุกยี่ห้อและทุกรุ่น ต้องเลือก แม้แต่ปืน Copy เช่น Keyman ลอกแบบ Perazzi  citoriลอกแบบBrowning ยิงอย่าไรก็ไม่ถึงดวงดาว

เพราะต้นทุนที่ต่ำ กับ ประสบการณ์ ที่ต่างกัน ปืนที่ดีต้องอยู่ที่สมดุล และ พานท้าย ทำไมปืน H&H จึงแพงกว่าปืนไอ้หย๋าหลายเท่า ทั้งทีอะไหล่ปืนH&Hก็มาจากปืนไอ้หย๋า

เพราะการทำที่ปรานีตกว่า  รู้จัก สมดุลของปืนและรู้จักพานท้าย

 ปืนสั้น มีศูนย์หน้าและศูนย์หลัง แต่ ปืนลูกซองไม่มี ศูนย์ปืนลูกซองอยู่ที่พานท้าย และปืนลูกซองไม่ได้ยิงกระสุนเป็นกลุ่มหลายนัดทีเขาชอบเรียกกัน แต่ลูกซองเวลายิงกระสุนออกไป เขาเรียกว่า

ม่านกระสุน ถี่หรือห่าง แล้วแต่โชค็ เอาแค่นี้ก่อน ให้ท่านลูกซองสั้นบรรเลงต่อ





หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:29:48 PM
o\uboy น่าจะเป็นชุดเดียวเพราะอีตาตนนี้ไม่ชองทำอะไรซ้ำๆ เพียงแต่เขาส่งโบว์ชัวมาให้ดูเท่านั้น นี่แค่ Beretta เท่านั้น ถ้าเป็น Fabbri ละ  สุดยอดปืนกับสุดยอดช่างแกะ  หนังสืออ่านไม่มีทางหมดเพียงแต่สงสัยข้อใดหรืออะไรค่อยเปิดดูเป็นครั้งๆไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:31:43 PM
รอติดตามครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:32:59 PM
ติดตามเรื่องอะไรครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 08, 2006, 09:36:40 PM
ท่าน FABBRI บรรเลงต่อได้เลยครับ กำลังต่อเนื่อง..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:12:04 PM
ปืน SKEET & Trap ถ้าจะซื้อ กรุณาดูให้แน่ๆถามมากๆแล้วจะไม่เสียใจ

เพราะปืนราคาไม่ใช่ถูก บางคนขอเงินพ่อแม่มาแล้วจำนวนมาก เสียทั้งเวลาเรียน เสียเงิน เสียทอง ค่ากระสุน เสียเวลาคุยโทรศัพย์ คุยกับแฟนคุยกับกิ๊ก ยิงยังไงก็ไม่ได้คะแนน

จนหมดกำลังใจ เพราะ ซื้อปืนผิด ยังขอยืนยัน นั่งยัน ต้องใช้ Beretta 682 Dt10 Mx8 เท่านั้น สำหรับ Skeet Browning B25 ก็ได้ถ้ามี และ MX8 DT 10 สำหรับ Trap หรือ ASE Goldหรือ  B25 ก็

ได้ถ้าหาได้ นอกนั้นเป็นตัวประกอบ แสดงฉากเดียวแล้วตาย

 ปืนที่ดีสำหรับเราจุดแรกคือ พานท้าย ต้องได้ขนาดและสัดส่วนที่ดี สมดุลที่ เหมาะสม โช๊คที่ทำด้วยความปรานีต ลำกล้องที่แข็งแรง ยิงนัดแรก กับยิงนัดที่ 50 ขณะแข่ง ม่านกระสุนต้องเหมือนกับ

ไม่ใช่ 10นัดแรก ม่านแคบ ที่เหลือเมื่อลำกล้องร้อนแล้วไม่รู้ม่านหายไปไหน

 เหมือนขุนแผนฟันม่านขุนช้าง ล่อนจ้อนเลย 

โช๊คกว้างหรือแคบอยู่ที่นิสัยคนยิง คือยิงช้าหรือยิงเร็ว ต้องเลือกให้ดี เพื่อนคนทีออกแบบ MX8 ยิงTrapเมื่อปี 1964 ที่โตเกียวได้เหรียญทองโอลิมปิก สมัยก่อนต้องยิง 200นัด สมัยนี้ยิงแค่ 150นัด

ยิง200นัด ผิดไป 2นัด ได้ 198 คะแนน ใช้นัด 2 แค่ 5นัด เท่านั้น และคนนี้เป็นคนสอนให้รู้จักดูและเลือกปืน

แต่คนไทยที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผมที่สอนให้รู้จักปืน คืออะไร ก็คือ ท่าน วิจิตร ศิริเทียน ชื่อ คู่มืออาวุธปืน ถ้าได้อ่านแล้วไม่ต้องหาหนังสือเมืองไทยเล่มไหนอ่านอีก 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ มิถุนายน 08, 2006, 10:39:06 PM
             ว้าวกำลังใด้ความรู้ไหม่ๆอีกแล้วรบกวนพี่ FABBRI พิมพ์ต่อเลยครับ   :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:14:49 AM
o\uboy น่าจะเป็นชุดเดียวเพราะอีตาตนนี้ไม่ชองทำอะไรซ้ำๆ เพียงแต่เขาส่งโบว์ชัวมาให้ดูเท่านั้น นี่แค่ Beretta เท่านั้น ถ้าเป็น Fabbri ละ สุดยอดปืนกับสุดยอดช่างแกะ หนังสืออ่านไม่มีทางหมดเพียงแต่สงสัยข้อใดหรืออะไรค่อยเปิดดูเป็นครั้งๆไป
เอแต่ในCTATLOGบอกว่าสั่งได้นะครับพี่ เอาไว้วันไหนผมเข้าไปที่BERETTA GALLERYแล้วจะถามให้ครับรวมทั้งราคาด้วย แต่ก็อายเค้าครับเพราะพนักงานขายที่นี่ก็ผู้ดีเหลือเกินเพราะมีหลายคนพูดสำเนียงอังกฤษ ผมเองไปเดินทีไรยังอายๆเค้าอยู่เลยเพราะส่วนมากจะใส่ขาสั้นเสื้อยืดไปเดินทุกที
  ที่ว่ารอติดตามก็คือรอพี่เล่าเรื่องเกี่ยวกับปืนให้ฟังไงครับ

 ???แล้วหนังสือคู่มืออาวุธยังหาซื้อได้อยู่รึเปล่าครับพี่ ผมอยากได้ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:38:06 AM
แต่คนไทยที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผมที่สอนให้รู้จักปืน คืออะไร คือ ท่าน วิจิตร ศิริเทียน ชื่อ คู่มืออาวุธปืน ถ้าได้อ่านแล้วไม่ต้องหาหนังสือเมืองไทยเล่มไหนอ่านอีก

โอ... ไม่เคยได้ยินหนังสือเล่มมาก่อนเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:58:02 AM
o\uboy น่าจะเป็นชุดเดียวเพราะอีตาตนนี้ไม่ชองทำอะไรซ้ำๆ เพียงแต่เขาส่งโบว์ชัวมาให้ดูเท่านั้น นี่แค่ Beretta เท่านั้น ถ้าเป็น Fabbri ละ สุดยอดปืนกับสุดยอดช่างแกะ หนังสืออ่านไม่มีทางหมดเพียงแต่สงสัยข้อใดหรืออะไรค่อยเปิดดูเป็นครั้งๆไป
ยอมรับครับพี่เรื่องปืนยี่ห้อนี้ ผมยิ่งดูยิ่งชอบครับ :~)

ผมขอพูดอะไรนิดหน่อยครับ คือเวลาเราพูดถึงเรื่องปืนพวกนี้บางท่านอาจจะคิดว่าเกินเอื่อม ผมจะขอยกตัวอย่างว่าเวลาท่านดูรูปวาดที่แพงๆบางทีเป็นร้อยเป็นพันล้าน ท่านก็ชอบมันได้แต่ก็ไม่จำเป็นว่าท่านจะต้องสามารถซื้อมันได้ อย่างปืนพวกนี้ก็เหมือนกันครับเพราะเราดูมันเป็นงานศิลปะ แล้วอีกอย่างมันเป็นศิลปะที่อยู่บนอาวุธปืนด้วยเลยทำให้ชอบมันเข้าไปใหญ่ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 09, 2006, 10:14:31 AM
เมื่อคืนวานผมไม่ได้เข้ามาในเวป พี่ Fabbri บรรเลงไปซะแยะเลย แล้วยังคงทิ้งทวนไว้ให้ผมช่วยแปลไทยเป็นไทยอีกเหมือนเดิม  :o

คุณ o/u boy ก็กำลังจำศีล เพราะเพิ่งได้หนังสือสวยๆมาสามเล่ม  :)

มาขยายความต่อสักหน่อยนะครับ เหล็กทำลำกล้องที่กล่าวว่ามีคุณสมบัติไม่ขยายตัวเมื่อลำกล้องร้อน ทำให้กลุ่มกระสุนคงที่แม้นว่าจะยิงกันจนลำกล้องร้อนจัด ก็คือ Boehler antinit steel นั่นเองครับ

ปืน Perazzi MX 8 ปัจจุบัน ก็ไม่ได้ใช้ Boehler antinit steel นะครับ  ปืน Beretta  DT 10 ก็ไม่ได้ใช้นะครับ ผมคิดว่าเราต้องเชื่อถือมาตราฐานการคัดเลือกลำกล้องของทั้งสองโรงงานเอาไว้ก่อน ถ้าลำกล้องดิบที่ทำเอาไว้ไม่ได้ตามมาตราฐานขนาดหนึ่งที่ทางโรงงานตั้งเอาไว้ ก็คงจะถูกคัดทิ้งไป ลำกล้องที่ใช้ได้ก็จะผ่านการตรวจสอบและจะดัดลำกล้องให้ตรง เป็นความจริงที่ว่าเหล็กลำกล้องปืนลูกซองที่ถูกดัดเอาไว้จะขยายตัวและคืนตัวกลับไปคดดังเดิมเมื่อลำกล้องร้อนจัด และจะส่งกลุ่มกระสุนไปที่อื่นตามแต่ว่าลำกล้องคดไปทางไหน

ตามข้อมูลที่ได้รับฟังมาจากโรงงาน Perazzi ลำกล้องที่ออกจากสายการผลิตลำกล้องดิบ และตรวจดูแล้วว่าตรง จะถูกคัดไปทำลำกล้องปืนเกรดสูง SCO  ดังนั้นก็พอจะสรุปเหมาเอาว่า พวก MX 8 ปืนมาตราฐานเกรดแข่งขันทุกกระบอก  ใช้เหล็กลำกล้องดัดทุกกระบอก (มั้ง ?)

อ่านมาแล้วเข้าใจไหมครับ ทำไมผมหลงรัก Beretta ASE 90 เพราะใช้ลำกล้องเหล็ก Boehler antinit steel ครับ  

ขอถามพี่ Fabbri หน่อยครับ พี่มี Perazzi SCO ตั้งหลายกระบอก ตรงลำกล้องมีการทำเครื่องหมายพิเศษไว้ไหมครับ ว่าเป็นลำกล้อง SCO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 10:37:11 AM
ฟังแล้วเกิดอยากได้ASE 90ขึ้นมาทันทีเลยครับ พี่หาให้ผมซักกระบอกซิครับ เดี่ยวผมจะขอเป็นจ้าวมือเลี้ยงข้าว(แกง)หนึ่งมื้อ อยากได้จริงๆนะครับไม่ได้พูดเล่น ;D ไปแล้วครับ..อ่านหนังสือต่อ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 01:00:46 PM
ตอนนี้ผมพอจะรู้ความเป็นมาของปืนลูกซองและการแกะลายเพิ่มขึ้นมากแล้วครับ เอาแค่จำชื่อช่างแกะลาย(ที่จริงควรจะเรียกว่าศิลปินถึงจะถูก)และความเป็นมาของแต่ละคนก็สนุกแล้วครับ แค่นี้ก็จำกันไม่ไหวแล้วครับ อ่านแล้วทำให้อยากไปเที่ยวอิตาลีมากเลยครับเมืองอะไรก็ไม่รู้ทำไมมีคนเก่งๆเยอะขนาดนี้
 ความรู้ใหม่อีกอย่างคือปืนที่แกะเป็นรูปคนของFABBRIผมถึงว่าทำไมแกะได้สวยนัก มารู้ตอนนี้เองเพราะว่าช่างบางคนได้เรียนเกี่ยวกับAnatomyมาด้วย :OO มิหน้าถึงได้แกะออกมาได้สัดส่วนสวยงามขนาดนี้
 จะว่าไปแล้วโรงเรียนสอนแกะลายบางที่ก็เปิดสอนฟรี(แต่รับนักเรียนน้อยมาก)ทำไมไม่มีเด็กบ้านเราไปเรียนบ้างก็ไม่รู้นะครับ เผื่อเรียนจบมาจะได้มารับทำปืนที่บ้านเราบ้างราคาจะได้ถูกๆหน่อย :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ มิถุนายน 09, 2006, 04:31:29 PM
รบกวนขอถามเรื่องง่ายๆพื้นฐานหน่อยครับ
     1 ปืนskeet ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
     2 ปืนtrap ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
     3 ปืนsporting ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
 ติดตามกระทู้นี้มาตลอด แต่ยังแยกปืนไม่ออก ขอบคุณครับ



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 07:34:03 PM
เรื่องที่1 หนังสือ คู่มืออาวุธปืนทุกชนิด และ ศิลปการล่าสัตว์ ของ วิจิตต์ ศิริเทียน  พิมพ์ครั้งแรก ประมาณ พศ 2498 พิมพ์ครั้งที่ 3 ประมาณานปี2510  เคยเหมาจากร้านโอเดียนสโตว์ ปี2520 เมื่อปี 2530 คุณ วิจิตต์เคยจะเซ็นมอบอำนาจให้พิมพ์ ใหม่ พอดีไม่ได้พบกับแก 1-2 เดือน ก็ได้ข่าวเสียชีวิตแล้วเลยอดพิมพ์

เรื่องที่ 2 Perazzi SCO ทั้งที่โครงเครื่องกลไก [action] และ ลำกล้อง มีตี SCO

  เรามาว่ากันเรื่องลำกล้องต่อดีกว่า แล้วค่อยตอบคุณ Kat ที่ว่าลำกล้องดีหรือไม่ดีนั้นไม่ได้อยู่ที่เหล็กอย่างเดียว เหล็ก Boebler  ดี แข็ง และเป็นสปริง มีหลายยี่ห้อใช้ทำลำกล้อง

รวมถืง Browning ด้วย ข้อเสียรมดำอย่างไรก็ไม่ดำ ตะกั่วเงินที่ใช้เชื่อมมักมีปัญหา ใช้ยิงติดต่อกันมากๆจนลำกล้องร้อนจัด ก็จะทำให้ Rib แตก ดังที่เราเห็นทั่วไป

  ที่ว่าลำกล้องที่ดีนั้น ไม่ใช่เพราะดัด หรือ ไม่ดัด  เพราะเวลาเขาดัดลำกล้องเขาดัดตอนเย็น ไม่ใช่บ่ายๆ ยิงร้อนยังไงก็ไม่กลับที่เดิม ทุกโรงงานปืนที่ทำลำกล้องเอง จะมีเครื่องดัดทั้งนั้น รวมถึง H&H Puredy Perazzi Beretta

 ลำกล้องที่ดีต้องใช้เหล็กดี โรงงานไม่ยอมบอก เลยไม่รู้ บางทีเขาพูดอิตาเลี่ยนเราก็ฟังไม่ออก คนแปลจากอิตาเลี่ยนเป็นอังกฤษก็ไม่ค่อยอยากแปล

 พอได้แท่งเหล็กมาแล้วเขาจะใช้สว่านเจาะรูให้ตรง พอได้ลำกล้องที่มีรูแล้ว ก็จะกลึงภายนอก ลำกล้องที่ดี ผนังลำกล้องจะต้องเท่ากันตลอด ไม่ใช่บางจุดหนา บางจุดบาง

เพื่อความร้อนจะได้แผ่กระจายเท่าๆกัน เม็ดกระสุนที่อยู่ในถ้วยพลาสติก จะได้ไม่บิดเบี้ยวและเดินทางตรง ทีนี้พอทำเสร็จแล้วก็ต้องดูว่าที่เรากลึงจนได้ความหนา บาง ตามที่เราต้องการแล้ว ดีหมดแล้ว

ดันบิด เบี้ยว งอ ที่นี้และ ก็ต้องส่งให้ช่างดัด ให้ตรง โดยใช้วงกลม 360 องศา มีทีขันรอบด้าน ดัดแล้วจะต้องไม่กระทบกับรูข้างใน เครื่องวัดที่ดีที่สุดคือ สายตาช่าง เขาแค่ยกขื้นมาส่องดูเท่านั้น

ก็บอกได้แล้วว่า ลำกล้องบิดไปทางไหน ต้องแก้อย่างไร ต้องยอมรับว่าเป็นอาชีพของเขา เคยเอาปืนที่ประกอบแล้ว ไปให้ช่างพวกนี้ดู เขาจะบอกเราได้เลยว่าปืนกระบอกนี้ยิงแล้ว

ม่านกระสุนจะไปทีใด ซ้ายหรือขวา บนหรือล่าง จากจุดที่เรายิง ฉะนั้นลำกล้องปืนที่ดีจะแพงมาก และ ถ้าไม่ต้องดัด ทำออกมาแล้วใช้ได้เลยยี่งแพงมาก

ลำกล้องปืนที่ดัดแล้วประกอบแล้วจะไม่มีทางกลับไปเหมือนก่อนดัด  ส่วนลำกล้องปืนถูกๆ ก็จะใช้ท่อแป๊ปที่ทำมาแท่งยาวๆ แล้วตัดตามขนาด จากนั้นก็นำมากลึงลำกล้องให้เรียวตามต้องการ
แล้วก็เจาะรังเพลิง ทำโช้คโดยไม่คำนึงถึงผนังลำกล้องหนาบางเท่ากันหรือไม่ หรือโลหะที่ใช้ จะได้ลดต้อนทุน


  ปืน Skeet ลำกล้องจะอยู่ที่ความยาว 26-28 นิ้ว Browning Beretta จะยาว28นิ้วมาตราฐาน ส่วน Perazzi ก็ยาว28นิ้ว แต่ เจาะported จึงทำให้ลำกล้องไม่ถึง 28นิ้ว

 ปืน Trap กับ  Sporting จะยาว 29.5 ถึง 30 นิ้ว ถ้าต้องการ 28 หรือ 32 นิ้ว ต้องสั่ง

   พานท้าย Skeet จะต่ำ จากแนวลำกล้อง ส่วนหน้าพานท้าย [comb] ประมาณ 4 ซม  ส่วนหลัง [heel] ประมาณ 6 ซม

    Trap จะตำกว่าลำกล้อง 3.2-3.5 ซม ส่วนหลัง 4.2-4.5 ซม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 07:51:34 PM
ชุดที่พี่ว่าคงเป็นชุดต้นแบบรึเปล่าครับ เพราะในBERETTA Premium Grade Gunsเค้าบอกไว้ว่า
The Diana is only made to special order with infinite patience and meticulous care applied at every step of the process.แสดงว่ายังรับทำอยู่ครับ แต่เค้าไม่ได้ลงราคาไว้ครับ
ครับน่าจะมีชุดเดียวจริงๆ เพราะที่อ่านพบมีศิลปินหลายท่านที่ทำDIANAออกมาแต่ลายต่างกันครับพี่

 ???ต้องขอบคุณพี่ทั้งสองมากนะครับที่ออกมาให้ความรู้กับน้องๆ เรื่องบางอย่างเวลาที่เราสนใจจริงๆแต่มันหาคำตอบได้ยากเหลือเกินครับบางทีในหนังสือก็ไม่มีแล้วก็ไม่รู้จะไปถามใครอีก :'(

 มีอีกเรื่องครับที่ผมสงสัย(เรื่องลำกล้องนี่ล่ะครับ)มานานแล้ว คือว่าลำกล้องนั้นมีวิธีทำกี่แบบกันแน่ครับแล้วอีกอย่างเวลาเราจะซื้อปืนเราจะรู้ได้ยังไงครับว่าตัวไหนใช้วิธีทำลำกล้องแบบใด เพราะบางทีส่วนมากแล้วในCATALOGSเองก็ไม่ได้บอกไว้ว่าปืนรุ่นนี้ปืนรุ่นนั้นลำกล้องทำด้วยวิธีไหน ??? คือเท่าที่ทราบก็อย่างที่พี่FABBRIบอกมาว่าปืนชั้นดีส่วนมากจะใช้วิธี
Deep-Drilling Processทำลำกล้องกันทั้งนั้น ต้องการรู้เรื่องนี้มากครับจะได้เลือกซื้อปืนได้ถูกไงครับ อีกหนึ่งคำถามครับแล้ว
MX-8 & DT 10 ใช้วิธีทำลำกล้องแบบไหนครับ ตามความเข้าใจของผม(แต่ก่อน) ผมเข้าใจว่าปืนแข่งน่าจะเป็นปืนที่มีคุณภาพลำกล้องดีกว่าปืนพวกFIELD GRADEและยังคิดไปอีกว่าก็น่าจะดีกว่าปืนPREMIUM GRADEด้วยซ้ำ :OOเพราะต้องยิงมากและใช้งานหนักกว่า รบกวนพี่ทั้งสองช่วยขยายความเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วยครับ ;D
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 08:02:12 PM
เพราะผมตรวจที่ Custom Shop ก่อนส่งมาเมืองไทย และ F1 คงมีไม่มากแน่ๆ

คัสตอมชอป เขาเป็นไงครับ เล่าให้ฟังบ้างสิครับ
แสดงว่าตอนนั้นพี่ไปเลือกเองถึงแหล่ง
ผมกลับไปดูข้อมูลที่เคยพิมพ์ไว้อ่าน  ปรากฎว่า F1 จากโรงงานทำทั้ง 30" และ 32"


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 08:41:34 PM


   ท่าน Choltit  อยากให้เล่าทางนี้ หรือ ดุ VCD   ที่ชอบทีสุด ก็ ที่ Browning นี่แหละ เพราะเขา เลี้ยงข้าวหลายมื้อ ที่อื่นไม่มีใครเลี้ยงเลย แถม ไปห้องทดสอบอาวุธสงครามของ FN 1 ชม ยิงไปหลายพันนัด แถม พิพิธพันธภัณฑ์ ที่ปิด ยังสั่งให้เปิด  เพื่อให้กะเหรี่ยง 4 คนเข้าไปเดินถ่าย VDO

  ที่ชอบ เพราะ เป็นโรงเรือน 2 ชั้น ทำด้วยไม้ ที่พวกช่างทำงานอยู่ ชั้น 2 ทุกโต๊ะทำงานจะหันออกทางหน้าต่าง มีวิวสวยมีอากาศดี มีเสียงตะไบ เสียง ฆ้อน เสียงสว่าน เสียงเพลง เสียงหัวเราะของคนงาน ที่อื่นไม่พบ






หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 08:49:06 PM
อ่านพบมาว่าMaster Francesco Medici เป็นถึงอาจารย์ของAngelo GaleazziและMario Abbiaticoอีกทีนึงโหเลยอยากเห็นงานของเค้าขึ้นมาซะแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 08:58:39 PM
ไม่ยาก ใน the best guns หน้า255-257  เคยขอซื้อ2กระบอกนี้กับเขา เขาบอกว่ารอเขาตายก่อนแล้วค่อยซื้อกันลูกเขา ก็ต้องรอ แต่ปากก็ว่าเรา แต่มือก็ทำ สร้อย ทำหัวเข็มขัด ทำลายบนปืนให้ คุยกันทีนานมาก เพราะ เขาพูดได้แต่อิตาลี่ เราพูดอังกฤษ ได้งูๆปลาๆ เลยคุยกันเมื่อยมือ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 08:59:58 PM
ท่าน Choltit อยากให้เล่าทางนี้ หรือ ดุ VCD เพราะ ที่ชอบทีสุด ก็ ที่ Browning นี่แหละ เพราะ เลี้ยงข้าวหลายมื้อ ที่อื่นไม่มีใครเลี้ยงเลย แถม ไปห้องทดสอบอาวุธสงครามของ FN 1 ชม ยิงไปหลายพันนัด แถม พิพิธพันธภัณฑ์ ที่ปิด ยังสั่งให้เปิด เพื่อให้กะเหลี่ยง 4 คนเข้าไปเดินถาย VDO
 ไม่ใช่หรอก ที่ชอบ เพราะ เป็นโรงเรือน 2 ชั้น ทำด้วยไม้ ที่พวกช่างทำงานอยู่ ชั้น 2 ทุกโตะทำงานจะหันออกทางหน้าต่าง มีวิวสวยมีอากาศดี มีเสียงตะไบ เสียง ฆ้อน เสียงสว่าน เสียงเพลง เสียงหัวเราะของคนงาน ที่อื่นไม่พบ


(http://ipsc.invisionzone.com/style_emoticons/default/ohmy.gif)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:05:42 PM
รบกวนขอถามเรื่องง่ายๆพื้นฐานหน่อยครับ
 1 ปืนskeet ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
 2 ปืนtrap ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
 3 ปืนsporting ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
 ติดตามกระทู้นี้มาตลอด แต่ยังแยกปืนไม่ออก ขอบคุณครับ

นอกจากปืนแล้ว  กระสุนที่ใช้ก็ต่างกันด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:06:09 PM
ท่าน ขบวนเรือสวยไหม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:16:13 PM
ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม..
..มีหนังสือแปลไทยบ้างหรือไม่ครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:18:34 PM
ที่อ่านมากๆก็คู่มืออาวุธปืน นอกนั้น ก็คุยกับคนทำปืน ส่วนภาษาอังกฤษ ก็มีบ้าง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:24:38 PM
ไม่ยาก ใน the best guns หน้า255-257 เคยขอซื้อ2กระบอกนี้กับเขา เขาบอกว่ารอเขาตายก่อนแล้วค่อยซื้อกันลูกเขา ก็ต้องรอ แต่ปากก็ว่าเรา แต่มือก็ทำ สร้อย ทำหัวเข็มขัด ทำลายบนปืนให้ คุยกันทีนานมาก เพราะ เขาพูดได้แต่อิตาลี่ เราพูดอังกฤษ ได้งูๆปลาๆ เลยคุยกันเมื่อยมือ
โหพี่ถ้าได้กระบอกนั้นมาจริงๆคงจะเป็นที่ฮือฮากันไปอีกนานเท่านานเลยครับ เมื่อไรพี่จะไปอีกชวนผมด้วยนะครับผมจะไปขอถ่ายรูปกันขอลายเซ็นแค่นี้ก็พอใจแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:27:11 PM
เรื่องที่1 หนังสือ คู่มืออาวุธปืนทุกชนิด และ ศิลปการล่าสัตว์ ของ วิจิตต์ ศิริเทียน  พิมพ์ครั้งแรก ประมาณ พศ 2498 พิมพ์ครั้งที่ 3 ประมาณานปี2510  เคยเหมาจากร้านโอเดียนสโตว์ ปี2520 เมื่อปี 2530 คุณ วิจิตต์เคยจะเซ็นมอบอำนาจให้พิมพ์ ใหม่ พอดีไม่ได้พบกับแก 1-2 เดือน ก็ได้ข่าวเสียชีวิตแล้วเลยอดพิมพ์
........................................................... ........................................................... ............
..คู่มืออาวุธปืนเล่มที่ท่าน FABBRI แนะนำ พอจะหาซื้อได้จากที่ไหนครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:31:11 PM
พี่FABBRIครับไม่ทราบว่าเคยไปที่Museum of Hunting and Natural History:Parisรึยังครับ ที่นี่ผมดูในรูปแล้วน่าไปมากๆเลยครับมีปืนเก่าและปืนงามๆของระดับปรมจารย์สะสมไว้เยอะมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:31:28 PM
คุยกันทีนานมาก เพราะ เขาพูดได้แต่อิตาลี่ เราพูดอังกฤษ ได้งูๆปลาๆ เลยคุยกันเมื่อยมือ

เดี๋ยวลายไม่สวยสิครับ

ท่าน ขบวนเรือสวยไหม

งงครับ  พี่ตอนนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทยหรือครับ ?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:34:32 PM


  o\u boy เท่าทีเคยพบก็มีเขียนให้บ้างบนหนังสือ และ เราก็ ยัดเยียดให้คนไปหลายคน แต่ส่วนมาก Medici จะแจกเหรียญ แล้วสลักลายชื่อเรากับชื่อเขา โดยแกะตามลายมือทีเราเขียนให้เขา


 Mosino หนังสือพยายามหาจากร้านขายหนังสือเก่ามาหลายปีก็ยังหาไม่ได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:35:41 PM
โหพี่ถ้าได้กระบอกนั้นมาจริงๆคงจะเป็นที่ฮือฮากันไปอีกนานเท่านานเลยครับ เมื่อไรพี่จะไปอีกชวนผมด้วยนะครับผมจะไปขอถ่ายรูปกันขอลายเซ็นแค่นี้ก็พอใจแล้วครับ

กำลังคิดว่า o/u boy ไม่ตื่นเช้ามาก ก็คงนอนดึกมาก  :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:38:10 PM
ขบวนเรือถามท่าน ลูกซองสั้น วางแผนหลายตลบกว่าจะไปดู


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:39:37 PM
o\u boy เท่าทีเคยพบก็มีเขียนให้บ้างบนหนังสือ และ ยัอเยียดให้คนไปหลายคน แต่ส่วนมาก Medici จะแจกเหรียญ แล้วสลักลายชื่อเรากับชื่อเขา โดยแกะตามลายมือทีเราเขียนให้เขา
 Mosino หนังสือพยายามหาจากร้านขายหนังสือเก่ามาหลายปีก็ยังหาไม่ได้
ขอบคุณครับ..สงสัยต้องให้ท่าน FABBRI เขียนถ่ายทอดลงกระทู้นี้ จะติดตามอ่านครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 09:46:27 PM
ขอบคุณครับ..สงสัยต้องให้ท่าน FABBRI เขียนถ่ายทอดลงกระทู้นี้ จะติดตามอ่านครับ..

ไม่เพียงเท่านั้น สำนวนการเขียนผมมักตามไม่ทัน  อย่างนี้ผมชอบครับ
ดูข้างล่างเป็นตัวอย่างสิครับ จินตนาการจากสองบรรทัดออกเลยว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไร

...เป็นโรงเรือน 2 ชั้น ทำด้วยไม้ ที่พวกช่างทำงานอยู่ ชั้น 2 ทุกโตะทำงานจะหันออกทางหน้าต่าง มีวิวสวยมีอากาศดี มีเสียงตะไบ เสียง ฆ้อน เสียงสว่าน เสียงเพลง เสียงหัวเราะของคนงาน ที่อื่นไม่พบ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 10:18:16 PM

            ออ้คุณ Choltit ลืมบอกอีกอย่า เสียงทีเราได้ยินขณะเขาทำงานกัน มีจังหวะจะโคลด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่เสียงหนวกหู

 อยู่ทั้งวันก็ไม่เบื่อ ดูปืนที่ทำเสร็จแล้วบ้าง ฟังเขาคุยกันบ้าง ร้องเพลงบ้าง

 แต่ ถึงตอนเที่ยงเขาไล่เราไปกินข้าวที่ร้านอาหาร เราจะกินแซนวิชกับช่างเขาไม่ยอม

 เพราะ เขาจะเลี้ยงอาหารเรา พวกผู้ทีต้อนรับเราเขาจะได้กินด้วย เพราะ  บริษัทจ่าย กินทีตั้ง 2 ชม เราอยากดูเขาทำปืนมากกว่า กลับมากินเมืองไทยก็ได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 09, 2006, 10:22:44 PM
เขาจะเลี้ยงอาหารเรา พวกผู้ทีต้อนรับเราเขาจะได้กินด้วย เพราะ บริษัทจ่าย

แล้วมื้อนั้นเขาเลี้ยงอาหารอะไรครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 09, 2006, 10:42:54 PM


   อาหารร้านที่ดีที่สุดของเมือง กับ ไวนร์ ดีทีสุด ทั้งมื้อเที่ยง และ มื้อเย็น  เพราะ ถ้าให้พวกที่มาต้อนรับมากินเองเขาคงไม่กล้ามาเสียเงินกินแน่ แต่เราไป และ บริษัท จ่าย ก็ต้องดีทีสุด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: minicooper ที่ มิถุนายน 09, 2006, 11:25:38 PM
อ่านแล้วตาค้างน้ำลายหก  เอ้อเหอ  หนังสือ ของอาจารย์วิจิตต์ ศิริเธียร ผมมีครับ  อ่านแล้วยอดเยี่ยมมากๆ  หนังสือชื่อ คู่มือการใช้อาวุธปืนสั้นครับ  อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 10, 2006, 07:36:32 AM
เมื่อวานผมไปดูเห่เรือมาครับ     เป็นภาพขบวนเรือที่สวยที่สุด 

คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ต้องวางแผนลึกลับซับซ้อน เพื่อให้ได้มุมดูที่สวยสุดๆ คือภาพขบวนเรือค่อยๆผ่านเราไป โดยมีภาพพระปรางค์วัดอรุณฯเป็นวิวด้านหลัง




หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 10, 2006, 09:39:38 AM
อาหารร้านทีดีทีสุดของเมือง กับ ไวนร์ ดีทีสุด ทั้งมื้อเทียง และ มื้อเย็น เพราะ ถ้าให้พวกที่มาต้อนรับมากินเองเขาคงไม่กล้ามาเสียเงินกินแน่ แต่เราไป และ บริษัท จ่าย ก็ต้องดีทีสุด

พอจะสแกนให้เห็นได้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 10, 2006, 09:41:25 AM
เมื่อวานผมไปดูเห่เรือมาครับ เป็นภาพขบวนเรือที่สวยที่สุด

คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ต้องวางแผนลึกลับซับซ้อน เพื่อให้ได้มุมดูที่สวยสุดๆ คือภาพขบวนเรือค่อยๆผ่านเราไป โดยมีภาพพระปรางค์วัดอรุณฯเป็นวิวด้านหลัง

บางคนก็ข้ามไปฝั่งนู้น เลือกวิวด้านหลังเป็นวัดพระแก้ว
พี่ลูกซองสั้นใช้กล้อง และอุปกรณ์อะไรบ้างครับ ? หรือว่าวีดีโอ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 10, 2006, 10:14:30 AM
โหพี่ถ้าได้กระบอกนั้นมาจริงๆคงจะเป็นที่ฮือฮากันไปอีกนานเท่านานเลยครับ เมื่อไรพี่จะไปอีกชวนผมด้วยนะครับผมจะไปขอถ่ายรูปกันขอลายเซ็นแค่นี้ก็พอใจแล้วครับ

กำลังคิดว่า o/u boy ไม่ตื่นเช้ามาก ก็คงนอนดึกมาก :)
ผมเป็นคนนอนดึกครับพี่ประมาณตี2-3ทุกคืนแล้วก็ตื่นตอน9-10โมงเช้าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 10, 2006, 10:15:35 AM
o\u boy เท่าทีเคยพบก็มีเขียนให้บ้างบนหนังสือ และ ยัอเยียดให้คนไปหลายคน แต่ส่วนมาก Medici จะแจกเหรียญ แล้วสลักลายชื่อเรากับชื่อเขา โดยแกะตามลายมือทีเราเขียนให้เขา
 Mosino หนังสือพยายามหาจากร้านขายหนังสือเก่ามาหลายปีก็ยังหาไม่ได้
พี่มีเหลือบ้างมั้ยครับผมอยากได้สุดๆเลยครับ :D~ ตอนนี้อายุท่านก็ปาไป82แล้วซินะครับแล้วไม่รู้ยังแข็งแรงดีอยู่รึเปล่าครับพี่ ถ้าเราอยากได้พบศิลปินแกะปืนที่ถือว่าเป็นหนึ่งของโลกท่านนี้แล้วเราคงต้องรีบๆกันหน่อยแล้วละครับ
 ไม่รู้ว่าพี่FABBRIมีสะสมไว้บ้างรึเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 10, 2006, 10:34:43 AM
ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม..
..มีหนังสือแปลไทยบ้างหรือไม่ครับ...
ขอโทษนะครับที่ตอบให้ช้า เอาแค่หนังสือภาษาอังกฤษยังหาซื้อได้ยากมากเลยครับและราคาก็แพงด้วย อย่างสามเล่มที่ผมซื้อมาเมื่อไม่กี่วันมานี้คิดเป็นเงินไทยก็เกือบ20000แล้วครับ :~)แต่ผมว่าคุ้มค่านะครับ :)


  พี่ลูกซองสั้นกับพี่FABBRIครับ ผมรบกวนตอบคำถามผมที่หน้า10ให้ด้วยนะครับ(เรื่องเกื่ยวกับลำกล้องปืน)ผมอยากทราบจริงๆครับ ขอขอบพระคุณไว้ก่อนเลยแล้วกันครับ :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 10, 2006, 05:33:46 PM
เมื่อวานผมไปดูเห่เรือมาครับ เป็นภาพขบวนเรือที่สวยที่สุด

คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ต้องวางแผนลึกลับซับซ้อน เพื่อให้ได้มุมดูที่สวยสุดๆ คือภาพขบวนเรือค่อยๆผ่านเราไป โดยมีภาพพระปรางค์วัดอรุณฯเป็นวิวด้านหลัง

บางคนก็ข้ามไปฝั่งนู้น เลือกวิวด้านหลังเป็นวัดพระแก้ว
พี่ลูกซองสั้นใช้กล้อง และอุปกรณ์อะไรบ้างครับ ? หรือว่าวีดีโอ

ผมถ่ายวีดีโอไว้ครับ น้องชายอีกสองคนถ่ายรูปไว้รวมหลายร้อยใบ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 10, 2006, 07:42:25 PM

 พี่ลูกซองสั้นกับพี่FABBRIครับ ผมรบกวนตอบคำถามผมที่หน้า10ให้ด้วยนะครับ(เรื่องเกื่ยวกับลำกล้องปืน)ผมอยากทราบจริงๆครับ ขอขอบพระคุณไว้ก่อนเลยแล้วกันครับ :)
อ้างถึง
ไม่เข้าใจคำถามนัก

ปัจจุบันโรงงานปืนเกือบ 90% ซื้อลำกล้องจากโรงงานที่ทำลำกล้องโดยเฉพาะ เพียงแต่สั่งเขาจะเอาราคาขนาดเท่าไรเขาก็จะทำให้
และ จะเอา แบบเสร็จ 100% เอาไปประกอบได้เลย หรือ 50%80% ก็ได้ ทีนี้ ปืนราคาแพง เช่น H&H ลำกล้องจะเป็นชิ้นเดียวกันตลอด คือ จากโคนที่มี Ejector รังเพลิง ลำกล้อง จนจดปลายโช๊ค รวมถึงลิ่มใต้ลำกล้อง เป็นชิ้นเดียวกัน ส่วน Perazzi ใช้วิธี ทำเฉพาะ โคนลำกล้องส่วนที่เป็นรังเพลิงกับลิ่มล็อก แล้ว นำลำกล้องอีก2ชิ้นมาหมุนเกลียวใส่ ซึ่งถูกกว่าแบบแรกมาก แต่ฝีมือแต่งคอรังเพลิง คือ ส่วนต่อระหว่างรังเพลิงกับลำกล้องต้องเนียบมาก ไม่เช่นนั้น ถ้วยรองเม็ดกระสุนไปสดุดก็จะทำให้กลุ่มกระสุนเสีย Mr Perazzi ให้เหตุผลว่า เมื่อลำกล้องเสียก็เปลี่ยนง่าย เพียงแต่หมุนลำกล้องเก่าออกแล้วใส่อันใหม่ก็ใช้ได้แล้ว เร็วด้วย ดีด้วย แต่เหตุผลใหญ่คือลดต้นทุน
  ผมเคยไปโรงงานทำลำกล้องปืนเพื่อเลือกลำกล้องมาทำปืน S\S 2 กระบอก กว่าจะได้ 4 ลำ ใช้เวลานานมาก เพราะต้องเลือก กว่า 100 ลำกล้อง ที่ทำเสร็จแล้ว 60% ให้เข้าคู่กันดีที่สุด โดยไม่ต้องดัด เพราะ โรงงาน Piotti เลือกมาให้หลายรอบแล้วไม่ถูกใจสักที เขาเลยให้ไปเลือกเอง ไม่ใช่ผมเก่งนะครับผมแค่ไปอยู่กับเขาขณะเลือก เพราะ ปืนของผม 1กระบอก ของเพื่อน 1 กระบอก เพื่อนชื่อ Ennio Mattarelli คนออกแบบ MX8 แก้ไข ASE 90 เป็น ASE Gold ไรเฟิล ซาวเออ 200


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 10, 2006, 08:20:51 PM
ขอบคุณครับพี่ผมพอเข้าใจแล้ว :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 10, 2006, 08:53:35 PM
Ennio Mattarelli เป็นคนที่ ยิง Trap ได้เหรียญทอง โอลิมปิค ปี1964 ที่ญี่ปุ่น

 ปี 1968 ออกแบบ MX8 กระบอกแรกที่ผลิตปืนนี้ในปี 1969 แต่ทีใช้MX8 เพราะ ปี68 เป็น เม็กซิโกโอลิมปิค กระบอกแรก No 3001 แต่ที่ โรงงาน Perazzi  มีหมายเลข 3002และออกแบบปืนที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิคมากทีสุด หลายยี่ห้อ หลายแบบ รวมทั้งไรเฟิล  ออกแบบเครื่องดีดเป้าและเป้า ที่ใช้ในโอลิมปิกมากทีสุด ออกแบบกระสุน เคยแซวเขาว่ายังขาด รองเท้ากับเสื้อยังไม่ได้ออกแบบ เพราะ เมืองที่เขาอยู่ เป็นเมืองแฟชั่น ชื่อ โบโลญ่า
 ปืนที่เขายิงได้เหรียญทอง และ ทำให้คนรู้จักปืนแฝดซ้อนของอิตาลี่ ก่อนหน้านั้นนักยิงปืนส่วนมากจะใช้ปืนจาก เยอรมัน กับเบลเยียม ส่วน อังกฤษ แพงเกินไป ปืนกระบอกนั้น ออกแบบ โดย Daniele Perazzi  Ivo Fabbri และ Ennio เป็นปืน side lock คอตรง หมายเลข 5224 ข้างปืนพิมพ์ว่า  Perazzi Fabbri


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 10, 2006, 09:30:07 PM
แล้วพี่รู้จักกับคุณMattarelliได้ยังไงละครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 10, 2006, 09:48:30 PM
รู้จักมานานกว่า 15ปี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 10, 2006, 09:56:32 PM
อังกฤษ ชนะ ปาราไกว 1/0 เกมส เพิ่งจน
คือ Ennio มีแต่ลูกสาว  ภรรยาผม เลยยกผมให้เป็นลูก และ ลูกสาวเขา ก็เกลียจปืนมาก เพราะ ทั้งวันพ่อคุยเป็นแต่เรื่องปืน อยู่เมืองไทย ที่ภูเกต 15 วัน ก็อยู่แต่ในห้อง ออกแบบปืน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 10, 2006, 09:58:27 PM
พี่ลูกซองสั้นยังติดน้องๆเรื่องผ่าปืนใช้ชมอยู่นะครับ ;Dต้องทวงหน่อย ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 10, 2006, 10:06:35 PM
ตอบแทนก็ได้ พรุ้งนี้เช้าคงถ่ายรูปได้ บ่ายต้องไปลองปืน เย็น คงลงรูปได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: rerng ที่ มิถุนายน 10, 2006, 11:15:27 PM
ชอบกระทู้นี้จัง ถ้ามีรูป "ชอร์ตกัน" ทุกประเภท มาให้ดูละก็ สุดยอด......(จินตนาการไม่ถูกครับ)  ปืนประเภทนี้ของคุณตาผมหาค่าไม่ได้(ปืนแก้ปผลิตเอง)ยาวสามศอกยิงสารพัด
ตั้งแต่สัตว์น้ำยันสัตว์อากาศ    มันหายไปหลังชีวิตคุณตาไม่นาน ก็ ยี่สิบห้าปีที่ผ่านมานี้เอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 10, 2006, 11:23:18 PM
ระหว่างนี้ ท่านใดสนใจดูลายปืน Fabbri เข้าไปดูได้ข้างล่างนี้ครับ

](http://www.fabbri.it/Fabbri_Label.gif) (http://www.fabbri.it/Fabbri_Label.gif[/img)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 06:21:41 PM
เราคุยกันเรื่องลำกล้องต่อดีกว่า
 ลำกล้องปืนประกอบด้วย รังเพลิง คอรังเพลิง ลำกล้อง และโช๊ค กระสุนสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่2 จะทำด้วยกระดาษ ส่วนฐานจะเป็นเหล็กหรือทองเหลือง ภายในจะประกอบด้วย แก็ป ดินปืน แผ่นหมอนทำด้วยสักหลาด หรือ ไม้ก็อก เม็ดกะสุนขนาดต่างๆ ปิดทับบนสุดด้วยกระดาษแล้วแม้มปากเพื่อ ไม่ให้กระสุนรั่วออกมา เมื่อบรรจุกระสุนแล้วยิง ดินปืนก็จะเผาไหม้เป็นแก้ส ดันหมอนพร้อมเม็ดกระสุนไปตามลำกล้อง จนถึงปลายลำกล้องที่เป็นโช๊ค


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 06:31:15 PM
ลำกล้องที่ดี คอรังเพลิงจะต้องพอดีกับปลายปลอกกระสุน และ ไม่มีรอยสดุด เพื่อประคองหมอนกับกระสุบให้คงลักษณะเดิม รวมถึงลำกล้องก็ต้องพอดีกับหมอนทั้งเส้นผ่าศูณย์กลาง และเส้นรอบวง เพราะถ้าคอรังเพลืงกับลำกล้องไม่ดีแล้ว แก้สจะรั่วแซงหมอนออกไปบางจุดก็จะทำให้ หมอนเดินทางเสียรูป เม็ดกระสุนก็จะถูกแก้สตีทำให้เม็ดกระสุนไม่เป็นระเบียบ ลำกล้องปืนต้องกลมสมำเสมอตลอดโคนจดปลาย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 06:49:56 PM
แต่ปัจจุบับลำกล้องปืนไม่ต้องทำพิถีพิถัน มากนัก ที่ทำดีก็ทำเลวลงที่ทำไม่ดีก็ยิ่งแย่ลง เพราะหลังสงครามโลก กระสุนลูกซองทำด้วยพลาสติกและภายในไม่ใช้หมอนสักหลาดหรือไม้กอ็ก แต่ใช้เป็นถ้วยพลาสติกใส่เม็ดกระสุน เพื่อประคองให้กระสุนอยู่ในทีของมันไปจนจดปลาย แต่จะมีปัญหาเหมือนกัน คือถ้วยแต่ละโรงงานทำไม่เท่ากัน เราจึงพบว่าปืนกระบอกนี้ถูกกับกระสุนยี่ห้อนี้ ถ้าใช้ผิดแบบหรือยี่ห้อ ม่านกระสุนก็จะไม่ดี โรงงานปืนบางโรงงาน เลยทำกระสุนเองด้วย ปัญหาอีกอย่างคือใช้กระสุนไม่ถูกกับรังเพลิง ปืนปัจจุบัน มักจะเป็นขนาด 12 G ยาว 70มม( 2 3/4นิ้ว) ถ้าเอากระสุนยาว 65มม ( 2 5/8นิ้ว ) มาใส่ยิงปลอกก็จะไม่เต็มบ่าคอรังเพลิงแก้สก็จะไปตีถ้วยให้เสียแนวได้ หรือ เอา 70 มม ไปยิงในปืน65มม ปลายปลอกก็จะไปทับคอปืนทำให้ถ้วยถูกบีบลงก็จะเสียอีกเช่นกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 07:15:58 PM
เมื่อกระสุนวิ่งมาถึงส่วนปลายก็จะพบกับโชค็ ส่วนนี้จะเป็นตัวบังคับให้กระสุนแคบหรือกว้าง ก็อันนี้ที่สำคัญสำหรับเราว่าจะเอาปืนไปยิงอะไร ยิงใกล้หรือไกล ถ้าใกล้ก็ใช้โชค็กว้าง ยิงไกลก็แคบ มี หลายความหมายที่ใช้เรียกกัน เป็นอักษรก็ s\k , Cylinder,  Improved Cylinder , Modified , Improved Modified , Full Choke ใช้ เลข ก็ 2,4,6,8,10 ถ้าใช้ดาวกลับกับ ๐๐๐๐๐,๐๐๐๐,๐๐๐,๐๐,๐ ดาวเดียวแคบ ดาวมากกว้าง ลำกล้องที่ดี ม่านกระสุนเมื่อยิงไปแล้ว ต้องหนาแน่นในวงกลม 30 นิ้ว และที่สำคัญก็ต้องมีช่องไฟของเม็ดกระสุนได้ระเบียบ ถี่ ห่างต้องเท่ากัน  ระยะการยิงต้องแล้วแต่โชค็  ลำกล้องไม่ดี ม่านกระสุนจะเป็นรูปวงรีบ้าง เม็ดกระสุนจะไปกระจุกเป็นจุดๆ ไม่สมำเสมอ
 โชค็ที่ดีต้องปรับด้วยมือ คือยิงแล้วม่านกระสุนเบี้ยว ก็ใช้ แปรงสักหลาดชุบกากเพชร ขัดแต่งภายในลำกล้องส่วนที่เป็นโชค็ จนได้ม่านกระสุนที่ต้องการ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 07:35:10 PM
มีอีกอย่างหนึ่งเมือพบปืนที่ถูกใจสวยปิ้งโดนใจใช่เลย ทั้งรูปทรงทั้งไม้ทำพานท้าย ถ้าไม่ได้ซื้อ เอาไปกอดนอนแทนเมีย ต้องตายแน่ๆ (คุณ ผู้หญิงก็แทนสามี) โปรดระงับใจไว้ก่อน ต้องนึกก่อนว่าจะเอาไปทำอะไร ยกเว้นท่านที่กูรวยสะอย่างจะซื้อมีปัญหาไม๋ ก็ไม่ว่ากัน เอาว่า คนที่ต้องขอเงินคนอื่นมาซื้อก็แล้วกัน ทั้งพ่อ แม่ สามี ภรรยา ต้องเอาปืนนั้นมาประทับก่อนว่าเข้ากับเราไหม พานท้าย Skeet Trap Sporting Field ต้องแยกให้ออก อย่าชอบจนยอมฝืนตัวเองให้เข้ากับปืน หรือ ฝืนปืนให้เข้ากับตัวเรา คือประทับแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหวียงซ้ายหรือขวา สูง ต่ำ เป็นไปตามใจเรา ถ้ายาวไปสักนิด ยังแก้ไขได้ในร้านทำด้ามปืนเมืองไทย นอกนั้นแก้ไขไม่ได้ ในเมืองไทย บางทีก็มีคนพอทำได้แต่ไม่ชอบทำ เมือประทับปืนได้ไม่ขัดขืนเหมือนใส่เสื้อสูท ที่สั่งตัดแล้ว เขากับตัวเรา จากนั้นก็จับปืนแก้ผ้า เพื่อดูอะไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 11, 2006, 08:17:57 PM
โอ้โหวันนี้พี่พิมพ์ยาวมากเลยครับ ต้องขอบคุณพี่มากครับที่ให้ความรู้
  มีอีกเรื่องที่ผมอยากรู้ครับคือว่ากระสุนที่ใช้ยิงเป้าบินนั้นเค้ามีกำหนดไว้ให้ใช้แบบไหนบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 09:16:32 PM
แก้ผ้า คือ ถอดลำกล้องออกดูที่โคนลำกล้องแถวๆใต้รังเพลิง เขาจะบอกหมดล่อนจ้อนเลยว่า ปืน ขนาดอะไร 12 g 20g  28g  .410 ความยาวของรังเพลิง ที่ต้องใช้กระสุน 65 หรือ 70 หรือ 75 มม ปืนรุนใหม่ไม่มีปัญหาเรื่องดินปืน ปืนเก่าต้องดูว่าใช้ดินดำหรือ ควันน้อย  ขนาด ของโช๊ค ก็เช่น ถ้าเป็นปืน SKEET  นอกจากพานท้ายที่ต่ำกว่าปืนทั่วไปแล้ว ที่ลำกล้องต้องตี S\K,S\K ทั้ง 2 ลำกล้อง ปืน Trap พานท้ายจะสูงกว่าปืนทั่วไปที่ลำกล้องจะตี ๐๐/๐ หรือ 8/10 หรือ Im MOD \ FULL จากนั้นก็บอกรูกว้างหรือรูแคบ อย่าคิดมาก คือรูลำกล้อง คงจะประมาณ 18.4มม ต่อไปก็จะบอกน้ำหนักลำกล้อง 1.56 หรือ 1.65 KG ปืนทีโช๊คนอกเหนือจากนี้แล้วก็เป็นปืนยิงนก ใกล้หรือ ไกล แล้วแต่เขาจะเขียนไว้ ไม่ใช่ลำกล้องยาวยิงไกล ลำกล้องสั้นยิงใกล้ ปืนบางกระบอก ลำกล้องยาวมาก แต่โชค็กว้างมากหรือถูกตัดไป ก็ยิงได้ใกล้ๆ บางกระบอก ลำกล้องยาวแค่ 25 นิ้วแต่เป็น Full Choke ก็มี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 09:19:38 PM
กระสุนยิงเป้าบิน Skeet จะเป็น เม็ดกระสุนเบอร์ 9 Trap Double Trap จะเป็น เบอร์ 8หรือ 71/2


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 11, 2006, 09:31:21 PM
ขอบคุณพี่อีกทีครับแต่ต้องไปก่อนครับกำลังดูFrench Openรอบชิงอยู่ครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 09:36:18 PM
Beretta Dina เป็นซื่อรุ่น ปืนแฝดนกนอก แต่คนแกะมีหลายคน แต่มีอยู่ชุดเดียวที่ Medici ใช้ เทคนิก Cesello มีชุดเดียว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 11, 2006, 09:37:59 PM
เช่นกัน กำลังดูพลุ กับ บอลโลก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 11, 2006, 10:10:41 PM
Beretta Dina เป็นซื่อรุ่น ปืนแฝดนกนอก แต่คนแกะมีหลายคน แต่มีอยู่ชุดเดียวที่ Medici ใช้ เทคนิก Cesello มีชุดเดียว
ครับใช่ครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Desperado - รักในหลวง ที่ มิถุนายน 11, 2006, 11:12:42 PM
ผมขอขอบคุณท่านที่เสวนาในกระทู้นี้ครับ
เหมือนผมนั่งอ่านเอ็นไซโคปิเดียลูกซองเลยครับ
ขออนุญาติเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะครับ ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 11, 2006, 11:24:52 PM
ดีใจครับNadalชนะ Federerตามที่หวังไว้ครับ ;D

 พี่ๆครับเราพูดถึงปืนลูกซองกันมาไม่ว่าจะด้วยเรื่องลำกล้องการแกะลายแต่คิดว่ายังขาดสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ถือได้ว่าเป็นศาสตร์ของปืนลูกซองไป ทำไมปืนชั้นดีถึงต้องใช้ระดับMASTERในการทำพานท้าย และทำไมฝรั่งถึงพูดกันว่า
 Engraving takes some months or years to be made and many men can make it. Beautiful rare walnut takes hundreds of years to be made and ....only God can make it.
 ไม่ว่าจะเรื่องการคัดชิ้นไม้สีของไม้การตัดแบ่งตอไม้เพื่อเอามาทำพานท้ายเพื่อให้ได้ลายที่สวยที่สุดและให้ความแข็งแรงที่สุด :)
 รบกวนพี่ๆขยายความต่อด้วยครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:26:48 AM
แต่ปัจจุบับลำกล้องปืนไม่ต้องทำพิถีพิถัน มากนัก ที่ทำดีก็ทำเลวลงที่ทำไม่ดีก็ยิ่งแย่ลง เพราะหลังสงครามโลก กระสุนลูกซองทำด้วยพลาสติกและภายในไม่ใช้หมอนสักหลาดหรือไม้กอ็ก แต่ใช้เป็นถ้วยพลาสติกใส่เม็ดกระสุน เพื่อประคองให้กระสุนอยู่ในทีของมันไปจนจดปลาย แต่จะมีปัญหาเหมือนกัน คือถ้วยแต่ละโรงงานทำไม่เท่ากัน เราจึงพบว่าปืนกระบอกนี้ถูกกับกระสุนยี่ห้อนี้ ถ้าใช้ผิดแบบหรือยี่ห้อ ม่านกระสุนก็จะไม่ดี โรงงานปืนบางโรงงาน เลยทำกระสุนเองด้วย ปัญหาอีกอย่างคือใช้กระสุนไม่ถูกกับรังเพลิง ปืนปัจจุบัน มักจะเป็นขนาด 12 G ยาว 70มม( 2 3/4นิ้ว) ถ้าเอากระสุนยาว 65มม ( 2 5/8นิ้ว ) มาใส่ยิงปลอกก็จะไม่เต็มบ่าคอรังเพลิงแก้สก็จะไปตีถ้วยให้เสียแนวได้ หรือ เอา 70 มม ไปยิงในปืน65มม ปลายปลอกก็จะไปทับคอปืนทำให้ถ้วยถูกบีบลงก็จะเสียอีกเช่นกัน
เรียนสอบถามท่าน FABBRI ครับ..
..ปืนลูกซองที่ใช้ในการแข่งขันปกติจะทำขนาดรังเพลิงเท่าไหร่ครับ..2 3/4 หรือ 3"  ?
..ในกรณีที่นำกระสุนทีมีขนาดสั้นกว่ามายิงในปืนที่มีขนาดยาวกว่า จะมีปัญหาคอรังเพลิงกร่อนหรือไม่ครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:59:10 AM
ปืนที่ใช้ในการแข่งขัน เกือบ100% ทำขนาด 2 3/4นิ้ว หรือ 70 มม เพราะด้วยการกำหนด กติกาในการแข่งขัน เม็ดกระสุน ที่บรรจุ ต้องไม่เกิน 24 กรัม
  ในกรณีนำกระสุนที่สั้นไปยิงในรังเพลิงที่ยาวกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องกร่อน เพราะกว่าปืนจะกร่อน กระเป๋าตังค์ พังก่อน แต่ที่มีปัญหาก็ม่านกระสุนจะไม่ดีเท่าที่ควร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:26:02 AM
ขอบคุณท่าน FABBRI มากครับ..
..ตอบได้รวดเร็วทันใจ ชัดเจน.. 8)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ มิถุนายน 12, 2006, 01:27:54 PM
อ่านข้อมูลความรู้ของท่าน fabbri แล้วรู้สึกลึกซึ้งกินใจมากครับ รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันของมนุษย์ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 12, 2006, 02:04:31 PM
ou Boy จะให้เล่าเรื่องไม้หรือ มันยาวนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ มิถุนายน 12, 2006, 03:37:10 PM
คงไม่เฉพาะ ou boy ท่านเดียวหรอกครับ คิดว่ามีอีกหลายท่านรวมทั้งผมด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 12, 2006, 04:42:02 PM
เอาสั้นๆก็แล้วกันนะ พานท้ายไม้ที่ดี และ ที่แพง ก็ ต้องทำจากไม้ วอลนัท [Walnut] มีไม้อื่นทีดี ก็มี เช่นไม้ maple   beech แต่พานท้ายปืนที่ดีทีสุด กลับทำด้วยวัสดุที่ถูกที่สุด คือ  fibres ที่ปืนในอเมริกาใช้กัน แต่สวยเป็นจรกาเลย ที่ดีเพราะหล่อได้ขนาดที่ฟิตกับปืนที่สุด และควบคุมเกรนของไฟเบอร์ ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ จึงช่วยกระจายแรงถีบของปืนได้ดีที่สุด

  ถ้าเราเห็นไม้มีลายสวยๆ เป็นลายก้นหอย ลายเสือ สีก็สวย อย่านึกว่าเป็นไม้ดี (ปืนถูกที่มีลายสวยๆ ยกตัวอย่างก็ได้CZ ลองเอากระดาษทรายขัดออกซิ จะเป็นไม้สีเหลืองๆ ไม้ฉำฉายังมีลายมากกว่า เพราะ ใช้สีเขียนแล้วทำสีน้ำตาลทับ) เพราะ มีลายสวยแต่เสี้ยนไม้ไม่เป็นระเบียบแทนที่ปืนจะถีบมาตรงๆกลับ ถีบไม่เป็นที่เป็นทางก็เลยมีอาการปืนตบบ้าง ยิงแล้วไม่รู้ปืนสบัดลำกล้องไปทางใด ยิงนัดทีสองก็ช้าเพราะปืนเบนไปทางอื่น ไม้ที่ดีต้องมีเกรนที่ตรงและลายสวย ที่แพงที่สุดก็ต้องไม้ทั้งสองด้านต้องเกือบเหมืนกัน ถ้าเหมือนกันเลย ก็คนทำเขียนกับมือเองแล้ว จะเอาลายอะไรบอกมาจัดให้ไม่แพง
 ไม้วอลนัทที่เอามาใช้ ต้องอยู่ส่วนโคนต้นหรือใต้ดิน อายูกว่า50ปีขึ้นไป ต่อไปนี้จะเล่าแต่พานท้ายที่ทำจากไม้วอลนัทเท่านั้น ไม้ที่แพงที่สุด คือไม้จากอังกฤษ ทั้งๆที่ลายเป็นเส้นๆสีดำเท่านั้น ที่แพงเพราะ เป็นไม้ที่ทำพานท้าย ไรเฟิลและไรเฟิลแฝด ที่แพงมากๆ เป็นไม้ที่ทั้งเหนียวแน่น น้ำหนักดี(หมายถึงไม่หนักไม่เบาเกินไป) และสำคัญที่สุด ก็ เกรนไม้หรือเสี้ยนไม้เป็นแนวมีระเบียบ ที่เกิดจากธรรมชาติ ช่วยลดและกระจายแรงถีนของปืนได้ดี ทนทานไม้บิดเบี้ยว หักงอยากมาก แกะลายกันลื่อนละเอียดที่สุดก็ได้  แต่น่าเสียดาย อังกฤษออกกฎหมายห้ามตัดไม้เมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบับถ้าจะหาไม้ของอังกฤษมาทำพานท้ายมีวิธีเดียว และยังทำกันอยู่คือ เลือกซื้อบ้านเก่าที่ใช้ไม้พวกนี้ทำ แล้วรื้อไม้มาทำพานท้ายได้ไม่กี่อัน นี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปืนไรเฟิลแฝดอังกฤษแพงนักหนา ก็มีบ้างที่คนบ้าเอามาทำปืนลูกซองแฝด คนซ่อมปืนที่H&H ยังว่าเอา ยูบ้าหรือเปล่า ต่อไปเป็นไม้จากประเทศอื่นๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 12, 2006, 05:54:13 PM
ที่ต้องเขียนหลายๆตอนก็เพราะ อายุมากพิมพ์ก็ต้องจิ้มทีละตัว กดผิดกดถูกพิมพ์ไปต้องมากแล้วดันไปกดลบ เลยหายหมด เลยต้องพิมพ์ไปส่งไป กันลบ อย่าถือสารำคาญ โดยเฉพาะ ท่าน โชกุนกับท่าน ลูกซองสั้น

   ไม้ที่ทำพานท้ายที่ดีต่อมาเป็นลำดับดังต่อไปนี้ French  Turkey USSR Iran China และ   California  ทำไมไม้ของอเมริกาไม่ดีทั้งๆที่สีก็สวย ลายก็ดี คือเป็นไม้ที่ปลูกใหม่ ดินชุ่มน้ำเนื้อนิ่มไป  ถ้าพูดภาษาไวนย์ ก็ต้องบอกเป็นโลกใหม่ เหมือนไม้ไทย พม่า มาเล อินโด ทำนองนี้
  เมื่อไม้จากทุกประเทศที่ตัดออกจากป่ามา ก็จะนำมากองรวมเป็นกองๆ มากน้อยแล้วแต่คนขาย จากนั้นก็จะมีการประมูลผู้ที่ดูไม้จะต้องเก่งมาก เพราะเขาไม่ได้ผ่าไม้ให้เราดูข้างใน ว่าไม้ท่อนนี้ เกรนไม้ดีไหม มีลายมากน้อย มีผุใส้ใน มีอีกหลายอย่างที่ทำให้ประมูลมาแล้วพอผ่าออกมาก็ต้อง เอาไปทำปืนถูกๆหรือทำฟืนไปเลยด้วยความเจ็บใจ ถ้าโชคดี ได้ไม้ที่ดีสัก 20-30% ก็เก่งแล้ว
 เมื่อได้ไม้มาแล้วก็จะเอามาผ่าให้เป็นแผ่น หนาตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาวางแล้วใช้ ง่ามเหล็กเหมือน เหล็กคีบถ่าน ยาวๆ ตรงปลายจะมี ชอ็ค ติดไว้ทั้งสองด้าน แล้วนำไปวงตรงรอยตำหนิทีพบ เมื่อทำเสร็จด้านหนึ่ง ก็กลับข้างทำอีกด้านหนึ่ง ที่ทำเช่นนี้เพื่อหาตำหนิที่ไม้ทั้งสองด้าน ไม่ใช่ดูด้านเดียวว่าสวยพอผลิกไปอีกด้าน อ้าวมีตำหนิอีก ก็เสียเวลา เมื่อได้พื้นที่ไม้ทีไม่มีตำหนิแล้วก็นำแบบที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม คางหมู มาทาบ ดูทั้งเกรนและลาย ที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วก็ตัดไม้แผ่นนั้นออกมาเป็นชิ้นๆ
 ก็ได้ไม้รูปสี่เหลี่ยมคางหมู คือ ตรงปลายพานท้ายจะกว้างกว่า ทางคอปืน จากนั้นก็เอาน้ำหรือ น้ำมันมาลองเช็ดดูนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ แล้วจะเล่าให้อ่านที่หลัง ให้ลายเด่นขึ้นมา แล้วก็คัด ไม้ที่ดีทีสุดสวยที่สุดแพงที่สุด และรองๆลงมา ส่งขายตามโรงงานปืนหรือร้านทำพานท้ายที่ต้องการ ราคา ถูกแพงเท่าไร ก็ว่ากันไป ในแต่ละปีไม้จะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ 
  เมื่อช่างได้ไม้มาแล้วก็นำไปหลาวเลยหรือ ง่ายจัง ยังๆ ไม้พวกนี้อีกหลายปีกว่าจะทำพานท้ายได้ และ ราคาแพงจากวันที่ซื้อมาอีกกว่าเท่าตัว พบกันกระทู้หน้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 12, 2006, 09:29:52 PM
ขอคุณพี่มากนะครับผมว่าสำนวนการเขียนของพี่นี่เขียนได้สนุกดีออกครับรอติดตามนะครับ ได้ความรู้แบบอ่านแล้วไม่เบื่อ
  อย่างที่ผมเคยบอกแล้วว่าความรู้บางอย่างเราก็หาซื้อไม่ได้ ผมเองในตอนแรกที่เข้ามาในเวปนี้นั้นผมก็พยายาม หา ดู อ่าน ข้อความของหลายท่านมากเพราะต้องการรู้ว่ามีใครบ้างชอบปืนแบบนี้บ้าง นับว่าโชคดีครับที่ได้รู้จักพี่ลูกซองสั้นกับพี่โชกุนก่อน และหลังจากนั้นก็ได้แนะนำพี่FABBRIเข้ามาเวปอีกที ได้มาพบผู้ใหญ่ที่เป็นคอเดียวกันแบบนี้ถือว่าเป็นความโชคดีครับ โดยเฉพาะพี่FABBRIเพราะถือได้ว่าเป็น
Connoisseur of Double Gun ของบ้านเราได้เลยครับ ผมขอแสดงความศรัทราจากใจจริงครับ :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 09:45:17 PM
ดีใจจังครับ พี่ Fabbri ไม่บอกให้ผมแปลไทยเป็นไทยอีกแล้ว

ผมเตรียมรูป Perazzi MX 8 เสร็จแล้ว ดูรูปแล้วเข้าใจได้เลยครับ ทำไมช่างภาพฝีมือดีๆจึงยังมีงานทำได้ทุกวัน รูปไม่สวยก็อย่าว่ากันนะครับ ผมมือใหม่หัดถ่ายรูปครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 12, 2006, 09:50:24 PM
หายไปสองสามวันแต่กลับมาก็มีMX-8มาฝากน้องๆ ผมรอชมครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:17:56 PM
ภาพประกอบบทความพี่ FABBRI จากหนังสือส่วนตัวครับ
ห้องเก็บไม้วัลนัทอังกฤษ ของโรงงาน H&H


(http://img234.imageshack.us/img234/8404/dsc081470os.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:19:44 PM
ส่วนสองภาพนี้ เป็นวอลนัทของสเปน
เป็นภาพจากหนังสือปืนลูกซองสเปน


(http://img70.imageshack.us/img70/4705/dsc081450hy.jpg)

(http://img121.imageshack.us/img121/6563/dsc081463ae.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:22:30 PM
Perazzi MX 8

ปืนลูกซองแฝดซ้อน ขนาด 12 ในรูปเป็นปืนแทรป ลำกล้องยาว 75 ซ.ม. Flat rib พานท้าย conventional ทั้งกระบอก ดูธรรมดาที่สุด ดำปิดปี้ ดุจจรกา แต่เป็นปืนที่นักกีฬายิงเป้าบินเลือกใช้มากที่สุด

(http://i6.tinypic.com/144428n.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:29:19 PM
Receiver หรือที่บางคนเรียก  Action  ด้านซ้าย มีตัวอักขระแค่นั้นเองครับ ไม่เห็นจะน่าเลื่อมใสเลย คือมันดำจริงๆ ปืนของสามัญชนครับ มีไว้ยิงทำแต้มเท่านั้น มิอาจจะเอาไปโชว์ใครๆได้

กลไกของ MX 8 เป็นแบบ Box lock ครับ

(http://i5.tinypic.com/14444qr.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:30:06 PM
รอชมภาพ MX-8 จากพี่ลูกซองสั้น :VOV: โอ้วมาแล้ว.. :VOV:
รออ่านประสบการณ์ท่าน FABBRI... :VOV:
 :VOV: :VOV: :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:36:07 PM
รูปห้องเก็บไม้ของ H&H นั้น มองลึกเข้าไปที่เห็นมีกระดาษแปะอยู่ เป็น ที่เก็บประวัติ สมุดสั่งปืน คือ เหมือนเราไปตัดเสื้อแล้วช่างวัดตัวเราจดไว้ตัดปืนก็เช่นกัน เคยไปค้นหาประวัติปืนบางกระบอก จนพบแล้วขนลุกไม่กล้าส่งไปซ่อม ต้องเอากระบอกอื่นไปซ่อมแทน คนแก่ก็อย่างนี้ ส่งรูปก็ไม่เป็น ต้องมีคนส่งมาแล้วอธิบายต่อ
ส่วนรูปไม้ปืนไอ้หยานั้น คือเตรียมจะทำแล้ว และ จริงๆแล้วเขาไม่ทาน้ำมัน ที่เขาทาให้ดูเอาไว้ถ่ายรูป พอจะทำต้องขัดออก โต๊ะไม้ ลูกซองสั้น สวยกว่าปืน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:39:34 PM
พานท้ายแบบธรรมดา ฝรั่งเรียกว่า  Conventional  อีกหัวใจหนึ่งของความแม่นยำของปืนลูกซอง และ เป็นสิ่งที่ Perazzi ชนะใจนักกีฬายิงเป้าบินทุกคนทั่วโลก เพราะที่โรงงาน Perazzi คุณสามารถเดินเข้าไป สั่งเหลาพานท้ายในฝัน ที่หันปืนไปใกล้ๆเป้า ก็ยิงโดนแล้ว เป็นประโยคภาษาไทยที่ฟังเว่อร์ที่สุด แต่จริงครับ

(http://i5.tinypic.com/144475u.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:47:47 PM
Beavertail Forend   คนไทยเรียก กระโจมมือ สั่งตัดได้นะครับ อ้วน ผอม สั้นหน่อย ตามขนาดฝ่ามือ    อ้อ  แถมหน่อย  ปืนลูกซองเรียก Forend ส่วนปืนไรเฟิลเรียกกันว่า  Forarm

(http://i5.tinypic.com/1444aia.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:53:20 PM
มุมบน มองเห็น Lever คนไทยเรียกว่า หางเหยี่ยว บิดไปทางขวาทางเดียวเท่านั้น บิดเพื่อเปิดปืนจ๊ะ

(http://i6.tinypic.com/1444bdl.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:57:46 PM
โต๊ะไม้ ลูกซองสั้น สวยกว่าปืน

อ่านแล้วผมหัวเราะแทบกลิ่งเลยครับ :~) แต่ผมอยากได้ปืนมากกว่าครับพี่ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 10:59:21 PM
ดูด้านขวาบ้าง มองแนวความเรียบง่าย Rib หรือ คนไทยเรียกว่า หลังถนน หรือ หลังสะพาน ตามแต่จะเรียกกัน กระบอกนี้แบบมาตราฐานปืนแข่งขันกว้าง  11 X 11 mm.

(http://i6.tinypic.com/1444dn7.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:03:23 PM
โต๊ะไม้ ลูกซองสั้น สวยกว่าปืน

อ่านแล้วผมหัวเราะแทบกลิ่งเลยครับ :~) แต่ผมอยากได้ปืนมากกว่าครับพี่ :D~

วันที่ไปซื้อโต๊ะตัวนี้ ผมเลือกตั้งหลายตัวจนคนขายงอน อุ้มออกมาให้เลือกลิ้นห้อยเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:07:43 PM
MX-8 กระบอกนี้ไม้ดำไปหน่อย  เอ....รึว่าถ่ายในร่มครับ ?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:09:19 PM
อย่างอนน่าเรื่องโต๊ะ  รีบๆ แก้ผ้า เอ้ยถอดออกมาเป็นชิ้นๆให้ล่อนจ้อน แล้วรีบถ่ายรูปเอามาลงไวๆ สมาชิก อยากแอบดู ใต้ผ้า ว่ามันมีอะไรนักหนาถึงได้แพง บรรลัยจัก จนไม่กล้าซื้อ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:10:00 PM
MX-8 กระบอกนี้ไม้ดำไปหน่อย เอ....รึว่าถ่ายในร่มครับ ?
พี่เค้าก็บอกแล้วครับว่าปืนดำๆ :OO นี่พี่อ๋องตอกย้ำพี่ลูกซองสั้นรึเปล่าครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:14:02 PM
ระหว่างลำกล้องบนและล่างมี side rib แบบมีช่องโปร่งระบายอากาศ  ด้านบนเป็น Flat rib หรือแบบเรียบและเป็นแบบที่เตี้ยที่สุด 

(http://i5.tinypic.com/1446tqv.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:14:04 PM
ที่ว่าดำ เพราะ MX-8 กระบอกอื่น ไม่ขนาดนี้น่ะสิครับ  บางทีพี่ลูกซองสั้นตั้งใจชอบแบบนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:19:17 PM
Recoil pad ภาพนี้ตั้งใจให้ดูรู ....จุ๊ ๆๆๆ   ...รูสำหรับไขถอดพานท้ายครับ Perazzi จะให้ไขควงมาให้ด้วย

(http://i6.tinypic.com/1446udf.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:21:15 PM
ยางรองพานท้ายของอะไรครับ ?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:27:19 PM
ภาพนี้ผมถ่ายไม่ชัดนะครับ ไม่ใช่ท่านทั้งหลายพากันตาลาย แหม เห็นรูไม่ได้เลยยยยย

รูรังเพลิง  ใส่ลูกตรงนี้แหละ

(http://i5.tinypic.com/1446v11.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:40:39 PM
เช็ก นำสหรัฐไปแล้ว 2-0


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:44:36 PM
ภาพนี้อยากให้ดูขนาดของ Extractor คนไทยชอบเรียกกันว่า  อีเจคเตอร์ เรียกกันไปจนเป็นที่ยอมรับว่าทำหน้าที่ดีดปลอกกระสุน  แยกกันอันละลำกล้อง  ยิงลำกล้องไหนลำกล้องนั้นจะดีดปลอกกระสุนที่ยิงแล้วออก แต่ลำกล้องที่ไม่ได้ยิงจะยกกระสุนลอยขึ้นมาเท่านั้น ขนาดใหญ่มากครับ และไม่เคยหักเลย 

(http://i6.tinypic.com/1446x5k.jpg) 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:48:36 PM
ถาพนี้ให้ดูตรงกลางภาพครับ จะเห็นเหล็กดันขึ้นนก ขนาดใหญ่มาก ยิงไปหลายหมื่นนัด ไม่มีร่องรอยสึกหรอเลยครับ ทำงานไม่มีผิดพลาด

(http://i6.tinypic.com/1447jf8.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 12, 2006, 11:53:06 PM
ปืนกระบอกนี้สภาพยังงามอยู่เลยนะครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:01:39 AM
Box โคนลำกล้อง จะมีตัวเลขบอก กระสุนขนาด 12  รังเพลิงยาว 70 ม.ม. หรือ 2 3/4 นิ้ว proof mark มากมาย เชิญทอดทัศนากันเองครับ ผมไม่เคยดูเลยตรงนี้เลย

(http://i5.tinypic.com/1448fpd.jpg) 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:08:03 AM
Box โคนลำกล้องด้านซ้ายครับ มีข้อมูลที่สำคัญตีเอาไว้  ความกว้างของลำกล้อง 18.4 ม.ม. ทั้งบนและล่าง ลำกล้องบนตีไว้ ๐  คือ Full choke ลำกล้องล่างตีไว้ ๐๐  คือ improve modified choke  ตรงลำกล้องล่างตีเลขน้ำหนักของลำกล้องเอาไว้ด้วย  1.56 กิโลกรัม

 (http://i6.tinypic.com/1448ghj.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:12:20 AM
รูปนี้ให้ดูภายใน receiver จะเห็นสะพานเหล็กดันขึ้นนกขนาดใหญ่มาก อย่างว่าครับ ยิงไปตั้งหลายหมื่นนัด ยังไม่สึกหรอเลย

(http://i6.tinypic.com/1448idj.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:17:15 AM
ปุ่มเซฟอยู่หลังหางเหยี่ยว วิธีถอดชุดลั่นไก ทำได้โดยดันปุ่มเซฟไปข้างหน้า ผลักไปให้สุดและค้างเอาไว้แล้วดึงโกร่งไกของชุดลั่นไกลงด้านล่าง

(http://i6.tinypic.com/1448j1c.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:34:51 AM
ชุดลั่นไก ออกมาแล้ว

(http://i5.tinypic.com/1449rfn.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:39:19 AM
รูปนี้ให้ดู Receiver ที่ถอดพานท้ายออกมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ถอดชุดลั่นไกออกมา  ด้านซ้าย

(http://i5.tinypic.com/144a078.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:42:10 AM
ด้านขวา

(http://i6.tinypic.com/144a13n.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:44:15 AM
นี่ได้ชมMX-8ของพี่ลูกซองสั้นแล้ว วันต่อๆมาเราคงได้ชมปืนFABBRIกันบ้างนะครับ ;D
 
พี่ถ่ายรูปสวยขึ้นมากเลยนะครับขนาดว่าถ่ายมาแล้วเห็นลายนิ้วมือเลยนะครับนี่ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:45:39 AM
รูปนี้ถอดชุดลั่นไกออกไปแล้ว ด้านซ้าย

(http://i6.tinypic.com/144a33s.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:53:10 AM
รูปสุดท้ายแล้วครับ ด้านขวา ในกรณีต้องการเปลี่ยนเข็มแทงชนวน กดที่สลักล๊อคสีขาวด้านข้างตัวเข็มแทงชนวน ผลักซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็ได้  ถ้าดูรูปนี้ไม่แน่ใจว่าตัวไหน ย้อนกลับไปดูภาพข้างบนฝั่งด้านซ้ายก็ได้ครับ

(http://i6.tinypic.com/144a3wi.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 13, 2006, 01:27:12 AM
พี่ๆทั้งสองวันนี้นอนดึกมากเลยนะครับ ถ้าเป็นอยู่ที่เมืองไทยผมจะขอชวนไปกินข้าวรอบดึกแถวเยวราชซะหน่อย ;D
 
นึกแล้วอยากกินห่านพะโล้เล่าตั้งเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 11:56:35 AM
 

     เมื่อช่างได้ไม้มาแล้วก็นำไปหลาวเลยหรือ ง่ายจัง ยังๆ ไม้พวกนี้อีกหลายปีกว่าจะทำพานท้ายได้ และ ราคาแพงจากวันที่ซื้อมาอีกกว่าเท่าตัว พบกันกระทู้หน้า

     เมื่อ เราได้ไม้จากโรงเลื่อยแล้ว ลายสวยมากๆ เสี้ยนดี เป็นแนวตรง สีน้ำผึ้งป่าตัดกันสีดำ มีเหลือบเงา น้ำหนักดีมาก ก็รีบวิ่งไปหาช่างทำพานท้าย ที่โรงงาน Perazzi ใช้เครื่องทำ ประมาณ80% อีก20% แต่งด้วยมือ หรือ ไปหาช่าง ในซอยเล็กๆ เป็นโรงรถมืดๆ แต่หลาวด้วยมือ 100% ช่างทั้ง 2 โรงงาน จะหยิมไม้มาดูแล้วเคาะ แล้วจะบอกว่า ช้าก่อนโยม กลับไปนั่งทำสมาธิสัก2-3 ปีแล้วกลับมาคุยกันใหม่ เพราะไม่ที่เอามานั้นยังไม่แห้ง เคาะแล้วมีเสียงไม่กังวาล ทดลองเอาสมุดโทรศัพย์ (พวกอเมริกันนึกอะไรไม่ออกก็พิ่ง ทั้งหาเบอร์โทยทั้งทดสอบปืน) ที่แห้ง กับ ชื้น เคาะดูจะรู้ได้ เราก็ต้องเดินคอตกกลับบ้าน
  ไม้ที่ได้มายังสด ถึงแม้นบางโรงงานจะอบแห้งมาแล้วก็ต้องทิ้งไว้ มี2 กรณี คือทิ้งให้แห้งกับทิ้งให้ความแห้งคืนตัว ไม้ที่ไม่ได้อบ เมื่อซื้อมาก็ เอามาชั่ง จดน้ำหนักไว้ จากนั้นก็วางตั้งไว้ เหมือนในรูป ของท่าน ชลทิศ ให้อากาศพัดผ่านสดวก บางคนก็เอาไปไว้ใต้หลัคา จะได้เร็วดี แต่ห้ามตากแดด ทุกปีก็จะเอามาชั่ง ว่าน้ำหนักลดไปเท่าไร และต้องพลิกกลับด้านด้วย เอามือลูบเบาๆ แหมทำอย่างกับเก็นไวนย์ แน่ะ ใช่เลยมีทั้งถูกและแพงถ้าเก็บไม่ดี นี่เป็นคำตอบว่าเมื่อได้ไม้มาแล้วทำไมห้ามทาน้ำมัน หรือใช้น้ำ ลูบเบาเพื่อดูลาย เพราะถ้าทาน้ำมัน ไม้จะแห้งช้าหรือไม่แห้ง รอจนไม้แห้ง2-3ปีแล้ว น.น. ไม่เปลี่ยน จึงวิ่งกลับไปหาช่างได้ ส่วนไม้ที่อบมาถึงแม้นจะแห้ง บางโรงงานทำให้แห้งแค่70-80% แล้วมาผึ่งต่อไม่นาน บางโรงงานอบมากไป ก็ต้องมาผึ่งให้ความชื้นคืนตัว ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ที่สำคัญที่สุด คือ น้ำหนักต้องไม่เปลี่ยน  ต่อไปก็หาช่างหลาวพานท้าย จะไปหาที่ไหนละ ติดตามต่อไป
OuBoy จะให้เล่าต่อไหม หรือ จะคุยเรื่อง MX8


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 13, 2006, 11:59:08 AM
MX-8 แก้ผ้าล่อนจ้อน.. ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:09:10 PM
เล่าต่อครับ เรื่องไม้ได้จินตนาการดี...
.... MX-8 ก็สวย :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 12:50:20 PM
ท่านที่เข้ามาอ่าน กรุณาให้ความเห็น หรือ ถามในสิ่งที่ท่านอยากรู้ด้วนครับ นั่งเล่าคนเดียวบางทีก็ไม่รู้ จะเล่าอะไร หรือเล่าผิดเล่าถูกหรือเปล่า จะได้ช่วยกันให้คนมาศึกษาเรื่องปืนลูกซองกันมากๆ เพราะปืนลูกซองยังไงก็ไม่มีทางเหมือนกัน ตัวเหล็กอาจทำได้เหมือน100% แต่ไม้ทำได้แค่น.น. เท่ากันแต่ลายไม่มีทาง ถ้าเหมือนกันเปียบเลยก็ คนทำแล้ว ไม่ใช่ธรรมชาติทำ ปืนสั้นกี่ร้อยกีพันกระบอกวางลงไปก็เหมือนกันหมด ในรุ่นเดียวกัน หลับตา ก็ไม่รู้แล้วว่ากระบอกไหน หมายถึงปืนที่ทำเสร็จจากโรงงาน แต่ลูกซองถึงแม้ทำมาพร้อมกันหลับตาหยิบก็จะรู้ เพราะนนจะไม่เท่ากัน ถ้าเป็น Pair Guns หลับตาหยิบจะไม่รู้ว่าเป็นกระบอก 1 หรือ 2 แต่แยกออก เพราะไม้ไม่เหมือนกัน  เรามาเล่นลูกซองกันเถิด  มีคุณค่ากว่ามาก ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า ใช้ความสามารถมากกว่า
  เป็นธรรมชาติของคนชอบเล่นปืน ปืนกระบอกแรกที่อยากซื้อถ้าไม่มีอุปสรรคใดๆ ก็ต้องการปืนสั้นที่มีอนุภาพที่สุด ทั้งขนาด และ บรรจุกระสุนให้ไดมากๆ จะได้ยิงคู่ต่อสู้ให้คว่ำไปเลย 
  ต่อมาก็จะเป็นไรเฟิลขนาดหนักที่สุดที่ยิงได้ ถ้าเป็นสมัยก่อน ช้างวิ่งเข้ามาจะยิงให้คว่ำแทบเท้าเลย
  ปืนลูกซองจะเป็นสิ่งสุดท่ายที่คิดอยากได้ เพราะเป็นปืนชาวบ้าน เอาเปรียบมากไป แต่เมื่อท่านเล่นปืนทั้ง 2 อย่างจนอิ่มตัวแล้ว ท่านก็จะหันมาศึกษาปืนลูกซอง แล้วท่านก็จะนึกว่า น่าจะเล่นเสียนานแล้ว
   หาปืนดีๆสักกระบอก ดีกว่ามีปืน ตลาด หลายกระบอก
 เช่น ท่านมีปืน 9 มม ลูกดก หลายกระบอก ก็ธรรมดา แต่ถ้าท่านมี 9 มมลูกน้อยเช่น SIG 210 กระบอกเดียว ผมว่า ทุกคนต้องสนใจ SIG 210 มากกว่าปืนลูกดกหลายกระบอก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 13, 2006, 01:04:03 PM
ท่าน FABBRI เล่าต่อเรื่องไม้ได้เลยครับ..ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนทั่วไปยังเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับปืนลูกซอง เฉพาะเรื่องไม้นี่ก็ยาวใช่ย่อย ไหนจะเรื่องกระสุนอีก ระบบต่างๆของปืนอีก ฯลฯ ติดตามอ่านอยู่ครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 13, 2006, 01:53:39 PM
ปืนสั้นกี่ร้อยกีพันกระบอกวางลงไปก็เหมือนกันหมด ในรุ่นเดียวกัน หลับตา ก็ไม่รู้แล้วว่ากระบอกไหน หมายถึงปืนที่ทำเสร็จจากโรงงาน แต่ลูกซองถึงแม้ทำมาพร้อมกันหลับตาหยิบก็จะรู้ เพราะนนจะไม่เท่ากัน

ที่เป็นเช่นนี้เพราะปืนสั้นไม่มีพานท้ายรึเปล่าครับ  แล้วกรณีไรเฟิลจะเหมือนกันหมดไหม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 13, 2006, 01:57:51 PM
ที่โรงงาน Perazzi ใช้เครื่องทำ ประมาณ80% อีก20% แต่งด้วยมือ หรือ ไปหาช่าง ในซอยเล็กๆ เป็นโรงรถมืดๆ แต่หลาวด้วยมือ 100% ช่างทั้ง 2 โรงงาน จะหยิมไม้มาดูแล้วเคาะ แล้วจะบอกว่า ช้าก่อนโยม กลับไปนั่งทำสมาธิสัก2-3 ปีแล้วกลับมาคุยกันใหม่

ภาพประกอบบทความพี่ FABBRI   
จากหนังสือส่วนตัวของผมอีกเล่ม


(http://img61.imageshack.us/img61/3892/dsc081445mw.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 02:32:53 PM
เรื่องไม้ลืมไปอย่าง ถ้าเป็นไม้ วอลนัท อังกฤษ แล้วไม่ต้อง รอนาน รื้อบ้านเอามาใช้ได้เลย เพราะ มันตากลมกันรมควันอยู่ในบ้านนานมาแล้ว  บ้านที่ทำด้วยไม้วอลนัทจะอายุมากหลายสิบปีหรืออาจถึง100ปี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 02:53:55 PM

ที่เป็นเช่นนี้เพราะปืนสั้นไม่มีพานท้ายรึเปล่าครับ แล้วกรณีไรเฟิลจะเหมือนกันหมดไหม
อ้างถึง


     ใช่ครับปืนสั้นป้ำชิ้นส่วนออกมาเป็นร้อยเป็นพันจากโม อันเดียวกัน ขัดแต่งจากเครื่องจักรตัวเดียวกัน จะไม่เหมือนกันได้อย่างไร บางทีเอาชิ้นส่วนสลับกับยังได้เลย
  ปืนไรเฟิล ลูกเลื่อน (อย่าพูดถึงปืนไรเฟิลแฝด เพราะ มันเหมือนปืนแฝดลูกซองอยู่แล้ว)  ที่แน่ไม่เหมือนกัน เพราะ พานท้ายไม้ไม่เหมือนกันแน่ๆอยู่แล้ว แม้นทำจาก Fibresก็ไม่เหมือนกัน  และอันตรายมากถ้า สลับลูกเลื่อน เพราะแรงอัดมากกว่าปืนสั้นมากนัก เฮดสเปด ต้องแน่นอนผิดพลาดต้องน้อยมาก ไม่เช่นนั้นปืนพัง จะสังเกตได้ว่าปืนทุกชนิด สมัยโบราณ ทุกชิ้นส่วนจะตีเลขประจำปืนเหมือนกันทุกชิ้น แต่ปัจจุบัน ที่เห็นมากที่สุด ก็จะมีปืนลูกซองแฝด เดี่ยว และ 5นัดบางรุ่น ปืนไรเฟิลมี ไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นปืนราคาแพง ปืนสั้นเกือบจะไม่มีเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ มิถุนายน 13, 2006, 03:22:22 PM
ท่านที่เข้ามาอ่าน กรุณาให้ความเห็น ....................
เรามาเล่นลูกซองกันเถิด ...........
..................

ขอบคุณพี่ FABBRI ครับ

ยังคงฟัง(อ่าน)อยู่ครับ

 ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 13, 2006, 08:32:42 PM
 มีข้อสงสัย??? อยากถามคุณลูกซองสั้นและคุณ FABBRI ว่าพานท้ายรุ่นนี้น่าจะทำมาจากไม้อะไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 13, 2006, 08:40:14 PM
ผมน่ะอยากให้คนหันมาเล่นปืนลูกซองกันเยอะๆครับเพราะว่าจะได้มีของเข้ามาให้เราเลือกมากขึ้น ส่วนที่พี่FABBRIบอกว่าคนส่วนมากจะเล่นปืนลูกซองเป็นอย่างสุดท้ายเรื่องนี้ผมก็ว่าจริงนะครับ แต่อย่างน้อยก็มีผมนี่ล่ะครับมือใหม่มากๆแต่แทบจะไม่มองปืนอย่างอื่นเลยยิ่งปืนสั้นออโต้ด้วยแล้ว คือไม่ใช่ว่าปืนไม่ดีนะครับแต่ยังไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีน่ะครับ ;Dคนเราก็ว่ากันไปนะครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 09:14:11 PM
มีข้อสงสัย??? อยากถามคุณลูกซองสั้นและคุณ FABBRI ว่าพานท้ายรุ่นนี้น่าจะทำมาจากไม้อะไร


พานท้ายอันในรูป ผมสังเกตุจากคอพานท้าย ผมมั่นใจว่าเป็นของ Beretta ตระกูล 682 ซึ่งสามารถนำไปใส่กับ 686  687 ได้ด้วย ดูจากลาย checker ตรงด้ามเหมือนกับของ 682 Gold E  ดังนั้น ผมเดาว่าพานท้ายอันนี้เป็นของ Beretta Gold E

 มองดูรูปทรงเหมือนพานท้ายแทรปนะครับ ตรงคอพานท้ายมีแต้มสีอะไรไว้ครับ แดง เหลือง หรือว่า เขียว ผมจะบอกมิติให้  ไม้ทำพานท้ายปืน Beretta 682 ราคาไม่แพงครับ อาจจะ  (ผมไม่เคยมีข้อมูล) มาจาก รัสเซีย หรือ วอลนัทจากจีน ผมเดาเอาจากราคาครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 13, 2006, 09:19:16 PM
ตอบ คุณลูกซองสั้น ดูแล้วเป็นแต้มสีแดง ใช้กับ  BERETTA  682  GOLD  E  SKEET


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 09:38:26 PM
ตอบ คุณลูกซองสั้น ดูแล้วเป็นแต้มสีแดง ใช้กับ BERETTA 682 GOLD E SKEET



คุณ TEAY คนไทยคนไหนถ้าเห็นรูปแล้วรู้ว่าไม้จากประเทศไหน คนนั้นก็ Super shotguns แม้นแต่ โรงงาน Beretta ยังตอบไม่ได้เลย เพราะ เขาใช้ คำว่า European and American Walnut แล้ว คุณ ลองใส่ปืนแล้วหรือยังครับ พานท้ายนี้น่าจะถึงเมืองไทยไม่เกิน 2 อาทิตย์  ลองใส่แล้วยิงดูนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 09:45:57 PM
 คุณ  teay ครับ ผมขอให้คุณเอาพานท้ายอันนี้ใส่กับปืนของคุณนะครับ เสร็จแล้ว นำปืนวางหงายกับโต๊ะยาวๆสักตัวนึง คือวางให้แนว rib นอนหงายไปกับโต๊ะ โดยอย่าให้ศูนย์หน้าแตะต้องกับพื้นโต๊ะนะครับ หรือวางปืนให้ปลายลำกล้องพ้นขอบโต๊ะออกไป จะได้ให้ rib นอนเรียบไปกับโต๊ะ เสร็จแล้วคุณวัดความสูงจากพื้นโต๊ะขึ้นมาหา comb ได้ความสูง 29 mm. รึเปล่า วัดความสูงจากพื้นโต๊ะถึง  heel ได้ 39 mm. รึเปล่าครับ ถ้าใช่ผมคิดว่าคุณไปได้พานท้ายแทรปมาอันนึงแล้วครับ สูงมากซะด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 13, 2006, 09:53:14 PM
ตอบ คุณลูกซองสั้น ดูแล้วเป็นแต้มสีแดง ใช้กับ BERETTA 682 GOLD E SKEET
คุณ TEAY คนไทยคนไหนถ้าเห็นรูปแล้วรู้ว่าไม้จากประเทศไหน คนนั้นก็ Super shotguns แม้นแต่ โรงงาน Beretta ยังตอบไม่ได้เลย เพราะ เขาใช้ คำว่า European and American Walnut แล้ว คุณ ลองใส่ปืนแล้วหรือยังครับ พานท้ายนี้น่าจะถึงเมืองไทยไม่เกิน 2 อาทิตย์ ลองใส่แล้วยิงดูนะครับ

พอดีแค่อยากจะทราบว่าพานท้ายนี้น่าจะเป็นไม้อะไร ไม่ได้ต้องการทราบว่าไม้มาจากประเทศไหนค่ะ เพราะเห็นพี่ๆคุย
เรื่องไม้กันอยู่เลยคิดว่าน่าจะทราบเมื่อได้เห็นลายของไม้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 10:01:19 PM
อย่าน้อยใจน่า นักกีฬาต้องหนักแน่น ทางข้างหน้ายังยาวไกลกว่าจะถึงดวงดาว แน่ใจได้ว่า เป็นไม้ วอลนัท ถ้าซื้อแล้วก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่ซื้อ ควรลองใส่ยิงดูก่อนว่าใช้ได้ไหม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 13, 2006, 10:55:54 PM
ตรงคอพานท้ายมีแต้มสีแดง หมายความว่าอะไร ขอความรู้ด้วยค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 11:08:30 PM
พานท้ายแทรปของ Beretta 682 จะแต้มสีไว้ที่คอพานท้าย
สีแดง drop at comb 29 mm.  drop at heel 39 mm.
สีเหลือง                    32 mm.                     42 mm.
สีเขียว                       35  mm.                    45  mm.



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 13, 2006, 11:11:42 PM
พานท้าย Beretta skeet จะมีแค่สองมิติให้เลือก คือ 35/55   38/60 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 13, 2006, 11:12:08 PM
ถ้าเข้าใจไม่ผิดหรืออาจผิดก็ได้ พานท้ายอันนี้ไม่ได้สั่งจากร้านปืนในเมืองไทย คนที่หิ้วมาจากอิตาลี่อาจหยิมผิดอันมาให้ เพราะดูแล้วน่าจะเป็นพานท้าย Trap อย่างที่ ลูกซองสั้นว่าไว้ และ พานท้านที่ทำมาสูงที่สุดด้วย คือถ้ายิง Trap ก็ต้องยิงใต้นกต่ำเป็นศอกเลย ถ้าพานท้าย Skeet จะยิงทับนก  คือถ้าเป็นพานท้าย Skeet เมื่อเอาRib (สันบน ลำกล้อง) ทับไปบนกระดานแล้วพานท้ายส่วนหน้าจะห่างจากโต๊ะ ประมาณ 40มม ส่วนหลังประมาณ 60มม แต่พานท้ายอันนี้น่าจะ ห่าง 29มมส่วนหน้า 39มมส่วนหลัง ถ้าไม่เข้าใจก็ เปิดด     รูปMX8 หน้า15หรือ16ดูก็จะเข้าใจ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ อย่าเพิ่งตกใจ ลองใส่ปืนก่อน ไม่ทราบซื้อปืนหรือรัง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 13, 2006, 11:25:17 PM
ความรู้สึกขณะนี้ สับสนกังวลใจมากๆ    เดินหลงทางมาตลอด ผู้ปกครองหมดเงินไปเยอะแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:37:17 AM
ตรงคอพานท้ายมีแต้มสีแดง หมายความว่าอะไร ขอความรู้ด้วยค่ะ
อ้าวเป็นผู้หญิงหรือครับตอนแรกผมนึกว่าเป็นผู้ชายซะอีก ;D

พี่FABBRIแล้วเรื่องพานท้ายจบแล้วหรือครับ เราจะได้มาขึ้นหัวข้อใหม่กัน ;D แกล้งผู้ใหญ่ให้เหนื่อยครับ :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ มิถุนายน 14, 2006, 02:28:58 PM
พี่ FABBRI ได้อ่านแล้ว รู้เรื่อง และเข้าใจง่าย เลยต้องกลับดูหนังสือ เกี่ยวกับปืนลูกซอง(ตะก่อนดูรูปแล้วผ่านแลย คิดว่ามีแค่ท่อสองท่อน)

คุณ ลูกซองสั้น กรุณา ลงรูป choke ของลูกซองให้ดูหน่อย อยากเห็นมากๆๆๆ นึกไม่ออก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 14, 2006, 05:43:37 PM
ผมงงครับ  หมายถึง ให้ถ่ายรูปโช้คที่อยู่ในลำกล้องเหรอครับ  ผมคงฝีมือไม่ถึงหรอกครับ ไม่รู้จะถ่ายรูปยังไง ให้มองเห็นภาพชัดเจน  เอาเป็นว่าอธิบายกันเป็นตัวหนังสือจะ OK ไหมครับ

ยังไงขอค้างไว้ก่อน ดูซิว่าจะทำยังไงได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 07:27:29 PM
ความรู้สึกขณะนี้ สับสนกังวลใจมากๆ เดินหลงทางมาตลอด ผู้ปกครองหมดเงินไปเยอะแล้ว

    อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ซิครับ อาจจะไม่ใช่ที่เราสองคนบอกก็ได้ รอให้ปืนที่สั่งส่งมาก่อน แล้วค่อยคิดกัน ถ้าเอาแต่นั่งร้องไห้แล้วจะชนะคนอื่นได้อย่างไร แม้แต่ตัวเราเองยังเอาชนะไม่ได้ พี่ทั้งสองเพียงแต่วิเคราะห์ ตามรูปที่เห็นเท่านั้น ก็ทราบละครับว่าของที่ได้มาใหม่ก็นึกภูมิใจอยู่ ต่อไปคงจะยิงได้คะแนนดีเท่าคนอื่นๆ เอาเป็นว่าขณะที่รอปืนก็หาความรู้เรื่องลูกซอง ไปก่อน เพราะ ถ้าเป็นนักกีฬาแล้ว สักแต่ยิงให้ได้คะแนนชนะคนอื่น อย่างเดียวโดยไม่ฟังใคร หรือ ศึกษาให้ถ่องแท้แล้ว ว่ากีฬาที่เราเล่นอยู่มันมีรายละเอียดอะไรบ้าง ปืนที่เราใช้อยู่มันมีอะไรบ้าง ทุกกระเบียดนิ้วและ ต้องรู้จักปืนที่เราใช้คู่กาย สะเหมือนหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงจะสั่งให้เขาตามที่เราบอกได้ ถ้าไม่ได้ศึกษา มันก็ไปได้ระดับหนึ่ง เท่านั้น ถ้าว่าง เหมืนเมื่อ 3 วันก่อน ก็จะเล่าให้อ่าน ถึงโคช ชาวอิตาลี่ที่ฝึกนักกีฬาเขาอย่างไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 07:58:06 PM

พี่FABBRIแล้วเรื่องพานท้ายจบแล้วหรือครับ เราจะได้มาขึ้นหัวข้อใหม่กัน ;D แกล้งผู้ใหญ่ให้เหนื่อยครับ :VOV:
อ้างถึง

    ยังไม่จบง่ายๆหลอก เพราะต้องเอาไม้ไปหาช่าง แล้วจะสั่งช่างอย่างไรที่จะทำพานท้าย ให้เราใช้ได้ ไม่ใช่สั่ง Trap พอไปรับดันกลายเป็น   Skeet แถม มือซ้ายอีกต่างหาก พอช่างเหลาวเสร็จ เราจะรีบกลับ ทำสี Oil Finish ไม่ทันเราต้องมาทำเอง ลองผิดลองถูก แต่จะมีเวลาเขียนเหมือนเมื่อ3วันก่อนหรือเปล่าเท่านั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 14, 2006, 08:41:24 PM
ขอบพระคุณครับพี่ไม่ได้เร่งครับผมแซวนิดหน่อยเท่านั้นครับ :-*


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 08:46:25 PM
แล้วจะเริ่มใหม่ หรือของเก่า  เพราะคนไม่ค่อยสนใจเท่าไร  อาจเป็นเพราะ ใช้ภาษาอิงกิด เลยไม่รู้ว่าอะไร ต้องใช้ภาษา ไทยไทยละมั่ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 08:48:39 PM
ลืมถาม เตย ว่าอย่างไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:09:17 PM
ที่บอก อิงกิด นั้นเป็นกระทู้นะ อยู่เมืองนอกเมืองนา เลยใช้ภาษาต่างชาติคนเลยหมั่นไส้ไม่อ่านเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:23:38 PM
To... FABBRI
ต้องขอบคุณมากเลยค่ะ สำหรับทุกๆเรื่องเลย ได้ความรู้จากบอร์ดนี้มากจริงๆเลยค่ะ
เราเลือกที่จะเดินทางนี้แล้วยังไงก็ต้องสู้ต่อไปค่ะ อย่างน้อยก็เพื่อ พ่อ-แม่ ของเรา



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:27:29 PM
ใช่เลยให้กำลังใจ100 แต่ถ้าเป็น Trap น่าจะดี เพราะ Skeet คู่แข่งมาก Trap คู่แข่งไม่มาก แต่เลือกเดินแล้วเดินต่อไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:28:58 PM
ที่บอก อิงกิด นั้นเป็นกระทู้นะ อยู่เมืองนอกเมืองนา เลยใช้ภาษาต่างชาติคนเลยหมั่นไส้ไม่อ่านเลย
เดียวเปลื่ยนชื่อให้ก็ได้ครับพี่ แต่ผมดูตัวเลขคนที่เข้ามาอ่านแล้วก็เยอะทีเดียวนะครับผมเข้าใจว่าคนส่วนมากอ่านครับแต่อาจจะยังไม่สนใจปืนลูกซองแบบนี้เท่าที่ควรเลยไม่มีใครถามอะไรมาครับ
 


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:34:23 PM
เปลี่ยนชื่อกระทู้แล้วนะครับพี่ ;D ลองดูครับแต่ผมว่าชื่อเก่าแจ๋วกว่านะครับ ;D ผมต้องไปก่อนครับเดี่ยวกลับมาใหม่


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:36:26 PM
แล้วคนจะรู้ไหมว่าเปลี่ยน คนเก่างงตาย


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: Caspian ที่ มิถุนายน 14, 2006, 09:46:09 PM
ผมเคยมีรุ่น trident dt10 ธรรมดา เป็นปืนtrap เปลี่ยนโช๊คไม่ได้ ค่อนข้างหนัก แต่ตอนนี้ขายไปแล้วครับ ราคาแต่ก่อนประมาณสามสี่ปีมาแล้วประมาณ150,000 บาท แต่หลัง ๆ เค้าไม่ค่อยสั่งเข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่จะขายต่อมือกันในชมรมเป้าบิน ถ้าถึง ๆ จริง ๆ ผมว่า Perazzi mx8 ยิงดีกว่า น้ำหนักปืนเบากว่า  แต่สภาพเจะเก่ากว่าและแพงกว่า  ผมขายเพราะไม่ได้เล่น อยากจะให้คนที่อยากจะยิงจริง ๆใช้ แต่คนที่คะแนนสะสมนำอันดับหนึ่งในประเทศใช้แค่มารูโก๊ะ(winchester) แต่ขยันซ้อมมาก ๆ จนค่าลูกแพงกว่าค่าปืนอีกหลายเท่า


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 14, 2006, 10:11:28 PM
ท่าน O/u boy ผมคิดว่าชื่อเดิม   The double gun ดีกว่านะ เพราะผมมีวาระจะคุยเรื่องไรเฟิลแฝดด้วยนะ แต่ยังขอรอวาระโอกาสเหมาะๆก่อน เปลี่ยนกลับมาชื่อเดิมด้วยนะ


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 14, 2006, 10:34:23 PM
ผมนั่งนึกถึงวิธีเขียนบทความเรื่องโช้ค เพื่อขยายความให้คุณ steel ตั้งนาน อันที่จริง ผมจำได้ว่าเราเคยคุยกันเรื่องโช้คมาหลายกระทู้แล้วครับ ผมเลยไปค้นหากระทู้เก่า แล้วก็เจอกระทู้เก่าอันนึงซึ่งคุณ aot ได้เขียนไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2004 ซึ่งผมมีความเห็นว่าเป็นบทความในกระทู้ที่ไร้ที่ติ ได้ความรู้เรื่องโครงสร้างของโช้คครบทั้งหมด

ผมขออ้างถึงกระทู้นั้นนะครับ และอยากจะขอเชิญคุณ aot ขึ้นเวทีด้วย

www.gunsandgames.com/smf/index.php/topic,546.0.html


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 14, 2006, 11:24:43 PM
ว่ากันถึงเรื่องโช้คต่อ  ผมคาดว่าทุกท่านคงจะได้คลิ๊คอ่าน บทความของคุณ aot ที่ผมขออนุญาตอ้างถึงในกรอบข้างบนแล้วนะครับ ถ้ายังไม่ได้เข้าไปอ่าน ผมขอให้เข้าไปอ่านก่อนนะครับ

ทีนี้ผมขอขยายเนื้อเรื่องกลับมาเข้าทางกระทู้ของเรานะครับ ผมหมายถึง   The double gun ปืนแฝด

ข้อได้เปรียบอีกประการนึงของปืนแฝดก็คือ เราสามารถมีโช้คต่างเบอร์กัน เพราะเรามีสองลำกล้อง ในปืนลูกซองแฝดขนาน ลำกล้องขวามักจะทำโช้คกว้างเพื่อยิงใกล้ และ ลำกล้องซ้ายทำโช้คแคบกว่าเพื่อยิงไกล  ส่วนในปืนแฝดซ้อน โดยทั่วไป โรงงานจะทำโช้คกว้างกว่าไว้ลำกล้องล่าง และทำโช้คแคบไว้ลำกล้องบน

ที่ผมกล่าวว่านั่นเป็นข้อได้เปรียบของปืนแฝดเพราะว่า ในการยิงนก เราไม่สามารถกำหนดระยะห่างของเป้าที่จะยิงได้  เป้าหมายอาจจะอยู่ใกล้มาก ซึ่งน่าจะใช้โช้คกว้างๆ แล้วก็บินหนีไปอย่างรวดเร็ว จนควรจะใช้โช้คแคบๆ เพราะระยะไกลออกไปแล้ว

โช้คในความหมายของผม ในฐานะคนยิงปืนลูกซอง จะไม่ค่อยตรงตามทฤษฎีนักนะครับ ในการใช้งานปืนลูกซอง ผมจะให้ความสำคัญกับระยะยิงก่อนครับ แล้วค่อยกำหนดว่าจะใช้โช้คเบอร์ไหนให้ตรงกับระยะห่างของเป้าที่จะยิง อีกความหมายก็คือ ผมคาดหวังว่าลูกปรายทั้ง 100 % จะอยู่ในวงกลมที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 นิ้ว ที่ระยะที่ผมต้องการยิงเป้านั้นๆ โดยระยะช่องไฟของลูกปรายทุกเม็ดควรจะสม่ำเสมอกัน เปรียบเหมือนกับตาข่ายที่มีลูกปรายหนึ่งเม็ดในหนึ่งช่อง

เมื่อเราได้ปืนลูกซองมา เราควรจะยิงทดสอบเพื่อดูกลุ่มกระสุนที่ระยะต่างๆกันนะครับ และกระสุนต่างยี่ห้อต่างเบอร์จะได้กลุ่มที่เราต้องการที่ระยะไม่เท่ากันนะครับ


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ มิถุนายน 15, 2006, 05:29:26 AM
               ยังคงเข้ามาตามอ่านทุกครั้งครับผมถึงจะเปลี่ยนชื่อไหม่ก็ไม่เป็นไรครับ  ขอบคุณพี่ๆที่ให้ความรู้มาโดยตลอดโดยเฉพาะพี่  FABBRI  และพี่  ลูกซองสั้น  แต่ละท่านให้ความรู้ต่อเนื่องมาตลอด    ส่วนตัวผมยังไม่มีปืนลูกซองแฝดหรอกครับมีแต่ซองเดี่ยวกับปั๊มห้านัด   ตอนนี้ผมยังรู้ไม่มากเลยยังไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามอย่างไรดีก็เก็บเกี่ยวความรู้จากในนี้ไปก่อน  ต่อไปมีปัญหาอาจจะกลับมารบกวนถามพี่ๆนะครับ   :)


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ มิถุนายน 15, 2006, 08:56:53 AM
ขอบคุณ คุณ ลูกซองสั้น ที่ช่วยค้นหาข้อมูลให้
พี่ FABBRI ยังติดตามอ่านอยู่


หัวข้อ: Re: คุยเรื่องปืนลูกซองแฝด
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 15, 2006, 09:56:39 AM
ท่าน O/u boy ผมคิดว่าชื่อเดิม The double gun ดีกว่านะ เพราะผมมีวาระจะคุยเรื่องไรเฟิลแฝดด้วยนะ แต่ยังขอรอวาระโอกาสเหมาะๆก่อน เปลี่ยนกลับมาชื่อเดิมด้วยนะ
ครับพี่ผมก็ว่าชื่อเก่าแจ๋วกว่าเดี่ยวผมเปลื่ยนกลับให้ใหม่ครับเอาดีกว่าเดิมอีกหน่อยด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 15, 2006, 10:42:06 AM
ผมเองที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาก็เพราะว่าผมต้องการหาความรู้เรื่องปืนแฝดให้มากๆ และอีกอย่างก็อยากให้คนมาสนใจปืนประเภทนี้กันเยอะๆครับ ตัวผมเองก็ยังงูๆปลาๆอยู่มากดีหน่อยที่ว่ามีหนังสือและแหล่งข้อมูลเยอะ เอาไว้วันไหนว่างๆแล้วเดี่ยวผมจะยกเรื่องประวัติและวิวัฒนาการของปืนแฝดเท่าที่ทราบมาเล่าให้ฟังครับ

 ยังไงก็ขอเรียนเชิญคอปืนลูกซองทั้งหลายช่วยกันเข้ามาปรุงแต่งกระทู้นี้ให้สมบูรณ์แบบและเพื่อเป็นความรู้แก่น้องๆด้วยครับ

 ;Dยังไงก็เชิญพี่ลูกซองสั้นนำวาระไรเฟิลแฝดขึ้นกระทู้ด้วยครับ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ มิถุนายน 15, 2006, 11:16:24 AM
อย่าพึ่งเปลี่ยนหัวข้อเลยครับ  ผมว่าดีแล้ว  ขอบคุณมากที่นำความรู้และข้อมูลต่างๆ มาแนะนำให้ชาวเวปได้ศึกษาหาความรู้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับอย่างไรจะคอยติดตามบทความ  double  rifle  ชอบมากครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 15, 2006, 07:57:03 PM
เอ้าเริ่มต่อ เดียวคนอ่านจะหมั่นไส้ ยืดยาวเหมือนเพชรพระอุมา ทั้งๆที่ หนังสือต้นฉบับ หนาแค่ไม่กี่นิ้ว แต่เรื่องของผม จากหนังสือหลายเล่ม กับเวลา 20 ปี ลดแลกแจกแถม เหลือไม่กี่ หน้า 
  ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่าน Aot ที่กรุณาเล่าเรือง โช้ค และเล่าได้ดีมาก
  เมื่อได้ไม้ที่ดีดังใจ เป็นไม้ที่รักสุดชีวิต ก็วิ่งไปหาช่าง เอ้จะหาช่างใช้เครื่องทำ หรือใช้มือทำ 100%ดี ไว้ค่อยคิดที่หลัง ต้องหาปืน จะเอาแฝดขนาน หรือแฝดซ้อน เมื่อเลือกปืนแล้ว ก็หา ปรมาจารย์ ที่จะวัดตัวเราว่า สัดส่วนของพานท้าย ขนาดและรูปร่างอย่างไรจึงจะทำให้เรายิงได้ดีที่สุด เท่าที่เคย พบมามี 2-3 แบบ แบบ ที่1 ง่ายมาก ใช้เงินมาก คือ ซื้อพานท้ายมาหลายๆขนาดหลายๆแบบ หรือปรับได้ อันไหนใช้แล้วยิงไม่โดน ก็เอาไปทำฟืน อันที่ใช้ได้ก็ส่งไปให้ช่างหลาว แบบที่เราว่าใช้ได้ แบบ ปรันได้ ก็ปรับมันทั้งปีทั้งชาติ วันนี้ยิงไม่ดีก็โทษพานท้ายต้องปรับใหม่ โมโหทะเลาะกับแฟนมา หงุดหงิดก็ ปรับพานท้าย เคยพบนักยิงปืนชาวอิตาลี่คนหนึ่ง เห็นแกยิงไปชุดหนึ่ง ก็เขามาที่ห้อง เอากระดาษทราย ขัดพานท้าย ออกไปยิงกลับมาก็ เอาขี้เลื่อยพอกใหม่ ทำอยู่อย่างนี้ ก็เลยถามเพื่อนว่าทำไมเขาทำอย่างนี้ เพื่อนบอกว่า เขาทำแบบนี้มา30ปีแล้ว ตอนนี้อายุก็70ปี คงถูอีกไม่นาน มีคนไต้หวัน รวยมาก เป็นเจ้าของธนาคาร ซื้อพานท้าย Perazzi ทีละ10 อัน ทั้งขัดทั้งแต่ง จนหมด แล้วก็สั่งใหม่อีก 10 วันหนึ่งเพื่อน ทำให้ เขา เขาก็เอาไปยิง Trap ชุดแรก ได้ 25 เต็ม ดีใจมาก เมียเขานั่งดูอยู่ด้วย ก็บอกว่าถ้ามือบอนไปแต่งอีก ก็จะห้ามยิงปืน เขาบอกว่าพานท้ายดีมากแต่เวลายิงแล้วมันกระทบฟันเล็กน้อย ไม่เป็นไร วันรุ่งขึ้น ก็มายิงอีก คราวนี้ไม่กระทบแล้ว ท่านทายดูซิว่าเขาแก้ไขอย่างไร คงไม่มีใครนึกถึงแน่ เขาไปหาหมอฟัน กรอฟันออกจะได้ไม่กระทบ เรียกว่าแฟนพันธุ์ แท้จริงๆ
 วิธีที่2 แบบ อิตาลี่  สมมุติ ว่าเราไปสั่งปืน Trap ก็แล้วกันคือ ที่โรงงานปืนจะมีปืน ที่ทำไว้สำหรับให้คนทดลอง [ Try Guns]ที่พานท้ายจะมีที่ปรับมากมาย เขาจะให้เราประทับ แล้วเล็งปืนไปตรงหน้าเขา เมื่อประทับเล็งได้ที่แล้ว เขาจะดูที่ปลายลำกล้อง เล็งมายังลูกตาดำของเรา ถ้าไม่ตรงเขาก็จะปรับพานท้ายจนตรง แล้วเขาปรับอะไรบ้าง
  1 ความยาวของพานท้าย 2 ความสูง ของโหนกส่วนหน้าและต่ำส่วนหลัง Drop at comb  และ    Drop at heel   3 ต่อไปก็ปรับ มุมเอียง(Cast)  4 ปรับองค์ศา ของส้น[ Pitch] 5 ปรับระยะห่าง ของ ด้ามจับ(คอปืน) 
 เมื่อปรับได้ที่แล้ว ก็ให้เรา ยกประทับหลายๆครั้งจน แนวสันปืน [Rib] ตรงกับตาดำเราทุกครั้ง จนเมื่อย บางทีช่างวัดก็โมโหเหมือนกัน เพราะเราประทับไม่อยู่ทีเดิม
   ทำไม พานท้ายปืนจึงทำพิมพ์นิยมไม่ได้ (ก็ใช้ได้ แต่ ใช้ไม่ดี) เพราะ รูปร่างของคนไม่เหมือนกัน สูง ต่ำ อ้วนผอม แขนสั้น ยาว อุ้มมือ เล็กใหญ่  นิ้ว สั้น ยาว บ่าแคบ กว้าง คอสั้น ยาว โหนกแก้ม ตอบ อูม หน้าผาก สูงต่ำ  ตา สั้น ยาว และที่ลำบากที่สุด คือ คนถนัดขวา แต่ ตาซ้ายแข็ง  นิสัยคน ยิงช้า เร็ว
  เมื่อช่างวัดและจดบรรทึกไว้แล้วก็ จะป้อนข้อมูลเข้าเครื่อง เอาไม้ใส่ในเครื่อง กดปุ่ม ประมาณ 20-30 นาทีก็จะได้พานท้ายเสร็จออกมา ประมาณ 80% ช่างก็นำมาตบแต่งด้วยมือ ส่วนที่เหลือ ขัดแต่งให้เรียบ ให้เข้ากับโครงปืน  ใส่ยางรอง (ยังไม่แกะลายเม็ดที่ด้าม เพราะ ต้องรอทำสีก่อน) เราก็ ขอเขา ออกไปยิงจริงๆ กับกระสุน และเป้าจริง ช่างที่ดีก็จะดูเรายิง แล้วก็นำมาปรับแต่งอีก จนพอใจ แล้วจึงส่งให้ช้างทำสี ทาน้ำมัน หรือ พ่นแล็กเกอร์ เป็นอันจบ ต่อไป เราไปดู ว่าที่ H&H เขาทำอย่างไร   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 15, 2006, 08:52:52 PM
รอติดตามครับพี่อ่านแล้วสนุกดีได้ความรู้ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 16, 2006, 08:21:17 AM
มุมบน มองเห็น Lever คนไทยเรียกว่า หางเหยี่ยว บิดไปทางขวาทางเดียวเท่านั้น บิดเพื่อเปิดปืนจ๊ะ

(http://i6.tinypic.com/1444bdl.jpg)

ผมเรียกว่าหางปลา
ทำไมเค้าถึงเรียกว่าหางเหยี่ยวล่ะครับ เพราะปกติแพนหางของเหยี่ยวมันจะอยู่ในระนาบแนวนอนอ่ะ ???

อะไรนะครับ อ๋อผมเรียกหางปลาคนอื่นก็เข้าใจนะ :P


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 16, 2006, 08:28:22 AM
คุณ เข้าใจถูกแล้วเขาเรียก หางปลา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 16, 2006, 08:28:36 AM
ที่เรียกว่าหางเหยี่ยวเป็นการเรียกชื่อตามคนไทยรุ่นเก่าครับ  ผมรู้จักชื่อนี้มาตั้งแต่อ่านหนังสือจักรวาลปืนสักปี 2516 แล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 16, 2006, 08:49:50 AM
คุณ เข้าใจถูกแล้วเขาเรียก หางปลา

อ้าวจริงหรือครับ  :D

ขออนุญาตพรินต์ไว้เป็นหลักฐาน :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ มิถุนายน 16, 2006, 09:09:04 AM
คุณ FABBRI  บทความสุดยอดมากครับ (ผู้รู้ที่ยอมถ่ายทอดความจริงคือปรมจารณ์)  จะติดตามบทความต่อไปครับ  ขอบคุณทุกท่านด้วยครับผม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 16, 2006, 10:00:56 AM
ที่เรียกว่าหางเหยี่ยวเป็นการเรียกชื่อตามคนไทยรุ่นเก่าครับ ผมรู้จักชื่อนี้มาตั้งแต่อ่านหนังสือจักรวาลปืนสักปี 2516 แล้ว
ผมเกิดมาได้หนึ่งปีแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 16, 2006, 12:35:54 PM
คุณ เข้าใจถูกแล้วเขาเรียก หางปลา

ท่านพี่ Fabbri ผมยังจำศัพท์ของปืนลูกซองแบบไทยแท้ได้นา

เช่น    เดี่ยวเบลเยี่ยม โคนเหลี่ยม สั่งพิเศษยิงลูกโดดได้   มีหลังสะพาน   หางเหยี่ยวบิดได้ซ้ายขวา

คำว่า หลังถนน ก็เคยเจอนะครับ

เจอในหนังสือจักรวาลปืนนี่แหละ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 16, 2006, 07:41:41 PM
เอ้าว่ากันต่อดีกว่า เดี๋ยวจะถูกลบ Web แล้ว ยังเขียนไม่จบ จะทำให้ท่านไม่เสร็จสม อารมณ์หมาย ก็จะเป็นบาป  ที่ท่านลูกซองสั้นว่าเรื่อง หางเหยี่ยว หางปลา มันก็ คือๆกันแล้วแต่ โพลสำนักไหนเท่านั้น
  เมื่อ ปี 1986 บิน ไปถึงสนามบินที่ London ก็นั่ง แท็กซี่ ไป ที่  33 Bruton Street อันเป็นที่ตั้งร้าน H&H [HOLLAND&HOLLAND]  แต่ตัวแบบตี๋ไทยแลนด์ ชุดไปเมืองนอก กับ ชุด เข้าป่าชุดเดียวกัน (ส่วนมากคนที่ไปร้านนี้จะแต่งตัวเรียบร้อยแบบอังกฤษ เปียบ มีคนเดินตามล้อมหน้าหอ้มหลัง) และเมื่อ สมัยนั้น ร้านเขาก็เก่าๆมืดๆทึมๆ ห้องเดียวเล็กมาก เพราะ หลังสงครามโลก ทุกอย่างเจ้งหมด ร้าน Purdey ก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไร ปืนราคาแพงขนาดนั้นใครจะซื้อ แต่ไม่นานหลังจากปี 1986นั้น ร้านกลายเป็นสองห้องหรูหราฟู่ฟ่ามาก ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ บ. น้ำหอม ชแนล เข้ามาซื้อ แล้วลงทุนปรับปรุงใหม่หมด แต่เน้นเครื่องแต่งกาย ชุดเข้าป่า ยิงนก ล่าสัตว์ เล่าซะยาวเลย ไปถึงไหนแล้ว ออ้ ถึงหน้าร้านเก่าๆ ตูมาผิดร้านหรือเปล่า พอเข้าไป โอ้โฮ พนักงานแต่งตัวดีกว่าเรามากเลย เมื่อ เจรจากันจนเมื่อยมือแล้ว ก็เริ่ม สั่งตัดพานท้าย (หลายๆท่านชอบใช้คำนี้) ปืนที่เอาไปซ่อม อย่าเข้าใจผิด ไม่ได้ไปสั่งใหม่หรอก เอาปืนเก่าไปซ่อมและทำพานท้ายใหม่ แถมปืนไม่ใช่ H&H ด้วยเป็นยี่ห้ออื่น ที่ไปที่นั่น เพียงต้องการรู้ว่า เขาวัดพานท้ายอย่างไร ได้ยินได้ฟังมามันเว้อไปหรือเปล่าต้องไปลอง
       มันจะเป็นห้อง กว้างๆ ให้เราถือปืน (ปืนที่ใช้วัดพานท้าย TRY guns ก็เหมือนกันทั่วโลก) อยู่มุมห้องฝั่งนี้ แล้วช่างไปอยู่อีกมุมห้องหนึ่ง พอเขาตบมือ ก็ให้ ประทับเล็งไปยัง หน้าเขา 2-3 ครั้ง แล้วเขาก็จะมาปรับพานท้าย ทำอยู่อย่างนี้ จนพอใจทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็น่าจะใช้ได้ เขาก็บอกยังก่อนน้อง รอสักครู่ เขาไปปิดม่านปิดไฟ ให้ห้องมืด แล้วก็เดินไปตามจุดต่างๆ ตบมือ แล้วให้เราเล็งไปยังเขาเหมือน เวลาเปิดไฟสว่าง พอเขาตบมือเราก็เล็งไปตามเสียง แล้วประทับนิ่งๆไว้เขาก็จะเปิดไฟดูว่าประทับตรงไหม เขาจะไม่อยู่กับที่ เขาจะเดินเป็นครึ่งวงกลม บางที่ผู้ช่วยเขาก็ตบ ด้วย ก็ต้องประทับแล้ววาดปืนไปอีกจุด ทำเช่นนี้จนได้ที่ ก็จะเอาปืนนั้น มาวัดแล้วส่งให้ช่างไปทำต่อ พานท้ายที่นี่ทำ เป็นพานท้ายลูกซองแฝด สำหรับยิงนก
     ส่วนเรื่องวิธีทำพานท้ายไม่ขอกล่าวถึง เพราะทำไม่เป็น และอารมณ์ไม่เย็นพอที่นั่งถาก นั่งแซะ ขุด ก็ขอจบแค่นี้ก่อน เดียวกดคีผิด ดันลบไปอีก ถ้าพรุ่งนี้ Web ยังไม่ ถูกลบ แล้วมีเวลา ก็จะมาเล่าเรื่อง พานท้าย กับปืน Trap  Skeet และ ยิงนก  มันเป็นอย่างไรจึง ต้องเสียเงินซื้อ หลายกระบอก มันใช้ได้ถ้าจะใช้ แต่ยิงดีหรือไม่นั่นตัวใครตัวมัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 16, 2006, 08:44:58 PM
ขอบคุณครับพี่ จริงๆน่าจะเขียนหนังสือขายก็ดีนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 17, 2006, 07:53:25 PM
  ท่านที่มี ปืนลูกซอง จงภูมิใจเถิด แม้นจะมีกระบอกเดียว และเป็น ปืนอีเดี่ยว ที่ราคา สมัยก่อน ไม่ถึง สอง พันบาท แถมซื้อ 10 กระบอก แถม1 กระบอก หรือปืนแฝดที่ราคาไม่แพงนัก (ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเท่าไรเรียกว่าถูก เท่าไรที่บอกว่าแพง) แต่ท่านได้ รู้จักปืนของท่านอย่างถ่องแท้ ใช้ได้อย่างแคร่วข้อง สั่งให้ม่านกระสุนไป ณ จุดใดก็ได้ตามที่ท่านต้องการ ดังใจ ย่อมดีกว่าปืนราคาแพง แล้วไม่ได้ใช้เก็บอยู่ในกระเป๋า หรือในตู้ ที่ไม่ได้ใช้ เมื่อใดที่ท่านมีปืนลูกซอง เมื่อนั้นท่านได้ถึงแล้วซึ่งการ เป็นนักเล่นปืน อย่างแท้จริง
    เรามาว่ากันต่อถึงไหนแล้ว พานท้ายปืนจะมีแบบถอดได้ โดยสะดวกเพียงแค่ ไขควงตัวยาวๆตัวเดียว กับ ที่ติดแน่นกับปืน เวลาถอดโคลงปืนกับไม้ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ และ เครื่องมือที่ดี ส่วนมากจะเป็นปืนยิงนก หรือไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ ปืนแข่งมีบ้าง แต่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว เพราะนักกีฬาจะต้องมีพานท้ายหลายอัน คือ เมื่อปืนเสียก็ถอดพานท้ายไปใส่ปืนใหม่ได้เลย หรือ เกิดอ้วนขึ้น หรือ ผอมลง อายุมากขึ้นยิงช้าลง ตาไปทำเรสิกมาก็เปลี่ยน ( ใช่ไหมท่านลูกซองสั้น ) เหล่านี้เป็นต้น ปืนแข่งขันรุ่นใหม่ๆ จึงต้อง ออกแบบมาให้เปลี่ยนทุกอย่างได้ดังใจ
     แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนถอดง่าย หรือ ถอดยาก  ถ้าพบปืนที่มีรูอยู่กลางส้นปืน ดูรูปประกอบ จากที่ท่านลูกซองสั้นกระณาลงให้ดู  แต่มีบางยี่ห้อ ที่ต้องถอด แผ่นยางรองพานท้ายออกก่อน เช่น Browning  พานท้ายที่ถอดได้ ทำได้ง่ายกว่าที่ถอดไม่ได้และสามารถควบคุมน้ำหนักของพานท้ายได้ด้วย เพราะน้ำหนักมีส่วนทำให้ปืนมีสมดุลที่ดี และ สมดุลนี้สำคัญที่สุดของปืนลูกซอง ส่วนปืนที่ถอดพานท้ายไม่ได้ เราจะพบได้ง่ายถ้าปืนนั้นเป็นพานท้ายล้วนๆไม่มียางรอง ไม่มี รูที่เจาะไว้ให้แยงไขควง และที่โครงปืนตรงหางปลาหรือหางเหยี่ยว จะมีหัวตะปูควงอยู่อย่างน้อย น่าจะ สองตัว สอดจากโครงส่วนบน ลงมายังโกร่งไกส่วนล่าง เพื่อยึดโครงปืนกับไม้ให้มั่นคง และ ชุดลั่นไกปืนบางแบบต้องอาศัยโครงไม้เป็นส่วนประกอบด้วย พานท้ายที่ถอดไม่ได้ ทำอยากมากสำหรับปืนที่มีสมดุลดี เพราะต้องคำนึงถึงสัดส่วนของผู้ใช้งาน รูปทรงที่สวย และน้ำหนักที่ดี
 วันนี้ขอจบแค่นี้ ต้องไปดูบอลแล้ว  ท่านชลทิศ วันก่อน ลงรูปห้องเก็บไม้ของ H&H นั้น กรุณา พลิกหนังสือไปอีกหน้า จะมีรูป TRY GUNS ถ้าจะกรุณษลงให้ด้วยก็จะเป็นพระคุณ 
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 17, 2006, 09:57:27 PM
หนังสืออะไรครับพี่ผมจะได้ไปหาซื้อบ้าง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 17, 2006, 10:05:37 PM
พรุ่งนี้มีแข่ง sporting clay ที่สนามยิงเป้าบิน หัวหมาก

เชิญท่านที่สนใจไปร่วมสนุกได้นะครับ  ไม่ได้เอาปืนไป ที่สนามมีปืนให้ยืมยิงด้วยนะครับ

ผมจะไปถ่ายรูปมาให้ดูด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 17, 2006, 10:37:21 PM
THE SHOOTING FIELD
one hundred and fifty years with HOLLAND & HOLLAND


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ มิถุนายน 18, 2006, 09:21:20 AM
http://เช่น ท่านมีปืน 9 มม ลูกดก หลายกระบอก ก็ธรรมดา แต่ถ้าท่านมี 9 มมลูกน้อยเช่น SIG 210 กระบอกเดียว ผมว่า ทุกคนต้องสนใจ SIG 210 มากกว่าปืนลูกดกหลายกระบอก(http://เช่น ท่านมีปืน 9 มม ลูกดก หลายกระบอก ก็ธรรมดา แต่ถ้าท่านมี 9 มมลูกน้อยเช่น SIG 210 กระบอกเดียว ผมว่า ทุกคนต้องสนใจ SIG 210 มากกว่าปืนลูกดกหลายกระบอก)
ต้องขออนุญาต ถามเรื่องไม่เกี่ยวกับปืนลูกซอง
พี่ FABBRI SIG 210มีความโดดเด่นแตกต่างและหน้าสนใจ กว่าตัวอื่นๆอย่างไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: PU45™ ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:02:19 AM
เอ้อ....กระทู้นี้รอดสายตาไปได้ไง ยิ่งอ่านยิ่งสนุกขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:15:31 AM
ขอเพิ่มเติมกระทู้ที่ 295 เมื่อวานนี้ เกี่ยวกับพานท้ายที่ถอดได้ ค่อนข้างจะใหญ่กว่าพานท้ายทั่วไป เพราะทำสำหรับปืนแข่ง แต่ทำไมน้ำหนักเบา ที่เบาเพราะในพานท้ายโรงงานจะเจาะ โพรง ครับ ไม่ใช่รู เป็นโพรงเลย เพราะต้องเอาเนื้อไม้ออกมากๆ แต่ ประมาณ 5-6 นิ้วจะสุดตรงคอปืน นั้น จะเจาะเป็นรู ร้อยนอ็ตตัวผู้ไว้ เพื่อ ขันยึดกับโครงปืน
   ตอบท่าน steel ที่ว่าปืน SIG 210  ดีอย่างไร นั้น เป็นปืนที่ทำจากประเทศ SWITZERLAND ลำกล้องยาว 5 นิ้ว เป้าที่ทดสอบปืนยิงจริง ด้วยคน เป็นกระสุนที่ ระยะ 50 เมตร ปืนดำๆธรรมดา เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ราคาใกล้ 100000บ เข้าใจว่าน่าจะเป็นปืนทหาร ตำรวจ อาจ พลเรือนด้วย ที่แพงที่สุด และมีแต่ ที่Swiss ใช้เท่านั้น เมืองไทยที่เข้ามากีหลายรุ่น แต่ที่มากน่าจะเป็น 210-6 ศูณย์ปรับได้ ที่น้อยที่สุด น่าจะแกะลายทั้งกระบอก ปุ่ม ห้ามไก  ปดสไล้ด  เป็นทอง เป็นคนละโรงงานกับ ปืน ซิก-ซาวเออร์ p ลูกดก ต่างๆ ที่เป็นโพลีเมอร์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:28:23 AM
พี่FABBRI
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 18, 2006, 09:44:15 PM
พานท้าย ปืนจะมีอยู่ ประมาณ 5 แบบ
1. Pistol grip ก็คือ แบบคอปืนเป็น คล้ายด้ามปืนสั้น มักจะใช้ สำหรับปืน Trap Skeet Sporting
2. Pistol  grip Montecarlo คือ พานท้ายที่มีสันยก ตรงโหนกแก้ม มักจะทำสำหรับพวกที่ก้มหัวไม่เป็น เช่น อเมริกันชน ที่ชอบยืนตัวตรง ไม่ก้มหน้าเหมือนยิงไรเฟิล
3. Semi pistol   คือ มีคอปืนเป็นแบบปืนสั้น แต่ องศา กว้าง กว่า เช่นที่เราพบเห็น ก็ Browning A5
4. English       ก็ที่เราเห็น เป็นคอตรง ส่วนมากจะใช้กับปืนยิงนก สำหรับปืนแฝด ขนาน มีบ้างที่ใช้กับปืน แฝดซ้อน
5. Dove - neck คือ คอปืนจะออ่นช้อยกว่า คอตรง แต่ไม่กระด้าง เหมือน Pistol ไม่เข้าใจทำไม่เขาเรียกคอนกเขา มันน่าจะเรียก คอห่าน เอ้ย คอ หงส์ นะ มันยาวกว่านกเขาตั้งมาก ก็ใช้สำหรับ ยิงนก
   ก็ต้องขอพักเรื่อง พานท้ายไว้ก่อน เพราะ ทำเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ทำสี ทำไมต้องรอ ใจร้อน แล้วจะเล่าต่อ
  ที่รอก็เพราะ ว่ายังไม่ได้ทำกระโจมมือ อย่าคิดเป็นอย่างอื่น ต้องหาไม้ให้เข้ากับพานท้ายด้วย ถ้าเป็นไม้ชิ้นเดียวกันก็จะดี
  กระโจมมือ มี ที่เห็นทั่วไป แบบแฝดขนานก็มัแบบเดียวที่เราเห็นประจำ เป็นแผ่นไม้บางๆ มีบ้างที่ทำใหญ่มากจนหุ้มขึ้นมาเกือบครึ่งลำกล้อง แต่น้อยมาก และไม่สวย
   กระโจมมือ ของแฝดซ้อน จะมี ประมาณ 3 แบบ
1. Schnable Forearms หรือ   Fore-End จะเป็น เล็ก ๆบางๆ ตรงปลาย จะงอนๆ มักใช้กับปืน ยิงสัตว์ ทั้งเล็ก ใหญ่
2. Beavertai  คือ จะเป็นแท่ง ใหญ่ กลม เข้าอุ้มมือ ส่วนบนจะเป็นรางเพื่อให้ หัวแม่มือ กับนิ้วทั้ง4 กำได้กระชับ  จะเห็นได้กับปืน ยิงเป้าบินทั่วไปl
3. Tulip จะเป็น แท่ง กลม ๆเหมือน ดอกทิวลิป ไม่มีรางส่วนบน
    เมื่อได้ ทั้ง พานท้าย และ กระโจมมือ ก็นำมาประกอบกับ ปืน เพื่อ หา สมดุล ที่พอดี ก็ต้องขัด ไม้บางส่วนออก ให้พอดี เมื่อได้แล้วจึง ส่งไปทำสี ครับ
     ตอนต่อไปจะเล่า เรื่อง ทำสี และ สมดุล


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:12:34 PM
มาแล้วครับ ภาพบางส่วนจากงานแข่งขัน Sporting clay วันนี้เอง ผมเองไม่ได้ไปเมื่อวันเสาร์ (เมื่อวานนี้) วันนี้เลยรีบยิงรวดเดียวในภาคเช้า กลัวจะแพ้ เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป พอบ่ายกลับกลายเป็นว่าฝนตก รูปเลยไม่ค่อยสวย ถ้าใครมีรูปสวยๆ ช่วยโพสมาดูกันด้วยนะครับ

Station 1

(http://i6.tinypic.com/14toaj6.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:26:07 PM
ภาพนี้ เห็นเครื่องดีดนกตั้งอยู่อีกฟากน้ำฝั่งตรงข้าม  เป็นนกคู่ครับ ตัวนึงดีดตรงเข้าหาคนยิงเลย อีกตัวนึงจะบินหลบตกทางขวามือ

มองเห็นนกตัวนึงไหมครับ

(http://i6.tinypic.com/14tocr5.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:30:54 PM
ภาพนี้ วาดปืนยิงนก ตัวที่สอง คนยิงหนะยิงทัน แต่ผมถ่ายภาพไม่ทัน

(http://i5.tinypic.com/14todq8.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:35:06 PM
Station 2 

เอาเลย ยิงโชว์หน่อย เวลายิงเองมันเร็วมองแทบไม่ทัน พอคนอื่นยิง ก็สมควรจะมาดูลายนกบิน

(http://i6.tinypic.com/14tofw4.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:40:26 PM
น่าไปยิงมั่งครับ แล้วไม่เห็นรูปพี่ลูกซองสั้นเลยครับหน้าตาหล่อขนาดไหน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:40:42 PM
มองวิวจากอีกมุมนึง  เห็นเมฆฝนตั้งเค้าไหมครับ หลังจากถ่ายภาพนี้อีกสักครึ่งชั่วโมง ฝนก็เทลงมาแบบไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรกันหนักหนา

(http://i5.tinypic.com/14tognb.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:47:45 PM
Station 3 ดีดเป้ากระต่ายให้ยิง 5 ตัว กระต่ายคราวนี้กระโดดเก่งมาก ยิงไม่ค่อยทัน

(http://i6.tinypic.com/14toiv7.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:53:37 PM
เครื่องดีดกระต่ายแสนกล ดีดออกมาทีละคู่นะครับ ฝีมือช่างไทยนะ น่าสั่งซื้อไปดีดที่บ้านจังเลย เจ็บใจมาก ตั้งแต่ผมหันมายิง side x side 2 ไก ยิงไม่ค่อยจะโดนเลย

(http://i6.tinypic.com/14tojtg.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:58:05 PM
สนามยิงปืนที่นี่ร่มรื่นมากเลยนะครับพี่ เอาไว้ผมกลับเมืองไทยจะต้องไปลองหน่อยแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 10:58:34 PM
อีกมุมนึง แท่นขาตั้งเครื่อง ออกแบบได้ยอดเยี่ยม พี่ Fabbri เราสั่งซื้อไปดีดที่เมืองกาญจน์ให้หายแค้นน่าจะดีนะ

(http://i5.tinypic.com/14tolyh.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:09:41 PM
ทำไมต้องซื้อ มีอยู่แล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:17:14 PM
อันนี้ดีดทีละสองตัวพร้อมกันเลยนา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:21:50 PM
Station 4 เด็กๆกำลังหัดยิงครับ โค้ชชาวไทยเลยต้องดูแลใกล้ชิด

(http://i6.tinypic.com/14tqzhs.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:25:11 PM
ก้มหน้าหน่อย  หน้าแนบพานท้ายซิ  ไม่ไหวโค้ช ปืนมันเตะแก้มหนู

(http://i5.tinypic.com/14tr5o5.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 18, 2006, 11:30:58 PM
Station 5 รูปสุดท้ายแล้วครับ ยืนยิงหลัง low house นกดีดมาจากพุ่มไม้ด้านหน้าทั้งสองตัว มองไม่เห็นเครื่องดีดเป้าครับ พอเรียกนก นกก็บินโผล่ออกมาจากต้นไม้ ถ่ายรูปออกมาเห็นแต่ท้องฟ้าดำมืดเลย ภาพนี้ถ่ายเสร็จ ฝนก็ลงเม็ดเลยครับ

(http://i5.tinypic.com/14tr2a9.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 19, 2006, 07:42:07 AM
เครื่องดีดกระต่ายแสนกล ดีดออกมาทีละคู่นะครับ ฝีมือช่างไทยนะ น่าสั่งซื้อไปดีดที่บ้านจังเลย เจ็บใจมาก ตั้งแต่ผมหันมายิง side x side 2 ไก ยิงไม่ค่อยจะโดนเลย

(http://i6.tinypic.com/14tojtg.jpg)

แก้ไขข้อมูลนิดนึงนะครับ มันดีดได้ทีละตัวครับ แต่ว่าคราวนี้เรามี3ตัวครับ จะมี2ตัวที่อยู่ในแนวเดียวกันครับ ปล่อยสองเครื่องนี้พร้อมๆกันก็เลยออกมาสองตัวครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 19, 2006, 07:43:11 AM
เดี๋ยวผมตามล่ารูปภาพมาลงให้นะครับ ตอนนี้คนที่ถ่ายคงยังไม่ตื่น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 19, 2006, 08:26:19 AM
อ้อ  ทีละตัวเหรอครับ  ผมเข้าใจว่าใส่เป้าได้สองตัวพร้อมกัน

ผมเรียกยิงอย่างเดียว ไม่ได้เห็นตอนดีดเลย กระต่ายตัวที่โดดออกมาจากด้านขวามีสองตัวพร้อมกัน เลยเข้าใจว่าใส่เป้าได้ทีละสองตัว ขออภัยด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 19, 2006, 09:28:52 AM
เดี๋ยวผมตามล่ารูปภาพมาลงให้นะครับ ตอนนี้คนที่ถ่ายคงยังไม่ตื่น
รอชมรูปครับ เรียนเชิญคุณภูมิเข้ามาร่วมสนทนาในนี้บ้างสิครับจะได้ช่วยกันใช้ความรู้แกมือใหม่ๆบ้าง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 19, 2006, 11:13:31 AM
เดี๋ยวผมตามล่ารูปภาพมาลงให้นะครับ ตอนนี้คนที่ถ่ายคงยังไม่ตื่น
รอชมรูปครับ เรียนเชิญคุณภูมิเข้ามาร่วมสนทนาในนี้บ้างสิครับจะได้ช่วยกันใช้ความรู้แกมือใหม่ๆบ้าง

แหมเรื่องปืนผมก็รู้ไม่มากหรอกครับ เฉพาะตัวที่เคยใช้กัยพวกตัวที่ดังๆเท่านั้นเอง
ถ้าคุยเรื่องการยิงก็พอได้ครับ ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 19, 2006, 11:52:49 AM
มาช่วยกันแนะนำเรื่องการยิงปืนนี่สิครับดี เพราะอย่างผมอาจจะรู้จักปืนเยอะแต่ต้องบอกว่ายิงไม่เป็นครับเพราะเคยยิงแต่ไก่ป่า ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ มิถุนายน 19, 2006, 08:58:59 PM
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านลูกซองสั้น ใช้ให้ถ่ายรูป...พี่ๆช่วยบรรยายภาพเอาเองนะครับ
ขั้นตอนการถอด....เสื้อผ้า...อิอิ

(http://i6.tinypic.com/14xylxz.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14xpkp5.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14w7hqu.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14w7h4p.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14w7iba.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14w7jvt.jpg)

จริงๆด้วยครับพี่ตัวนี้งานเรียบร้อยดีกว่า เมอร์เคิล ,หรือ อาย่า  รมดำงี้เงาวับเลยครับ

(http://i6.tinypic.com/14xyv47.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14w7n00.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14w7kn5.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14w7l7b.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14w7o7o.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14w7qbk.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14xyp21.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14xyrdd.jpg)

(http://i6.tinypic.com/14xysjq.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 19, 2006, 11:15:05 PM
ว๊าว   ใส้ใน สวยจัง   ปืนอะไรนะท่านโชกุน   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 19, 2006, 11:41:02 PM
มีของสวยๆมาให้ดูอีกแล้วนะครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:29:04 AM
ขออภัยที่ช้าครับ

รูปจาก Sporting Clay ครั้งที่ 2 ปี 2549 มาแล้วครับ

(http://i5.tinypic.com/14xjsau.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:33:57 AM
(http://i5.tinypic.com/14xjxu8.jpg)


(http://i5.tinypic.com/14xjy0z.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:38:58 AM
เห็นกระต่ายไหมครับ

(http://i5.tinypic.com/14xkk6b.jpg)

นี่คนกำลังจะยิงกระต่าย

(http://i5.tinypic.com/14xkkcm.jpg)

(http://i5.tinypic.com/14xkjs1.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:49:04 AM
น่าไปเล่นด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:49:06 AM
มีอีกครับ

(http://i5.tinypic.com/14xktxt.jpg)


นี่สุดหล่อกำลังจะขึ้นแท่น


(http://i5.tinypic.com/14xkw0g.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:50:56 AM
ทำไมแต่ละท่านต้องห้อยผ้าไว้ที่เอวด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:51:16 AM
(http://i5.tinypic.com/14xkwet.jpg)

โอย

(http://i5.tinypic.com/14xkwzk.jpg)

สาวๆเขาก็มายิงกัน

(http://i5.tinypic.com/14xkx88.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:54:00 AM
คลาส C เขายิงกันทีละตัวแบบนี้

(http://i5.tinypic.com/14xkz9h.jpg)

ส่วน Master Class เขายิงกันแบบนี้

(http://i5.tinypic.com/14xkzg1.jpg)



หมดแล้วครับ ถ้าอยากดูต่อบอกมา เดี๋ยวจะหามาให้อีกครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 20, 2006, 08:04:54 AM
ถ่ายรูปได้สวยมากครับ ถ้ามีให้ดูอีกจะเยี่ยมมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 08:13:00 AM
ทำไมแต่ละท่านต้องห้อยผ้าไว้ที่เอวด้วยครับ

เมืองไทยมันร้อนครับ เหงื่อออกเยอะ

แต่สำหรับผม เอาไว้ปิดหน้าเวลายิงไม่โดนครับ :P


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 20, 2006, 08:17:45 AM
แบบคนที่ร้องโอยในรูปหรือครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 08:29:20 AM
นั้นน่ะครับ  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ มิถุนายน 20, 2006, 09:41:27 AM


นี่สุดหล่อกำลังจะขึ้นแท่น


(http://i5.tinypic.com/14xkw0g.jpg)
อ้างถึง

คนนี้ใครครับ.....เห็นไกลๆยังรู้ว่าหล่อจัง....อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ มิถุนายน 20, 2006, 12:45:30 PM


นี่สุดหล่อกำลังจะขึ้นแท่น


(http://i5.tinypic.com/14xkw0g.jpg)
อ้างถึง

คนนี้ใครครับ.....เห็นไกลๆยังรู้ว่าหล่อจัง....อิอิ

ผมรู้จักพี่คนนี้ครับ ครูผมเอง ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีก 8 เท่า ครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ มิถุนายน 20, 2006, 01:02:44 PM
ทำไมแต่ละท่านต้องห้อยผ้าไว้ที่เอวด้วยครับ

เมืองไทยมันร้อนครับ เหงื่อออกเยอะ

แต่สำหรับผม เอาไว้ปิดหน้าเวลายิงไม่โดนครับ :P

สำหรับผม ผ้านี้เอาไว้ใช้ทุกอย่าง เช็ดปืน เช็ดหน้า เช็ดมือ แล้วก็วนอยู่อย่างนี้
ผลสุดท้าย สิวขึ้นตรึมเลย :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ มิถุนายน 20, 2006, 01:09:41 PM
(http://i5.tinypic.com/14xkwet.jpg)



2 คนนี้ ก้อหล่อ เชื่อผมดิ :D :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 20, 2006, 01:16:03 PM
(http://i5.tinypic.com/14xkwet.jpg)



2 คนนี้ ก้อหล่อ เชื่อผมดิ :D :D :D

เลยไม่อยากให้เห็นด้านหน้าไง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:10:59 PM
พวก น้องๆกำลังสนุก กับ งาน Sporting กัน อยู่ เลย หลบๆแอบๆ ก่อน เอาไว้ พวกน้องๆ หมดเรื่องเล่าแล้วจะกลับมาเล่าใหม่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ มิถุนายน 20, 2006, 07:48:50 PM
เล่าต่อเถอะครับพี่ กำลังจะบอกว่าเริ่มนอกประเด็นกันแล้ว มีหลายท่านติดตามอยู่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 20, 2006, 08:47:03 PM
พวก น้องๆกำลังสนุก กับ งาน Sporting กัน อยู่ เลย หลบๆแอบๆ ก่อน เอาไว้ พวกน้องๆ หมดเรื่องเล่าแล้วจะกลับมาเล่าใหม่
โหผมนี่ละครับรอติดตามอ่านเช้ารอบเย็นรอบ กำลังคิดอยู่ว่าสองวันมาพี่พี่คงไม่ว่างเลยไม่กล้าถามให้เล่าต่อไงครับ


 ;Dแล้วนักกีฬานอกจากปืนแล้วแต่ละท่านมีอุปกรณ์จำเป็นสำหรับเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี่อะไรกันอีกบ้างนะครับ ;D บางท่านที่มีรูปชัดๆก็น่าจะแนะนำให้รู้จักกันไว้บ้างนะครับเวลาเข้าไปสนามจะได้ทักทายกันได้ถูก :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 21, 2006, 07:36:50 AM
หมดเรื่อง Sporting แล้วครับ เดี๋ยวถ้ามีอะไรจะใส่ไว้ในกระทู้อื่น

ตอนนี้รอติดตามหาความรู้เพิ่มครับ ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 21, 2006, 08:26:35 AM
ทำไมจะคิดว่า Sporting clay เป็นเรื่องนอกประเด็นหละครับ

แต่เดิม การยิงเป้าบิน Skeet Trap จะวนเวียนแต่เรื่อง ลูกซองขนาด 12 และก็แทบจะจำกัดไว้แค่ปืน Over/under เท่านั้น

ทุกท่านต้องเข้าใจเป็นอย่างดีว่า Sporting clay เป็นเกมส์การยิงปืนลูกซองที่จำลองการยิงนกหรือเป็ดหรือกระต่ายได้ใกล้เคียงที่สุด ใกล้เคียงยิ่งกว่าการยิง Skeet หรือ  Trap และเกมส์ Sporting clay นี่แหละ ที่ทำให้ผมนึกถึงปืนลูกซองแฝดขนานสองไก ซึ่งเป็นปืนที่สวยแบบ Classic ยิ่งศึกษาหาความรู้มากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกเสียดายวันเวลาที่มัวแต่ไปลุ่มหลง มัวเมาแต่การยิง Skeet และ Trap การยิง Skeet และ Trap เป็นการแข่งขัน เป็นการทำแต้ม เป็นเกมส์การยิงปืนที่จริงจัง ผมคิดว่าจริงจังจนเกินไป ความสนุกมันลดน้อยลง เกมส์ Sporting clay นี่แหละครับเป็นความสนุกเป็นความมันส์ที่แท้จริงของนักนิยมปืนลูกซอง   เอ้า..................ปืนลูกซอง side x side  2 ไก กับ Sporting clay  เป็นคำตอบสุดท้าย ครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ มิถุนายน 21, 2006, 08:44:10 AM
พวก น้องๆกำลังสนุก กับ งาน Sporting กัน อยู่ เลย หลบๆแอบๆ ก่อน เอาไว้ พวกน้องๆ หมดเรื่องเล่าแล้วจะกลับมาเล่าใหม่
พี่FABBRI จะลงแดงอยู่แล้ว  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 21, 2006, 09:27:22 AM
ทำไมจะคิดว่า Sporting clay เป็นเรื่องนอกประเด็นหละครับ

แต่เดิม การยิงเป้าบิน Skeet Trap จะวนเวียนแต่เรื่อง ลูกซองขนาด 12 และก็แทบจะจำกัดไว้แค่ปืน Over/under เท่านั้น

ทุกท่านต้องเข้าใจเป็นอย่างดีว่า Sporting clay เป็นเกมส์การยิงปืนลูกซองที่จำลองการยิงนกหรือเป็ดหรือกระต่ายได้ใกล้เคียงที่สุด ใกล้เคียงยิ่งกว่าการยิง Skeet หรือ Trap และเกมส์ Sporting clay นี่แหละ ที่ทำให้ผมนึกถึงปืนลูกซองแฝดขนานสองไก ซึ่งเป็นปืนที่สวยแบบ Classic ยิ่งศึกษาหาความรู้มากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกเสียดายวันเวลาที่มัวแต่ไปลุ่มหลง มัวเมาแต่การยิง Skeet และ Trap การยิง Skeet และ Trap เป็นการแข่งขัน เป็นการทำแต้ม เป็นเกมส์การยิงปืนที่จริงจัง ผมคิดว่าจริงจังจนเกินไป ความสนุกมันลดน้อยลง เกมส์ Sporting clay นี่แหละครับเป็นความสนุกเป็นความมันส์ที่แท้จริงของนักนิยมปืนลูกซอง เอ้า..................ปืนลูกซอง side x side 2 ไก กับ Sporting clay เป็นคำตอบสุดท้าย ครับ
พี่พูดได้แบบซึ้งมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 21, 2006, 10:16:41 AM
หมดเรื่อง Sporting แล้วครับ เดี๋ยวถ้ามีอะไรจะใส่ไว้ในกระทู้อื่น

ตอนนี้รอติดตามหาความรู้เพิ่มครับ ;)
คุยกันที่นี่ล่ะครับจะไปที่อื่นทำไม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 21, 2006, 07:39:21 PM
ขอขอบคุณพ่อ แม่ พี่น้อง ที่ให้ความสนใจ ในการหาเสียงของ กระผม อ้าวผิด เวทีแล้ว
   พวกน้องๆเขา ลงรูปต่างๆ มาให้ดูหลายแบบก็ดีแล้วครับ จะได้เล่าไป ดูรูป ก็มีความเข้าใจ มากขึ้น
   ลืมบอกไปอีกอย่าง คนแก่ก็อย่างนี้ ขี้หลงขี้ลืม ปืนที่ใช้พานท้าย คอ ตรง[ English stock] มักจะเป็นปืน2ไก เพราะสามารถเลื่อนนิ้วจากไกหน้ามาไกหลัง ได้สะดวก ส่วนพานท้าย คอแบบปืนสั้น[Pistol  Grip Stock] มักจะใช้ไกเดียว และใช้ยิงกีฬายิงเป้าบิน ยิง เพราะ ต้องกำปืนให้แน่น เพื่อประทับปืนให้เร็วและมั่นคง สำหรับSkeet ส่วน Trap ก็ต้องประทับให้แน่น จึงไม่สามารถขยับมือได้ 
        เรามาต่อ จาก กระทู้ที่ 303 น่าจะใช่นะ เมื่อเราทำ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เอาปืนไปหาจุดสมดุล ที่ต้องทำเช่นนั้น เพราะ ปืนลูกซองไม่ได้เล็ง แต่ใช้การวางลำหรือวางแนว จึงไม่ต้องใช้ศูนย์ ที่เราเห็นจุดข้างหน้า เป็นตุ่มนั้น เป็นแค่จุดสังเกตุเท่านั้น เวลายิงก็ไม่เห็น บางคนหาศูนย์หน้า (เขาเรียกกัน) ใหญ่มาก เวลายิงก็จะบังนก ปืนสั้นหรือไรเฟิล นั้นมี เล็งศูนย์หน้าอยู่กลางศูนย์หลัง แล้วให้ศูนย์หน้าตรงกับเป้า หรือใช่ศูนย์ กล้อง แต่ปืนลูกซอง ศูนย์ หน้าและหลัง อยู่ที่พานท้าย  Drop at comb and heel  เป็นตัวกำหนดทำให้ปืนยิงสูง หรือต่ำ ส่วน Cast เป็น ตัวกำหนด ให้ปืนยิงซ้ายหรือขวา Pich เป็นตัวกำหนดให้ปืนอยู่ในระนาบ บางท่านได้พานท้าย จากโรงงานแล้ว ไปตัดมันออก ให้พอดีความยาว ที่เราต้องการ นั่นเป็นความเข้าใจของเรา แต่เมื่อท่านตัดไปแล้ว สัดส่วนทุกอย่างก็จะเสียหมดไปด้วย  เหมือนท่านตะไบศูนย์หลังตายตัว ฃอง ปืนสั้น เพื่อปรับศูนย์ ฉันใดฉันนั้น
  การยิงปืนลูกซอง ก็เหมือนท่าน ยกมือแล้วชี้นิ้วไปจุดต่างๆ ทำไมท่านถึงไม่ต้องยกนิ้วมาเล็ง หรือเวลา ฉีดน้ำรดต้นไม้ ก็ไม่ต้องเล็ง เพียงใช้สายตาเท่านั้น  ปืนลูกซองที่ใช้พานท้ายถูกต้องกับตัวท่านแล้ว เมื่อท่าประทับ แล้ว ก็ใช้สายตามองสิ่งๆที่ท่านต้องการยิงเท่านั้น ม่านกระสุนก็จะไปตามสายตาท่าน ยกเว้น ปัญหาใหญ่มากสำหรับบางคน ทุกอย่างทำถูกหมดแล้ว แต่ยิงไม่โดน หรือ โดนยากมาก ก็เพราะ สายตาของท่าน ผิดปกติ คือ ถนัดขวา แต่ตาซ้ายแข็งกว่าตาขวา หรือ ถนัดซ้าย แต่ตาขวา ดันแข็งกว่าตาซ้าย แล้วจะรู้ได้อย่างไร ก็หาจุดบนผนัง แล้วยกมือข้างที่ถนัดแล้วนิ้วชี้ไปยังจุดนั้นโดยลืมตาทั้งสองข้าง เมื่อ ตรงแล้วก็หลับตา ข้างที่ตรงข้าม กับข้างที่ถนัด ถ้านิ้วยังอยู่ที่จุดเดิมก็เป็นอันว่าตาท่านถูกต้อง (ถ้ายิงผิดก็ตัวเราแล้วยิงห่วยเอง)  แต่ถ้าหลับตาข้างที่ถนัดแล้วมันยังอยู่ที่เดิม ก็ตาท่านมีปัญหาแล้ว ก็ต้องทำพานท้ายใหม่ เรื่องใหญ่มาก อย่าไปรู้เลยว่าทำอย่างไร ไม่มีประโยชน์ เอาไว้เขียนหนังสือขายก่อนจะได้เล่าอีกสามหน้า หนังสือจะได้หนาๆ วิธีแก้ก็เพียงใส่แวนตา แล้วเอา เทปใส ปิดส่วนบนของเลนส์ ข้างที่ตรงข้ามกับมือที่เราถนัด ก็จะแก้ได้แล้ว และอย่าได้คิด หลับตาข้างนั้น นอกจากเมื่อยแล้ว ยังทำให้มองเห็นวิวครึ่งเดียว อีกด้วย
 เอาว่าจะคุยเรื่องสมดุล เลยไปไหนก็ไม่รู้ เอาไว้ตอนหน้าค่อยว่ากัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 21, 2006, 08:53:12 PM
กลับมาแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 21, 2006, 10:23:12 PM
พี่ Fabbri

ได้ฟังพี่เลยถึงบางอ้อว่า ทำไม แฝดขนานไกเดียวโรงงานถึงทำพานท้ายมาแต่แบบ Pistol grip stock และทำไมปืนแฝดขนานสองไก จึงเจอแต่พานท้ายแบบตรง English stock   

ถามพี่อีกหน่อย  แล้วปืนแฝดแบบสองไก จะวัดระยะ lenght of pull จากตรงไหน ไกหน้า ไกหลัง หรือ ตรงกลางระหว่างไกหน้ากับไกหลัง



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ มิถุนายน 21, 2006, 10:32:28 PM
พี่ Fabbri

ได้ฟังพี่เลยถึงบางอ้อว่า ทำไม แฝดขนานไกเดียวโรงงานถึงทำพานท้ายมาแต่แบบ Pistol grip stock และทำไมปืนแฝดขนานสองไก จึงเจอแต่พานท้ายแบบตรง English stock

ถามพี่อีกหน่อย แล้วปืนแฝดแบบสองไก จะวัดระยะ lenght of pull จากตรงไหน ไกหน้า ไกหลัง หรือ ตรงกลางระหว่างไกหน้ากับไกหลัง



รู้สึกว่าพี่จะมีทั้งสองแบบไม่ใช่หรือ...อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 21, 2006, 11:20:52 PM
มีกี่แบบไม่สำมะคัน สำมะคันที่ได้ใช้หรือเปล่า เช่น เราเป็นต้น
วัดจากไกหน้า เพราะ เป็นการยิงนัดแรกที่ใช้ปลายนิ้วชี้ข้อแรก พอปืนลั่นออกไป ปืนจะถีบถอยหลังแล้วดันไปข้างหน้า มือที่กำจะหลวมถอยมาพร้อมกันนิ้วชี้  ก็จะมาแตะที่ไกสองพอดี
  มีบางท่านพูดว่า ใช้ปืนแฝด สองไก ดี ที่ดีเพราะ ว่า เข้าป่า ใส่ลูกปลายไว้ลำกล้องขวา ใส่ลูก oo buck ไว้ลำกล้องซ้าย เจอสัตว์ เล็ก ยิงขวา เจอใหญ่ยิงซ้าย  เดินออกจากบ้าน พอเข้าป่า รับรองเกือบ 100% ต้องเคยประสบ เจอ สัตว์ ใหญ่ รวมทั้งเล็ก ก็ซัดเปลี้ยง เลย นัดขวาไปก่อนทุกที


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 22, 2006, 05:26:31 AM
พี่  Fabbri

ผมสงสัยครับ  Rib ของปืนแฝดขนาน มีทำมากี่แบบ ผมเจอมาสองแบบแล้ว คือแบบตรง กับแบบ concave คือมันจะเป็น Rib ที่ตรงโคนลำกล้องยุบลง มองดูแปลกๆ ทีนี้ การวัด   Drop at comb   Drop at heel จะแตกต่างกันไหมครับ   

อีกอย่างนึง  Rib แบบ concave สังเกตดูตรงด้านปลายลำกล้องก็จะทำมาต่ำกว่าแบบตรงด้วยครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 22, 2006, 09:49:43 AM
เริ่มน่าติดตามขึ้นทุกขณะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 22, 2006, 10:33:54 AM
ขอขอบคุณพ่อ แม่ พี่น้อง ที่ให้ความสนใจ ในการหาเสียงของ กระผม อ้าวผิด เวทีแล้ว
 พวกน้องๆเขา ลงรูปต่างๆ มาให้ดูหลายแบบก็ดีแล้วครับ จะได้เล่าไป ดูรูป ก็มีความเข้าใจ มากขึ้น
 ลืมบอกไปอีกอย่าง คนแก่ก็อย่างนี้ ขี้หลงขี้ลืม ปืนที่ใช้พานท้าย คอ ตรง[ English stock] มักจะเป็นปืน2ไก เพราะสามารถเลื่อนนิ้วจากไกหน้ามาไกหลัง ได้สะดวก ส่วนพานท้าย คอแบบปืนสั้น[Pistol Grip Stock] มักจะใช้ไกเดียว และใช้ยิงกีฬายิงเป้าบิน ยิง เพราะ ต้องกำปืนให้แน่น เพื่อประทับปืนให้เร็วและมั่นคง สำหรับSkeet ส่วน Trap ก็ต้องประทับให้แน่น จึงไม่สามารถขยับมือได้
 เรามาต่อ จาก กระทู้ที่ 303 น่าจะใช่นะ เมื่อเราทำ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เอาปืนไปหาจุดสมดุล ที่ต้องทำเช่นนั้น เพราะ ปืนลูกซองไม่ได้เล็ง แต่ใช้การวางลำหรือวางแนว จึงไม่ต้องใช้ศูนย์ ที่เราเห็นจุดข้างหน้า เป็นตุ่มนั้น เป็นแค่จุดสังเกตุเท่านั้น เวลายิงก็ไม่เห็น บางคนหาศูนย์หน้า (เขาเรียกกัน) ใหญ่มาก เวลายิงก็จะบังนก ปืนสั้นหรือไรเฟิล นั้นมี เล็งศูนย์หน้าอยู่กลางศูนย์หลัง แล้วให้ศูนย์หน้าตรงกับเป้า หรือใช่ศูนย์ กล้อง แต่ปืนลูกซอง ศูนย์ หน้าและหลัง อยู่ที่พานท้าย Drop at comb and heel เป็นตัวกำหนดทำให้ปืนยิงสูง หรือต่ำ ส่วน Cast เป็น ตัวกำหนด ให้ปืนยิงซ้ายหรือขวา Pich เป็นตัวกำหนดให้ปืนอยู่ในระนาบ บางท่านได้พานท้าย จากโรงงานแล้ว ไปตัดมันออก ให้พอดีความยาว ที่เราต้องการ นั่นเป็นความเข้าใจของเรา แต่เมื่อท่านตัดไปแล้ว สัดส่วนทุกอย่างก็จะเสียหมดไปด้วย เหมือนท่านตะไบศูนย์หลังตายตัว ฃอง ปืนสั้น เพื่อปรับศูนย์ ฉันใดฉันนั้น
 การยิงปืนลูกซอง ก็เหมือนท่าน ยกมือแล้วชี้นิ้วไปจุดต่างๆ ทำไมท่านถึงไม่ต้องยกนิ้วมาเล็ง หรือเวลา ฉีดน้ำรดต้นไม้ ก็ไม่ต้องเล็ง เพียงใช้สายตาเท่านั้น ปืนลูกซองที่ใช้พานท้ายถูกต้องกับตัวท่านแล้ว เมื่อท่าประทับ แล้ว ก็ใช้สายตามองสิ่งๆที่ท่านต้องการยิงเท่านั้น ม่านกระสุนก็จะไปตามสายตาท่าน ยกเว้น ปัญหาใหญ่มากสำหรับบางคน ทุกอย่างทำถูกหมดแล้ว แต่ยิงไม่โดน หรือ โดนยากมาก ก็เพราะ สายตาของท่าน ผิดปกติ คือ ถนัดขวา แต่ตาซ้ายแข็งกว่าตาขวา หรือ ถนัดซ้าย แต่ตาขวา ดันแข็งกว่าตาซ้าย แล้วจะรู้ได้อย่างไร ก็หาจุดบนผนัง แล้วยกมือข้างที่ถนัดแล้วนิ้วชี้ไปยังจุดนั้นโดยลืมตาทั้งสองข้าง เมื่อ ตรงแล้วก็หลับตา ข้างที่ตรงข้าม กับข้างที่ถนัด ถ้านิ้วยังอยู่ที่จุดเดิมก็เป็นอันว่าตาท่านถูกต้อง  (ถ้ายิงผิดก็ตัวเราแล้วยิงห่วยเอง) แต่ถ้าหลับตาข้างที่ถนัดแล้วมันยังอยู่ที่เดิม ก็ตาท่านมีปัญหาแล้ว ก็ต้องทำพานท้ายใหม่ เรื่องใหญ่มาก อย่าไปรู้เลยว่าทำอย่างไร ไม่มีประโยชน์ เอาไว้เขียนหนังสือขายก่อนจะได้เล่าอีกสามหน้า หนังสือจะได้หนาๆ วิธีแก้ก็เพียงใส่แวนตา แล้วเอา เทปใส ปิดส่วนบนของเลนส์ ข้างที่ตรงข้ามกับมือที่เราถนัด ก็จะแก้ได้แล้ว และอย่าได้คิด หลับตาข้างนั้น นอกจากเมื่อยแล้ว ยังทำให้มองเห็นวิวครึ่งเดียว อีกด้วย
 เอาว่าจะคุยเรื่องสมดุล เลยไปไหนก็ไม่รู้ เอาไว้ตอนหน้าค่อยว่ากัน
]ลองทำตามอย่างที่ท่าน FABBRI แนะนำ ผมสายตาปกติ..  :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 22, 2006, 09:42:03 PM
Rib สำหรับปืนแฝด หลักใหญ่ๆก็มี สอง แบบอย่างที่ท่านบอก แล้วก็มีลูกเล่นแตกออกไปอีก แล้วแต่ละ ผู้ออกแบบ เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีกึ๋น เลยต้องให้เพี้ยนกันคนอื่นเล็กน้อย
 ส่วนการวัด Comb & Heel นั้นทุก รร ก็จะมี Try Gun อยู่แล้วที่ตนเป็นผู้ออกแบบ ก็เลยไม่มีปัญหา
 ลูกซองเป็นการยิงแบบวางแนว จึงต้องอาศัยแนวสันลำกล้องปืน เป็นหลัก จากปลายลำกล้อง กับสันโครงปืน เป็นแนวระดับ ง่ายที่สุดคือ เอาปืนแฝด หงายแล้ว วางลง บนโต๊ะ ก็จะเป็นแนวที่บอก ส่วน Comb&Heel  ก็วัดจากพื้นโต๊ะไปยังพานท้ายปืน ก็จะได้ตัวเลข ที่เราต้องการ
  เรามาว่ากันเรื่องสมดุลต่อ เอาปืนมา แล้วหาเชือก  สั้นยาว แล้วแต่ ยาวหน่อยก็ดี เพราะ ถ้าพบว่าปืนเราสมดุลไม่ดีก็ผูกคอตายได้เลย พูดเล่นน่า เอาเชือกผูกตรงหน้าโก่งไก แล้วยกเชือกให้ปืนลอยอยู่ในอากาศ  แล้วเลื่อนเชือก เดินหน้าถอยหลังจน ปืนแขวนทรงตัวอยูได้บนเชือก เส้นเดียวดังกล่าว จุดนั้นคือจุดสมดุลของปืน และเป็น จุดหมุนด้วย ถ้าจุดสมดุลที่ดีแล้วน่าจะอยู่ห่างจากโกร่งไกไปทางลำกล้อง ไม่เกิน 4 นิ้ว และไม่ต่ำกว่า 2 นิ้ว ถ้ามากกว่านี้ก็ต้องถ่วง หรือไถออก ให้ได้จุดนี้
  แล้วมันมีความสำคัญอะไร จุดนี้ถ้าเราเลื่อยออกเป็น สอง ท่อน ทั้งสองท่อนจะมีน้ำหนักเท่ากัน เมื่อเราถือ ก็จะไม่รู้สึกว่าหนักหัวหรือท้าย เพราะ มือ ขวาจะอยู่ที่คอปืน มือซ้ายอยู่ที่กระโจมือ จุดนี้จะอยู่ที่จุดศูนย์ กลางของมือทั้งสอง เวลาเราประทับปืน มือช้ายก็ไม่ต้องออกแรงยกปืนให้สูงหรือตอยดึงให้ปืนต่ำ  เหวี่ยงช้ายหรือขวาก็คล่องตัว ก็อธิบายเท่านี้ ถ้าสงสัยประการใดก็ถามเข้ามา
  เมื่อได้ปืนที่เรียบร้อยทุกอย่าง ก็นำไป รมดำ แกะลาย  ทำสีพานท้ายด้วย 
  รมดำจะไม่พูดถึง เพราะ ยังไงก็ต้องให้ช่างทำอยู่ดี ทำเองเสียเงินซื้ออุปกรณ์ แล้วยังไม่ได้เรื่อง อีกต่างหาก  การแกะลาย ก็จะเล่าง่ายๆว่ามีกี่แบบ ส่วนทำสีพานท้ายจะเล่ามากหน่อย เพราะ ท่านทำได้ ทั้งของใหม่หรือของเก่าซ่อมใหม่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 22, 2006, 10:11:25 PM
เดี๋ยวพี่   Fabbri   ขอถามอีกหน่อย

พานท้ายปืนลูกซองแฝดซ้อน กับปืนลูกซองแฝดขนาน ปืนล่าสัตว์ด้วยกัน จะมีมิติพานท้ายเท่ากันไหมครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 22, 2006, 10:24:56 PM
ไม่น่าจะเท่ากัน เพราะ แฝดขนาน ลำกล้อง จะอยู่ระนาบเดียวกัน แต่แฝดซ้อนอยู่คนละระนาบ แล้วการวางลำกล้องล่างของแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน เช่น Perazzi Trap ลำกล้องล่างจะวางให้ยิงสูง  ลำกล้องบนจะยิงขนานกับพื้น มี ทางเดียวต้องวัดจาก Try Gun ของโรงงานนั้น ฉะนั้น จงเก็บเงินซื้อปืนส่วนหนึ่ง และ ให้ภรรยา ซื้อของส่วนหนึ่ง ถ้าคิดจะซื้อสองกระบอกก็ลดเหลือหนึ่ง แล้วบินไป สเปญ หรือ อิตาลี่ ก็เท่านั้น นั่งทางในไม่ได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 22, 2006, 10:40:21 PM
คำตอบของพี่ ทำให้ผมตกใจหมดเลย

ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมเวลาพูดถึง Pair gun แล้ว ทุกที่จะบอกว่ากระบอกที่สองจะแพงกว่ากระบอกที่หนึ่ง

เพราะว่ากระบอกที่หนึ่ง เป็นปืนของผม
ส่วนกระบอกที่สอง ตามพี่ว่า ให้เปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางของภรรยา

ค่าใช้จ่ายกระบอกที่สองนี่แหละครับ   น่ากลัวมากกกก  อาจถึงขั้น ล้มละลายทางเศรษฐกิจได้ง่ายๆ   

   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 22, 2006, 11:11:57 PM
ท่านชลทิศ วันก่อน ลงรูปห้องเก็บไม้ของ H&H นั้น กรุณา พลิกหนังสือไปอีกหน้า จะมีรูป TRY GUNS ถ้าจะกรุณษลงให้ด้วยก็จะเป็นพระคุณ

ขออภัยครับ  เพิ่งเข้ามาเห็นครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 22, 2006, 11:14:18 PM
รูปต้นฉบับเล็กครับ  ภาพจึงไม่ชัด
ผมเคยมีภาพ Try Gun แจ่มกว่านี้  วางนอนในโรงงานให้ดูแบบเต็ม ๆ
แต่ยังนึกไม่ออกว่าเล่มไหน

(http://img294.imageshack.us/img294/9485/dsc082727il.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 22, 2006, 11:18:38 PM
ลูกซองเป็นการยิงแบบวางแนว จึงต้องอาศัยแนวสันลำกล้องปืน เป็นหลัก จากปลายลำกล้อง กับสันโครงปืน เป็นแนวระดับ ง่ายที่สุดคือ เอาปืนแฝด หงายแล้ว วางลง บนโต๊ะ ก็จะเป็นแนวที่บอก ส่วน Comb&Heel ก็วัดจากพื้นโต๊ะไปยังพานท้ายปืน ก็จะได้ตัวเลข ที่เราต้องการ
 

พอบอกหงายปืนวางบนโต๊ะ  เจอภาพนี้พอดีครับ
ภาพ long room ปี 1882 ในหนังสือเพอดี้ครับ 
จะเห็นไม้รอทำพานท้ายให้ลูกค้ากองอยู่ที่พื้นด้วย

(http://img469.imageshack.us/img469/9756/dsc082705fi.jpg)

(http://img154.imageshack.us/img154/3843/dsc082701wk.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:50:31 AM
บทความมีคุณภาพมากครับ  และได้ความรู้ด้วยชาวเวปทุกท่านไม่ควรพลาดหาอ่านในตำราก็ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนอย่างนี้  ขอวิงวอนท่านผู้รู้ทุกท่าน  โปรดถ่ายทอดความรู้และประสพการณ์ไว้ให้ลูกหลานด้วยนะครับ  ก่อนที่วิทยาการบางอย่างจะศูนย์หายไป  และขอขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้พร้อมทั้งผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นทุกท่านด้วยที่เปิดกระทู้ให้ศึกษากัน  ขอบคุณมากๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 23, 2006, 10:08:44 AM
ผมดีใจนะครับที่มีคนสนใจเรื่องนี้ คงต้องยกความดีให้พี่ๆที่เข้ามาให้ความรู้ครับและหวังไว้ว่าปืนแฝดคงจะมีคนสนใจเพิ่มมากขึ้นนะครับเพราะถือได้ว่าเป็น(ศาสตร์ชั้นสูงแห่งอาวุธ ตามคำของคุณ วิทยา สุขสมโสตร)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 23, 2006, 07:22:00 PM
              ท่าน ชลทิศ  ไหนๆก็ ช่วยลงรูป ให้ความปราณีแก่น้องๆแล้ว ก็ขอภาพเพิ่ม หน้า 68  75  91 อีกสัก 3 ภาพจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง  และ ก็ อย่าหายไปนานนัก
      ที่ หัวข้อ หลังแนวยิง ท่านลูกซองสั้น ไปพบหนังสือน่าอ่าน และ ควรอ่านด้วย ชื่อ กระทู้ พรานผิวขาว-----


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 23, 2006, 07:30:30 PM
ลืมบอก ทุกท่านที่ให้ความสนใจกระทู้นี้  คนแก่ก็ชอบลืม คืนนี้ถ้า ไม่ดูบอลโลก จะเล่าต่อ ครับ ขออภัยล่วงหน้าถ้าไม่ได้เล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:22:24 PM
ท่าน ชลทิศ ไหนๆก็ ช่วยลงรูป ให้ความปราณีแก่น้องๆแล้ว ก็ขอภาพเพิ่ม หน้า 68 75 91 อีกสัก 3 ภาพจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง และ ก็ อย่าหายไปนานนัก


(http://img157.imageshack.us/img157/5983/dsc082780oc.jpg)

(http://img157.imageshack.us/img157/5064/dsc082797vx.jpg)




หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:23:15 PM
(http://img61.imageshack.us/img61/7613/dsc082735bi.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:26:28 PM
รูปนี้จากหนังสือบราวนิง

(http://img157.imageshack.us/img157/5889/dsc082800hw.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:27:57 PM
ขอบใจหลายๆเด้อ แน่ใจแล้วว่า เล่มเดียวกัน แต่ว่าไปซื้อ พรานผิวขาวมาอ่านหรือยัง เห็น ลูกซองสั้นคุยหนักหนา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:27:59 PM
(http://img503.imageshack.us/img503/1362/dsc082742kn.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:29:38 PM
ไม่เป็นไรครับ กำลังเชียร์ซาอุ ฯ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:30:50 PM
เหมือนกันเลย เลยไม่มีสมาธิเเล่ต่อ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:35:36 PM
ลืมบอกว่า 686 เมาเท่นกัน ไม่เหมือนใครครับ
รุ่น ๗ นัดเข้าไทยไม่มาก ไม่น่าเกิน ๕ กระบอก  แต่ไม่ใช่กระบอกเดียวแน่นอน
เพราะช่วงนั้นเห็นวางพร้อมกันอยู่สองร้าน
 
686เป็นปืนโครง L    ซึ่งโครงใหญ่กว่า M19 ที่เป็นโครง K
ที่เหมือนกับ M19 แต่เป็นสเตนเลสคือ M66 ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 23, 2006, 09:45:38 PM
กระบอกเดียว แหละ แต่ขอยืมหลายร้าน หรือเจ้าของร้านแอบสั่งไม่บอกเรา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 24, 2006, 12:21:00 AM
ประตูของซาอุฯ รอบนี้เหนียวดีจริง ๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 24, 2006, 10:15:38 AM
กระบอกเดียว แหละ แต่ขอยืมหลายร้าน หรือเจ้าของร้านแอบสั่งไม่บอกเรา
ว่าแล้วลงรูปให้ชมหน่อยซิครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 24, 2006, 07:10:56 PM
เอ้า เล่าต่อ เดียวดูบอลเล่าไม่ได้อีก ต้องขอบคุณ ท่านชลทิศเรื่องรูป ขออธิบายดังนี้
 ตอบที่ 366 และ 374 เป็นรูป ปืนที่ทุกโรงงานจะมีเพื่อให้ผู้มาสั่งปืน( ที่ไม่เหมือนปืนโหล) วัดตัวทำพานท้าย เร่อง Rib ไม่มีปัญหาเพราะ ทุกโรงงานจะมีปืนที่ตนออกแบบไว้ให้วัด
 ตอบที่ 372 เป็นหนังสือเล่มแดงๆ นั้น เป็นสมุดจดรายการสั่ง รวมถึง ขนาดของพานท้าย รายละเอียดต่างๆที่ ปืนเสร็จแล้ว เอาไปทดลองยิงจะจดเป็นประวัติของปืนกระบอกนั้น แม้เลยมากว่า100ปีก็ยังอยู่ เพียงแต่เราบอกเลขปืนไปเท่านั้นเขาก็จะบอกรายละเอียดได้ทุกอย่าง ภาพที่เห็นเป็น ร.ง. H&H
  ตอบที่ 373 เป็น โรงเรียน สอนยิงปืน ของH&H วิธีเริ่มต้นประทับปืน
  ตอบที่ 376 เป็น ช่างหลาวพานท้ายแบบโบราณที่ค่อยๆหลาว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 24, 2006, 08:35:54 PM
สัวสดีท่าน ชลทิศ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 24, 2006, 09:29:56 PM
สวัสดีครับ
พี่ FABBRI ยังโพสท์รูปไม่ได้  แต่เป่าขลุ่ยได้แล้ว  :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 24, 2006, 09:41:24 PM
เรามาเริ่มกันต่อ เดี๋ยว มีบอล ท่านชลทิศชวนดูอีก เลยไม่ได้เล่าให้ฟังอีก
  ว่าจะไม่เล่าแล้วเรื่องรมดำแต่ก็มีบางท่านอยากรู้
   การรมดำปืนมี 3 วิธี หลังจาก ที่เราขัดแต่งทำความสะอาดผิวแล้ว
1. ต้มในน้ำสารเคมี ที่ปัจจุบันร้อยละ 90 ใช้วิธีนี้ คือ หลังจาก ทำความสะอาดผิวแล้ว ก็เอาชิ้นส่วน ไปต้มในสารเคมี ที่อุณหภูมิ 80-100ซํ นาน 20-30 นาที  แล้วนำมาล้าง จากนั้นก็มาต้มน้ำ อีกครั้ง แล้วนำมาล้าง ทำให้แห้ง ทาน้ำมัน อบอีกครั้ง ลืมบอกสูตรน้ำยาอีก  ของอังกฤษ มี เฟอร์ริคฟอสเฟต กับ ฟอสฟอริคแอซิด และน้ำ ของ อเมริกาก็ ฟอสฟอริคแอซิด กับ แมงกานีสไดออ๊กไซด์ กับน้ำ ถ้าจะให้ออกสีน้ำเงิน ก็ต้องสูตรนี้เลย โซเดียมไฮดรอกไซด์ โซเดี่ยมไนเตรต  โซเดียมไนไตรต์  "ตรโซเดียมฟอสเฟต กันน้ำ
2. วิธีเร่งให้เกิดสนิมโดยใช้ความร้อนช่วย หลังจากทำความสะอาดแล้ว ก็ทาน้ำยา แล้วนำไปอบ ที่อุณหภูมิ 40-50 c  30นาที จนเกิดสนิมแดง อ้าไอ้หยา ปืนตูพังแน่ๆ อย่าตกใจ นำไปอบไอน้ำ 40 นาที ก็จะเป็นเป็นสีดำ ยิ้มได้แล้ว ขัดด้วยฝอยขัดหม้อ หรือกระดาษทราย จนผงคาร์บอนออกหมด ก็ทาน้ยาใหม่  3-4 ครั้ง ก็ทาน้ำมันแล้วอบ ก็ใช้ได้ อยากรู้สูตรก็จะบอกให้  คอปเปอร์ซัลเฟต  เฟอร์รัสซัลเฟต  เฟอร์ริคคลอไรด์ กรดเกลือ น้ำ
3.  วิธีโบราณ มากๆ เอาปืนที่ทำความสะอาดแล้ว มาทาน้ำยา ทิ้งไว้ 12 ชม จนเป็นสีแดงที่เราไม่อยากให้ปืนเป็น เอาปืนไปต้มน้ำ จนปืนเป็นสีดำ ก็เอากระดาษทรายขัดผิวที่ไม่ติดกับเหล็ก ออก แล้วทาน้ำยาซ้ำ หลายๆหนจนพอใจ แล้วนำไปทาน้ำมันแล้วอบ แล้วสูตรละ มีมากหลาย เช่นสีน้ำเงินต้องนี่ เฟอร์ริคคลอไรด์ เมอร์คิวริคไนเตรต กรดเกลือ แอลกอฮอล์ และน้ำ หรือสีน้ำตาล ก็ต้องนี่ คอปเปอร์ซัลเฟต  เมอร์คิวริคคลอไรด์ เฟอร์ริคคลอไรด์ กรดดินประสิว แอลกอฮอล์ น้ำ
  แบบที่3 เป็น แบบที่ปืนอังกฤษใช้ทำ ปืนจึงได้แพง ถ้าดูสูตรให้ดี น้ำยาทุกตัวจะเป็นตัวที่เราๆท่านๆกลัวที่สุดที่จะให้ปืนโดนน้ำยาพวกนี้  เพราะ ปืนจะเกิดสนิมทันที แต่คนโบราณเขาใช้เกลือจิ้มเกลือ มื่อเหล็กต้องคู่กับสนิม ก็ทำให้มันเกิดสนิมเสียเลย แต่ แต่ สนิมนั้นต้องควบคุมได้  สรุปง่ายๆ รมดำก็คือสนิมที่ควบคุมได้ แต่สนิมแดงควบคุมไม่ได้ 
  ว่าจะไม่เล่าแล้ว ก็เล่าซะยาวเลย  ตามที่บอกไปจ้างเขาทำง่ายกว่า เพียงแต่ให้รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 24, 2006, 09:46:08 PM
คนแก่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เรื่องโพสท์รูปคงลำบาก กล้องก็ไม่มี สแกนก็ไม่มี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 24, 2006, 10:56:39 PM
คนแก่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เรื่องโพสท์รูปคงลำบาก กล้องก็ไม่มี สแกนก็ไม่มี
ผมนึกอยู่นานว่าสำนวนการเขียนของพี่เหมือนใครตอนนี้นึกออกแล้วครับ
เหมือน พล.อ.โอภาส โพธิแพทย์ ยิ่งเวลาเขียนว่า(คนแก่ก็อย่างนี้) ;Dชอบครับอ่านแล้วเหมือนมันคุ้นเคยดี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 24, 2006, 11:14:20 PM
คนแก่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เรื่องโพสท์รูปคงลำบาก กล้องก็ไม่มี สแกนก็ไม่มี

มีผู้ช่วยอยู่ข้างตัวแล้ว จะทำอะไรก็ได้แล้วนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 24, 2006, 11:16:36 PM
เพราะผู้ช่วย เลยไม่มีทีว่างเล่า ทำเองก็เป็นแต่เล่าเรื่องดีกว่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 25, 2006, 10:31:08 AM
พี่FABBRIวันนี้ไม่มีอะไรจะเล่าให้ฟังหรือครับ ไม่อย่างนั้นผมจะไปอ่านTHE BEST GUNSต่อ ;D อ้อผมอ่านพบในหนังสือเค้าบอกว่าไม้ที่ดีที่สุดที่ใช้ทำพานท้ายต้องของฝรั่งเศษครับแล้วต้องเป็นราก(ตอ)ที่อายุประมาณ50-60ปี แต่เค้าบอกว่าลายไม้ที่สวยที่สุดก็คือพานท้ายปืนที่อันตรายที่สุดด้วยครับ ไม่ทราบว่าพี่มีความคิดเห็นยังไงครับ ???


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 25, 2006, 11:26:00 AM
                  มาว่าเรื่องไม้ต่อ หลังจากทำปืนจนเสร็จแล้วก็เริ่มทำสีไม้
    ถ้าเป็นพานท้ายเก่าก็ให้ขัดผิวออก ไม่ว่าจะเคลือบอะไรไว้ก็แล้วแต่ ขัดให้ถึงเนื้อไม้จนสะอาดเหมือนทำใหม่
       ทีนี้ทั้งเก่า และใหม่ก็ทำเหมือนกัน คือ ใช้กระดาษทรายหรือฝอยขัดหม้อ ขนาด หยาบประมาณ เบอร์ 100 ไปจน ละเอียดสุด อาจจะ เบอร์ 800หรือ 1200 จนไม้เรียบเนียน สะอาด ก็น่าจะทาน้ำมันหรือเคลือบชักเงาได้   ยังยังครับ ลองเอาผ้าชุบน้ำ แล้วลูบให้ทั่วไม้ ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อไม้แห้งก็จะพบว่าที่พานท้ายมีเสี้ยนเกิดขึ้นมา เพราะเมื่อเศษไม้เล็กๆโดยน้ำ ก็จะงอตัวขึ้นมา เราก็ต้องขัดใหม่ โดยเริ่มขัดย้อนลอยเสี้ยนขึ้นไป เมื่อเรียบแล้วก็ ลูบด้วยน้ำอีก ทำเช่นนี้จนแน่ใจว่าหมดลอยเสี้ยน จริงๆแล้ว  จึงนำไปเคลือบได้ ถ้าไม้นั้นเป็นสีขาวซีดๆ  เวลาเอาน้ำลูบก็ให้ใสสีย้อมไม้ผสมลงไปด้วย  ก็จะได้สีไม้ที่เราต้องการ
        การเคลือบให้ไม้ทนทานและดูสวยเท่าที่รู้และที่นิยมกันก็
  1.  เคลือบแล็คเกอร์ชักเงา หรือด้าน  พวกนี้จะสวยเงางาม แต่ไม่ค่อย ทนน้ำทนแดด บางครั้งเก็บไว้ในซองปืนนานๆจะเหนียวติดซอง หรือเก็บไว้ในตู้ที่อากาศถ่ายเทไม่สดวก ก็จะเป็นยางเหนียวๆติดมือ  บางทีโดนน้ำก็จะเป็นฝ้า  วิธีทำต้องถามช่างเฟอรนิเจอร์
  2.  แบบโบราณมากๆ ก็ เอาน้ำมัน ลินซิด (น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย)  น้ำมันตังอิ้ว (น้ำมันจากไม้ยืนต้นในจีน) และน้ำมันสน เป็นตัวทำให้น้ำมันสองชนิดเข้ากันได้ดี  เมื่ออุ่นให้น้ำมันเข้ากันดีแล้ว ก็นำมาทาบนไม้ โดยใช้แค่ปลายนิ้วแตะน้ำมันเล็กน้อยทาไปด้วยกดไปด้วยจนทั่วบางๆ แล้วทิ้งไว้จนแห้ง ก็นำมาขัดน้ำมันส่วนที่ไม่ซึมเข้าไปในเนื้อไม้ทิ้งไป แล้วก็ทาน้ำมันใหม่ ครั้งแรกๆ น้ำมันจะซึมเข้าไปในเนื้อไม้เร็วมาก แต่หลายครั้งเข้าก็จะแห้งช้าลงเรี่อยๆ เพราะเนื้อไม้อิ่มตัวไม่ยอมรับน้ำมันอีก ขณะที่เราทาน้ำมันไม่ใช่ทาเฉยๆ ต้องออกแรงกดให้น้ำมันฝังตัวลงไปด้วย ท้ายๆก็ต้องใช้ผ้าช่วยขัดดังภาพคำตอบที่372 สุดท้ายก็ใช้ขี้ผึ้งขัดให้เงา และ อุดรูเสี้ยนไม้ที่ตกค้างอยูให้เต็ม เป็นอันจบ การทำแบบนี้ดีคือ จะไม่มีปัญหากับน้ำและแดด ไม่เหนียวติดมือ และซ่อมแซมง่าย
 3 แบบนี้กำลังนิยมกันมาก วิธีทำเหมือนกับแบบที่ 2 แต่น้ำมันใช้แบบสำเร็จรูป ของอเมริกา ชื่อ TURE OIL จะเป็นทั้งน้ำมันรักษาเนื้อไม้และชักเงาในตัว แต่ควรระวังเวลาทาต้องใช้น้อยมาก พานท้ายหนึ่งอันใช้ทาครั้งละไม่กี่หยดเท่านั้น ถ้าใจร้อนทามากๆแล้วมันจะไม่แห้งเลย เมื่อทาไปหลายๆชั้นก็ดูเหมือนทาแล็คเกอร์ และเงางาม ยิ่งถูกเหงื่อแล้วขัดก็จะเงามากขึ้น ขัดด้วยมือเปล่า ยิงไปก็ลูบไป
   เมื่อเรียบร้อยแล้วก็นำไปเช็คเกอร์ ลายกันลื่น หยาบหรือละเอียดก็แล้วแต่ ถ้าไม้ที่ดี จะทำได้ละเอียดมาก ถ้าไม้ไม่ดีแล้ว ต้องทำลายหยาบๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 25, 2006, 11:29:16 AM
[เค้าบอกว่าไม้ที่ดีที่สุดที่ใช้ทำพานท้ายต้องของฝรั่งเศษครับแล้วต้องเป็นราก(ตอ)ที่อายุประมาณ50-60ปี แต่เค้าบอกว่าลายไม้ที่สวยที่สุดก็คือพานท้ายปืนที่อันตรายที่สุดด้วยครับ ไม่ทราบว่าพี่มีความคิดเห็นยังไงครับ ???
อ้างถึง
ใช่ ณ ตอนนี้ ไม้ที่ดีกว่านั้นหาไม่ได้แล้ว และ ก็ต้อง ตอไม้อย่างที่ว่า จะได้ลายสวยงาม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 25, 2006, 04:20:04 PM
เค้าบอกว่าลายไม้ที่สวยที่สุดก็คือพานท้ายปืนที่อันตรายที่สุดด้วยครับ ไม่ทราบว่าพี่มีความคิดเห็นยังไงครับ ???

อันตรายยังไงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 25, 2006, 08:57:16 PM
หมายถึงความแข็งแรงของเนื้อไม้น่ะครับพี่เพราะไม่สนิทแน่นเป็นเนื้อเดียวกันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 25, 2006, 09:11:30 PM
เอาว่าต่อเรื่อง การใช้ ต่อดีหรือไม่ หรือจะเอาเรื่องอื่นๆ กรุณาให้ความเห็นด้วยครับท่านทั้งหลายที่เข้ามาอ่าน แต่ไม่มีคำถาม และ ความเห็น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 25, 2006, 09:13:19 PM
หมายถึงความแข็งแรงของเนื้อไม้น่ะครับพี่เพราะไม่สนิทแน่นเป็นเนื้อเดียวกันครับ
ต้องดู VCD ของ ENNIO จึงเข้าใจ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 25, 2006, 09:18:58 PM
ผมอยากฟังชีวประวัติของ Ennio Matterelli

ถ้าไม่สะดวก ก็ประวัติของ Holland & Holland     Purdey    หรือ โรงงานปืนในอิตาลี แล้วแต่พี่จะสะดวก 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 25, 2006, 09:26:47 PM
เอาว่าต่อเรื่อง การใช้ ต่อดีหรือไม่ หรือจะเอาเรื่องอื่นๆ กรุณาให้ความเห็นด้วยครับท่านทั้งหลายที่เข้ามาอ่าน แต่ไม่มีคำถาม และ ความเห็น
พูดจริงๆบางทีเรื่องปืนแฝดนี่ก็ไม่รู้จะถามอะไรครับพี่ ไม่ใช่ว่ารู้หมดทุกอย่างนะครับ ที่ไม่ได้ถามเพราะว่าไม่รู้จักมันมากกว่าก็เลยไม่รู้จะถามตรงไหนดี ก็ปืนเห็นมันกระบอกเล็กๆชิ้นส่วนก็ไม่น่าจะซักกี่ชิ้นทำไมขั้นตอนการทำมันยุ่งยากเหลืดเกินแล้วก็แพงขนาดนั้น พอผมมาเริ่มๆสนใจผมถึงได้รู้ว่ามันแพงเพราะอะไรมันไม่ใช่ของที่ทำได้หมูๆแบบที่คิดแต่ก่อนเลย
 เอาเป็นว่าคุยเรื่องอะไรก็ได้ครับแต่ตอนนี้มีสองเรื่องครับที่อยากทราบคือเรื่องการแกะลายถึงเทคนิค กับอีกอันก็เรื่องปืนแฝดไรเฟิลที่พี่ลูกซองสั้นเคยบอกไว้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 25, 2006, 09:44:23 PM
ประวัติ ENNIO มีเล่าหน้าที่10-12 จำไม่ได้แล้ว  ส่วนH&H กับ  puredy มันยาวไปหาอ่านเองก็แล้วกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ มิถุนายน 26, 2006, 09:04:02 AM
2. แบบโบราณมากๆ ก็ เอาน้ำมัน ลินซิด (น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย) น้ำมันตังอิ้ว (น้ำมันจากไม้ยืนต้นในจีน) และน้ำมันสน

ฝรั่งรู้จักน้ำมันตังอิ้วด้วยเหรอครับ ?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 26, 2006, 01:25:30 PM
2. แบบโบราณมากๆ ก็ เอาน้ำมัน ลินซิด (น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย) น้ำมันตังอิ้ว (น้ำมันจากไม้ยืนต้นในจีน) และน้ำมันสน

ฝรั่งรู้จักน้ำมันตังอิ้วด้วยเหรอครับ ?

 ;D ;D ;D

ผมก็ไม่รู้จัก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 26, 2006, 07:06:35 PM

ฝรั่งรู้จักน้ำมันตังอิ้วด้วยเหรอครับ ?
อ้างถึง
ลืมไปแล้วว่ามันเรียกอะไร มันอธิบายก็ไม่เข้าใจ  เลยขอตัวอย่างเอากลับมาถามช่างไม้ เชี่ยงไฮ้ เขาก็บอกว่านี่น้ำมันตั้งอิ้ว และ วิธีลงน้ำมัน ก็เข้าใจว่าเอาไปจากจีน
  นึกออกแล้วเขาเรียก TUNG OIL คนไทย เรียก น้ำมันมะเยา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 26, 2006, 08:40:32 PM
เกือบเสียเชิงเลยถ้าตอบไม่ได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 26, 2006, 08:54:07 PM
เกือบเสียเชิงเลยถ้าตอบไม่ได้
หึๆๆๆๆๆๆ ขออนุญาตครับพี่ผมอ่านมาถึงตรงนี้อดที่จะขำไม่ได้เลยจริงๆ แต่จะว่าไปผมก็เคยได้ยินชื่อนะครับน้ำมันตั่งอิ้วแต่ว่าไม่รู้เค้าเอาไว้ใช้ทำอะไรกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 26, 2006, 10:09:21 PM
ขออนุญาติดูบอล พรุ่งนี้จะว่าเรื่อง ระบบของลูกซองที่เราชอบพูดถึงกัน ว่า Box Lock กับ    Side Lock ต่างกันอย่างไรและจะรู้ได้อย่างไร กับ เมื่อได้ปืนมาแล้วจะทำอย่างไรต่อ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 26, 2006, 10:35:30 PM
ขออนุญาติดูบอล พรุ่งนี้จะว่าเรื่อง ระบบของลูกซองที่เราชอบพูดถึงกัน ว่า Box Lock กับ Side Lock ต่างกันอย่างไรและจะรู้ได้อย่างไร กับ เมื่อได้ปืนมาแล้วจะทำอย่างไรต่อ
ดีเลยครับพี่นี่เป็นเรื่องที่ผมอยากรู้มานาน ผมรู้แต่ว่าSide Lockดีกว่าฺ แต่ไม่รู้ว่ามันดีกว่ายังไง แถมเรื่องนี้เลยพาผมงงไปอีกเพราะว่าถ้าSide Lockมีระบบที่ดีมากกว่าจริงทำไมปืนสำหรับยิงแข็งส่วนมากถึงได้ทำออกมาเป็นBox Lockหรือว่าเพื่อลดต้นทุนก็ไม่น่าจะใช่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 27, 2006, 07:50:21 PM
การแกะลายปืนที่ดีๆ แบบโบราณ เราก็คนโบราณ นั้น มี 4 วิธี แต่ปัจจุบับมีทั้ง กรดกัด เลเซอร์ยิง ป้ำตามแบบแล้ว ให้เด็กหัดแกะตามรอย พวกนี้เราจะพบว่า เป็นปืนโหลที่กี่กระบอกลายก็จะเหมือนกันหมด ถ้าลายที่ทำด้วยมือล้วนๆแล้วถึงแม้นจะเป็นลายเดียวกัน ที่ลอกจากแบบพิมพ์มา ช่างแกะก็คนเดียวกัน ก็จะไม่มีทางหมือน  เพราะ อารมณ์ ขณะแกะไม่เหมือนกัน เหมือนเราเขียนหนังสือจะให้เหมือนกันทุกตัวนั้นยากมาก
  แบบที่ 1 ก็คือ Scriber engraving [punta  e  martello ] คือเมื่อเราวาดลายแล้ว ช่างก็จะเอา เหล็กสกัด แต่เล็กๆนะครับ แล้วเอาฆ้อนเล็กและยาว ตอกสกัดเอาเหล็กส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อให้เกิดลายนูนขึ้นมา ส่วนมากจะเป็นปืนทั่วไปที่มีแกะลาย เช่น Perazzi ลายที่ 124  136  137 เป็นต้น
  แบบที่ 2 ก็คือ  Graver engraving [bulino] คนไทยมักจะรู้จักกันว่าแลลาย คือใช้ เหล็กแลลายที่เราเห็นเขารับจ้างแกะชื่อป้ายหน้าอก หรือช่างแลลายกรอบพระ ลายพวกนี้จะเป็นเส้นบางๆ ไม่ลึก แต่เป็น สามมิติ มักจะเป็นพวกรูปสัตว์ หรือรูปคน Perazzi  ลายที่834 835 836
   แบบที่  3 ก็คือ  Chasing [cesellatura] ก็คือการ ตอกลาย โดยการตอก คล้ายกับแบบที่ 1 แต่แบบที่ 1 ขุดเอาเนื้อโลหะออกไป  แต่แบบนี้ ใช้ตอกให้โลหะยุบตัวลงไป ในส่วนที่ไม่ต้องการ แล้วโลหะที่ต้องการจะนูนขึ้นมา เหมือนที่ทางเชียงใหม่ ทำพวกเงินหรือดีบุก แต่ปืนนี่เป็นเหล็กและ พื้นที่ไม่กว้าง แถมลายละเอียดมีมาก เป็นการทำที่ยากมากและใช้เทคนิคมาก คนที่ทำได้สวยมีไม่กี่คน ในอิตาลี่
   แบบที่  4 ก็คือ Inlaying [rimesso] ก็คือการ คร่ำทอง เป็นการฝังทองลงไปในเหล็ก ที่เราเห็นว่ามีแผ่นทองรูปต่างๆบนปืนนั้นไม่ใช่เอาแผ่นทองแปะลงไป  ถ้าทำเช่นนั้นยิงไม่กี่ที่ก็หลุดหมด  วิธีทำก็คิอส่วนที่เราจะฝังทองลงไป ให้เอาสิ่วตอกลงไปตรงๆ จากนั้นก็ตอกไปทางซ้าย และ ทางขวา ก็จะเกิดรูปสามเหลี่ยมหงาย (ภาษาช่างเรียกเทเปอร์หรือเปล่า ) ในเนื้อเหล็ก (  ถ้านึกไม่ออกก็นั่นเลย ศูนย์ ปืนcolt  .45 1911 ตอกศูนย์หลังออก ก็จะเกิดร่องรูป สามเหลี่ยมบนโครงสะไล้ด นั่นแหละใช่เลย )  จากนั้นก็เอาลวดทอง ขนาดเส้นผมวางบน ยอดสามเหลี่ยมแล้วก็เอาฆ้อนตอกเบาๆเนื้อทอง ก็จะลงไปอุดในช่องว่างนั้น ส่วนฐานจะใหญ่กว่าส่วนยอด ทองเลยไม่หลุดออกมา ส่วนจะให้เกิดสี ก็ผสมทอง ให้เป็นสีต่างๆ เช่นสีเขียว ก็เอาทองผสมเงิน ถ้าสีแดงก็เอาทองผสมทองแดง เป็นต้น ดูรูป Perazzi 85 86 87
  การแกะลายก็มีอยู่เท่านี้ 

  มีอีกอย่างที่จะบอกก็คือ ปากกาที่เราใช้ทำงานเหล็กนั้น จะมีฟันคมๆถ้าเอาปืนไปวางแล้วใช้ปากกาจับก็จะเกิดลอยได้ เท่าที่พบเห็นมา เขาจะเอาตะกั่วมาหุ้มตรงปากไว้ เวลาเอาปืนไปจับขันให้แน่น ตะกั่วจะนิ่มกว่าเหล็ก ก็จะไม่ทำให้ปืนเสีย และ แน่น
  ถ้าเป็นไม้ เขาจะเอาไม้มา สองชิ้น ส่วนมากจะเป็นไม้ฉำฉา เพราะนิ่มกว่าไม้ทำพานท้าย แล้วเอาเหล็กสปริงมาโคงรูปตัวV ใต้ไม้สองข้าง แล้วเสียบลงไปที่ปากกา เวลาหนีบไม้ก็จะไม่ทำให้ไม้เสีย และ ขันเข้าขันออก เหล็กสปริงก็จะถ่างออก ไม่ต้องคอยจับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 27, 2006, 09:09:31 PM
ขอบคุณครับพี่เป็นเรื่องที่น่าติดตามครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ มิถุนายน 28, 2006, 07:30:19 AM
รอตอนต่อไปอยู่ครับ :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ มิถุนายน 28, 2006, 07:55:42 AM
ติดตามทุกวันเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 28, 2006, 09:32:26 AM
แล้วการทำ Etching, Dasmascening, Surface Treatments ละครับพี่ คือที่ถามเพราะว่าผมมีหนังสืออยู่ที่พูดถึงเรื่องนี้แต่ยังอ่านไม่เข้าใจนักครับ เดี่ยวเอาไว้ว่างๆผมจะแปลแล้วเอามาเขียนลงเพิ่มเติมให้ครับ
 แล้วเรื่องSide Lock&Box Lockที่พี่บอกจะนำมาเล่าให้ฟังละครับยังรออยู่นะครับพี่ :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ มิถุนายน 28, 2006, 09:37:09 AM
ผมติดตามทุกวันครับ  เอาอีกครับ  (เมื่อไหร่ถึงคิวไรเฟิลแฝดครับ  ฮิ ฮิ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 28, 2006, 09:42:29 AM
ผมติดตามทุกวันครับ เอาอีกครับ (เมื่อไหร่ถึงคิวไรเฟิลแฝดครับ ฮิ ฮิ)
เรียนเชิญพี่ลูกซองสั้นเริ่มเลยครับเรื่องนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 28, 2006, 06:29:21 PM
แล้วการทำ Etching, Dasmascening, Surface Treatments ละครับพี่ คือที่ถามเพราะว่าผมมีหนังสืออยู่ที่พูดถึงเรื่องนี้แต่ยังอ่านไม่เข้าใจนักครับ เดี่ยวเอาไว้ว่างๆผมจะแปลแล้วเอามาเขียนลงเพิ่มเติมให้ครับ
 แล้วเรื่องSide Lock&Box Lockที่พี่บอกจะนำมาเล่าให้ฟังละครับยังรออยู่นะครับพี่ :D
น่าจะเป็นวิธีแกะลายโดยใช้กรดกัด เหมือนการทำแม่พิมพ์ สมัยก่อน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 28, 2006, 06:44:35 PM
ขอเพิ่มเติม  ตอบ ที่ 408 การแกะลายแบบที่ 2 การแลลายแบบนี้ ช่างที่มีคุณภาพ สามารถ แกะรูปคนที่ท่านรัก หรือ สัตว์ ตัวโปรด ลงไปในปืนได้เหมือน รูปถ่าย เลยครับ และการแลลายเส้นแต่ละเส้นจะละเอียดมาก ถ้าฝีมือดีแล้วลายเส้นจะไม่สดุด เหมือนท่านลากเส้นดินสอไปทีเดียวยาวๆ ก็จะสวย ถ้าลากแล้วหยุด ลากแล้วหยุด ก็จะเป็นจุดตรงที่ท่านหยุดก็จะไม่สวย เวลาช่างทำงานจะมีมีดแลลายมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งมีแว่นขยาย(สำหรับดูพระหรือเพชย) ขนาด10x ดูลาย ที่เขาลากไป ช่างเก่งๆบางคนต้องรอ เข้าคิวนานกว่า 5 ปี
  สั่งทำปืน ก็ต้อง จอง 5 ปี เอาไปแกะลาย ก็จองคิวอีก 5 ปี ช่างแกะลายอีก 1 ปี  กว่าจะได้ปืน รวม 11ปี ก็ต้องรอจนเหงือกแห้ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 28, 2006, 07:24:10 PM
ขอเพิ่มเติม ตอบ ที่ 408 การแกะลายแบบที่ 2 การแลลายแบบนี้ ช่างที่มีคุณภาพ สามารถ แกะรูปคนที่ท่านรัก หรือ สัตว์ ตัวโปรด ลงไปในปืนได้เหมือน รูปถ่าย เลยครับ และการแลลายเส้นแต่ละเส้นจะละเอียดมาก ถ้าฝีมือดีแล้วลายเส้นจะไม่สดุด เหมือนท่านลากเส้นดินสอไปทีเดียวยาวๆ ก็จะสวย ถ้าลากแล้วหยุด ลากแล้วหยุด ก็จะเป็นจุดตรงที่ท่านหยุดก็จะไม่สวย เวลาช่างทำงานจะมีมีดแลลายมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งมีแว่นขยาย(สำหรับดูพระหรือเพชย) ขนาด10x ดูลาย ที่เขาลากไป ช่างเก่งๆบางคนต้องรอ เข้าคิวนานกว่า 5 ปี
 สั่งทำปืน ก็ต้อง จอง 5 ปี เอาไปแกะลาย ก็จองคิวอีก 5 ปี ช่างแกะลายอีก 1 ปี กว่าจะได้ปืน รวม 11ปี ก็ต้องรอจนเหงือกแห้ง
คนสั่งซื้อ มีความอดทนมากจริงๆ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 28, 2006, 07:47:30 PM
เอามาว่ากันเรื่อง Box lock กับ Side lock กัน ตอนแรก จะเล่าเรื่อง ปืน Skeet กับ ปืน Trap มันทำต่างกันอย่างไร เวลาซื้อก็ราคาเท่ากันแต่เวลาขาย ทำไมSkeet จึงถูกกว่า ทั้งๆที่ Skeet ทำน้อยกว่า
  เมื่อเราเห็นปืนลูกซอง หรือ ถ้าท่านมี ปืนลูกซอง แฝดอยูในบ้าน ก็หยิบออกมาดู ดังจะบอกต่อไปนี้ ผม พยายามใช้ภาษาไทยให้มากที่สุด ทั้งๆที่เขียนก็ไม่เก่ง ยิ่งภาษา อิงกิดด้วยแล้วเขียนผิดเขียนถูกประจำส่วนมากจะผิด ท่านที่อ่านก็หลับตาข้างหนึ่งก็แล้วกันนะ 
     ที่ตรงโครงปืนที่อยู่บริเวณ เหนือโกร่งไก จะมีเหล็กส่วนหนึ่ง ไม้ส่วนหนึ่ง เช่น ปืนไอ้หยา กับปืน พาราช๊ mx8 ที่ท่านลูกซองสั้นกรุณาแก้ผ้าให้ดูนั้น ก็ คือ---- Box Lock ท่านปรมาจารย์เรียกว่า พวกใต้เข็ม
     ส่วนที่เป็นแผ่นเหล็ก รูปไข่ เต็ม พื้นที่นั้น ก็คือ--- Side Lock ท่านเรียกว่า ข้างเข็ม รูปปืน อาเรียต้า ที่ ท่าน โชกุน แก้ผ้าให้ดู
   แต่ก็มีที่เป็นปืน Box Lock แล้วทำแผ่นใหญ่ๆเหมือน Side Lock นั้นเขาเรียกว่า Side Plate เพื่อ จะได้มีเนื้อที่แกะลายได้มากขึ้น และ แหกตาคนได้ (ถ้าไม่รู้) พวกนี้แผ่นจะเรียบมาก ถ้า Side Lock แท้แล้วก็จะเห็น จุดขาวๆ ที่เขาเรียกว่าPin มากน้อยแล้วแต่การออกแบบของแต่ละยี่ห้อ
    มีSide Lock ที่ออกแบบรุ่นใหม่ปัจจุบันมองไม่เห็น Pin ที่ว่า แต่ก็แพงมากๆ แถม ไม่ Classic อีกต่างหาก ใครมี ก็ขายผมก็แล้วกัน
    ทั้งBox Lock และ  Side  Lock  นั้น มีทั้ง นกนอก และ นกใน รวมถึง Side Plate ก็เช่นกัน
   ถ้าท่านดูรูป ทั้ง สองแล้ว ก็จะเห็นว่า ชุดไก จะอยู่ ณ จุดเดียวกัน แต่ นกสัป Box Lock จะอยู่เหนือโก่รงไก ใต้เข็มแทงชนวน อีกกระบอก นกสัปจะอยู่ที่แผ่นแปะข้าง นั่นคือ Side Lock
   Box Lock ที่นิยมมากที่สุด และคนเอาไปทำปืน เกือบทั่วโลก และดัดแปลง ให้ถอดไกได้ ก็ คือ---- ไกที่ออกแบบ โดย นาย ANSON และ นาย DEELEY ทั้งสอง เป็น ช่าง ที่โรงงาน Westley Richards แห่ง อังกฤษ นำออกใช้ครั้งแรก ปี 1875 เลยตั้งซื่อ ระบบนี้ว่า Anson & Deeley Lock  เป็น ระบบที่แข็งแรงทนทานมาก เป็นจับกังเลย ไม่ค่อยจะเสีย สำออยเหมือน Side Lock ที่แพงก็แพง สำออยอีกต่างหาก ทั้งๆที่แพงกว่าตั้ง 3-4 เท่า ในโรงงานเดียวกัน
    ปัจจุบันมีการออกแบบให้ถอดชุดลั่นไก ออกมาแก้ไขได้ง่าย เช่น Beretta Perazzi  ที่ชาวเรารู้จักกันดี
    อีกสักครู่จะเล่าต่อเรื่อง Side Lock ท่านใดมีคำถามก็กรุณา ถามด้วยจะเป็นพระคุณ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 28, 2006, 08:31:27 PM
แล้วระบบ บลิทซ์ ล๊อค ละครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 28, 2006, 08:47:57 PM
แล้วระบบ บลิทซ์ ล๊อค ละครับ..





ไม่เข้าใจครับ อาจารย์ ไม่ได้เล่าไว้ หมายถึง ระบบลั่นไก หรือ ระบบ ลอ็ค ลำกล้อง ระบบ ล็อค ลำกล้องมี หลายระบบมาก  ขอความกรุณา ขยายความอีกนิด ว่าเป็นแบบใด เปิดตำราไม่ทันเหมือนกันอย่าว่าอย่างโน้อย่างนี้เลย
  น่าจะเป็น ระบบ Lock Barrels มากกว่า ที่เราเห็นปืน เยอรมันมีปีกที่ยื่น ออกมาจาก โคนรังเพลิงแล้วมีรู สองรูนั้น เพื่อให้ สลักร้อยเข้าไป นะครับ ต้องขอขอบคุณที่มีคำถามเข้ามา ด้วยความยินดี ขอบคุณอีกครั้ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 28, 2006, 09:31:20 PM
ขอนอกเรื่อง นิดๆ เรื่อง หัวข้อ  ปืนในฝันของผม โดยท่าน ชลทิศ ว่าปืนของ บ. เบียร สั่งเข้ามาราคา 5 ล้าน นั้น เป็น Browning นั้น เป็น คำตอบที่ ผิดครับ คำตอบที่ถูกต้องคือ คำตอบที่ถูกต้องคือๆๆ Purdey ครับ
  ในหัวข้อ เป้าบิน ของท่าo โชกุน คนที่ยิงนั้น เป็น เซลแมนขายปืนครับ บุคคลพวกนี้ จะมี ความสามารถพิเศษ ที่คนทั่วไปไม่มี แต่ยิงในแบบที่เขาต้องการเท่านั้น แบบสากลทั่วไป ถ้าทำได้คง ได้เหรียญ ทอง โอลิมปิค หลายครั้ง  มีอีกคน ที่น่าสนใจ ชื่อ TOM FLy  เมื่อ หลายสิบปีก่อน แกใช้ ปืน เรมิงตัน รุ่น ไนล่อน 66 ขนาด .22 LRตัวปืนทำด้วยไนล่อน ลำกล้อง เป็นเหล็ก ชิ้นส่วนบางชิ้นเป็นเหล็ก แต่ส่วนมาก เป็นไนล่อน เป็นปืน โอโต้ บรรจุ กระสุน เป็นหลอด ทางตูด( ขออภัยใช้คำไม่สุภาพ) พานท้าย เมื่อ ปี 2518 ราคา 1800บาท แพงกว่า CZ เล็กน้อย  ยิง ก้อนไม้ สี่เหลี่ยม ขนาด 4x4 นิ้ว โดยมีผู้ช่วยโยนขึ้นไปในอากาศ แล้วเขายิง ไปทั้งหมด 100000นัด ไม้ 100000ก้อน พิมพ์ไม่ยิดครับ หนึ่งแสน นัด  ยิงหลายวัน จนวันท้ายๆ มี ออก ทีวี สดด้วย เขายิงผิดไปไม่ถึง 10 นัด หรือกว่า ไม่มาก จำไม่ได้แล้ว เพราะ อ่านตั้งแต่ปี 2518 คนนี้เป็น เซลแมนขายปืน เรมิงตัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 28, 2006, 09:33:54 PM
ผมรีบไปครับเดี่ยวกลับมาคุยด้วยต่อครับทุกท่าน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 28, 2006, 10:04:16 PM
แล้วระบบ บลิทซ์ ล๊อค ละครับ..
ไม่เข้าใจครับ อาจารย์ ไม่ได้เล่าไว้ หมายถึง ระบบลั่นไก หรือ ระบบ ลอ็ค ลำกล้อง ระบบ ล็อค ลำกล้องมี หลายระบบมาก  ขอความกรุณา ขยายความอีกนิด ว่าเป็นแบบใด เปิดตำราไม่ทันเหมือนกันอย่าว่าอย่างโน้อย่างนี้เลย
 น่าจะเป็น ระบบ Lock Barrels มากกว่า ที่เราเห็นปืน เยอรมันมีปีกที่ยื่น ออกมาจาก โคนรังเพลิงแล้วมีรู สองรูนั้น เพื่อให้ สลักร้อยเข้าไป นะครับ ต้องขอขอบคุณที่มีคำถามเข้ามา ด้วยความยินดี ขอบคุณอีกครั้ง
เป็นระบบลั่นไกครับ พัฒนาโดย Rottweil Blitz เห็นว่าพัฒนามาจากระบบลั่นไกของ แอนสัน แอนดีเล่ย์  ผมอ่านในหนังสือปืนลูกซอง ของ วิทยา สุขสมโสตร รายละเอียดไม่มาก ผมเลยอยากให้ท่าน FABBRI ช่วยอธิบายเพิ่มเติม..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 28, 2006, 10:24:33 PM
น่าจะเป็น rottweil paragon ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วย ไม่ได้อ่าน เล่มนั้นด้วยครับ ก็เหมือน กับ ชุดลั่นไก ของ Perazzi  กับ Beretta ที่เลียนแบบแล้วเรียกชื่อให้แปลกออกไป แต่ระบบ ก็เหมือนเดิม คือ นกใต้เข็ม นกแทนที่จะเป็น นกสัปลงไปเหมือนฆ้อน กลับเป็นแท่งตรงๆ คนออกแบบให้เหตุผล ขณะยิงหลังจากเหนี่ยวไกแล้วนกตีลงไป ทำให้ปืนสั่น ชุดลั่นไกนี้ นกจะเลื่อนไปตรงๆ  ปืนก็จะนิ่งกับที่ นายคนออกแบบนี้ คิดมากไป แถมอีกนิด ปืนนี้ออกแบบล่าสุด ทันสมัยที่สุด และแพงเกินจนคนไม่ใช้  ที่แน่กว่านั้นอีก คือ eJector ไม่ต้องใช้สปริง ใช้ แก้สครับ ที่ปลาย รังเพิลง ต่อ กับลำกล้อง มี รูให้แกสออก เรา สามารถ เปิด ให้ปลอกดีด หรือ ปิด ไม่ให้ดีด ได้ด้วย และคนออกแบบก็คนเดียวกับ ออกแบบ MX8 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 29, 2006, 10:06:55 AM
เรื่องระบบของปืนแฝดนี่ถ้าจะพูดกันก็คงยาวมากเลยครับพี่เพราะแต่ละโรงงานก็พัฒนาระบบแตกต่างกันออกไปมากมาย หนังสือปืนลูกซองของคุณ วิทยา สุขสมโสตร เล่มนั้นผมก็มีครับก็นับว่าเป็นหนังสือที่ดีครับพี่ FABBRI แต่ผมเองกับไม่ค่อยสนใจเรื่องระบบในตัวปืนมากนัก(นี่ถือเป็นข้อเสียอย่างใหญ่) แต่ผมกับให้ความสนใจในเรื่องของ ART OF ENGRAVING มาเป็นอันดับหนึ่งครับ ปืนแฝดพวกนี้ความแพงหลักๆขึ้นอยู่กับการแกะลายและไม้เป็นหลัก ผมขอยกตัวอย่างปืนของ PERAZZI รุ่น Grand American Special
ปืนระบบเดียวกันแต่ลายที่แกะและไม้มีความระเอียดต่างๆกันราคาก็ต่างกันมากครับ
Standard $5250
SC3 $6500
SCO $8000
Gold $10000
Gold With Sideplates $15000
Extra $17000
Extra Gold $23000
เพราะการซื้อปืนพวกนี้หมายถึงเราซื้องานศิลปะราคาจึงแพงมากครับ
 ผมยังน้องใหม่เรื่องปืนครับคงยังต้องศึกษาหาความรู้กันอีกนานครับ :~) อย่างที่หลายๆท่านบอกไว้ครับว่าหาความรู้ให้ดีๆก่อนแล้วค่อยไปหาซื้อปืน ของผมระหว่างหาความรู้ก็หาเงินไปพร้อมๆกันด้วยครับ พอมีความรู้แล้วก็คงมีเงินพอซื้อปืนพอดีเช่นกัน :~)
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 29, 2006, 01:11:52 PM
ผมเองก็มีหนังสือปืนลูกซอง ฉบับดังกล่าวครับ ซื้อเก็บเอาไว้นานแล้ว เพิ่งจะได้อ่านก็หลังจากที่เห็นกล่าวถึง ระบบ Blitz lock นี่แหละ ในเล่มหน้า 71 มีการกล่าวว่า Perazzi MX 8 เป็นปืนระบบ Blitz lock เพราะสามารถถอดชุดลั่นไกออกมาได้โดยสะดวก

ผมเองต้องขอยอมรับว่าศึกษามาไม่ทั่วถึง แต่ว่า โรงงาน Perazzi เรียกปืนของตัวเองเป็นระบบ Box lock ครับ แต่เพิ่มเติมว่า Detachable trigger group

จะผิดหรือจะถูก ยังไงผมต้องขออภัยไว้ก่อนครับ ผมเรียกตามที่โรงงานผู้ผลิตเรียกครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 29, 2006, 02:22:01 PM
ผมถูกพี่ Fabbri ตามกลับมาทำการบ้านครับ หลงดีใจว่าพี่ท่านพิมพ์เก่งขึ้นมากเลย และผมก็ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยแล้ว แฮะ ๆ ยังหลบไม่พ้นครับ เอาว่า ขอแก้ตัวเป็นส่งรูปมาดูกันพลางๆก่อนนะครับ

เรื่องรูป Perazzi ที่พี่ Fabbri กล่าวถึง ดูรูปในเวป ไม่ค่อยชัดเลย ผมเลยดึงรูปปืนอื่นมาแทน คงจะยอมรับกันได้นะครับ


การแกะลายปืนที่ดีๆ แบบโบราณ เราก็คนโบราณ นั้น มี 4 วิธี แต่ปัจจุบับมีทั้ง กรดกัด เลเซอร์ยิง ป้ำตามแบบแล้ว ให้เด็กหัดแกะตามรอย พวกนี้เราจะพบว่า เป็นปืนโหลที่กี่กระบอกลายก็จะเหมือนกันหมด ถ้าลายที่ทำด้วยมือล้วนๆแล้วถึงแม้นจะเป็นลายเดียวกัน ที่ลอกจากแบบพิมพ์มา ช่างแกะก็คนเดียวกัน ก็จะไม่มีทางหมือน เพราะ อารมณ์ ขณะแกะไม่เหมือนกัน เหมือนเราเขียนหนังสือจะให้เหมือนกันทุกตัวนั้นยากมาก
 แบบที่ 1 ก็คือ Scriber engraving [punta e martello ] คือเมื่อเราวาดลายแล้ว ช่างก็จะเอา เหล็กสกัด แต่เล็กๆนะครับ แล้วเอาฆ้อนเล็กและยาว ตอกสกัดเอาเหล็กส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อให้เกิดลายนูนขึ้นมา ส่วนมากจะเป็นปืนทั่วไปที่มีแกะลาย เช่น Perazzi ลายที่ 124 136 137 เป็นต้น

(http://i5.tinypic.com/166ac0i.jpg)


 แบบที่ 2 ก็คือ Graver engraving [bulino] คนไทยมักจะรู้จักกันว่าแลลาย คือใช้ เหล็กแลลายที่เราเห็นเขารับจ้างแกะชื่อป้ายหน้าอก หรือช่างแลลายกรอบพระ ลายพวกนี้จะเป็นเส้นบางๆ ไม่ลึก แต่เป็น สามมิติ มักจะเป็นพวกรูปสัตว์ หรือรูปคน Perazzi ลายที่834 835 836

(http://i4.tinypic.com/166b14y.jpg)
 แบบที่ 3 ก็คือ Chasing [cesellatura] ก็คือการ ตอกลาย โดยการตอก คล้ายกับแบบที่ 1 แต่แบบที่ 1 ขุดเอาเนื้อโลหะออกไป แต่แบบนี้ ใช้ตอกให้โลหะยุบตัวลงไป ในส่วนที่ไม่ต้องการ แล้วโลหะที่ต้องการจะนูนขึ้นมา เหมือนที่ทางเชียงใหม่ ทำพวกเงินหรือดีบุก แต่ปืนนี่เป็นเหล็กและ พื้นที่ไม่กว้าง แถมลายละเอียดมีมาก เป็นการทำที่ยากมากและใช้เทคนิคมาก คนที่ทำได้สวยมีไม่กี่คน ในอิตาลี่

(http://i5.tinypic.com/166agsk.jpg)
 แบบที่ 4 ก็คือ Inlaying [rimesso] ก็คือการ คร่ำทอง เป็นการฝังทองลงไปในเหล็ก ที่เราเห็นว่ามีแผ่นทองรูปต่างๆบนปืนนั้นไม่ใช่เอาแผ่นทองแปะลงไป ถ้าทำเช่นนั้นยิงไม่กี่ที่ก็หลุดหมด วิธีทำก็คิอส่วนที่เราจะฝังทองลงไป ให้เอาสิ่วตอกลงไปตรงๆ จากนั้นก็ตอกไปทางซ้าย และ ทางขวา ก็จะเกิดรูปสามเหลี่ยมหงาย (ภาษาช่างเรียกเทเปอร์หรือเปล่า ) ในเนื้อเหล็ก ( ถ้านึกไม่ออกก็นั่นเลย ศูนย์ ปืนcolt .45 1911 ตอกศูนย์หลังออก ก็จะเกิดร่องรูป สามเหลี่ยมบนโครงสะไล้ด นั่นแหละใช่เลย ) จากนั้นก็เอาลวดทอง ขนาดเส้นผมวางบน ยอดสามเหลี่ยมแล้วก็เอาฆ้อนตอกเบาๆเนื้อทอง ก็จะลงไปอุดในช่องว่างนั้น ส่วนฐานจะใหญ่กว่าส่วนยอด ทองเลยไม่หลุดออกมา ส่วนจะให้เกิดสี ก็ผสมทอง ให้เป็นสีต่างๆ เช่นสีเขียว ก็เอาทองผสมเงิน ถ้าสีแดงก็เอาทองผสมทองแดง เป็นต้น ดูรูป Perazzi 85 86 87
 การแกะลายก็มีอยู่เท่านี้

(http://i4.tinypic.com/166bq5y.jpg)





หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 29, 2006, 02:51:55 PM
ผมค้างเรื่องภาษาไทย(ปืน) ซึ่งผมเคยบอกว่าจะหาหลักฐานมายืนยัน เชิญทอดทัศนา

Rib  =   หลังถนน

Extractor =  ออโตเมติก อีเจ็คเต้อร์  (ขอดีดปลอกอัตโนมัติ)

(http://i5.tinypic.com/166alau.jpg)



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 29, 2006, 03:07:12 PM
Lever =  หางเหยี่ยว


(http://i3.tinypic.com/166aid4.jpg)



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 29, 2006, 03:17:22 PM
ต่อไปแถมภาพจากสมาคมยิงเป้าบินครับ ปี 2518 ใครเป็นใครดูกันเอาเอง ภาพสมัยคุณอายังหนุ่มมากกกก

(http://i3.tinypic.com/166antv.jpg)


(http://i5.tinypic.com/166axhg.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ มิถุนายน 29, 2006, 04:09:18 PM
ต้องเรียกคุณลุง FABBRI แล้วหละ..ท่านที่กำลังยิงเป้าใช่ไหมครับ?
ตอนนั้น ผมอายุแค่ สี่ขวบ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 29, 2006, 07:53:03 PM
ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านลูกซองสั้น ที่กรุณาลงรูป ปืนแกะลายแบบต่างๆ และ รูป สมาคม เป้าบินเก่าๆ 3-4ท่านในนั้น เสียชีวิตไปแล้วหลายปี
  ส่วนเรื่องหางเหยี่ยว มีอีกจุดหนึ่งที่เขาเรียกกัน ก็ตรงที่ก้านเปิด แผ่น Side lock ต้องหมุนหางเหยี่ยวนี้เพื่อคลาย สกรู เปิดแผ่นข้างๆ
   ส่วนท่าน mosino ต้องขอขอบคุณอย่างมากที่ช่วยถาม เรื่อง Blitz Lock เป็นLock ที่ลืมกันไปหมดแล้ว ปัจจุบัน เขาใช้ Box Lock แบบ Removable trigger  interchangeable trigger  Detachable trigger
  Blitz เป็นภาษา เยอรมัน แปลว่า สายฟ้า จู่โจมรวดเร็ว ในทางทหาร การที่เขาออกแบบมาให้ถอดชุดลั่นไกได้รวดเร็วจึงใช้คำนี้ บางที่มันก็เร็วเกินไป จนหลุดเองขณะที่ไม่ตั้งใจ เช่น ASE 90 จึงต้องออกแบบใหม่เป็น ASE GOLD  DT 10
  Blitz  Merkel System ใช้ครั้งแรก กับปืน Merkel O\U เพราะออกแบบโดย เมอรเคิล แต่ทำไม่นานก็เลิก รายละเอียดมีน้อยมากเท่าที่หาได้ ไม่กี่บรรทัดเท่านั้น จากหนังสือ  Austrian & German guns and rifles หน้า 53
  ต่อมาทางอิตาลี่เอาไปปรับปรุงแก้ไข จนปืนแข่งต้องใช้ ระบบนี้ ยังตามหา คนออกแบบ MX8 และ Paragon ไม่พบ จะได้ถามรายละเอียด และ ต่อว่าทำไมไม่เล่าให้ฟัง (หรือเล่าแล้วเราลืมเอง)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 29, 2006, 09:32:33 PM

 ส่วนเรื่องหางเหยี่ยว มีอีกจุดหนึ่งที่เขาเรียกกัน ก็ตรงที่ก้านเปิด แผ่น Side lock ต้องหมุนหางเหยี่ยวนี้เพื่อคลาย สกรู เปิดแผ่นข้างๆ

ผมไม่เคยรู้เลยครับ ว่าตรงก้านหมุนเปิด side plate คนไทยเรียกว่า หางเหยี่ยว

(http://i6.tinypic.com/14xylxz.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 30, 2006, 12:01:47 PM
อ่านจากรูปที่พี่ลูกซองสั้นนำมาลงนั้นแสดงว่าพี่(คุณอาดีกว่ามั้ยครับ)FABBRIนี่เป็นรุ่นบุกเบิกสนามเลยหรือครับนี่ ตอนปี18ผมอายุ3ขวบเองครับ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ มิถุนายน 30, 2006, 08:10:58 PM
รูปพวกนี้มาจากหนังสือจักรวาลปืนครับ ผมอ่านมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมปลาย หนังสือพวกนี้ยังคงถูกเก็บไว้ที่บ้านแม่ครบทุกเล่ม นับเวลาตั้งแต่เริ่มซื้ออ่านมาก็เกินสามสิบปีแล้ว

สมัยนั้นผมยังไม่รู้จักเป้าบินครับ  วันก่อนผมกลับไปบ้านแม่ ไปค้นหาหน้าโฆษณาที่เอามาลงรูปนี่แหละ  ไปเจอเข้าเลยเอามาลงเป็นที่ระลึก

พี่ Fabbri ไม่ได้อยู่ในรูปครับ  ผมรู้จักคุณอาหลายท่านในรูป ยังทันได้ยิงปืนด้วยกัน รูปพวกนี้ยังมีอีกแยะนะครับ ถ้าน้องๆ (หลานอา) เป้าบินอยากเห็น ผมอาจจะรวบรวมนำไปโพสไว้ในบอร์ดของเป้าบินโดยตรง  แต่ก็ยังเกรงใจคุณอาบางท่าน ไม่แน่ใจว่าจะเหมาะสมไหม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ มิถุนายน 30, 2006, 08:51:10 PM
พี่เก็บของได้ดีมากครับต้องยอมรับเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ มิถุนายน 30, 2006, 10:50:23 PM
ถึงในรูปไม่มีก็ใกล้เคียง เพราะคิดแต่เรื่องปืน ไม่คิดได้เหรียญ ใครยิงไม่ดี บอกขาย เอาเอกสารให้เซ็นเลย เอาปืนกลับ บ้านไม่เอาคะแนนสะสมกับเหรียญ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 11:50:45 AM
พี่FABBRIครับยังไม่ได้เล่าเรื่องSIDE LOCKให้ฟังเลย แล้วที่สำคัญที่ผมอยากรู้มากก็คือว่าเพราะเหตุใดมันจึงแพงกว่าBOX LOCKและมันดีกว่ายังไง รบกวนด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 02:26:19 PM
เท่าที่ผมเคยเห็นชิ้นส่วนที่แตกต่างกัน อย่างชัดเจน ในระหว่าง box lock กับ  side lock  ก็คือ การใช้ สปริงนกสับแบบขดลวด กับแบบแหนบ  ระบบนกสับที่ใช้สปริงแบบแหนบ จะให้ความรู้สึกตอนลั่นไกที่เฉียบคมกว่ามาก แต่มีข้อเสียคือ แหนบมีอายุการใช้งาน คือหักได้ และหักโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้าเลยครับ

ในปืน box lock ส่วนมากจะใช้สปริงแบบขดลวด ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า และทนทาน แต่ก็มีบางโรงงานใช้สปริงแบบแหนบด้วยนะครับ เช่นปืนลูกซอง SKB ซึ่งเวลาแหนบหักทีนึง ก็ออกจากการแข่งขันไปเลยครับ เพราะใช้เวลาเปลี่ยนแหนบเกินสิบนาที

ปืนแบบ side lock น่าจะถูกออกแบบมาเพื่อนำเอาข้อดีของการใช้แหนบในระบบนกสับมาเป็นต้นคิดนะครับ เพราะจุดขายของปืน side lock คือ สามารถถอดแก้มซึ่งติดตั้งชุดนกสับเอาไว้ ออกมาตรวงสอบและทำความสะอาดได้ง่าย  (เปลี่ยนแหนบง่าย)

ถ้าถามว่าทำไมปืน side lock จึงแพงกว่าปืน  box lock  ก็ต้องคิดว่า การประกอบแผ่นแก้ม side plate ใช้ฝีมือมากนะครับ นี่ยังไม่นับการขัดแต่งภายในอีกต่างหาก เพราะขึ้นชื่อว่า side lock ต้องมีภายในที่งดงามด้วย

ความงามของปืนสองแบบ ผมอยากจะให้ทุกท่านนึกจินตนาการดังเช่น
ปืน box lock ก็เหมือนการประกวด นางสงกรานต์ นางนพมาศ เราเห็นใบหน้าสวยงาม ชุดแต่งกายสวยๆ แต่เขาไม่โชว์ชุดชั้นในกัน  :(
ปืน side lock มีจุดขายที่ ถอดเปิด side plate ออกมาได้ ดังนั้น ใครก็ต้องอวดภายในสวยๆงามๆ หรือมีการตบแต่งขัดสีฉวีวันให้ขาวสวยหมดจด ดุจการประกวด Miss Universe ที่ต้องมาตัดสินกันที่ชุดชั้นใน  เอ๊ย  ชุดว่ายน้ำ  :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 07:27:09 PM


ถ้าถามว่าทำไมปืน side lock จึงแพงกว่าปืน  box lock  ก็ต้องคิดว่า การประกอบแผ่นแก้ม side plate ใช้ฝีมือมากนะครับ นี่ยังไม่นับการขัดแต่งภายในอีกต่างหาก เพราะขึ้นชื่อว่า side lock ต้องมีภายในที่งดงามด้วย

อ้างถึง
ตอบแบบกำปั้นกระแทกดินเลยนะครับ ที่  side lock แพงกว่า ก็เพราะว่า เจ้านายที่เป็นเจ้าของป่า หรือ ผืนที่ดินเลี้ยงสัตว์ ใช้  ส่วนคนสวนหรือคนเฝ้าป่า Gamekeeper ใช้Box lock เลยต้องถูกกว่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 07:34:13 PM
เท่าที่ผมเคยเห็นชิ้นส่วนที่แตกต่างกัน อย่างชัดเจน ในระหว่าง box lock กับ  side lock  ก็คือ การใช้ สปริงนกสับแบบขดลวด กับแบบแหนบ  ระบบนกสับที่ใช้สปริงแบบแหนบ จะให้ความรู้สึกตอนลั่นไกที่เฉียบคมกว่ามาก แต่มีข้อเสียคือ แหนบมีอายุการใช้งาน คือหักได้ และหักโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้าเลยครับ

ในปืน box lock ส่วนมากจะใช้สปริงแบบขดลวด ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า และทนทาน แต่ก็มีบางโรงงานใช้สปริงแบบแหนบด้วยนะครับ เช่นปืนลูกซอง SKB ซึ่งเวลาแหนบหักทีนึง ก็ออกจากการแข่งขันไปเลยครับ เพราะใช้เวลาเปลี่ยนแหนบเกินสิบนาที

ปืนแบบ side lock น่าจะถูกออกแบบมาเพื่อนำเอาข้อดีของการใช้แหนบในระบบนกสับมาเป็นต้นคิดนะครับ เพราะจุดขายของปืน side lock คือ สามารถถอดแก้มซึ่งติดตั้งชุดนกสับเอาไว้ ออกมาตรวงสอบและทำความสะอาดได้ง่าย  (เปลี่ยนแหนบง่าย)

ถ้าถามว่าทำไมปืน side lock จึงแพงกว่าปืน  box lock  ก็ต้องคิดว่า การประกอบแผ่นแก้ม side plate ใช้ฝีมือมากนะครับ นี่ยังไม่นับการขัดแต่งภายในอีกต่างหาก เพราะขึ้นชื่อว่า side lock ต้องมีภายในที่งดงามด้วย

ความงามของปืนสองแบบ ผมอยากจะให้ทุกท่านนึกจินตนาการดังเช่น
ปืน box lock ก็เหมือนการประกวด นางสงกรานต์ นางนพมาศ เราเห็นใบหน้าสวยงาม ชุดแต่งกายสวยๆ แต่เขาไม่โชว์ชุดชั้นในกัน  :(
ปืน side lock มีจุดขายที่ ถอดเปิด side plate ออกมาได้ ดังนั้น ใครก็ต้องอวดภายในสวยๆงามๆ หรือมีการตบแต่งขัดสีฉวีวันให้ขาวสวยหมดจด ดุจการประกวด Miss Universe ที่ต้องมาตัดสินกันที่ชุดชั้นใน  เอ๊ย  ชุดว่ายน้ำ  :VOV:
เข้าใจเปรียบเทียบ เห็นภาพเลย.. ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 08:35:01 PM
เอ...อย่างนี้รูปโลโก้ของคุณ mosino ก็เป็น side lock นะซิครับ.... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 11:21:59 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 01, 2006, 11:55:03 PM
ช่วงนี้ มีทั้งเทนนิส มีทั้งบอล เลยหมดอารมณย์ ทั้งคนเล่าและคนอ่าน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 02, 2006, 12:00:55 AM
เรามาดูการประกวด Miss Universe รอบสุดท้ายกันไหมครับ โชว์ชุดชั้นในไง  :VOV: จะได้รู้ว่า ค่าตัวน้องๆทำไมสูงจัง

ผู้เข้ารอบท่านแรก Miss Kimber จาก U S A

(http://i5.tinypic.com/16bfz7s.jpg)

น้องออกจะอายๆหน่อยนะครับ เอา side plate มาบังส่วนสงวนไว้ เลยไม่เห็นความงามภายใน  ::)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 02, 2006, 12:05:07 AM
ท่านต่อไป Miss Holland & Holland จากอังกฤษ

(http://i4.tinypic.com/16bfwnm.jpg)

น้องคนนี้ เป็นที่ประทับใจชายทั้งโลกครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 02, 2006, 12:13:41 AM
ผ่านไปสองน้องแล้ว น้องคนสุดท้อง Miss Beretta จาก  Italyออกอาการกลัวว่าจะแพ้ น้องเลยตัดสินใจ หนูถอดหมดค่ะ  หนูสู้ตาย  ลำกล้อง พานท้าย โกร่งไก หนูถอดหมดจริงๆ กลัวแพ้น้อง H & H
 
(http://i3.tinypic.com/16beqgl.jpg)


(http://i4.tinypic.com/16bftxz.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 02, 2006, 12:19:20 AM
ใครจะเชียร์ใคร รักน้องคนไหน ช่วยเข้ามาให้คะแนนด้วยนะครับ

แต่ที่แน่ๆ น้อง Arrieta จากสเปน ท่านโชกุนส่งเข้าประกวด แม้จะไม่เข้ารอบสุดท้าย แต่กรรมการตกลงมอบรางวัล ขวัญใจช่างภาพให้นะครับ

(http://i6.tinypic.com/14w7jvt.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 02, 2006, 01:30:53 AM
      กรุณาสังเกต ตอบที่ 445 กับ448 จะเป็น แฝดขนาน และ 446 กับ 447 จะเป็น แฝดซ้อน ที่เป็นเช่น นั้น เพราะ  445กับ 448 เป็น ระบบ side lock ของH&H  แต่ 446 เป็นปืน H&H แต่น่าจะเป็น Boss action คล้าย Fabbri ส่วน 447 ดัดแปลงมาอีที่
 ข้อสังเกต ว่า S|S สปริงจะอยูหน้า ส่วน O|U สปริงจะอยู่ข้างหนัง H&H เก่งเรื่องแฝดขนาน มีคนเอาไปลอกเรียนแบบมากมาย แต่ แฝดซ้อน ต้องยกให้ Boss ไม่ใช่เครื่องเสียงนะ หรือ woodward ไม่ว่าปืนชั้นนำใด ก็ต้องยอมรับ
   ท่านลูกซองสั้นกรุณาอย่าหมกเม็ด เอา อาคาซ่า ส่งประกวด จะถูกตัดฟาว
  ปืนท่านโชกุน เป็น ของดีราคาถูก น่าใช้ ที่เหมือนกับ H&H ทุกอย่าง แต่ความปรานีต ยังไม่ละเอียดพอ ดูที่ไม้ในตัวปืน ของ H&H ซิครับลายละเอียดมีมากกว่ามาก จริงๆแล้วไม่ต้องถึงขนาดใช้ ฆ้อนกับเหล็กตุ๋ดตู่หรอก ใช้เศษตะเกียบก็พอแล้ว ปืนท่านโชกุนสัก 20 กระบอก อาจแลกกับ H&H ได้กระบอกเดียวเท่านั้น ทั้งๆที่การใช้งานไม่ต่างกันมาก ราคา1/20 การใช้งาน 1/2 เท่านั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 02, 2006, 12:43:47 PM
นางงามแต่ละคนสวยมากครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 08:08:00 AM
ไปลองยิงของท่านโชกุนมาแล้วครับ เป็น SxS ที่นิ่มมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 07:49:14 PM
เรื่อง side lock ท่านลูกซองสั้น บรรเลงทั้งรูปและ ภาพ แล้วก็คงไม่ต้องเล่าอะไรมากนัก เพียงแต่ว่า Side lock ชุดนกและ เซีย อยู่ที่ฝาประกบข้าง เท่านั้น เพื่อที่จะถอดทำความสะอาดได้สดวก ( Box lock ของ  westley richards ที่ออกแบบ ปี 1897 ก็ถอดได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ) กลไกจึงต้องทำด้วยความปราณีต  ส่วน สปริงนกสัป จะเป็น แหนบ ภายหลังมีขดสปริง จึงได้ออกแบบ Box lock (เป็นความเห็นส่วนตัว) แหนบ สปริงก็มีทั้งด้านหน้า และด้านหลัง บางแบบเช่น Purdey ยังเป็นตัวช่วยให้เปิดลำกล้องเองด้วย คือ เพียงแค่บิดหางปลา ลำกล้องก็จะเปิดเอง และ ที่แพงเพราะ นอกจากต้องทำปราณีตกว่ามากแล้ว  รวมถึงพานท้ายที่อยู่ในโครงปืน อีกอย่างที่แพง ปืนSide Lock จะใช้ลำกล้องแบบ  Chopper lump  คือ ตั้งแต่ โคนลำกล้อง ถึงปลาย รวมถึง ชุด Lock ลำกล้องกับโครงปืน จะเป็น เหล็ก ชิ้นเดียว ส่วนmonoblockมักจะใช้กับปืน Box Lock ที่ราคาถูกกว่า ชุด Lock ลำกล้องกับโครงปืน และ รังเพลิง จะเป็นท่อนเดียว มากัดเซาะให้ได้ตามต้องการ แล้วนำลำกล้องมาสรวม ขันเกลียวเข้าไป แล้วทำเป็นลายตรงรอยต่อ มี โรงงานปืนใน อเมริกา ทำแฝดไรเฟิล ได้ถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อ ราคา .470 Rigby ไม่เกิน $2000 ที่ทำได้เพราะ เขาซื้อ ปืน ลูกซองแฝดของ Spain มาถอดลำกล้องออกจาก Monoblock แล้วเอา ลำกล้อง .470 ใส่เข้าไปแทน แต่ ๆ แต่ ๆ ใช้ไม่นานก็จะคอน(หลวม) เคยพบที่ อัฟริกา ใช้ยิงไม่ถึง 50 นัดก็หลวมแล้ว ส่วนมาก พวก พรานคุ้มกันชอบใช้ เพราะ ราคาถูก ยิงไม่มากนัก ไม่ต้องแม่น เพราะ ยิงไม่เกิน 20 เมตร  แบบที่คนนิยมมากที่สุด คงจะเป็น แบบที่มี  9 Pin ก็คือ H&H 
  อีกสักครู่จะเล่า ถึงปืน Skeet & Trap ที่รับปากไว้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: jib ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 09:29:49 PM
มีคำถามหลายข้อ ขอถามคุณFABRI จะตอบรวมๆกันไปก็ได้นะคะ

*   ปืนลูกซองที่มี 2 ไก นั้น กลไกแต่ละชุดแยกการทำงานเป็นอิสระจากกันเด็ดขาดหรือไม่ หากชุดลั่นไกชุดหนึ่งเสีย อีกชุดจะลั่นไกอีกลำกล้องหรือไม่

*    การรมดำปืน ที่ว่าเอาไปต้มไปแช่ในน้ำยาเคมีต่างๆนั้น  ปืนของจิ๊บข้างในทั้ง 2 ลำกล้องเป็นมันๆวาวๆ คงจะเรียกว่า chrome (ไม่รู้ผิดไม๊ )  จะกระทบกระเทือนหรือทำให้ผิวมันๆวาวๆในลำกล้องไม๊คะ

*    ดูยังไงว่าลำกล้องใดมีโช๊คแบบใด  ดูด้วยตาจิ๊บเอง  ลำกล้องบนหนากว่าลำกล้องล่าง  เคยยิง ...ป่า กำลังบินด้วยไกหลัง 1นัดเป็นลำกล้องบน ร่วงเลยค่ะ  เดินวัดระยะดูได้ประมาณ 80 เมตร  ลำกล้องบนถีบแรงกว่าลำกล้องล่าง

เพิ่งมาอ่านนะคะ ไม่ทราบถามซ้ำกับคนอื่นรึเปล่า ขออภัย และขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 10:00:03 PM
ข้อ 1 ถ้าเป็น สองไก ถ้าเสียข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งยังจะใช้ได้  ถ้าไกเดี่ยวต้องดูว่าเสียที่จุดใด
     2  ไม่มีปัญหากับ hard chrome
     3  ใช้เครื่องมือวัด แต่ ส่วนมากที่โคนลำกล้อง ใต้กระโจมมือ จะมีเครื่องหมายบอก เป็น 0 หรือ ดาว ถ้าน้อย ก็แคบ ถ้ามากก็กว้าง  หรือ เขียนเป็นอักษรเลย  ลองดูหน้าเก่าๆ จะมีเล่าไว้ ถ้า ยิงได้ไกล ขนาดนั้น ก็ super guns แล้ว ที่เคยเห็น ก็ต้อง 3 นิ้วแมกนั่ม กับ มาลินลูกเลื่อน 36 นิ้ว ยอมรับครับ ไม่เคยยิง พวกปีกบินหรือสี่ล้อเล็ก ไกลขนาดนั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: jib ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 10:13:16 PM
ขอบคุณค่ะคุณFABRi   ;) 
จิ๊บเดินวัดดู 80 ก้าว ขาจิ๊บอ่ะค่ะ ไม่รุถึง 80 เมตรรึเปล่า...อิอิ  ::)

รมดำนี่ถ้าเอากระดาษทิชชูถูๆๆๆจนน้ำมันบนลำกล้องปืนแห้งหายไปแล้ว เราเอา สีกระป๋อง สีดำด้านพ่นเอาจะเป็นไรไม๊คะ  ถ้าสีด้านๆคงไม่สะท้อนแสงนะคะ   :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 10:21:24 PM
เป็นครับ 1 สีไม่ติด เช็ดอย่างไรนำมันก็ไม่หมด ต้องใช้น้ำยาล้างน้ำมัน สีจึงพ่นติด
             2 เมื่อสีติดแล้ว เกิดความชื้น ภายใน ปืนก็เป็นสนิม ถ้าไม่พ่นสี ยังมองเห็น เมื่อพ่นสีแล้วไม่เห็น จะเห็นอีกทีก็ขึ้นอืดแล้ว คือ เป็นสนิมขุมจนมันพอง ทั้งป่องทางสีและกินลึกลงไปในเหล็ก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: jib ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 10:33:19 PM
อูยยย...น่ากลัวจังค่ะ   :o  ไม่เอาแล้ว   ไม่ซนแล้ว   เอาไว้อย่างนี้ยังดีกว่า ขยันเช็ดน้ำมันบ่อยๆ แม้ตอนนี้ลำกล้องจะไม่ค่อยสวย ก็ยังดี เพราะตัวจิ๊บเองอยู่ต่างจังหวัด แบบชนบทอ่ะค่ะ ไปไหนมาไหนจะเอาปืนเข้าเมืองก็ลำบาก เดี๋ยวมีปัญหาจุกจิกวุ่นวายแบบที่เค้าโดนๆกันนั่นนะค่ะ

ขอขอบคุณ คุณFABBRI อีกครั้งค่ะที่กรุณาให้คำแนะนำ    :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 03, 2006, 10:40:02 PM
ขอบคุณครับ ที่ตั้งคำถาม เล่าคนเดียวบางทีก็เบื่อ ยินดีตอบครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 05:21:32 AM
              ไม่ใด้เข้ามาอ่านซะหลายอาทิตย์  เข้ามาอีกทีใด้อ่านรวดเดียวยี่สิบกว่าหน้า  โอ้โหพี่ FABBRI ลงแข่งเป้าบินเมื่อปี 18 ตอนนั้นผมอายุขวบเดียวเองครับ    ผมยังติดตามผลงานในเวปนี้ของพี่ต่อไปครับใด้ความรู้มาก  แต่ผมยังไม่มีคำถามที่จะถามพี่นะครับยังต้องอ่านหาความรู้เพิ่มอีกมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 07:19:01 PM
ตอบท่าน kb20 เมื่อปี 18 ผมแค่ไปเดินเล่ารอบๆสนาม รอเพื่อนเท่านั้น เรื่องอะไรเสียเวลา เสียกระสุน มายิงกระเบื้อง ยิงนกสนุกกว่า สมัยนั้นยิงนกไม่ถูกจับครับ เป็นราชาเลย นั่งหัวเรือมีที่นั่งอย่างดี มีคนถ่อ ข้าวเขียวมีรวงออ่นๆ ลมพัดออ่นตอนเช้า แดดไม่ร้อน อากาศเย็น น้ำในนาใส ปลาแหวกว่าย บรรยากาศสดชื่น สวยมาก ไม่ไกล แค่ทุ่งรังสิต  ธรรมศาสตร์ นี่เอง เพราะมีใบอนุญาต ให้ล่าสัตว์ ของกรมป่าไม้ จนมีผู้ใหญ่ในสนามดุเอา ว่าชอบยิงนก  ก็เลยมายิงเป้าครึ่งหนึ่ง ยิงนกครึ่งหนึ่ง เมื่อ ราวๆปี 2523 จากนั้นก็ลดยิงนกมายิงเป้า 100% ในปัจจุบับ ก็ลด ยิงเป้าไปครึ่งหนึ่ง ยิง คุณ นก คุณ กระต่าย ครึ่งหนึ่ง เอ้าเล่าเพลิน ไม่ใช่ ทำงานหนักขึ้นนะ ยุค IMF ก็ต้องตามกระแส
         ข้อความที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผิดพลาดประการใดก็ขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
  ขอเล่านิดหน่อยเผื่อท่านที่ไม่เคยไปสนามเป้าบิน หรือ อบรมยิงเป้าบิน เขามีweb นะใครสนใจก็เข้าไปดู
     กีฬายิงเป้าบินถือกำเหนิดมาแต่สมัย กรีกโบราณ โดยการโยนผลไม้ไปในอากาศ แล้วใช้ธนูยิง  ต่อมาเมื่อมีปืน ก็เอานกพิลาปใส่ไว้ใต้ หมวก เมื่อพร้อมก็กระตุกให้หมวกเปิด นกก็จะบินแล้งยิง ต่อมาก็ทำเป็นกล่อง 5 ใบ ใส่นก ไว้ พอคนยิงเรียก ก็เปิด ให้นกบินไป  มีลูกเล่นคือ เด็ดขนปีก ขนหาง ออกบางเส้น นกจะได้บินไม่ตรงทาง เมื่อประมาณ 30ปีก่อน ยังเห็นมีแข่งพนัน ที่อิตาลี่  บางที่ก็ขีดวงกลม มีคนซ่อนนกไว้ข้างหลัง คนยิงก็อยู่ในวงกลม เมื่อพร้อม เขาจะโยนนกไปบนอากาศ แล้วให้คนยิงนก กติกาคือต้องยิงนกให้ตกในวงกลม คนยิงก็ชนะ ถ้าออกนอกวงกลม คนยิงก็แพ้ มีการพนันกันหนักมาก ระหว่างคนโยนกับคนยิง ใครถือหางข้างไหนก็ลงขันกัน ในปัจจุบันยังมีการพนันนี้ใน อเมริกาใต้ และยังมีการผลิตปืนชนิดนี้ อยู่ ที่เขาเรียก Pigeon gun ต่อมาเขาก็ใช้เครืองดีดเป้าแทนเพราะมีการต่อต้านจากพวกรักสัตว์ เมื่อแรกๆ ใช้ลูกแก้วใส่ขนนก แล้วโยนไปในอากาศ ต่อมาก็มีกฏกติกามากขึ้น จนในปัจจุบัน แช้มเปี้ยน คนแรก มื่อปี 1872         ขอส่งก่อนนะครับเดี๋ยวเล่าใหม่กลัวกดผิดเลยลบหมด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 08:10:18 PM
ตอบท่าน kb20 เมื่อปี 18 ผมแค่ไปเดินเล่ารอบๆสนาม รอเพื่อนเท่านั้น เรื่องอะไรเสียเวลา เสียกระสุน มายิงกระเบื้อง ยิงนกสนุกกว่า สมัยนั้นยิงนกไม่ถูกจับครับ เป็นราชาเลย นั่งหัวเรือมีที่นั่งอย่างดี มีคนถ่อ ข้าวเขียวมีรวงออ่นๆ ลมพัดออ่นตอนเช้า แดดไม่ร้อน อากาศเย็น น้ำในนาใส ปลาแหวกว่าย บรรยากาศสดชื่น สวยมาก ไม่ไกล แค่ทุ่งรังสิต ธรรมศาสตร์ นี่เอง เพราะมีใบอนุญาต ให้ล่าสัตว์ ของกรมป่าไม้ จนมีผู้ใหญ่ในสนามดุเอา ว่าชอบยิงนก ก็เลยมายิงเป้าครึ่งหนึ่ง ยิงนกครึ่งหนึ่ง เมื่อ ราวๆปี 2523 จากนั้นก็ลดยิงนกมายิงเป้า 100% ในปัจจุบับ ก็ลด ยิงเป้าไปครึ่งหนึ่ง ยิง คุณ นก คุณ กระต่าย ครึ่งหนึ่ง  เอ้าเล่าเพลิน ไม่ใช่ ทำงานหนักขึ้นนะ ยุค IMF ก็ต้องตามกระแส
 ข้อความที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผิดพลาดประการใดก็ขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
 ขอเล่านิดหน่อยเผื่อท่านที่ไม่เคยไปสนามเป้าบิน หรือ อบรมยิงเป้าบิน เขามีweb นะใครสนใจก็เข้าไปดู
 กีฬายิงเป้าบินถือกำเหนิดมาแต่สมัย กรีกโบราณ โดยการโยนผลไม้ไปในอากาศ แล้วใช้ธนูยิง ต่อมาเมื่อมีปืน ก็เอานกพิลาปใส่ไว้ใต้ หมวก เมื่อพร้อมก็กระตุกให้หมวกเปิด นกก็จะบินแล้งยิง ต่อมาก็ทำเป็นกล่อง 5 ใบ ใส่นก ไว้ พอคนยิงเรียก ก็เปิด ให้นกบินไป มีลูกเล่นคือ เด็ดขนปีก ขนหาง ออกบางเส้น นกจะได้บินไม่ตรงทาง เมื่อประมาณ 30ปีก่อน ยังเห็นมีแข่งพนัน ที่อิตาลี่ บางที่ก็ขีดวงกลม มีคนซ่อนนกไว้ข้างหลัง คนยิงก็อยู่ในวงกลม เมื่อพร้อม เขาจะโยนนกไปบนอากาศ แล้วให้คนยิงนก กติกาคือต้องยิงนกให้ตกในวงกลม คนยิงก็ชนะ ถ้าออกนอกวงกลม คนยิงก็แพ้ มีการพนันกันหนักมาก ระหว่างคนโยนกับคนยิง ใครถือหางข้างไหนก็ลงขันกัน ในปัจจุบันยังมีการพนันนี้ใน อเมริกาใต้ และยังมีการผลิตปืนชนิดนี้ อยู่ ที่เขาเรียก Pigeon gun ต่อมาเขาก็ใช้เครืองดีดเป้าแทนเพราะมีการต่อต้านจากพวกรักสัตว์ เมื่อแรกๆ ใช้ลูกแก้วใส่ขนนก แล้วโยนไปในอากาศ ต่อมาก็มีกฏกติกามากขึ้น จนในปัจจุบัน แช้มเปี้ยน คนแรก มื่อปี 1872 ขอส่งก่อนนะครับเดี๋ยวเล่าใหม่กลัวกดผิดเลยลบหมด

...ขอเชฟไว้ก่อนกลัวลบ-แก้ไข จะเอาไปให้ซ้อดู...อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 08:14:53 PM
ไม่มีปัญหา ซ้อ ชื่อ คุณ หนู


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 08:17:57 PM
พี่FABBRIอยากไปนั่งเรือยิงไก่ย้อนอดีตมั้ยครับ ;D ผมเองก็ไปบ่อยครับแต่ในป่าเขื่อนศรีฯ แต่ตอนนี้พี่ๆคงไม่ทำบาปแล้วมั้งครับ ผมเองก็กะว่าจะเลิกยิงนกยิงไก่แล้วละครับสงสารมันเหมือนกัน เดี่ยวจะไปลองยิงเป้าบินดูก่อนครับถ้าสนุกเป็นที่ถูกใจก็จะไม่ล่าสัตว์ทั้งปวงแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 08:18:04 PM
ไม่มีปัญหา ซ้อ ชื่อ คุณ หนู
.....55555...เล่าเรื่องปืนต่อดีกว่าครับพี่....


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 08:26:40 PM
ตอบ o\u ไม่ใช่ยิงไก่ครับ เป็นนกอีลุ้ม กัยนก อีโก้ง นก พวกนี้ เวลานอนจะหักยอดข้าวให้ล้มทำเป็นรังนอน แล้วเปลี่ยนไปเมื่อคนรบกวน จนกว่าจะวางไข่ ชาวนาจึงไม่ชอบ เรายิงเวลามันบินขึ้นเมื่อเรือเข้ามาใกล้ๆ แต่ที่ทำลายหนักกว่าที่ทำให้ตายมากก็ ยาฆ่าแมลง  กับ ไฟฟ้าชอ็ต เอามาขายถูกกว่าลูกปืนอีก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 10:00:11 PM
เมื่อหลายปีก่อน มีการยิงแข่งเป้าบิน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมกัน ยิง200นัด มีมือปืนหญิงจากจีน ยิงสกีต ได้เต็มชนะผู้ชาย เขาเลยไม่ให้ผู้หญิงยิงอีกเลย ปัจจุบัน ให้ยิงแล้ว แต่แยกประเภท ท่านลูกซองสั้น เล่าหน่อย รวมทั้ง web เป้าบินด้วย
      เอามาเล่าต่อ
  สกีต สนามจะมีบ้านเล็กบ้านใหญ่ ไม่ใช่ ต้องบ้านสูงบ้านต่ำ บ้านสูง 3.05 เมตร บ้านต่ำ 1.07 เมตร   อยู่ห่างกันประมาณ35เมตร เมื่อดีดเป้าออกไปจะตัดกันที่ 19.2 เมตร จากบ้านทั้งสองหลัง มีแท่นยิง 8 แท่น  แท่นที่ 1กับ 7 จะอยู่ที่ใต้บ้าน สูงและต่ำ แท่น 8 จะอยู่กลึ่งกลางบ้านทั้งสอง ส่วนที่เหลือจะเป็นรูปครึ่งวงกลม ถ้าไม่เข้าใจก็ไปดูในweb เป้าบินก็แล้วกัน
 แทป นั้น จะมีแท่นยิง5แท่น  ห่างไป 15 เมตร ข้างหน้า จะมีเครื่องดีดเป้า 3 เครื่อง ดีดเป้า ครั้งละ 1 เป้า ไปทางซ้าย ขวา หรือ ตรง แล้วแต่โปรแกมที่ตั้งไว้  สำหรับ 1 แท่นยิง มี5แท่นก็มี 15 เครื่อง ทีนี้ สกีต จะดีดเป้าจากซ้ายไปขวา หรือ จากขวาไปซ้าย ในระนาบเดียวกัน การยิงแต่ละแท่น ระยะไม่เกิน 20-25 เมตร สำหรับคนยิงช้าที่สุด   แต่ แทป นั้นเป้าดีดออกไป จากตัวคนยิง เริ่มที่ระยะ 15เมตร ไปทางใดทางหนึ่งในสามทาง แถมบินขึ้นฟ้าอีกต่างหาก กว่าจะเห็นนก กว่าจะล็อกเป้า กว่าจะยิง กระสุนจะถึงเป้า ก็เข้าไป กว่า 25 เมตร แล้วสำหรับคนที่ยิงเร็วที่สุด 
    ฟังให้ดี นี่เป็นคำถาม ทำไมปืน สกีต จึงต่าง กับปืน แทป ทำไม่ คนยิงแทป มากกว่า สกีต (เมืองนอกนะคราบบบ)
  ปืนสกีต ยิงระยะใกล้ โชค จะกว้างมาก จนจะเหมือนเราดูหนังกาตูนที่ปืน จะมีลำกล้องบานเป็นปากแตร เพื่อที่จะให้มีม่านกระสุน บานเต็มที่ คือ รัศมีวงกลม 30 นิ้วที่ระยะ 20 เมตร  เมื่อ เอากระดาษแผ่นใหญ่ๆ มาขึงระยะ 20เมตร แล้วเอาปืน สกีต ยิงไป  ที่กระดาษ  แล้วทำวงกลม 30นิ้ว ตรงจุดหนาแน่นที่สุด เมื่อนับเม็ดกระสุน ก็จะได้ ประมาณ 65-70% ของเม็ดกระสุนที่ยิงออกไป แต่ ปืน แทป ต้องยืดระยะออกไป เป็น 30 เมตรเพราะโชค็ แคบกว่า
  และ สกีตยิงในระนาบเดียวกัน เพราะ เป้าบินออกมา ระบานเดียวไม่มีสูงต่ำผิดจากแนวทางที่ตั้งไว้ ทั้ง25เป้า  ลำกล้องปืน ทั้งบนและล่างจะอยู่ในแนวขนานกัน เมื่อยิงไปในจุดเดียวกัน ม่านกระสุนจะ ทับกัน   ลำกล้องสกีต จะยาวไม่เกิน70 ซม หรือ สั้นกว่า  พานท้ายจะตำ ประมาณ 40มม จากแนวลำกล้อง ที่ ส่วนหน้า และ 60 มม ที่ส่วนท้าย  ตรงส่วนบน ท้ายพานท้าย จะมน เพื่อให้ประทันได้เร็ว ไม่ติด เสื้อ ขณะยกประทับ เพราะ สกีตจะห้ามประทับไว้ก่อน และ จะเป็น หนังหุ้มยาง หรือ บาเกไล้ ถ้า เป็น ยางก็เป็นยางตัน เรียบและลื่น การยิง สกีต จะต้องสู้กับ สมาธิ  ความหนักแน่นของใจ  ร่างกายที่สมบูรณ์  ว่องไว และ ประสาทหน่อยๆ คือจุ้จี้  เมื่อไรที่อดนอน ทะเลาะกับแฟน กับ ภรรยา กับลูก กับ เพื่อน หมั่นไส้คนยิงก่อนหรือยิงหลัง ยิงไปก็มีแต่พังกับพัง หาว่าเด็กสนามปล่อยนกไม่ดี บ้าง นกบินไม่ตรงทางบ้าง ทั้งๆที่ชุดที่แล้วยิงดี  หนวกหูบ้าง ที่รู้เพราะเคยยิงมาก่อน จนเพื่อน ชาวอิตาลี่มาพบ เลยบอกว่ายูชักจะประสาทแดกแล้วเลิกดีกว่า ไอจะทำปืนแทปให้ หรือ เอาปืนที่ไอ เคยยิงได้เหรียญทอง โอลิมปิก แทป ก็ได้ จึงได้เลิก ยิง สกีต ที่หัวหมากแต่บัดนั้น ไปยิง แทปแทน
   ปืน สกีต ที่นิยมของนักกีฬาไทย  และ ทุกคน ไฝ่ฝันหา ก็ Beretta 682 ทำไมนะหรือ ก็ เพราะ แช้ม สนาม หัวหมากใช้ไง เลยใช้ กัน ปืนรุ่นอื่นใช้ไม่เป็นเดี๋ยวตามรอยรุ่นใหญ่ไม่ทัน  Beretta 682 ดี อย่างไร ที่ดี ที่สุด ก็คือ ราคา กับ  คุณภาพ ใกล้เคียงกันมาก  Dt10 คุณภาพ กับราคา ต่างกัน แพงเกิน ที่ร้านปืนเมืองไทยนะ   682  น้ำหนักเบาที่เหมาะกับนักกีฬาตัวเล็กๆ ของเรา แต่ แต่ พึงระวัง เมื่อไรที่ไปแต่งไกให้เบาแล้วไซ้ สักวันหนึ่ง จะยิงทีละ สองนัด ก็ต้องรื้อกันน่าดูกว่าจะซ่อมได้ คงใช้เวลาสัก 3 ชม แต่ขณะแข่งเขาให้เวลา 10 นาทีเท่านั้น (เป็นข้อตกลงลับๆ ของรร ปืน ที่เปลี่ยนอะไหล่ได้ง่ายๆ) ในการซ่อม พูดง่ายๆ เมื่อ ปืนพังขณะแข่งขัน ก็เก็บของกลับบ้านได้ หมดสิทธ์ซ่อมให้ทันเวลา หรือเปลี่ยนปืนใหม่ ก็ทำไม่ได้ เพราะ ปิด เทปวุ่นวายไปหมด ยืมปืนคนอื่น มา ปิดเทปไม่เหมือนกัน คนละสีอีก ต่างหาก ประสาทกลับ ยิงพังกับพัง เพราะเทป
 
 ต่อไป จะเล่า ความประสาท เอ้ย เล่าถึงปืน แทป   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 10:59:05 PM
เดี่ยวต้องออกไปข้างนอกแล้วครับพี่เดี่ยวกลับมาอ่านต่อ วันนี้วันชาติขออเมริกาถนนหนทางเงียบดีจังเหมาะแก่การเข้าเมืองไปจ่ายตลาดครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 11:14:27 PM
ขอถามความเห็นครับ ท่านที่เข้ามาอ่าน จะให้เล่าต่อหรือไม่ กรุณาตอบด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 04, 2006, 11:29:01 PM
ขอถามความเห็นครับ ท่านที่เข้ามาอ่าน จะให้เล่าต่อหรือไม่ กรุณาตอบด้วย

....เล่าต่อเถอะครับพี่...กำลังมันส์....


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 07:22:43 AM
ขอถามความเห็นครับ ท่านที่เข้ามาอ่าน จะให้เล่าต่อหรือไม่ กรุณาตอบด้วย

....เล่าต่อเถอะครับพี่...กำลังมันส์....

สนับสนุนครับ ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 07:36:31 AM
เล่าต่อสิครับพี่ คนแอบอ่านตรึม
 ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 08:33:12 AM
ขอถามความเห็นครับ ท่านที่เข้ามาอ่าน จะให้เล่าต่อหรือไม่ กรุณาตอบด้วย
;Dรายงานตัวคับผม ;D  อ่านทั้งเช้า เย็นเลยครับ(อ่านไปยิ้มไป พนักงานที่ร้านถามว่าเฮียเป็นไรไปแล้ว :~))


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 10:41:16 AM
ปืนลูกซองประเภท 2 ไกที่มีเซฟ แบบเป็นปุ่มรูปยาวเลื่อนไปมาเพื่อ ปลดหรือเซฟ ตั้งอยู่บนคอปืน  เมื่อเวลาเราหักลำปืน เซฟก็จะขึ้นโดยอัตโนมัติในบางรุ่น

คำถามคือ  ปืนลูกซองแฝดที่มีไกเดียว เวลาต้องการเลือกยิงลำกล้องใด  ก็เห็นใช้วิธีเลื่อนปุ่มเซฟตัวเดียวกันนี้ไป-มา  แสดงว่าปืนนี้ * ไม่มี * เซฟใช่ใหมครับ

แม้นักกีฬามักจะหักคอปืนค้างไว้ แต่ปืนก็น่าจะมีเซฟ .   หรือว่ามี   ถ้ามี เป็นเซฟระบบใด แบบใด   ?

ขอรบกวนสอบถามท่านผู้รู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 10:49:31 AM
พี่ Fabbri พูดถึง Zhang Shan หวานใจของชายผู้ยิง Skeet ทั้งโลก หญิงผู้กล้าหาญ มีความสามารถ เก่ากาจ ฉีกหน้าชายทั้งโลก ด้วยการยิง Skeet ได้ 200 เต็ม ชนะผู้ชายทั้งโลก ในการแข่งขันโอลิมปิคปี 1992 ที่ Barcelona

 (http://i6.tinypic.com/1z1zpdc.jpg)

 (http://i6.tinypic.com/1z1zpl1.jpg)


ผมมีโอกาสได้ไปเห็นฝีมือของ Zhang shan ครั้งแรกในการแข่งขัน Asian Games 1990 ที่ ปักกิ่ง ปีนั้นจีนเป็นเจ้าภาพ  เธอยิงได้ 197 จาก 200  ในการแข่งครั้งนั้น ผู้ชนะชายยิงได้ 196 เองครับ แต่จีนแยกประเภทชายกับประเภทหญิงต่างหากกัน เลยไม่มีอะไรบาดใจชายทั้งโลก 

สิ่งที่ประทับใจของผม และเป็นที่จดจำจนทุกวันนี้ คือ เสียงเรียกเป้าของเธอครับ โดยทั่วไปทุกคนจะเรียก Pull ฟังๆไปเสียงก็จะเป็น พูลลลล
แต่ Zhang shan เรียกนก ออกเสียงกังวาลใส สุดแสนจะน่ารัก  เธอออกเสียงว่า   อ๋อง งงง  นึกถึงเสียงของเธอทีไร ผมขนลุกซู่ทุกที


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 11:25:49 AM
อยากอ่านอีกครับท่าน FABBRI  จะลงแดงอยู่แล้วครับ   ;D ;D ;D  ขอบคุณคร๊าบโผม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 11:35:23 AM
เห็นมั้ยครับพี่แฟนๆมารายงานตัวกันเต็มเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 01:28:08 PM
ปืนลูกซองประเภท 2 ไกที่มีเซฟ แบบเป็นปุ่มรูปยาวเลื่อนไปมาเพื่อ ปลดหรือเซฟ ตั้งอยู่บนคอปืน  เมื่อเวลาเราหักลำปืน เซฟก็จะขึ้นโดยอัตโนมัติในบางรุ่น

คำถามคือ  ปืนลูกซองแฝดที่มีไกเดียว เวลาต้องการเลือกยิงลำกล้องใด  ก็เห็นใช้วิธีเลื่อนปุ่มเซฟตัวเดียวกันนี้ไป-มา  แสดงว่าปืนนี้ * ไม่มี * เซฟใช่ใหมครับ

แม้นักกีฬามักจะหักคอปืนค้างไว้ แต่ปืนก็น่าจะมีเซฟ .   หรือว่ามี   ถ้ามี เป็นเซฟระบบใด แบบใด   ?

ขอรบกวนสอบถามท่านผู้รู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ

อันนี้ผมตอบให้ได้ครับ
คือใช้ปุ่มเดียวกันน่ะถูกแล้วครับ เวลาเซฟก็เลี่อนลงครับ พอจะเปลี่ยนลำกล้องก็เลื่อน ซ้าย-ขวา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: korpat ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 03:20:08 PM
อยากลองยิงบ้างเหมือนกันครับเป้าบิน น่าจะสนุกนะครับเป้าเคลื่อนที่ เข้ามา่อ่านเพลินมากครับแต่ไม่มีความรู้เลยไม่รู้ว่าจะถามอะไรดี ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 04:50:11 PM
มาเล่าประวัติของ Zhang shan แบบย่อสั้นๆหน่อย

(http://i6.tinypic.com/1z1zr02.jpg)

Zhang shan เกิดเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1968 ที่เมืองนานโชง  มณฑลเสฉวน เริ่มฝึกยิง skeet ตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้เข้าร่วมทีมชาติจีน ในปี 1989 ในปีนั้นเอง เธอก็กวาดรางวัล Skeet ทั้งที่ World skeet championships และ  National shooting championships  ปีต่อมา เธอชนะที่ World shooting championships อีก 

นั่นไม่ค่อยมีใครจำกันได้ เท่ากับผลงานใน Barcelona Olympics 1992   การแข่งขันยิงเป้าบินในงานนั้น ยังใช้กติกาเก่าคือ ชายและหญิงยิงรวมกัน เรียกว่าให้สิทธิ์เท่าเทียมกัน การแข่งขันแบ่งออกเป็นยิง qualify 8 ชุดๆละ 25 เป้า รวมเป็น 200 เป้า แล้วคัดเอาผู้ที่ยิงได้คะแนนสูงสุด 6 คน เข้าไปยิงชุด Final อีก 25 เป้า แล้วตัดสินกันที่คะแนนรวม 225 เป้า

สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกติกายิงปืนเป้าบินในโอลิมปิค ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์ในวันนั้น เพราะ Zhang shan ยิงได้ 200 เต็ม ในขณะที่นักกีฬาชายผู้ยิงได้ที่สอง ยิงได้ 198  ในชุด Final  Zhang shan ยิงได้ 23 แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอชนะได้เหรียญทองโอลิมปิค เพราะนักกีฬาชายไม่สามารถยิง 25 ในชุดสุดท้าย ผมเองจำไม่ได้เลยว่า ใครได้ที่สองและที่สาม และแต้มที่จบยิงได้กี่แต้ม ผมจำได้แต่ว่า ยัยอ๋อง งงง  ยิงชนะผู้ชายทั้งโลกในเกมส์โอลิมปิค เกมส์สุดยอดที่เป็นที่ใฝ่ฝันของนักกีฬาทุกคน ที่ขอให้ได้ไปถึงจุดจุดนั้น สักครั้งในชีวิต

จบการแข่งขัน มีการประชุมของคณะกรรมการโอลิมปิค กีฬายิงเป้าบินที่เคยเปิดให้นักกีฬาชายและหญิงสามารถลงยิงแข่งขันร่วมกันได้ ถูกเปลี่ยนกฏ  ไม่อนุญาตให้นักยิงปืนหญิงลงยิงแข่งขันใน Skeet และ Trap   คณะกรรมการโอลิมปิคไม่ได้ใจดำกับนักกีฬาหญิงไปซะทีเดียวนะครับ คือท่านกรรมกรทั้งหมดซึ่งเป็นชายล้วน  ได้บรรจุเกมส์เป้าบินใหม่ในโอลิมปิค คือ Double trap แต่ได้แยกการแข่งขันออกจากกันนะครับ  ประเภทชายยิง 3 ชุดๆละ 50 เป้า รวม Final อีก 50 เป้า เป็นแข่งทั้งหมด 200 เป้า  ประเภทหญิง ยิง 3 ชุดๆละ 40 เป้าเท่านั้น เบ็ดเสร็จรวม Final เป็นแข่งแค่ 160 เป้าเท่านั้น 

ท่านกรรมการท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวจักรในการเปลี่ยนกฏที่ว่าไว้ เคยมาเมืองไทยหลายครั้ง (ชอบมามากครับ) ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุผลของการตัดสินใจของกรรมการทั้งหมดว่า ผู้หญิงชนะผู้ชาย ทำให้ผู้ชายทั้งหมดขายหน้า ดังนั้น ห้ามผู้หญิงลงแข่งกับผู้ชายอีกต่อไป  อยากแข่งก็ไปแข่ง Double trap โน้น แล้วให้แยกแข่งกันเองในกลุ่มผู้หญิงต่างหากซะ  อ้อ ชุดนึงให้ยิงแค่ 40 เป้าพอ เดี๋ยวเกิดเก่ง ยิงได้แต้มมากกว่าผู้ชายอีกจะทำยังไง

นั่นแหละครับ Zhang shan : The woman who outshot the men.

ใครยิง Skeet แล้วไม่เคยรู้จัก Zhang shan ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นเด็กใหม่ในวงการ     


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: korpat ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 05:10:51 PM
แล้วมีนักกีฬาของประเทศไทยเคยได้เหรียญเวลาไปแข่งกีฬา นานาชาติบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 05:15:46 PM
อ้อ ขอแถมอีกหน่อย หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา คณะกรรมการโอลิมปิค ได้บรรจุเกมส์ Skeet และ Trap สำหรับนักกีฬาหญิงกลับเข้าไปในโปรแกรมการแข่งขันอีกแล้วนะครับ แต่ได้เปลี่ยนกฏเป็น หญิงยิง qualify แค่ 3 ชุด รวม Final เป็นแข่งแค่ 100 เป้าเท่านั้น ในขณะที่ชายยิงแข่ง 5 ชุด รวม Final เป็นแข่ง 150 เป้า

ยังไงคณะกรรมการก็ยังไม่ไว้ใจครับ กลัวว่าจะมีหญิงคนไหนยิงได้คะแนนมากกว่าผู้ชายอีกนั่นแหละ

ยัยอ๋อง  งงง  Zhang shan กลับมายิงแข่ง Skeet อีกแล้วนะครับ  หลังจากหยุดไป 5 ปี ไปเรียนหนังสือซะ เป็นการเว้นวรรค เริ่มชนะบางรายการด้วยนะ แม้นว่าจะทิ้งปืนไปตั้งห้าปี

Zhang shan มีวิธีคิดที่น่าจะนำมาเป็นหลักคิดในการรวบรวมสมาธิในระหว่างการแข่งขันสำหรับทุกท่านที่ยังคงวนเวียนอยู่ในการแข่งขันก็คือ  ฉันเคยชนะมาแล้ว ฉันไม่เสียอะไรถ้าฉันไม่ชนะวันนี้   อีกนัยนึงที่ผมคิดได้  ถึงใครจะยิงชนะเธอวันนี้ ก็ไม่สามารถแย่งชัยชนะในอดีตของเธอไปได้ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 05:38:32 PM
แล้วมีนักกีฬาของประเทศไทยเคยได้เหรียญเวลาไปแข่งกีฬา นานาชาติบ้างครับ

มีซิครับ ไม่น้อยเลยนะครับ โดยเฉพาะทีมหญิง ลองเข้าไปดูในเวปของสมาคมยิงเป้าบินซิครับ

www.thaiclayshooting.com/homethai.htm


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 06:07:43 PM
...........ฉันเคยชนะมาแล้ว ฉันไม่เสียอะไรถ้าฉันไม่ชนะวันนี้...... 
อีกนัยนึงที่ผมคิดได้ 
ถึงใครจะยิงชนะเธอวันนี้ ก็ไม่สามารถแยกชัยชนะในอดีตของเธอไปได้ครับ


แจ๋ว
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 06:50:22 PM
ผม ก็ไม่ค่อยรู้จัก นัก แค่นั่งกินข้าวกัน โดยมีคุณสามีกับลูกสาว มาคุม มาคุม น่าเสียดายเราเลิกยิง Skeet แล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 07:31:12 PM
ก่อนอื่น ตอบท่าน สินดี พยายามกดคีให้ถูก กลัวกด ไม้โท ลงไปด้วย แฮ แฮ อย่าโกรธ นะครับ จะได้คุยเป็นกันเอง
  ปืน ลูกซอง นก นอก จะไม่ค่อยมีเซฟ ปืน แฝด 2 ไก จะมีเซฟ ตาม ตำแหน่งต่างๆ ที่ ร.ง. ออกแบบมา
 ปืนไก เดียว จะมีการออกแบบ หลายแบบ ในการเลือก ลำกล้อง ใด ลำกล้องหนึ่ง แต่ก็มีที่ ไม่มีให้เลือก เช่น ปืนเป้าบิน ตัวเซฟ ที่ท่าน ว่า นั้น  เดินหน้าและ ถอยหลัง เป็นการ ใส่ เซฟ หรือ ปลด เซฟ และ ถ้า ผลัก ซ้าย ขวา จะเป็น การเลือก ลำกล้อง บางร.ง. จะมีแต่ เซฟ ส่วน ตัวจัก เลือกลำกล้อง จะอยู่ ที่ไก หรือ ใต้โครงปืน เหนือไก มีการ ออกแบบหลายแบบเช่นกัน
 ส่วน นักยิงเป้าบิน ทำไม่ต้องเปิดปืน เมื่อ ยังไม่ถึง เวลายิง คำตอบ คือ ความปลอดภัย ไม่ใช่เฉพาะ ในสนามแข่งขันเท่านั้น แม้ที่ใดๆก็ต้องเปิด ในทุ่งโลงดงทึบ เมื่อ เวลายืนรอ คุยกัน ก็เปิด  แต่ ไม่ใช่ตามรอย เสือแล้วเปิดทิ้งไว้นะครับ  เมื่อ รอยิงนก หรือ ยิงสัตว์ ยิงเป้า จึงปิด ใส่เซฟ จะต้องยิงจริงๆ แล้ว จึงเปิดเซฟ
  สาเหตุเพราะ  เมื่อ เราปิดปืน กลไกทุกอย่างในตัวปืนพร้อมจะทำงาน คือ ยิง ลั่น แตก ตามแต่จะเรียก เซฟ ปืนลูกซอง เป็น เซฟ ยอดแย่ เพราะ  เป็นแค่ ตัวกด สะพานไก หรือ กด เซีย ไม่ให้ ขยับได้ เท่านั้น ในเวลา เราเหนียวไก แต่ นกสัปยังค้างอยู่ พร้อมที่จะหลุดจากเซียตลอดเวลา ถ้ามีแรงกระแทก (ไม่มี ฮาฟคลอก เหมือน ปืน ออโต้)  ยิ่งพวกมือบอนแต่งไกด้วยแล้ว แค่ตบพานท้ายแรงๆ ก็อาจลั่นได้ จึงไม่เป็นการปลอดภัย เขาจึงสร้างกฎ ให้เปิด ปืน ไว้ตลอดเวลา จะปิดได้ก็เมื่อพร้อมเรียกนก 
 ปืนล่าสัตว์ จะเป็น เซฟ ออโต้ แต่ ปืนแข่ง ไม่ออโต้  บางทีลอ็กไว้เลย เพราะกลัวลืมไปใส่เซฟไว้ หรือ คนแกล้งใส่ให้เรา จึงตัดปัญหา ที่โครงปืนใต้ เซฟ จะมีรูให้ร้อยลวดเข้าไปขัดไว้ไม่ให้ ขึ้นลง
  อีกสักครู่ จะกลับมาเล่า เรื่อง ปืนTrap ต่อ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 09:40:51 PM
วันนี้พี่คอซองสั้นหายไปไหน

(http://i6.tinypic.com/1z2el2o.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 10:50:18 PM
                       ไม่มีใครเข้ามาอ่านเลย น่าจะเป็นเวลา นอนเอาแรง ตื่นตีสอง ดูบอล
          ท่าน Steel ที่หัวเราะนะ ขำข้อเขียนไม่ได้เรื่องเลยขำ หรือ ขำสนุก
   เอ้ามาว่า ปืน Trap กัน
  อัน การ ยิง Trap นั้น ก็จำลองมาจากการยิงนกพิลาป ขอเล่าย้อนหลังเล็กน้อย  เมื่อก่อนนี้ เขาเอานกพิลาปใส่ใน หมวก แล้วต่อมาใส่ในกล่องสี่เหลี่ยม ห่างจากแท่นยิง 15 เมตร เมื่อเรียกนก เขาจะกดปุ่ม สปริงภายในกล่องจะดีดออกทุกทาง นกก็จะบินออกไปไร้ทิศทาง ก็บินไปทางตรงข้าม มือปืน แต่ควบคุมทิศไม่ดีนัก เพราะถูกเด็ด ขนปีก และขนหาง บางเส้น เพื่อไร้ทิศทาง การยิงชนิดนี้เพิ่งเลิกไปไม่เกิน 20 ปีที่อิตาลี่ เคยไปนั่งดู ตอนนี้เขาใช้เครื่อง ดังที่เล่าแล้ว เป้าจะออกมาจากใต้พื้น ที่ห่างออกไป 15 เมตร จากเครื่องใดเครื่องหนึ่ง ใน 3 เครื่อง  เมื่อเราเรียกเป้า  เป้าก็จะออกมาทันใด ไม่ต้อง ทะเลาะ หรือหงุดหงิด ปล่อยช้าเร็ว กับคนปล่อย เพราะ มีไมโครโฟน เรียก แล้ว คอม จะปล่อยเอง จะไปทะเลาะ กับคอม ก็ไม่ได้ ลำเอียง ก็ไม่ได้ กวนบาทาก็ไม่ได้ เป้าก็จะเหินขึ้นฟ้า เหมือนเครื่องบิน อเมริกา หนี ไร้ทิศทาง เครื่องบิน ญี่ปุ่น ในหนัง อ่าวเพิน  คำถาม คำถาม  ปืนที่ใช้เหมือนกับปืน Skeet  และ คนยิงประสาท ไหม
   เขาจะตอบแล้วนะครับ โอ้โห ฟังนะครับ 
   ตอบอะไรดีว่ะ  ปืนอะไรก็ได้ที่ยิงถูก ยูยิงไม่ถูกสักที่ ไอ จะ สร้างกระสุนติดเรด้าให้ หลับตายิงเลย กระสุนจะไปหาเป้าเอง ลูกซองนี่นะ ใช่ แต่รอหน่อย ตอนนี้ไอ 75 ปีแล้ว อีกสัก 10 ปีคงได้ใช้ คำพูดของ มัลตาลาลี่ คนออกแบบ MX8 บอก กับ เรา
  ปืน Trap นั้น จะแตกต่างจาก ปืน Skeet คือ ลำกล้อง จะ ยาว 75-80 ซม ( 29.5 - 32 นิ้ว) มีคนบ้าๆ ใช่ 72-74 ซม อย่าเอาตามอย่าง ไร้สาระ  โชค ลำกล้องล่าง (ต้องยิงลำกล้องล่างก่อน) จะเป็น อิมปรูพโมดิฟาย  ลำกล้อง บนจะเป็น ฟูล  พานท้าย ส่วนหน้าจะต่ำกว่าแนวลำกล้อง 35-32 มม ส่วนหลัง จะต่ำ 45-42 มม ส้นพานท้าย จะตรง มีลายสากเพื่อประทับแล้วจะได้ไม่ดิ้น เพราะ สามารถประทับปืนไว้ก่อนยิงได้
   ปืน Trap การเข้าคู่ของลำกล้องเลยไม่เหมือน Skeet  ลำกล้องล่างจะวางให้ยิงสูง ลำกล้องบน จะยิงแนวระนาบ เพราะ นกจะบินสูง แล้ว ระนาบ แล้วตก นัดแรกต้องทำปืนให้ยิงสูงดักนกไว้ โดยที่คนยิงไม่ต้องยิงเผื่อ เพียงแต่ดูนกตามแนวลำกล้องให้ตรงแนวนก แต่ต้องไล่ตามนกด้วยนะครับ ไม่ใช่หยุดเฉยๆ  เท่านั้น ปืนจะเผื่อ ให้เอง  ม่านกระสุนจะมีจุดตัด ระหว่างลำกล้องล่างกับ บน X ที่ระยะประมาณ 30 เมตร แต่ ถ้า เอาปืน Field  skeet หรือ Sporting มายิง คนยิง จะต้อง ยิง ข้ามหัวนก เพราะปืนไม่ได้ทำเผื่อมาให้ บางที่เราเห็นลำกล้องอยู่ใต้นก แต่ ม่านกระสุนไปอยู่เหนือนก นี่คือข้อแตกต่างอย่างมาก กับปืนทั่วไป ไม่ใช่แค่พานท้าย กับ โชค เท่านั้น ส่วนการ ไล่นก  วาดผ่านนก ยิงดักหน้านก ให้ไปถามเด็กสนาม จะอธิบายได้ดี มีของจริงประกอบ
  Rib สำคัญฉะไหน  มีเรียบ Flat  มี   step   มี Histep อยู่ที่นิสัยคนยิง ชอบแบบไหน จะ อธิบายอย่างไรดี เอาอย่างนี้ พวกท่าน คงยิง ปืนติดกล้อง กันมาแล้ว ถ้า กล้องใช้ขาเตี้ย จุดตัด กากะบาด กับกระสุนก็จะยาว  ถ้าขาสูง จุดตัดก็จะแคบ โอกาสผิดจะมีมาก กว่า  ลูกซองก็เช่นกัน ลิบเตี้ยจุดหมุนลำกล้องก็จะมีรัศมีแคบๆ  ถ้าลิบ สูงรัศมี ก็จะกว้าง ยิงก็ผิดง่าย และ ผิดห่าง ประทับปืนบิดเล็กน้อย ก็ไปห่างมากที่ นก ลิบเตี้ย ประทับปืนบิดเล็กน้อยก็จะผิดไม่มากที่นก เหมือน เอาท่อเห็ลกกลมๆ  กันไม้กระดานหน้ากว้าง กลมๆย่อมดีกว่า  และนิสัยการยิงของคนใช้ลิบ สูงต่ำก็ไม่เหมือนกัน
   ลิบเตี้ย พวก อิตาลี่ชอบมาก เพราะ เป็น อันธพาลที่นอบน้อมถ่อมตน ประทับปืนต้องค้อมตัวไปข้างหน้า ดูเหมือนกอดปืน ก้มหน้าก้มตา วางแนว แต่ดุร้าย น่าเกรงขาม เรียกแล้วยิงเลย เร็วมาก
   ลิบสูง เล็กน้อย พวกผู้ดีอังกฤษ ชอบมาก เพราะ ชอบผูกเนคไท้ เลยก้มหน้าไมได้มาก เนคไท้ค้ำคออยู่ ยิงก็ช้าเป็นพวกมีระเบียบ ยกปืนให้ถึงนก แล้ววาดผ่าน แล้วเหนี่ยวไกยิง ยิงนกกลางทุ่งยังใส่เสื้อ เบรเซอร์ ผูกเนคไท้
  ลิบสูงมาก จะเป็นพวก อวดศักดาข้าแน่ที่สุด อเมริกันชน  อันธพาลครองโลก ก้มหัวให้ใครไม่เป็น เวลายิงปืน ยืนตัวตรง คอตรง เพราะต้องเข้าร.ร. ยิงปืนก่อน เขาเรียกอะไรนะ ออ้ NRA ชื่อก็บอกแล้วเป็นไรเฟิล ก็ยิงไรเฟิลมา ก่อน แถมพานท้ายมอนติคาโร่ด้วย เลยต้องทำลิบสูงให้เข้ากับหน้า ที่ไม่ยอมก้ม ยิงช้ามาก วาดปืนเรียกร้องความสนใจ จนนกจะตกแล้วค่อยยิง

  ประสาทของพวก Trap คือ Skeet นั้นจะยืนรวมกลุ่มกัน แล้วยิงที่ละคน Trap นั้น ยืนที่ใครที่มัน ห่างๆกัน ประมาณ 3 เมตร ก็ยังมีคนหงุดหงิด หาว่า คนข้างๆยืนดุกดิก เกาหัว แคะขี้ฟัน ยิงแล้วดีดปลอกใส่ คนข้างๆ ถอดแว่น เช็ดแว่น เลยพวก Trap ต้องกลายเป็นม้าลากรถ คือเอา กระดาษมาติด ข้างแว่นตา บังตาไว้ จะได้ไม่เห็นคนข้างๆ ดูตรงไปข้างหน้า ไม่วอกแวก เหมือนม้าลากรถ
   พานท้ายร.ง.ทำผิดสูงต่ำแค่ 1 มม ก็มีปัญหาทางประสาทแล้ว บางท่านสั่งปืนเขียนรายละเอียด จนยิบ นอนฝันหวาน 4 เดือน พรุ่งนี้จะได้ปืนมาแล้ว ขออนุญาติเมียไปนอนกับปืนอีกห้อง จะได้ไม่ขัดตาเมีย จะนอนกอดทั้งคืนเลยไม่นอนละ  คืนนี้จะยิงให้หลายรอบข้าวใหม่ปลามัน เขียนผิด ไม่ใช่ ต้องรุ่งนี้เช้าจะไปสนามยิงให้สมใจ พอเปิดกระเป๋า ดูรายละเอียดที่ส่งมากับปืน พานท้ายสูง ต่ำ ยาว ไป 1 มม เท่านั้นละ หมดอารมณย์ เลย ไวอาก้า ก็ช่วยไม่ฟื้น ยังไม่ทันลองยิงเลยว่าใช้ได้หรือไม่ บอกขายเดี๋ยวนั้นเลย ทั้งๆที่รอ 4 เดือน นี่ก็ปราสาท ถาม ลูกซองสั้นซิ ตั้งแต่นั้น เลยสั้น ไม่ยาวสักที
  ต่อไปจะเล่าว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าปืน เป้าบินเก่าที่เราจะซื้อ มีปัญหาหรือเปล่า มีอะไรเสียบ้าง   
   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 10:52:55 PM
วันนี้พี่คอซองสั้นหายไปไหน

(http://i6.tinypic.com/1z2el2o.jpg)

ว้าว  กำลังหารูป ปืนไกเดียวที่มีปุ่มเลือกลำกล้องตรงไกอยู่พอดี ท่านโชกุนโพสเข้ามาให้พอดี ขอดึงรูปมาเลยนะครับ

เอารูปมาขยายความของพี่ Fabbri


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 05, 2006, 11:20:23 PM
กระบอกในรูปนี้ ปุ่มเลือกลำกล้อง อยู่บนปุ่มเซฟเลยครับ

(http://i6.tinypic.com/1z2hf9z.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 12:50:33 AM
                รบกวนถามพี่ๆที่ใช้ปืนลูกซองยิงเป้าบินหน่อยนะครับ  คือผมอยากทราบว่ากระสุนลูกซองที่ใช้ยิงแข่ง ทั้งแบบ skeet,trap หรือแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้  ไนกระสุนหนึ่งนัดมีเม็ดตะกั่วอยู่กี่เม็ดครับ   ตัวผมเองมีแต่ลูกซองห้านัดกับลูกซองเดี่ยวกระสุนที่ผมรู้จักก็จะเป็นแบบตะกั่วเก้าเม็ด,ลูกโดด,และก็ลูกร้อย โดยแบบลูกร้อยนี้จะใช้ยิงเล่นในทุ่งนาหลังบ้านบ่อยที่สุดเพราะตะกั่วเม็ดเล็กไปใด้ไม่ใกล  รบกวนพี่ๆเท่านี้ก่อนนะครับอาจจะดูว่าเป็นคำถามแบบเด็กๆแต่ผมไม่รู้จริงๆครับและจะถามไครในระแวกบ้านผมก็ไม่มีใครรู้จักเกมยิงเป้าบินเลย :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 08:15:45 AM
รบกวนถามพี่ๆที่ใช้ปืนลูกซองยิงเป้าบินหน่อยนะครับ คือผมอยากทราบว่ากระสุนลูกซองที่ใช้ยิงแข่ง ทั้งแบบ skeet,trap หรือแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้ ไนกระสุนหนึ่งนัดมีเม็ดตะกั่วอยู่กี่เม็ดครับ ตัวผมเองมีแต่ลูกซองห้านัดกับลูกซองเดี่ยวกระสุนที่ผมรู้จักก็จะเป็นแบบตะกั่วเก้าเม็ด,ลูกโดด,และก็ลูกร้อย โดยแบบลูกร้อยนี้จะใช้ยิงเล่นในทุ่งนาหลังบ้านบ่อยที่สุดเพราะตะกั่วเม็ดเล็กไปใด้ไม่ใกล รบกวนพี่ๆเท่านี้ก่อนนะครับอาจจะดูว่าเป็นคำถามแบบเด็กๆแต่ผมไม่รู้จริงๆครับและจะถามไครในระแวกบ้านผมก็ไม่มีใครรู้จักเกมยิงเป้าบินเลย :~)

ถ้าละแวกทางโน้นไม่มีใครยิงเป้าบิน ก็มาละแวกทางนี้ครับ
มีเครื่องดีด มีกองเชียร์ ขาดแต่ตังค์ซื้อเคลย์ กับซื้อกระสุนครับ
 :~) :~) :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 12:06:19 PM
รบกวนถามพี่ๆที่ใช้ปืนลูกซองยิงเป้าบินหน่อยนะครับ คือผมอยากทราบว่ากระสุนลูกซองที่ใช้ยิงแข่ง ทั้งแบบ skeet,trap หรือแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้ ไนกระสุนหนึ่งนัดมีเม็ดตะกั่วอยู่กี่เม็ดครับ ตัวผมเองมีแต่ลูกซองห้านัดกับลูกซองเดี่ยวกระสุนที่ผมรู้จักก็จะเป็นแบบตะกั่วเก้าเม็ด,ลูกโดด,และก็ลูกร้อย โดยแบบลูกร้อยนี้จะใช้ยิงเล่นในทุ่งนาหลังบ้านบ่อยที่สุดเพราะตะกั่วเม็ดเล็กไปใด้ไม่ใกล รบกวนพี่ๆเท่านี้ก่อนนะครับอาจจะดูว่าเป็นคำถามแบบเด็กๆแต่ผมไม่รู้จริงๆครับและจะถามไครในระแวกบ้านผมก็ไม่มีใครรู้จักเกมยิงเป้าบินเลย :~)


กระสุนที่ใช้ยิงแข่งขันทั้ง skeet และ  trap  ที่ใช้ยิงที่หัวหมาก เป็นกระสุนสำหรับแข่งตามกติกาโอลิมปิค บรรจุเม็ดลูกปรายหนัก 24 กรัม หรือ ใกล้เคียงกับ 7/8 ออนซ์    ลูก trap เบอร์ 7 1/2  จะมีลูกปรายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 มิล อยู่ประมาณ 302 เม็ด   ลูก  skeet เบอร์ 9  จะมีลูกปรายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2 มิล อยู่ประมาณ 512 เม็ด

ถ้าอยากรู้ว่ากระสุนล่าสัตว์อื่นๆ มีจำนวนเม็ดลูกปรายบรรจุอยู่เท่าไหร่ ต้องดูตามตารางนี้ครับ

www.hodgdon.com/data/shotshel/tabchart.php


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 01:17:20 PM
http://ท่าน Steel ที่หัวเราะนะ ขำข้อเขียนไม่ได้เรื่องเลยขำ หรือ ขำสนุก
ขำเพราะสนุก อ่านเข้าใจง่าย ไม่วิชาการมาก มีมุกเด็ดๆแซก และข้อสำคัญมีทิ้งท้ายให้ติดตามตอนต่อไป(มืออาชีพตัวจริง)
  เหมือนหนังหลังข่าวสองทุ่มเลย   ;Dด้วยความเคารพ ผมยังไม่เคยได้สัมผัส กับปืนลูกซองตัวจริงๆเลย ยังไม่มีคำถาม :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 07:42:32 PM
ขอบคุณครับ ท่าน ลูกซองสั้น ที่ชวยตอบ ท่าน KB20
   ก่อนที่จะไปเรื่อง ซื้อปืนเก่า ขอเล่าเพิ่มเติม เรื่อง พานท้ายต่อเล็ก น้อย
  ดังที่เล่าแล้วว่า ศูนย์ ปืนลูกซองอยู่ที่พานท้าย สูงต่ำ ปรับที่ สันพานท้าย  แล้ว ซ้าย ขวา ละ อยู่ที่ไหนกัน?
 ซ้าย ขวา ต้องปรับที่ cast แล้ว cast อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่พานท้ายบิดเอียง เข้าหาตัวผู้ยิง แล้วทำไม ต้อง เอียง ไม่ทำตรงๆเหมือน พานท้าย ไรเฟิล ไม่ได้หรือ  เอาละ นะ จะ ตอบให้
   คนเรา มี คอ กับ หัว (ขออภัยท่าน ประธาน) ตั้งอยู่ตรงกลางของไหล่ ทั้งสองข้าง เวลาจะยิงปืน มือซ้าย ก็จับที่กระโจมมือ (ขออภัย ท่านที่ถนัดมือซ้าย ) มือขวา จับที่คอปืน แล้วประทับยิง คงไม่มีใคร เอา ส้นพานท้ายมายันตรงกลางหน้าอกเพื่อจะให้ตรงกับหัวและตา ถ้ามีก็คงจะทะเลาะกับแฟนมา แล้วอยากอกหัก เราก็ต้องยันที่บ่า (ทีนี้ร่องบ่าเราไม่ตรงมันจะเอียง เข้าหาตัว) ที่ห่างจาก คอและหน้า มากน้อยแล้วแต่ ไหล่ใครกว้างมากน้อย เมื่อเรา ก้มหน้าให้โหนกแก้มไปกดกับพานท้าย เพื่อให้ตาตรงกันแนวหลังถนน (ตามภาษาชาวบ้าน) ถ้าเป็นพานท้ายแบบ ตรงๆ ลำกล้องปืนก็จะบิดจากแนวตั้งเล็กน้อย ลำกล้องบนจะเอียงไปอยู่ที่ 11 น ลำกล้องล่าง ไป ที่ 5 น แทนที่จะเป็น 12กับ6น ถ้าจะให้ตรงก็ต้องบิดส้นพานท้ายไป แทน ลำกล้องปืนก็จะตรง ส่วนมาก ร.ง. จะทำมาให้ ส้นบน มาทาง 11 น ประมาณ 4มม และส้นล่าง มาทาง 5น ประมาณ 8มม ถ้ายิงแล้ว ม่านกระสุน ไปซ้าย ขวา ก็ปรับที่จุดนี้ นี่คือ การปรับพานท้ายซ้ายขวา ถ้าจะมีคำถามต่อมาว่า แล้ว ผม จะรู้ได้อย่างไร ว่าปืนผมมี cast หรือเปล่า ก็ให้เอาพานท้าย วางกับพื้นโดยหงายปืน แล้วยกลำกล้องขึ้นมาดู จะเห็นพานท้ายไม่ตรง มีการบิดเล็กน้อย
  อีกจุดที่ต้อง ดู และ ต้องรู้ คือ Pich มันอยู่ตรงไหน มันอยู่นี่ครับท่าน เอาปืนตั้งกับพื้น ให้ส้นพานท้ายแนบกับพื้น แล้วดันให้หลังถนน {rib} ชิดกับกำแพง รับรองได้ยังไงก็ไม่ชิด มันจะติดโครงปืน หรือที่เรียกว่ากระโหลก ถ้าจะให้หลังถนนชิดกำแพง ส้นพานท้ายส่วนล่างก็จะเผอย สูงจากพื้น จุด pich นั้นอยู่ที่ กึ่งกลางลำกล้อง ห่างจากกำแพงเท่าไร นั่นคือ Pich เมื่อเราดูปืนด้านข้าง จะเห็นว่าปืนไม่ตรง มันจะงอ เพระ ใต้ไหปลาร้า จะนูนขึ้มา ซอกจักกะแร้จะพลุบลงไป  เวลาประทับปืน ส่วนบน จะแนบกับใต้ไหปลาร้า ส่วนล่างจะอยู่ ขอบจักกะแร้ บางกระบอกจะเห็นแต่กะโหลกไม่เห็นลำกล้อง บางกระบอกเห็นลำกล้องโด่เลยไม่เห็นกะโหลก  เวลาอยากตัดพานท้ายพึงระวังด้วย
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 09:00:44 PM
อ่านแล้วยังนึกภาพไม่ค่อยจะออกเท่าไรครับพี่ มีอีกเรื่องครับเราน่าจะมารวบรวมศัพท์ที่สำคัญๆเกี่ยวกับปืนลูกซองไว้บ้างนะครับ ว่าคำนี้ๆหมายถึงอะไรเพราะบางทีอ่านไปแล้วก็ลืมกันไปบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 09:03:54 PM
ภาพไหนครับที่นึกไม่ออกจะได้แก้ไข หรืออธิบายใหม่ จะขอบใจยิ่ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 09:28:19 PM
คือบางทีอ่านรีบๆนะครับพี่ถ้าอ่านแบบมีสมาธิก็เข้าใจได้ดีครับ จะให้ดีเวลาอ่านไปต้องเอาปืนมาวางไว้ข้างๆคอมฯอีกกระบอกด้วย ;D ขอบคุณครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 09:43:23 PM
เรื่องพานท้ายปืนลูกซองจะมีคำศัพท์เฉพาะเยอะพอสมควร เช่น Drop at comp,Drop at heel ,Pitch,Cast off ,Cast in,ฯลฯ บางคำท่านลุง Fabbri ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว..แต่ถ้ายังนึกภาพไม่ออกขอแนะนำให้หาหนังสือปืนลูกซองมาอ่านเพิ่มเติม หน้า 194-211 อธิบายไว้มากพอสมควร จะได้ไม่เสียเวลาของท่านลุงที่ต้องย้อนมาอธิบายอีกรอบ  ส่วนรายละเอียดลึกๆต้องยกให้ท่านลุง FABBRI บรรเลงต่อ จะได้ไม่ขาดตอน.. :VOV:
   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 11:23:27 PM
  ต้องขอบคุณ o\u boy  และ  mosino ที่ตั้งข้อสังเกตุมา ที่เล่าไปนั้น ปืนมันนั่งอยู่ในใจ ก็เลยนึกว่าใครๆก็ต้องรู้ ถ้าท่านที่อ่าน มีปืนยาวอยู่ข้างตัว ก็ลองหยิบๆจับๆไปด้วยก็ดี แต่ ท่าน Steel อย่านะครับ เดี๋ยวคนเห็น ลองประทับปืนอยู่ ในห้องทำงาน คนมาติดต่อซื้อของ เขานึกว่ามีคนมาปล้นเหล็กจะยุ่งกับใหญ่
  ก่อนที่จะซื้อหาปืนเก่า ลองสั่งปืนใหม่ดูก่อน จาก อิตาลี่ ดีไหม เอาว่า ที่ Perazzi ก็แล้วกัน  ว่ามันปวดหัวแค่ไหน ก่อนอื่นท่านต้องเตรียมคำตอบไว้ ประมาณ 30 คำตอบให้กับร.ง.ตั้งแต่จุดบนปลายลำกล้องปืน ที่เขาเรียกกันว่าศูนย์ หน้า จะเอาเล็กใหญ่แค่ไหน สีอะไร จนถึงแผ่นรองส้นพานท้ายจะเป็นไม้ล้วน ยาง แผ่นเรียบ หรือ สาก มีรูพรุน หรือตัน หนัง หรือ บาเกไล้  แล้วก็สั่ง เจ้อ้อย BM เอา ขนาด 36  22  36 นิ้ว สูง 168 ซม ผิวขาว ตาแขก ผม สรวยยาวปะบ่า นะ  นั่งรอ นอนรอ 4 เดือน เจ้ก็ส่ง มา ขนาด 28 48 38 นิ้ว บ้าง หรือสูง 155  - 175 ซม บ้าง ผิวดำ ผมหยิกบ้าง เราก็ต้องทำใจ  สั่งปืน หรือสั่งอะไรหว่า แล้วก็ต้องก้มหน้าก้มตา ใช้ไป หรือ รีบ ๆยัดเยียด ขายต่อ ไปเลย ก่อนสั่ง ต้องทำใจมากๆ เพราะ สั่งไปแล้ว ได้ปืนมา ครบตามแบบที่เราสั่ง ได้ สัก 80 % ก็ดีใจสุดๆแล้ว Perazzi ยังไม่เคยทำให้เราได้ ถึง 95% ตามที่สั่งไป ส่วนมากจะผิดที่ รายละเอียด ขนาด ของพานท้าย { Stock Measurements} ตัวปืนจะไม่ผิด
    พวกนัก ยิง Trap จึงต้อง มีคุณ หนูหลาย ๆคน อุ้ย ผิด ต้องมี พานท้ายหลายๆอัน (จุดนี้ ประสาทกว่า พวกยิง Skeet) เพราะ ร.ง. ทำผิดต้องสั่งใหม่บ้าง ซึ่งสั่งไม่ง่ายเลย น้ำหนักตัว ผอมลงแก้มตอบ หรือ อ้วนขึ้นหน้าอูม ยิงเร็วขึ้น หรือช้าลง เคยใส่แว่นสายตายิง พอไปทำเรสิกมา อันเก่าใช้ไม่ได้ ต้องสั่งใหม่อีก พวกนี้ เลยต้องมี หลายอัน
   จะเห็นว่า พวก Skeet จะมีปัญหากัน ก้วนที่ยิงด้วยกัน คนปล่อยเป้า เครื่องดีดเป้าดีดไม่ตรง  เสียงหนวกหู  ทั้งๆที ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ทุก อาทิตย์
     พวก Trap จะมีปัญหา กับ พานท้าย เท่านั้น
   ส่วนเรื่องหงุดหงิดกับแฟน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ สมาธิไม่ดี นั้น เป็นทั้ง Skeet และ Trap
   วันนี้เลย ไม่ได้เล่า เรื่อง ซื้อปืนเก่า  ต้อง ขออภัยด้วย     ท่าน Mosino เรียก แค่ พี่  น้า หรือ อา ก็พอ ครับ อย่าให้ถึง ลุง เลย กระดาก เดี๋ยวนิ้วมันสั่นพิมพ์ไม่ได้
   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 06, 2006, 11:42:44 PM

ถ้าละแวกทางโน้นไม่มีใครยิงเป้าบิน ก็มาละแวกทางนี้ครับ
มีเครื่องดีด มีกองเชียร์ ขาดแต่ตังค์ซื้อเคลย์ กับซื้อกระสุนครับ
 :~) :~) :~)

เคลย์น่ะ ผมยกไปเตรียมให้พี่ไว้แล้วลังนึง แต่รอพี่ว่างอยู่ (วันที่เขาว่างพี่มักไม่ว่าง) แต่กระสุน
ก็ ตัวใคร ตัวมัน นะคร้าบบบบบบบบ  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 01:22:51 AM
            ขอบคุณพี่ ลูกซองสั้น มากครับ  เดี๋ยวถ้าสงสัยอีกผมจะถามใหม่ครับ  :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 08:49:06 AM
ต้องขอบคุณ o\u boy และ mosino ที่ตั้งข้อสังเกตุมา ที่เล่าไปนั้น ปืนมันนั่งอยู่ในใจ ก็เลยนึกว่าใครๆก็ต้องรู้ ถ้าท่านที่อ่าน มีปืนยาวอยู่ข้างตัว ก็ลองหยิบๆจับๆไปด้วยก็ดี แต่ ท่าน Steel อย่านะครับ เดี๋ยวคนเห็น ลองประทับปืนอยู่ ในห้องทำงาน คนมาติดต่อซื้อของ เขานึกว่ามีคนมาปล้นเหล็กจะยุ่งกับใหญ่
 ก่อนที่จะซื้อหาปืนเก่า ลองสั่งปืนใหม่ดูก่อน จาก อิตาลี่ ดีไหม เอาว่า ที่ Perazzi ก็แล้วกัน ว่ามันปวดหัวแค่ไหน ก่อนอื่นท่านต้องเตรียมคำตอบไว้ ประมาณ 30 คำตอบให้กับร.ง.ตั้งแต่จุดบนปลายลำกล้องปืน ที่เขาเรียกกันว่าศูนย์ หน้า จะเอาเล็กใหญ่แค่ไหน สีอะไร จนถึงแผ่นรองส้นพานท้ายจะเป็นไม้ล้วน ยาง แผ่นเรียบ หรือ สาก มีรูพรุน หรือตัน หนัง หรือ บาเกไล้ แล้วก็สั่ง เจ้อ้อย BM เอา ขนาด 36 22 36 นิ้ว สูง 168 ซม ผิวขาว ตาแขก ผม สรวยยาวปะบ่า นะ นั่งรอ นอนรอ 4 เดือน เจ้ก็ส่ง มา ขนาด 28 48 38 นิ้ว บ้าง หรือสูง 155 - 175 ซม บ้าง ผิวดำ ผมหยิกบ้าง  เราก็ต้องทำใจ สั่งปืน หรือสั่งอะไรหว่า แล้วก็ต้องก้มหน้าก้มตา ใช้ไป หรือ รีบ ๆยัดเยียด ขายต่อ ไปเลย ก่อนสั่ง ต้องทำใจมากๆ เพราะ สั่งไปแล้ว ได้ปืนมา ครบตามแบบที่เราสั่ง ได้ สัก 80 % ก็ดีใจสุดๆแล้ว Perazzi ยังไม่เคยทำให้เราได้ ถึง 95% ตามที่สั่งไป ส่วนมากจะผิดที่ รายละเอียด ขนาด ของพานท้าย { Stock Measurements} ตัวปืนจะไม่ผิด
 พวกนัก ยิง Trap จึงต้อง มีคุณ หนูหลาย ๆคน อุ้ย ผิด ต้องมี พานท้ายหลายๆอัน (จุดนี้ ประสาทกว่า พวกยิง Skeet) เพราะ ร.ง. ทำผิดต้องสั่งใหม่บ้าง ซึ่งสั่งไม่ง่ายเลย น้ำหนักตัว ผอมลงแก้มตอบ หรือ อ้วนขึ้นหน้าอูม ยิงเร็วขึ้น หรือช้าลง เคยใส่แว่นสายตายิง พอไปทำเรสิกมา อันเก่าใช้ไม่ได้ ต้องสั่งใหม่อีก พวกนี้ เลยต้องมี หลายอัน
 จะเห็นว่า พวก Skeet จะมีปัญหากัน ก้วนที่ยิงด้วยกัน คนปล่อยเป้า เครื่องดีดเป้าดีดไม่ตรง เสียงหนวกหู ทั้งๆที ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ทุก อาทิตย์
 พวก Trap จะมีปัญหา กับ พานท้าย เท่านั้น
 ส่วนเรื่องหงุดหงิดกับแฟน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ สมาธิไม่ดี นั้น เป็นทั้ง Skeet และ Trap
 วันนี้เลย ไม่ได้เล่า เรื่อง ซื้อปืนเก่า ต้อง ขออภัยด้วย ท่าน Mosino เรียก แค่ พี่ น้า หรือ อา ก็พอ ครับ อย่าให้ถึง ลุง เลย กระดาก เดี๋ยวนิ้วมันสั่นพิมพ์ไม่ได้
 
รับทราบครับ ขออนุญาตเรียก คุณอา FABBRI ก็แล้วกัน.. ;)
...สงสัยคุณอา FABBRI มีอดีตฝังใจกับ เจ้อ้อย BM  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 09:31:20 AM
วันนี้เข้ามารายงานตัวแต่ต้องรีบไปก่อนนะครับมีหนังสือต้องอ่านเยอะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 11:23:19 AM
http://ถ้าท่านที่อ่าน มีปืนยาวอยู่ข้างตัว ก็ลองหยิบๆจับๆไปด้วยก็ดี แต่ ท่าน Steel อย่านะครับ เดี๋ยวคนเห็น ลองประทับปืนอยู่ ในห้องทำงาน คนมาติดต่อซื้อของ เขานึกว่ามีคนมาปล้นเหล็กจะยุ่งกับใหญ่
 ถูกต้องแล้วครับ จะทำอย่างนั้นได้ไงง ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 01:24:48 PM
พี่fabbri อารมย์ดีมุขพี่ขำกลิ้งเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 06:31:28 PM
ต้องขอแรง ร่วมมือร่วมใจ ท่านmosino จะกรุณา เขียนคำศัพท์ ของปืนเป็น Englishsss  แล้ว แปลง เป็นไทย เอาเท่าที่ มีในหนังสือลูกซองที่ท่านมีอยู่ มากน้อยก็ไม่เป็นไร เพื่อบางท่าน ที่ไม่มีหนังสือ หรือ ไม่เข้าใจ ถ้า มีรูปพานท้าย แล้ว ชี้จุดต่างๆ มีหมายเลขกำกับก็จะดี เพราะ ผมบางที่ก็มึน(กงมากไปหน่อย)เขียนวนไปวน หรือ สะแกน หน้าหนังสือ เลยก็ได้ ครับ
  ขอเสียงสนับสนุนครับ
  ผมยกมือ 1 เสียงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 06:39:56 PM
เพิ่งเจอ trygun อีกรูป

(http://album.romerun.com/Choltit/folder/15373/album/24734/image/512404/pic/original.jpg?1152271060)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 06:40:50 PM
(http://album.romerun.com/Choltit/folder/15373/album/24734/image/510250/pic/original.jpg?1152271280)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 06:52:37 PM
ขอบคุณ หลายๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 06:56:29 PM
รูป #508 เขาทำอะไรกันครับ ?  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 07:07:36 PM
เขากำลังดูว่าประทับปืนตรงไหม และปืนที่ใช้นั้น มันได้ขนาดเหมาะสม สั้น ยาว สูง ต่ำ กับเจ้าของปืนหรือไม่ ที่อิตาลี่ คนดูจะยืนชิดปลายลำกล้อง เลย และเล็งจุดกลางลำกล้อง ว่าตรงตาดำหรือไม่ ดูๆ น่าจะเป็นหนังสือ ของ ออสเตเลีย
   ท่านหายไปไหน นานจัง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 07:18:31 PM
แข่งที่จาร์กาต้า เพิ่งกลับมาครับ

(http://img126.imageshack.us/img126/2540/dsc083285xz.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 07:25:07 PM
อย่าลืมยกมือ ลง คะแนน นะครับ
  อีกสักครู่จะ มา เล่า เรื่อง ซื้อปืนเก่า  เป้าบิน ที่ยิง เป้า ได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Desperado - รักในหลวง ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 08:11:17 PM
(http://i6.tinypic.com/1z1zr02.jpg)
เก่งเท่า OZERO ของประเทศไทยไหมครับ  ;D ;D
แต่หน้าตาสู้ไทยไม่ได้แน่นอน  ;D ;D
คั่นโฆษณาช่วงรอมาเล่าต่อครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 10:09:34 PM
ยกด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 10:32:18 PM
ยกตามครับ อยากรู้เช่นกันว่าเวลาจะซื้อ ปืนแข่งมือสองต้องดูอะไรบ้าง
เพราะนักกีฬาส่วนใหญ่ใช้กันคุ้มค่าปืนจิง ๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 10:47:20 PM
                                         และแล้วก็มาถึงที่ท่านรอคอย ม 8 หรือ หนู หิ่ง ดี
  อันปืนที่ท่านจะหาซื้อนั้น ท่านต้องรู้ตัวเองก่อนว่า ท่านจะยิงเป้าบินประเภทไหนก่อน แล้วจึงค่อยหาซื้อปืน หรือ หาซื้อปืนก่อน ค่อยหาเป้า ไม่ใช่ ค่อยคิดว่าจะยิงแบบไหนดี ทางที่ดี ไป ดูก่อน ลองยิงก่อน เช่าปืนสนามก่อน จนแน่ใจ ว่าชอบ อย่าไร แล้วค่อยหาซื้อปืนในแบบที่ท่าน ชอบ ผิด ตก ยก เว้น ตัวข้า หรือ พ่อข้ารวยสะอย่างจะซื้ออะไรก็เรื่องของข้า ใครจะทำไม หรือ ขอเขาลองยิงไป3เดือน ยังตัดสินใจไม่ได้ ซักที ก็มันแพง ทำใจไม่ได้ พอมีของถูกมา งาบเลย เค้าเป้กูตายแน่น ๆ หนูหล่อก้นพังแน่ 
   ปืนเป้าบินสำหรับ ไทยแลนด์ แดนถิ่นไทยเรา (ไม่รู้แอ้ดอ่านอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวเรียกค่าลิขสิทธิ์) นั้น มีพิมพ์นิยม เบญจ (ประเทศอื่นช่างมัน) เพราะ เมืองไทยหาได้แค่นี้ คือ Beretta 682 ทั้ง เก๋า และ  Gold   ASE Gold   DT10   Perazzi MX8  MX10 Browning B 25 ส่วน ASE 90 อย่าไปยุ่งกับมันเลย ยังไงก็ไม่ขาย
  นอกนั้น เป็น ปืนเกจิ สำนักไหนก็ไม่รู้ คนที่มีอยู่ หรือ ร้านที่มีอยู่  อย่าโมโหนะครับ หมูเขาจะหามเอาดันคานมาสอด
  เมื่อท่านนึกได้แล้ว ว่าจะยิงแบบไหน ก็ พลิกไปอ่านหน้าเก่าๆว่า มีรายละเอียด อะไรบ้าง ไม่เล่าซ้ำอีกแล้ว
  เมื่อดูปืนจะซื้อ ไม่ว่าปืนอะไรก็แล้วแต่ ทั้งสั้น ยาว กรุณา  ลดความ ยาก ให้เป็น ศูนย์ อย่าให้ กิเลส บังตา ก่อนอื่น ความยาว ลำกล้อง โชค้ พานท้ายใช่ไหม ไม่ใช่ ลำกล้อง SK แต่โชค้ Trap หรือ ลำกล้อง Trap พานท้าย Skeet ที่แย่กว่านั้น เรา ถนัดขวา ดัน เอาปืนมืซ้ายมาขายเรา ยิง ไป ตั้งนาน ไม่ได้เรื่องสักที หมดแรง เอาตีน ขอ อภัย เท้า ก่ายหน้าผาก
   หรือ ปืนนี่ ยิงได้ทุกอย่าง สักกะเบือ ยัน เรือรบ  จะยิง Skeet ก็ใส่ โช๊ค กว้างเข้าไว้ จะยิง Trap ก็ใส่ โช๊ค แคบๆ เข้าไว้ นั่นยาพิษ หรอกเด็ก ทำให้คน เสียใจ มามาก จน เลิกยิงลูกซอง เป้าบิน ไปเลย
         เมื่อ ทุกอย่า ถูกต้องแล้ว  Next เล่นภาษาอิงกิดสักหน่อย
  พานท้าย มันสั้น ผิด ปกติ หรือ เปล่า ยาว แก้ได้ สั้น แก้ยาก เครื่องดูดก็หมดปัญญาแก้ เสริมศิริโคน สักวันก็เน่า เอา ของแท้ ดีกว่า แล้ว มาแต่งเอง พังกับมือ ดีกว่า คนอื่นทำพังมา สูงต่ำ ยัง ถาก ยัง พอก ได้
  ต่อมา กล่องดวงใจ เอ้ย ไก เบาผิด ปกติ หรือ เปล่า แตะแล้วลั่น  มันต้อง หนักกว่า ปืนสั้นที่เราเคยยิง หนักเข้าไว้ก่อน ของแท้ต้องหนัก (3-5 ปอนด์) เพราะ ลูกซอง ยิงเอาม่าน ไม่ได้ยิงเอาจุด เอากลุ่ม ไกเบาไม่มีประโยชน์ มีแต่ โทษหนัก เพราะ คนมือบอน ตะไบบรรลัยจัก จนลั่นไม่รู้ตัว หรือไม่ตั้งใจยิง แก้ไขขณะแข่งก็ไม่ได้ เพราะ ยิงไปแล้ว
   ต่อมา พอบิด หางปลา หางเหยี่ยว แล้ว ลำกล้อง ตก เลย เห็นไม้งามเมื่อขวานบิ่น คือ ยิงมานักต่อนัก จนหลวมไปหมด ไม่ต้องหัก ก็โค่น แล้ว
   ต่อมา Rib ทั้ง Top Rib Side Rib  คือ ภาษาไทยๆ ก็ หลังถนน ( พยายาม ให้ท่าน Mosino เล่าเร็วๆ) ที่อยู่บนลำกล้อง และ ระหว่าง ลำกล้องบน ล่าง แตก หรือ เปล่า จะรู้ได้อย่างไร ขั้นที่ หนึง เอามือตบ พานท้าย จะมีเสียงประหลาด ที่โคนลำกล้อง ก่อน ตบต้องอย่า ลืม เอาที่อุดหูออกก่อน ถ้าซ่อมแนบเนียนมากกว่านั้น (เอากาวอัด) ก็ เอา น้ำมัน ทาให้ทั่ว แล้วเช็ดออกให้หมด ผู้เล่า จะบ้าหรือ บอกให้ฉีดแล้วเช็ด ทำเป็นน้ำยาขัดพื้นไปได้ ที่ทำอย่างนั้น อย่าว่าบ้า เมื่อเช็ดน้ำมันหมดแล้ว ลองบีบ กด ขยำปุดๆ ว่ามี น้ำ--- ฮะฮะ มัน  มันซึมออกมาหรือเปล่า  ถ้ามีขอ เขา เบิล ตีตั๋วเด็ก  ลองอีกที่นะเจ้ ยังออกอีก แน่เลย แตกแน่ๆ Rib นะ  ไม่ใช่อย่างอื่น ขออภัยถ้าไม่สุภาพ เพราะคนที่จะซื้อปืนได้เกิน 20 แล้วทั้นนั้น ยกเว้น หลาน  เตย
  ดูผิวนอก ผิวใน ลำกล้อง มี รอยบุบที่ภายนอก  รอยบวมกลมๆ ที่ข้างใน หรือ เปล่า   
   ปืนใหม่ นะ หาไม่อยาก ถ้ารู้ที่หา ใช่ไหม ท่าน โชกุน  แต่ ปืนเก่า ที่ สมบูรณ์ เหมือนวัด ตัวทำเลย สำหรับเรา  นั้น หายากมาก
  จงทำใจ จงทำใจ
  ยังมีปืนเก่า ที่ สภาพ เกิน 90% ใน สนามอีกมาก  ทำไม ถึง มีแค่ 90 %  ก็เพราะ ปืน 100% ที่อิตาลี่ พอมา ถึง กท  ตอกเลข ก็เหลือ 95 % แล้ว ลองยิง 10 -20 ชุด ( 1 ชุด 25 นก 50 นัด) ก็หายไปอีก 5 %
  เล่า แบบนี้ เดิน หลังวังไม่ได้ แล้ว ไป สนาม ก็ ถูกไล่แน่ ดัน เอา ความลับ ของ เราที่ หลอกเด็ก หรือ เด็ก หลอกเรา มาบอก
 พรุ่งนี้ จะเล่า อะไร ช่วย บอก หน่อย ก่อนที่ กระทู้ จะตก ไป ที่ หน้า 5 หรือ 10
 
 
   
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 07, 2006, 10:58:08 PM
เฮ้ย ไม่ใช่ให้ยก หน้า ให้ยกมือลงคะแนน ให้ ท่าน Mosino ลงมาตอบคำ ศัพย์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 08, 2006, 07:57:58 AM
เฮ้ย ไม่ใช่ให้ยก หน้า ให้ยกมือลงคะแนน ให้ ท่าน Mosino ลงมาตอบคำ ศัพย์
ขอยกมือลงคะแนนด้วย 1เสียง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 08, 2006, 09:24:20 AM
ส่วน ASE 90 อย่าไปยุ่งกับมันเลย ยังไงก็ไม่ขาย

 ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 08, 2006, 10:48:38 AM
เฮ้ย ไม่ใช่ให้ยก หน้า ให้ยกมือลงคะแนน ให้ ท่าน Mosino ลงมาตอบคำ ศัพย์
ยกด้วยคนครับพี่ :D พี่เอาความลับมาเปิดโปงแบบนี้ระวังไปเดินหลังวังไม่ได้นะครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 08, 2006, 10:49:19 AM
แข่งที่จาร์กาต้า เพิ่งกลับมาครับ

(http://img126.imageshack.us/img126/2540/dsc083285xz.jpg)
ไปแข่งมาแล้วผลเป็นยังไงบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 08, 2006, 11:15:34 AM
พี่ Fabbri ท่านจะไปพาดพิงถึง ASE 90 ทำไม  ก็รู้อยู่แล้ว ว่าโรงงานเลิกผลิตแล้ว

ที SO5 ทำไมไม่แนะนำบ้างหละครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 12:24:34 AM
                        :)มาช่วยยกมืออีกคนครับผม  อ่ะพี่ mosino ครับพี่ FABBRI  เปิดโอกาศแล้ว เริ่มเลยครับพี่ ผมรอชมอยู่ครับผม   :) :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 08:32:27 AM
ท่านมีปัญหานี้ไหม ทำน้ำมันปืนหยดลงพื้นเช็ดเท่าไรก็ไม่หมด แถมคู่ชีวิต บ่นไม่รู้จบ หรือ เอาเทปกาวหรือโฟมสองหน้าที่เก่า  ออกจากปืนแล้วยังเหนียวหนึบหนับ จะทำอย่างไรให้หมดโดยเร็ว
   โปรดติดตามตอนต่อไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 02:20:14 PM
แถมคู่ชีวิต บ่นไม่รู้จบ

เอ่อ....... เธอบ่นผมตั้งแต่แรกซื้อปืนแล้ว  เรื่องหยอดน้ำมันเลยเป็นเรื่องเล็กน้อย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 09:46:46 PM
พี่ๆหายไปไหนกันหมดครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 09:54:00 PM
just busy.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 09:54:14 PM
          ท่าน ชลทิศ ใครบอกว่าบ่นเมื่อซื้อปืน บ่นตั้งแต่ขอแต่งาน และ คิดจะซื้อปืน
  อาวุธปืน ที่มีขาย ในประเทศไทย เป็นผลิตภัณฑ์ของหลายโรงงานหลายประเทศ เป็นธรรมดาอยู่เองที่ย่อมจะมีประสิทธิภาพและคุณสมบัติแตกต่างกัน  แต่จะตัดสินชี้ขาดว่า โรงงานไหนดีกว่ากัน มิเป็นการบังควร ผู้ซื้อควรเป็นผู้ตัดสินใจเอง
          ซื้อปืนตามกำลัง ทรัพย์
            เลือกแบบอาวุธต้องตามใจเจ้าของ

 เมื่อท่านมีปัญหา เรี่องเทปกาว ทั้งพระราม (หน้าเดียว)หรือ ทศกัณย์ (ไม่ค่อยบันเทิง  หลายหน้า) แกะออกมาแล้วเมันยัง เหนียว อยู่รวมถึง น้ำมันที่หยด ลงพื้นนั้น แก้ ง่าย ๆ และที่ท่านหลายก็คงใช้กันมาก่อน โดยเฉพาะ พวกที่ชอบ ใช้บริการ ที่ ชูวิทย์  ก็ก็ คือ แป้งไง เพียงแต่เอาแป้งโรย สะดือ เอ้ยไม่ใช่ เอาแป้งโรงที่ต้องการ แล้วเอามือลูบแรงที่กาวเหนียวอยู่ ก็จะหลุดเป็นขี้ไคล ออกหมด ถ้าเป็นน้ำมัน มันก็จะดูด อย่าเข้าใจผิด มันจะดูดซับ แล้วเราก็ สบาย ปัดออกมาเป็นเศษ ผง นะ หายห่วง ยิ่งกว่า ห้าห่วงอีก
     แต่ถ้า แผ่น กาว มันยังติดอยู่ หรือ อัดกาว ตราช้างตราไดโนเสา ไว้ จะทำอย่างไร ขูดก็ลำบาก มีดแซะ ก็จะเป็นรอย มีวิธีครับ ใช้ได้แม้นกระทั่งรูป ถ่ายกิ๋ก ที่ติดข้างฝาห้อง ติดรูปกิ๋กไว้เต็มผนัง ด้วยกาวสองหน้า บังเอิญแฟนตัวจริงมาโดยไม่นัดหมาย จะแกะออก รูปก็จะเสียยับ  จะกระชากเดี๋ยวขาดอีก แฟนไปแล้ว กิ๋กมาไม่เห็นก็จะมีเรื่อง นี่เลย ครับน้ำมันไฟแซ็ก Ronson ฉีดลงไปเลย เดี๋ยวเดียว ก็หลุด หมด รูปถ่ายยังไม่มีปัญหา แล้วปืนจะเป็นอะไร ถ้าไม่เชื่อ ลองรูปแฟนก่อน เพราะหาง่ายกว่ารูปกิ๋ก Ronson เป็นน้ำมันที่ดี กาวหลุดหมด แต่ น้ำมันจะระเหย ไปหมดเช่นกัน  โดยไม่ทำอันตรายใดๆ แก่สีเคลือบไม้ เหล็ก กระดาษรูปถ่าย ดีกว่า ทินเนอร์ หรือ กอฮอ เพราะ ทำอันตรายแก่สีเคลือนไม้
    ถ้าท่านไม่มีอะไรถามแล้ว ก็จะขอหยุดพัก  ชั่วคราว เพื่อให้ท่านอื่นๆ เล่าบ้าง ขอขอบคุณครับที่ท่านอ่านกรุณาอ่านมาถึงจุดนี้

  [/b]


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 10:01:59 PM
พี่ Fabbri  สปริงแหนบนกสับ ของ  Beretta SO  เหมือนกันกับของ ASE  ไหม แล้วข้างซ้ายกับข้างขวา เหมือนกันไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 09, 2006, 10:35:42 PM
ขอขอบคุณสำหรับความรู้ที่ได้รับมาครับพี่ :) ตอนนี้ผมดูเทนนิสรอบชิงอยู่ครับแล้วก็รอดูบอล(ลุ้นอิตาลี)ตอนบ่ายนี้ด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 12:31:53 AM
อยากให้เล่าต่อครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 03:44:30 AM
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 06:58:31 AM
น่ากลัวต้องผ่าปืนระหว่างพักยก 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 12:54:24 PM
น่ากลัวต้องผ่าปืนระหว่างพักยก
แล้วไรเฟิลละครับพี่ เห็นบอกจะนำวาระนี้ขึ้นมาพูดนานแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 02:26:41 PM
แฮะ ๆ  ผมมีปืนครับ  แต่ยังไม่มีความรู้พอที่จะมาคุยครับ พี่ Fabbri แนะนำให้ไปอ่านหนังสือมาก่อน ตอนนี้กำลังสะสมไก่ไว้เตรียมปล่อยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 04:33:48 PM
ต้องขอแรง ร่วมมือร่วมใจ ท่านmosino จะกรุณา เขียนคำศัพท์ ของปืนเป็น Englishsss แล้ว แปลง เป็นไทย เอาเท่าที่ มีในหนังสือลูกซองที่ท่านมีอยู่ มากน้อยก็ไม่เป็นไร เพื่อบางท่าน ที่ไม่มีหนังสือ หรือ ไม่เข้าใจ ถ้า มีรูปพานท้าย แล้ว ชี้จุดต่างๆ มีหมายเลขกำกับก็จะดี เพราะ ผมบางที่ก็มึน(กงมากไปหน่อย)เขียนวนไปวน หรือ สะแกน หน้าหนังสือ เลยก็ได้ ครับ
 ขอเสียงสนับสนุนครับ
 ผมยกมือ 1 เสียงครับ
เพิ่ง ล๊อคอิน เข้ามา ท่านอา FABBRI ขอมา ก็ต้องจัดให้ครับ.. เอาเท่าที่มีในหนังสือนะครับ.. ตอนนี้อยู่บ้านไม่มีสแกนเนอร์ ต้องขอเวลานิดหน่อยครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 10, 2006, 11:36:44 PM
คำศัพท์เกี่ยวกับพานท้ายปืนลูกซอง ตามที่คุณอา FABBRI แนะนำให้ค้นมาเพิ่มเติม ผิดถูกประการใด ขอคำแนะนำจากคุณอาและผู้รู้ทุกท่านครับ..
Drop at heel  (ดร็อป แอท ฮีล) คือ อัตราการลาดหรือลดต่ำลงของสันพานท้ายด้านล่าง โดยวัดจากแนวแกนสมมุติของลำกล้องไปยังส่วนบนของส้นพานท้าย ซึ่งจะต้องสัมพันธ์กับกระดูกโหนกแก้มของผู้ยิง เมื่อตวัดพานท้ายขึ้นประทับบ่าใบหน้าจะกดแนบกับสันพานท้าย โดยที่แนวลำกล้องจะเข้ามาอยู่ในแนวสายตาอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องดัดฝืน
Drop at comb  (ดร็อป แอท คอมบ์) คือ อัตราการลดต่ำลงของสันพานท้ายด้านบน ซึ่งจะต้องต่ำกว่าระดับแนวสายตาเพื่อไม่ให้บดบังหรือรบกวนสายตาในขณะเล็งยิงด้วยความรวดเร็ว
Pitch (พิทซ์) คือ อัตราการงุ้มต่ำของปลายลำกล้องจากแนวโครงปืนหรือรีซีพเวอร์กับส้นพานท้าย ปืนที่มีค่าพิทซ์สูงจัดเป็นปืนคออ่อน ส่วนปืนที่มีค่าพิทซ์ต่ำจัดเป็นปืนคอแข็ง
พิทซ์สูง = คออ่อน = เล็งง่าย ไม่ต้องกดแนบใบหน้ากับพานท้ายมากนัก ข้อเสีย ถืบหนัก...
พิทซ์ต่ำ = คอแข็ง = เล็งยากกว่าแบบคออ่อน ต้องกดแนบใบหน้ากับพานท้ายมาก นิยมใช้ออกแบบกับปืนลำกล้องยาว เพื่อลดการสั่นพริ้วของลำกล้อง  ข้อดี ถืบเบา..
Cast off/Cast in  (แคส ออฟ / แคส อิน)  เรียกง่ายๆว่า พานท้ายเบี่ยงขวา  การออกแบบพานท้ายที่ดีจะต้องมีการเบี่ยงพานท้ายเล็กน้อยเพื่อให้แนวลำกล้องมาอยู่ในแนวสายตาผู้ยิง...
Cast on  (แคส ออน) พานท้ายเบี่ยงซ้าย  เป็นการออกแบบพานท้ายเบี่ยงซ้าย สำหรับคนถนัดซ้าย เล็งด้วยตาซ้าย...
 ภาพประกอบยังไม่มี ต้องขออภัย เดี๋ยวลงให้ทีหลังครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 11, 2006, 06:12:14 PM
ขอบคุณ หลาย ๆท่าน mosino


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 12, 2006, 11:38:50 AM
ต่อด้วยคำศัพท์ลูกซองพร้อมภาพประกอบ..
Pistol grip stock(พิสตอล กริ๊พ สต๊อค) พานท้ายแบบด้ามปืน(ไม่รู้เรียกอย่างนี้หรือไม่)
(http://i1.tinypic.com/1zp2z9z.jpg)

Straight grip stock (ซทเรท กริ๊พ สต๊อค) พานท้ายแบบคอตรง
(http://i1.tinypic.com/1zp303b.jpg)

Solid rib  (โซลิด ริบ) สันสะพานทึบหรือสันสะพานตัน
(http://i1.tinypic.com/1zp386t.jpg)

Ventilated rib(เวนทิลเลตเตด ริบ) สันสะพานโปร่ง
(http://i1.tinypic.com/1zp2z9z.jpg)

Glare-proof(แกลร์-ปรู๊ฟ) ป้องกันภาพลวงตาจากอากาศร้อนเหนือลำกล้อง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 12, 2006, 12:32:50 PM
ขอคุณ ท่านmosino ที่อธิบาย คำศัพท์
(http://i2.tinypic.com/1zp7701.jpg)[/img]   
อยากถามท่านที่รู้ว่า หลังสนามยิงเป้าบิน จะมีทั้งตึกหรือบ้านคนจะไม่เป็นไรหรือ(ผมดูจากรูป)
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 12, 2006, 07:35:36 PM
 ท่านที่ไปแข่งยิงเป้าบินที่ เวียดนาม กลับ มา ได้หลายเหรียญ ส่งข่าวเข้ามาเล่าบ้างซิครับ โดย เฉพาะ  หลาน เตย ก็ได้เหรียญมานี่ครัน
   ท่าน Steel สมัยก่อนไม่มีตึกหรอกครับ ตอนนี้มี แต่กระสุน สำหรับยิงเป้าบินไปไม่ถึงหรอกครับ ยกเว้นเดินเข้าไปยิงตรงขอบบ่อ หรือ ลมแรง หรือ ยิงได้องศาที่เหมาะสม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 12, 2006, 08:47:02 PM
ได้ศัพท์หลายคำเลยครับขอบคุณพี่mosinoครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 12, 2006, 08:49:20 PM
ต้องให้ท่านอา FABBRI บรรเลงต่อแล้วหละ..ผมคั่นโฆษณามาพอสมควรแล้ว..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 12, 2006, 10:18:37 PM
น้อง Iamshooting here   Caspian หลาน Teay เอารูปออกมาอวดหน่อยซิครับ เดี๋ยวแพ้ท่าน ชลธิต (สะกดผิดอยู่ตั้งนานไม่ยักกะบอก ) นะ เราได้ตั้งเหรียญ ทอง หรือว่ากลัวผิดกระทู้ แต่ก็เป็นลูกซองเหมือนกัน 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 07:31:23 AM
แฮะๆ
อันที่จริงผมรอเวปที่เขาลงผลการแข่งอยู่น่ะครับ จะได้ไม่ต้องพิมพ์เอง :P

งั้นเดี๋ยวสรุปผลให้นะครับ

Trap ชาย ได้ 1 เงินบุคคลครับ
Skeet หญิง ได้ 1 เงินทีม และ  ทองแดงบุคคลครับ
Skeet ชาย ได้ 1 ทองทีม และ 1 ทองบุคคลครับ

ส่วนรูปรอสักพังนึงนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 07:34:55 AM
อีกเรื่องนึงนะครับ

ทางสมาคมยิงเป้าบินร่วมกับ ชมรมยิงปืนและยิงเป้าบินราชบุรี จะจัดแข่ง Skeet ชาวบ้านที่ สนามยิงเป้าบินราชบุรีวันที่ 15-16 นี้นะครับ ใครที่สนใจอยากลองยิงเป้าบินเชิญได้นะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 08:09:30 AM
น่าจะมีแทรปชาวบ้านด้วยนะครับ  จัดให้เป็นกีฬาสาธิตก็ยังดีนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 08:16:47 AM
ปรบมือดังๆเพื่อแสดงความยินดีและชื่นชม นักกีฬายิงปืนเป้าบินทุกท่านที่ได้เหรียญกลับมา..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: BSW ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 08:26:54 AM
ขอร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมด้วยครับ.....เยียมยอดเลย :VOV:

ผมตามอ่านของท่านพี่ๆมาตลอดเลยครับ... ;D :) ;D




หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 09:08:08 AM
น่าจะมีแทรปชาวบ้านด้วยนะครับ  จัดให้เป็นกีฬาสาธิตก็ยังดีนะครับ

ใจเย็นๆครับ ตอนนี้รอความพร้อมของสนาม ตจว ก่อนครับ แล้วจะมีทั้ง Trap ชาวบ้าน และ Grand Prix ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 10:14:34 AM
แฮะๆ
อันที่จริงผมรอเวปที่เขาลงผลการแข่งอยู่น่ะครับ จะได้ไม่ต้องพิมพ์เอง :P

งั้นเดี๋ยวสรุปผลให้นะครับ

Trap ชาย ได้ 1 เงินบุคคลครับ
Skeet หญิง ได้ 1 เงินทีม และ ทองแดงบุคคลครับ
Skeet ชาย ได้ 1 ทองทีม และ 1 ทองบุคคลครับ

ส่วนรูปรอสักพังนึงนะครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ อย่างผมนี่สามสิบกว่าแล้วไม่รู้ว่าไปเริ่มหัดยิงปืนจะสายไปหน่อยรึเปล่าก็ไม่รู้ ยิงเก่งไม่เก่งไม่เป็นไรครับแต่ใจรักเป็นใช้ได้ ;D แต่ที่แน่ๆไก่ป่าก็โดนผมกินไปหลายฝูงแล้ว ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 13, 2006, 09:12:58 PM
สงสัย กระทู้จะเป็นหมันแล้ว มีแต่ ท่านอ่าน ไม่มี ท่าน ถาม
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 07:49:40 AM
มาแล้วครับรูปจากฮานอย

นี่เป็นสนามของเขาครับ
(http://i1.tinypic.com/1zx1s0k.jpg)

โล่งดีครับ

และก็ คลับเฮาส์ของเขาครับ
(http://i1.tinypic.com/1zx1v5z.jpg)



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:00:45 AM
สาวๆกำลังดูนก

(http://i1.tinypic.com/1zx2h6w.jpg)


ร้อนครับ อากาศที่นั่น เลยต้องมากระจุกกันใต้ร่มแบบนี้

(http://i1.tinypic.com/1zx1wmv.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:02:24 AM
น้องเตยกับการยิงเป้าฝุ่นครั้งแรกในชีวิต

(http://i1.tinypic.com/1zx2hyw.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:04:43 AM
นักกีฬาเวียตนามครับ

(http://i1.tinypic.com/1zx2iw2.jpg)


คนนี้ก็เป็นขวัญใจของคนบางคน ;D
(http://i1.tinypic.com/1zx2kc9.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:11:05 AM
ของไทยบ้าง

(http://i1.tinypic.com/1zx2kud.jpg)


(http://i1.tinypic.com/1zx2lif.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:25:11 AM
ยิงเป้าฝุ่นที่ station 4

(http://i1.tinypic.com/1zx2o85.jpg)
แล้วเตยก็เก็บเรียบทั้ง station


ตองกำลังยิง double โปรดสังเกตุนกตัวที่สอง กำลังบินมาพอดี
(http://i1.tinypic.com/1zx378n.jpg)


อืมถ่ายเก่งแฮะ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:28:35 AM
แนะนำนักีฬาชายที่เข้าไปยิงรอบ final
(http://i1.tinypic.com/1zx3aqd.jpg)


มาดนักกีฬาเหรียญทองของเรา ;D
(http://i1.tinypic.com/1zx3voh.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:40:49 AM
เหรียญเงินของทีมหญิง

(http://i2.tinypic.com/1zx43fr.jpg)


ถ่ายกับทีมเวียตนาม ทีมเราสวยสู้เขาได้ไหมครับ เอ๊ะหรือต้องบอกว่าทีมเขาสวยสู้ทีมเราได้เปล่า หรือพี่ๆว่าไงครับ

(http://i2.tinypic.com/1zx49op.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:42:50 AM
เหรียญทองของทีมชายครับ

(http://i1.tinypic.com/1zx45uh.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 08:45:14 AM
แข่งเสร็จก็ต้องไปฉลองกันตามระเบียบ

(http://i1.tinypic.com/1zx4buo.jpg)


มื้อนี้ทีม skeet เวียตนามเป็นเจ้าภาพครับ
(http://i1.tinypic.com/1zx4cnp.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 10:05:13 AM
หุๆๆๆๆๆเป็นนักกีฬาขี้เมาทั้งนั้นเลยครับท่าน :VOV: ขอแสดงความยินดีอีกครั้งครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 10:44:44 AM
หุๆๆๆๆๆเป็นนักกีฬาขี้เมาทั้งนั้นเลยครับท่าน :VOV: ขอแสดงความยินดีอีกครั้งครับ ;D

แหมเขายื่นแก้วมา ถ้าเราไม่ชนก็เสียชื่อหมดสิครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 12:26:58 PM
ขอแสดงความยินดีด้วยกับนักกีฬายิงปืนทุกคน ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 12:56:06 PM
คุณ Iamshootinghere โชว์รูปประเภท Skeet ได้เยี่ยมมาก ประทับใจมาก แล้วประเภท Trap หละครับ อยากเห็นหน้าบ้าง อ้อ ผมหมายถึง อ๋าวหย่าย คร้าบบบบ สวยกว่าสวยไทยรึเปล่า 

น้องเตย ใช้ปืนของใครครับ แล้วใช้พานท้ายอันที่เคยคุยกันรึเปล่าครับ รึว่าพานท้ายอันอื่น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 14, 2006, 01:09:36 PM
คุณ Iamshootinghere โชว์รูปประเภท Skeet ได้เยี่ยมมาก ประทับใจมาก แล้วประเภท Trap หละครับ อยากเห็นหน้าบ้าง อ้อ ผมหมายถึง อ๋าวหย่าย คร้าบบบบ สวยกว่าสวยไทยรึเปล่า 

พอดีช่วงที่ยิง Trap ผมยังไม่ได้ไปครับ เลยไม่มีรูปมาฝาก แต่เท่าที่ดู นี่ Skeet เจ๋งสุดครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 09:24:36 AM
ยกมา รอพี่ FABBRIมาเล่าต่อครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 10:20:55 AM
ยกมา รอพี่ FABBRIมาเล่าต่อครับ
สงสัยพี่ FABBRI ไปพักร้อนที่อิตาลีมั้งครับ ไม่แน่ตอนนี้พี่เค้าอาจจะนั่งคุยกับท่านMasterทั้งหลายอยู่ก็ได้ครับ ;D เป็นการหาความรู้มาเล่าต่อให้น้องๆหลานๆฟังอีกทอดนึง ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:39:18 PM
ผมสมาชิกใหม่นะครับ  เห็นว่าคุยกันเรื่อง DOUBLE GUN ก็สนใจ เพราะไปเดินตลาดปืนหลายครั้ง ยังไม่เคยเห็น double gun แบบที่เป็นปืนไรเฟิล

ผมมั่นใจจากที่ติดตามอ่านในที่นี้ว่า ท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์ตอบกระทู้ให้ต้องมีความรอบรู้ละเอียดลึกซื้งในเรื่องเหล่านี้อย่างแน่แท้  ผมอ่านไป searchไป ตามเว็บอินเตอร์เนท  รวมทั้งได้อ่านหนังสือมาหลายเล่ม  ทราบว่า  * พรานอาชีพ * ชั้นนำของโลกมักถือ * ไรเฟิลแฝด * ประจำมือเวลาออกล่า   คำถามคือ  -

-   ไรเฟิลแฝด ยิงได้แค่ 2 นัด  ทำไม  ?   ?   ?   พรานอาชีพชั้นนำจึงเลือกใช้
-    ไรเฟิลแฝด มีคุณสมบัติ ดี เด่นอย่างไร  ?
-     ไรเฟิลแฝด เป็นปืนที่ไม่มีวางขายในตลาดบ้านเรา ผมยังไม่เคยเห็น ยังไม่ทราบว่าใครมีไว้ในครอบครอง หรือ ทางราชการไม่อนุญาต

ขอรบกวนท่านช่วยตอบให้กระจ่างแจ้งด้วยเถิดครับ และขออภัยหากผมเข้าใจผิด ถามผิดกระทู้นอกเรื่อง เพราะผมเพิ่งเข้ามาครับ

( และขออนุญาต ลงรูปที่ copy มาจากอินเตอร์เนทหลายๆรูปเพื่อความเพลิดเพลินใจครับ ผมไม่มีโอกาสได้สัมผัส * ของจริง * เลยน่ะครับ )


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:40:48 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:42:01 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:43:23 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:44:35 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:45:53 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:47:13 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:48:48 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:50:00 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 03:54:33 PM
ผมขอชี้แจงว่า ภาพปืนเหล่านี้ ผมไม่ได้ถ่ายเอง ไม่ใช่ปืนของผม แม้ผมจะชื่อ สินดี แต่ * สิน * ผม ไม่ได้ดีอย่างที่ผมอยากให้เป็น ผมจึงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของครอบครองปืนเหล่านี้ครับ

เอาภาพ และ คำถาม มาลงเพื่อท่านผู้รู้จะได้เผยแพร่ความรู้ให้เป็นวิทยาทานน่ะครับ   ขอบคุณล่วงหน้าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 06:54:57 PM
  จะดีหรือครับ คุยเรื่องปืนล่าสัตว์ บางท่านจะไม่พอใจ ว่าการล่าสัตว์ เป็น บาป  ปืนแฝดเคยใช้บ้าง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 08:18:36 PM
จะดีหรือครับ คุยเรื่องปืนล่าสัตว์ บางท่านจะไม่พอใจ ว่าการล่าสัตว์ เป็น บาป ปืนแฝดเคยใช้บ้าง

พี่ FABBRI ครับ ผมก็ว่าล่าสัตว์ไม่ดีครับ
แต่ว่าอยากให้พี่เล่าให้ฟังว่า ไรเฟิลแฝดมันดีอย่างไร ทำไมถึงแพง ทำไมถึงมีคนนิยมใช้น่ะครับ
ผมเองเกิดไม่ทันยุคล่าสัตว์อยู่แล้ว ไรเฟิลแฝดก็เพิ่งจะเคยจับตัวจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้เองครับ

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 09:06:46 PM
คุยกันแบบนักนิยมปืนก็น่าจะดีนะครับ ก็เหมือนกับปืนลูกซองนั่นแหละครับพี่ Fabbri ไม่ได้หมายความว่ามีปืนลูกซองแฝด จะต้องเอาไปยิงนกยิงสัตว์เสมอไปซะเมื่อไหร่กันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 09:14:53 PM
ไรเฟิลแฝดก็มีแต่ล่าสัตว์ เท่านั้น ยังไม่เห็น มีอย่างอื่นที่ใช้ ออ้มีอีกอย่าง เอาไว้ ยิงกำแพง ทุบตึก ไม่ต้อง ใช้ฆ้อนทุบ ถ้ามีคนสนใจ ก็จะเล่า รอท่าน ลูกซองสั้นฝึกวิทยาวุธ  เลี้ยงไก่ ก่อน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 09:26:33 PM
อีกอย่างที่ ลืมบอกไป ลูกซอง คนไม่ค่อยรู้ เล่าผิดเล่าถูก ยังไงก็ได้ แต่ไรเฟิล คนรู้มาก ขออภัยที่เอ่ยนาม เช่น ท่าน มะขิ่น สุพินย์ USP 40 และอีกหลายๆท่าน เดี๋ยวต้องเลี้ยงไก่ เหมือน ท่าน ลูกซองสั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 09:36:46 PM
ปืนไรเฟิลแฝดเป็นปืนไรเฟิลล่าสัตว์ที่สามารถยิงซ้ำนัดที่สองได้รวดเร็วกว่าปืนไรเฟิลลูกเลื่อนครับ และ ในกระสุนปืนขนาดใหญ่ ที่ว่าใหญ่ที่สุด เช่น .700 Nitro Express ก็ยังไม่ได้ใหญ่ไปกว่า กระสุนลูกซอง 12 Gauge ครับ ผมเดาว่า ย้ำครับ เดาว่า ไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ๆ จะใช้โครงปืนขนาดเดียวกับปืนลูกซองแฝดนั่นเอง ซึ่งถ้าใครได้เคยจับถือ หรือใช้งานปืนลูกซองแฝดเป็นประจำ จะสามารถใช้งานปืนไรเฟิลแฝดได้อย่างถนัดเลยครับ 

จากบทความจากหนังสือป่าๆปืนๆ ผมคิดว่าปืนไรเฟิลแฝดจะเหมาะกับการล่าสัตว์ในระยะประชิดตัว ในป่ารกทึบ สัตว์วิ่งสวนเข้ามาหานายพราน ต้องรีบยิงซ้ำอย่างรวดเร็ว มีโอกาสซ้ำได้แค่นัดเดียว แฮะ ๆ แปลว่ามีโอกาสแค่สองนัด ถ้ายิงผิดทั้งสองนัด ก็สวัสดีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 10:14:53 PM
ปืนไรเฟิลแฝดเป็นปืนไรเฟิลล่าสัตว์ที่สามารถยิงซ้ำนัดที่สองได้รวดเร็วกว่าปืนไรเฟิลลูกเลื่อนครับ และ ในกระสุนปืนขนาดใหญ่ ที่ว่าใหญ่ที่สุด เช่น .700 Nitro Express ก็ยังไม่ได้ใหญ่ไปกว่า กระสุนลูกซอง 12 Gauge ครับ ผมเดาว่า ย้ำครับ เดาว่า ไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ๆ จะใช้โครงปืนขนาดเดียวกับปืนลูกซองแฝดนั่นเอง ซึ่งถ้าใครได้เคยจับถือ หรือใช้งานปืนลูกซองแฝดเป็นประจำ จะสามารถใช้งานปืนไรเฟิลแฝดได้อย่างถนัดเลยครับ

จากบทความจากหนังสือป่าๆปืนๆ ผมคิดว่าปืนไรเฟิลแฝดจะเหมาะกับการล่าสัตว์ในระยะประชิดตัว ในป่ารกทึบ สัตว์วิ่งสวนเข้ามาหานายพราน ต้องรีบยิงซ้ำอย่างรวดเร็ว มีโอกาสซ้ำได้แค่นัดเดียว แฮะ ๆ แปลว่ามีโอกาสแค่สองนัด ถ้ายิงผิดทั้งสองนัด ก็สวัสดีครับ
เอวังด้วยประการ ละ เช่นนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 10:18:52 PM
ปืนไรเฟิลแฝดเป็นปืนไรเฟิลล่าสัตว์ที่สามารถยิงซ้ำนัดที่สองได้รวดเร็วกว่าปืนไรเฟิลลูกเลื่อนครับ และ ในกระสุนปืนขนาดใหญ่ ที่ว่าใหญ่ที่สุด เช่น .700 Nitro Express ก็ยังไม่ได้ใหญ่ไปกว่า กระสุนลูกซอง 12 Gauge ครับ ผมเดาว่า ย้ำครับ เดาว่า ไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ๆ จะใช้โครงปืนขนาดเดียวกับปืนลูกซองแฝดนั่นเอง ซึ่งถ้าใครได้เคยจับถือ หรือใช้งานปืนลูกซองแฝดเป็นประจำ จะสามารถใช้งานปืนไรเฟิลแฝดได้อย่างถนัดเลยครับ

จากบทความจากหนังสือป่าๆปืนๆ ผมคิดว่าปืนไรเฟิลแฝดจะเหมาะกับการล่าสัตว์ในระยะประชิดตัว ในป่ารกทึบ สัตว์วิ่งสวนเข้ามาหานายพราน ต้องรีบยิงซ้ำอย่างรวดเร็ว มีโอกาสซ้ำได้แค่นัดเดียว แฮะ ๆ แปลว่ามีโอกาสแค่สองนัด ถ้ายิงผิดทั้งสองนัด ก็สวัสดีครับ

เอวังด้วยประการ ละ เช่นนี้

มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือครับพี่
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 10:27:10 PM
อ่านหนังสือก่อน ขนาด คนสองคนกอดกันกลม ในช่องทางเดินแค่ทางเดินแคบๆ ควายผ่านได้ตัวเดียว หลบซ้าย ขวาก็ไม่ได้  ควายขนาด 2ตัน วิ่งเข้ามาระยะ แค่ 5เมตร พรานคุ้มกันจะทำอย่างไร คำตอบ คำตอบๆๆๆ ก็เอาปืนไรเฟิลแฝด.500 Nito ยัดเข้าไประหว่างคนกอดกัน แล้ว เหนี่ยวไกยิงทั้งสองลำกล้อง ทีละนัดนะครับโปรดเข้าใจ แรดตายห่างจากคนทั้งสอง แค่ 1 เมตร เท่านั้น ไม่เชื่อว่า ลูกเลื่อนทำได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 11:06:14 PM
พี่ Fabbri ครับ พี่ชิงรวบไก่ของผมไปหมดเลย ผมจะตั้งคำถามให้พี่ช่วยตอบหละ กะว่าต้องชิงไก่กลับมาได้บ้างหละ

ปืนไรเฟิลแฝด ดั้งเดิมออกมาสำหรับกระสุนแบบมีขอบจานท้าย กระสุนแบบนี้ ปัจจุบันคือขนาดอะไรบ้างครับ

แล้วทางโรงงานทั้งหลายก็เอาใจตลาด โดยการแก้ไข Ejector ให้สามารถบรรจุและดีดปลอกกระสุนแบบไม่มีขอบได้ ผมเจอปืนแบบที่ว่านี้มาสามกระบอกแล้วครับ ทุกกระบอกบรรจุกระสุนไม่คล่องเลยครับ ถามหน่อยเถอะพี่ ยัดลูกยังค่อนข้างฝืดๆเลย คือ เหล็กสปริงดันร่องจานท้ายกระสุนมันดันด้านข้างลูกปืนแน่นมาก ผมสงสัยว่าพอยิงแล้วหักลำกล้องลง Ejector มันจะดีดปลอกกระสุนที่ยิงแล้วกระเด็นออกไปเลยรึเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 15, 2006, 11:52:35 PM
เวลา ยิงเป้ายัดลำบากครับ ยิงก็ถีบหนัก เวลายิงสัตว์ ยัดเร็วมาก ยิงนุ่มมาก ขออภัยใช้ภาษาโบราณ
 ที่ยัดลำบากเพราะ มีสองเด้ง ไหนจะ ยัดลูก ไหนจะมีขอรั้ง ที่ร่อง ขอบกระสุน และ ขอรั้งใหญ่อีก
 เวลายัด ต้องทำใจ หลับหูหลับตา อัดมันเข้าไป
  พูดจริงๆ ยังไม่เคยยัดลำบากเลย ไม่ว่าขนาดไหน เพราะ ปืนหนัก กระสุนก็หนัก อย่าไปใช้มัเลย หนักก็หนัก แพงก็แพง  ซื้อมา เท่าไร ขายผมครึ่งราคาก็แล้วกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 12:22:57 AM
ปืนหนัก กระสุนก็หนัก อย่าไปใช้มัเลย หนักก็หนัก แพงก็แพง ซื้อมา เท่าไร ขายผมครึ่งราคาก็แล้วกัน


อ้าวพี่ ไหงสรุปแบบนั้นหละ



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 10:28:26 AM
ผมรับซื้อด้วยคนครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 06:29:03 PM
ผมมั่นใจจากที่ติดตามอ่านในที่นี้ว่า ท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์ตอบกระทู้ให้ต้องมีความรอบรู้ละเอียดลึกซื้งในเรื่องเหล่านี้อย่างแน่แท้ ผมอ่านไป searchไป ตามเว็บอินเตอร์เนท รวมทั้งได้อ่านหนังสือมาหลายเล่ม ทราบว่า * พรานอาชีพ * ชั้นนำของโลกมักถือ * ไรเฟิลแฝด * ประจำมือเวลาออกล่า คำถามคือ -

- ไรเฟิลแฝด ยิงได้แค่ 2 นัด ทำไม ? ? ? พรานอาชีพชั้นนำจึงเลือกใช้
- ไรเฟิลแฝด มีคุณสมบัติ ดี เด่นอย่างไร ?
- ไรเฟิลแฝด เป็นปืนที่ไม่มีวางขายในตลาดบ้านเรา ผมยังไม่เคยเห็น ยังไม่ทราบว่าใครมีไว้ในครอบครอง หรือ ทางราชการไม่อนุญาต


อ้างถึง
คำถามที่ 1 ที่พรานอาชีพเลือกใช้  กระสุนมีขนาดใหญ่ และ แรงปะทะ มาก กว่า แบบลูกเลื่อน ในสมัยก่อน
                            2 ยิงได้เร็ว ใน สองนัด  บางครัง  กระสุนด้าน ปืนเสียไปข้างหนึ่ง ยังมีอีกข้างหนึ่ง ใช้ได้  ขณะรอนแรมอยู่ในป่า ก็ ซ่อมแซมได้ง่าย ดูแลทำความสอาด ภายในได้ง่ายในบางแบบ เช่น Side Lock
                            3 ไรเฟิลแฝด มีใช้ในบ้านเรามา เกือบ 100 ปีแล้ว ส่วนมากจะเป็นพวกเจ้านายที่ไปเรียน แถบยุโรป แล้วนำกลับมาใช้ล่าสัตว์ และ ปัจจุบันยังมีวางขายกันอยู่ แต่ขนาดไม่ สู้จะใหญ่นัก เพราะ คนออกกฎหมายกลัวจะเอาไปยิงรถถัง ลองดูหน้า ซื้อ ขายเก่าๆ มะมีให้เห็น
       พรานอาชีพ ก็มีความเห็นแตกต่างกันออกไป บางคนก็ชอบใช้ไรเฟิล ลูกเลื่อนขนาดเล็ก เช่น การามาโจ้ เบล ใช้ปืน ขนาด 6.5x53.5 Daudetean ใกล้เคียง กับ ขนาด 6.5X54 มัลลิคเคอร์ ชะนาวเออร์ ( ไม่ใช่ สไตเออร์ มัลลิคเคอร์ ในปัจจุบัน ) ปืนนี้ น้อย  อินทนนย์ ให้ ตาเกิ้น ใช้ในเรื่อง ล่องไพร นาย เบล คนนี้ยิงช้างไป มาก กว่า 6000 (ครับ หกพัน ไม่ผิด )เชือก ช้างอย่างเดียว อย่างอื่นยังไม่คิด
       ส่วน J.A. Hunter ยิงทั้งแรด และ ช้าง และสัตว์ อื่น กว่า 20000 ครับ สองหมื่น ทำให้สัตว์ เกือบสูนพันธ์ ในประเทศเคนย่า บางครั้งแกยิงแรด ล้างตระกูลเลย คือหมดไปจากพืนที่ในแผนที่ และนายคนนี้ เคย พาเจ้าฟ้าหญิง อลิซเบธ (ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า ) ไป ท่อง SAFARI แล้วเข้า พัก ในที่พัก บนต้นไม้( ปัจจุบันทำเป็นโรงแรมให้คนทั่วไปพัก) ขาขึ้นเป็น เจ้าฟ้าหญิง ขาลง เป็น ราชินี อังกฤษ นายพรานคนนี้ จะไม่ยอมล่าช้างหรือแรด ด้วยปืนแฝดที่มีขนาดต่ำกว่า .450 NE เด็ดขาด
  เลยตัดสินไม่ได้ ว่า ปืน แฝด หรือ ลูกเลื่อน กระสุนเล็ก หรือ ใหญ่ น่าจะอยู่ที่ความ พอใจ และชำนาญ มากกว่า
 วนไปวนมาก็หนีไม่พ้นเรื่อง ล่าสัตว์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 08:21:17 PM
ฝากให้คุณสินดี...เมอร์เคิล  S/S .375 H&H

(http://i2.tinypic.com/205yu5k.jpg)

(http://i2.tinypic.com/205y2bd.jpg)

(http://i1.tinypic.com/205y5w2.jpg)

(http://i1.tinypic.com/205yuqp.jpg)

(http://i2.tinypic.com/205y4qs.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 08:36:59 PM
ถ้า ท่านโชกุน จะกรุณา ลงรูป .470NE ก็จะกรุณา มากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 08:40:58 PM
เรียนสอบถามคุณอา FABBRI..อีตา J.A.Hunter ยิงเพื่อทำลายล้างอย่างเดียวเลยหรือครับ..
..แล้วพรานท่านใดยิงเพื่อจำกัดประชากรสัตว์ไม่ให้มีมากเกินสมดุล..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 08:46:44 PM
Hunterเราอ่านประวัตฺเขาเป็นเช่นนั้น ตอนหลัง ก็มาอนุรักษ เหมือน หมอบุญส่ง ส่วน อเล็ก ซานเดอร์ เลก ยิงเพื่อ อนุรักษ  เหมือน F.........


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 08:52:21 PM
ถ้า ท่านโชกุน จะกรุณา ลงรูป .470NE ก็จะกรุณา มากครับ

ผมไม่มี้..พี่นะเอามาโชว์ให้น้องๆหลานๆ น้ำลายหกกันบ้างซิครับ...
กำลังตามหาอยู่เหมือนกันครับ.470เนี่ย...ไม่รู้มีใครสั่งไว้...อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 09:13:04 PM
กระเป๋าสวยจังนะ ท่านโชกุน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 09:15:44 PM
Hunterเราอ่านประวัตฺเขาเป็นเช่นนั้น ตอนหลัง ก็มาอนุรักษ เหมือน หมอบุญส่ง ส่วน อเล็ก ซานเดอร์ เลก ยิงเพื่อ อนุรักษ เหมือน F.........
ขอบคุณมากครับ คุณอา..
 สงสัย F.....คือใคร?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 09:21:51 PM
แฮๆๆไม่ใช่ Fabbri  เป็น แฟรงกิลน  ดี รูเวล นะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 09:24:24 PM
ผมยังนึกว่าเป็น Fabbri เหมือนกันเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 09:25:51 PM
เข้าใจอำนะคุณอา.. ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 10:13:57 PM
กระเป๋าสวยจังนะ ท่านโชกุน
แล้วพี่ไม่เอาปืนสวยมาให้น้องๆดูกันบ้างหรือครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 10:29:53 PM
เข้ามาแล้วครับ    ;D  ช้าหน่อยดีกว่าไม่มา     :o    ถามเค้าไว้แล้วก็ต้องติดตามผลงาน     :)
ขลุกขลักนิดหน่อยครับ  เปรียบเสมือน " ปืนยืม ลูกขอ " น่ะครับ
ผมเนี่ยมันประเภท  " คอมฯยืม  (ชั่วโมงอินเตอร์) เน็ทขอ   ;D

มันมีอยู่คำนึง search เจอ คือ  DRILLING 
ปืนไรเฟิล ก็มีเกลียวข้างใน  พวกไรเฟิลแฝด ก็มีเกลียวข้างใน
แล้ว  *  กรรมวิธี  * ดังกล่าวนี้มันแตกต่าง หรือยากเย็นแสนเข็ญยังไงครับ

ไรเฟิลแฝดถึงได้  แพง    เหลือเกิน  :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 10:47:46 PM
ดีลลิ่ง เป็น สามลำกล้อง อาจจะเป็น ลูกซอง สองลำกล้องข้างบน แล้วมีไรเฟิล ข้างล่าง หรือ ไรเฟิล ข้างบน สองลำกล้อง แล้วมีลูกซองข้างล่าง ก็ได้
  ปืนถ้าไม่มีเกลียว ก็เป็นลูกซอง มีเกลียวก็เป็น ไรเฟิล นี่พูดถึง ปืนยาวนะครับ ส่วน ลูกซอง มีเกลียว เรียก พาราดอก
 ปืนไรเฟิลแฝด ถูกๆ ก็มีนะครับ ดังที่ได้ เล่า ไปแล้ว
คุณ สินดี กรุณาอ่าน PM ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jackpot ที่ กรกฎาคม 16, 2006, 11:01:03 PM
ชอบแบบที่ข้างบนเป็นไรเฟิลข้างล่างเป็นลูกซองง่ะคับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 08:08:16 AM
ไรเฟิลแฝด ชื่อก็บอกแล้วว่าสองลำกล้อง การจะทำให้ลำกล้องทั้งสองยิงโดนจุดเดียวกันนี่ซิครับ สาเหตุของการทำยาก

เรื่องราคาแพง ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะมีความต้องการซื้อน้อย ขายได้น้อย เลยต้องตั้งราคาไว้สูง ต้นทุนสูง

ผมเองยังสงสัยอยู่ไม่หายเลย ปืน Merkel ราคาของแฝดไรเฟิลจะสูงกว่าแฝดลูกซองแค่สัก 15 เปอร์เซนต์ เท่านั้น สังเกตดู Receiver ของทั้งสองตัวเหมือนกันมาก จนผมคิดว่าน่าจะใช้ Receiver ตัวเดียวกัน ทีนี้ การทำลำกล้องแฝดลูกซองจะมีราคาต้นทุนต่ำกว่าลำกล้องแฝดไรเฟิลรึเปล่า ก็ไม่แน่นะครับ ลูกซองอาจจะถูกกว่าเพราะขายมากกว่าก็ได้

ส่วนที่คุณสินดีว่า ทำไมไรเฟิลแฝดจึงแพงมาก สงสัยจะไปดูของโรงงานแพงๆมั่งครับ ถ้าโรงงานนั้นแฝดลูกซองแพง เวลาทำแฝดไรเฟิลออกขาย แน่นอนมันก็ต้องแพงตามๆกันไปครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 12:33:47 PM
ชอบแบบที่ข้างบนเป็นไรเฟิลข้างล่างเป็นลูกซองง่ะคับ
บ้านเราตอนนี้มีไบคาล ล่าง.308 บนเป็นลูกซอง ขายอยู่สี่หมื่นกลาง โทรไปคุยหา.308 เขาบอกว่ามีแถมลูกซองให้ด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 01:57:33 PM
ดีลลิ่ง เป็น สามลำกล้อง อาจจะเป็น ลูกซอง สองลำกล้องข้างบน แล้วมีไรเฟิล ข้างล่าง หรือ ไรเฟิล ข้างบน สองลำกล้อง แล้วมีลูกซองข้างล่าง ก็ได้
 ปืนถ้าไม่มีเกลียว ก็เป็นลูกซอง มีเกลียวก็เป็น ไรเฟิล นี่พูดถึง ปืนยาวนะครับ ส่วน ลูกซอง มีเกลียว เรียก พาราดอก
 ปืนไรเฟิลแฝด ถูกๆ ก็มีนะครับ ดังที่ได้ เล่า ไปแล้ว
คุณ สินดี กรุณาอ่าน PM ด้วยครับ
Drilling หรือ Drillinge (ไม่แน่ใจนัก หรือคำหลังเป็นภาษาเยอรมัน วานผู้รู้ช่วยบอกที)  คือ ปืนแบบคอมบิเนชั่นสามลำกล้อง  อย่างที่คุณอา FABRRI บอกไว้..
 ปืนแบบคอมบิเนชั่นทั้งหมดได้รับการผลิตขึ้นในยุโรปตอนกลาง โดยเฉพาะเยอรมันและออสเตรีย โดย บ. F.W. Heym กับ Krieghoff   และมีการผลิตขึ้นทีอเมริกากับอังกฤษจำนวนไม่มากนัก ที่ผลิตในอเมริกามีรายเดียว คือ Frank Hollenberk..
..ปืนแบบคอมบิเนชั่น ออกแบบและจดสิทธิบัตรโดย Friedrich Wilhelm Hyem ในปี คศ.1891 แบบแรกคือลูกซองสองลำกล้องวางขนานมีลำกล้องไรเฟิลอยู่ตรงกลางบน..และเป็นต้นแบบของปืนแบบคอมบิเนชั่น โดยมีลักษณะการวางดังนี้..
 ........รูปแบบของลำกล้องแฝด....
1. Doppelflinten เป็นการวางลำกล้องลูกซองสองลำกล้องแบบแฝดขนานหรือแฝดซ้อน
2. Buchsflinten เป็นการวางลำกล้องลูกซองกับลำกล้องแบบแฝดขนาน
3. Bockbuchsflinten เป็นการวางลำกล้องลูกซองกับลำกล้องไรเฟิลแบบแฝดซ้อน
4. Doppelbuchse หรือ Bockdoppelbuchse เป็นปืนที่วางลำกล้องไรเฟิลสองลำกล้องเข้าไว้ด้วยกันในแบบแฝดขนาน
5. Burgstutzen เป็นการวางลำกล้องลำกล้องไรเฟิลซ้อนล่าง/บน มีความต่างขนาดของกระสุน อาจเป็นกระสุนไรเฟิลชนวนกลางขนาดใหญ่ อีกลำกล้องเป็นกระสุนชนวนริมขนาดเล็ก
6. Doppelbuchsbergstutzen เป็นการผสมลำกล้องของไรเฟิลชนวนกลางขนาดใหญ่กับชนวนริมขนาดเล็กโดยวางแบบขนาน
....แบบคอมบิเนชั่น(Combination)....
1.Flintendrilling เป็นปืนแบบคอมบิเนชั่นที่วางลำกล้องลูกซองสามลำกล้องเข้าไว้ด้วยกัน
2. Doppelbuchsdrilling เป็นการวางลำกล้องไรเฟิลสองลำกล้องไว้ข้างบนลำกล้องลูกซองอยู่ด้านล่าง
3. Kugeldrilling วางลำกล้องไรเฟิลสองลำกล้องคู่ขนานไว้ด้านบนและลำกล้องไรเฟิลแชมเบอริ่งบอลล์ หรือลำกล้องสำหรับการยิงกระสุนลูกโดดไว้ด้านล่าง
4. Bockdrilling วางลำกล้องสำหรับยิงกระสุนลูกซองไว้เหนือลำกล้องกระสุนไรเฟิลที่มีคาลิเบอร์ใหญ่เป็นพิเศษโดยมีลำกล้องปืนไรเฟิลขนาดเล็กวางไว้ด้านข้างลำกล้องไรเฟิลอีกลำกล้อง...
........ผิดถูกประการใด วานคุณอา FABBRI และผู้รู้ทุกท่านเสนอแนะเพิ่มเติมด้วยนะครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 06:30:40 PM
ต่อเรื่อง ปืนแบบคอมบิเนชั่น อีกหน่อย..
..ปืนแบบคอมบิเนชั่นมีการนำเอาลำกล้องปืนลูกซองและลำกล้องปืนไรเฟิลมารวมเข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่สองลำกล้องขึ้นไป
มีการวางรูปแบบลำกล้องในลักษณะที่แตกต่างกันทั้งแบบแฝดขนานหรือแฝดซ้อนก็ได้
ที่สำคัญก็คือในจำนวนลำกล้องทั้งหมดต้องมีลำกล้องลูกซองอย่างน้อยหนึ่งลำกล้อง และลำกล้องที่ใช้กระสุนไรเฟิลอย่างน้อยหนึ่งลำกล้องรวมอยู่ด้วยเสมอ.. แต่ไม่ว่าจะวางลำกล้องแบบใด สิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งของปืนแบบคอมบิเนชั่นคือจะต้องติดตั้งศูนย์ไรเฟิลเสมอ(แน่ละเพราะมีลำกล้องไรเฟิลอยู่ด้วย ;D)
 ปืนแบบคอมบิเนชั่นแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะใหญ่ๆดังนี้..
1. Double barreled smooth bore/bullet side by side มีชื่อภาษาเยอรมันว่า Buchsflinten เป็นปืนแฝดขนาน ลำกล้องหนึ่งยิงลูกซอง อีกลำกล้องหนึ่งเป็นไรเฟิล แต่มีบางยี่ห้อทำลำกล้องลูกซองทั้งสองลำกล้อง แต่ลำกล้องหนึ่งเป็นลำกล้องเรียบ อีกลำกล้องมีเกลียว(พาราดอก) ไว้สำหรับยิงลูกโดดแบบไรเฟิลสลั๊ก(ลูกโดดซาโบต์ ที่อาจารย์สาริน นำมาทดสอบให้ดูนั่นแหละ) และมีศูนย์ไรเฟิลติดตั้งไว้ด้วย
2.Double barreled smooth bore/bullet over and under มีชื่อภาษาเยอรมันว่า Bockbuchsflinten เป็นปืนแฝดซ้อน ลำกล้องหนึ่งเป็นลูกซอง อีกลำกล้องหนึ่งเป็นไรเฟิล ลำกล้องลูกซองอาจอยู่บนหรือล่างก็ได้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ส่วนมากมักวางลำกล้องไรเฟิลไว้ด้านบน
3.Triple barreled firearm หรือ Drilling เป็นปืนแบบสามลำกล้อง อาจมีลำกล้องลูกซองสองลำกล้องไรเฟิลหนึ่งลำกล้อง หรือไรเฟิลสองลำกล้อง ลูกซองหนึ่งลำกล้อง ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน  ปืนคอมบิเนชั่นสามลำกล้องแบ่งลักษณะการวางลำกล้องดังนี้
-ลำกล้องลูกซองแฝดขนานอยู่บน ลำกล้องไรเฟิลอยู่ล่าง
-ลำกล้องไรเฟิลแฝดขนานอยู่บน ลำกล้องลูกซองอยู่ล่าง
-ลำกล้องลูกซองอยู่บน ลำกล้องไรเฟิลแฝดเหลื่อมอยู่ล่าง
4.Quadruple barreled firearm เป็นปืนสี่ลำกล้อง มีลักษณะการวางเหมือนกับแบบสามลำกล้อง แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากมีขนาดใหญ่โตเทอะทะเกินไป ปัจจุบันไม่มีบริษัทใดผลิตออกมาขายเชิงพาณิชย์ ถ้าอยากได้ต้องสั่งพิเศษ(เหมาะสำหรับ อา FABBRI กับ พี่เสก ที่นิยมของแปลก  ;D)
...เล่ามานาน ผมเตรียมไก่ไว้เป็นเล้า ปล่อยให้หมดแหละ เก็บไว้เดี๋ยวเป็นหวัดนก....


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:19:39 PM
อ้าฮ้า มีคนช่วยแล้ว สบายเรา
 ปืนสี่ลำกล้อง ยังมี ผลิต อยู่ เป็น ขนาด 20G ทำที่อิตาลี่ Abbiatico & salvinelli  หรือ FAMARS หาไม่ยาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:21:17 PM
อ้าฮ้า มีคนช่วยแล้ว สบายเรา
 ปืนสี่ลำกล้อง ยังมี ผลิต อยู่ เป็น ขนาด 20G ทำที่อิตาลี่ Abbiatico & salvinelli หรือ FAMARS หาไม่ยาก
คุณอาต้องมีแอบไว้แน่ๆเลย เอามาโชว์ซะดีๆ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:21:57 PM
แล้วปืนที่มี 14 ลำกล้องละครับพี่ ;D ผมเห็นในรูปน่าเอามาสะสมไว้จังเลยครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:27:50 PM
แค่ 4ลำกล้อง ก็ลำบากแล้ว 14ลำกล้องคงต้อง รอเป็นกระบอกสุดท้าย ให้คนที่รักเรา ส่งไปให้ตอนทำกงเต็ก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:32:58 PM
มีจริงๆนะครับพี่ :~)อยู่ที่Museum of Weapons,Liege ที่เบลเยี่ยมน่ะครับ ผลิตเมื่อปี1795 เป็นขนาด.30ครับ

แก้ไขแล้วครับจากฝรั่งเศษเป็นเบลเยี่ยม ;D ขอบคุณพี่FABBRIมากครับที่PMมาบอกว่าผมลงชื่อประเทศผิดไป คงจะกลัวว่าผมจะหน้าแตก :~)เลยได้ส่งข้อความส่วนตัวมาบอกให้  ;Dขอบคุณมากๆครับ ;Dคือผมก็อ่านหนังสือหลายเล่มไปหน่อยเลยจำสับสนกับ MUSEUM OF HUNTING AND NATURAL HISTORY,PARIS


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:42:33 PM
ครับใช่ ไปเห็นมาแล้ว และ เขาเปิดให้ เข้าไปวันหยุด เพราะ เราไม่มีเวลา เดิน 4 คนไม่มีคนเฝ้าด้วย น่าจะหยิบมานะ แต่เกรงใจ บราวนิ่ง ต้อง ทำใช้เขา หรือ  จ่ายค่าประกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:49:06 PM
อ้าวพี่ไปมาแล้วหรือครับนี่ ผมละอยากไปดูมากเลยครับที่นี่เอาไว้ต้องหาโอกาศไปให้ได้สักครั้งนึงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 07:52:29 PM
ดูมาแล้วก็เล่าถ่ายทอดประสบการณ์ให้ ชาวเวบ ฟังบ้างเน้อ คุณอา ผมก็อยากฟัง...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 10:01:00 PM
พี่ Fabbri

พอจะหา VDO หรือ VCD มาให้หลานๆได้ดูเป็นบุญตาบ้างไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 10:26:58 PM
พี่ Fabbri

พอจะหา VDO หรือ VCD มาให้หลานๆได้ดูเป็นบุญตาบ้างไหมครับ
ก็กลับไปเปิดดูที่บ้านซิครับ  ออ้ลืมไป ไม่ได้ส่งให้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 10:49:34 PM
            ;Dพี่ mosino สุดยอดเลยครับพี่เรื่องไรเฟิลแฝด ว่างๆต้องไปจับตัวพี่มาเล่าให้ฟังที่สนามอดิศรซะแล้ว   ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 17, 2006, 10:52:55 PM
;Dพี่ mosino สุดยอดเลยครับพี่เรื่องไรเฟิลแฝด ว่างๆต้องไปจับตัวพี่มาเล่าให้ฟังที่สนามอดิศรซะแล้ว ;D
โม้ตามหนังสือ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 05:04:53 AM
พี่ Fabbri

พอจะหา VDO หรือ VCD มาให้หลานๆได้ดูเป็นบุญตาบ้างไหมครับ
ก็กลับไปเปิดดูที่บ้านซิครับ ออ้ลืมไป ไม่ได้ส่งให้


 :)
 เอาไว้อ้างอิงไงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 10:10:34 AM
พี่ Fabbri

พอจะหา VDO หรือ VCD มาให้หลานๆได้ดูเป็นบุญตาบ้างไหมครับ
อยากดูมั่งจังครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 11:59:36 AM
แก้ไขข้อมูลที่617ให้แล้วนะครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 08:36:23 PM
แก้ไขข้อมูลที่617ให้แล้วนะครับพี่
แหม บอกเงียบๆ แล้วนะ
ไม่มีคนถาม ถามเองก็ได้ ทำไม ปืน ไรเฟิลแฝดที่พรานตัวจริงเสียงจริง จึงใช้แต่ กระสุนที่ มีริม เอาภาษาไทยก็แล้วกัน มีขอบจานท้าย และ พวกพรานนั่งห้องปรับอากาศ จึงชอบกระสุนที่ ไม่มีจานท้าย แถมคุยอีกต่างหาก  ใครรู้บ้าง ตอบที่ มีรางวัล ลมๆแล้งๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 08:56:35 PM
ไม่มีความรู้เรื่องไรเฟิล เลยตอบไม่ได้ครับคุณอา..วันนี้ปล่อยไก่ตัวเบิ้อเริ่ม อ่าน .30-06 ว่า สามศูนย์ ศูนย์หก เดาะใส่ภาษาปะกิต ด้วยว่า "เทอตี้ ออด ซิก"  ผมอายสามตลบเลย.. :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 09:10:33 PM
ไม่ปล่อยไก่หรอกครับ พรานโบราณ บางท่าน ก็ใช้คำนี้ เพราะ หลังจุดทศนิยม จะไม่ใช้สิบ มันต้อง ขนาด จุด สามศูนย์ เช่น.45 ทำไมไม่ใช้ขนาด จุดสี่สิบห้า  แต่ใช้ จุดสี่ห้าละครับ .30 เป็นขนาดกระสุน 06 เป็นปีที่ ออกแบบ พรานคนแรกที่ใช้ปืนนี้ล่าสัตว์ใหญ่ ในปี 1906 ด้วยปืน สปริงฟิล 1903  คือ เลขที่ออกคือ ประธานาธิบดี รูสเวลท์ ยิง สิงโต กรุณาดุ Vcd ที่ส่งให้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 09:34:30 PM
แก้ไขข้อมูลที่617ให้แล้วนะครับพี่
แหม บอกเงียบๆ แล้วนะ
ไม่มีคนถาม ถามเองก็ได้ ทำไม ปืน ไรเฟิลแฝดที่พรานตัวจริงเสียงจริง จึงใช้แต่ กระสุนที่ มีริม เอาภาษาไทยก็แล้วกัน มีขอบจานท้าย และ พวกพรานนั่งห้องปรับอากาศ จึงชอบกระสุนที่ ไม่มีจานท้าย แถมคุยอีกต่างหาก ใครรู้บ้าง ตอบที่ มีรางวัล ลมๆแล้งๆ
เพราะสามารถอัดเองได้รึเปล่าครับ หรือว่าใช้ตามพวกผู้ดีอังกฤษ ???เดาเอาน่ะครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 10:41:53 PM
คำถามของพี่ Fabbri มีคำตอบจริงรึเปล่าครับ

ที่คุณ O/U boy คิดว่า สาเหตุมาจากการอัดกระสุนได้เอง ไม่น่าจะใช่นะ เพราะว่าไม่ว่าจะปลอกแบบมีขอบจานท้ายหรือแบบไม่มีขอบจานท้าย ก็ทำการอัดกระสุนได้ยากง่ายเท่ากันครับ

ผมเดาว่า Outdoor hunter เลือกใช้ปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนแบบมีขอบก็เพราะ Ejector เป็นแบบธรรมดาเหมือนกับปืนลูกซองแฝดทั่วไป ไม่มีชิ้นส่วนบอบบางอะไรให้สงสัยว่าจะหลุดหายไหม ในยามคับขัน

ส่วน Air condition hunter คือพวกที่ชอบปืนไรเฟิลแฝด แต่อยากยิงเล่นมากกว่าจะไปยิงสัตว์จริง และมักจะมีขนาดกระสุนในใจไว้แล้ว ได้แก่ กระสุนขนาด  .30/06  .308  .375 H&H  .416 Rigby ปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนแบบไม่มีขอบจานท้าย จะมี Ejector แบบมีเดื่อยอัดสปริงติดอยู่ที่ Ejector เอาไว้เกาะขอบจานท้าย ตอนดีดปลอกกระสุน ซึ่งเดือยที่ว่านี้เล็กและบอบบางมาก จนน่าสงสัยว่าจะหลุดหายได้ และปืนก็จะไม่ดีดปลอกจ้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 18, 2006, 10:51:43 PM
คำถามของพี่ Fabbri มีคำตอบจริงรึเปล่าครับ

ที่คุณ O/U boy คิดว่า สาเหตุมาจากการอัดกระสุนได้เอง ไม่น่าจะใช่นะ เพราะว่าไม่ว่าจะปลอกแบบมีขอบจานท้ายหรือแบบไม่มีขอบจานท้าย ก็ทำการอัดกระสุนได้ยากง่ายเท่ากันครับ

ผมเดาว่า Outdoor hunter เลือกใช้ปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนแบบมีขอบก็เพราะ Ejector เป็นแบบธรรมดาเหมือนกับปืนลูกซองแฝดทั่วไป ไม่มีชิ้นส่วนบอบบางอะไรให้สงสัยว่าจะหลุดหายไหม ในยามคับขัน

ส่วน Air condition hunter คือพวกที่ชอบปืนไรเฟิลแฝด แต่อยากยิงเล่นมากกว่าจะไปยิงสัตว์จริง และมักจะมีขนาดกระสุนในใจไว้แล้ว ได้แก่ กระสุนขนาด .30/06  .308  .375 H&H  .416 Rigby ปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนแบบไม่มีขอบจานท้าย จะมี Ejector แบบมีเดื่อยอัดสปริงติดอยู่ที่ Ejector เอาไว้เกาะขอบจานท้าย ตอนดีดปลอกกระสุน ซึ่งเดือยที่ว่านี้เล็กและบอบบางมาก จนน่าสงสัยว่าจะหลุดหายได้ และปืนก็จะไม่ดีดปลอกจ้า
ได้ความรู้อีกแล้ว ขอบคุณมากครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 08:01:35 AM
อ้าฮ้า มีคนตอบให้อีกแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 07:20:01 PM
หายไปไหนโหมดอ้า สงสัยมัวแต่อ่านหนังสือ กับ ดู VCD ฝึกวิทยายุธ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 07:48:51 PM
หายไปไหนโหมดอ้า สงสัยมัวแต่อ่านหนังสือ กับ ดู VCD ฝึกวิทยายุธ
เมื่อคืนหลับคาทีวี.. ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 08:03:31 PM
          ;D  มาเช็คชื่อเข้าห้องเรียนแล้วครับ  ต้องรีบมาพอดีวันนี้ฝนตกกลัวมาสายเดี๋ยวอาจารย์ตัดคะแนน  :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 08:39:50 PM
อยากเรียนวิชาอะไร บอกมา บางอย่างพอเล่าได้ เด็กแนว เขาเรียก ชิวๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:04:44 PM
แล้วผมตอบถูกไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:07:58 PM
มีใครเคยเห็น ปืนไรเฟิลแฝด ที่ยิงแม่นๆ เท่า เดี่ยวไรเฟิล บ้างครับ ทั้งเล็กและใหญ่
คิดว่าทุกท่านเคยได้ยินเสียงปืนนี้ 
ฝรั่งหัวแดง ได้ยินเป็น  แบง แบง
คนไทย หัวดำได้ยิน เป็น ปังปัง
แขก ได้ยินเป็น บาระฮิ่ม บาระฮิม เพราะ ปืนแขกมักจะใหญ่มาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:09:57 PM
แล้วผมตอบถูกไหมครับ
ถ้าไม่ถูกคงแก้ไขให้แล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:18:59 PM
กำลังดูคุณอาทัวร์ อิตาลีอยู่  โรงานมิสเตอร์ มอนตารารี่.. ช่วงกำลังผลิต CLAY TARGET""


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:23:41 PM
กำลังดูคุณอาทัวร์ อิตาลีอยู่  โรงานมิสเตอร์ มอนตารารี่.. ช่วงกำลังผลิต CLAY TARGET""
อย่าลืมหาผ้าเช็ดปาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:28:47 PM
กำลังดูคุณอาทัวร์ อิตาลีอยู่ โรงานมิสเตอร์ มอนตารารี่.. ช่วงกำลังผลิต CLAY TARGET""
อย่าลืมหาผ้าเช็ดปาก
ผมเตรียมไว้แล้วครับคุณอา.. :D~
..กำลังอยู่บ้าน มิสเตอร์ฟานเชสโก ช่างแกะสลัก..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:29:38 PM
อยากดูบ้างๆๆเอาไว้ผมกลับไปแล้วขอแผ่นนึงนะครับ ;D ช่วงนี้ยุ่งๆนิดหน่อยน่ะครับเลยไม่ได้เข้ามาดูเท่าไร ;D เดี่ยวคืนนี้พบกันใหม่ครับทุกท่าน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:37:47 PM
ลืมประกาศให้บางท่านที่ไม่ทราบ ถ้าทราบแล้วก็อย่าอ่าน
 คือ เดือน หน้า ส.ค. ไม่มีอะไรหรอก อย่าตกใจ เพียงแต่ โรงงานปืนทั่ว ยุโรป จะปิด 1 เดือน เป็น การพักเครื่อง พวกช่างทำปืน จะออกไปพักร้อน แล้ว ช่าง ซ่อมเครื่อง กับพนักงาน จะมาทำความสะอาด และ ปรับปรุงแก้ไข เครื่อง เพราะ อากาศในยุโยปจะร้อน จงทำใจเมื่อ เปิด โรงงาน ปืนจะขึ้นราคา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:43:19 PM
O/U boy   พี่เค้าแจก VCD เป็นสิบแผ่นเลยครับ  น่ากลัวอีกหลายวันจึงจะดูหมด รีบ pm ไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:44:32 PM
กำลังดูคุณอาทัวร์ อิตาลีอยู่ โรงานมิสเตอร์ มอนตารารี่.. ช่วงกำลังผลิต CLAY TARGET""
อย่าลืมหาผ้าเช็ดปาก
ผมเตรียมไว้แล้วครับคุณอา.. :D~
..กำลังอยู่บ้าน มิสเตอร์ฟานเชสโก ช่างแกะสลัก..
    พี่ mosino ใด้รับพัสดุจากพี่ FABBRI แล้วไช่ใหมครับ นี่ผมก็กำลังใจจดจ่อรออยู่เหมือนกัน ผนก็ดันตกทุกวันอีก     


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:46:34 PM
ลืมประกาศให้บางท่านที่ไม่ทราบ ถ้าทราบแล้วก็อย่าอ่าน
 คือ เดือน หน้า ส.ค. ไม่มีอะไรหรอก อย่าตกใจ เพียงแต่ โรงงานปืนทั่ว ยุโรป จะปิด 1 เดือน เป็น การพักเครื่อง พวกช่างทำปืน จะออกไปพักร้อน แล้ว ช่าง ซ่อมเครื่อง กับพนักงาน จะมาทำความสะอาด และ ปรับปรุงแก้ไข เครื่อง เพราะ อากาศในยุโยปจะร้อน จงทำใจเมื่อ เปิด โรงงาน ปืนจะขึ้นราคา

ข่าวไม่ได้ confirm   CZ จะปรับราคาขึ้นครับ  ดีใจอย่างนึง  ผมไม่ได้ติดใจปืนลูกซองของ CZ  อันที่จริง ผมไม่มี CZ สักกระบอกเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:49:00 PM
O/U boy พี่เค้าแจก VCD เป็นสิบแผ่นเลยครับ น่ากลัวอีกหลายวันจึงจะดูหมด รีบ pm ไป
น้อยๆหน่อยพี่ท่าน 4 แผ่นก็แย่แล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 09:55:24 PM
เห็นไหม  ผมหนะ น้องรัก พี่ท่านให้วิชามามากกว่าเพื่อนเลย  ยืนยัน 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 10:00:09 PM
เห็นไหม ผมหนะ น้องรัก พี่ท่านให้วิชามามากกว่าเพื่อนเลย ยืนยัน

ดูจบแล้วจะรู้ว่ามีหนังโป๊อยู่ 6 แผ่น......5555


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 10:14:19 PM


ข่าวไม่ได้ confirm CZ จะปรับราคาขึ้นครับ ดีใจอย่างนึง ผมไม่ได้ติดใจปืนลูกซองของ CZ อันที่จริง ผมไม่มี CZ สักกระบอกเลยครับ
อ้างถึง
บอกแล้ว อย่าดังไป เดี่ยว หาว่าเป็น ตัวแทน cz อีก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 10:34:24 PM
เห็นไหม ผมหนะ น้องรัก พี่ท่านให้วิชามามากกว่าเพื่อนเลย ยืนยัน

ดูจบแล้วจะรู้ว่ามีหนังโป๊อยู่ 6 แผ่น......5555

เหรอ   งั้นต้องรีบดู  เพิ่งจบไป 3 แผ่นเอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 10:52:12 PM
เอ..ที่แผ่นเขียนว่าอะไร จะได้แยกออกมาดูก่อน.. ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 19, 2006, 11:01:13 PM
 
อ้างถึง

ดูจบแล้วจะรู้ว่ามีหนังโป๊อยู่ 6 แผ่น......5555
อ้างถึง
ท่านยังไม่ว่างมารับ จะร้ได้อย่างไรว่าข้างในมีอะไร


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 07:52:03 AM

อ้างถึง

ดูจบแล้วจะรู้ว่ามีหนังโป๊อยู่ 6 แผ่น......5555
อ้างถึง
ท่านยังไม่ว่างมารับ จะร้ได้อย่างไรว่าข้างในมีอะไร

ของโปรดของพี่เสก.....อิอิ ::) ::)

พี่ FABBRI ครับ ยังไม่มีเวลาดู VCD เลยครับ
ส่วนหนังสือ กำลังอ่านอยู่ครับ

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โทน73 -รักในหลวง- ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 08:22:06 AM
ไหนๆก็พูดถึง "รูทเวล" แล้ว  เรื่องที่แก ไม่ยอมยิงหมี ที่ถูกจับผูกติดกะต้นไม้  จนกลุ่มแม่บ้านชื่นชมแก เลยทำ ตุ๊กตาหมี เท็ดดี้ ออกมาเป็นครั้งแรก ของตระกลูตุ๊กตาหมี ก็ว่าได้  ใครพอทราบรายละเอียดเรื่องนี้บ้างครับ  สงสัยอยู่เหมือนกันว่า เป็นเรื่องจริง หรือแผนโปรโมตกันแน่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 08:47:24 AM
  ขอบคุณท่านFABBRI มากครับ ผมเพิ่งได้รับพัสดุเมื่อเช้านี้ ตอนแรก  เมื่อเห็นข้อความใน PM ผมยัง งง ..... มาถึงบางอ้อ เมื่อเปิดพัสดุ ดูหนังสือหน้าแรก  พบว่าสืบเนื่องมาจากกระทู้นี้ นี่เอง  สำหรับ CD ยังไม่มีโอกาสได้ดู แค่เห็นชื่อบนหน้าปก ก็รู้ว่า มีคุณค่า และสนุกแน่ ๆ ขออนุญาต  Coppy แจกสมาชิกทางเหนือนะครับ  :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 09:53:06 AM
ไม่ยอมๆ :~) :~) :~) :~) :~) :~) :~) :~)ครับพี่ พี่ไม่เห็นแจกVCDให้ผมบ้างเลยอยากดูด้วยคนครับ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: korpat ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 09:55:56 AM
ขอบคุณท่าน FABBRI มาก ๆ ครับ ได้รับหนังสือกับซีดี เมื่อสักครู่ครับ อ่านหนังสือหรือดูซีดีก่อนดีครับ ยังไงขอที่อยู่กลับด้วยนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 09:59:10 AM
ลืมประกาศให้บางท่านที่ไม่ทราบ ถ้าทราบแล้วก็อย่าอ่าน
 คือ เดือน หน้า ส.ค. ไม่มีอะไรหรอก อย่าตกใจ เพียงแต่ โรงงานปืนทั่ว ยุโรป จะปิด 1 เดือน เป็น การพักเครื่อง พวกช่างทำปืน จะออกไปพักร้อน แล้ว ช่าง ซ่อมเครื่อง กับพนักงาน จะมาทำความสะอาด และ ปรับปรุงแก้ไข เครื่อง เพราะ อากาศในยุโยปจะร้อน จงทำใจเมื่อ เปิด โรงงาน ปืนจะขึ้นราคา

ข่าวไม่ได้ confirm CZ จะปรับราคาขึ้นครับ ดีใจอย่างนึง ผมไม่ได้ติดใจปืนลูกซองของ CZ อันที่จริง ผมไม่มี CZ สักกระบอกเลยครับ
ข่าวเรื่องปืนขึ้นราคานี่น่าเศร้าใจครับเพราะผมเองดันเพื่งเริ่มสนใจอยากได้ปืน แต่ถ้าCZขึ้นราคานี่ก็ไม่เป็นไรครับพี่ เพราะผมเองยังไม่ได้ปิ้งปืนยี่ห้อนี้เลยซักรุ่นเหมือนกัน ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 01:44:34 PM
ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องอันไม่เป็นมงคลเลยดีกว่านะครับ (ทุกท่านในเวปชอบปืนราคาย่อมเยาทั้งนั้นนะ) ขออภัยอีกครั้งที่นำเรื่องน่าเบื่อหน่ายมาเล่าให้ฟังนะ

เรื่อง การหยุดช่วงฤดูร้อนในประเทศแถบยุโรป ซึ่งปรกติ จะหยุดงานกันตอนเดือนสิงหาคมทั้งเดือน รวมๆแล้วก็ 4 - 5 สัปดาห์ แต่เอาเข้าจริง คนงานทั้งหมดก็เกเร อู้งานกันตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อน summer แล้วครับ  วันๆก็คุยนัดกันว่าปิด summer จะไปเที่ยวที่ไหนดี  พอเปิดโรงงานกลับมาตอนเดือนกันยายน กว่าจะมีจิตใจกลับเข้าที่ได้ก็ปาเข้าไปอีกครึ่งเดือน

ผมเคยไปดูงานแข่ง World shooting championship ที่อิตาลี ซึ่งงานแข่งจัดขึ้นช่วงก่อน summer 1 สัปดาห์ ที่ถือโอกาสไปเที่ยวครั้งนั้นก็เพราะ มีนักยิงปืนรุ่นพี่ไปร่วมแข่ง Trap ด้วย  และก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ไปโรงงาน Perazzi ไปสั่งทำปืน Trap ครับ

อยากบอกกับบางท่านที่อาจจะยังไม่รู้ว่า ช่วง summer ในประเทศแถบยุโรป ไม่ควรไปเที่ยวอย่างเด็ดขาดครับ  ร้านค้า โรงแรม แหล่งติดต่อธุรกิจ ปิดเรียบ  เงียบทั้งเมืองครับ ดีว่ายังพอหาร้านอาหารจีนกินได้ เมืองเล็กๆบางเมืองกลายเป็นเมืองร้างเลยจริงๆ  ผู้คนหายไปหมด ได้ยินว่าพากันไปนอนอาบแดดตามชายหาดหมดเลย เสียดายครับ ถ้าเมืองที่ผมไปใกล้ชายหาด ผมจะถ่ายวีดีโอของสวยๆงามๆ แล้วมาทำ VCD แจกแข่งกับพี่ Fabbri  :VOV: :VOV: :VOV:   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 06:12:50 PM
 พี่ FABBRI ได้รับหนังสือและVCD แล้วครับเมื่อวานเย็น หนังสือเริ่มอ่านแล้ว แต่เครื่องเล่นcdของผมเสียอยู่ แฮะ แฮะ(ล่อเล่นหน่า)
เดี่ยวยืมของลูกดูก่อน  ต้องขอขอบคุณ พี่FABBRI มากๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 06:39:28 PM
พี่ FABBRI ได้รับหนังสือและVCD แล้วครับเมื่อวานเย็น หนังสือเริ่มอ่านแล้ว แต่เครื่องเล่นcdของผมเสียอยู่ แฮะ แฮะ(ล่อเล่นหน่า)
เดี่ยวยืมของลูกดูก่อน ต้องขอขอบคุณ พี่FABBRI มากๆๆ
ระวังนา เดี๋ยว ดูไป หัวเราะไป คนเขาว่าบ้า หรือ เงียบกริบ กำลังลุ้น ก็หาว่า ดูหนังท่าน โชกุน
  ดูในคอมก็ได้ครับ อย่าไปรบกวน ลูกเลย
 เอ้ เราจะคุยกัน  เรื่อง ซีดี หรือ เรื่องปืนแฝด จะได้ให้ O\U Boy เปลี่ยน กระทู้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: BSW ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 09:08:23 PM
ขอบพระคุณท่าน FABBRI มากเลยครับ....ทั้งหนังสือและ CD ของโปรดผมเลยครับพี่.. :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 09:42:15 PM
ผมก็ขอนอกเรื่องปืนแฝดหน่อยนะครับ คือตอนนี้ผมกำลังมองหาปืนSEMI-AUTOเอาไว้ใช้ที่นี่ซักกระบอกนึงจะเอาไว้ยิงนกน่ะครับ ที่มองไว้ตอนนี้มี
BENELLI- SUPERSPORT
BERETTA-AL391 XTREMA2
มีสองตัวแค่นี้ยังนึกยี่ห้ออื่นไม่ออกเลยครับ ???ยังไงรบกวนทุกท่านช่วยแนะนำด้วยครับว่าตัวไหนน่าเล่น ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: rerng ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 09:42:45 PM
ได้รับหนังสือและ ซีดี เมื่อบ่ายนี้ตรงใจมากครับโดยเฉพาะเรื่อง ช้าง ผมหามานาน ขอบคุณพี่ FABBRI มากเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 10:06:49 PM
วันนี้ดูวีซีดี โรงเรียนสอนยิงสปอร์ตติ้งเคลย์ ของ HOLLAND & HOLLAND ประทับใจมาก โดยเฉพาะตอนสุดท้าย เปลี่ยนปืนยิงหกเป้า..สุดยอดมาก..  ;) :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 20, 2006, 10:49:22 PM
ท่านที่ได้รับ หนังสือ กับ ซีดี เมื่อ อ่านจบแล้วมีอะไรจะถามก็ได้นะครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 07:33:00 AM
ท่านที่ได้รับ หนังสือ กับ ซีดี เมื่อ อ่านจบแล้วมีอะไรจะถามก็ได้นะครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้

    ดู CD การล่านกแล้วประทับใจลูกซองแฝดขึ้นมาทันทีครับ ไปดูกระทู้ย้อนหลัง ที่ พี่ ๆ Post ราคาเกินเอื้อมทั้งน้านนน ซองแฝด ที่คุณภาพพอใช้ได้ ด้วยราคาที่ไม่เกิน ห้า-หกหมื่น ใช้สำหรับ ยิงเป้าบิน บ้านเราพอมีหรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 08:28:39 AM
ถ้ายิง เล่น พอมี   ถ้ายิงเหรียญ ทอง ไม่มี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 10:55:50 AM
ท่านที่ได้รับ หนังสือ กับ ซีดี เมื่อ อ่านจบแล้วมีอะไรจะถามก็ได้นะครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้

    ดู CD การล่านกแล้วประทับใจลูกซองแฝดขึ้นมาทันทีครับ ไปดูกระทู้ย้อนหลัง ที่ พี่ ๆ Post ราคาเกินเอื้อมทั้งน้านนน ซองแฝด ที่คุณภาพพอใช้ได้ ด้วยราคาที่ไม่เกิน ห้า-หกหมื่น ใช้สำหรับ ยิงเป้าบิน บ้านเราพอมีหรือเปล่าครับ

ยิงสนุกๆ ปืนมือสอง ราคา 2-3 หมื่นก็มีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 11:09:46 AM
ถ้ายิง เล่น พอมี ถ้ายิงเหรียญ ทอง ไม่มี
ถ้าเอามายิงเล่นละครับ เอาไอ่หยา(อายา)  หรือแค่ไบคาลก็พอครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 11:14:37 AM
ท่านที่ได้รับ หนังสือ กับ ซีดี เมื่อ อ่านจบแล้วมีอะไรจะถามก็ได้นะครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้

ดู CD การล่านกแล้วประทับใจลูกซองแฝดขึ้นมาทันทีครับ ไปดูกระทู้ย้อนหลัง ที่ พี่ ๆ Post ราคาเกินเอื้อมทั้งน้านนน ซองแฝด ที่คุณภาพพอใช้ได้ ด้วยราคาที่ไม่เกิน ห้า-หกหมื่น ใช้สำหรับ ยิงเป้าบิน บ้านเราพอมีหรือเปล่าครับ

ผมเห็น Baikal ก็ขึ้นไปอยู่ Master Class ของ Sporting บ้านเราได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 12:36:44 PM
ท่านที่ได้รับ หนังสือ กับ ซีดี เมื่อ อ่านจบแล้วมีอะไรจะถามก็ได้นะครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้

    ดู CD การล่านกแล้วประทับใจลูกซองแฝดขึ้นมาทันทีครับ ไปดูกระทู้ย้อนหลัง ที่ พี่ ๆ Post ราคาเกินเอื้อมทั้งน้านนน ซองแฝด ที่คุณภาพพอใช้ได้ ด้วยราคาที่ไม่เกิน ห้า-หกหมื่น ใช้สำหรับ ยิงเป้าบิน บ้านเราพอมีหรือเปล่าครับ

ยิงสนุกๆ ปืนมือสอง ราคา 2-3 หมื่นก็มีครับ
http://www.gun.in.th/webboard/index.php?board=3;action=display;threadid=7048
ในนี้มี อยู่ตัวหนึ่ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 01:02:53 PM
ไปชมมาแล้วครับ85000แพงเหมือนกันนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: korpat ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 01:39:35 PM

ปืนลูกซองแฝดคุณพ่อของเพื่อนน่าจะมีหลายกระบอก ต้องเก็บเงินก่อนครับ แล้วค่อยไปจีบ(ปืนนะครับ) ไม่เคยได้คุยเรื่องปืนกับแกครับ เหมือนเราเป็นเด็กมาก ๆ ครับเลยไม่ค่อยกล้าคุย ได้แต่ชื่นชมแกครับ สมัยก่อนแกก็เป็นนักกีฬาเหมือนกัน แต่เลิกหลายปีมากแล้วครับ
ดูซีดี แล้วทำไมดูเค้ายิงกันง่ายจังครับ แล้วเวลายิง จริง ๆ คนยิงที่อยู่ในแนวเดียวกันเค้าไม่หวาดเสียวเหรอครับ(ต้องยกปืนจากระดับเอวขึ้นมา บางครั้งก็ต้องหมุนตัวตามเป้า ผมว่าน่าจะมีผิดพลาดบ้างแน่ ๆ เลยครับ แต่เห็นแล้วอยากยิงได้แบบเค้าบ้างครับ ผมเคยยิงลูกซองครั้งเดียวเองครับ ยิงไปสามนัดปืนเพื่อนสนุกดีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 02:24:49 PM


.* ขออนุญาตทุกท่านสักนิดครับ  *

เรียนท่านFABBRIที่เคารพ

ผมได้รับหนังสือและแผ่นวีซีดีที่ท่านกรุณาจัดส่งไปให้แล้วครับ ผมขอขอบพระคุณในความเมตตากรุณาของท่านเป็นอย่างมากที่ให้ความสนใจเผยแพร่วิทยาการอันยากที่จะหาจากที่อื่นใดได้ แก่เด็กรุ่นหลังๆเช่นผม หากมีสิ่งใดที่ผมจะรับใช้ตอบแทนท่านได้ ขอให้แจ้งให้ทราบ ผมยินดีจะดำเนินการให้ด้วยความเต็มใจ  และหากท่านสนใจจะมาท่องเที่ยวแถบนครศรีธรรมราช พัทลุง ผมยินดีพาเที่ยว โดยเฉพาะในแถบทะเลน้อยพัทลุง จะมีโอกาสได้เห็นนกน้ำนานาชนิด ใครที่ชอบจะตื่นตาตืนใจมาก ( แต่เขาห้ามล่านะครับ :OO )

ขอแสดงความนับถือ

สินดี

.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 06:25:23 PM
คุณ INTEND  คุณ  Iamshootinghere

เป็นไปได้ไหมที่ทางสมาชิกสมาคมยิงเป้าบิน จะถ่ายวีดีโอการยิง sportingclay แล้วอัดเป็น VCD เพื่อเป็นการเผยแพร่กีฬายิงเป้าบินให้หลายคนที่สนใจ จะได้เห็นการยิงการใช้ปืนลูกซองกันให้จะจะกันไปเลย  ผมเห็นฝีมือการถ่ายภาพของหลายๆท่านแล้ว ยอมรับว่าฝีมือดีกว่าผมหลายขุม   น่าจะช่วยๆกันนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 06:54:13 PM
คุณ INTEND  คุณ  Iamshootinghere

เป็นไปได้ไหมที่ทางสมาชิกสมาคมยิงเป้าบิน จะถ่ายวีดีโอการยิง sportingclay แล้วอัดเป็น VCD เพื่อเป็นการเผยแพร่กีฬายิงเป้าบินให้หลายคนที่สนใจ จะได้เห็นการยิงการใช้ปืนลูกซองกันให้จะจะกันไปเลย  ผมเห็นฝีมือการถ่ายภาพของหลายๆท่านแล้ว ยอมรับว่าฝีมือดีกว่าผมหลายขุม   น่าจะช่วยๆกันนะครับ

สำหรับผม ผมไม่ทราบว่าทางสมาคมจะสนใจไหม แต่ถ้าเป็นการทำระดับทำกันเอง คือถ่ายกันเอง ตัดต่อเอง แล้วไรท์แจกกันเอง
ก็น่าจะพอได้ครับ  ผมว่า คุณ Iamshootinghere เขาน่าจะสนใจครับ อีกอย่างพี่เขามีทีมงานทำเรื่องพวกนี้ส่วนตัวครับ :D :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 09:37:27 PM
ปืนลูกซองที่ใช้ยิงเป้าบิน มาตราฐานนั้น ไม่ได้แพงกว่า ปืน ที่ใช้ยิง IPSC เลย กระสุนก็ไม่ได้แพงกว่า จำนวนกระสุนก็ใช้น้อยกว่า แถม ยังทำให้อารมณ์ เย็นขึ้น คือรู้จักรอ มีเป้าที่เคลื่อนไหว ดีกว่ายิงเป้าที่อยู่กับที่ มีแต่ แผ่นกระดาษเป็นรู หรือ แผ่นเหล็ก ดังแป้งๆๆ เมื่อกระสุนกระทบเป้า แต่เป้าบิน เมื่อยิงถูก เป้าก็จะแตกกระจาย สะใจ คนยิงถูก
 ไม่อยาก มาลองก่อนได้ เพราะ ที่สนามมีปืนให้ลองล่อเหยื่อ มีเป้า มีกระสุน มีคนสอน โดยเฉพาะ มี ปรามาจารย์ หลายท่านมาก แต่ตายเด็ก คุมสนาม หมด
ปัจจุบับ เห็น ที่สนามยิงปืนสั้น มีแข่ง ยิงนอกระบบ โอลิมปิก เมื่อ ยิงปืนสั้นแล้ว ลองมายิงเป้าบินบ้างก็ได้นี่ครับ พวกท่านต้องเดินผ่านอยู่แล้ว  ไม่เสียหายอะไร
ไม่ลองไม่รู้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 09:59:44 PM
อืม..น่าสนใจเป็นอย่างมาก.  :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 10:03:59 PM
อืม..น่าสนใจเป็นอย่างมาก. :VOV:
อืม อย่าเลย ไปลองเลย จะดีกว่า ถ้ามีโอกาศก็จะได้นั่งคุยกัน  เช่น ท่าน ผองพัฒ เคยคุยกัน 3 คำ หลายปีก่อน สมัยท่าน ยังเด็กๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 10:08:08 PM
ไปชมมาแล้วครับ85000แพงเหมือนกันนะครับ
      :D :D :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 10:16:27 PM
คุณอา FABBRI  pm เต็มแล้ว..ลบด้วยนะครับ..ส่งข้อความไม่ได้..  :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 10:43:04 PM
คุณอา FABBRI  pm เต็มแล้ว..ลบด้วยนะครับ..ส่งข้อความไม่ได้.. :D
ก็ของท่าน ทั้งนั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 21, 2006, 11:40:03 PM
อืม..น่าสนใจเป็นอย่างมาก. :VOV:
นัดกันไปไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 05:31:54 AM
เรื่องถ่ายวีดีโอภาพงานแข่ง ทางสมาคมไม่น่าจะว่าอะไรนะครับ มันก็ภาพบรรยากาศงานแข่งธรรมดาเท่านั้นเอง ท่าน Iamshootinghere ตกลงนะ  ภาพเหล่านี้อีก 20 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ของประวัติการยิงเป้าบินในเมืองไทยนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 07:47:56 AM
อืม..น่าสนใจเป็นอย่างมาก. :VOV:
นัดกันไปไหมครับ
ไปด้วย เพื่อได้อยู่ในVCDบ้าง แฮะ แฮะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 10:26:42 AM
ผมก็อยากไปด้วยครับแต่จนใจจริงๆ :~)เอาไว้กลับเมืองไทยก่อนนะครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 11:38:02 AM
อืม..น่าสนใจเป็นอย่างมาก. :VOV:
นัดกันไปไหมครับ
ไปด้วย เพื่อได้อยู่ในVCDบ้าง แฮะ แฮะ
นัดกันแบบว่าไปดูหรือทดลองยิงดูนะครับ ไม่เคยเห็นของจริง อยากเสนอให้พี่ๆที่เป็นนักกีฬาอยู่ช่วยเป็นหัวหน้าทีมนัดน้องๆไปทดลองดูในวันที่มีนักกีฬามาซ้อมไม่มาก(ยิงไม่เป็นมันเขิน)อาจเป็นการmeetingเล็กๆสำหรับชาว THE DOUBLE GUN นะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 07:15:29 PM
             ดีครับพี่ผมอย่ากไปด้วยเหมือนกัน     
             พี่ FABBRI ครับผมใด้รับพัสดุแล้วครับ ขอบคุณพี่มากๆครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 08:15:48 PM
คุณอา FABBRI pm เต็มแล้ว..ลบด้วยนะครับ..ส่งข้อความไม่ได้.. :D
ก็ของท่าน ทั้งนั้น
;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 08:16:21 PM
ผม รอดูภาพจาก  cd อย่างเดียวครับ อยู่ไกลไปหน่อย  :D :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 10:59:27 PM
ไม่ได้นัด ครับ เพียงแต่ ชวนให้ไป ลอง แต่ ไปเมื่อไร วัน อาทิตย์ นะ ก็คงพบกัน อยาก ยิงปืน อะไร บอก ทั้ง ASE 90 ไอ้หยา อรัญญิก  บอก ลูกซองสั้นได้  แฮ ๆๆ ผมไม่มี มีแต่ ปืน สนามให้ ลอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 11:09:12 PM
ผมอยากยิงปืนFABBRIน่ะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 11:12:29 PM
ผมอยากยิงปืนFABBRIน่ะครับ
ต้อง กลับ มา รอท่าน ลูกซองสั้น ซื้อ  และ พกมีด มาเป็นของกำนัล หรือหนังสือ ก็ยังดี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 11:15:56 PM
ได้เลยครับได้เลย ;Dขอให้ได้ดูได้จับก็ถือว่าดีมากแล้วครับพี่ :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 11:43:57 PM
ผมอยากยิงปืนFABBRIน่ะครับ
อยากแค่เห็นก็ชื่นใจครัน
ไม่ได้นัด ครับ เพียงแต่ ชวนให้ไป ลอง แต่ ไปเมื่อไร วัน อาทิตย์ นะ ก็คงพบกัน อยาก ยิงปืน อะไร บอก ทั้ง ASE 90 ไอ้หยา อรัญญิก บอก ลูกซองสั้นได้ แฮ ๆๆ ผมไม่มี มีแต่ ปืน สนามให้ ลอง
พี่ว่างแต่วันอาทิตย์หรือครับ  นัดกันฟาร์มไก่ไปแย่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 22, 2006, 11:53:36 PM

อ้างถึง
พี่ว่างแต่วันอาทิตย์หรือครับ นัดกันฟาร์มไก่ไปแย่ะ
อ้างถึง
ว่าง เป็น บางอาทิตย์ ไม่ถึง 15 ชมต่อ วัน  เคย ไปยิง นกเป็ด ที่ ฟาร์มไก่ ที่เสนา ยิงไม่ยากนัก และ สุนกมากแต่ ปัจจุบัน คงไม่มีอีกแล้ว 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 12:07:13 AM
ฟาร์มไก่ว่าไปปล่อยไก่ในสนาม วันอาทิตย์กลัวคนแยะ(ในสนามเขิน) แต่สามโคก เสนา หาเป็ดกับพิราบไม่อยาก ถ้าให้มันต้องเซอร์เวอย์ก่อนซัก2วันก่อนมาครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 12:12:57 AM
ฟาร์มไก่ว่าไปปล่อยไก่ในสนาม วันอาทิตย์กลัวคนแยะ(ในสนามเขิน) แต่สามโคก เสนา หาเป็ดกับพิราบไม่อยาก ถ้าให้มันต้องเซอร์เวอย์ก่อนซัก2วันก่อนมาครับ
ไปด้วยคนครับเป็ดนี่ผมละชอบที่สุดเลย แถวนั้นคงหากุ้งแม่น้ำกินไม่ยากใช่มั้ยครับ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 12:15:48 AM
ขับรถไปไม่เกิน15นาทีมีร้านอาหาร มีกุ้งมีปลาแม่น้ำอร่อยมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 12:17:23 AM
เดี่ยวผมกลับเมืองไทยแล้วคงต้องรบกวนพาไปทัวร์ชิมหน่อยนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 12:26:12 AM
ทัวร์ยิงเฮ้ยไม่ใช่ชิมกันและต้อนรับกันแน่นอนครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 03:19:23 PM
ทัวร์ยิงเฮ้ยไม่ใช่ชิมกันและต้อนรับกันแน่นอนครับ
ร้านจุ้งโภชนา  ที่เสนาหรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 04:40:47 PM
มีบางท่าน ถามเรื่อง ปืน ไรเฟิล  ทาง PM จะตอบ ในนี้ดีไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 04:52:12 PM
มีบางท่าน ถามเรื่อง ปืน ไรเฟิล ทาง PM จะตอบ ในนี้ดีไหมครับ
ตอบในกระทู้ก็ดีครับ สนับสนุน ยกมือหนึ่งเสียง.. เจ้าของคำถามอนุญาตหรือไม่เอ่ย?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 04:54:22 PM
ผมอยากยิงปืนFABBRIน่ะครับ
ต้อง กลับ มา รอท่าน ลูกซองสั้น ซื้อ และ พกมีด มาเป็นของกำนัล หรือหนังสือ ก็ยังดี

ซื้อ  Fabbri ใหม่จากอิตาลีคงไม่ทันมั้ง  คงต้องหาซื้อตามตู้นั่นแหละ   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 05:02:05 PM
เปลียนรูปแล้ว ไป หาหมอที่ รพ ยันฮีมานะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 08:52:35 PM
เปลียนรูปแล้ว ไป หาหมอที่ รพ ยันฮีมานะ
หมอเดี่ยวนี้เค้าเก่งนะครับพี่ ;D พูดถึงรพ.ยันฮีผมเคยอ่านเจอว่ามีการรักษาเกี่ยวกับการนอนกรน ไม่รู้ว่ารักษาดีรึเปล่านะครับเพราะผมคนอ้วนนอนกรนดังมากอยากไปรักษาเหมือนกัน ???
 มีอยู่ครั้งนึงผมไปนอนที่แพที่เขื่อนคืนนั้นอากาศเย็นเพราะเป็นหน้าหนาว ด้วยความที่ผมเป็นคนนอนกรนอยู่แล้วบวกกับความเหนื่อย คืนนั้นผมนอนกรน(คงจะดังมากนะครับ)เพราะว่าชาวบ้านเจ้าของแพฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเค้าได้ยินเสียงกรนของผม แต่ที่ตลกมากก็คือตอนแรกแกคิดว่าเป็นเสียงหมูป่าแต่ฟังไปฟังมามันไม่ใช่หว่า ถ้าผมอยู่ไกลๆแกผมคงโดนอีเดี่ยวไปเรียบร้อยแล้วมั้ง :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 23, 2006, 11:40:23 PM
 :) :) :)

พี่ ๆ ครับ ผม Upload รูปการแข่ง Thailand Skeet Grang Prix ไว้ที่หน้าการแข่งขัน
พี่ ๆ  ท่านใดสนใจ เข้าไปดูได้เลยครับ (อยู่หน้า 2 นะครับ)


http://www.gunsandgames.com/smf/index.php/topic,17818.0.html


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:03:02 AM
ไปชมมาแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:08:33 AM
ไปมาแล้วเช่นเดียวกัน.แก่ๆอย่างเราต้องถอย :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:11:40 AM
ไปมาแล้วเช่นเดียวกัน.แก่ๆอย่างเราต้องถอย :'(
ถ้าจำไม่ผิดพี่เคยบอกว่าเกิดปี2514ไม่ใช่หรือครับ อายุมากกว่าผมปีเดียวเองอายุขนาดเราสองคนนี่เรียกว่ากำลังแตกเนื้อหนุ่มอยู่ครับ ;D :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:13:34 AM
ไปมาแล้วเช่นเดียวกัน.แก่ๆอย่างเราต้องถอย :'(
ถ้าจำไม่ผิดพี่เคยบอกว่าเกิดปี2514ไม่ใช่หรือครับ อายุมากกว่าผมปีเดียวเองอายุขนาดเราสองคนนี่เรียกว่ากำลังแตกเนื้อหนุ่มอยู่ครับ ;D :OO
เข้าใจพูดปลอบใจตัวเองนะ o/uboy.. ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:25:35 AM
ไม่ได้ปลอบใจนะครับพูดจากใจจริง :OOหุๆๆๆๆๆๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 07:49:34 AM
ไปมาแล้วเช่นเดียวกัน.แก่ๆอย่างเราต้องถอย :'(
ถ้าจำไม่ผิดพี่เคยบอกว่าเกิดปี2514ไม่ใช่หรือครับ อายุมากกว่าผมปีเดียวเองอายุขนาดเราสองคนนี่เรียกว่ากำลังแตกเนื้อหนุ่มอยู่ครับ ;D :OO

พูดจาน่ารัก อยู่ใกล้ๆ จะโดดหอมแก้มเลยเชียว

  :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 08:00:14 AM
 ขอแตกเนื้อหนุ่มด้วยคนครับ คุณo/uboy.. เกิดปีเดียวกับผมเลย ....... ไปดูมาแล้วครับ รุ่นผม คงยิงไม่ทัน  เพราะไม่มีสนามให้เล่น  ได้แต่ยิงนก แบบ ธรรมชาติ.... คงจะขอเก็บข้อมูล ไว้ปั้นให้ยิงลูกสาวแทน ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 09:26:16 AM
ฮิๆก็เป็นเสี่ยวกันได้นะครับคุณนักสำรวจ เพราะผมเองก็นิยมยิงนก-ไก่ป่ามากเช่นกันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 10:25:27 AM
เรื่องถ่ายวีดีโอภาพงานแข่ง ทางสมาคมไม่น่าจะว่าอะไรนะครับ มันก็ภาพบรรยากาศงานแข่งธรรมดาเท่านั้นเอง ท่าน Iamshootinghere ตกลงนะ  ภาพเหล่านี้อีก 20 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ของประวัติการยิงเป้าบินในเมืองไทยนะ

ทางสมาคมไม่ว่าอะไรอยู่แล้วล่ะครับ ยินดีด้วยซ้ำไป

แต่ว่าคณะผู้ถ่ายทำ ก็เป็นนักกีฬา ยิงแข่ง Sporting Clay เหมือนกันน่ะครับ บางทีภาพที่ออกมาไม่ค่อยปะติดปะกันซักเท่าไร ผมเองก็เคยถ่ายครับ ถ่ายได้แป็บก็ไปยิง ว่างก็ถ่ายใหม่ พอเสร็จเอามาตัดต่อ แล้วไม่ค่อยลงตัวครับ

แต่เดี๋ยวจะลองใหม่ครับ เพราะทางทีมงานเพิ่งเสนอตัวมาครับ ;D

ผมว่าจะทำเป็นวีดีโอสาธิตการยิงเป้าบินรวมไปเลยครับ โดยให้พี่ๆในนี้เหละมาลองยิง แล้วเป็นนักแสดงไปด้วย แล้วช่วยกันหานางแบบมาเพิ่มสีสัน  ;)

พี่ๆว่าไงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 10:36:03 AM

แต่เดี๋ยวจะลองใหม่ครับ เพราะทางทีมงานเพิ่งเสนอตัวมาครับ ;D

ผมว่าจะทำเป็นวีดีโอสาธิตการยิงเป้าบินรวมไปเลยครับ โดยให้พี่ๆในนี้เหละมาลองยิง แล้วเป็นนักแสดงไปด้วย แล้วช่วยกันหานางแบบมาเพิ่มสีสัน ;)

พี่ๆว่าไงครับ
อ้างถึง

ทำกันจริง ๆ ก็ดีครับ เดี๋ยวผมจะคอยเป็นคนซับหน้าให้นางแบบเองครับ  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 10:37:43 AM
ไปมาแล้วเช่นเดียวกัน.แก่ๆอย่างเราต้องถอย :'(
ถ้าจำไม่ผิดพี่เคยบอกว่าเกิดปี2514ไม่ใช่หรือครับ อายุมากกว่าผมปีเดียวเองอายุขนาดเราสองคนนี่เรียกว่ากำลังแตกเนื้อหนุ่มอยู่ครับ ;D :OO
เข้าใจพูดปลอบใจตัวเองนะ o/uboy.. ;D

เค้าบอกว่า คนเราไม่ได้หยุดเล่นเมื่อแก่ แต่คนเราแก่เมื่อเราหยุดเล่นครับ  ;D

Happy shooting  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: NPD ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 10:38:34 AM
  ขอร่วมเป็นกองเชียร์ ครับ ท่านIamshootinghere

ฮิๆก็เป็นเสี่ยวกันได้นะครับคุณนักสำรวจ เพราะผมเองก็นิยมยิงนก-ไก่ป่ามากเช่นกันครับ

  หากกลับมาเมืองไทย จะขอผูกเสี่ยวจักกำแน....  ;D ;D ;D ;D  นัดกันตั้งแต่กระทู้ของกินคราที่แล้วละ ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 11:51:06 AM

ทางสมาคมไม่ว่าอะไรอยู่แล้วล่ะครับ ยินดีด้วยซ้ำไป

แต่ว่าคณะผู้ถ่ายทำ ก็เป็นนักกีฬา ยิงแข่ง Sporting Clay เหมือนกันน่ะครับ บางทีภาพที่ออกมาไม่ค่อยปะติดปะกันซักเท่าไร ผมเองก็เคยถ่ายครับ ถ่ายได้แป็บก็ไปยิง ว่างก็ถ่ายใหม่ พอเสร็จเอามาตัดต่อ แล้วไม่ค่อยลงตัวครับ

แต่เดี๋ยวจะลองใหม่ครับ เพราะทางทีมงานเพิ่งเสนอตัวมาครับ ;D

ผมว่าจะทำเป็นวีดีโอสาธิตการยิงเป้าบินรวมไปเลยครับ โดยให้พี่ๆในนี้เหละมาลองยิง แล้วเป็นนักแสดงไปด้วย แล้วช่วยกันหานางแบบมาเพิ่มสีสัน ;)

พี่ๆว่าไงครับ
อ้างถึง

ตกลงครับ  นอกจากช่วยยิงแล้ว  ผมรับจะช่วยสอนน้องนางแบบยิงด้วยครับ  ผมเกิดวันเสาร์ครับ มากับพระปางนาคปรก เรื่องสาวๆไม่มีเขินอยู่แล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:20:50 PM
ถ้าอย่างงั้น รบกวนท่านลูกซองสั้นช่วยทาบทาม นางแบบมาเลยแล้วกัน  :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 12:37:55 PM
ทัวร์ยิงเฮ้ยไม่ใช่ชิมกันและต้อนรับกันแน่นอนครับ
ร้านจุ้งโภชนา ที่เสนาหรือเปล่าครับ
เปล่าครับ ร้านรวยกุ้งเผาอยู่ไม้ตรา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 04:03:15 PM
ถ้าอย่างงั้น รบกวนท่านลูกซองสั้นช่วยทาบทาม นางแบบมาเลยแล้วกัน :D

อ้าว  ท่าน Iamshootinghere มีทีมงานพร้อมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ผมหมายถึงรวมนางแบบด้วย?

นี่ถ้าให้พี่ Fabbri หาให้ละก็ เสียเงินแยะนา  ดูตัวอย่างได้ที่ใต้ชื่อ Fabbri ไง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 04:08:26 PM
ตัวอย่างที่ว่า"เราดูท่านอยู่"ใช่ไหมครับ  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 04:58:40 PM
คนนั้นแหละ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 05:41:15 PM
น้องคิมผมตกกระป๋องไปเลย.. :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 09:19:13 PM
            รูป ซ้าย มือ เพิ่งไปรับถ้วยมาครับ   " ใกล้ร่วง "
 ชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
   ประเภทภาพสี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 09:24:19 PM
แหนะ  เห็นไหม ชลธิต  พี่ Fabbri แกหวงนางแบบ  เปลี่ยนรูปน้องตาคม ไปเป็น ใกล้ร่วง ซะแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 09:28:03 PM
แหนะ เห็นไหม ชลธิต พี่ Fabbri แกหวงนางแบบ เปลี่ยนรูปน้องตาคม ไปเป็น ใกล้ร่วง ซะแล้ว
เนตรน้อง แค่เหรียญ ทอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 10:16:02 PM
แหนะ เห็นไหม ชลธิต พี่ Fabbri แกหวงนางแบบ เปลี่ยนรูปน้องตาคม ไปเป็น ใกล้ร่วง ซะแล้ว
เนตรน้อง แค่เหรียญ ทอง


อุ ...ภาษาไทยแท้ๆ  อ่านแล้วไม่เข้าใจ  พี่  แปลไทยเป็นไทยหน่อยซิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 10:26:55 PM
ภาพ "เนตรน้อง" ที่ท่านจะเอามาเป็นแบบ ยิงเป้าบินนั้น ประกวด ได้แค่ เหรียญทอง เท่านั้น ใจเย็น ๆยังมีอีก " อนงค์นาง " หวานกว่า เนตรน้อง แต่ก็เหรียญ ทอง วันนี้ หายไปทั้งวัน เพราะ ต้อง ไปขนรางวัล 1 ถ้วย 3 เหรียญทอง 1 เหรียญ เงิน
 ทียิงปืน ไม่ได้ ขนาดนี้ ได้แต่แจกรางวัลขนาดนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 24, 2006, 11:04:21 PM
อ้อ  ถึงว่า  วันนี้ผมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของพี่เลย  น้องตาคม แต่ตาไม่หวาน ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวหาน้ำเชื่อมแถวนี้ได้ครับ ผมมีน้ำตาลเยอะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 12:02:49 AM
พานท้ายที่ต้องการใช้ให้เข้ากับตัวเรา ทำไมต้องให้ต้นส้งกัดปืนทำให้ครับ com hell cash หลังจากสั่งมาเล้วช่างบ้านเราน่าจะทำได้สะดวกกว่านะครับ ลองถามดูนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 05:36:58 AM
ที่สั่งให้โรงงานเจ้าของปืนทำให้เพราะว่าเขาทำออกมาสวยที่สุด ทนที่สุด และไม้ดีที่สุดครับ เคยมีอาท่านนึง ไปซื้อไม้วอลนัทลายสวยสวยสำหรับทำพานท้ายมาจากโรงงาน Perazzi เอากลับมาเมืองไทย ไปถามช่างป๊อก ว่าจะเหลาให้ได้ไหม ช่างป๊อกบอกว่า อาครับ มาถึงหน้าร้านผมแล้วกลับรถ U turn กลับไปอิตาลีเลยครับ ไม้ของคุณอา ราคาตั้งหลายหมื่น ผมทำเสีย ผมมิตายเหรอ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 08:51:36 AM
อยากถาม เรื่องการบำรุงรักษา ปืน เช่นชุดลำกล้อง ชุดลูกเลื่อน และพานท้าย ใช้อะไรล้าง ใช้นำมันอะไร ต้องแยกทุกชิ้นส่วน
หรือเปล่า ยิงเสร็จจะต้องทำเลยหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 11:31:16 AM
ปืนลูกซองแฝด ก็ทำจากเหล็กธรรมดานั่นแหละครับ ต้องการการทำความสะอาดหลังการยิงทุกครั้ง และควรจะล้างทันทีที่เลิก หยดน้ำที่หยดลงในกระเป๋าปืนเพียงสองสามหยด หรือรอยคราบเหงื่อที่เปื้อนตามปืนจะเป็นสนิมได้ง่ายๆและเร็วด้วยครับ  ที่สนามยิงเป้าบินจะใช้ sonax เป็นหลัก อันที่จริง WD  40  ก็ใช้ได้ดีนะครับ  ถ้าวันไหนฝนตก ก็ควรจะใช้ปั้มลมเป่าลมแรงๆไล่น้ำฝนด้วย  ที่นิยมสองแบบนี้ ก็เพราะเป็นกระป๋องสเปร์ย ฉีดพ่นง่ายและสะดวก เมื่อล้างเสร็จแล้วเช็ดบริเวณผิวเหล็กอย่าให้มีรอยนิ้วมือเด็ดขาด ส่วยบริเวณพานท้ายและกระโจมมือ ซึ่งเป็นไม้ ถือเป็นเขตต้องห้ามสำหรับน้ำมันทุกชนิด ไม่ควรโดนน้ำมันเด็ดขาดครับ ใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดให้หมดรอยนิ้วมือเลยครับ

ผมเห็นนักยิงปืนเป้าบินหลายคน นิยมห้อยผ้าขนหนูไว้ข้างเอว  บอกว่าเอาไว้เช็ดมือ  เช็ดมือแล้วก็เอามาเช็ดพานท้ายปืน ไปๆก็เช็ดลำกล้อง  ไปๆก็เอาผ้ามาเช็ดหน้า  ก็เลยกลายเป็นเอาเหงื่อซึ่งมีเกลือที่ถูกขับออกมาจากร่างกาย ไปเปียกอยู่กับผิวปืน แฮะๆ ใครนิยมทำก็ตามสะดวกครับ ผมไม่ทำครับ ปืนจะเป็นสนิมเอาง่ายๆ อีกอย่างนึง บริเวณผิวรมดำ เอาผ้าไปถูบ่อยๆ รมดำก็จะซีดเร็ว ปืนจะเก่าเร็วครับ เวลาใช้ปืนก็พยายามนึกซิครับว่า ยิ่งไม่ไปถูกเนื้อเหล็กเลยได้จะดีที่สุด   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 04:41:51 PM

ผมเห็นนักยิงปืนเป้าบินหลายคน นิยมห้อยผ้าขนหนูไว้ข้างเอว  บอกว่าเอาไว้เช็ดมือ  เช็ดมือแล้วก็เอามาเช็ดพานท้ายปืน ไปๆก็เช็ดลำกล้อง  ไปๆก็เอาผ้ามาเช็ดหน้า  ก็เลยกลายเป็นเอาเหงื่อซึ่งมีเกลือที่ถูกขับออกมาจากร่างกาย ไปเปียกอยู่กับผิวปืน แฮะๆ ใครนิยมทำก็ตามสะดวกครับ ผมไม่ทำครับ ปืนจะเป็นสนิมเอาง่ายๆ อีกอย่างนึง บริเวณผิวรมดำ เอาผ้าไปถูบ่อยๆ รมดำก็จะซีดเร็ว ปืนจะเก่าเร็วครับ เวลาใช้ปืนก็พยายามนึกซิครับว่า ยิ่งไม่ไปถูกเนื้อเหล็กเลยได้จะดีที่สุด   

 :D :D :D
ร้อนตัว ออกมาเลยครับ เมื่อก่อนผมก็ทำแบบนี้ สรุป หน้าก็จะพัง ปืนก็จะพังด้วย เพราะ หน้าโดนก็โดนน้ำมัน ปืนก็โดนเหงื่อครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 05:16:08 PM
เอารูปไม้วอลนัทมาให้ดู เป็นไม้ท่อนดิบๆเลยครับ คุณอาท่านนึงซื้อมาจากอิตาลี ราคาตั้งหลายหมื่นบาท นัยว่าลายสวยมาก รีบคว้าไว้ก่อนโดยยังไม่รู้ว่าจะใส่กับปืนกระบอกไหนดี เก็บไว้สองสามปี ตัดสินใจว่าจะเหลาใส่ Perazzi MX8 Skeet เลยให้ผมไปสอบถามช่างป๊อก มือเซียนเหลาด้าม มือวางอันดับหนึ่งของเมืองไทย พี่ป๊อกเห็นไม้รีบบอกทันทีเลย คอพานท้ายก็ไม่มีมาให้ ทำยาก จะเหลาให้ไม่แน่ใจว่าจะเนียนเหมือนของโรงงานไหม ถ้าทำคอพานท้ายมาก่อน ก็พอไหว


(http://i7.tinypic.com/20z8f3c.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 05:31:38 PM
ผมเองได้ฟังคำตอบจากพี่ป๊อก เลยชักไม่แน่ใจ ลองเอารูปตามที่แนบมานี้ ไปให้ช่างป๊อกดู ว่าจะสู้ไหม

(http://i7.tinypic.com/20z8d1u.jpg)


พี่ป็อกเห็นรูปแล้วหัวเราะร่าเลยครับ ตอบว่า  คุณไปจนถึงโรงงานแล้ว ยังไปเอาพานท้ายแบบนี้กลับมาทำไม ก็ให้ที่โรงงานเหลามาซะให้เสร็จเลยซิครับ เอามาทามมายยยย

ท่อนไม้อันที่ผมเล่าให้ฟังนี้ ปัจจุบันเจ้าของได้ลาจากโลกไปแล้วครับ เมื่อตอนทำกงเต็ก ลูกชายไม่ได้โยนเข้ากองไฟไปให้เตี๋ยด้วยหรอกครับ เพราะรู้ราคาดี ผมประมาณว่าจนถึงวันนี้ ไม้ท่อนนั้นน่าจะราคา 60,000 บาทแล้ว เกือบโยนเข้ากองไฟตอนทำกงเต็กไปแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 05:42:23 PM
เฉพาะราคาไม้ทำพานท้าย ซื้อลูกซองแฝด ไอ้หย๋า ได้เลย..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 06:26:16 PM
เอารูปไม้วอลนัทมาให้ดู เป็นไม้ท่อนดิบๆเลยครับ คุณอาท่านนึงซื้อมาจากอิตาลี ราคาตั้งหลายหมื่นบาท นัยว่าลายสวยมาก รีบคว้าไว้ก่อนโดยยังไม่รู้ว่าจะใส่กับปืนกระบอกไหนดี เก็บไว้สองสามปี ตัดสินใจว่าจะเหลาใส่ Perazzi MX8 Skeet เลยให้ผมไปสอบถามช่างป๊อก มือเซียนเหลาด้าม มือวางอันดับหนึ่งของเมืองไทย พี่ป๊อกเห็นไม้รีบบอกทันทีเลย คอพานท้ายก็ไม่มีมาให้ ทำยาก จะเหลาให้ไม่แน่ใจว่าจะเนียนเหมือนของโรงงานไหม ถ้าทำคอพานท้ายมาก่อน ก็พอไหว


(http://i7.tinypic.com/20z8f3c.jpg)
:D~ :D~โอโฮ 30กว่าอันx60,000.-เกือบ2ล้าน แล้วค่าเหลาอีกเท่าได คับท่าน:D~ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 06:49:48 PM
พานท้ายที่ต้องการใช้ให้เข้ากับตัวเรา ทำไมต้องให้ต้นส้งกัดปืนทำให้ครับ com hell cash หลังจากสั่งมาเล้วช่างบ้านเราน่าจะทำได้สะดวกกว่านะครับ ลองถามดูนะครับ
ขอเสริม ท่านลูกซองสั้น อีกนิด อย่าว่า แต่หลาว เลย ครับ แม้แต่ ตัดก็มีปัญหา เพราะ ทำให้สัดส่วน เสียไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 08:09:08 PM
แล้วตอนนี้ไม่ทั้งหมดก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสินะครับพี่ น่าเสียดาย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 10:15:34 PM
คุณอาซื้อมาแค่อันเดียวครับ สำหรับทำพานท้าย ผมดึงรูปนี้จากที่อื่นเอามาแสดงเป็นตัวอย่างครับ เมื่อตอนที่ช่างป๊อกบ่นเรื่องการทำคอพานท้าย ผมเอารูปพานท้ายของ Beretta 682  (วันนี้หารูปไม่เจอเลยดึงรูป SO5)ซึ่งมีการขายแบบเฉพาะทำมาแค่คอพานท้ายด้วย ผมถามช่างป๊อกแบบซื่อจริงๆ แล้วถ้ามีคอพานท้ายแล้วหละ แฮะๆ แกก็ตอบแบบนั้นจริงๆครับ ต่อท้ายบอกให้ U turn กลับไปอิตาลีเลย

มีคนจำนวนไม่น้อยนะครับ กล้าจ่ายค่าไม้แพงระยับ แต่ไม่กล้าซื้อลวดลายแกะสวยๆ บอกว่ารักษายาก บางคนบอกว่าปืนแกะลายเขาเอาไว้เก็บ ไม่เอามายิงกันหรอก เลยไม่ได้ซื้อสักที ผมว่าซื้อมาแล้ว เป็นของเราแล้ว ยิงเลย และ แม้นจะไม่กล้าเอามายิง แค่เอามาเชยชม ก็สุขบรมแล้ว 



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 25, 2006, 10:20:37 PM
ลวดลาย ดูเดี๋ยวเดียวก็เบื่อ  แต่ลายไม้ กับ ไม้ที่หลาวมา สำหรับเรา นั้นหายากกว่า  และใช้ได้นานจนหมดอายุไข ------เรา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 10:02:46 AM
สำหรับผมถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ทั้งไม้สวยและลายสวยๆสองอย่างพร้อมกันเลยครับ ;D ซักวันนึงต้องทำได้แน่ครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 10:23:40 AM
ผมว่าซื้อมาแล้ว เป็นของเราแล้ว ยิงเลย และ แม้นจะไม่กล้าเอามายิง แค่เอามาเชยชม ก็สุขบรมแล้ว 

 
ชื่นชมกับผลงานจากหยาดเหงื่อของเราที่หามาได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 01:08:47 PM
รวบรวมมาอ่านทบทวนกันครับ

ปืนที่ผลิตจากโรงงานชั้นนำ และที่คนไทยรู้จักมากที่สุดก็คือ Perazzi  Beretta Browning  ส่วนBrowningนั้นคนไม่ค่อยใช้กันแล้วเพราะระบบล้าสมัยไปแล้วสำหรับกีฬาแต่ยังใช้ล่าสัตว์อยู่ Beretta ก้เน้นปืนล่าสัตว์ (พูดถืงลูกซองนะครับ)มีปืนใช้ในการแข่งขันบ้าง เป็นอันดับ2 ของปืนที่นักกีฬาใช้แข่งทั่วโลก Perazzi เป็นปืนที่ใช้แข่งมากที่สุด ในปืนลูกซองที่ผลิตออกมาจะเป็นGame Guns ต่อมาก็ trap skeet . skeet ผลิตไม่ถึง20%ของปืนที่ผลิตจากทั้ง3โรงงานและเป็นปืนที่ผลิตง่ายที่สุด ราคาตกมากที่สุด ที่อิตาลี่มีนักกีฬายิงปืนกว่า3ล้านคน มียิงskeetไม่ถึง8แสนคน นอกนั้นเป็นtrap

เรียนถามพี่FABBRIครับทำไมถึงว่าสั่งทำยากกว่า PERAZZIละครับ เรื่องนี้เคยมีเจ้าของร้านปืนบอกกับผมเหมือนกันว่าถ้าจะเอาเบเร็ตต้าก็ต้องรอนานกว่า ผมเองก็ชอบMX8มากนะครับ แต่อยากได้เป็นSCO-SC3มากกว่า แต่ด้วยความที่ชอบในยี่ห้อเบเร็ตต้าเลยเลือกยี่ห้อนี้ครับ แต่มีข่าวดีเรื่องSO5มาสงสัยต้องเก็บเงินเพิ่มอีกซะแล้วครับ  ไม่ทราบว่าSO5ตัวนี้เป็นรุ่น COMPETITIONหรือว่าเป็นตัว EELLธรรมดาครับ ถ้าจะกรุณาก็ขอรูปทั้งSO5-SO6ด้วยก็จะเป็นพระคุณมากเลยครับ

beretta เป็นปืนโหลที่ทำจากโรงงานถ้าจะสั่งทำต้องไปที่customshop เท่านั้นแล้วยุงอยากมาก ไปสั่ง perazzi ง่ายกว่า

แหม ท่านFabbri เรียก Beretta เป็นปืนโหล เสียราคาหมด  ที่ถูกต้องใช้ภาษาว่า mass production ครับ คือทำออกมามากๆ เพื่อให้มีต้นทุนต่ำลง  Beretta มีแบบของปืนมากมาย ทั้งปืนสั้นและปืนยาว โรงงานของ Beretta ที่ Italy ใหญ่มาก และเข้มงวดในการเข้าไปในโรงงานมาก เพราะผลิตอาวุธปืนสงครามด้วย

เมื่อคุณซื้อปืนยิงเป้าบิน Beretta สักกระบอกนึง จะพบว่าราคาไม่สูงนัก แต่เมื่อคุณต้องการซ่อมปืน หรือติดต่อโรงงานเพื่อเหลาพานท้าย การติดต่อกับโรงงานจะยุ่งยากมาก ต้องติดต่อผ่านทาง custom shop ซึ่งงานเหลาพานท้ายยังต้องใช้เวลา 45 วัน หรือเมื่อต้องการจะซื้ออะไหล่ปืนสักชิ้นสองชิ้น กลับต้องไปซื้อผ่านร้านปืนที่หน้าโรงงาน คือโรงงานไม่ยอมขายให้เราโดยตรง ทั้งๆที่ผมไปยืนอยู่ตรง custom shop แล้ว ผมต้องย้อนออกมานอกโรงงาน ไปถามที่ร้านปืนข้างถนน ให้เขาสั่งซื้ออะไหล่ปืนให้ นี่แหละที่เรียกว่ายุ่งยากกว่า

ผิดกับ Perazzi เราสามารถเดินเข้าไปในโรงงานได้ทั่วเลยครับ เจ้าของโรงงานยกเว้นไม่ให้เข้าไปตรงบริเวณที่ช่างเชื่อมประกอบลำกล้อง และทำรมดำครับ บอกว่าเป็นบริเวณที่มีอันตรายจากความร้อน เปลวไฟ และเคมีจากน้ำยารมดำมีสารอันตรายต่อการสูดดมเข้าไป เราสามารถเดินเข้าไปในโรงงาน สั่งวัดตัว ทำพานท้าย และช่างจะทำการป้อนโปรแกรมใส่เครื่องทำการเหลาพานท้ายให้เราเลยทันที การเหลาพานท้ายติด recoil pad ใช้เวลาสามชั่วโมง เราก็จะได้พานท้ายของเราออกมา ช่างจะประกอบพานท้ายใส่กับปืนของเรา แล้วเราก็สามารถออกไปลองยิงที่สนามยิงปืนของโรงงาน ช่างผู้เหลาพานท้ายให้เราจะออกไปดูเรายิงด้วย ว่าเรายิงไปตรงไหม ต้องแก้ไขพานท้ายไหม ถ้าต้องแก้ไข ช่างก็จะจัดการแก้ไขให้จนเสร็จ ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 4 - 5 ชั่วโมง พานท้ายที่ได้จะขาดแค่การทำเคลือบเงาเท่านั้น ช่างจะนำไปเคลือบเงา หลังจากนั้นอีกอาทิตย์นึง พานท้ายก็เสร็จ ที่โรงงาน หน้าเคาเตอร์ เราจะซื้ออะไหล่ชิ้นไหน บอกได้ทุกชิ้น แม้นแต่ปืนที่โรงงานประกอบเสร็จแล้วตั้งโชว์อยู่ เราเกิดชอบใจมิติและลายไม้พานท้ายปืนกระบอกไหน เจ้าของโรงงานยินดีถอดขายให้ทันที

พี่ Fabbri พี่ขยันพิมพ์มากๆก็ได้นะครับ พี่พิมพ์แค่ว่า Beretta เป็นปืนโหล กับการติดต่อกับโรงงาน Beretta ใช้เวลานานกว่าและไม่ค่อยสะดวก ผมต้องออกมาอธิบาย แปลไทยเป็นไทยซะยาว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 01:12:17 PM
ขอบคุณมากครับ..ตั้งแต่ซื้อหนังปืนลูกซองมาอ่าน..ความอยากรู้อยากเห็นมันเพิ่มขึ้นๆ เพียงแต่ว่านักเลงปืนบ้านเรา พูดเรื่องลูกซองกันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเน้นปืนสั้นกับไรเฟิล..ปืนลูกซองเป็นปืนที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก..ถ้ามีโอกาสคงได้ครอบครองแฝดดีๆสักกระบอก..

อย่าลืมว่าปืนลูกซอง เป็นปืนที่ถูกที่สุดในโลก และ เป็นปืนที่แพงที่สุดในโลกเช่น กัน (ปืนสั้นไม่ว่าขนาดใดทำจากทองแท้99.99% ทั้งกระบอก ก็ยังซื้อปืนลูกซองที่ทำจากเหล็กและไม้ บางกระบอกไม่ได้) ปืนลูกซองเป็นปืนที่ยิงง่ายที่สุด และ ยิงอยากที่สุดเช่นกัน ตัวอย่าง ปืนลูกซองยิงนกเกาะเป็นฝูงไปนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว เวลายิงนกบินตั้งหลายนัดไม่โดนนกสักตัว ปืนลูกซองเอาไว้ยิงเป้าบินจึงเป็นกีฬา ยิงเป้านิ่งเช่นนกหรือสัตว์นิ่งๆไม่เป็นกีฬา  คุณ ลูกซองสั้นขยายความให้ด้วยครับ
ปืนลูกซองก็คือท่อขนาดกว้างหน่อยที่ด้านท้ายทำให้มีขนาดเท่ากับกระสุนลูกซอง แล้วก็ทำกลไกนกสับเพื่อเอาไว้ตีไปที่แก็บตรงท้ายกระสุน พูดสั้นที่สุด คือ ไม่ต้องทำเกลียวในท่อนั้นเลยครับ ไม่มีการมาวัดกลุ่มกระสุนกันว่าแม่นยำขนาดไหน ไม่ต้องห่วงว่าจะยิงกันไกลมากไหม ปืนลูกซองพัฒนามาจากปืนแก็บหรือปืนบรรจุปากลำกล้องนั่นเองครับ ชุดลั่นไกก็ไม่ต้องเฉียบคมอะไรนักเพราะยิงออกไปแต่ละนัด กลุ่มลูกปรายบานเป็นกระด้ง ใช้ขนาดกระด้งเปรียบเทียบ มันก็เท่านั้นจริงๆครับ  ปืนลูกซองราคาถูกๆ มีมากมายครับ เดี่ยวตราเสือ สั่งพิเศษยิงลูกโดดได้  คือตัวอย่างของปืนที่กล่าวถึง

ปืนลูกซองแพงที่สุด แพงเพราะเอางานศิลปใส่ลงไปในปืนครับ ปืนลูกซองมีแก้มด้านข้างที่แบนกว้างที่สุดกว่าปืนใดๆ ช่างแกะสามารถใส่จินตนาการณ์หรืออารมณ์ของงานศิลป์ลงไปได้เต็มที่ ต้องสะกดใจตัวเองครับ เวลาดูความงามเหล่านี้ และอย่าไปถามราคา เพราะจะทำให้อารมณ์อันสุนทรีสะดุดไป งานศิลป์ข้างปืนลูกซองอาจมีราคาสูงถึง 50,000 ยูโร ยังไม่รวมค่าปืนนะครับ นั่นคือความแพง

ลองนึกเหมือนเราๆท่านๆ มีบ้าน เราก็สามารถอยู่อาศัย มีความสุขสบายดีแล้ว เราไปเห็นบ้านข้างๆมีสนามหญ้า จัดสวนสวยงาม ภายในบ้านแขวนรูปวาดสวยงาม มีงานศิลปตั้งโชว์ ก็คิดเปรียบเทียบได้คล้ายๆกับครับ ก็บ้านที่มีความสุข อยู่กันพร้อมหน้า เหมือนๆกันใช่ไหมครับ ปืนลูกซองกระบอกดำปี๋ กับกระบอกแกะลายสวยงาม ยิงได้แต้ม หรือยิงไปได้กลุ่มเหมือนกันครับ ต่างกันแค่ความสุขของเจ้าของเท่านั้น ความแม่นยำไม่ต่างกันเลย  นั่นแหละครับ ปืนถูกกับปืนแพง

ขอพักเดี๋ยว เดี๋ยวค่อยมาต่อเรื่อง ความหมายของการยิงง่ายกับยิงยาก ในมุมมองแบบกีฬา

ในการล่าสัตว์ ความสามารถในการสังหารสัตว์อย่างแม่นยำและแน่นอน ย่อมเป็นที่ถูกอกถูกใจของนายพราน ลองเปรียบเทียบการใช้ปืนลูกกรดยิงนกที่เกาะบนต้นไม้ ผมว่าเป้าหมายขนาดเล็กๆนั้นยิงโดนยากนะครับ แล้วเป้าเดียวกันเราใช้ปืนลูกซอง แค่ยกปืนขึ้นชี้ไปที่เป้าให้ตรง เป้าที่อยู่นิ่งๆจะหลุดรอดกลุ่มลูกปรายขนาดกระด้งไปได้เหรอ  ปืนลูกซองยิงง่ายก็เป็นดังนี้แหละครับ

แต่ปืนลูกซองก็มีเสน่ห์อย่างนึงครับในการยิงเป้าเคลื่อนที่ ปืนลูกซองไม่ใช่ว่ายิงตรงเป็นปืนแสงเลเซอร์ในหนัง Star War นะครับ ถ้าเป้าหมายอยู่นิ่งๆใช้ปืนลูกซองก็ยิงโดนง่ายๆครับ แต่ถ้าเป้าหมายนั้นกำลังบินหนี ปืนลูกซองเองโอกาสยิงโดนเป้าก็เริ่มจะลดลงแล้วครับ ความยิงยากเริ่มมีมากขึ้น ระยะเหมาะสมไหม ระยะใกล้ใช้โช้คกว้าง ระยะไกลใช้โช้คแคบ เป้าหมายขนาดใหญ่หรือเล็กแค่ไหน ต้องเลือกเบอร์ลูกปรายให้เหมาะสม แล้วเป้าหมายนั้นบินหนีเร็วมากไหม ต้องเล็งดักหน้าครับ พอยิงไม่โดน .....เออ  ...มันก็เป็นปืนที่ยิงยากนะ....




หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 01:28:25 PM
เรามาพูดถึงปืนยิงเป้าบินกันดีกว่า มีร้านปืนหลายร้าน มีคนเขียนเรื่องปืน มีคนทดสอบปืน แม้แต่คนบางคนที่ยิงเป้าบินพอพูดถึงปืนลูกซองแฝดลำกล้องซ้อน ก็มักจะบอกว่านั่นคือปืนยิงเป้าบิน ทั้งที่ไม่ใช่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เพราะแต่ละคนมีเหตุผลไม่เหมือนกัน บางทีรู้ก็แกล้งไม่รู้ ปืนแฝดลำกล้องซ้อน ทำมาเป็นปืนยิงนกมากกว่ายิงเป้าบิน เคยพบบางคนยิง Skeet ได้ดีแต่น่าจะยิงได้ดีกว่านี้เพราะอะไรรู้ไหม แกใช้ ปืนSporting ยิง เพราะที่ร้านขายปืนบอกว่าเหมือนกันเพียงแต่เปลี่ยนโชคเท่านั้นให้มันกว้างเขาไว้ ถ้าจะยิงTrapก็เอาแคบเข้าไว้ เพราะต้องยิงไกล ฉะนั้นโปรดเข้าใจว่าปืนลูกซองแฝดซ้อนไม่ใช่ปืนยิงแข่ง Skeet & Trap ทุกยี่ห้อและทุกรุ่น ต้องเลือก แม้แต่ปืน Copy เช่น Keyman ลอกแบบ Perazzi  citoriลอกแบบBrowning ยิงอย่าไรก็ไม่ถึงดวงดาว เพราะต้นทุนที่ต่ำ กับ ประสบการณ์ ที่ต่างกัน ปืนที่ดีต้องอยู่ที่สมดุล และ พานท้าย ทำไมปืน H&H จึงแพงกว่าปืนไอ้หยาหลายเท่า ทั้งทีอะไหล้ปืนH&Hก็มาจากปืนไอ้หยา เพราะการทำที่ปรานีตกว่ารู้จัก สมดุลของปืนและรู้จักพานท้าย ปืนสั้น มีศูนย์หน้าและศูนย์หลัง แต่ ปืนลูกซองไม่มี ศูนยืปืนลูกซองอยู่ที่พานท้าย และปืนลูกซองไม่ได้ยิงกระสุนเป็นกลุ่มหลายนัดทีเขาชอบเรียกกัน แต่ลูกซองเวลายิงกระสุนออกไป เขาเรียกว่า ม่านกระสุน ถี่หรือห่าง แล้วแต่โชค็ เอาแค่นี้ก่อน ให้ท่านลูกซองสั้นบรรเลงต่อ
ปืน SKEET & Trap ถ้าจะซื้อ กรุณาดูให้แน่ๆถามมากๆแล้วจะไม่เสียใจ เพราะปืนราคาไม่ใช่ถูก บางคนขอเงินพ่อแม่มาแล้วจำนวนมาก เสียทั้งเวลาเรียน เสียเงิน เสียทอง ค่ากระสุน เสียเวลาคุยโทรศัพย์ คุยกับแฟนคุยกับกิ๊ก ยิงยังไงก็ไม่ได้คะแนน จนหมดกำลังใจ เพราะ ซื้อปืนผิด ยังขอยืนยัน นั่งยัน ต้องใช้ Beretta 682 Dt10 Mx8 เท่านั้น สำหรับ Skeet Browning B25 ก็ได้ถ้ามี และ MX8 DT 10 สำหรับ Trap หรือ ASE Goldหรือ  B25 ก็ได้ถ้าหาได้ นอกนั้นเป็นตัวประกอบ แสดงฉากเดียวแล้วตาย
ปืนที่ดีสำหรับเราจุดแรกคือ พานท้าย ต้องได้ขนาดและสัดส่วนที่ดี สมดุลที่ เหมาะสม โชค็ที่ทำด้วยความปรานีต ลำกล้องที่แข็งแรง ยิงนัดแรก กับยิงนัดที่ 50 ขณะแข่ง ม่านกระสุนต้องเหมือนกับ ไม่ใช่ 10นัดแรก ม่านแคบ ที่เหลือเมื่อลำกล้องร้อนแล้วไม่รู้ม่านหายไปไหน เหมือนขุนแผนฟันม่านขุนช้าง ล่อนจ้อนเลย  โชค็กว้างหรือแคบอยู่ที่นิสัยคนยิง คือยิงช้าหรือยิงเร็ว ต้องเลือกให้ดี เพื่อนคนทีออกแบบ MX8 ยิงTrapเมื่อปี 1964 ที่โตเกียวได้เหรียญทองโอลิมปิก สมัยก่อนต้องยิง 200นัด สมัยนี้ยิงแค่ 150นัด ยิง200นัด ผิดไป 2นัด ได้ 198 คะแนน ใช้นัด 2 แค่ 5นัด เท่านั้น และคนนี้เป็นคนสอนให้รู้จักดูและเลือกปืน แต่คนไทยที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผมที่สอนให้รู้จักปืน คืออะไร คือ ท่าน วิจิตร ศิริเทียน ชื่อ คู่มืออาวุธปืน ถ้าได้อ่านแล้วไม่ต้องหาหนังสือเมืองไทยเล่มไหนอ่านอีก


มาขยายความต่อสักหน่อยนะครับ เหล็กทำลำกล้องที่กล่าวว่ามีคุณสมบัติไม่ขยายตัวเมื่อลำกล้องร้อน ทำให้กลุ่มกระสุนคงที่แม้นว่าจะยิงกันจนลำกล้องร้อนจัด ก็คือ Boehler antinit steel นั่นเองครับ

ปืน Perazzi MX 8 ปัจจุบัน ก็ไม่ได้ใช้ Boehler antinit steel นะครับ  ปืน Beretta  DT 10 ก็ไม่ได้ใช้นะครับ ผมคิดว่าเราต้องเชื่อถือมาตราฐานการคัดเลือกลำกล้องของทั้งสองโรงงานเอาไว้ก่อน ถ้าลำกล้องดิบที่ทำเอาไว้ไม่ได้ตามมาตราฐานขนาดหนึ่งที่ทางโรงงานตั้งเอาไว้ ก็คงจะถูกคัดทิ้งไป ลำกล้องที่ใช้ได้ก็จะผ่านการตรวจสอบและจะดัดลำกล้องให้ตรง เป็นความจริงที่ว่าเหล็กลำกล้องปืนลูกซองที่ถูกดัดเอาไว้จะขยายตัวและคืนตัวกลับไปคดดังเดิมเมื่อลำกล้องร้อนจัด และจะส่งกลุ่มกระสุนไปที่อื่นตามแต่ว่าลำกล้องคดไปทางไหน

ตามข้อมูลที่ได้รับฟังมาจากโรงงาน Perazzi ลำกล้องที่ออกจากสายการผลิตลำกล้องดิบ และตรวจดูแล้วว่าตรง จะถูกคัดไปทำลำกล้องปืนเกรดสูง SCO  ดังนั้นก็พอจะสรุปเหมาเอาว่า พวก MX 8 ปืนมาตราฐานเกรดแข่งขันทุกกระบอก  ใช้เหล็กลำกล้องดัดทุกกระบอก (มั้ง ?)

อ่านมาแล้วเข้าใจไหมครับ ทำไมผมหลงรัก Beretta ASE 90 เพราะใช้ลำกล้องเหล็ก Boehler antinit steel ครับ 

ขอถามพี่ Fabbri หน่อยครับ พี่มี Perazzi SCO ตั้งหลายกระบอก ตรงลำกล้องมีการทำเครื่องหมายพิเศษไว้ไหมครับ ว่าเป็นลำกล้อง SCO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 01:41:28 PM
รบกวนขอถามเรื่องง่ายๆพื้นฐานหน่อยครับ
     1 ปืนskeet ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
     2 ปืนtrap ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
     3 ปืนsporting ลำกล้อง ควรยาวเท่าไร ตัวปืนลักษณะอย่างไร
ติดตามกระทู้นี้มาตลอด แต่ยังแยกปืนไม่ออก ขอบคุณครับ

เรื่องที่1 หนังสือ คู่มืออาวุธปืนทุกชนิด และ ศิลปการล่าสัตว์ ของ วิจิตต์ ศิริเทียน  พิมพ์ครั้งแรก ประมาณ พศ 2498 พิมพ์ครั้งที่ 3 ประมาณานปี2510  เคยเหมาจากร้านโอเดียนสโตว์ ปี2520 เมื่อปี 2530 คุณ วิจิตต์เคยจะเซ็นมอบอำนาจให้พิมพ์ ใหม่ พอดีไม่ได้พบกับแก 1-2 เดือน ก็ได้ข่าวเสียชีวิตแล้วเลยอดพิมพ์
เรื่องที่ 2 Perazzi SCO ทั้งที่โครงเครื่องกลไก [action] และ ลำกล้อง มีตี SCO
  เรามาว่ากันเรื่องลำกล้องต่อดีกว่า แล้วค่อยตอบคุณ Kat ที่ว่าลำกล้องดีหรือไม่ดีนั้นไม่ได้อยู่ที่เหล็กอย่างเดียว เหล็ก Boebler  ดี แข็ง และเป็นสปริง มีหลายยี่ห้อใช้ทำลำกล้อง รวมถืง Browning ด้วย ข้อเสียรมดำอย่างไรก็ไม่ดำ ตะกั่วเงินที่ใช้เชื่อมมักมีปัญหา ใช้ยิงติดต่อกันมากๆจนลำกล้องร้อนจัด ก็จะทำให้ Rib แตก ดังที่เราเห็นทั่วไป
  ที่ว่าลำกล้องที่ดีนั้น ไม่ใช่เพราะดัด หรือ ไม่ดัด  เพราะเวลาเขาดัดลำกล้องเขาดัดตอนเย็น ไม่ใช่บ่ายๆ ยิงร้อนยังไงก็ไม่กลับที่เดิม ทุกโรงงานปืนที่ทำลำกล้องเอง จะมีเครื่องดัดทั้งนั้น รวมถึง H&H Puredy Perazzi Beretta
 ลำกล้องที่ดีต้องใช้เหล็กดี โรงงานไม่ยอมบอก เลยไม่รู้ บางทีเขาพูดอิตาเลี่ยนเราก็ฟังไม่ออก คนแปลจากอิตาเลี่ยนเป็นอังกฤษก็ไม่ค่อยอยากแปล พอได้แท่งเหล็กมาแล้วเขาจะใช้สว่านเจาะรูให้ตรง พอได้ลำกล้องที่มีรูแล้ว ก็จะกลึงภายนอก ลำกล้องที่ดี ผนังลำกล้องจะต้องเท่ากันตลอด ไม่ใช่บางจุดหนา บางจุดบาง เพื่อความร้อนจะได้แผ่กระจายเท่าๆกัน เม็ดกระสุนที่อยู่ในถ้วยพลาสติก จะได้ไม่บิดเบี้ยวและเดินทางตรง ทีนี้พอทำเสร็จแล้วก็ต้องดูว่าที่เรากลึงจนได้ความหนา บาง ตามที่เราต้องการแล้ว ดีหมดแล้ว ดันบิด เบี้ยว งอ ที่นี้และ ก็ต้องส่งให้ช่างดัด ให้ตรง โดยใช้วงกลม 360 องศา มีทีขันรอบด้าน ดัดแล้วจะต้องไม่กระทบกับรูข้างใน เครื่องวัดที่ดีที่สุดคือ สายตาช่าง เขาแค่ยกขื้นมาส่องดูเท่านั้นก็บอกได้แล้วว่า ลำกล้องบิดไปทางไหน ต้องแก้อย่างไร ต้องยอมรับว่าเป็นอาชีพของเขา เคยเอาปืนที่ประกอบแล้ว ไปให้ช่างพวกนี้ดู เขาจะบอกเราได้เลยว่าปืนกระบอกนี้ยิงแล้ว ม่านกระสุนจะไปทีใด ซ้ายหรือขวา บนหรือล่าง จากจุดที่เรายิง ฉะนั้นลำกล้องปืนที่ดีจะแพงมาก และ ถ้าไม่ต้องดัด ทำออกมาแล้วใช้ได้เลยยี่งแพงมาก ลำกล้องปืนที่ดัดแล้วประกอบแล้วจะไม่มีทางกลับไปเหมือนก่อนดัด  ส่วนลำกล้องปืนถูกๆ ก็จะใช้ท่อแปปที่ทำมาแท่งยาวๆ แล้วตัดตามขนาด แล้วมากลึงลำกล้องให้เรียวตามต้องการ จากนั้นก็เจาะรังเพลิง ทำโช้คโดยไม่คำนึงถึงผนังลำกล้อง หรือโลหะที่ใช้ จะได้ลดต้อนทุน
  ปืน Skeet ลำกล้องจะอยีที่ความยาว 26-28 นิ้ว Browning Beretta จะยาว28นิ้วมาตราฐาน ส่วน Perazzi ก็ยาว28นิ้ว แต่ เจาะported จึงทำให้ลำกล้องไม่ถึง 28นิ้ว
 ปืน Trap กับ  Sporting จะยาว 29.5 ถึง 30 นิ้ว ถ้าต้องการ 28 หรือ 32 นิ้ว ต้องสั่ง
   พานท้าย Skeet จะตำ จากแนวลำกล้อง ส่วนหน้าพานท้าย [comb] ประมาณ 4 ซม  ส่วนหลัง [heel] ประมาณ 6 ซม
    Trap จะตำกว่าลำกล้อง 3.2-3.5 ซม ส่วนหลัง 4.2-4.5 ซม

ปัจจุบันโรงงานปืนเกือบ 90% ซื้อลำกล้องจากโรงงานที่ทำลำกล้งโดยเฉพาะ เพียงแต่สั่งเขาจะเอาราคาขนาดเท่าไรเขาก็จะทำให้ และ จะเอา แบบเสร็จ 100% เอาไปประกอบได้เลย หรือ 50%80% ก็ได้ ทีนี้ ปืนราคาแพง เช่น H&H ลำกล้องจะเป็นชิ้นเดียวกันตลอด คืด จากโคนที่มี Ejector รังเพลิง ลำกล้อง จนจดปลายโชค็ รวมถึงลิ่มใต้ลำกล้อง เป็นชิ้นเดียวกัน ส่วน Perazzi ใข้วิธี ทำเฉพาะ โคนลำกล้องส่วนที่เป็นรังเพลิงกับลิ่มล็อก แล้ว นำลำกล้องอีก2ชิ้นมาหมุนเกลียวใส่ ซึ่งถูกกว่าแบบแรกมาก แต่ฝีมือแต่งคอรังเพลิง คือ ส่วนต่อระหว่างรังเพลิงกับลำกล้องต้องเนียบมาก ไม่เช่นนั้น ถ้วยรองเม็ดกระสุนไปสดุดก็จะทำให้กลุ่มกระสุนเสีย Mr Perazzi ให้เหตุผลว่า เมื่อลำกล้องเสียก็เปลี่ยนง่าย เพียงแต่หมุนลำกล้องเก่าออกแล้วใส่อันใหม่ก็ใช้ได้แล้ว เร็วด้วย ดีด้วย แต่เหตุผลใหญ่คือลดต้นทุน
  ผมเคยไปโรงงานทำลำกล้องปืนเพื่อเลือกลำกล้องมาทำปืน S\S 2 กระบอก กว่าจะได้ 4 ลำ ใช้เวลานานมาก เพราะต้องเลือก กว่า 100 ลำกล้อง ที่ทำเสร็จแล้ว 60% ให้เข้าคู่กันที่สุด โดยไม่ต้องดัด เพราะ โรงงาน Piotti เลือกมาให้หลายรอบแล้วไม่ถูกใจสักที เขาเลยให้ไปเลือกเอง ไม่ใช่ผมเก่งนะครับผมแค่ไปอยู่กับเขาขณะเลือก เพราะ ปืนของผม 1กระบอก ของเพื่อน 1 กระบอก เพื่อนชื่อ Ennio Mattarelli คนออกแบบ MX8 แก้ไข ASE 90 เป็น ASE Gold ไรเฟิล ซาวเออ 200


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 01:47:40 PM
เราคุยกันเรื่องลำกล้องต่อดีกว่า
ลำกล้องปืนประกอบด้วย รังเพลิง คอรังเพลิง ลำกล้อง และโชค็ กระสุนสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่2 จะทำด้วยกระดาษ ส่วนฐานจะเป็นเหล็กหรือทองเหลือง ภายในจะประกอบด้วย แก็ป ดินปืน แผ่นหมอนทำด้วยสักหลาด หรือ ไม้ก็อก เม็ดกะสุนขนาดต่างๆ ปิดทับบนสุดด้วยกระดาษแล้วแม้มปากเพื่อ ไม่ให้กระสุนรั่วออกมา เมื่อบรรจุกระสุนแล้วยิง ดินปืนก็จะเผาไหม้เป็นแก้ส ดันหมอนพร้อมเม็ดกระสุนไปตามลำกล้อง จนถึงปลายลำกล้องที่เป็นโชค็
ลำกล้องที่ดี คอรังเพลิงจะต้องพอดีกับปลายปลอกกระสุน และ ไม่มีรอยสดุด เพื่อประคองหมอนกับกระสุบให้คงลักษณะเดิม รวมถึงลำกล้องก็ต้องพอดีกับหมอนทั้งเส้นผ่าศูณย์กลาง และเส้นรอบวง เพราะถ้าคอรังเพลืงกับลำกล้องไม่ดีแล้ว แก้สจะรั่วแซงหมอนออกไปบางจุดก็จะทำให้ หมอนเดินทางเสียรูป เม็ดกระสุนก็จะถูกแก้สตีทำให้เม็ดกระสุนไม่เป็นระเบียบ ลำกล้องปืนต้องกลมสมำเสมอตลอดโคนจดปลาย
แต่ปัจจุบับลำกล้องปืนไม่ต้องทำพิถีพิถัน มากนัก ที่ทำดีก็ทำเลวลงที่ทำไม่ดีก็ยิ่งแย่ลง เพราะหลังสงครามโลก กระสุนลูกซองทำด้วยพลาสติกและภายในไม่ใช้หมอนสักหลาดหรือไม้กอ็ก แต่ใช้เป็นถ้วยพลาสติกใส่เม็ดกระสุน เพื่อประคองให้กระสุนอยู่ในทีของมันไปจนจดปลาย แต่จะมีปัญหาเหมือนกัน คือถ้วยแต่ละโรงงานทำไม่เท่ากัน เราจึงพบว่าปืนกระบอกนี้ถูกกับกระสุนยี่ห้อนี้ ถ้าใช้ผิดแบบหรือยี่ห้อ ม่านกระสุนก็จะไม่ดี โรงงานปืนบางโรงงาน เลยทำกระสุนเองด้วย ปัญหาอีกอย่างคือใช้กระสุนไม่ถูกกับรังเพลิง ปืนปัจจุบัน มักจะเป็นขนาด 12 G ยาว 70มม( 2 3/4นิ้ว) ถ้าเอากระสุนยาว 65มม ( 2 5/8นิ้ว ) มาใส่ยิงปลอกก็จะไม่เต็มบ่าคอรังเพลิงแก้สก็จะไปตีถ้วยให้เสียแนวได้ หรือ เอา 70 มม ไปยิงในปืน65มม ปลายปลอกก็จะไปทับคอปืนทำให้ถ้วยถูกบีบลงก็จะเสียอีกเช่นกัน
เมื่อกระสุนวิ่งมาถึงส่วนปลายก็จะพบกับโชค็ ส่วนนี้จะเป็นตัวบังคับให้กระสุนแคบหรือกว้าง ก็อันนี้ที่สำคัญสำหรับเราว่าจะเอาปืนไปยิงอะไร ยิงใกล้หรือไกล ถ้าใกล้ก็ใช้โชค็กว้าง ยิงไกลก็แคบ มี หลายความหมายที่ใช้เรียกกัน เป็นอักษรก็ s\k , Cylinder,  Improved Cylinder , Modified , Improved Modified , Full Choke ใช้ เลข ก็ 2,4,6,8,10 ถ้าใช้ดาวกลับกับ ๐๐๐๐๐,๐๐๐๐,๐๐๐,๐๐,๐ ดาวเดียวแคบ ดาวมากกว้าง ลำกล้องที่ดี ม่านกระสุนเมื่อยิงไปแล้ว ต้องหนาแน่นในวงกลม 30 นิ้ว และที่สำคัญก็ต้องมีช่องไฟของเม็ดกระสุนได้ระเบียบ ถี่ ห่างต้องเท่ากัน  ระยะการยิงต้องแล้วแต่โชค็  ลำกล้องไม่ดี ม่านกระสุนจะเป็นรูปวงรีบ้าง เม็ดกระสุนจะไปกระจุกเป็นจุดๆ ไม่สมำเสมอ
โชค็ที่ดีต้องปรับด้วยมือ คือยิงแล้วม่านกระสุนเบี้ยว ก็ใช้ แปรงสักหลาดชุบกากเพชร ขัดแต่งภายในลำกล้องส่วนที่เป็นโชค็ จนได้ม่านกระสุนที่ต้องการ

เมื่อกระสุนวิ่งมาถึงส่วนปลายก็จะพบกับโชค็ ส่วนนี้จะเป็นตัวบังคับให้กระสุนแคบหรือกว้าง ก็อันนี้ที่สำคัญสำหรับเราว่าจะเอาปืนไปยิงอะไร ยิงใกล้หรือไกล ถ้าใกล้ก็ใช้โชค็กว้าง ยิงไกลก็แคบ มี หลายความหมายที่ใช้เรียกกัน เป็นอักษรก็ s\k , Cylinder,  Improved Cylinder , Modified , Improved Modified , Full Choke ใช้ เลข ก็ 2,4,6,8,10 ถ้าใช้ดาวกลับกับ ๐๐๐๐๐,๐๐๐๐,๐๐๐,๐๐,๐ ดาวเดียวแคบ ดาวมากกว้าง ลำกล้องที่ดี ม่านกระสุนเมื่อยิงไปแล้ว ต้องหนาแน่นในวงกลม 30 นิ้ว และที่สำคัญก็ต้องมีช่องไฟของเม็ดกระสุนได้ระเบียบ ถี่ ห่างต้องเท่ากัน  ระยะการยิงต้องแล้วแต่โชค็  ลำกล้องไม่ดี ม่านกระสุนจะเป็นรูปวงรีบ้าง เม็ดกระสุนจะไปกระจุกเป็นจุดๆ ไม่สมำเสมอ
โชค็ที่ดีต้องปรับด้วยมือ คือยิงแล้วม่านกระสุนเบี้ยว ก็ใช้ แปรงสักหลาดชุบกากเพชร ขัดแต่งภายในลำกล้องส่วนที่เป็นโชค็ จนได้ม่านกระสุนที่ต้องการ
มีอีกอย่างหนึ่งเมือพบปืนที่ถูกใจสวยปิ้งโดนใจเลย ทั้งรูปทรงทั้งไม้ทำพานท้าย ถ้าไม่ได้ซื้อ เอาไปกอดนอนแทนเมีย ต้องตายแน่ๆ (คุณ ผู้หญิงก็แทนสามี) โปรดระงับใจไว้ก่อน ต้องนึกก่อนว่าจะเอาไปทำอะไร ยกเว้นท่านที่กูรวยสะอย่างจะซื้อมีปัญหาไม๋ ก็ไม่ว่ากัน เอาว่า คนที่ต้องขอเงินคนอื่นมาซื้อก็แล้วกัน ทั้งพ่อ แม่ สามี ภรรยา ต้องเอาปืนนั้นมาประทับก่อนว่าเข้ากัยเราไหม พานท้าย Skeet Trap Sporting Field ต้องแยกให้ออก อย่าชอบจนยอมฝืนตัวเองให้เข้ากับปืน หรือ ฝืนปืนให้เข้ากับตัวเรา คือประทับแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหวียงซ้ายหรือขวา สูง ต่ำ เป็นไปตามใจเรา ถ้ายาวไปสักนิด ยังแก้ไขได้ในร้านทำด้ามปืนเมืองไทย นอกนั้นแก้ไขไม่ได้ ในเมืองไทย บางทีก็มีคนพอทำได้แต่ไม่ชอบทำ เมือประทับปืนได้ไม่ขัดขืนเหมือนใส่เสื้อสูท ที่สั่งตัดแล้ว เขากับตัวเรา จากนั้นก็จับปืนแก้ผ้า เพื่อดูอะไร
แก้ผ้า คือ ถอดลำกล้องออกดูที่โคนลำกล้องแถวๆใต้รังเพลิง เขาจะบอกหมดล่อนจ้อนเลยว่า ปืน ขนาดอไร 12 20 28 410 ความยาวของกระสุน 65 หรือ 70 หรือ 75 มม ปืนรุนใหม่ไม่มีปัญหาเรื่องดินปืน ปืนเก่าต้องดูว่าใช้ดินดำหรือ ควันน้อย  ขนาด ของโชค็ ก็เช่น ถ้าเป็นปืน SKEET  นอกจากพานท้ายที่ต่ำกว่าปืนกว่าปืนทั่วไปแล้ว ที่ลำกล้องต้องตี S\K,S\K ทั้ง 2 ลำกล้อง ปืน Trap พานท้ายจะสูงกว่าปืนทั่วไปที่ลำกล้องจะตี ๐๐/๐ หรือ 8/10 หรือ Im MOD \ FULL จากนั้นก็บอกรูก้วางหรือรูแคบ อย่าคิดมาก คือรูลำกล้อง คงจะประมาณ 18.4มม ต่อไปก็จะบอกน้ำขนักลำกล้อง 1.56 หรือ 1.65 KG ปืนทีโชค็นอกเหนือจากนี้แล้วก็เป็นปืนยิงนก ใกล้หรือ ไกล แล้วแต่เขาจะเขียนไว้ ไม่ใช่ลำกล้องยาวยิงไกล ลำกล้องสั้นยิงใกล้ ปืนบางกระบอก ลำกล้องยาวมาก แต่โชค็กว้างมากหรือถูกตัดไป ก็ยิงได้ใกล้ๆ บางกระบอก ลำกล้องยาวแค่ 25 นิ้วแต่เป็น Full Choke ก็มี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 01:56:00 PM
เรียนสอบถามท่าน FABBRI ครับ..
..ปืนลูกซองที่ใช้ในการแข่งขันปกติจะทำขนาดรังเพลิงเท่าไหร่ครับ..2 3/4 หรือ 3"  ?
..ในกรณีที่นำกระสุนทีมีขนาดสั้นกว่ามายิงในปืนที่มีขนาดยาวกว่า จะมีปัญหาคอรังเพลิงกร่อนหรือไม่ครับ..
ปืนที่ใช้ในการแข่งขัน เกือบ100% ทำขนาด 2 3/4นิ้ว หรือ 70 มม เพราะด้วยการกำหนด กติกาในการแข่งขัน เม็ดกระสุน ที่บรรจุ ต้องไม่เกิน 24 กรัม
  ในกรณีนำกระสุนที่สั้นไปยิงในรังเพลิงที่ยาวกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องกร่อน เพราะกว่าปืนจะกร่อน กระเป๋าตังค์ พังก่อน แต่ที่มีปัญหาก็ม่านกระสุนจะไม่ดีเท่าที่ควร

ou Boy จะให้เล่าเรื่องไม้หรือ มันยาวนะ--------------------------------------------------------------------------------
เอาสั้นๆก็แล้วกันนะ พานท้ายไม้ที่ดี และ ที่แพง ก็ ต้องทำจากไม้ วอลนัท [Walnut] มีไม้อื่นทีดี ก็มี เช่นไม้ maple wood beech wood  แต่พานท้ายปืนที่ดีทีสุด กลับทำด้วยวัสดุที่ถูกที่สุด คือ  fibres ที่ปืนในอเมริกาใช้กัน แต่สวยเป็นจรกาเลย ที่ดีเพราะหล่อได้ขนาดที่ฟิตกับปืนที่สุด และควบคุมเกรนของไฟเบอร์ ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ จึงฃ่วยกระจายแรงถีบของปืนได้ดีที่สุด
 ถ้าเราเห็นไม้มีลายสวยๆ เป็นลายก้อนหอย ลายเสือ สีก็สวย อย่านึกว่าเป็นไม้ดี (ปืนถูกที่มีลายสวยๆ ยกตัวอย่างก็ได้CZ ลองเอากระดาษทรายขัดออกซิ จะเป็นไม้สีเหลืองๆ ไม้ฉำฉายังมีลายมากกว่า เพราะ ใช้สีเขียนแล้วทำสีน้ำตาลทับ) เพราะ มีลายสวยแต่เสี้ยนไม้ไม่เป็นระเบียบแทนที่ปืนจะถีบมาตรงๆกลับ ถีบไม่เป็นที่เป็นทางก็เลยมีอาการปืนตบบ้าง ยิงแล้วไม่รู้ปืนสบัดลำกล้องไปทางใด ยิงนัดทีสองก็ช้าเพราะปืนเบนไปทางอื่น ไม้ที่ดีต้องมีเกรนที่ตรงและลายสวย ที่แพงที่สุดก็ต้องไม้ทั้งสองด้านต้องเกือบเหมืนกัน ถ้าเหมือนกันเลย ก็คนทำเขียนกับมือเองแล้ว จะเอาลายอะไรบอกมาจัดให้ไม่แพง
 ไม้วอลนัทที่เอามาใช้ ต้องอยู่ส่วนโคนต้นหรือใต้ดิน อายูกว่า50ปีขึ้นไป ต่อไปนี้จะเล่าแต่พานท้ายที่ทำจากไม้วอลนัทเท่านั้น ไม้ที่แพงที่สุด คือไม้จากอังกฤษ ทั้งๆที่ลายเป็นเส้นๆสีดำเท่านั้น ที่แพงเพราะ เป็นไม้ที่ทำพานท้าย ไรเฟิลและไรเฟิลแฝด ที่แพงมากๆ เป็นไม้ที่ทั้งเหนียวแน่น น้ำหนักดี(หมายถึงไม่หนักไม่เบาเกินไป) และสำคัญที่สุด ก็ เกรนไม้หรือเสี้ยนไม้เป็นแนวมีระเบียบ ที่เกิดจากธรรมชาติ ช่วยลดและกระจายแรงถีนของปืนได้ดี ทนทานไม้บิดเบี้ยว หักงอยากมาก แกะลายกันลื่อนละเอียดที่สุดก็ได้  แต่น่าเสียดาย อังกฤษออกกฎหมายห้ามตัดไม้เมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบับถ้าจะหาไม้ของอังกฤษมาทำพานท้ายมีวิธีเดียว และยังทำกันอยู่คือ เลือกซื้อบ้านเก่าที่ใช้ไม้พวกนี้ทำ แล้วรื้อไม้มาทำพานท้ายได้ไม่กี่อัน นี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปืนไรเฟิลแฝดอังกฤษแพงนักหนา ก็มีบ้างที่คนบ้าเอามาทำปืนลูกซองแฝด คนซ่อมปืนที่H&H ยังว่าเอา ยูบ้าหรือเปล่า ต่อไปเป็นไม้จากประเทศอื่นๆ

ที่ต้องเขียนหลายๆตอนก็เพราะ อายุมากพิมพ์ก็ต้องจิ้มทีละตัว กดผิดกดถูกพิมพ์ไปต้องมากแล้วดันไปกดลบ เลยหายหมด เลยต้องพิมพ์ไปส่งไป กันลบ อย่าถือษารำคาญ โดยเฉพาะ ท่าน โชกุนกับท่าน ลูกซองสั้น
   ไม้ที่ทำพานท้ายที่ดีต่อมาเป็นลำดับดังต่อไปนี้ French  Turkey USSR Iran China และ   California  ทำไมไม้ของอเมริกาไม่ดีทั้งๆที่สีก็สวย ลายก็ดี คือเป็นไม้ที่ปลูกใหม่ ดินชุ่มน้ำเนื้อนิ่มไป  ถ้าพูดภาษาไวนย์ ก็ต้องบอกเป็นโลกใหม่ เหมือนไม้ไทย พม่า มาเล อินโด ทำนองนี้
  เมื่อไม้จากทุกประเทศที่ตัดออกจากป่ามา ก็จะนำมากองรวมเป็นกองๆ มากน้อยแล้วแต่คนขาย จากนั้นก็จะมีการประมูลผู้ที่ดูไม้จะต้องเก่งมาก เพราะเขาไม่ได้ผ่าไม้ให้เราดูข้างใน ว่าไม้ท่อนนี้ เกรนไม้ดีไหม มีลายมากน้อย มีผุใส้ใน มีอีกหลายอย่างที่ทำให้ประมูลมาแล้วพอผ่าออกมาก็ต้อง เอาไปทำปืนถูกๆหรือทำฟืนไปเลยด้วยความเจ็บใจ ถ้าโชคดี ได้ไม้ที่ดีสัก 20-30% ก็เก่งแล้ว
เมื่อได้ไม้มาแล้วก็จะเอามาผ่าให้เป็นแผ่น หนาตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาวางแล้วใช้ ง่ามเหล็กเหมือน เหล็กคีบถ่าน ยาวๆ ตรงปลายจะมี ชอ็ค ติดไว้ทั้งสองด้าน แล้วนำไปวงตรงรอยตำหนิทีพบ เมื่อทำเสร็จด้านหนึ่ง ก็กลับข้างทำอีกด้านหนึ่ง ที่ทำเช่นนี้เพื่อหาตำหนิที่ไม้ทั้งสองด้าน ไม่ใช่ดูด้านเดียวว่าสวยพอผลิกไปอีกด้าน อ้าวมีตำหนิอีก ก็เสียเวลา เมื่อได้พื้นที่ไม้ทีไม่มีตำหนิแล้วก็นำแบบที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม คางหมู มาทาบ ดูทั้งเกรนและลาย ที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วก็ตัดไม้แผ่นนั้นออกมาเป็นชิ้นๆ
ก็ได้ไม้รูปสี่เหลี่ยมคางหมู คือ ตรงปลายพานท้ายจะกว้างกว่า ทางคอปืน จากนั้นก็เอาน้ำหรือ น้ำมันมาลองเช็ดดูนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ แล้วจะเล่าให้อ่านที่หลัง ให้ลายเด่นขึ้นมา แล้วก็คัด ไม้ที่ดีทีสุดสวยที่สุดแพงที่สุด และรองๆลงมา ส่งขายตามโรงงานปืนหรือร้านทำพานท้ายที่ต้องการ ราคา ถูกแพงเท่าไร ก็ว่ากันไป ในแต่ละปีไม้จะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ 
  เมื่อช่างได้ไม้มาแล้วก็นำไปหลาวเลยหรือ ง่ายจัง ยังๆ ไม้พวกนี้อีกหลายปีกว่าจะทำพานท้ายได้ และ ราคาแพงจากวันที่ซื้อมาอีกกว่าเท่าตัว พบกันกระทู้หน้า 
 
 
 

 
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 02:09:46 PM
เมื่อ เราได้ไม้จากโรงเลื่อยแล้ว ลายสวยมากๆ เสี้ยนดี เป็นแนวตรง สีน้ำผึ้งป่าตัดกันสีดำ มีเหลือบเงา น้ำหนักดีมาก ก็รีบวิ่งไปหาช่างทำพานท้าย ที่โรงงาน Perazzi ใช้เครื่องทำ ประมาณ80% อีก20% แต่งด้วยมือ หรือ ไปหาช่าง ในซอยเล็กๆ เป็นโรงรถมืดๆ แต่หลาวด้วยมือ 100% ช่างทั้ง 2 โรงงาน จะหยิมไม้มาดูแล้วเคาะ แล้วจะบอกว่า ช้าก่อนโยม กลับไปนั่งทำสมาธิสัก2-3 ปีแล้วกลับมาคุยกันใหม่ เพราะไม่ที่เอามานั้นยังไม่แห้ง เคาะแล้วมีเสียงไม่กังวาล ทดลองเอาสมุดโทรศัพย์ (พวกอเมริกันนึกอะไรไม่ออกก็พิ่ง ทั้งหาเบอร์โทยทั้งทดสอบปืน) ที่แห้ง กับ ชื้น เคาะดูจะรู้ได้ เราก็ต้องเดินคอตกกลับบ้าน
  ไม้ที่ได้มายังสด ถึงแม้นบางโรงงานจะอบแห้งมาแล้วก็ต้องทิ้งไว้ มี2 กรณี คือทิ้งให้แห้งกับทิ้งให้ความแห้งคืนตัว ไม้ที่ไม่ได้อบ เมื่อซื้อมาก็ เอามาชั่ง จดน้ำหนักไว้ จากนั้นก็วางตั้งไว้ เหมือนในรูป ของท่าน ชลทิศ ให้อากาศพัดผ่านสดวก บางคนก็เอาไปไว้ใต้หลัคา จะได้เร็วดี แต่ห้ามตากแดด ทุกปีก็จะเอามาชั่ง ว่าน้ำหนักลดไปเท่าไร และต้องพลิกกลับด้านด้วย เอามือลูบเบาๆ แหมทำอย่างกับเก็นไวนย์ แน่ะ ใช่เลยมีทั้งถูกและแพงถ้าเก็บไม่ดี นี่เป็นคำตอบว่าเมื่อได้ไม้มาแล้วทำไมห้ามทาน้ำมัน หรือใช้น้ำ ลูบเบาเพื่อดูลาย เพราะถ้าทาน้ำมัน ไม้จะแห้งช้าหรือไม่แห้ง รอจนไม้แห้ง2-3ปีแล้ว น.น. ไม่เปลี่ยน จึงวิ่งกลับไปหาช่างได้ ส่วนไม้ที่อบมาถึงแม้นจะแห้ง บางโรงงานทำให้แห้งแค่70-80% แล้วมาผึ่งต่อไม่นาน บางโรงงานอบมากไป ก็ต้องมาผึ่งให้ความชื้นคืนตัว ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ที่สำคัญที่สุด คือ น้ำหนักต้องไม่เปลี่ยน  ต่อไปก็หาช่างหลาวพานท้าย จะไปหาที่ไหนละ ติดตามต่อไป
OuBoy จะให้เล่าต่อไหม หรือ จะคุยเรื่อง MX8

--------------------------------------------------------------------------------
ท่านที่เข้ามาอ่าน กรุณาให้ความเห็น หรือ ถามในสิ่งที่ท่านอยากรู้ด้วนครับ นั่งเล่าคนเดียวบางทีก็ไม่รู้ จะเล่าอะไร หรือเล่าผิดเล่าถูกหรือเปล่า จะได้ช่วยกันให้คนมาศึกษาเรื่องปืนลูกซองกันมากๆ เพราะปืนลูกซองยังไงก็ไม่มีทางเหมือนกัน ตัวเหล็กอาจทำได้เหมือน100% แต่ไม้ทำได้แค่น.น. เท่ากันแต่ลายไม่มีทาง ถ้าเหมือนกันเปียบเลยก็ คนทำแล้ว ไม่ใช่ธรรมชาติทำ ปืนสั้นกี่ร้อยกีพันกระบอกวางลงไปก็เหมือนกันหมด ในรุ่นเดียวกัน หลับตา ก็ไม่รู้แล้วว่ากระบอกไหน หมายถึงปืนที่ทำเสร็จจากโรงงาน แต่ลูกซองถึงแม้ทำมาพร้อมกันหลับตาหยิบก็จะรู้ เพราะนนจะไม่เท่ากัน ถ้าเป็น Pair Guns หลับตาหยิบจะไม่รู้ว่าเป็นกระบอก 1 หรือ 2 แต่แยกออก เพราะไม้ไม่เหมือนกัน  เรามาเล่นลูกซองกันเถิด  มีคุณค่ากว่ามาก ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า ใช้ความสามารถมากกว่า
  เป็นธรรมชาติของคนชอบเล่นปืน ปืนกระบอกแรกที่อยากซื้อถ้าไม่มีอุปสรรคใดๆ ก็ต้องการปืนสั้นที่มีอนุภาพที่สุด ทั้งขนาด และ บรรจุกระสุนให้ไดมากๆ จะได้ยิงคู่ต่อสู้ให้คว่ำไปเลย 
  ต่อมาก็จะเป็นไรเฟิลขนาดหนักที่สุดที่ยิงได้ ถ้าเป็นสมัยก่อน ช้างวิ่งเข้ามาจะยิงให้คว่ำแทบเท้าเลย
  ปืนลูกซองจะเป็นสิ่งสุดท่ายที่คิดอยากได้ เพราะเป็นปืนชาวบ้าน เอาเปรียบมากไป แต่เมื่อท่านเล่นปืนทั้ง 2 อย่างจนอิ่มตัวแล้ว ท่านก็จะหันมาศึกษาปืนลูกซอง แล้วท่านก็จะนึกว่า น่าจะเล่นเสียนานแล้ว
   หาปืนดีๆสักกระบอก ดีกว่ามีปืน ตลาด หลายกระบอก
เช่น ท่านมีปืน 9 มม ลูกดก หลายกระบอก ก็ธรรมดา แต่ถ้าท่านมี 9 มมลูกน้อยเช่น SIG 210 กระบอกเดียว ผมว่า ทุกคนต้องสนใจ SIG 210 มากกว่าปืนลูกดกหลายกระบอก

--------------------------------------------------------------------------------
เอ้าเริ่มต่อ เดียวคนอ่านจะหมั่นไส้ ยืดยาวเหมือนเพชรพระอุมา ทั้งๆที่ หนังสือต้นฉบับ หนาแค่ไม่กี่นิ้ว แต่เรื่องของผม จากหนังสือหลายเล่ม กับเวลา 20 ปี ลดแลกแจกแถม เหลือไม่กี่ หน้า 
  ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่าน Aot ที่กรุณาเล่าเรือง โช้ค และเล่าได้ดีมาก
  เมื่อได้ไม้ที่ดีดังใจ เป็นไม้ที่รักสุดชีวิต ก็วิ่งไปหาช่าง เอ้จะหาช่างใช้เครื่องทำ หรือใช้มือทำ 100%ดี ไว้ค่อยคิดที่หลัง ต้องหาปืน จะเอาแฝดขนาน หรือแฝดซ้อน เมื่อเลือกปืนแล้ว ก็หา ปรมาจารย์ ที่จะวัดตัวเราว่า สัดส่วนของพานท้าย ขนาดและรูปร่างอย่างไรจึงจะทำให้เรายิงได้ดีที่สุด เท่าที่เคย พบมามี 2-3 แบบ แบบ ที่1 ง่ายมาก ใช้เงินมาก คือ ซื้อพานท้ายมาหลายๆขนาดหลายๆแบบ หรือปรับได้ อันไหนใช้แล้วยิงไม่โดน ก็เอาไปทำฟืน อันที่ใช้ได้ก็ส่งไปให้ช่างหลาว แบบที่เราว่าใช้ได้ แบบ ปรันได้ ก็ปรับมันทั้งปีทั้งชาติ วันนี้ยิงไม่ดีก็โทษพานท้ายต้องปรับใหม่ โมโหทะเลาะกับแฟนมา หงุดหงิดก็ ปรับพานท้าย เคยพบนักยิงปืนชาวอิตาลี่คนหนึ่ง เห็นแกยิงไปชุดหนึ่ง ก็เขามาที่ห้อง เอากระดาษทราย ขัดพานท้าย ออกไปยิงกลับมาก็ เอาขี้เลื่อยพอกใหม่ ทำอยู่อย่างนี้ ก็เลยถามเพื่อนว่าทำไมเขาทำอย่างนี้ เพื่อนบอกว่า เขาทำแบบนี้มา30ปีแล้ว ตอนนี้อายุก็70ปี คงถูอีกไม่นาน มีคนไต้หวัน รวยมาก เป็นเจ้าของธนาคาร ซื้อพานท้าย Perazzi ทีละ10 อัน ทั้งขัดทั้งแต่ง จนหมด แล้วก็สั่งใหม่อีก 10 วันหนึ่งเพื่อน ทำให้ เขา เขาก็เอาไปยิง Trap ชุดแรก ได้ 25 เต็ม ดีใจมาก เมียเขานั่งดูอยู่ด้วย ก็บอกว่าถ้ามือบอนไปแต่งอีก ก็จะห้ามยิงปืน เขาบอกว่าพานท้ายดีมากแต่เวลายิงแล้วมันกระทบฟันเล็กน้อย ไม่เป็นไร วันรุ่งขึ้น ก็มายิงอีก คราวนี้ไม่กระทบแล้ว ท่านทายดูซิว่าเขาแก้ไขอย่างไร คงไม่มีใครนึกถึงแน่ เขาไปหาหมอฟัน กรอฟันออกจะได้ไม่กระทบ เรียกว่าแฟนพันธุ์ แท้จริงๆ
 วิธีที่2 แบบ อิตาลี่  สมมุติ ว่าเราไปสั่งปืน Trap ก็แล้วกันคือ ที่โรงงานปืนจะมีปืน ที่ทำไว้สำหรับให้คนทดลอง [ Try Guns]ที่พานท้ายจะมีที่ปรับมากมาย เขาจะให้เราประทับ แล้วเล็งปืนไปตรงหน้าเขา เมื่อประทับเล็งได้ที่แล้ว เขาจะดูที่ปลายลำกล้อง เล็งมายังลูกตาดำของเรา ถ้าไม่ตรงเขาก็จะปรับพานท้ายจนตรง แล้วเขาปรับอะไรบ้าง
  1 ความยาวของพานท้าย 2 ความสูง ของโหนกส่วนหน้าและต่ำส่วนหลัง Drop at comb  และ    Drop at heel   3 ต่อไปก็ปรับ มุมเอียง(Cast)  4 ปรับองค์ศา ของส้น[ Pitch] 5 ปรับระยะห่าง ของ ด้ามจับ(คอปืน) 
 เมื่อปรับได้ที่แล้ว ก็ให้เรา ยกประทับหลายๆครั้งจน แนวสันปืน [Rib] ตรงกับตาดำเราทุกครั้ง จนเมื่อย บางทีช่างวัดก็โมโหเหมือนกัน เพราะเราประทับไม่อยู่ทีเดิม
   ทำไม พานท้ายปืนจึงทำพิมพ์นิยมไม่ได้ (ก็ใช้ได้ แต่ ใช้ไม่ดี) เพราะ รูปร่างของคนไม่เหมือนกัน สูง ต่ำ อ้วนผอม แขนสั้น ยาว อุ้มมือ เล็กใหญ่  นิ้ว สั้น ยาว บ่าแคบ กว้าง คอสั้น ยาว โหนกแก้ม ตอบ อูม หน้าผาก สูงต่ำ  ตา สั้น ยาว และที่ลำบากที่สุด คือ คนถนัดขวา แต่ ตาซ้ายแข็ง  นิสัยคน ยิงช้า เร็ว
  เมื่อช่างวัดและจดบรรทึกไว้แล้วก็ จะป้อนข้อมูลเข้าเครื่อง เอาไม้ใส่ในเครื่อง กดปุ่ม ประมาณ 20-30 นาทีก็จะได้พานท้ายเสร็จออกมา ประมาณ 80% ช่างก็นำมาตบแต่งด้วยมือ ส่วนที่เหลือ ขัดแต่งให้เรียบ ให้เข้ากับโครงปืน  ใส่ยางรอง (ยังไม่แกะลายเม็ดที่ด้าม เพราะ ต้องรอทำสีก่อน) เราก็ ขอเขา ออกไปยิงจริงๆ กับกระสุน และเป้าจริง ช่างที่ดีก็จะดูเรายิง แล้วก็นำมาปรับแต่งอีก จนพอใจ แล้วจึงส่งให้ช้างทำสี ทาน้ำมัน หรือ พ่นแล็กเกอร์ เป็นอันจบ ต่อไป เราไปดู ว่าที่ H&H เขาทำอย่างไร   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 02:15:31 PM
เมื่อ ปี 1986 บิน ไปถึงสนามบินที่ London ก็นั่ง แท็กซี่ ไป ที่  33 Bruton Street อันเป็นที่ตั้งร้าน H&H [HOLLAND&HOLLAND]  แต่ตัวแบบตี๋ไทยแลนด์ ชุดไปเมืองนอก กับ ชุด เข้าป่าชุดเดียวกัน (ส่วนมากคนที่ไปร้านนี้จะแต่งตัวเรียบร้อยแบบอังกฤษ เปียบ มีคนเดินตามล้อมหน้าหอ้มหลัง) และเมื่อ สมัยนั้น ร้านเขาก็เก่าๆมืดๆทึมๆ ห้องเดียวเล็กมาก เพราะ หลังสงครามโลก ทุกอย่างเจ้งหมด ร้าน Purdey ก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไร ปืนราคาแพงขนาดนั้นใครจะซื้อ แต่ไม่นานหลังจากปี 1986นั้น ร้านกลายเป็นสองห้องหรูหราฟู่ฟ่ามาก ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ บ. น้ำหอม ชแนล เข้ามาซื้อ แล้วลงทุนปรับปรุงใหม่หมด แต่เน้นเครื่องแต่งกาย ชุดเข้าป่า ยิงนก ล่าสัตว์ เล่าซะยาวเลย ไปถึงไหนแล้ว ออ้ ถึงหน้าร้านเก่าๆ ตูมาผิดร้านหรือเปล่า พอเข้าไป โอ้โฮ พนักงานแต่งตัวดีกว่าเรามากเลย เมื่อ เจรจากันจนเมื่อยมือแล้ว ก็เริ่ม สั่งตัดพานท้าย (หลายๆท่านชอบใช้คำนี้) ปืนที่เอาไปซ่อม อย่าเข้าใจผิด ไม่ได้ไปสั่งใหม่หรอก เอาปืนเก่าไปซ่อมและทำพานท้ายใหม่ แถมปืนไม่ใช่ H&H ด้วยเป็นยี่ห้ออื่น ที่ไปที่นั่น เพียงต้องการรู้ว่า เขาวัดพานท้ายอย่างไร ได้ยินได้ฟังมามันเว้อไปหรือเปล่าต้องไปลอง
       มันจะเป็นห้อง กว้างๆ ให้เราถือปืน (ปืนที่ใช้วัดพานท้าย TRY guns ก็เหมือนกันทั่วโลก) อยู่มุมห้องฝั่งนี้ แล้วช่างไปอยู่อีกมุมห้องหนึ่ง พอเขาตบมือ ก็ให้ ประทับเล็งไปยัง หน้าเขา 2-3 ครั้ง แล้วเขาก็จะมาปรับพานท้าย ทำอยู่อย่างนี้ จนพอใจทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็น่าจะใช้ได้ เขาก็บอกยังก่อนน้อง รอสักครู่ เขาไปปิดม่านปิดไฟ ให้ห้องมืด แล้วก็เดินไปตามจุดต่างๆ ตบมือ แล้วให้เราเล็งไปยังเขาเหมือน เวลาเปิดไฟสว่าง พอเขาตบมือเราก็เล็งไปตามเสียง แล้วประทับนิ่งๆไว้เขาก็จะเปิดไฟดูว่าประทับตรงไหม เขาจะไม่อยู่กับที่ เขาจะเดินเป็นครึ่งวงกลม บางที่ผู้ช่วยเขาก็ตบ ด้วย ก็ต้องประทับแล้ววาดปืนไปอีกจุด ทำเช่นนี้จนได้ที่ ก็จะเอาปืนนั้น มาวัดแล้วส่งให้ช่างไปทำต่อ พานท้ายที่นี่ทำ เป็นพานท้ายลูกซองแฝด สำหรับยิงนก
     ส่วนเรื่องวิธีทำพานท้ายไม่ขอกล่าวถึง เพราะทำไม่เป็น และอารมณ์ไม่เย็นพอที่นั่งถาก นั่งแซะ ขุด ก็ขอจบแค่นี้ก่อน เดียวกดคีผิด ดันลบไปอีก ถ้าพรุ่งนี้ Web ยังไม่ ถูกลบ แล้วมีเวลา ก็จะมาเล่าเรื่อง พานท้าย กับปืน Trap  Skeet และ ยิงนก  มันเป็นอย่างไรจึง ต้องเสียเงินซื้อ หลายกระบอก มันใช้ได้ถ้าจะใช้ แต่ยิงดีหรือไม่นั่นตัวใครตัวมัน
ท่านที่มี ปืนลูกซอง จงภูมิใจเถิด แม้นจะมีกระบอกเดียว และเป็น ปืนอีเดี่ยว ที่ราคา สมัยก่อน ไม่ถึง สอง พันบาท แถมซื้อ 10 กระบอก แถม1 กระบอก หรือปืนแฝดที่ราคาไม่แพงนัก (ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเท่าไรเรียกว่าถูก เท่าไรที่บอกว่าแพง) แต่ท่านได้ รู้จักปืนของท่านอย่างถ่องแท้ ใช้ได้อย่างแคร่วข้อง สั่งให้ม่านกระสุนไป ณ จุดใดก็ได้ตามที่ท่านต้องการ ดังใจ ย่อมดีกว่าปืนราคาแพง แล้วไม่ได้ใช้เก็บอยู่ในกระเป๋า หรือในตู้ ที่ไม่ได้ใช้ เมื่อใดที่ท่านมีปืนลูกซอง เมื่อนั้นท่านได้ถึงแล้วซึ่งการ เป็นนักเล่นปืน อย่างแท้จริง
    เรามาว่ากันต่อถึงไหนแล้ว พานท้ายปืนจะมีแบบถอดได้ โดยสะดวกเพียงแค่ ไขควงตัวยาวๆตัวเดียว กับ ที่ติดแน่นกับปืน เวลาถอดโคลงปืนกับไม้ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ และ เครื่องมือที่ดี ส่วนมากจะเป็นปืนยิงนก หรือไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ ปืนแข่งมีบ้าง แต่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว เพราะนักกีฬาจะต้องมีพานท้ายหลายอัน คือ เมื่อปืนเสียก็ถอดพานท้ายไปใส่ปืนใหม่ได้เลย หรือ เกิดอ้วนขึ้น หรือ ผอมลง อายุมากขึ้นยิงช้าลง ตาไปทำเรสิกมาก็เปลี่ยน ( ใช่ไหมท่านลูกซองสั้น ) เหล่านี้เป็นต้น ปืนแข่งขันรุ่นใหม่ๆ จึงต้อง ออกแบบมาให้เปลี่ยนทุกอย่างได้ดังใจ
     แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนถอดง่าย หรือ ถอดยาก  ถ้าพบปืนที่มีรูอยู่กลางส้นปืน ดูรูปประกอบ จากที่ท่านลูกซองสั้นกระณาลงให้ดู  แต่มีบางยี่ห้อ ที่ต้องถอด แผ่นยางรองพานท้ายออกก่อน เช่น Browning  พานท้ายที่ถอดได้ ทำได้ง่ายกว่าที่ถอดไม่ได้และสามารถควบคุมน้ำหนักของพานท้ายได้ด้วย เพราะน้ำหนักมีส่วนทำให้ปืนมีสมดุลที่ดี และ สมดุลนี้สำคัญที่สุดของปืนลูกซอง ส่วนปืนที่ถอดพานท้ายไม่ได้ เราจะพบได้ง่ายถ้าปืนนั้นเป็นพานท้ายล้วนๆไม่มียางรอง ไม่มี รูที่เจาะไว้ให้แยงไขควง และที่โครงปืนตรงหางปลาหรือหางเหยี่ยว จะมีหัวตะปูควงอยู่อย่างน้อย น่าจะ สองตัว สอดจากโครงส่วนบน ลงมายังโกร่งไกส่วนล่าง เพื่อยึดโครงปืนกับไม้ให้มั่นคง และ ชุดลั่นไกปืนบางแบบต้องอาศัยโครงไม้เป็นส่วนประกอบด้วย พานท้ายที่ถอดไม่ได้ ทำอยากมากสำหรับปืนที่มีสมดุลดี เพราะต้องคำนึงถึงสัดส่วนของผู้ใช้งาน รูปทรงที่สวย และน้ำหนักที่ดี
วันนี้ขอจบแค่นี้ ต้องไปดูบอลแล้ว

พานท้าย ปืนจะมีอยู่ ประมาณ 5 แบบ
1. Pistol grip ก็คือ แบบคอปืนเป็น คล้ายด้ามปืนสั้น มักจะใช้ สำหรับปืน Trap Skeet Sporting
2. Pistol  grip Montecarlo คือ พานท้ายที่มีสันยก ตรงโหนกแก้ม มักจะทำสำหรับพวกที่ก้มหัวไม่เป็น เช่น อเมริกันชน ที่ชอบยืนตัวตรง ไม่ก้มหน้าเหมือนยิงไรเฟิล
3. Semi pistol   คือ มีคอปืนเป็นแบบปืนสั้น แต่ องศา กว้าง กว่า เช่นที่เราพบเห็น ก็ Browning A5
4. English       ก็ที่เราเห็น เป็นคอตรง ส่วนมากจะใช้กับปืนยิงนก สำหรับปืนแฝด ขนาน มีบ้างที่ใช้กับปืน แฝดซ้อน
5. Dove - neck คือ คอปืนจะออ่นช้อยกว่า คอตรง แต่ไม่กระด้าง เหมือน Pistol ไม่เข้าใจทำไม่เขาเรียกคอนกเขา มันน่าจะเรียก คอห่าน เอ้ย คอ หงส์ นะ มันยาวกว่านกเขาตั้งมาก ก็ใช้สำหรับ ยิงนก
   ก็ต้องขอพักเรื่อง พานท้ายไว้ก่อน เพราะ ทำเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ทำสี ทำไมต้องรอ ใจร้อน แล้วจะเล่าต่อ
  ที่รอก็เพราะ ว่ายังไม่ได้ทำกระโจมมือ อย่าคิดเป็นอย่างอื่น ต้องหาไม้ให้เข้ากับพานท้ายด้วย ถ้าเป็นไม้ชิ้นเดียวกันก็จะดี
  กระโจมมือ มี ที่เห็นทั่วไป แบบแฝดขนานก็มัแบบเดียวที่เราเห็นประจำ เป็นแผ่นไม้บางๆ มีบ้างที่ทำใหญ่มากจนหุ้มขึ้นมาเกือบครึ่งลำกล้อง แต่น้อยมาก และไม่สวย
   กระโจมมือ ของแฝดซ้อน จะมี ประมาณ 3 แบบ
1. Schnable Forearms หรือ   Fore-End จะเป็น เล็ก ๆบางๆ ตรงปลาย จะงอนๆ มักใช้กับปืน ยิงสัตว์ ทั้งเล็ก ใหญ่
2. Beavertai  คือ จะเป็นแท่ง ใหญ่ กลม เข้าอุ้มมือ ส่วนบนจะเป็นรางเพื่อให้ หัวแม่มือ กับนิ้วทั้ง4 กำได้กระชับ  จะเห็นได้กับปืน ยิงเป้าบินทั่วไปl
3. Tulip จะเป็น แท่ง กลม ๆเหมือน ดอกทิวลิป ไม่มีรางส่วนบน
    เมื่อได้ ทั้ง พานท้าย และ กระโจมมือ ก็นำมาประกอบกับ ปืน เพื่อ หา สมดุล ที่พอดี ก็ต้องขัด ไม้บางส่วนออก ให้พอดี เมื่อได้แล้วจึง ส่งไปทำสี ครับ
     ตอนต่อไปจะเล่า เรื่อง ทำสี และ สมดุล


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 02:26:54 PM
ขอขอบคุณพ่อ แม่ พี่น้อง ที่ให้ความสนใจ ในการหาเสียงของ กระผม อ้าวผิด เวทีแล้ว
   พวกน้องๆเขา ลงรูปต่างๆ มาให้ดูหลายแบบก็ดีแล้วครับ จะได้เล่าไป ดูรูป ก็มีความเข้าใจ มากขึ้น
   ลืมบอกไปอีกอย่าง คนแก่ก็อย่างนี้ ขี้หลงขี้ลืม ปืนที่ใช้พานท้าย คอ ตรง[ English stock] มักจะเป็นปืน2ไก เพราะสามารถเลื่อนนิ้วจากไกหน้ามาไกหลัง ได้สะดวก ส่วนพานท้าย คอแบบปืนสั้น[Pistol  Grip Stock] มักจะใช้ไกเดียว และใช้ยิงกีฬายิงเป้าบิน ยิง เพราะ ต้องกำปืนให้แน่น เพื่อประทับปืนให้เร็วและมั่นคง สำหรับSkeet ส่วน Trap ก็ต้องประทับให้แน่น จึงไม่สามารถขยับมือได้ 
        เรามาต่อ จาก กระทู้ที่ 303 น่าจะใช่นะ เมื่อเราทำ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เอาปืนไปหาจุดสมดุล ที่ต้องทำเช่นนั้น เพราะ ปืนลูกซองไม่ได้เล็ง แต่ใช้การวางลำหรือวางแนว จึงไม่ต้องใช้ศูนย์ ที่เราเห็นจุดข้างหน้า เป็นตุ่มนั้น เป็นแค่จุดสังเกตุเท่านั้น เวลายิงก็ไม่เห็น บางคนหาศูนย์หน้า (เขาเรียกกัน) ใหญ่มาก เวลายิงก็จะบังนก ปืนสั้นหรือไรเฟิล นั้นมี เล็งศูนย์หน้าอยู่กลางศูนย์หลัง แล้วให้ศูนย์หน้าตรงกับเป้า หรือใช่ศูนย์ กล้อง แต่ปืนลูกซอง ศูนย์ หน้าและหลัง อยู่ที่พานท้าย  Drop at comb and heel  เป็นตัวกำหนดทำให้ปืนยิงสูง หรือต่ำ ส่วน Cast เป็น ตัวกำหนด ให้ปืนยิงซ้ายหรือขวา Pich เป็นตัวกำหนดให้ปืนอยู่ในระนาบ บางท่านได้พานท้าย จากโรงงานแล้ว ไปตัดมันออก ให้พอดีความยาว ที่เราต้องการ นั่นเป็นความเข้าใจของเรา แต่เมื่อท่านตัดไปแล้ว สัดส่วนทุกอย่างก็จะเสียหมดไปด้วย  เหมือนท่านตะไบศูนย์หลังตายตัว ฃอง ปืนสั้น เพื่อปรับศูนย์ ฉันใดฉันนั้น
  การยิงปืนลูกซอง ก็เหมือนท่าน ยกมือแล้วชี้นิ้วไปจุดต่างๆ ทำไมท่านถึงไม่ต้องยกนิ้วมาเล็ง หรือเวลา ฉีดน้ำรดต้นไม้ ก็ไม่ต้องเล็ง เพียงใช้สายตาเท่านั้น  ปืนลูกซองที่ใช้พานท้ายถูกต้องกับตัวท่านแล้ว เมื่อท่าประทับ แล้ว ก็ใช้สายตามองสิ่งๆที่ท่านต้องการยิงเท่านั้น ม่านกระสุนก็จะไปตามสายตาท่าน ยกเว้น ปัญหาใหญ่มากสำหรับบางคน ทุกอย่างทำถูกหมดแล้ว แต่ยิงไม่โดน หรือ โดนยากมาก ก็เพราะ สายตาของท่าน ผิดปกติ คือ ถนัดขวา แต่ตาซ้ายแข็งกว่าตาขวา หรือ ถนัดซ้าย แต่ตาขวา ดันแข็งกว่าตาซ้าย แล้วจะรู้ได้อย่างไร ก็หาจุดบนผนัง แล้วยกมือข้างที่ถนัดแล้วนิ้วชี้ไปยังจุดนั้นโดยลืมตาทั้งสองข้าง เมื่อ ตรงแล้วก็หลับตา ข้างที่ตรงข้าม กับข้างที่ถนัด ถ้านิ้วยังอยู่ที่จุดเดิมก็เป็นอันว่าตาท่านถูกต้อง (ถ้ายิงผิดก็ตัวเราแล้วยิงห่วยเอง)  แต่ถ้าหลับตาข้างที่ถนัดแล้วมันยังอยู่ที่เดิม ก็ตาท่านมีปัญหาแล้ว ก็ต้องทำพานท้ายใหม่ เรื่องใหญ่มาก อย่าไปรู้เลยว่าทำอย่างไร ไม่มีประโยชน์ เอาไว้เขียนหนังสือขายก่อนจะได้เล่าอีกสามหน้า หนังสือจะได้หนาๆ วิธีแก้ก็เพียงใส่แวนตา แล้วเอา เทปใส ปิดส่วนบนของเลนส์ ข้างที่ตรงข้ามกับมือที่เราถนัด ก็จะแก้ได้แล้ว และอย่าได้คิด หลับตาข้างนั้น นอกจากเมื่อยแล้ว ยังทำให้มองเห็นวิวครึ่งเดียว อีกด้วย
 เอาว่าจะคุยเรื่องสมดุล เลยไปไหนก็ไม่รู้ เอาไว้ตอนหน้าค่อยว่ากัน
--------------------------------------------------------------------------------
Rib สำหรับปืนแฝด หลักใหญ่ๆก็มี สอง แบบอย่างที่ท่านบอก แล้วก็มีลูกเล่นแตกออกไปอีก แล้วแต่ละ ผู้ออกแบบ เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีกึ๋น เลยต้องให้เพี้ยนกันคนอื่นเล็กน้อย
ส่วนการวัด Comb & Heel นั้นทุก รร ก็จะมี Try Gun อยู่แล้วที่ตนเป็นผู้ออกแบบ ก็เลยไม่มีปัญหา
ลูกซองเป็นการยิงแบบวางแนว จึงต้องอาศัยแนวสันลำกล้องปืน เป็นหลัก จากปลายลำกล้อง กับสันโครงปืน เป็นแนวระดับ ง่ายที่สุดคือ เอาปืนแฝด หงายแล้ว วางลง บนโต๊ะ ก็จะเป็นแนวที่บอก ส่วน Comb&Heel  ก็วัดจากพื้นโต๊ะไปยังพานท้ายปืน ก็จะได้ตัวเลข ที่เราต้องการ
  เรามาว่ากันเรื่องสมดุลต่อ เอาปืนมา แล้วหาเชือก  สั้นยาว แล้วแต่ ยาวหน่อยก็ดี เพราะ ถ้าพบว่าปืนเราสมดุลไม่ดีก็ผูกคอตายได้เลย พูดเล่นน่า เอาเชือกผูกตรงหน้าโก่งไก แล้วยกเชือกให้ปืนลอยอยู่ในอากาศ  แล้วเลื่อนเชือก เดินหน้าถอยหลังจน ปืนแขวนทรงตัวอยูได้บนเชือก เส้นเดียวดังกล่าว จุดนั้นคือจุดสมดุลของปืน และเป็น จุดหมุนด้วย ถ้าจุดสมดุลที่ดีแล้วน่าจะอยู่ห่างจากโกร่งไกไปทางลำกล้อง ไม่เกิน 4 นิ้ว และไม่ต่ำกว่า 2 นิ้ว ถ้ามากกว่านี้ก็ต้องถ่วง หรือไถออก ให้ได้จุดนี้
  แล้วมันมีความสำคัญอะไร จุดนี้ถ้าเราเลื่อยออกเป็น สอง ท่อน ทั้งสองท่อนจะมีน้ำหนักเท่ากัน เมื่อเราถือ ก็จะไม่รู้สึกว่าหนักหัวหรือท้าย เพราะ มือ ขวาจะอยู่ที่คอปืน มือซ้ายอยู่ที่กระโจมือ จุดนี้จะอยู่ที่จุดศูนย์ กลางของมือทั้งสอง เวลาเราประทับปืน มือช้ายก็ไม่ต้องออกแรงยกปืนให้สูงหรือตอยดึงให้ปืนต่ำ  เหวี่ยงช้ายหรือขวาก็คล่องตัว ก็อธิบายเท่านี้ ถ้าสงสัยประการใดก็ถามเข้ามา
  เมื่อได้ปืนที่เรียบร้อยทุกอย่าง ก็นำไป รมดำ แกะลาย  ทำสีพานท้ายด้วย 
  รมดำจะไม่พูดถึง เพราะ ยังไงก็ต้องให้ช่างทำอยู่ดี ทำเองเสียเงินซื้ออุปกรณ์ แล้วยังไม่ได้เรื่อง อีกต่างหาก  การแกะลาย ก็จะเล่าง่ายๆว่ามีกี่แบบ ส่วนทำสีพานท้ายจะเล่ามากหน่อย เพราะ ท่านทำได้ ทั้งของใหม่หรือของเก่าซ่อมใหม่
เรามาเริ่มกันต่อ เดี๋ยว มีบอล ท่านชลทิศชวนดูอีก เลยไม่ได้เล่าให้ฟังอีก
  ว่าจะไม่เล่าแล้วเรื่องรมดำแต่ก็มีบางท่านอยากรู้
   การรมดำปืนมี 3 วิธี หลังจาก ที่เราขัดแต่งทำความสะอาดผิวแล้ว
1. ต้มในน้ำสารเคมี ที่ปัจจุบันร้อยละ 90 ใช้วิธีนี้ คือ หลังจาก ทำความสะอาดผิวแล้ว ก็เอาชิ้นส่วน ไปต้มในสารเคมี ที่อุณหภูมิ 80-100ซํ นาน 20-30 นาที  แล้วนำมาล้าง จากนั้นก็มาต้มน้ำ อีกครั้ง แล้วนำมาล้าง ทำให้แห้ง ทาน้ำมัน อบอีกครั้ง ลืมบอกสูตรน้ำยาอีก  ของอังกฤษ มี เฟอร์ริคฟอสเฟต กับ ฟอสฟอริคแอซิด และน้ำ ของ อเมริกาก็ ฟอสฟอริคแอซิด กับ แมงกานีสไดออ๊กไซด์ กับน้ำ ถ้าจะให้ออกสีน้ำเงิน ก็ต้องสูตรนี้เลย โซเดียมไฮดรอกไซด์ โซเดี่ยมไนเตรต  โซเดียมไนไตรต์  "ตรโซเดียมฟอสเฟต กันน้ำ
2. วิธีเร่งให้เกิดสนิมโดยใช้ความร้อนช่วย หลังจากทำความสะอาดแล้ว ก็ทาน้ำยา แล้วนำไปอบ ที่อุณหภูมิ 40-50 c  30นาที จนเกิดสนิมแดง อ้าไอ้หยา ปืนตูพังแน่ๆ อย่าตกใจ นำไปอบไอน้ำ 40 นาที ก็จะเป็นเป็นสีดำ ยิ้มได้แล้ว ขัดด้วยฝอยขัดหม้อ หรือกระดาษทราย จนผงคาร์บอนออกหมด ก็ทาน้ยาใหม่  3-4 ครั้ง ก็ทาน้ำมันแล้วอบ ก็ใช้ได้ อยากรู้สูตรก็จะบอกให้  คอปเปอร์ซัลเฟต  เฟอร์รัสซัลเฟต  เฟอร์ริคคลอไรด์ กรดเกลือ น้ำ
3.  วิธีโบราณ มากๆ เอาปืนที่ทำความสะอาดแล้ว มาทาน้ำยา ทิ้งไว้ 12 ชม จนเป็นสีแดงที่เราไม่อยากให้ปืนเป็น เอาปืนไปต้มน้ำ จนปืนเป็นสีดำ ก็เอากระดาษทรายขัดผิวที่ไม่ติดกับเหล็ก ออก แล้วทาน้ำยาซ้ำ หลายๆหนจนพอใจ แล้วนำไปทาน้ำมันแล้วอบ แล้วสูตรละ มีมากหลาย เช่นสีน้ำเงินต้องนี่ เฟอร์ริคคลอไรด์ เมอร์คิวริคไนเตรต กรดเกลือ แอลกอฮอล์ และน้ำ หรือสีน้ำตาล ก็ต้องนี่ คอปเปอร์ซัลเฟต  เมอร์คิวริคคลอไรด์ เฟอร์ริคคลอไรด์ กรดดินประสิว แอลกอฮอล์ น้ำ
  แบบที่3 เป็น แบบที่ปืนอังกฤษใช้ทำ ปืนจึงได้แพง ถ้าดูสูตรให้ดี น้ำยาทุกตัวจะเป็นตัวที่เราๆท่านๆกลัวที่สุดที่จะให้ปืนโดนน้ำยาพวกนี้  เพราะ ปืนจะเกิดสนิมทันที แต่คนโบราณเขาใช้เกลือจิ้มเกลือ มื่อเหล็กต้องคู่กับสนิม ก็ทำให้มันเกิดสนิมเสียเลย แต่ แต่ สนิมนั้นต้องควบคุมได้  สรุปง่ายๆ รมดำก็คือสนิมที่ควบคุมได้ แต่สนิมแดงควบคุมไม่ได้ 
  ว่าจะไม่เล่าแล้ว ก็เล่าซะยาวเลย  ตามที่บอกไปจ้างเขาทำง่ายกว่า เพียงแต่ให้รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 02:37:33 PM
  มาว่าเรื่องไม้ต่อ หลังจากทำปืนจนเสร็จแล้วก็เริ่มทำสีไม้
    ถ้าเป็นพานท้ายเก่าก็ให้ขัดผิวออก ไม่ว่าจะเคลือบอะไรไว้ก็แล้วแต่ ขัดให้ถึงเนื้อไม้จนสะอาดเหมือนทำใหม่
       ทีนี้ทั้งเก่า และใหม่ก็ทำเหมือนกัน คือ ใช้กระดาษทรายหรือฝอยขัดหม้อ ขนาด หยาบประมาณ เบอร์ 100 ไปจน ละเอียดสุด อาจจะ เบอร์ 800หรือ 1200 จนไม้เรียบเนียน สะอาด ก็น่าจะทาน้ำมันหรือเคลือบชักเงาได้   ยังยังครับ ลองเอาผ้าชุบน้ำ แล้วลูบให้ทั่วไม้ ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อไม้แห้งก็จะพบว่าที่พานท้ายมีเสี้ยนเกิดขึ้นมา เพราะเมื่อเศษไม้เล็กๆโดยน้ำ ก็จะงอตัวขึ้นมา เราก็ต้องขัดใหม่ โดยเริ่มขัดย้อนลอยเสี้ยนขึ้นไป เมื่อเรียบแล้วก็ ลูบด้วยน้ำอีก ทำเช่นนี้จนแน่ใจว่าหมดลอยเสี้ยน จริงๆแล้ว  จึงนำไปเคลือบได้ ถ้าไม้นั้นเป็นสีขาวซีดๆ  เวลาเอาน้ำลูบก็ให้ใสสีย้อมไม้ผสมลงไปด้วย  ก็จะได้สีไม้ที่เราต้องการ
        การเคลือบให้ไม้ทนทานและดูสวยเท่าที่รู้และที่นิยมกันก็
  1.  เคลือบแล็คเกอร์ชักเงา หรือด้าน  พวกนี้จะสวยเงางาม แต่ไม่ค่อย ทนน้ำทนแดด บางครั้งเก็บไว้ในซองปืนนานๆจะเหนียวติดซอง หรือเก็บไว้ในตู้ที่อากาศถ่ายเทไม่สดวก ก็จะเป็นยางเหนียวๆติดมือ  บางทีโดนน้ำก็จะเป็นฝ้า  วิธีทำต้องถามช่างเฟอรนิเจอร์
  2.  แบบโบราณมากๆ ก็ เอาน้ำมัน ลินซิด (น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย)  น้ำมันตังอิ้ว (น้ำมันจากไม้ยืนต้นในจีน) และน้ำมันสน เป็นตัวทำให้น้ำมันสองชนิดเข้ากันได้ดี  เมื่ออุ่นให้น้ำมันเข้ากันดีแล้ว ก็นำมาทาบนไม้ โดยใช้แค่ปลายนิ้วแตะน้ำมันเล็กน้อยทาไปด้วยกดไปด้วยจนทั่วบางๆ แล้วทิ้งไว้จนแห้ง ก็นำมาขัดน้ำมันส่วนที่ไม่ซึมเข้าไปในเนื้อไม้ทิ้งไป แล้วก็ทาน้ำมันใหม่ ครั้งแรกๆ น้ำมันจะซึมเข้าไปในเนื้อไม้เร็วมาก แต่หลายครั้งเข้าก็จะแห้งช้าลงเรี่อยๆ เพราะเนื้อไม้อิ่มตัวไม่ยอมรับน้ำมันอีก ขณะที่เราทาน้ำมันไม่ใช่ทาเฉยๆ ต้องออกแรงกดให้น้ำมันฝังตัวลงไปด้วย ท้ายๆก็ต้องใช้ผ้าช่วยขัดดังภาพคำตอบที่372 สุดท้ายก็ใช้ขี้ผึ้งขัดให้เงา และ อุดรูเสี้ยนไม้ที่ตกค้างอยูให้เต็ม เป็นอันจบ การทำแบบนี้ดีคือ จะไม่มีปัญหากับน้ำและแดด ไม่เหนียวติดมือ และซ่อมแซมง่าย
3 แบบนี้กำลังนิยมกันมาก วิธีทำเหมือนกับแบบที่ 2 แต่น้ำมันใช้แบบสำเร็จรูป ของอเมริกา ชื่อ TURE OIL จะเป็นทั้งน้ำมันรักษาเนื้อไม้และชักเงาในตัว แต่ควรระวังเวลาทาต้องใช้น้อยมาก พานท้ายหนึ่งอันใช้ทาครั้งละไม่กี่หยดเท่านั้น ถ้าใจร้อนทามากๆแล้วมันจะไม่แห้งเลย เมื่อทาไปหลายๆชั้นก็ดูเหมือนทาแล็คเกอร์ และเงางาม ยิ่งถูกเหงื่อแล้วขัดก็จะเงามากขึ้น ขัดด้วยมือเปล่า ยิงไปก็ลูบไป
   เมื่อเรียบร้อยแล้วก็นำไปเช็คเกอร์ ลายกันลื่น หยาบหรือละเอียดก็แล้วแต่ ถ้าไม้ที่ดี จะทำได้ละเอียดมาก ถ้าไม้ไม่ดีแล้ว ต้องทำลายหยาบๆ 
 
 
 การแกะลายปืนที่ดีๆ แบบโบราณ เราก็คนโบราณ นั้น มี 4 วิธี แต่ปัจจุบับมีทั้ง กรดกัด เลเซอร์ยิง ป้ำตามแบบแล้ว ให้เด็กหัดแกะตามรอย พวกนี้เราจะพบว่า เป็นปืนโหลที่กี่กระบอกลายก็จะเหมือนกันหมด ถ้าลายที่ทำด้วยมือล้วนๆแล้วถึงแม้นจะเป็นลายเดียวกัน ที่ลอกจากแบบพิมพ์มา ช่างแกะก็คนเดียวกัน ก็จะไม่มีทางหมือน เพราะ อารมณ์ ขณะแกะไม่เหมือนกัน เหมือนเราเขียนหนังสือจะให้เหมือนกันทุกตัวนั้นยากมาก
 แบบที่ 1 ก็คือ Scriber engraving [punta e martello ] คือเมื่อเราวาดลายแล้ว ช่างก็จะเอา เหล็กสกัด แต่เล็กๆนะครับ แล้วเอาฆ้อนเล็กและยาว ตอกสกัดเอาเหล็กส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อให้เกิดลายนูนขึ้นมา ส่วนมากจะเป็นปืนทั่วไปที่มีแกะลาย เช่น Perazzi ลายที่ 124 136 137 เป็นต้น


166agsk.jpg


 แบบที่ 2 ก็คือ Graver engraving [bulino] คนไทยมักจะรู้จักกันว่าแลลาย คือใช้ เหล็กแลลายที่เราเห็นเขารับจ้างแกะชื่อป้ายหน้าอก หรือช่างแลลายกรอบพระ ลายพวกนี้จะเป็นเส้นบางๆ ไม่ลึก แต่เป็น สามมิติ มักจะเป็นพวกรูปสัตว์ หรือรูปคน Perazzi ลายที่834 835 836
166ac0i.jpg


 แบบที่ 3 ก็คือ Chasing [cesellatura] ก็คือการ ตอกลาย โดยการตอก คล้ายกับแบบที่ 1 แต่แบบที่ 1 ขุดเอาเนื้อโลหะออกไป แต่แบบนี้ ใช้ตอกให้โลหะยุบตัวลงไป ในส่วนที่ไม่ต้องการ แล้วโลหะที่ต้องการจะนูนขึ้นมา เหมือนที่ทางเชียงใหม่ ทำพวกเงินหรือดีบุก แต่ปืนนี่เป็นเหล็กและ พื้นที่ไม่กว้าง แถมลายละเอียดมีมาก เป็นการทำที่ยากมากและใช้เทคนิคมาก คนที่ทำได้สวยมีไม่กี่คน ในอิตาลี่

166b14y.jpg

 แบบที่ 4 ก็คือ Inlaying [rimesso] ก็คือการ คร่ำทอง เป็นการฝังทองลงไปในเหล็ก ที่เราเห็นว่ามีแผ่นทองรูปต่างๆบนปืนนั้นไม่ใช่เอาแผ่นทองแปะลงไป ถ้าทำเช่นนั้นยิงไม่กี่ที่ก็หลุดหมด วิธีทำก็คิอส่วนที่เราจะฝังทองลงไป ให้เอาสิ่วตอกลงไปตรงๆ จากนั้นก็ตอกไปทางซ้าย และ ทางขวา ก็จะเกิดรูปสามเหลี่ยมหงาย (ภาษาช่างเรียกเทเปอร์หรือเปล่า ) ในเนื้อเหล็ก ( ถ้านึกไม่ออกก็นั่นเลย ศูนย์ ปืนcolt .45 1911 ตอกศูนย์หลังออก ก็จะเกิดร่องรูป สามเหลี่ยมบนโครงสะไล้ด นั่นแหละใช่เลย ) จากนั้นก็เอาลวดทอง ขนาดเส้นผมวางบน ยอดสามเหลี่ยมแล้วก็เอาฆ้อนตอกเบาๆเนื้อทอง ก็จะลงไปอุดในช่องว่างนั้น ส่วนฐานจะใหญ่กว่าส่วนยอด ทองเลยไม่หลุดออกมา ส่วนจะให้เกิดสี ก็ผสมทอง ให้เป็นสีต่างๆ เช่นสีเขียว ก็เอาทองผสมเงิน ถ้าสีแดงก็เอาทองผสมทองแดง เป็นต้น ดูรูป Perazzi 85 86 87
 การแกะลายก็มีอยู่เท่านี้

166bq5y.jpg



  มีอีกอย่างที่จะบอกก็คือ ปากกาที่เราใช้ทำงานเหล็กนั้น จะมีฟันคมๆถ้าเอาปืนไปวางแล้วใช้ปากกาจับก็จะเกิดลอยได้ เท่าที่พบเห็นมา เขาจะเอาตะกั่วมาหุ้มตรงปากไว้ เวลาเอาปืนไปจับขันให้แน่น ตะกั่วจะนิ่มกว่าเหล็ก ก็จะไม่ทำให้ปืนเสีย และ แน่น
  ถ้าเป็นไม้ เขาจะเอาไม้มา สองชิ้น ส่วนมากจะเป็นไม้ฉำฉา เพราะนิ่มกว่าไม้ทำพานท้าย แล้วเอาเหล็กสปริงมาโคงรูปตัวV ใต้ไม้สองข้าง แล้วเสียบลงไปที่ปากกา เวลาหนีบไม้ก็จะไม่ทำให้ไม้เสีย และ ขันเข้าขันออก เหล็กสปริงก็จะถ่างออก ไม่ต้องคอยจับ

ขอเพิ่มเติม  ตอบ ที่ 408 การแกะลายแบบที่ 2 การแลลายแบบนี้ ช่างที่มีคุณภาพ สามารถ แกะรูปคนที่ท่านรัก หรือ สัตว์ ตัวโปรด ลงไปในปืนได้เหมือน รูปถ่าย เลยครับ และการแลลายเส้นแต่ละเส้นจะละเอียดมาก ถ้าฝีมือดีแล้วลายเส้นจะไม่สดุด เหมือนท่านลากเส้นดินสอไปทีเดียวยาวๆ ก็จะสวย ถ้าลากแล้วหยุด ลากแล้วหยุด ก็จะเป็นจุดตรงที่ท่านหยุดก็จะไม่สวย เวลาช่างทำงานจะมีมีดแลลายมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งมีแว่นขยาย(สำหรับดูพระหรือเพชย) ขนาด10x ดูลาย ที่เขาลากไป ช่างเก่งๆบางคนต้องรอ เข้าคิวนานกว่า 5 ปี
  สั่งทำปืน ก็ต้อง จอง 5 ปี เอาไปแกะลาย ก็จองคิวอีก 5 ปี ช่างแกะลายอีก 1 ปี  กว่าจะได้ปืน รวม 11ปี ก็ต้องรอจนเหงือกแห้ง



เอามาว่ากันเรื่อง Box lock กับ Side lock กัน ตอนแรก จะเล่าเรื่อง ปืน Skeet กับ ปืน Trap มันทำต่างกันอย่างไร เวลาซื้อก็ราคาเท่ากันแต่เวลาขาย ทำไมSkeet จึงถูกกว่า ทั้งๆที่ Skeet ทำน้อยกว่า
  เมื่อเราเห็นปืนลูกซอง หรือ ถ้าท่านมี ปืนลูกซอง แฝดอยูในบ้าน ก็หยิบออกมาดู ดังจะบอกต่อไปนี้ ผม พยายามใช้ภาษาไทยให้มากที่สุด ทั้งๆที่เขียนก็ไม่เก่ง ยิ่งภาษา อิงกิดด้วยแล้วเขียนผิดเขียนถูกประจำส่วนมากจะผิด ท่านที่อ่านก็หลับตาข้างหนึ่งก็แล้วกันนะ 
     ที่ตรงโครงปืนที่อยู่บริเวณ เหนือโกร่งไก จะมีเหล็กส่วนหนึ่ง ไม้ส่วนหนึ่ง เช่น ปืนไอ้หยา กับปืน พาราช๊ mx8 ที่ท่านลูกซองสั้นกรุณาแก้ผ้าให้ดูนั้น ก็ คือ---- Box Lock ท่านปรมาจารย์เรียกว่า พวกใต้เข็ม
     ส่วนที่เป็นแผ่นเหล็ก รูปไข่ เต็ม พื้นที่นั้น ก็คือ--- Side Lock ท่านเรียกว่า ข้างเข็ม รูปปืน อาเรียต้า ที่ ท่าน โชกุน แก้ผ้าให้ดู
   แต่ก็มีที่เป็นปืน Box Lock แล้วทำแผ่นใหญ่ๆเหมือน Side Lock นั้นเขาเรียกว่า Side Plate เพื่อ จะได้มีเนื้อที่แกะลายได้มากขึ้น และ แหกตาคนได้ (ถ้าไม่รู้) พวกนี้แผ่นจะเรียบมาก ถ้า Side Lock แท้แล้วก็จะเห็น จุดขาวๆ ที่เขาเรียกว่าPin มากน้อยแล้วแต่การออกแบบของแต่ละยี่ห้อ
    มีSide Lock ที่ออกแบบรุ่นใหม่ปัจจุบันมองไม่เห็น Pin ที่ว่า แต่ก็แพงมากๆ แถม ไม่ Classic อีกต่างหาก ใครมี ก็ขายผมก็แล้วกัน
    ทั้งBox Lock และ  Side  Lock  นั้น มีทั้ง นกนอก และ นกใน รวมถึง Side Plate ก็เช่นกัน
   ถ้าท่านดูรูป ทั้ง สองแล้ว ก็จะเห็นว่า ชุดไก จะอยู่ ณ จุดเดียวกัน แต่ นกสัป Box Lock จะอยู่เหนือโก่รงไก ใต้เข็มแทงชนวน อีกกระบอก นกสัปจะอยู่ที่แผ่นแปะข้าง นั่นคือ Side Lock
   Box Lock ที่นิยมมากที่สุด และคนเอาไปทำปืน เกือบทั่วโลก และดัดแปลง ให้ถอดไกได้ ก็ คือ---- ไกที่ออกแบบ โดย นาย ANSON และ นาย DEELEY ทั้งสอง เป็น ช่าง ที่โรงงาน Westley Richards แห่ง อังกฤษ นำออกใช้ครั้งแรก ปี 1875 เลยตั้งซื่อ ระบบนี้ว่า Anson & Deeley Lock  เป็น ระบบที่แข็งแรงทนทานมาก เป็นจับกังเลย ไม่ค่อยจะเสีย สำออยเหมือน Side Lock ที่แพงก็แพง สำออยอีกต่างหาก ทั้งๆที่แพงกว่าตั้ง 3-4 เท่า ในโรงงานเดียวกัน
    ปัจจุบันมีการออกแบบให้ถอดชุดลั่นไก ออกมาแก้ไขได้ง่าย เช่น Beretta Perazzi  ที่ชาวเรารู้จักกันดี
    อีกสักครู่จะเล่าต่อเรื่อง Side Lock ท่านใดมีคำถามก็กรุณา ถามด้วยจะเป็นพระคุณ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 03:44:15 PM
พี่FABBRIครับยังไม่ได้เล่าเรื่องSIDE LOCKให้ฟังเลย แล้วที่สำคัญที่ผมอยากรู้มากก็คือว่าเพราะเหตุใดมันจึงแพงกว่าBOX LOCKและมันดีกว่ายังไง รบกวนด้วยครับ

--------------------------------------------------------------------------------
เท่าที่ผมเคยเห็นชิ้นส่วนที่แตกต่างกัน อย่างชัดเจน ในระหว่าง box lock กับ  side lock  ก็คือ การใช้ สปริงนกสับแบบขดลวด กับแบบแหนบ  ระบบนกสับที่ใช้สปริงแบบแหนบ จะให้ความรู้สึกตอนลั่นไกที่เฉียบคมกว่ามาก แต่มีข้อเสียคือ แหนบมีอายุการใช้งาน คือหักได้ และหักโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้าเลยครับ

ในปืน box lock ส่วนมากจะใช้สปริงแบบขดลวด ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า และทนทาน แต่ก็มีบางโรงงานใช้สปริงแบบแหนบด้วยนะครับ เช่นปืนลูกซอง SKB ซึ่งเวลาแหนบหักทีนึง ก็ออกจากการแข่งขันไปเลยครับ เพราะใช้เวลาเปลี่ยนแหนบเกินสิบนาที

ปืนแบบ side lock น่าจะถูกออกแบบมาเพื่อนำเอาข้อดีของการใช้แหนบในระบบนกสับมาเป็นต้นคิดนะครับ เพราะจุดขายของปืน side lock คือ สามารถถอดแก้มซึ่งติดตั้งชุดนกสับเอาไว้ ออกมาตรวงสอบและทำความสะอาดได้ง่าย  (เปลี่ยนแหนบง่าย)

ถ้าถามว่าทำไมปืน side lock จึงแพงกว่าปืน  box lock  ก็ต้องคิดว่า การประกอบแผ่นแก้ม side plate ใช้ฝีมือมากนะครับ นี่ยังไม่นับการขัดแต่งภายในอีกต่างหาก เพราะขึ้นชื่อว่า side lock ต้องมีภายในที่งดงามด้วย

ความงามของปืนสองแบบ ผมอยากจะให้ทุกท่านนึกจินตนาการดังเช่น
ปืน box lock ก็เหมือนการประกวด นางสงกรานต์ นางนพมาศ เราเห็นใบหน้าสวยงาม ชุดแต่งกายสวยๆ แต่เขาไม่โชว์ชุดชั้นในกัน 
ปืน side lock มีจุดขายที่ ถอดเปิด side plate ออกมาได้ ดังนั้น ใครก็ต้องอวดภายในสวยๆงามๆ หรือมีการตบแต่งขัดสีฉวีวันให้ขาวสวยหมดจด ดุจการประกวด Miss Universe ที่ต้องมาตัดสินกันที่ชุดชั้นใน  เอ๊ย  ชุดว่ายน้ำ
ตอบแบบกำปั้นกระแทกดินเลยนะครับ ที่  side lock แพงกว่า ก็เพราะว่า เจ้านายที่เป็นเจ้าของป่า หรือ ผืนที่ดินเลี้ยงสัตว์ ใช้  ส่วนคนสวนหรือคนเฝ้าป่า Gamekeeper ใช้Box lock เลยต้องถูกกว่า
--------------------------------------------------------------------------------
เรื่อง side lock ท่านลูกซองสั้น บรรเลงทั้งรูปและ ภาพ แล้วก็คงไม่ต้องเล่าอะไรมากนัก เพียงแต่ว่า Side lock ชุดนกและ เซีย อยู่ที่ฝาประกบข้าง เท่านั้น เพื่อที่จะถอดทำความสะอาดได้สดวก ( Box lock ของ  westley richards ที่ออกแบบ ปี 1897 ก็ถอดได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ) กลไกจึงต้องทำด้วยความปราณีต  ส่วน สปริงนกสัป จะเป็น แหนบ ภายหลังมีขดสปริง จึงได้ออกแบบ Box lock (เป็นความเห็นส่วนตัว) แหนบ สปริงก็มีทั้งด้านหน้า และด้านหลัง บางแบบเช่น Purdey ยังเป็นตัวช่วยให้เปิดลำกล้องเองด้วย คือ เพียงแค่บิดหางปลา ลำกล้องก็จะเปิดเอง และ ที่แพงเพราะ นอกจากต้องทำปราณีตกว่ามากแล้ว  รวมถึงพานท้ายที่อยู่ในโครงปืน อีกอย่างที่แพง ปืนSide Lock จะใช้ลำกล้องแบบ  Chopper lump  คือ ตั้งแต่ โคนลำกล้อง ถึงปลาย รวมถึง ชุด Lock ลำกล้องกับโครงปืน จะเป็น เหล็ก ชิ้นเดียว ส่วนmonoblockมักจะใช้กับปืน Box Lock ที่ราคาถูกกว่า ชุด Lock ลำกล้องกับโครงปืน และ รังเพลิง จะเป็นท่อนเดียว มากัดเซาะให้ได้ตามต้องการ แล้วนำลำกล้องมาสรวม ขันเกลียวเข้าไป แล้วทำเป็นลายตรงรอยต่อ มี โรงงานปืนใน อเมริกา ทำแฝดไรเฟิล ได้ถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อ ราคา .470 Rigby ไม่เกิน $2000 ที่ทำได้เพราะ เขาซื้อ ปืน ลูกซองแฝดของ Spain มาถอดลำกล้องออกจาก Monoblock แล้วเอา ลำกล้อง .470 ใส่เข้าไปแทน แต่ ๆ แต่ ๆ ใช้ไม่นานก็จะคอน(หลวม) เคยพบที่ อัฟริกา ใช้ยิงไม่ถึง 50 นัดก็หลวมแล้ว ส่วนมาก พวก พรานคุ้มกันชอบใช้ เพราะ ราคาถูก ยิงไม่มากนัก ไม่ต้องแม่น เพราะ ยิงไม่เกิน 20 เมตร  แบบที่คนนิยมมากที่สุด คงจะเป็น แบบที่มี  9 Pin ก็คือ H&H 
  อีกสักครู่จะเล่า ถึงปืน Skeet & Trap ที่รับปากไว้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 03:51:32 PM
มีคำถามหลายข้อ ขอถามคุณFABRI จะตอบรวมๆกันไปก็ได้นะคะ

*   ปืนลูกซองที่มี 2 ไก นั้น กลไกแต่ละชุดแยกการทำงานเป็นอิสระจากกันเด็ดขาดหรือไม่ หากชุดลั่นไกชุดหนึ่งเสีย อีกชุดจะลั่นไกอีกลำกล้องหรือไม่

*    การรมดำปืน ที่ว่าเอาไปต้มไปแช่ในน้ำยาเคมีต่างๆนั้น  ปืนของจิ๊บข้างในทั้ง 2 ลำกล้องเป็นมันๆวาวๆ คงจะเรียกว่า chrome (ไม่รู้ผิดไม๊ )  จะกระทบกระเทือนหรือทำให้ผิวมันๆวาวๆในลำกล้องไม๊คะ

*    ดูยังไงว่าลำกล้องใดมีโช๊คแบบใด  ดูด้วยตาจิ๊บเอง  ลำกล้องบนหนากว่าลำกล้องล่าง  เคยยิง ...ป่า กำลังบินด้วยไกหลัง 1นัดเป็นลำกล้องบน ร่วงเลยค่ะ  เดินวัดระยะดูได้ประมาณ 80 เมตร  ลำกล้องบนถีบแรงกว่าลำกล้องล่าง

เพิ่งมาอ่านนะคะ ไม่ทราบถามซ้ำกับคนอื่นรึเปล่า ขออภัย และขอบคุณล่วงหน้าค่ะ 
ข้อ 1 ถ้าเป็น สองไก ถ้าเสียข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งยังจะใช้ได้  ถ้าไกเดี่ยวต้องดูว่าเสียที่จุดใด
     2  ไม่มีปัญหากับ hard chrome
     3  ใช้เครื่องมือวัด แต่ ส่วนมากที่โคนลำกล้อง ใต้กระโจมมือ จะมีเครื่องหมายบอก เป็น 0 หรือ ดาว ถ้าน้อย ก็แคบ ถ้ามากก็กว้าง  หรือ เขียนเป็นอักษรเลย  ลองดูหน้าเก่าๆ จะมีเล่าไว้ ถ้า ยิงได้ไกล ขนาดนั้น ก็ super guns แล้ว ที่เคยเห็น ก็ต้อง 3 นิ้วแมกนั่ม กับ มาลินลูกเลื่อน 36 นิ้ว ยอมรับครับ ไม่เคยยิง พวกปีกบินหรือสี่ล้อเล็ก ไกลขนาดนั้น


  ข้อความที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผิดพลาดประการใดก็ขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
  ขอเล่านิดหน่อยเผื่อท่านที่ไม่เคยไปสนามเป้าบิน หรือ อบรมยิงเป้าบิน เขามีweb นะใครสนใจก็เข้าไปดู
     กีฬายิงเป้าบินถือกำเหนิดมาแต่สมัย กรีกโบราณ โดยการโยนผลไม้ไปในอากาศ แล้วใช้ธนูยิง  ต่อมาเมื่อมีปืน ก็เอานกพิลาปใส่ไว้ใต้ หมวก เมื่อพร้อมก็กระตุกให้หมวกเปิด นกก็จะบินแล้งยิง ต่อมาก็ทำเป็นกล่อง 5 ใบ ใส่นก ไว้ พอคนยิงเรียก ก็เปิด ให้นกบินไป  มีลูกเล่นคือ เด็ดขนปีก ขนหาง ออกบางเส้น นกจะได้บินไม่ตรงทาง เมื่อประมาณ 30ปีก่อน ยังเห็นมีแข่งพนัน ที่อิตาลี่  บางที่ก็ขีดวงกลม มีคนซ่อนนกไว้ข้างหลัง คนยิงก็อยู่ในวงกลม เมื่อพร้อม เขาจะโยนนกไปบนอากาศ แล้วให้คนยิงนก กติกาคือต้องยิงนกให้ตกในวงกลม คนยิงก็ชนะ ถ้าออกนอกวงกลม คนยิงก็แพ้ มีการพนันกันหนักมาก ระหว่างคนโยนกับคนยิง ใครถือหางข้างไหนก็ลงขันกัน ในปัจจุบันยังมีการพนันนี้ใน อเมริกาใต้ และยังมีการผลิตปืนชนิดนี้ อยู่ ที่เขาเรียก Pigeon gun ต่อมาเขาก็ใช้เครืองดีดเป้าแทนเพราะมีการต่อต้านจากพวกรักสัตว์ เมื่อแรกๆ ใช้ลูกแก้วใส่ขนนก แล้วโยนไปในอากาศ ต่อมาก็มีกฏกติกามากขึ้น จนในปัจจุบัน แช้มเปี้ยน คนแรก มื่อปี 1872         ขอส่งก่อนนะครับเดี๋ยวเล่าใหม่กลัวกดผิดเลยลบหมด

--------------------------------------------------------------------------------
เมื่อหลายปีก่อน มีการยิงแข่งเป้าบิน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมกัน ยิง200นัด มีมือปืนหญิงจากจีน ยิงสกีต ได้เต็มชนะผู้ชาย เขาเลยไม่ให้ผู้หญิงยิงอีกเลย ปัจจุบัน ให้ยิงแล้ว แต่แยกประเภท ท่านลูกซองสั้น เล่าหน่อย รวมทั้ง web เป้าบินด้วย
      เอามาเล่าต่อ
  สกีต สนามจะมีบ้านเล็กบ้านใหญ่ ไม่ใช่ ต้องบ้านสูงบ้านต่ำ บ้านสูง 3.05 เมตร บ้านต่ำ 1.07 เมตร   อยู่ห่างกันประมาณ35เมตร เมื่อดีดเป้าออกไปจะตัดกันที่ 19.2 เมตร จากบ้านทั้งสองหลัง มีแท่นยิง 8 แท่น  แท่นที่ 1กับ 7 จะอยู่ที่ใต้บ้าน สูงและต่ำ แท่น 8 จะอยู่กลึ่งกลางบ้านทั้งสอง ส่วนที่เหลือจะเป็นรูปครึ่งวงกลม ถ้าไม่เข้าใจก็ไปดูในweb เป้าบินก็แล้วกัน
 แทป นั้น จะมีแท่นยิง5แท่น  ห่างไป 15 เมตร ข้างหน้า จะมีเครื่องดีดเป้า 3 เครื่อง ดีดเป้า ครั้งละ 1 เป้า ไปทางซ้าย ขวา หรือ ตรง แล้วแต่โปรแกมที่ตั้งไว้  สำหรับ 1 แท่นยิง มี5แท่นก็มี 15 เครื่อง ทีนี้ สกีต จะดีดเป้าจากซ้ายไปขวา หรือ จากขวาไปซ้าย ในระนาบเดียวกัน การยิงแต่ละแท่น ระยะไม่เกิน 20-25 เมตร สำหรับคนยิงช้าที่สุด   แต่ แทป นั้นเป้าดีดออกไป จากตัวคนยิง เริ่มที่ระยะ 15เมตร ไปทางใดทางหนึ่งในสามทาง แถมบินขึ้นฟ้าอีกต่างหาก กว่าจะเห็นนก กว่าจะล็อกเป้า กว่าจะยิง กระสุนจะถึงเป้า ก็เข้าไป กว่า 25 เมตร แล้วสำหรับคนที่ยิงเร็วที่สุด 
    ฟังให้ดี นี่เป็นคำถาม ทำไมปืน สกีต จึงต่าง กับปืน แทป ทำไม่ คนยิงแทป มากกว่า สกีต (เมืองนอกนะคราบบบ)
  ปืนสกีต ยิงระยะใกล้ โชค จะกว้างมาก จนจะเหมือนเราดูหนังกาตูนที่ปืน จะมีลำกล้องบานเป็นปากแตร เพื่อที่จะให้มีม่านกระสุน บานเต็มที่ คือ รัศมีวงกลม 30 นิ้วที่ระยะ 20 เมตร  เมื่อ เอากระดาษแผ่นใหญ่ๆ มาขึงระยะ 20เมตร แล้วเอาปืน สกีต ยิงไป  ที่กระดาษ  แล้วทำวงกลม 30นิ้ว ตรงจุดหนาแน่นที่สุด เมื่อนับเม็ดกระสุน ก็จะได้ ประมาณ 65-70% ของเม็ดกระสุนที่ยิงออกไป แต่ ปืน แทป ต้องยืดระยะออกไป เป็น 30 เมตรเพราะโชค็ แคบกว่า
  และ สกีตยิงในระนาบเดียวกัน เพราะ เป้าบินออกมา ระบานเดียวไม่มีสูงต่ำผิดจากแนวทางที่ตั้งไว้ ทั้ง25เป้า  ลำกล้องปืน ทั้งบนและล่างจะอยู่ในแนวขนานกัน เมื่อยิงไปในจุดเดียวกัน ม่านกระสุนจะ ทับกัน   ลำกล้องสกีต จะยาวไม่เกิน70 ซม หรือ สั้นกว่า  พานท้ายจะตำ ประมาณ 40มม จากแนวลำกล้อง ที่ ส่วนหน้า และ 60 มม ที่ส่วนท้าย  ตรงส่วนบน ท้ายพานท้าย จะมน เพื่อให้ประทันได้เร็ว ไม่ติด เสื้อ ขณะยกประทับ เพราะ สกีตจะห้ามประทับไว้ก่อน และ จะเป็น หนังหุ้มยาง หรือ บาเกไล้ ถ้า เป็น ยางก็เป็นยางตัน เรียบและลื่น การยิง สกีต จะต้องสู้กับ สมาธิ  ความหนักแน่นของใจ  ร่างกายที่สมบูรณ์  ว่องไว และ ประสาทหน่อยๆ คือจุ้จี้  เมื่อไรที่อดนอน ทะเลาะกับแฟน กับ ภรรยา กับลูก กับ เพื่อน หมั่นไส้คนยิงก่อนหรือยิงหลัง ยิงไปก็มีแต่พังกับพัง หาว่าเด็กสนามปล่อยนกไม่ดี บ้าง นกบินไม่ตรงทางบ้าง ทั้งๆที่ชุดที่แล้วยิงดี  หนวกหูบ้าง ที่รู้เพราะเคยยิงมาก่อน จนเพื่อน ชาวอิตาลี่มาพบ เลยบอกว่ายูชักจะประสาทแดกแล้วเลิกดีกว่า ไอจะทำปืนแทปให้ หรือ เอาปืนที่ไอ เคยยิงได้เหรียญทอง โอลิมปิก แทป ก็ได้ จึงได้เลิก ยิง สกีต ที่หัวหมากแต่บัดนั้น ไปยิง แทปแทน
   ปืน สกีต ที่นิยมของนักกีฬาไทย  และ ทุกคน ไฝ่ฝันหา ก็ Beretta 682 ทำไมนะหรือ ก็ เพราะ แช้ม สนาม หัวหมากใช้ไง เลยใช้ กัน ปืนรุ่นอื่นใช้ไม่เป็นเดี๋ยวตามรอยรุ่นใหญ่ไม่ทัน  Beretta 682 ดี อย่างไร ที่ดี ที่สุด ก็คือ ราคา กับ  คุณภาพ ใกล้เคียงกันมาก  Dt10 คุณภาพ กับราคา ต่างกัน แพงเกิน ที่ร้านปืนเมืองไทยนะ   682  น้ำหนักเบาที่เหมาะกับนักกีฬาตัวเล็กๆ ของเรา แต่ แต่ พึงระวัง เมื่อไรที่ไปแต่งไกให้เบาแล้วไซ้ สักวันหนึ่ง จะยิงทีละ สองนัด ก็ต้องรื้อกันน่าดูกว่าจะซ่อมได้ คงใช้เวลาสัก 3 ชม แต่ขณะแข่งเขาให้เวลา 10 นาทีเท่านั้น (เป็นข้อตกลงลับๆ ของรร ปืน ที่เปลี่ยนอะไหล่ได้ง่ายๆ) ในการซ่อม พูดง่ายๆ เมื่อ ปืนพังขณะแข่งขัน ก็เก็บของกลับบ้านได้ หมดสิทธ์ซ่อมให้ทันเวลา หรือเปลี่ยนปืนใหม่ ก็ทำไม่ได้ เพราะ ปิด เทปวุ่นวายไปหมด ยืมปืนคนอื่น มา ปิดเทปไม่เหมือนกัน คนละสีอีก ต่างหาก ประสาทกลับ ยิงพังกับพัง เพราะเทป
 
 ต่อไป จะเล่า ความประสาท เอ้ย เล่าถึงปืน แทป   

เอ้ามาว่า ปืน Trap กัน
  อัน การ ยิง Trap นั้น ก็จำลองมาจากการยิงนกพิลาป ขอเล่าย้อนหลังเล็กน้อย  เมื่อก่อนนี้ เขาเอานกพิลาปใส่ใน หมวก แล้วต่อมาใส่ในกล่องสี่เหลี่ยม ห่างจากแท่นยิง 15 เมตร เมื่อเรียกนก เขาจะกดปุ่ม สปริงภายในกล่องจะดีดออกทุกทาง นกก็จะบินออกไปไร้ทิศทาง ก็บินไปทางตรงข้าม มือปืน แต่ควบคุมทิศไม่ดีนัก เพราะถูกเด็ด ขนปีก และขนหาง บางเส้น เพื่อไร้ทิศทาง การยิงชนิดนี้เพิ่งเลิกไปไม่เกิน 20 ปีที่อิตาลี่ เคยไปนั่งดู ตอนนี้เขาใช้เครื่อง ดังที่เล่าแล้ว เป้าจะออกมาจากใต้พื้น ที่ห่างออกไป 15 เมตร จากเครื่องใดเครื่องหนึ่ง ใน 3 เครื่อง  เมื่อเราเรียกเป้า  เป้าก็จะออกมาทันใด ไม่ต้อง ทะเลาะ หรือหงุดหงิด ปล่อยช้าเร็ว กับคนปล่อย เพราะ มีไมโครโฟน เรียก แล้ว คอม จะปล่อยเอง จะไปทะเลาะ กับคอม ก็ไม่ได้ ลำเอียง ก็ไม่ได้ กวนบาทาก็ไม่ได้ เป้าก็จะเหินขึ้นฟ้า เหมือนเครื่องบิน อเมริกา หนี ไร้ทิศทาง เครื่องบิน ญี่ปุ่น ในหนัง อ่าวเพิน  คำถาม คำถาม  ปืนที่ใช้เหมือนกับปืน Skeet  และ คนยิงประสาท ไหม
   เขาจะตอบแล้วนะครับ โอ้โห ฟังนะครับ 
   ตอบอะไรดีว่ะ  ปืนอะไรก็ได้ที่ยิงถูก ยูยิงไม่ถูกสักที่ ไอ จะ สร้างกระสุนติดเรด้าให้ หลับตายิงเลย กระสุนจะไปหาเป้าเอง ลูกซองนี่นะ ใช่ แต่รอหน่อย ตอนนี้ไอ 75 ปีแล้ว อีกสัก 10 ปีคงได้ใช้ คำพูดของ มัลตาลาลี่ คนออกแบบ MX8 บอก กับ เรา
  ปืน Trap นั้น จะแตกต่างจาก ปืน Skeet คือ ลำกล้อง จะ ยาว 75-80 ซม ( 29.5 - 32 นิ้ว) มีคนบ้าๆ ใช่ 72-74 ซม อย่าเอาตามอย่าง ไร้สาระ  โชค ลำกล้องล่าง (ต้องยิงลำกล้องล่างก่อน) จะเป็น อิมปรูพโมดิฟาย  ลำกล้อง บนจะเป็น ฟูล  พานท้าย ส่วนหน้าจะต่ำกว่าแนวลำกล้อง 35-32 มม ส่วนหลัง จะต่ำ 45-42 มม ส้นพานท้าย จะตรง มีลายสากเพื่อประทับแล้วจะได้ไม่ดิ้น เพราะ สามารถประทับปืนไว้ก่อนยิงได้
   ปืน Trap การเข้าคู่ของลำกล้องเลยไม่เหมือน Skeet  ลำกล้องล่างจะวางให้ยิงสูง ลำกล้องบน จะยิงแนวระนาบ เพราะ นกจะบินสูง แล้ว ระนาบ แล้วตก นัดแรกต้องทำปืนให้ยิงสูงดักนกไว้ โดยที่คนยิงไม่ต้องยิงเผื่อ เพียงแต่ดูนกตามแนวลำกล้องให้ตรงแนวนก แต่ต้องไล่ตามนกด้วยนะครับ ไม่ใช่หยุดเฉยๆ  เท่านั้น ปืนจะเผื่อ ให้เอง  ม่านกระสุนจะมีจุดตัด ระหว่างลำกล้องล่างกับ บน X ที่ระยะประมาณ 30 เมตร แต่ ถ้า เอาปืน Field  skeet หรือ Sporting มายิง คนยิง จะต้อง ยิง ข้ามหัวนก เพราะปืนไม่ได้ทำเผื่อมาให้ บางที่เราเห็นลำกล้องอยู่ใต้นก แต่ ม่านกระสุนไปอยู่เหนือนก นี่คือข้อแตกต่างอย่างมาก กับปืนทั่วไป ไม่ใช่แค่พานท้าย กับ โชค เท่านั้น ส่วนการ ไล่นก  วาดผ่านนก ยิงดักหน้านก ให้ไปถามเด็กสนาม จะอธิบายได้ดี มีของจริงประกอบ
  Rib สำคัญฉะไหน  มีเรียบ Flat  มี   step   มี Histep อยู่ที่นิสัยคนยิง ชอบแบบไหน จะ อธิบายอย่างไรดี เอาอย่างนี้ พวกท่าน คงยิง ปืนติดกล้อง กันมาแล้ว ถ้า กล้องใช้ขาเตี้ย จุดตัด กากะบาด กับกระสุนก็จะยาว  ถ้าขาสูง จุดตัดก็จะแคบ โอกาสผิดจะมีมาก กว่า  ลูกซองก็เช่นกัน ลิบเตี้ยจุดหมุนลำกล้องก็จะมีรัศมีแคบๆ  ถ้าลิบ สูงรัศมี ก็จะกว้าง ยิงก็ผิดง่าย และ ผิดห่าง ประทับปืนบิดเล็กน้อย ก็ไปห่างมากที่ นก ลิบเตี้ย ประทับปืนบิดเล็กน้อยก็จะผิดไม่มากที่นก เหมือน เอาท่อเห็ลกกลมๆ  กันไม้กระดานหน้ากว้าง กลมๆย่อมดีกว่า  และนิสัยการยิงของคนใช้ลิบ สูงต่ำก็ไม่เหมือนกัน
   ลิบเตี้ย พวก อิตาลี่ชอบมาก เพราะ เป็น อันธพาลที่นอบน้อมถ่อมตน ประทับปืนต้องค้อมตัวไปข้างหน้า ดูเหมือนกอดปืน ก้มหน้าก้มตา วางแนว แต่ดุร้าย น่าเกรงขาม เรียกแล้วยิงเลย เร็วมาก
   ลิบสูง เล็กน้อย พวกผู้ดีอังกฤษ ชอบมาก เพราะ ชอบผูกเนคไท้ เลยก้มหน้าไมได้มาก เนคไท้ค้ำคออยู่ ยิงก็ช้าเป็นพวกมีระเบียบ ยกปืนให้ถึงนก แล้ววาดผ่าน แล้วเหนี่ยวไกยิง ยิงนกกลางทุ่งยังใส่เสื้อ เบรเซอร์ ผูกเนคไท้
  ลิบสูงมาก จะเป็นพวก อวดศักดาข้าแน่ที่สุด อเมริกันชน  อันธพาลครองโลก ก้มหัวให้ใครไม่เป็น เวลายิงปืน ยืนตัวตรง คอตรง เพราะต้องเข้าร.ร. ยิงปืนก่อน เขาเรียกอะไรนะ ออ้ NRA ชื่อก็บอกแล้วเป็นไรเฟิล ก็ยิงไรเฟิลมา ก่อน แถมพานท้ายมอนติคาโร่ด้วย เลยต้องทำลิบสูงให้เข้ากับหน้า ที่ไม่ยอมก้ม ยิงช้ามาก วาดปืนเรียกร้องความสนใจ จนนกจะตกแล้วค่อยยิง

  ประสาทของพวก Trap คือ Skeet นั้นจะยืนรวมกลุ่มกัน แล้วยิงที่ละคน Trap นั้น ยืนที่ใครที่มัน ห่างๆกัน ประมาณ 3 เมตร ก็ยังมีคนหงุดหงิด หาว่า คนข้างๆยืนดุกดิก เกาหัว แคะขี้ฟัน ยิงแล้วดีดปลอกใส่ คนข้างๆ ถอดแว่น เช็ดแว่น เลยพวก Trap ต้องกลายเป็นม้าลากรถ คือเอา กระดาษมาติด ข้างแว่นตา บังตาไว้ จะได้ไม่เห็นคนข้างๆ ดูตรงไปข้างหน้า ไม่วอกแวก เหมือนม้าลากรถ
   พานท้ายร.ง.ทำผิดสูงต่ำแค่ 1 มม ก็มีปัญหาทางประสาทแล้ว บางท่านสั่งปืนเขียนรายละเอียด จนยิบ นอนฝันหวาน 4 เดือน พรุ่งนี้จะได้ปืนมาแล้ว ขออนุญาติเมียไปนอนกับปืนอีกห้อง จะได้ไม่ขัดตาเมีย จะนอนกอดทั้งคืนเลยไม่นอนละ  คืนนี้จะยิงให้หลายรอบข้าวใหม่ปลามัน เขียนผิด ไม่ใช่ ต้องรุ่งนี้เช้าจะไปสนามยิงให้สมใจ พอเปิดกระเป๋า ดูรายละเอียดที่ส่งมากับปืน พานท้ายสูง ต่ำ ยาว ไป 1 มม เท่านั้นละ หมดอารมณย์ เลย ไวอาก้า ก็ช่วยไม่ฟื้น ยังไม่ทันลองยิงเลยว่าใช้ได้หรือไม่ บอกขายเดี๋ยวนั้นเลย ทั้งๆที่รอ 4 เดือน นี่ก็ปราสาท ถาม ลูกซองสั้นซิ ตั้งแต่นั้น เลยสั้น ไม่ยาวสักที
  ต่อไปจะเล่าว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าปืน เป้าบินเก่าที่เราจะซื้อ มีปัญหาหรือเปล่า มีอะไรเสียบ้าง   



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 03:59:42 PM
รบกวนถามพี่ๆที่ใช้ปืนลูกซองยิงเป้าบินหน่อยนะครับ  คือผมอยากทราบว่ากระสุนลูกซองที่ใช้ยิงแข่ง ทั้งแบบ skeet,trap หรือแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้  ไนกระสุนหนึ่งนัดมีเม็ดตะกั่วอยู่กี่เม็ดครับ   ตัวผมเองมีแต่ลูกซองห้านัดกับลูกซองเดี่ยวกระสุนที่ผมรู้จักก็จะเป็นแบบตะกั่วเก้าเม็ด,ลูกโดด,และก็ลูกร้อย โดยแบบลูกร้อยนี้จะใช้ยิงเล่นในทุ่งนาหลังบ้านบ่อยที่สุดเพราะตะกั่วเม็ดเล็กไปใด้ไม่ใกล  รบกวนพี่ๆเท่านี้ก่อนนะครับอาจจะดูว่าเป็นคำถามแบบเด็กๆแต่ผมไม่รู้จริงๆครับและจะถามไครในระแวกบ้านผมก็ไม่มีใครรู้จักเกมยิงเป้าบินเลย
กระสุนที่ใช้ยิงแข่งขันทั้ง skeet และ  trap  ที่ใช้ยิงที่หัวหมาก เป็นกระสุนสำหรับแข่งตามกติกาโอลิมปิค บรรจุเม็ดลูกปรายหนัก 24 กรัม หรือ ใกล้เคียงกับ 7/8 ออนซ์    ลูก trap เบอร์ 7 1/2  จะมีลูกปรายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 มิล อยู่ประมาณ 302 เม็ด   ลูก  skeet เบอร์ 9  จะมีลูกปรายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2 มิล อยู่ประมาณ 512 เม็ด


 ก่อนที่จะไปเรื่อง ซื้อปืนเก่า ขอเล่าเพิ่มเติม เรื่อง พานท้ายต่อเล็ก น้อย
  ดังที่เล่าแล้วว่า ศูนย์ ปืนลูกซองอยู่ที่พานท้าย สูงต่ำ ปรับที่ สันพานท้าย  แล้ว ซ้าย ขวา ละ อยู่ที่ไหนกัน?
ซ้าย ขวา ต้องปรับที่ cast แล้ว cast อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่พานท้ายบิดเอียง เข้าหาตัวผู้ยิง แล้วทำไม ต้อง เอียง ไม่ทำตรงๆเหมือน พานท้าย ไรเฟิล ไม่ได้หรือ  เอาละ นะ จะ ตอบให้
   คนเรา มี คอ กับ หัว (ขออภัยท่าน ประธาน) ตั้งอยู่ตรงกลางของไหล่ ทั้งสองข้าง เวลาจะยิงปืน มือซ้าย ก็จับที่กระโจมมือ (ขออภัย ท่านที่ถนัดมือซ้าย ) มือขวา จับที่คอปืน แล้วประทับยิง คงไม่มีใคร เอา ส้นพานท้ายมายันตรงกลางหน้าอกเพื่อจะให้ตรงกับหัวและตา ถ้ามีก็คงจะทะเลาะกับแฟนมา แล้วอยากอกหัก เราก็ต้องยันที่บ่า (ทีนี้ร่องบ่าเราไม่ตรงมันจะเอียง เข้าหาตัว) ที่ห่างจาก คอและหน้า มากน้อยแล้วแต่ ไหล่ใครกว้างมากน้อย เมื่อเรา ก้มหน้าให้โหนกแก้มไปกดกับพานท้าย เพื่อให้ตาตรงกันแนวหลังถนน (ตามภาษาชาวบ้าน) ถ้าเป็นพานท้ายแบบ ตรงๆ ลำกล้องปืนก็จะบิดจากแนวตั้งเล็กน้อย ลำกล้องบนจะเอียงไปอยู่ที่ 11 น ลำกล้องล่าง ไป ที่ 5 น แทนที่จะเป็น 12กับ6น ถ้าจะให้ตรงก็ต้องบิดส้นพานท้ายไป แทน ลำกล้องปืนก็จะตรง ส่วนมาก ร.ง. จะทำมาให้ ส้นบน มาทาง 11 น ประมาณ 4มม และส้นล่าง มาทาง 5น ประมาณ 8มม ถ้ายิงแล้ว ม่านกระสุน ไปซ้าย ขวา ก็ปรับที่จุดนี้ นี่คือ การปรับพานท้ายซ้ายขวา ถ้าจะมีคำถามต่อมาว่า แล้ว ผม จะรู้ได้อย่างไร ว่าปืนผมมี cast หรือเปล่า ก็ให้เอาพานท้าย วางกับพื้นโดยหงายปืน แล้วยกลำกล้องขึ้นมาดู จะเห็นพานท้ายไม่ตรง มีการบิดเล็กน้อย
  อีกจุดที่ต้อง ดู และ ต้องรู้ คือ Pich มันอยู่ตรงไหน มันอยู่นี่ครับท่าน เอาปืนตั้งกับพื้น ให้ส้นพานท้ายแนบกับพื้น แล้วดันให้หลังถนน {rib} ชิดกับกำแพง รับรองได้ยังไงก็ไม่ชิด มันจะติดโครงปืน หรือที่เรียกว่ากระโหลก ถ้าจะให้หลังถนนชิดกำแพง ส้นพานท้ายส่วนล่างก็จะเผอย สูงจากพื้น จุด pich นั้นอยู่ที่ กึ่งกลางลำกล้อง ห่างจากกำแพงเท่าไร นั่นคือ Pich เมื่อเราดูปืนด้านข้าง จะเห็นว่าปืนไม่ตรง มันจะงอ เพระ ใต้ไหปลาร้า จะนูนขึ้มา ซอกจักกะแร้จะพลุบลงไป  เวลาประทับปืน ส่วนบน จะแนบกับใต้ไหปลาร้า ส่วนล่างจะอยู่ ขอบจักกะแร้ บางกระบอกจะเห็นแต่กะโหลกไม่เห็นลำกล้อง บางกระบอกเห็นลำกล้องโด่เลยไม่เห็นกะโหลก  เวลาอยากตัดพานท้ายพึงระวังด้วย
 
เรื่องพานท้ายปืนลูกซองจะมีคำศัพท์เฉพาะเยอะพอสมควร เช่น Drop at comp,Drop at heel ,Pitch,Cast off ,Cast in,ฯลฯ บางคำท่านลุง Fabbri ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว..แต่ถ้ายังนึกภาพไม่ออกขอแนะนำให้หาหนังสือปืนลูกซองมาอ่านเพิ่มเติม หน้า 194-211 อธิบายไว้มากพอสมควร จะได้ไม่เสียเวลาของท่านลุงที่ต้องย้อนมาอธิบายอีกรอบ  ส่วนรายละเอียดลึกๆต้องยกให้ท่านลุง FABBRI บรรเลงต่อ จะได้ไม่ขาดตอน..

ต้องขอบคุณ o\u boy  และ  mosino ที่ตั้งข้อสังเกตุมา ที่เล่าไปนั้น ปืนมันนั่งอยู่ในใจ ก็เลยนึกว่าใครๆก็ต้องรู้ ถ้าท่านที่อ่าน มีปืนยาวอยู่ข้างตัว ก็ลองหยิบๆจับๆไปด้วยก็ดี แต่ ท่าน Steel อย่านะครับ เดี๋ยวคนเห็น ลองประทับปืนอยู่ ในห้องทำงาน คนมาติดต่อซื้อของ เขานึกว่ามีคนมาปล้นเหล็กจะยุ่งกับใหญ่
  ก่อนที่จะซื้อหาปืนเก่า ลองสั่งปืนใหม่ดูก่อน จาก อิตาลี่ ดีไหม เอาว่า ที่ Perazzi ก็แล้วกัน  ว่ามันปวดหัวแค่ไหน ก่อนอื่นท่านต้องเตรียมคำตอบไว้ ประมาณ 30 คำตอบให้กับร.ง.ตั้งแต่จุดบนปลายลำกล้องปืน ที่เขาเรียกกันว่าศูนย์ หน้า จะเอาเล็กใหญ่แค่ไหน สีอะไร จนถึงแผ่นรองส้นพานท้ายจะเป็นไม้ล้วน ยาง แผ่นเรียบ หรือ สาก มีรูพรุน หรือตัน หนัง หรือ บาเกไล้  แล้วก็สั่ง เจ้อ้อย BM เอา ขนาด 36  22  36 นิ้ว สูง 168 ซม ผิวขาว ตาแขก ผม สรวยยาวปะบ่า นะ  นั่งรอ นอนรอ 4 เดือน เจ้ก็ส่ง มา ขนาด 28 48 38 นิ้ว บ้าง หรือสูง 155  - 175 ซม บ้าง ผิวดำ ผมหยิกบ้าง เราก็ต้องทำใจ  สั่งปืน หรือสั่งอะไรหว่า แล้วก็ต้องก้มหน้าก้มตา ใช้ไป หรือ รีบ ๆยัดเยียด ขายต่อ ไปเลย ก่อนสั่ง ต้องทำใจมากๆ เพราะ สั่งไปแล้ว ได้ปืนมา ครบตามแบบที่เราสั่ง ได้ สัก 80 % ก็ดีใจสุดๆแล้ว Perazzi ยังไม่เคยทำให้เราได้ ถึง 95% ตามที่สั่งไป ส่วนมากจะผิดที่ รายละเอียด ขนาด ของพานท้าย { Stock Measurements} ตัวปืนจะไม่ผิด
    พวกนัก ยิง Trap จึงต้อง มีคุณ หนูหลาย ๆคน อุ้ย ผิด ต้องมี พานท้ายหลายๆอัน (จุดนี้ ประสาทกว่า พวกยิง Skeet) เพราะ ร.ง. ทำผิดต้องสั่งใหม่บ้าง ซึ่งสั่งไม่ง่ายเลย น้ำหนักตัว ผอมลงแก้มตอบ หรือ อ้วนขึ้นหน้าอูม ยิงเร็วขึ้น หรือช้าลง เคยใส่แว่นสายตายิง พอไปทำเรสิกมา อันเก่าใช้ไม่ได้ ต้องสั่งใหม่อีก พวกนี้ เลยต้องมี หลายอัน
   จะเห็นว่า พวก Skeet จะมีปัญหากัน ก้วนที่ยิงด้วยกัน คนปล่อยเป้า เครื่องดีดเป้าดีดไม่ตรง  เสียงหนวกหู  ทั้งๆที ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ทุก อาทิตย์
     พวก Trap จะมีปัญหา กับ พานท้าย เท่านั้น
   ส่วนเรื่องหงุดหงิดกับแฟน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ สมาธิไม่ดี นั้น เป็นทั้ง Skeet และ Trap
   วันนี้เลย ไม่ได้เล่า เรื่อง ซื้อปืนเก่า  ต้อง ขออภัยด้วย     ท่าน Mosino เรียก แค่ พี่  น้า หรือ อา ก็พอ ครับ อย่าให้ถึง ลุง เลย กระดาก เดี๋ยวนิ้วมันสั่นพิมพ์ไม่ได้
   






หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 04:13:22 PM
ท่านมีปัญหานี้ไหม ทำน้ำมันปืนหยดลงพื้นเช็ดเท่าไรก็ไม่หมด แถมคู่ชีวิต บ่นไม่รู้จบ หรือ เอาเทปกาวหรือโฟมสองหน้าที่เก่า  ออกจากปืนแล้วยังเหนียวหนึบหนับ จะทำอย่างไรให้หมดโดยเร็ว
   โปรดติดตามตอนต่อไป
เมื่อท่านมีปัญหา เรี่องเทปกาว ทั้งพระราม (หน้าเดียว)หรือ ทศกัณย์ (ไม่ค่อยบันเทิง  หลายหน้า) แกะออกมาแล้วเมันยัง เหนียว อยู่รวมถึง น้ำมันที่หยด ลงพื้นนั้น แก้ ง่าย ๆ และที่ท่านหลายก็คงใช้กันมาก่อน โดยเฉพาะ พวกที่ชอบ ใช้บริการ ที่ ชูวิทย์  ก็ก็ คือ แป้งไง เพียงแต่เอาแป้งโรย สะดือ เอ้ยไม่ใช่ เอาแป้งโรงที่ต้องการ แล้วเอามือลูบแรงที่กาวเหนียวอยู่ ก็จะหลุดเป็นขี้ไคล ออกหมด ถ้าเป็นน้ำมัน มันก็จะดูด อย่าเข้าใจผิด มันจะดูดซับ แล้วเราก็ สบาย ปัดออกมาเป็นเศษ ผง นะ หายห่วง ยิ่งกว่า ห้าห่วงอีก
     แต่ถ้า แผ่น กาว มันยังติดอยู่ หรือ อัดกาว ตราช้างตราไดโนเสา ไว้ จะทำอย่างไร ขูดก็ลำบาก มีดแซะ ก็จะเป็นรอย มีวิธีครับ ใช้ได้แม้นกระทั่งรูป ถ่ายกิ๋ก ที่ติดข้างฝาห้อง ติดรูปกิ๋กไว้เต็มผนัง ด้วยกาวสองหน้า บังเอิญแฟนตัวจริงมาโดยไม่นัดหมาย จะแกะออก รูปก็จะเสียยับ  จะกระชากเดี๋ยวขาดอีก แฟนไปแล้ว กิ๋กมาไม่เห็นก็จะมีเรื่อง นี่เลย ครับน้ำมันไฟแซ็ก Ronson ฉีดลงไปเลย เดี๋ยวเดียว ก็หลุด หมด รูปถ่ายยังไม่มีปัญหา แล้วปืนจะเป็นอะไร ถ้าไม่เชื่อ ลองรูปแฟนก่อน เพราะหาง่ายกว่ารูปกิ๋ก Ronson เป็นน้ำมันที่ดี กาวหลุดหมด แต่ น้ำมันจะระเหย ไปหมดเช่นกัน  โดยไม่ทำอันตรายใดๆ แก่สีเคลือบไม้ เหล็ก กระดาษรูปถ่าย ดีกว่า ทินเนอร์ หรือ กอฮอ เพราะ ทำอันตรายแก่สีเคลือนไม้
    ถ้าท่านไม่มีอะไรถามแล้ว ก็จะขอหยุดพัก  ชั่วคราว เพื่อให้ท่านอื่นๆ เล่าบ้าง ขอขอบคุณครับที่ท่านอ่านกรุณาอ่านมาถึงจุดนี้
 
คำศัพท์เกี่ยวกับพานท้ายปืนลูกซอง ตามที่คุณอา FABBRI แนะนำให้ค้นมาเพิ่มเติม ผิดถูกประการใด ขอคำแนะนำจากคุณอาและผู้รู้ทุกท่านครับ..
Drop at heel (ดร็อป แอท ฮีล) คือ อัตราการลาดหรือลดต่ำลงของสันพานท้ายด้านล่าง โดยวัดจากแนวแกนสมมุติของลำกล้องไปยังส่วนบนของส้นพานท้าย ซึ่งจะต้องสัมพันธ์กับกระดูกโหนกแก้มของผู้ยิง เมื่อตวัดพานท้ายขึ้นประทับบ่าใบหน้าจะกดแนบกับสันพานท้าย โดยที่แนวลำกล้องจะเข้ามาอยู่ในแนวสายตาอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องดัดฝืน
Drop at comb (ดร็อป แอท คอมบ์) คือ อัตราการลดต่ำลงของสันพานท้ายด้านบน ซึ่งจะต้องต่ำกว่าระดับแนวสายตาเพื่อไม่ให้บดบังหรือรบกวนสายตาในขณะเล็งยิงด้วยความรวดเร็ว
Pitch (พิทซ์) คือ อัตราการงุ้มต่ำของปลายลำกล้องจากแนวโครงปืนหรือรีซีพเวอร์กับส้นพานท้าย ปืนที่มีค่าพิทซ์สูงจัดเป็นปืนคออ่อน ส่วนปืนที่มีค่าพิทซ์ต่ำจัดเป็นปืนคอแข็ง
พิทซ์สูง = คออ่อน = เล็งง่าย ไม่ต้องกดแนบใบหน้ากับพานท้ายมากนัก ข้อเสีย ถืบหนัก...
พิทซ์ต่ำ = คอแข็ง = เล็งยากกว่าแบบคออ่อน ต้องกดแนบใบหน้ากับพานท้ายมาก นิยมใช้ออกแบบกับปืนลำกล้องยาว เพื่อลดการสั่นพริ้วของลำกล้อง  ข้อดี ถืบเบา..
Cast off/Cast in (แคส ออฟ / แคส อิน)  เรียกง่ายๆว่า พานท้ายเบี่ยงขวา  การออกแบบพานท้ายที่ดีจะต้องมีการเบี่ยงพานท้ายเล็กน้อยเพื่อให้แนวลำกล้องมาอยู่ในแนวสายตาผู้ยิง...
Cast on (แคส ออน) พานท้ายเบี่ยงซ้าย  เป็นการออกแบบพานท้ายเบี่ยงซ้าย สำหรับคนถนัดซ้าย เล็งด้วยตาซ้าย...
 ภาพประกอบยังไม่มี ต้องขออภัย เดี๋ยวลงให้ทีหลังครับ..



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 04:22:59 PM
--------------------------------------------------------------------------------
ผมมั่นใจจากที่ติดตามอ่านในที่นี้ว่า ท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์ตอบกระทู้ให้ต้องมีความรอบรู้ละเอียดลึกซื้งในเรื่องเหล่านี้อย่างแน่แท้ ผมอ่านไป searchไป ตามเว็บอินเตอร์เนท รวมทั้งได้อ่านหนังสือมาหลายเล่ม ทราบว่า * พรานอาชีพ * ชั้นนำของโลกมักถือ * ไรเฟิลแฝด * ประจำมือเวลาออกล่า คำถามคือ -

- ไรเฟิลแฝด ยิงได้แค่ 2 นัด ทำไม ? ? ? พรานอาชีพชั้นนำจึงเลือกใช้
- ไรเฟิลแฝด มีคุณสมบัติ ดี เด่นอย่างไร ?
- ไรเฟิลแฝด เป็นปืนที่ไม่มีวางขายในตลาดบ้านเรา ผมยังไม่เคยเห็น ยังไม่ทราบว่าใครมีไว้ในครอบครอง หรือ ทางราชการไม่อนุญาต



อ้างถึง
คำถามที่ 1 ที่พรานอาชีพเลือกใช้  กระสุนมีขนาดใหญ่ และ แรงปะทะ มาก กว่า แบบลูกเลื่อน ในสมัยก่อน
                            2 ยิงได้เร็ว ใน สองนัด  บางครัง  กระสุนด้าน ปืนเสียไปข้างหนึ่ง ยังมีอีกข้างหนึ่ง ใช้ได้  ขณะรอนแรมอยู่ในป่า ก็ ซ่อมแซมได้ง่าย ดูแลทำความสอาด ภายในได้ง่ายในบางแบบ เช่น Side Lock
                            3 ไรเฟิลแฝด มีใช้ในบ้านเรามา เกือบ 100 ปีแล้ว ส่วนมากจะเป็นพวกเจ้านายที่ไปเรียน แถบยุโรป แล้วนำกลับมาใช้ล่าสัตว์ และ ปัจจุบันยังมีวางขายกันอยู่ แต่ขนาดไม่ สู้จะใหญ่นัก เพราะ คนออกกฎหมายกลัวจะเอาไปยิงรถถัง ลองดูหน้า ซื้อ ขายเก่าๆ มะมีให้เห็น
       พรานอาชีพ ก็มีความเห็นแตกต่างกันออกไป บางคนก็ชอบใช้ไรเฟิล ลูกเลื่อนขนาดเล็ก เช่น การามาโจ้ เบล ใช้ปืน ขนาด 6.5x53.5 Daudetean ใกล้เคียง กับ ขนาด 6.5X54 มัลลิคเคอร์ ชะนาวเออร์ ( ไม่ใช่ สไตเออร์ มัลลิคเคอร์ ในปัจจุบัน ) ปืนนี้ น้อย  อินทนนย์ ให้ ตาเกิ้น ใช้ในเรื่อง ล่องไพร นาย เบล คนนี้ยิงช้างไป มาก กว่า 6000 (ครับ หกพัน ไม่ผิด )เชือก ช้างอย่างเดียว อย่างอื่นยังไม่คิด
       ส่วน J.A. Hunter ยิงทั้งแรด และ ช้าง และสัตว์ อื่น กว่า 20000 ครับ สองหมื่น ทำให้สัตว์ เกือบสูนพันธ์ ในประเทศเคนย่า บางครั้งแกยิงแรด ล้างตระกูลเลย คือหมดไปจากพืนที่ในแผนที่ และนายคนนี้ เคย พาเจ้าฟ้าหญิง อลิซเบธ (ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า ) ไป ท่อง SAFARI แล้วเข้า พัก ในที่พัก บนต้นไม้( ปัจจุบันทำเป็นโรงแรมให้คนทั่วไปพัก) ขาขึ้นเป็น เจ้าฟ้าหญิง ขาลง เป็น ราชินี อังกฤษ นายพรานคนนี้ จะไม่ยอมล่าช้างหรือแรด ด้วยปืนแฝดที่มีขนาดต่ำกว่า .450 NE เด็ดขาด
  เลยตัดสินไม่ได้ ว่า ปืน แฝด หรือ ลูกเลื่อน กระสุนเล็ก หรือ ใหญ่ น่าจะอยู่ที่ความ พอใจ และชำนาญ มากกว่า
 วนไปวนมาก็หนีไม่พ้นเรื่อง ล่าสัตว์
อ่านหนังสือก่อน ขนาด คนสองคนกอดกันกลม ในช่องทางเดินแค่ทางเดินแคบๆ ควายผ่านได้ตัวเดียว หลบซ้าย ขวาก็ไม่ได้  ควายขนาด 2ตัน วิ่งเข้ามาระยะ แค่ 5เมตร พรานคุ้มกันจะทำอย่างไร คำตอบ คำตอบๆๆๆ ก็เอาปืนไรเฟิลแฝด.500 Nito ยัดเข้าไประหว่างคนกอดกัน แล้ว เหนี่ยวไกยิงทั้งสองลำกล้อง ทีละนัดนะครับโปรดเข้าใจ แรดตายห่างจากคนทั้งสอง แค่ 1 เมตร เท่านั้น ไม่เชื่อว่า ลูกเลื่อนทำได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 04:27:18 PM
ไม่มีคนถาม ถามเองก็ได้ ทำไม ปืน ไรเฟิลแฝดที่พรานตัวจริงเสียงจริง จึงใช้แต่ กระสุนที่ มีริม เอาภาษาไทยก็แล้วกัน มีขอบจานท้าย และ พวกพรานนั่งห้องปรับอากาศ จึงชอบกระสุนที่ ไม่มีจานท้าย แถมคุยอีกต่างหาก  ใครรู้บ้าง ตอบที่ มีรางวัล ลมๆแล้งๆ


ผมเดาว่า Outdoor hunter เลือกใช้ปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนแบบมีขอบก็เพราะ Ejector เป็นแบบธรรมดาเหมือนกับปืนลูกซองแฝดทั่วไป ไม่มีชิ้นส่วนบอบบางอะไรให้สงสัยว่าจะหลุดหายไหม ในยามคับขัน

ส่วน Air condition hunter คือพวกที่ชอบปืนไรเฟิลแฝด แต่อยากยิงเล่นมากกว่าจะไปยิงสัตว์จริง และมักจะมีขนาดกระสุนในใจไว้แล้ว ได้แก่ กระสุนขนาด  .30/06  .308  .375 H&H  .416 Rigby ปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนแบบไม่มีขอบจานท้าย จะมี Ejector แบบมีเดื่อยอัดสปริงติดอยู่ที่ Ejector เอาไว้เกาะขอบจานท้าย ตอนดีดปลอกกระสุน ซึ่งเดือยที่ว่านี้เล็กและบอบบางมาก จนน่าสงสัยว่าจะหลุดหายได้ และปืนก็จะไม่ดีดปลอกจ้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 04:39:09 PM
รวบรวมมาสำหรับบางท่านที่พึ่งเข้ามาอ่านได้ไม่นาน จะได้ไม่เสียเวลาอ่านตั้งแต่หน้า1-50 แต่ถ้าจะต้องการดูรูปประกอบด้วยคงต้องไล่อ่านทั้งหมด ตรับ

ตัวผมเองก็ถือว่าได้เป็นการทบทวนข้อมูลเก่าๆก่อนจะตั้งคำถามต่อครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 05:02:20 PM
เรียนถามครับ
     ปืนแข่งอย่างPERAZZI MX8 หรือ BERETTA 682 
              -ถ้าต้องการสั่งปืนให้ได้ขนาดพอดีตัวผู้ใช้ ในเมืองไทยจะสั่งได้ไหม ต้องไปสั่งแบบgun tour หรือเปล่าครับ
              -ถ้าสั่งได้จะไปสั่งได้ที่ไหนร้านไหนครับ ใช้เวลาสั่ง-ได้ปืนนานขนาดไหนครับ
              -ถ้าสั่งได้ราคาตกอยู่ประมาณเท่าไรครับ
              -ถ้าสั่งไม่ได้ เอาปืนแบบทำเสร็จแล้วมาใช้แบบฝืนๆตัวเองจะตกอยู่ประมาณเท่าไรครับ
              -ถ้าต้องการแกะลายเพิ่มนิดๆหน่อยๆ ลายแบบโหลๆนะครับต้องเพิ่มเงินอีกเท่าไรครับ

ขอทราบโดยคร่าวๆก็ได้ครับ จะได้ทราบว่าต้องเก็บตังส์กี่ปี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 05:28:55 PM
ผมเข้ามาบอร์ด เจอคุณ kat กำลังยำใหญ่บทความ อ่านเป็นสลัดจานใหญ่ ทานกับ steak เนื้อสันนอกล้วนๆ ย่างแบบ medium rare แล้วโรยเกลือป่นมาให้ นี่ดีว่ามีรูปติดมา 4 รูป เป็นน้ำจิ้มแจ๋วนะ ไม่งั้นแห้งแย่เลย ผมเลยนั่งอ่านของเก่าเพลินไปด้วย 

นึกอะไรได้อีกเยอะเลย  ต้องย้อนมาถามคำถามพี่ Fabbri อีกชุดใหญ่

อยากให้พี่ Fabbri เล่าให้ฟังเรื่องโรงงานปืนแฝด ไล่ไปที่ละแห่งเลยนะ เอาอังกฤษก่อนเลยนะครับ ผมยิงคำถามก่อนเลยนะ  เอา Holland & Holland ก่อนเลย  โรงงานดังดี ปืนก็สวยสุดๆ พี่เล่าให้ฟังเรื่อง Showroom ,  Try gun  เคยได้ยินพี่พูดแยกปืน H & H ออกเป็นรุ่นก่อนสงครามกับหลังสงคราม มันต่างกันอย่างไรครับ ของใหม่น่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ แล้วพี่พอจะประเมิณราคาบวกคุณค่าของ H & H ว่ามันสมราคา หรือ สมศักดิ์ศรีไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 08:37:43 PM
คุณKatจัดรูปเล่มใหม่เป็นระเบียบเรียบร้อยทีเดียวนะครับขอบคุณมากครับ :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 09:18:29 PM
   ก่อนอื่น ต้อง ขอขอบคุณ ท่าน KAT ที่กรุณา รวบรวม ข้อมูล ทั้งหมด ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง รวม ถึง  O\U boy  Steel Mosino และ ที่ ลืม ไม่ได้เด็ดขาด  นอกจาก อยากรู้แล้ว ยัง แบ่ง ปันให้ท่านทั้งหลายได้รู้ อีก เพราะ ท่าน ทั้งถาม ทั้งตอบ และ หาซื้อจนได้ ก็ ท่าน ลูกซองสั้นไง ใครจะลืมได้
  ส่วน คำถาม ที่ ว่า เมื่อก่อน มีแต่เนื้อ ต่อ มาก็เติมเส้น แล้วก็น้ำ เพราะ ว่า ไม่ใช่พิมพ์ไม่เป็น แต่ ได้แต่ส่ง Sms ก็เลย ส่งแค่นั้น แล้วกลัวว่าจะปล่อยไก่ บังเอิญ ไก่ เป็นหวัดนกอีกต่างหาก ไม่ต้องปล่อยก็ตายอยู่ดี ไหนๆจะตายก็ให้มันฝังดินไปเลย ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว มีคนรู้มาก ดี กว่าไม่มีคนรู้เลย
  การตอบนั้นแล้วแต่เหตุการณ์ ว่าดื่มไปกี่แก้วแล้ว อีกอย่างที่ขอเตือน เหล้ามีไว้ให้  ดื่ม ไม่ได้มีไว้ให้ กิน 
  เอา เข้าเรื่อง ที่ท่าน Kat ถามมา ตอบไม่ได้สักคำถาม เพราะ ไม่รู้จะ สั่งจากใคร เพราะ ตัวแทน Beratta ในเมืองไทย ยังไม่รู้เลยว่า ปืนลูกซอง คืออะไร ที่มี ลูกซอง (ยิงเป้าบิน) เข้ามา ขายนั้น ส่วนมากเป็นร้านที่สังจากร้านขายปืน ไม่ได้สั่งจากโรงงาน หรือ สั่งเอง  ส่วน Perazzi นั้น แล้วแต่ ลมพัดลมเพล ของ ตัวแทนอีกต่างหาก ถ้า ถูกใจอะไรอย่างไรก็ได้ ถ้าผิดหู อะไรก็ไม่ได้
  ราคานั้น ต้องขึ้น อยู่กับอัตราแลกเปลียน เงินขณะนั้น จะรู้ว่า ราคาเท่าไรก็เมื่อตอนจ่ายเงิน แล้วเอาปืนไป จ่ายเงินมา มีบางท่านจะสั่ง Perazzi ถามมาราคาเท่าไร  กว่า ห้าปีแล้ว ยังไม่ได้ปืนเลย เพราะ ถามอยู่นั่นว่าราคาเท่าไร
  เรื่องราคานั้น จึงตอบไม่ได้  อันตราย ๆๆๆๆ เคยดูหนัง LOST  IN SPACE  ไหมที่ หุ่นยนต์ มันชอบพูด
  ที่ท่าน ลูกซองสั้น ถามนั้น ก็ตอบไปแล้ว
 ส่วน ก่อนสงคราม กับ หลัง สงครามนั้น ก็ ก่อนสงคราม ทุกอย่างเฟื่อฟู เหมือนยุค ท่าน ชาติชาย ฟองสบู่ ผลิดอะไรออกมาแพงแค่ไหน ก็โนพรอมแพรม ทุกอย่างทำด้วยมือ ปราณีต บรรจง สรรหาแต่ของดีๆ ทั้งของ ทั้งช่าง และเวลา โดยกำลังซื้อมี พอหลัง สงคราม ก็ IMF ไง ดีแค่ไหน ถูกแค่ไหนก็ขายไม่ออก ก็เค้าเป๋ เจ็งไปตามๆ H&H ก็ไม่ต่าง มาไม่นานมานี้ น้ำหอมมาซื้อไป ก็มีการ แก้ไขปรับปรุง สวยแต่รูป จูบไม่หอมซะแล้ว ผ่าตัดทุกอย่าง ยกเว้นกล่องเสียง แหบเป็นไก่หวัดนกเลย เพราะ เอาอะไหล่มาจาก สเปญ แล้วให้ช่างมือใหม่ๆ ประกอบ ลดต้นทุนทุกอย่าง แต่ไม่ลด ราคายี่ห้อ ดีหน่อยที่ การประกอบยังคงเรียบร้อย ไม่มีที่ติ สมราคา สวยจริงๆ แต่ ถ้าจะให้ซื้อคง ขอของเก่า ดี กว่า 
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 09:46:38 PM
สงครามที่พี่ว่า หมายถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 ใช่รึเปล่าครับ  ผมเรียนประวัติศาตร์อ่อนมากครับ ความรู้เรื่องสงครามโลก คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว ตอนสงครามจบ อังกฤษแพ้สงครามเหรอครับ โรงงานปืนดังๆในอังกฤษจึงได้พากันเจ๊งหมด ผมไม่เคยสะดุดหูว่าอังกฤษเคยแพ้สงครามเลย น่าจะชนะมาตลอดนะ จึงได้มีอาณานิคมอยู่ทั่วโลก

เวลาพี่พูดตัดตอนเอาช่วงสงครามโลก ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า ที่อิตาลี เมือง Brescia กับ Gardone สองเมืองใหญ่ที่มีโรงงานผลิตปืนมากมายหลายแห่ง ถูกฝูงบินทิ้งระเบิดซะราบคาบ แล้วที่อังกฤษ โรงงานปืนถูกทิ้งระเบิดด้วยรึเปล่าครับ  แล้วที่เบลเยี่ยมหละพี่ โรงงาน FN ก็โดนทิ้งระเบิดด้วยรึเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 09:56:38 PM
 มีอีกเรื่อง ท่านที่ได้รับ VCD ถ้าได้ดู ถ้าไม่ได้ดูก็แล้วไป
หนังแต่ละเรื่องนั้น ก็จะบอกได้ว่า สมัยเมื่อเกือบ ร้อยปีที่แล้ว ใช้ปืนแก็ป ยิงเสือ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ยิงตายเหมือนกัน และคนไทยอยู่ อย่างพอเพียง มานานมากแล้ว และ คนป่าก็มี ความคิดความอ่าน ที่จะอยู่ให้ รอดได้ ไม่ต้องอาศัยใคร เพียงแต่มีความสามัคคี กันเท่านั้น ป่าไม้เมื่อก่อนนี้สวยงามมาก
  ต่อมาสมัยท่าน รูสเวล นั้น ก็ร้อยปีอีกเช่นกัน เรายังใช้ปืนแก็ป เขาใช้ ไรเฟิลแฝดแล้ว ไปล่าสัตว์  ไม่ได้ซื้อเองอีก มีนักธุรกิจ รวบรวมเงิน สั่งทำให้ ท่านไปล่าสัตว์  จนเมื่อไม่นาน หลานอันดับที่ 5 อายุ แค่ 15 เอาปืน ปู่ทวดพ่อข้า ไปเดินตามรอย วัดรอยเท้า ปืนกระบอกนั้น ยังใช้ได้ดีไม่ผิดหวัง ก็ H&H .465 NE  แล้วเราจะเห็นชัดๆ ว่า ที่ทุกท่านกลัวปืนถีบนั้น ไม่มีปํญหาเลย กระสุนหน้าตัดขนาด เกือน ครึ่งนิ้ว ยาว 3 นิ้ว เวลายิงเป้า มันถีบ บรรลัยจัก แต่ เวลา เข้าด้าย  เข้าเข็ม แล้ว ไม่เห็น มีแรงถีบอะไร ยิงสบายๆ ไม่ถีบเลย นิ่งมาก
  ส่วนอีก แผ่น จะได้เห็น ความสวยงามของปืนลูกซอง ไม่ใช่ปืนนะครับ แต่เป็น การยิงปืนลูกซอง ที่สวยงาม ต้องมีศิลปะ ในการใช้ การยิง ต้องเป็นไปตามผู้ยิง การเครื่อนไหวที่ ถูกต้อง สวยงามมาก อธิบายไม่ถูก  ต้องดูเอง ถ้าท่านมีแล้วไม่ดู หรือ ไมมี ก็ ต้องแสดงความเสียใจด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 26, 2006, 10:00:59 PM
จะให้เล่าโรงงานปืนทั้งโลกหรือย่างไร เอาแค่ที่เคยไป มาดีกว่า สมัยสงคราม โลกครั้งที่ สอง หน่วย ข่าวกรองดีมากแล้ว จุดที่ต้องทำลายก่อนก็โรงงานปืน ทุกแห่งโดนกันทั้วหน้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 02:27:55 AM
              เข้ามาซะดึกเลยผมคืนนี้  หลายๆท่านเลยพักผ่อนกันหมดแล้ว  :)   มีเรื่องจะมาถามอีกนิดหน่อยครับ  คือปืนลูกซองแฝดน่ะมีอุปกรณ์ลดแรงรีคอย รึเปล่าครับหรือว่ามีแต่ไส่ใว้ในพานท้ายแทนที่จะเอามาติดตรงปลายลำกล้องให้เกะกะสายตา  คือที่ผมถามมานี้เพราะสงสัยมากโดยดูในรูปที่เอามาลงใว้ในเวปแล้วเวลายิงแข่งต้องยิงกันหลายนัดมากแล้วอย่างนี้คนยิงไม่แย่เหรอครับเพราะโดนรีคอยซ้ำๆที่เก่าหลายหนไหล่ไม่แย่หมดเหรอครับ    ผมเคยยิงลูซองห้านัดของเบเนลี่ โนว่า ยิงติดต่อกันแค่สิบห้านัดตอนขับรถกลับบ้านเจ็บไหล่และเจ็บที่แก้มข้างขวาหมดเลย  ผมจับปืนแน่นแต่คงจะเอาหน้าแนนพานท้ายมากไปเลยทำให้เจ็บแก้ม   กับปืนของผมเองเป็น win 1300  จับปืนเหมือนเดิมยิงติดต่อกันเจ็บที่ไหล่อย่างเดียว   ผมเลยสงสัยว่านักกีฬาเขายิงกันยังงัยเป็นร้อยๆนัด  ผมแค่ยิงไม่ถึงยี่สิบนัดก็แย่แล้วครับก็เลยมองว่าปืนเขาน่าจะแต่งมาดีมากๆ   ผมมีแต่ปืนใช้งานทั่วๆไปครับ    :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 07:47:40 AM
จะว่าช่วยตอบก็ไม่เชิงนะครับ
ตอนแรกๆที่ผมยิงลูกซอง ผมก็รู้สึกว่ามันถีบแรงครับ
ยิงลูก เอสจีไป 8-9 นัด ไหล่แดงเลย แต่ก็ชอบครับ
พอวันหลังๆ ยิงอีกกลับไม่เจ็บแฮะ คราวนี้ยิงเป็นกล่องก็ไม่เจ็บ
หลังๆมาอีก ยิงแฝดซ้อนบราวนิ่งกับกระสุนเป้าบิน รู้สึกราวกับยิงลูกกรด :OO
วันหน้าไปมีตติ้งหลังเขาครูดำกันซิครับ ลองยิงลูกซองหลายๆแบบ แล้วจะทึ่ง :VOV:
ผมว่า ปืนลูกซองที่มันแลดูเหมือนกันเนี่ย จริงๆแล้วมันไม่เหมือนกันหรอกครับ
มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกแยะ
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 10:50:31 AM
เข้ามาซะดึกเลยผมคืนนี้ หลายๆท่านเลยพักผ่อนกันหมดแล้ว :) มีเรื่องจะมาถามอีกนิดหน่อยครับ คือปืนลูกซองแฝดน่ะมีอุปกรณ์ลดแรงรีคอย รึเปล่าครับหรือว่ามีแต่ไส่ใว้ในพานท้ายแทนที่จะเอามาติดตรงปลายลำกล้องให้เกะกะสายตา คือที่ผมถามมานี้เพราะสงสัยมากโดยดูในรูปที่เอามาลงใว้ในเวปแล้วเวลายิงแข่งต้องยิงกันหลายนัดมากแล้วอย่างนี้คนยิงไม่แย่เหรอครับเพราะโดนรีคอยซ้ำๆที่เก่าหลายหนไหล่ไม่แย่หมดเหรอครับ ผมเคยยิงลูซองห้านัดของเบเนลี่ โนว่า ยิงติดต่อกันแค่สิบห้านัดตอนขับรถกลับบ้านเจ็บไหล่และเจ็บที่แก้มข้างขวาหมดเลย ผมจับปืนแน่นแต่คงจะเอาหน้าแนนพานท้ายมากไปเลยทำให้เจ็บแก้ม กับปืนของผมเองเป็น win 1300 จับปืนเหมือนเดิมยิงติดต่อกันเจ็บที่ไหล่อย่างเดียว ผมเลยสงสัยว่านักกีฬาเขายิงกันยังงัยเป็นร้อยๆนัด ผมแค่ยิงไม่ถึงยี่สิบนัดก็แย่แล้วครับก็เลยมองว่าปืนเขาน่าจะแต่งมาดีมากๆ ผมมีแต่ปืนใช้งานทั่วๆไปครับ :)
ที่เคยเห็นปืนแข่งมีเจาะ port มาจากโรงงานทั้งลำกล้องบนล่าง ลูกปืนที่ใช้ยิงแข่งจะชารท์ดินมาน้อยกว่าลูกล่าสัตว์ จึงยิงได้นุ่มนวลกว่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 11:38:27 AM
เข้ามาซะดึกเลยผมคืนนี้ หลายๆท่านเลยพักผ่อนกันหมดแล้ว :) มีเรื่องจะมาถามอีกนิดหน่อยครับ คือปืนลูกซองแฝดน่ะมีอุปกรณ์ลดแรงรีคอย รึเปล่าครับหรือว่ามีแต่ไส่ใว้ในพานท้ายแทนที่จะเอามาติดตรงปลายลำกล้องให้เกะกะสายตา คือที่ผมถามมานี้เพราะสงสัยมากโดยดูในรูปที่เอามาลงใว้ในเวปแล้วเวลายิงแข่งต้องยิงกันหลายนัดมากแล้วอย่างนี้คนยิงไม่แย่เหรอครับเพราะโดนรีคอยซ้ำๆที่เก่าหลายหนไหล่ไม่แย่หมดเหรอครับ ผมเคยยิงลูซองห้านัดของเบเนลี่ โนว่า ยิงติดต่อกันแค่สิบห้านัดตอนขับรถกลับบ้านเจ็บไหล่และเจ็บที่แก้มข้างขวาหมดเลย ผมจับปืนแน่นแต่คงจะเอาหน้าแนนพานท้ายมากไปเลยทำให้เจ็บแก้ม กับปืนของผมเองเป็น win 1300 จับปืนเหมือนเดิมยิงติดต่อกันเจ็บที่ไหล่อย่างเดียว ผมเลยสงสัยว่านักกีฬาเขายิงกันยังงัยเป็นร้อยๆนัด ผมแค่ยิงไม่ถึงยี่สิบนัดก็แย่แล้วครับก็เลยมองว่าปืนเขาน่าจะแต่งมาดีมากๆ ผมมีแต่ปืนใช้งานทั่วๆไปครับ :)
ที่เคยเห็นปืนแข่งมีเจาะ port มาจากโรงงานทั้งลำกล้องบนล่าง ลูกปืนที่ใช้ยิงแข่งจะชารท์ดินมาน้อยกว่าลูกล่าสัตว์ จึงยิงได้นุ่มนวลกว่าครับ

ส่วนใหญ่ที่ยิงเป้าบินจะไม่ค่อยเจาะพอร์ทกันครับ ยิ่งถ้าเป็น Trap เพราะกฎเขาห้าม (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ให้รึยัง) ที่นุ่มน่าจะเป็นเพราะการ balance ของปืนมากว่า ทำให้ inertia สูง และไม่สะบัดมาก และที่แน่นอน อย่างที่ท่าน kat ว่า กระสุนเป้าบินจะไม่แรงเท่ากระสุนล่าสัตว์ครับ น้ำหนักรวมหัวกระสุนแค่ 24 กรัมเอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 12:05:41 PM
น้ำหนักรวมหัวกระสุนแค่ 24 กรัมเอง



1ออนซ์=28กรัม   24กรัม ไม่ถึง 1ออนซ์   กระสุนล่าสัตว์-ป้องกันตัว บรรจุเม็ดกระสุนหนัก 1-1 1/4  ออนซ์ เป็นส่วนมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 12:17:54 PM
น้ำหนักรวมหัวกระสุนแค่ 24 กรัมเอง



1ออนซ์=28กรัม 24กรัม ไม่ถึง 1ออนซ์ กระสุนล่าสัตว์-ป้องกันตัว บรรจุเม็ดกระสุนหนัก 1-1 1/4 ออนซ์ เป็นส่วนมากครับ
7/8 ออนซ์ แรงถีบไม่น่าเกิน 20 ฟุต-ปอนด์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 05:24:21 PM
การยิงเป้าบิน เป็นการยิงในขณะที่เรากำลังหมุนตัว หรือ กำลังออก action กับร่างกาย สายตาจับจ้องที่เป้า เวลายิงจะไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงถีบหรอกครับ ถีบเบามาก แทบไม่รู้สึกถึงแรงถีบอะไร

แต่ถ้าปืนลูกซองกระบอกเดียวกับ เอามาเล็งนิ่งๆเพื่อยิงเป้านิ่งๆกับที่ ก็ไหล่กระเพื่อมนิดหน่อยเองครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 05:55:38 PM
อยากลองยิง กะว่าวันอาทิตย์ตอนเย็นจะเข้าไปชมพี่ๆซ้อมกันที่หัวหมาก..ถ้าเห็นเด็กบ้านนอกหน้าตาเซ่อซ่าไปยืนด้อมๆมองๆ ก็อย่าไล่นะ อยากดูจริงๆ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 06:37:46 PM
ไม่อยากถูกไล่ก็พา....แบบในรูปโลโก้มาด้วยดิ..... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 07:44:26 PM
เรื่อง ถูกปืนถีบนั้น ก็สมควรถ้าอยากยิงปืน ถ้าไม่อยากถูกถีบก็ไปหาเรื่องกับ .22  แม้นแต่ปืนลมเบอร์ 2 BSA ยังถีบเลย
  จุดใหญ่ๆ หลายท่านก็ตอบไปแล้ว ดังที่เคยเล่าว่า เด็ก อายุ14 ยังยิง .465 NE ไม่ถีบเลย แล้ว แค่ลูกซอง จะมี อะไร
ส่วนมากคนมักกลัวปืนถีบ เวลายิง ก็ บรรจง ขันนอ็ต ชะแน่นไปหมด มือที่กำปืนทั้งสอง แน่นยังกับ เหลือเหรียญสุดท้ายที่จะโทรกลับบ้านบอกวันนี้กลับช้า แล้ว อัดปืนเข้าร่องไหล่ ขนาดยังไม่ยิงก็ ช้ำแล้ว ตัวตรงโน้มไปข้างหน้า แข็ง รอรับ แรงปะทะ ยังกับรอซูโม่วิ่งเข้าใส่ ขาซ้ายก้าวไปข้างหน้าจิกดิน งอเล็กน้อยเหมือนจะขึ้นเขาชัน ขาขวาถอยมาด้านหลัง ยันแน่น เหมือนขายันรถยกกระเช้า ใบหน้าบรรจงวาง บนพานท้าย สูงหน่อย เวลามันตบจะได้เบา แล้วตัดใจยิง เท่านั้น ก็จะพบปัญหา ไหล่เขียว แก้มเขียว ปากแตก ตัวสะท้านไปหมด
 ลองยืนทำตัวตามสบาย เหมือนจีบสาว ขาซ้ายไปข้างหน้างอเล็กน้อย  ขาขวา ถอยมาข้างหลัง และ ห่างจากขาซ้าย ประมาณหนึ่งศอก คือถ้าตีตารางสี่เหลี่ยม สองศอก ก็ปลายเท้าซ้ายอยู่มุมซ้ายบน ส้นท้าวขวาอยู่มุมขวาล่าง งอก็ได้ตรงก็ได้ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยจะไปหอมแก้มสาว ทำตัวสบายเหมือนจับหมอนตั้ง มือจับปืนแน่นไม่ต้องเกรง แล้ว สอดเข้าร่องไหล่ ให้แนบ ก้มหน้าบนพานท้าย เหมือนแนบแก้มกับสาว เจ้า ตาจ้องเป้า ดั่งสบตาสาว เหนี่ยวไกเหมือน แตะ------ แก้ก ปัง ปืนก็จะผลักท่านเบาๆเหมือนสาวเจ้าผลักอก เท่านั้นเป็นพอ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 27, 2006, 08:39:41 PM
ฮา.....เข้าใจเปรียบเทียบจังเลยพี่....อ่านแล้วเห็นภาพ..... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 12:31:16 AM
                :)ขอบคุณพี่ๆที่ช่วยกันตอบผมครับ  โดยเฉพาะคุณอา FABBRI เปรียบเทียบซะผมเห็นภาพเลยครับ  :)  เดี๋ยวจะลองกลับไปลองกับลูกซองเดี่ยวดูก่อนครับ
         


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 12:40:42 AM
จะว่าช่วยตอบก็ไม่เชิงนะครับ
ตอนแรกๆที่ผมยิงลูกซอง ผมก็รู้สึกว่ามันถีบแรงครับ
ยิงลูก เอสจีไป 8-9 นัด ไหล่แดงเลย แต่ก็ชอบครับ
พอวันหลังๆ ยิงอีกกลับไม่เจ็บแฮะ คราวนี้ยิงเป็นกล่องก็ไม่เจ็บ
หลังๆมาอีก ยิงแฝดซ้อนบราวนิ่งกับกระสุนเป้าบิน รู้สึกราวกับยิงลูกกรด :OO
วันหน้าไปมีตติ้งหลังเขาครูดำกันซิครับ ลองยิงลูกซองหลายๆแบบ แล้วจะทึ่ง :VOV:
ผมว่า ปืนลูกซองที่มันแลดูเหมือนกันเนี่ย จริงๆแล้วมันไม่เหมือนกันหรอกครับ
มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกแยะ
 ;D ;D ;D
        ขอบคุณมากครับพี่ผมไปแน่นอนจะใด้ให้พี่ๆสอนยิงปืนลูกซองด้วยครับ แต่ว่าหลังเขาครูดำนี่อยู่ที่ไหนครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 07:34:32 AM
ไม่อยากถูกไล่ก็พา....แบบในรูปโลโก้มาด้วยดิ..... ;D ;D ;D

ว่าจะตอบแบบนี้อยู่เหมือนกัน  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 07:36:10 AM
อยากลองยิง กะว่าวันอาทิตย์ตอนเย็นจะเข้าไปชมพี่ๆซ้อมกันที่หัวหมาก..ถ้าเห็นเด็กบ้านนอกหน้าตาเซ่อซ่าไปยืนด้อมๆมองๆ ก็อย่าไล่นะ อยากดูจริงๆ..

สนใจมาวันเสาร์เย็นไหมล่ะครับ เพราะว่าวันอาทิตย์นี้ ตอนเย็นผมจะไม่ว่าง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 07:58:00 AM
 แต่ว่าหลังเขาครูดำนี่อยู่ที่ไหนครับพี่
 :D~อยู่สุพรรณ ครับ หน้าเขามีสนามยิงปืนด้วย :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 08:13:19 AM
ไม่อยากถูกไล่ก็พา....แบบในรูปโลโก้มาด้วยดิ..... ;D ;D ;D

ว่าจะตอบแบบนี้อยู่เหมือนกัน ;D
อยากเห็นตัวจริงคนในโลโก้เหมือนกัน.... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 11:31:39 AM
อยากลองยิง กะว่าวันอาทิตย์ตอนเย็นจะเข้าไปชมพี่ๆซ้อมกันที่หัวหมาก..ถ้าเห็นเด็กบ้านนอกหน้าตาเซ่อซ่าไปยืนด้อมๆมองๆ ก็อย่าไล่นะ อยากดูจริงๆ..

สนใจมาวันเสาร์เย็นไหมล่ะครับ เพราะว่าวันอาทิตย์นี้ ตอนเย็นผมจะไม่ว่าง

ช่วยขยายความ เย็นวันเสาร์ของท่าน Iamshootinghere คือก่อน 16.00น. นะครับ
มาหลังจากนี้ ไม่ได้ยิงแน่ ๆ สนามใกล้ปิดแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 12:46:37 PM
อยากลองยิง กะว่าวันอาทิตย์ตอนเย็นจะเข้าไปชมพี่ๆซ้อมกันที่หัวหมาก..ถ้าเห็นเด็กบ้านนอกหน้าตาเซ่อซ่าไปยืนด้อมๆมองๆ ก็อย่าไล่นะ อยากดูจริงๆ..


สนใจมาวันเสาร์เย็นไหมล่ะครับ เพราะว่าวันอาทิตย์นี้ ตอนเย็นผมจะไม่ว่าง

ช่วยขยายความ เย็นวันเสาร์ของท่าน Iamshootingher คือก่อน 16.00น. นะครับ
มาหลังจากนี้ ไม่ได้ยิงแน่ ๆ สนามใกล้ปิดแล้ว
ผมนัดกับ คุณ kat ไว้ว่าเป็นตอนเย็นวันอาทิตย์ประมาณ 14.00 เพราะว่างตรงกันพอดี..วันเสาร์ไม่ว่างจริงๆ  :~)
...แล้ววันอาทิตย์สนามปิดกี่โมงครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 12:58:11 PM
สนามปิด 16.30น. ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 03:27:30 PM
 เอา เข้าเรื่อง ที่ท่าน Kat ถามมา ตอบไม่ได้สักคำถาม เพราะ ไม่รู้จะ สั่งจากใคร เพราะ ตัวแทน Beratta ในเมืองไทย ยังไม่รู้เลยว่า ปืนลูกซอง คืออะไร ที่มี ลูกซอง (ยิงเป้าบิน) เข้ามา ขายนั้น ส่วนมากเป็นร้านที่สังจากร้านขายปืน ไม่ได้สั่งจากโรงงาน หรือ สั่งเอง ส่วน Perazzi นั้น แล้วแต่ ลมพัดลมเพล ของ ตัวแทนอีกต่างหาก ถ้า ถูกใจอะไรอย่างไรก็ได้ ถ้าผิดหู อะไรก็ไม่ได้
 ราคานั้น ต้องขึ้น อยู่กับอัตราแลกเปลียน เงินขณะนั้น จะรู้ว่า ราคาเท่าไรก็เมื่อตอนจ่ายเงิน แล้วเอาปืนไป จ่ายเงินมา มีบางท่านจะสั่ง Perazzi ถามมาราคาเท่าไร กว่า ห้าปีแล้ว ยังไม่ได้ปืนเลย เพราะ ถามอยู่นั่นว่าราคาเท่าไร
 เรื่องราคานั้น จึงตอบไม่ได้ อันตราย ๆๆๆๆ เคยดูหนัง LOST IN SPACE ไหมที่ หุ่นยนต์ มันชอบพูด
 
อ้างถึง
ขอบคุณพี่มากครับ ขอถามต่ออีกนิดครับ ถ้าเราไม่หวังแข่งระดับต้องการเหรียญ เพียงเพื่อออกกำลังกายและสนุกสนานในงบไม่เกิน 80,000 น่าจะเลือกปืนรุ่นยี่ห้อไหนรุ่นไหนดีครับ    ในแนวความคิดขอผมนะครับ สำหรับปืนสั้น ก่อนจะซื้อผมคิดว่าไม่คิดจะแข่งขันถ้าจะแข่งก็ไปแบบไปพบประสังสรร  ปืนมีความแข็งแรงทนทาน มีความแม่นยำในระดับนึง ทีความปราณีตสวยงามพอใช้ได้ถึงดี ระบบปฎิบัติการเชื่อถือได้  ประมวลมาแล้ว ผมจึงเลือก kimber .45 ถ้าต้องการแม่นแบบแข่งคงไปซื้อ les baer หรือเอาแบบพอใช้ได้ คงไปซื้อ อาร์สกอร์   แต่เนื่องด้วยลูกซองแฝดนั้นเคยจับต้องน้อยมาก และไม่เคยยิงเลยจึงคิดไม่ออกเลย กลัวแบบที่พี่เคยว่า คิดถูกก็เก็บไว้คิดผิดก็ซื้อใหม่ อย่างนี้ผมสลบครับผม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 03:35:03 PM
ปืนที่ใช้แข่งขันกับปืนยิงนก นิยมใช้ EXTRACTOR  แบบไหนบ้างครับ ระหว่างมีสปริงดีดออกกับแบบที่ต้องเอานิ้วหยิบออก เพราะเหตุใดครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 04:14:37 PM
ตอบท่าน Kat ปืน Lamber อย่างที่ท่าน Intend ใช้ก็ดีนะครับ ราคาย่อมเยาว์แถมยิงดี จะว่าไปถ้าจะได้เหรียญก็ไม่แปลกครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 08:53:00 PM
ตอบท่าน Kat ปืน Lamber อย่างที่ท่าน Intend ใช้ก็ดีนะครับ ราคาย่อมเยาว์แถมยิงดี จะว่าไปถ้าจะได้เหรียญก็ไม่แปลกครับ
ถ้าจะซื้อยี่ห้อนี้ผมเคยเห็นที่ร้านพ.พาณิชมีขายนะครับลองไปดู


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:03:58 PM
วันอาทิตย์นี้ผมจะเข้าสนามเป้าบินช่วงเวลา 9.30-11.30 น.ใครว่างช่วงนี้ก็ขอเชิญนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:05:17 PM
ต้องขออภัย ที่ต้องตอบ เพราะไม่ ต้อง การให้กระทู้ ไปอยู่หน้าไหนๆ
  จงซื้อปืน ดั่ง ขอ แฟน เพราะ จะอยู่ กับเราอีก นาน ถ้าเลือก ผิด ก็ต้อง ก้มหน้า รับ -----
ดังที่ เรียน แล้ว เคย ขาย ปืน 10 กระบอก เพื่อ ซื้อ ปืน กระบอก เดียว (แบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน เพียงแต่ ฝีมือการผลิต ที่ ปราณีต  กับ ยี่ห้อ และ รายละเอียด บางอย่าง เท่านั้น ที่ต่างกัน) แต่ก็เป็น ปืนที่เราไฝ่ฝันหา ดั่ง คู่ชีวิต
ปืนมีให้ซื้อ มาก มาย เพราะ ผลิต ออกมา ทุก นาที มีเงิน ล้นฟ้า ก็ซื้อไม่หมด แต่ ปืน ที่ เรา ไฝ่ฝันไว้ ยากหนักหนา ที่จะมา ครอบครอง จงใจ เย็นๆ รอ คอย สิ่งที่เรา ต้องการ และ แน่ใจที่สุด ว่า นี่คือ ที่เราต้องการ
  เล่ามาตั้ง นาน ลืมไปว่า มี สุภาพสตรี อ่านด้วย
ปืนสั้น ดั่งเด็ก คะนอง 
ไรเฟิล ดั่ง ผู้ กล้าทะยาน ข้านี้ ใหญ่
ลูกซอง ดั่ง สาวน้อย (ร้อย เล่มเกวียน) ไม่รู้จบ
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:17:10 PM
ต้องขออภัย ที่ต้องตอบ เพราะไม่ ต้อง การให้กระทู้ ไปอยู่หน้าไหนๆ
 จงซื้อปืน ดั่ง ขอ แฟน เพราะ จะอยู่ กับเราอีก นาน ถ้าเลือก ผิด ก็ต้อง ก้มหน้า รับ -----
ดังที่ เรียน แล้ว เคย ขาย ปืน 10 กระบอก เพื่อ ซื้อ ปืน กระบอก เดียว (แบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน เพียงแต่ ฝีมือการผลิต ที่ ปราณีต กับ ยี่ห้อ และ รายละเอียด บางอย่าง เท่านั้น ที่ต่างกัน) แต่ก็เป็น ปืนที่เราไฝ่ฝันหา ดั่ง คู่ชีวิต
ปืนมีให้ซื้อ มาก มาย เพราะ ผลิต ออกมา ทุก นาที มีเงิน ล้นฟ้า ก็ซื้อไม่หมด แต่ ปืน ที่ เรา ไฝ่ฝันไว้ ยากหนักหนา ที่จะมา ครอบครอง จงใจ เย็นๆ รอ คอย สิ่งที่เรา ต้องการ และ แน่ใจที่สุด ว่า นี่คือ ที่เราต้องการ
 เล่ามาตั้ง นาน ลืมไปว่า มี สุภาพสตรี อ่านด้วย
ปืนสั้น ดั่งเด็ก คะนอง
ไรเฟิล ดั่ง ผู้ กล้าทะยาน ข้านี้ ใหญ่
ลูกซอง ดั่ง สาวน้อย (ร้อย เล่มเกวียน) ไม่รู้จบ
 
น้ำตาจะไหลครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:20:25 PM
โลก นี้ กว้งใหญ่ นัก ถ้าไม่ออกไป จะรู้ได้ อย่งไร ว่าใหญ่ แค่ไหน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:26:25 PM
ผมอยากได้สาวน้อยร้อยเล่มเกวียนมานานพอดูแล้วครับแต่ยังไม่ได้มาครองซักที :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Pathfinder ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:52:17 PM
อ้างถึง
ขอบคุณพี่มากครับ ขอถามต่ออีกนิดครับ ถ้าเราไม่หวังแข่งระดับต้องการเหรียญ เพียงเพื่อออกกำลังกายและสนุกสนานในงบไม่เกิน 80,000 น่าจะเลือกปืนรุ่นยี่ห้อไหนรุ่นไหนดีครับ ในแนวความคิดขอผมนะครับ สำหรับปืนสั้น ก่อนจะซื้อผมคิดว่าไม่คิดจะแข่งขันถ้าจะแข่งก็ไปแบบไปพบประสังสรร ปืนมีความแข็งแรงทนทาน มีความแม่นยำในระดับนึง ทีความปราณีตสวยงามพอใช้ได้ถึงดี ระบบปฎิบัติการเชื่อถือได้ ประมวลมาแล้ว ผมจึงเลือก kimber .45 ถ้าต้องการแม่นแบบแข่งคงไปซื้อ les baer หรือเอาแบบพอใช้ได้ คงไปซื้อ อาร์สกอร์ แต่เนื่องด้วยลูกซองแฝดนั้นเคยจับต้องน้อยมาก และไม่เคยยิงเลยจึงคิดไม่ออกเลย กลัวแบบที่พี่เคยว่า คิดถูกก็เก็บไว้คิดผิดก็ซื้อใหม่ อย่างนี้ผมสลบครับผม

เงี่ยหูรอฟังท่าน FABBRI อย่างใจจดใจจ่อครับ
ท่านฟันธง ว่า ยี่ห้ออะไร โมเดลไหน
ลูกศิษย์ลูกหามากมายเฝ้ารอคำตอบอยู่ครับ

.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 09:55:50 PM
เคย บอก แล้ว ครับ ท่าน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 10:35:44 PM
ปืนยิงเป้าบิน ได้ Beretta 682 ก็ใช้ได้แล้วครับ เรียกว่าเริ่มต้นได้ ไม่เสียเงินเปล่าแน่ ถ้ายิง 682 แล้วยังตามหาเป้าตัวที่   23  24  25  ไม่ค่อยเจอ คุณอาจจะต้องหา Perazzi MX 8 แล้วหละ แสดงว่าคุณรู้ตัวแล้วว่าปืนกระบอกที่คุณใช้มันมีอะไรขัดใจของคุณ เช่น ถีบเกินไป เบาเกินไป ไกไม่คมดั่งใจ จังหวะการลั่นไกไม่สม่ำเสมอดั่งใจ หรือยิงแล้วหงุดหงิด (อาการอยากได้ปืนใหม่)

เป็นความจริงครับ ปืนผิดประเภทไม่มีทางพาคุณไปถึงไหนแน่ครับ จะยิง skeet ก็ซื้อปืน skeet  ถ้าจะยิง trap ก็ซื้อปืน trap ซะ อย่าพยายามใช้ปืนล่าสัตว์เลยครับ ปืนล่าสัตว์เอามายิง sporting clay พอครับ เพราะกติกาได้พยายามแบ่งประเภทปืนออกจากกันเพื่อความสนุกสนานครับ แต่ในกรณีที่คุณต้องยิงแข่งเพื่อทำแต้มสูงสุด อย่าต่อให้คนอื่นเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 10:51:42 PM
ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 10:53:48 PM
ขอตบมือ ดังๆ ที่ กล้า บอก เดี๋ยว หาว่าเรา เป็นตัวแทนอีก ชอบใจชอบใจ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 11:14:17 PM
ปืนที่ใช้แข่งขันกับปืนยิงนก นิยมใช้ EXTRACTOR แบบไหนบ้างครับ ระหว่างมีสปริงดีดออกกับแบบที่ต้องเอานิ้วหยิบออก เพราะเหตุใดครับ
ขอ พี่ทั้งช่วยแถลงไขด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 28, 2006, 11:59:00 PM
ปืนแข่งทุกวันนี้ ดีดปลอกอัตโนมัติกันหมดแล้วครับ คือ จะดีดเฉพาะลำกล้องที่ยิงแล้ว ส่วนลำกล้องที่ไม่ได้ยิงจะยกกระสุนนัดนั้นขึ้นมาเท่านั้น

แต่ปืนแข่งเมื่อวันวาน มีแบบไม่ดีดปลอกด้วยนะครับ เช่น Mu (อ่านว่า เอ็ม เซ) ของรัสเซีย จะยกกระสุนขึ้นมาทุกครั้งที่เปิดปืน (หักลำกล้องปืน) สิบกว่าปีก่อน ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดแข่ง Asia clay shooting championship ปีนั้นรัสเซียเพิ่งจะแยกตัวออกเป็นประเทศเล็กๆ นักยิงปืนจากรัสเชียมาแข่งในนามของ Kazatstan (คาซัคสถาน) ผมอาจพิมพ์ภาษาผิด ขออภัยด้วย คนที่มาเป็นมือระดับเหรียญโอลิมปิคนะครับ มีมากัน ทีมละสามคน ใช้ปืน Mu กับ Vostok พวกนักยิงปืนหมีขาวนำกระสุนมาเองด้วย เป็นกระสุนปลอกกระดาษครับ และมีทีเด็ดคือ อัดด้วย black powder เวลายิงแต่ละนัดเสียงเหมือนระเบิดหรือคล้ายๆพลุ ดังมันจริงๆครับ ประทับใจจอร์ดมาก แล้วฝีมือระดับโอลิมปิค ยิงยังไงก็โดน นั่งดูไป มันสนุก มันเพลินตาจริงๆ

เคยมีสมาชิกในบอร์ดนี้ถามว่า ชอบเสียงปืนของกระสุนขนาดไหน มีผมตอบประหลาดอยู่คนเดียว  ผมบอกว่า ผมชอบเสียงปืน colt 45 ผมหมายถึง ลูกโม่คาวบอยนะ กระสุน 45 long colt นั่นแหละ มันดังหนักๆกว้างๆ ดังมันส์มาก  นี่ผมหากระสุนแบบ black powder ไม่ได้ อยากยิงและอยากได้ยินเสียงของ black powder จริงๆ ก็ความประทับที่นักยิงปืนรัสเซียฝากไว้นั่นแหละครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 12:33:31 AM
อยากให้พี่FABBRI เล่าเรื่องโรงงานเพอร์เด กับเพอร์ราซซี่ บ้างครับ เห็น เอเ จ ฮันเตอร์ ใช้เพอร์เดย์แล้วยกย่องน่าดูเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 12:40:58 AM
หนึ่งในความฝันของผม ก็มี Purdey อยู่ด้วยครับ
อันที่จริง ผมก็ฝันถึง Holland & Holland ด้วยนะ
แต่ดูๆไป ทำท่าว่าจะไปเจอ E.J. Churchill ก่อนซะแล้ว
อ้อ อาจจะได้เห็น Westly Richards ด้วย
ยังมี Webley Scott เข้าแถวตามมาอีก

แล้วผมจะทำอย่างไรดี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 12:45:12 AM
หนึ่งในความฝันของผม ก็มี Purdey อยู่ด้วยครับ
อันที่จริง ผมก็ฝันถึง Holland & Holland ด้วยนะ
แต่ดูๆไป ทำท่าว่าจะไปเจอ E.J. Churchill ก่อนซะแล้ว
อ้อ อาจจะได้เห็น Westly Richards ด้วย
ยังมี Webley Scott เข้าแถวตามมาอีก

แล้วผมจะทำอย่างไรดี


อ้อ   ก็ตื่นซิ  ฝันไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:32:24 AM
หนึ่งในความฝันของผม ก็มี Purdey อยู่ด้วยครับ
อันที่จริง ผมก็ฝันถึง Holland & Holland ด้วยนะ
แต่ดูๆไป ทำท่าว่าจะไปเจอ E.J. Churchill ก่อนซะแล้ว
อ้อ อาจจะได้เห็น Westly Richards ด้วย
ยังมี Webley Scott เข้าแถวตามมาอีก

แล้วผมจะทำอย่างไรดี
ผมก็เข้าแถวตามอยู่ด้วยนะครับพี่ :D~ผมอยากได้Webley Scott 700กับ Merkel 2002 ELครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 12:29:47 PM
หนึ่งในความฝันของผม ก็มี Purdey อยู่ด้วยครับ
อันที่จริง ผมก็ฝันถึง Holland & Holland ด้วยนะ
แต่ดูๆไป ทำท่าว่าจะไปเจอ E.J. Churchill ก่อนซะแล้ว
อ้อ อาจจะได้เห็น Westly Richards ด้วย
ยังมี Webley Scott เข้าแถวตามมาอีก

แล้วผมจะทำอย่างไรดี


อ้อ ก็ตื่นซิ ฝันไป
[color=Tealฝันไว้มากๆ ดีแล้วคับ ถ้าความฝันเป็นจริงก็ถือเป็นความสำเร็จในชีวิต[/color]


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 07:11:17 PM
ปืนที่ใช้แข่งขันกับปืนยิงนก นิยมใช้ EXTRACTOR แบบไหนบ้างครับ ระหว่างมีสปริงดีดออกกับแบบที่ต้องเอานิ้วหยิบออก เพราะเหตุใดครับ
ขอ พี่ทั้งช่วยแถลงไขด้วยครับ
ที่ท่าน ลูกซอง สั้น เล่าไว้ ก็เก่า มากๆ ที่ทันสมัยมากๆ จนเลิกทำเพราะ ดีเกิน แพงเกิน ลอตเวล พาราก้อน ก็ไฮโซ เหมือน สยาม พาราก้อน นั่นแหละ ปืนนี้ ดีดปลอกโดยใช้ แกส จากการเผาไห้ของดินปืน มาดันให้อีแจ็กเตอร์ ทำงาน ถ้าไม่ต้องการ ให้ดีดปลอกก็ปิดรูแกส เสีย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: TOTO*รักในหลวง ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 08:01:33 PM
เรียนถามคุณลูกซองสั้น  MU กับ Baikal เนี่ย....มันตัวเดียวกันหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 09:17:51 PM
ตั้ง ตา รอ ท่าน ที่ สนใจ ปืนลูกซองแฝด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 09:24:46 PM
ผมก็เข้าแถวตามอยู่ด้วยนะครับพี่ :D~ผมอยากได้Webley Scott 700กับ Merkel 2002 ELครับ ;D

ไม่ทราบว่าเมอเคิลมีรุ่น 2002 แล้ว 
ของผมยังเป็นรุ่นเลขสามหลักอยู่เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 09:29:54 PM
รอท่านนานมาก นานๆจะได้เข้ามา คุย  รุ่น 2002 กำลังให้เขาออกแบบ อยู่ เสียดาย เป็น Merkel ถ้าเป็น Perazzi ละก็พรุงนี้ ออกแบบให้เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 09:34:28 PM
รอท่านนานมาก นานๆจะได้เข้ามา คุย รุ่น 2002 กำลังให้เขาออกแบบ อยู่ เสียดาย เป็น Merkel ถ้าเป็น Perazzi ละก็พรุงนี้ ออกแบบให้เลย

;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 09:59:54 PM
ผมก็เข้าแถวตามอยู่ด้วยนะครับพี่ :D~ผมอยากได้Webley Scott 700กับ Merkel 2002 ELครับ ;D

ไม่ทราบว่าเมอเคิลมีรุ่น 2002 แล้ว
ของผมยังเป็นรุ่นเลขสามหลักอยู่เลย
มีทำออกมาตั่งแต่ปี1993แล้วครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 10:24:56 PM
ไปหาใน google แล้วครับ สวยดี แต่ยังไม่ถึงกับเนี๊ยบ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 10:33:23 PM
ตัวนี้เป็นไงครับน่าใช้มั้ย เห็นพี่ๆบอกว่าลำกล้องดีมาก ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 10:36:44 PM
ไปหาใน google แล้วครับ สวยดี แต่ยังไม่ถึงกับเนี๊ยบ
เอาเนียบกว่านี้เงินไปไม่ถึงครับพี่ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 10:50:10 PM
หาเจอแล้ว  Merkel 2002 EL

 :)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 10:51:41 PM
มี close up ด้วย

 :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 10:56:31 PM
อยากเห็นชุดลั่นไก ชัดๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:03:15 PM
เรียนถามคุณลูกซองสั้น MU กับ Baikal เนี่ย....มันตัวเดียวกันหรือเปล่า

ผมว่า Mu เหมือนกับ CZ มากกว่าครับ แต่ผมยังไม่เคยสังเกตุ Baikal ชัดๆนะครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:06:38 PM
ชุดลั่นไกเนี่ย ยังควานหาไม่เจอครับ    ???

สงสัย Top Secret  :   CONFIDENTIAL    :OO

เอา สะเป็ก ไปแลก่อนครับ

Merkel Model 2002EL - Over & Under Shotgun
 
One hundred years of continuous refinement have led to the introduction of the new 2000EL series over under shotguns. This new design combines the aesthetic beauty of handcrafted engraving and hand checkering with the precision machining and exact tolerances offered by the latest CNC and EDM production technologies. The new action features an Anson & Deely style boxlock action and has a unique disconnectable ejector system which gives the user the option of selecting automatic ejector or extractor operation on this shotgun model.
Action:
Self-cocking, modified Anson and Deely boxlock.

Locking Mechanism:
Kersten double cross-bolt lock with release.

Triggers:
Single selective or double triggers.

Safety:
Manual, tang-mounted sliding safety.

Case Ejection:
Coil spring ejectors convertable by user to extractors.
 Barrel:
Special cold hammer-forged steel, demibloc construction, solid sighting rib.

Lengths:
12 gauge-28 inch/710mm
20 gauge-26 3/4 inch/680mm
28 gauge-26 3/4 inch/680mm

Bores:
12 gauge-3 inch chambers
20 gauge-3 inch chambers
28 gauge-2 3/4 inch chambers

Stock:
English or pistol grip, oil-finished luxury grade walnut with three-piece forearm.

Receiver:
Silver-grayed receiver with fine engraved hunting scenes on side plates, engraved border and screws.

Weight:
12 gauge approximately 7.0 lb./3.2 kg
20 gauge approximately 6.4 lb./2.9 kg
28 gauge approximately 6.4 lb./2.9 kg
 



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:20:32 PM
ตัวนี้เป็นไงครับน่าใช้มั้ย เห็นพี่ๆบอกว่าลำกล้องดีมาก ;D

ASE 90 เป็นรุ่นเดียวกับที่ผมมีเลยครับ อยากได้รุ่นห่วงโอลิมปิค แต่ผมมีโชคแค่รุ่นช่อมะกอก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:29:18 PM
บ่นจัง ไอ้รุ่นช่อมะกอกนะ เดี๋ยว เรียกคืน เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:39:16 PM
ขอบคุณพี่ ที่พาน้องตาคมกลับคืนสู่บอร์ดครับ

ไม่บ่นก็ได้ ว่าแต่ พี่อยากให้ผมจับ ASE 90 แก้ผ้าเหรอ มันหาซื้อแล้วไม่ได้นะ จะบาปเปล่าๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:42:14 PM
ขอบคุณพี่ ที่พาน้องตาคมกลับคืนสู่บอร์ดครับ

ไม่บ่นก็ได้ ว่าแต่ พี่อยากให้ผมจับ ASE 90 แก้ผ้าเหรอ มันหาซื้อแล้วไม่ได้นะ จะบาปเปล่าๆ
แก้ผ้าเลยครับ ผมยุหนึ่งเสียงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 29, 2006, 11:44:34 PM
ผมก็อยากเห็นด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 30, 2006, 11:23:21 AM
บ่นจัง ไอ้รุ่นช่อมะกอกนะ เดี๋ยว เรียกคืน เลย
อยู่ที่นี่ผมก็ยังไม่เคยเจอรุ่นห่วงโอลิมปิคเหมือนกันครับ ไม่ทราบว่ามันดีกว่ากันยังไงครับ ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรเห็นปืนลูกซองอะไรเป็นอยากได้ไปหมด :OO :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 30, 2006, 09:26:34 PM

อยากเห็นชุดลั่นไก ชัดๆ
อ้างถึง
ขออภัยที่อ่านข้อความผิด อยากดูชุดลั่นไกของ Merkel  นะ ไม่ใช่ ASE 90


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กรกฎาคม 30, 2006, 09:30:36 PM
แต่ไม่เป็นไร มีน้องๆหลานๆ อยากดู ก็ ลงให้เขาดูหน่อย เป็น บุญตา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 30, 2006, 10:51:01 PM
ว๊าว  พี่ Fabbri เปลี่ยนรูปอีกแล้ว คราวนี้นอกจากน้องจะตั้งตารอแล้ว น้องยังยิ้มหวานอีกด้วย 

วันนี้ คุณ kat กับคุณ mosino ไปทดลองยิง skeet เฉพาะ station 7 ลองยิงไปคนละนิดหน่อย  สงสัยจะยังไม่ติดเบ็ด เอาไว้ไปลองกันอีกนะครับ คราวหน้าไปลอง trap เอาตัวง่ายๆ บ้างไหม

ยังไม่ต้องไปซื้อปืนที่ไหนมานะครับ มาหาเอาแถวสนามก่อนก็พอได้นะ   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 30, 2006, 11:16:45 PM
ต้องขอขอบคุณ พี่ลูกซองสั้น กับ คุณอา FABBRI เป็นอย่างมากครับ ที่ให้การต้อนรับ อย่างเป็นกันเองและอบอุ่นมาก..
..สงสัยติดเบ็ดซะแล้วหละครับ เพราะตอนกลับ คุณ Kat ถามว่าเราจะมากันอีกวันไหน ติดใจ.. :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 12:18:15 AM
อิจฉาตาร้อนครับ ;Dอยากไปบ้างจัง ;D แล้วไม่เห็นเอารูปมาให้ชมบ้างเลยครับหรือว่าไม่ได่ถ่ายไว้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 08:16:35 AM
ไม่ได้ถ่ายครับ ผมมัวแต่ช่วยเหนี่ยวไกครับ เมื่อวานผมหยิบเอา Beretta 687 EELL ไปด้วย ก็เลยพาไปลอง skeet ก่อน มากันบ่ายสามโมง เวลาน้อยไปหน่อย เอาไว้คราวหน้าลองยิง trap นะ ผมจะติด Beretta 682 กับ Perazzi MX 8 ไป คงไม่ต้องเช่าปืนสนามมั่ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 09:18:37 AM
ขอบพระคุณพี่ลูกซองสั้น พี่FABBRI เป็นอย่างสูงครับ ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้จับปืนระดับสูงเช่นนี้ ไม่รู้ว่าติดเบ็ดหรือเปล่าครับ แต่เมื่อคืนนอนไม่หลับ หลับตาเห็นแต่นกมันบินว่อนอยู่ในหัวครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 09:25:40 AM
ขอบพระคุณพี่ลูกซองสั้น พี่FABBRI เป็นอย่างสูงครับ ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้จับปืนระดับสูงเช่นนี้ ไม่รู้ว่าติดเบ็ดหรือเปล่าครับ แต่เมื่อคืนนอนไม่หลับ หลับตาเห็นแต่นกมันบินว่อนอยู่ในหัวครับ

อย่างนี้ต้องมาอีก  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 09:35:37 AM
ตื่นเช้าอาบน้ำ..คลำดูแก้มขวา เอ..ทำไมรู้สึกเจ็บ อิอิ แสดงว่ายังไม่เข้าที่ คราวหน้าแก้ตัวใหม่ ไปแต่เช้าหน่อย :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 10:31:48 AM
ตื่นเช้าอาบน้ำ..คลำดูแก้มขวา เอ..ทำไมรู้สึกเจ็บ อิอิ แสดงว่ายังไม่เข้าที่ คราวหน้าแก้ตัวใหม่ ไปแต่เช้าหน่อย :VOV:

แค่เจ็บ ๆ ยังสบายครับ
ตอนผมหัด skeet ใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นลูก เหมือนเพิ่งโดนต่อยมาเลยครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 10:50:54 AM
ผมลองยิงไม่มากไม่ถึง 20 นัด แทบไม่โดนเป้าเลย ตื่นเต้นขาสั่นเลยหละ..แต่พอได้ยิง รู้เลยว่ายิงเป้าบินมันสนุกตรงไหน..คราวหน้าคงมีโอกาสได้เจอคุณ INTEND และท่านอื่นๆ.. :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 10:58:43 AM
ผมลองยิงไม่มากไม่ถึง 20 นัด แทบไม่โดนเป้าเลย ตื่นเต้นขาสั่นเลยหละ..แต่พอได้ยิง รู้เลยว่ายิงเป้าบินมันสนุกตรงไหน..คราวหน้าคงมีโอกาสได้เจอคุณ INTEND และท่านอื่นๆ.. :VOV:

เมื่อวาน ผมกับท่านพี่ Iamshootinghere รีบกลับครับ เลยไม่ได้เจอกัน ไว้คราวหน้าคงได้เจอครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:29:33 AM
ไม่ได้ถ่ายครับ ผมมัวแต่ช่วยเหนี่ยวไกครับ เมื่อวานผมหยิบเอา Beretta 687 EELL ไปด้วย ก็เลยพาไปลอง skeet ก่อน มากันบ่ายสามโมง เวลาน้อยไปหน่อย เอาไว้คราวหน้าลองยิง trap นะ ผมจะติด Beretta 682 กับ Perazzi MX 8 ไป คงไม่ต้องเช่าปืนสนามมั่ง
เที่ยวหน้า ขอลงสมัครไปด้วย หนึ่งคนแต่หลายที่
ขอบคุณพี่ ที่พาน้องตาคมกลับคืนสู่บอร์ดครับ

ไม่บ่นก็ได้ ว่าแต่ พี่อยากให้ผมจับ ASE 90 แก้ผ้าเหรอ มันหาซื้อแล้วไม่ได้นะ จะบาปเปล่าๆ
ขอยกมือด้วยครับ แก้ผ้าหมดเลย (ยกเว้นคุณ น้องตาคม สวยอยู่แล้วครับ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: TOTO*รักในหลวง ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:59:53 AM
เรียนถามคุณลูกซองสั้น MU กับ Baikal เนี่ย....มันตัวเดียวกันหรือเปล่า

ผมว่า Mu เหมือนกับ CZ มากกว่าครับ แต่ผมยังไม่เคยสังเกตุ Baikal ชัดๆนะครับ 
แบบว่าใน ปืนสั้นยิงช้า ของผม เป็น MU แต่มี โลโก้ Baikal ด้วย..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 01:14:10 PM
แฝดซ้อนทั้ง CZ และ Baikal ที่ร้านไหนมีขายครับ จะแอบไปดูหน่อย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 01:20:07 PM
baikal ที่ไพศิษฐ์มีครับ วันนี้โทรเช็คตามร้าน แลนเบอร์ อาย่าไม่มีของเลยครับ ต้องรอหลังปีใหม่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 01:32:19 PM
ผมเคยเห็นแฝดซ้อนของ CZ ที่ ปืนมิตรภาพ ครับ แต่เป็นปืนมือสอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:04:25 PM
เมื่อวานนี้ได้ติดตาม kat และ mosino ไปลองกับเขาด้วยชักมันดีนะ  ต้องขอบพระคุณ พี่ FABBRI และ พี่ลูกซองสั้นเป็นอย่างสูงแนะนำสอนสั่งรวมทั้งทุกอย่างซึ้งครับซึ้ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:18:28 PM
เมื่อวานนี้ได้ติดตาม kat และ mosino ไปลองกับเขาด้วยชักมันดีนะ ต้องขอบพระคุณ พี่ FABBRI และ พี่ลูกซองสั้นเป็นอย่างสูงแนะนำสอนสั่งรวมทั้งทุกอย่างซึ้งครับซึ้ง
ก็สนุกหละครับ..เพราะพี่บัญญัติ ยิงโดนเป้าอยู่คนเดียว.. :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:38:33 PM
คุณ mosino รอบหน้าเมื่อไหร่ดีครับจะได้ติดตามอีกชักจะติดใจ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:41:56 PM
ไปด้วยๆๆๆๆๆๆๆ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:45:35 PM
คุณ mosino รอบหน้าเมื่อไหร่ดีครับจะได้ติดตามอีกชักจะติดใจ
รอแก้มหายช้ำก่อนครับ..แล้วเราค่อยเข้าเมืองกันอีกที.. :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กรกฎาคม 31, 2006, 11:52:03 PM
ขอบคุณพี่ FABBRI ล่วงหน้าเลยครับส่งที่อยู่ไปให้แล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 01, 2006, 12:07:38 AM
(http://i7.tinypic.com/21kifc8.jpg)[/img]

(http://i7.tinypic.com/21kilfo.jpg)[/img]
พี่ FABBRI ท่อในลังนี้เข้าไว้ทำอะไรคับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 01, 2006, 05:44:47 AM
ผมตอบแทนได้ไหม

ที่เห็นอยู่ในกล่อง เป็น tube set ครับ เป็นท่อสำหรับยิงลูกซองขนาดเล็กกว่า ท่อพวกนี้จะมีขนาดใส่ลงไปในลำกล้องของลูกซองขนาด 12 ได้พอดี มักจะทำมามีความยาว 28 นิ้ว มีขนาด 20 ga.  28 ga. และ 410 ก็ครบสามคู่   tube set มีการทำขนาดเล็กหน่อยด้วย คือขนาดเท่ากับลำกล้องลูกซอง 20 ga. ด้วย ก็จะมีท่อยิงลูก 28 ga. กับ 410

American skeet ยิงแข่งกันสี่ขนาดกระสุน การต้องซื้อปืนสี่กระบอก หรือแม้นแต่ปืนแฝดซ้อนแบบสี่ลำกล้อง มันจ่ายเงินมาก หลายๆคนเลยซื้อ tube set มาใช้ ถูกตังไปแยะ  tube set มักจะทำมาให้มีน้ำหนักเท่ากันทั้งหมด เพื่อให้สมดุลเท่ากันทุกขนาดท่อ แต่ที่แน่ๆ การใส่ tube ลงไปในลำกล้องทั้งสองลำกล้อง ก็เพิ่มน้ำหนักปืนเข้าไปแล้ว ยังไงก็ไม่แน่นอนเท่ากับปืนแฝดซ้อนแบบสี่ลำกล้อง (four barrel set) ที่ทางโรงงานจะชั่งน้ำหนักลำกล้องมาทุกอัน ให้มีน้ำหนักเท่ากันทั้ง set จะเปลี่ยนลำกล้องไปใช้กระสุนขนาดไหน ก็มีน้ำหนักปืนเท่าเดิมครับ

ปืน skeet 4 barrel set เป็นปืนในฝันของผมด้วยนะครับ แต่ไม่รู้ว่านายทะเบียนจะออกใบอนุญาติให้ไหม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 01, 2006, 08:07:34 AM
ผมตอบแทนได้ไหม

ที่เห็นอยู่ในกล่อง เป็น tube set ครับ เป็นท่อสำหรับยิงลูกขนาดเล็กกว่าไง ท่อพวกนี้จะมีขนาดใส่ลงไปในลำกล้องของลูกซองขนาด 12 ได้พอดี ความยาวมักจะ 28 นิ้ว มี 20 ga. 28 ga. และ 410 ก็ สามคู่ไง tube set มีการทำขนาดเล็กหน่อย คือขนาดเท่ากับลูกซอง 20 ga. ด้วย ก็จะมีท่อยิงลูก 28 ga. กับ 410

American skeet ยิงแข่งกันสี่ขนาดกระสุน การต้องซื้อปืนสี่กระบอก มันจ่ายเงินมาก หลายๆคนเลยซื้อ tube set มาใช้ ถูกตังไปแยะ

เมืองไทยคงไม่มีขายหรอก ผมนึกไม่ออกว่า นายทะเบียนจะระบุในใบ ป 4 อย่างไร
ขอบคุณท่าน ลูกซองสั้น
แล้วใส่ได้ทุกกระหรือเฉพาะครับ  ในป.4เคยเห็นเขียนว่า มีชุดประกอบ กี่ชุด ของปืนสั้นนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 01, 2006, 08:18:25 AM
ว้าว คุณ steel โพสสวนเข้ามาตอนผมกำลังแก้ข้อความพอดีเลย วนกลับไปอ่านหน่อยนะครับ

tube set มีทำขายหลายบริษัทนะครับ ที่นิยมก็มี Briley, Kolar ใส่ได้กับลำกล้องปืนลูกซองเดี่ยวและแฝดทั่วไปได้ทุกยี่ห้อครับ ตัว tube เองมีทำ ejector มาด้วยนะครับ ดีดปลอกกระสุนด้วย

อยากได้มาใส่ปืนของผมจังเลย จะได้ลงแข่ง sporting clay ร่น 28 ga.ได้พอดี



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 01, 2006, 08:28:36 AM
  (http://i7.tinypic.com/21lppgm.jpg)


  (http://i7.tinypic.com/21lpumt.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 01, 2006, 08:35:45 AM
เรียนถามพี่ลูกซองสั้นครับ..tube set ที่ว่า อันเดียวกับ ลำกล้องแบบ liner หรือไม่..บ้านเรามีคนสั่งมาใช้หรือไม่ครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 01, 2006, 11:13:52 AM
ต้องเรียกว่าเป็นลำกล้องประเภท  insert ครับ เรียก liner ผมไม่เข้าใจ การใช้งานก็สวมเข้าไปในลำกล้อง เหมือนดังภาพเลยครับ ตัว tube จะมีแหวน o - ring หุ้มไว้รอบตัว ทำให้ tube ฟิตแน่นอยู่ในลำกล้อง เวลาใส่หรือถอด ต้องใช้ฆ้อนพลาสติกเล็กๆเคาะครับ

ไม่เคยเห็นในเมืองไทยนะครับ สงสัยจะต้องขออนุญาติมั่ง นายทะเบียนจะว่าอย่างไรก็ไม่รู้นะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 01, 2006, 11:30:32 AM
พี่ลูกซองสั้นครับข้อความส่วนตัวพี่เต็มนะครับช่วยลบออกด้วยครับเพราะไม่สามารถข้อความใหม่ไปได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KTB ที่ สิงหาคม 01, 2006, 12:01:36 PM
ผมอยากเป็นชาว DOUBLE GUN ด้วยคน แต่ขาดความรู้เรื่องปืนครับ แอบไปขอ ป 3 มาแล้ว
อยากได้ปืนยิงแทรปครับ งบไม่มากนัก เอาไว้ยิงสนุกๆ ครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ สิงหาคม 01, 2006, 01:04:34 PM
ผมติดตามอ่านมาตั้งแต่หน้า 1-59 ชอบมากๆเลย   :VOV:แต่งบไม่พอ   ตอนนี้มีแต่อีเดี่ยวไบคาล หลังสะพาน พอจะก่อมแก้มเอาไปซ้อมยิงเป้าบินได้หรือเปล่าครับ  ยิงแบบเอาสนุก  ( เห็นเจ๊ที่ร้านสิงห์ทอง บอกว่ามีคนเอาไปยิงเป้าบินมาแล้ว )เผื่อติดใจจะได้ขายสั้นๆยาวที่มีอยู่ มารวมเป็นกระบอกเดียวไปเลย :VOV: :VOV: :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 01, 2006, 01:13:30 PM
ยินดีครับที่มีคนสนใจเพื่มมากขึ้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 01, 2006, 02:33:32 PM
ผมติดตามอ่านมาตั้งแต่หน้า 1-59 ชอบมากๆเลย :VOV:แต่งบไม่พอ ตอนนี้มีแต่อีเดี่ยวไบคาล หลังสะพาน พอจะก่อมแก้มเอาไปซ้อมยิงเป้าบินได้หรือเปล่าครับ ยิงแบบเอาสนุก ( เห็นเจ๊ที่ร้านสิงห์ทอง บอกว่ามีคนเอาไปยิงเป้าบินมาแล้ว )เผื่อติดใจจะได้ขายสั้นๆยาวที่มีอยู่ มารวมเป็นกระบอกเดียวไปเลย :VOV: :VOV: :~)
อีเดียวยิงได้ครับ sporting clay มีแยกลูกซองเดี่ยวไว้โดยเฉพาะด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 01, 2006, 03:28:53 PM
ผมติดตามอ่านมาตั้งแต่หน้า 1-59 ชอบมากๆเลย :VOV:แต่งบไม่พอ ตอนนี้มีแต่อีเดี่ยวไบคาล หลังสะพาน พอจะก่อมแก้มเอาไปซ้อมยิงเป้าบินได้หรือเปล่าครับ ยิงแบบเอาสนุก ( เห็นเจ๊ที่ร้านสิงห์ทอง บอกว่ามีคนเอาไปยิงเป้าบินมาแล้ว )เผื่อติดใจจะได้ขายสั้นๆยาวที่มีอยู่ มารวมเป็นกระบอกเดียวไปเลย :VOV: :VOV: :~)

มีปืนลูกซองเดี่ยว อยากจะเอาไปออกกำลังกาย ก็เอาไปลองยิงเป้า Double trap ตัวเดียวซิครับ นกบินไม่เร็วนัก ลองยิงง่ายๆไปก่อน ในงานแข่ง sporting clay มีการแยกรุ่นปืนลูกซองเดี่ยวไว้ด้วยนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 01, 2006, 04:52:19 PM
 :VOV:ยินดีต้อนรับ คุณKTB  คุณBEEN ผมเองก็ยังไม่มีเหมือนกัน กำลังศึกษาและเลือกอยู่ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ สิงหาคม 01, 2006, 06:00:48 PM
ผมติดตามอ่านมาตั้งแต่หน้า 1-59 ชอบมากๆเลย :VOV:แต่งบไม่พอ ตอนนี้มีแต่อีเดี่ยวไบคาล หลังสะพาน พอจะก่อมแก้มเอาไปซ้อมยิงเป้าบินได้หรือเปล่าครับ ยิงแบบเอาสนุก ( เห็นเจ๊ที่ร้านสิงห์ทอง บอกว่ามีคนเอาไปยิงเป้าบินมาแล้ว  )เผื่อติดใจจะได้ขายสั้นๆยาวที่มีอยู่ มารวมเป็นกระบอกเดียวไปเลย :VOV: :VOV: :~)

น่าจะถามชื่อคนยิงมาด้วยนะครับ(เห็นว่าได้เหรียญด้วยนะ).......อิอิ.... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ สิงหาคม 01, 2006, 06:35:00 PM
คุณ mosino รอบหน้าเมื่อไหร่ดีครับจะได้ติดตามอีกชักจะติดใจ

รอบหน้าขอร่วมด้วยครับ  :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 01, 2006, 07:25:38 PM
ผมติดตามอ่านมาตั้งแต่หน้า 1-59 ชอบมากๆเลย :VOV:แต่งบไม่พอ ตอนนี้มีแต่อีเดี่ยวไบคาล หลังสะพาน พอจะก่อมแก้มเอาไปซ้อมยิงเป้าบินได้หรือเปล่าครับ ยิงแบบเอาสนุก ( เห็นเจ๊ที่ร้านสิงห์ทอง บอกว่ามีคนเอาไปยิงเป้าบินมาแล้ว  )เผื่อติดใจจะได้ขายสั้นๆยาวที่มีอยู่ มารวมเป็นกระบอกเดียวไปเลย :VOV: :VOV: :~)

น่าจะถามชื่อคนยิงมาด้วยนะครับ(เห็นว่าได้เหรียญด้วยนะ).......อิอิ.... ;D ;D ;D

หมั่นไส้อ่ะ

 ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 01, 2006, 08:08:10 PM
ต้องเรียกว่าเป็นลำกล้องประเภท insert ครับ เรียก liner ผมไม่เข้าใจ การใช้งานก็สวมเข้าไปในลำกล้อง เหมือนดังภาพเลยครับ ตัว tube จะมีแหวน o - ring หุ้มไว้รอบตัว ทำให้ tube ฟิตแน่นอยู่ในลำกล้อง เวลาใส่หรือถอด ต้องใช้ฆ้อนพลาสติกเล็กๆเคาะครับ

ไม่เคยเห็นในเมืองไทยนะครับ สงสัยจะต้องขออนุญาติมั่ง นายทะเบียนจะว่าอย่างไรก็ไม่รู้นะ
ขอบคุณพี่ลูกซองสั้นมากครับ..ผมอ่านเจอในหนังสือปืนลูกซอง เห็นเรียกว่าลำกล้องแบบ liner เลยสงสัยครับ..หรือว่าเหมือนกระบะไลเนอร์ เลยเรียกเหมือนกัน.. ::)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 01, 2006, 09:03:00 PM




อ้างถึง
ขอบคุณพี่ลูกซองสั้นมากครับ..ผมอ่านเจอในหนังสือปืนลูกซอง เห็นเรียกว่าลำกล้องแบบ liner เลยสงสัยครับ..หรือว่าเหมือนกระบะไลเนอร์ เลยเรียกเหมือนกัน.. ::)
อ้างถึง
Liner น่าจะใช้ได้นะครับ ก็คือ ซับใน ให้เล็กลง แต่ส่วนมาก ผู้หญิงมักจะ ซับใน ให้ไหญ่ ขึ้น พิมพ์ กระทู้ผิดหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 01, 2006, 09:42:21 PM
ผมติดตามอ่านมาตั้งแต่หน้า 1-59 ชอบมากๆเลย :VOV:แต่งบไม่พอ ตอนนี้มีแต่อีเดี่ยวไบคาล หลังสะพาน พอจะก่อมแก้มเอาไปซ้อมยิงเป้าบินได้หรือเปล่าครับ ยิงแบบเอาสนุก ( เห็นเจ๊ที่ร้านสิงห์ทอง บอกว่ามีคนเอาไปยิงเป้าบินมาแล้ว  )เผื่อติดใจจะได้ขายสั้นๆยาวที่มีอยู่ มารวมเป็นกระบอกเดียวไปเลย :VOV: :VOV: :~)

น่าจะถามชื่อคนยิงมาด้วยนะครับ(เห็นว่าได้เหรียญด้วยนะ).......อิอิ.... ;D ;D ;D

ทำไมไม่บอกไปเลย ว่าใช้ไม้คาน เอ๊ย  Baikal 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ สิงหาคม 02, 2006, 09:45:09 AM
ใช่ครับ เห็นบอกว่าได้เหรียญด้วย  :o :o ตกลงเค้าเรียกไม้คานเหรอ  :OO คราวหน้าถ้าผมยิงตัวอะไรหนัก ๆจะได้เอาไม้คานหามกลับ   :D~   นกเป็ดบินผ่านเป็นฝูงผมยังยิงไม่โดน  >:( แล้วจะไปยิงเป้าบินโดนหรือครับ !  :~) :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 02, 2006, 09:47:50 AM
นกเป็ดน้ำอยู่ที่ไหนบอกครับเดี่ยวผมไปจัดการให้ ;Dแถมทำแกงเขียวหวานนกเป็ดน้ำให้กินด้วย :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:07:13 AM
แถวๆราชบุรีครับ  ;D นกเป็ดแกงเขียวหวานไม่เคยรอง  :D~เคยแต่เอามาตุ๋น :D~ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:10:16 AM
อ้าวแถวนั้นก็ถิ่นเก่าผมเลยนะครับ เพราะแต่ก่อนเรียนอยู่อัสสัมธนฯครับเลยมีเพื่อนอยู่แถวนั้นเยอะมาก บ้านลุงผมก็อยู่ท่าม่วงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 02, 2006, 11:53:35 AM
เรียนถาม  ท่าน  FABBRI, โชกุน, ลูกซองสั้น  และท่านผู้รู้ทุกท่านเกี่ยวกับ  DOUBLE  RIFLE  ครับ
              ในเมื่อลำกล้อง  ซ้าย - ขวา  ของ  DOUBLE  RIFLE  (S/S)  อยู่ติดกัน  เวลายิงออกไปทำให้หัวกระสุนที่วิ่งออกจากลำกล้องปืนข้างซ้ายมีแนวโน้มที่จะวิ่งไปทางซ้าย  และกระสุนที่วิ่งออกจากลำกล้องปืนข้างขวามีแนวโน้มที่จะวิ่งไปทางขวา  เมื่อเป็นอย่างนี้เวลาช่างปืนประกอบลำกล้อง  (S/S)  เขาทำอย่างไรครับ  (มันสงสัย DOUBLE  RIFLE  สร้างมาประมาณ  100  ปีเศษทำได้อย่างไง  ใช้เทคโนโลยี่อะไร) หัวกระสุนทั้งสองลำกล้องมันจึงวิ่งคู่ขนานเข้าหาเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน  (ซึ่งไม่น่าจะเป็นสูตรสำเร็จเพราะขนาดกระสุนแต่ละกระบอกก็ไม่เท่ากัน)   ถามอีกอย่างครับช่างปืนผู้ผลิต  DOUBLE  RIFLE  เข้าคู่ลำกล้องวิธีใดครับจึงสามารถทนแรงอัดของกระสุนไรเฟิลขนาดหนักได้
         


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 02, 2006, 01:00:22 PM
เรียนถาม ท่าน FABBRI, โชกุน, ลูกซองสั้น และท่านผู้รู้ทุกท่านเกี่ยวกับ DOUBLE RIFLE ครับ
 ในเมื่อลำกล้อง ซ้าย - ขวา ของ DOUBLE RIFLE (S/S) อยู่ติดกัน เวลายิงออกไปทำให้หัวกระสุนที่วิ่งออกจากลำกล้องปืนข้างซ้ายมีแนวโน้มที่จะวิ่งไปทางซ้าย และกระสุนที่วิ่งออกจากลำกล้องปืนข้างขวามีแนวโน้มที่จะวิ่งไปทางขวา เมื่อเป็นอย่างนี้เวลาช่างปืนประกอบลำกล้อง (S/S) เขาทำอย่างไรครับ (มันสงสัย DOUBLE RIFLE สร้างมาประมาณ 100 ปีเศษทำได้อย่างไง ใช้เทคโนโลยี่อะไร) หัวกระสุนทั้งสองลำกล้องมันจึงวิ่งคู่ขนานเข้าหาเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน (ซึ่งไม่น่าจะเป็นสูตรสำเร็จเพราะขนาดกระสุนแต่ละกระบอกก็ไม่เท่ากัน) ถามอีกอย่างครับช่างปืนผู้ผลิต DOUBLE RIFLE เข้าคู่ลำกล้องวิธีใดครับจึงสามารถทนแรงอัดของกระสุนไรเฟิลขนาดหนักได้
 
อย่างนี้ต้องรอคุณอา  FABBRI, พี่เสกโชกุน และพี่ลูกซองสั้น มาตอบ..
..ตอบตามความรู้งูๆปลาๆ ของผมก่อน ;D
..การวางลำกล้องปืนลูกซองไม่ว่าจะเป็นลำกล้องแฝดซ้อนหรือแฝดขนาน จะวางลำกล้องให้มีจุดตัดกันของเส้นแนวลำกล้องห่างจากปลายลำกล้องที่ระยะ ประมาณ 102 นิ้วหรือ 2.6 เมตร ไม่ได้วางขนานกันไป เพื่อให้กลุ่มกระสุนทั้งลำกล้อง บน-ล่าง,ซ้าย-ขวา ไปในแนวเดียวกัน..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:17:03 PM
ก่อนอื่น ต้องยอมรับว่าหาข้อมูลไม่พบ ที่จะเล่าต่อไปนี้ เครียดครับ ผิดถูกประการใดก็ขออภัยด้วย และ ถ้าท่านใดมีข้อมูลที่ถูกต้อง ก็ขอความกรุณา เข้ามาเล่า ให้รู้บ้าง จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
 เอาเรื่องแรกก่อน การเข้าลำกล้อง ปืนไรเฟิลหรือลูกซองนั้นเหมือนกัน ดังที่ได้เล่าแล้วว่าบางครังยังเอาปืนลูกซอง มาถอดลำกล้องออกแล้วเอาลำกล้องไรเฟิลใส่เข้าไปแทน ก็มี
 ส่วนเรื่อง ทำอย่างไรให้ ไรเฟิลแฝดยิงได้ดีนั้น เท่าที่ได้ยิน ได้ดู และ อ่านมา (แน่นอน มีท่านผู้ใหญ่เคยเขียนบทความไว้ แต่ยังหาไม่พบ) ปืนแฝดจะไม่ทำมาให้กระสุนตัดกันเด็ดขาด คือ ถ้าเราเล็งที่ X แล้วไม่ว่า จากลำกล้องซ้ายหรือขวา ก็จะตรงที่ X ไม่มีที่ยิงลำกล้องขวาแล้วกระสุนจะไปซ้าย หรือ ยิงซ้ายแล้วไปขวา กระสุนต้องขนานกันไป
  ลำกล้องทั้งสองจะวางเป็นแนวขนานกันไป ไม่ได้วางตัดกัน แต่ทำไม ยิงแล้วเข้าจุดX ที่เดียวกัน เพราะ เมื่อ ยิงลำกล้องหนึ่งออกไป อีกลำกล้องจะว่างไม่มีแรงอัด ไม่มีความร้อน และ ทางตรงข้าม มีน้ำหนักถ่วงของลำกล้องอีกข้าง  ก็จะดึงให้ลำกล้องที่กำลังยิงอยู่ เข้ามา เล็กน้อยมาก ก็จะตรง X ที่เล็งไว้ พูดง่ายๆ ว่า ถ้ายิงลำกล้องขวา ลำกล้องซ้ายก็จะดึง มาทางซ้าย ถ้ายิงซ้ายก็จะดึงไปทางขวา เป็นหลักการที่คนโบราณคิดได้ จะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า ก็ไม่อาจรู้ได้ บริษัท ขายปืนเขาคุยไว้เช่นนี้ 
 แต่ ไรเฟิล แฝด ลำกล้อง ซ้อนทำง่ายกว่ามาก และ ยิงแม่นกว่ามาก  เพราะ ทำลำกล้องล่างให้ตรง ส่วนลำกล้อง บน ให้สูงกว่า ก็ไม่มีปัญหา เพราะ เมื่อยิงลำกล้องบน ปืนจะ ถูกดึงให้ลงล่าง
 แต่ทั้งหลายทั้งปวง เท่าที่เคยยิงมา ปืนแฝดซ้อน ไรเฟิล กับ ลูก ซอง ยิงแม่นที่สุด รองลงมาก็ ไรเฟิลแฝดซ้อนที่ ขนาดเดียวกัน กระสุนรุ่นเดียวกัน ต่อมา ก็แฝดขนาน กระสุนชนิดเดียวกัน ที่เลวที่สุด ก็คือ ปืนแฝดที่ใช้ กระสุนไรเฟิลที่ต่างกันขนาดกัน
    สมัยก่อน เมื่อ สั่งปืนแฝดแล้ว ทางโรงงาน จะถามว่า เอาไปใช้ที่ประเทศอะไร เพื่อจะได้รู้ ลักษนะ อากาศ อุณหภูมิ ความชื้น ระดับเหนือน้ำทะเล แล้วทำปืน พร้อม กับกระสุนมาให้ ตามที่ท่านเอาไปใช้งาน แต่ คนทำลืมไปว่า อากาศที่อังกฤษ กับ อัฟริกาและ อินเดีย ต่างกันมาก ช่างก็ได้แต่คำนวนเท่านั้น ความเป็นจริง คงเป็นไปไม่ได้ และที่ สำคัญ กระสุนที่เขาส่งมาให้พร้อมกับปืน สมัยก่อนไม่มี เครื่องปรับอุณหภมิ เขาใช้วิธี เอากระสุน กล่องละ5นัดสองกล่อง ซ้อนกัน แล้วใส่ลงในกล่องสังกะสี แล้วทำให้เป็นศูนยากาศ แล้วบักกรีปิด และจะมีห่วง คล้ายห่วงกุญแจ (จะบอกว่าเป็นห่วงเหมือนระเบิดมือ ก็จะเวิ่อไป) เวลาดึงก็เหมือน เปิดปลากระป๋อง แล้วมีเสียงอากาศเข้าไป การทำเช่นนี้ จะทำให้กระสุนอยู่ได้นาน ไม่ชื้น ตกน้ำไม่ไหลตกไฟก็ระเบิด ช้าหน่อย เพราะ การเดินป่าสมัยก่อน ต้องใช้เวลานานนับเดือน นับปี ยิ่ง เพชรพระอุมา ต้องเดินหลายสิบปี คุณชาย เลยใช้กระสุน ที่สั่งมาแบบนี้ เท่าที่เคยลองมา กระสุนทำเมื่อปี 2505 ณ ปัจจุบันยังยิงได้ดี เพียงแต่ช้าหน่อย ต้องแปะแล้วบาราฮึ่ม เพราะ กระสุนใหญ่มาก
  จาก การที่เคยใช้มา ขนาดเล็กที่สุด สำหรับปืนไรเฟิลแฝด ก็  .22 LR  จน ใหญ่สุด  ขนาด เกิน .450 ไปมาก (ตามกฎหมายไทยให้บอกแค่นี้) ยังไม่เห็นมีกระบอกไหนยิงแม่นๆ เหมือน หมอดูเลย ถ้าจะยิงให้แม่น ๆ เหมือนหมอดูก็ต้อง ยิง นัดแรก แล้วยิงนัดที่สอง ภายในไม่เกิน 1 วินาที แต่โทษที ยิงนัดแรกแล้ว ถูกปืนกระทืบ ยังไม่ทันตั้งตัวก็หมดเวลาแล้ว อีกวิธีหนึ่งก็ ยิงนัดแรกแล้วก็รอ นานหน่อย ให้ลำกล้อง และคนยิง หมดความเครียด แล้ว ค่อยยิงอีกนัด ก็พอดี ช้าง เสือ สิงห์ กระ ทิง แรด วิ่งเข้ามายำเละ
 ปืนไรเฟิล แฝด จึง เหมาะ สำหรับ ยิงระยะใกล้ๆ เท่า นั้น และคนยิง ต้อง แน่ สองอย่าง คือ ประสาทแข็งและยิงแม่น มาก  เชื่อมันสูงมาก หรือ  มีคนคุ้มกันที่แน่ๆหลายๆคนอยู่ข้างหลัง  ถือปืนเป็นพระอันดับเลย
  ก็ขอตอบได้เท่าที่จำได้ แบบงูๆปลาๆ ผิดถูกประการใด  ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
 ถ้า หาข้อมูล ภาษาไทย พบ ก็จะ นำมา เล่าให้อ่าน ใหม่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:25:39 PM
คุณอาพิมพ์ยาวจัง..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:29:56 PM
พิมพ์ สอง บันทัดจบ เดี๋ยว ท่าน ลูกซองสั้น ต้อง มา ตอบ ไทยเป็นไทย อีก เกรงใจท่าน แต่ไม่แน่ คงไม่มีเวลา มาช่วย ตอบ เพราะกำลังหาข้อมูล เพื่อ จะซื้อ Kimber .22


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:46:58 PM
ผิดถูกผมไม่รู้หรอกครับ รู้แต่ ...เท่านี้ก้อได้ความรู้มากโข... แล้วครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 02, 2006, 10:53:03 PM
พูดถึงความแข็งแรงของลำกล้องไรเฟิล คงไม่ต้องไปห่วงว่าโรงงานจะทำมาบางเกินไปแล้วม่แข็งแรงหรอกครับ  ลำกล้องของไรเฟิลแต่ละข้างไม่ได้บางกว่าลำกล้องเดี่ยวของปืนไรเฟิลลูกเลี่อนเลยครับ หนาเท่าๆกันนั่นแหละ สองลำกล้องเข้าคู่กันหนักจะเท่าปืนไรเฟิลลูกเลี่อนสองกระบอกเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 02, 2006, 11:00:54 PM
 ผมขอแอบเข้ามาหาความรู้ด้วยคนนะครับ พี่ๆทุกคนแน่นปึ๊กเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Pathfinder ที่ สิงหาคม 03, 2006, 12:04:08 AM
ผมเข้ามาอ่านอยู่เสมอ ได้ความรู้ละเอียดลึกซึ้งดีครับ

คุณFABBRI แนะนำหน่อยสิครับ  คืออ่านมากเข้าก็เกิดกิเลส แล้วก็อยากได้ ไรเฟิลแฝด ไว้ใช้ ( ย้ำ...ไว้ใช้จริงๆนะครับ ) สัก 1 กระบอก

อยากได้ ขนาด .308 สำหรับป่าเมืองไทย เดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ ขนาดนี้น่าจะพออุ่นใจ

แต่....แต่.....คุณFABBRI แปะข้อความไว้ท้ายชื่อ...  Use Enough Gun  ก็เลยต้องถามไถ่เพื่อความแน่ใจ...308 หยุดมันอยู่มั๊ย

ยามเดินเพลิดเพลินในดงดิบ  สุกรไพรพรวดพราดผลุนผลันโผล่มาประจันหน้าระยะกระชั้นชิด ราว 20 - 25 เมตร  :OO

ไหวมั๊ยครับ....คาลิเบอร์ .308 หยุดมันได้หรือไม่ก่อนคมเขี้ยวจะตวัดเสยอะไรต่อมิอะไรของเราจนเเละเทะ

และขอถามอีกสักข้อ ว่า .308 นั้น มีลูก NATO  7.62 x 51 mm. บรรจุลงไปยิงได้  แต่...เหมาะใหม สมควรใหม...ท่านห้ามใหม

ผมคิดเอาง่ายๆว่า จะยิงปืนให้ดี ต้องหมั่นฝึกซ้อม หากได้กระสุนทหารมาซ้อมจำนวนมากๆ เราก็ยิงดี ยิงไว ยิงแม่น...ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้น ...ไรเฟิลแฝด พังมั๊ยครับ

หาซื้อได้ทีไหน ราคากี่ตัง กรุณาเฉลยด้วยครับ ....อยากได้ใจจะขาดแล้ว  :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 03, 2006, 05:18:48 AM
แย่แล้วคุณ Pathfinder มีดวงอาจเสียตัง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 03, 2006, 07:18:15 AM
 ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 03, 2006, 09:51:19 AM
ถึงคุณPathfinderผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องล่าสัตว์อะไรนะครับแต่ก็เข้าป่าบ่อยทุกๆปี ป่าที่ผมเข้าก็ติดๆกับรอยต่อของห้วยขาแข้งซึ่งก็ถือว่าอุดมสมบูรณ์พอสมควร พูดกันตามจริงเดินป่าบ้านเราบางทีเดินกันทั้งคืนยังไม่อยากเจอตัวอะไรเลยแต่บางครั้งถ้าโชคดีก็อาจเจอสัตว์ใหญ่ได้ไม่ยากนักถ้าเป็นหน้าแล้ง หรือไม่เราก็ต้องเดินเข้าไปลึกๆแบบเป็นวันๆ ฉนั้นปืนขนาด.308นี้ผมว่าน่าจะกำลังสวยมากสำหรับเดินป่าบ้านเราเพราะใหญ่กว่านี้ก็ไม่รู้จะเอาไปยิงตัวอะไรแล้ว แล้วที่สำคัญเราก็คงไม่อยากยิงสัตว์ใหญ่ๆอยู่แล้วด้วย ถ้าคิดแค่เอาไว้ป้องกันตัวปืนขนาดนี้สบายมากครับ ส่วนตัวผมเองเวลาเข้าป่าปืนที่ผมชอบมากที่สุดก็คือปืนลูกซองครับ เพราะยิงสัตว์ปีกก็ได้ ยิงสัตว์สี่ขาก็ดี ถึงแม้ว่าจะคิดเข้าไปล่าสัตว์จริงๆปืนลูกซองนี้ก็นับว่าเยี่ยมแล้วครับสำหรับบ้านเรา เพราะส่วนมากแล้วจะเรามีโอกาศแค่เจอสัตว์แบบกระชั้นชิดมากกว่าที่จะได้เจอแบบบรรจงยิงได้ บางครั้งเดินกลางคืนส่องไฟเห็นแค่ตาเห็นแค่สีข้างส่วนอื่นๆต้นไม้อาจบังหมด ฉนั้นปืนลูกซองนี้ถือได้ว่าเหมาะที่สุดแล้วครับ ยิ่งเวลาเจอพี่งูแล้ว :OOเอาลูกซองยิงนี่หละครับดีสุด
  สำหรับคนตาขาวแบบผมขอให้ยิงไปทีนึงลูกออกไปเยอะเท่าไรได้เป็นดี DOUBLE RIFLESนั้นเท่าที่ผมเคยอ่านพบมีน้อยมากครับที่จะทำกระสุนขนาดเล็กๆแบบนี้ออกมาขาย(แต่ก็มีบางยี่ห้อครับที่ทำ)โดยมากแล้วต่ำสุดก็จะเป็นขนาด.375ขึ้นไปทั้งนั้น หรือไม่เราก็คงต้องไปสั่งทำส่วนราคาก็แพงมากครับ แต่ถ้าเป็นCOMBINATION GUNเราคงจะหาเลือกได้ง่ายกว่าและที่สำคัญจะหาแบบราคาไม่แพงนักก็คงยังพอหาได้ครับ ลองบอกงบมาดูนะครับเดี่ยวจะได้ช่วยเปิดตำราดูให้ว่าจะพอหายี่ห้อไหนได้บ้าง แต่ก็อีกนั่นหละครับไม่รู้ว่าที่บ้านเราจะหาซื้อได้รึเปล่าด้วย :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: korpat ที่ สิงหาคม 03, 2006, 10:00:17 AM
อ้าวแถวนั้นก็ถิ่นเก่าผมเลยนะครับ เพราะแต่ก่อนเรียนอยู่อัสสัมธนฯครับเลยมีเพื่อนอยู่แถวนั้นเยอะมาก บ้านลุงผมก็อยู่ท่าม่วงครับ


อ้าวผมก็ศิษย์เก่าเหมือนกันครับ ไม่ทราบว่าจบรุ่นไหนเหรอครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 03, 2006, 10:18:58 AM
เรียน  ท่าน FABBRI
               ได้อ่านขอมูล  DOUBLE  RIFLE  ของอาจารย์ปู่แล้วได้ความรู้มากครับ  อย่างไรก็ตามหากอาจารย์ปู่และทุกท่านมีข้อมูลหรือบทความที่เกี่ยวข้องกรุณานำมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ  (ชอบจริง ๆ)  ขอบพระคุณครับ ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 03, 2006, 10:21:34 AM
อ้าวแถวนั้นก็ถิ่นเก่าผมเลยนะครับ เพราะแต่ก่อนเรียนอยู่อัสสัมธนฯครับเลยมีเพื่อนอยู่แถวนั้นเยอะมาก บ้านลุงผมก็อยู่ท่าม่วงครับ



อ้าวผมก็ศิษย์เก่าเหมือนกันครับ ไม่ทราบว่าจบรุ่นไหนเหรอครับ
รุ่น25ครับท่าน ;D

ท่านFABBRIของพวกเรากลายเป็นอาจารย์ปู่ไปแล้วครับ ;Dไม่ทราบว่าพวกเราเป็นสำนักไหนดีครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: korpat ที่ สิงหาคม 03, 2006, 11:45:10 AM
อ้าวผมรุ่น 24 ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 03, 2006, 12:25:24 PM
แย่แล้วคุณ Pathfinder มีดวงอาจเสียตัง
หมดดูท่านนี้ดูแม่นจริงๆครับ ยิ่งถ้าได้สนทนาด้วยรับรองเสียเงินแน่ครับ ไม่ใช่เสียค่าดูหมอแต่เสียเงินซื้อปืนครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 03, 2006, 07:18:53 PM
   เรื่อง แฝดไรเฟิล.308ก็มีคนช่วยตอบแล้ว ปืนนั้นมีขายแน่ ตั้งแต่ถูกสุด จน แพงสุด H&H ก็มีทำ ถ้ากล้าสั่ง แต่ถ้าให้ใช้ไม่แน่ๆ ผมยอมใช้ .30-30 ที่แรงน้อยกว่า แต่ปลอดภัยกว่า เพราะ ขอรั้ง ของไรเฟิล .308 นั้น เล็กมากโอกาส มีปัญหามาก ขอรั้งของ .30-30 ใหญ่กว่ามาก
  เข้าเรื่อง ดีกว่า  เอกสารยังคงหาไม่พบ
 การทำไรเฟิลแฝดนั้น ปืนที่ถูก ก็ดังที่เล่าไปแล้วคล้ายลูกซอง บางยี่ห้อ ซื้อปืนลูกซองมาจากโรงงานที่ไม่แพงนักแต่โครงสร้างแข็งแรง แล้วเอาลำกล้องลูกซองหมุนเกลียวออก จากนั้น ก็เอาลำกล้องไรเฟิล ใส่เข้าไป ถ้ายิงไม่ได้เรื่อง ก็เปลี่ยนอันใหม่ พอจะได้เรื่องก็ ทำ RIB บน ล่าง ใส่ศูณย์ เข้าไป ก็ใช้ได้ แต่ยิงไม่นานก็มีปัญหา
    เคย มี สุดยอดแฟนพันธุ์ เพชรพระอุมา และ พร้อมมิตร ภาพยนต์ มาถามหาปืนไป ทำหนังเพชรพระอุมา ก็ บอกให้ เขาใช้ปืน ลูกซอง  มาใส่ศูณย์ หน้า และ หลัง แล้วกลึง อลูมิเนียม ที่ รูลำกล้อง .600 ใส่เข้าไปก็ได้แล้ว ไม่ต้องหาปืนจริง สงสัยเขาว่าเราบ้า เลยหายไปเลย
   อีกสักครู่จะกลับมาเล่า ว่า ปืนไรเฟิลแฝดแพงๆ ทำไมถึงแพง ตัดเรื่อง แกะลายกับไม้สวยๆออกไป ก็ยังแพง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 03, 2006, 08:53:15 PM
รอติดตามครับ

วันนี้ดีใจครับพบรุ่นพี่หนึ่งคนเข้ามาอ่านในกระทู้นี้ :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ สิงหาคม 03, 2006, 09:11:45 PM
แย่แล้วคุณ Pathfinder มีดวงอาจเสียตัง

.......555,555......ระหัสลับดาวินชี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Pathfinder ที่ สิงหาคม 03, 2006, 10:43:42 PM
ยังครับ..ยังไม่ตัดสินใจครับ

เห็นท่านFABBRIว่าจะบรรยายให้ฟังว่า ทำไมไรเฟิลแฝด ถึง...แพง... :OO

พอฟังจนซาบซึ้งแล้วทีนี้ เก๊าะ....เสียตัง   ::)

รอฟังอยู่ครับท่าน  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 04, 2006, 10:41:50 AM
แย่แล้วคุณ Pathfinder มีดวงอาจเสียตัง

.......555,555......ระหัสลับดาวินชี
พี่โชกุน บอกราคามาเคร่าวๆแล้วครับว่าห้แสนกว่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 04, 2006, 10:45:38 AM
แย่แล้วคุณ Pathfinder มีดวงอาจเสียตัง

.......555,555......ระหัสลับดาวินชี
พี่โชกุน บอกราคามาเคร่าวๆแล้วครับว่าห้แสนกว่า
ไม่อยากรู้รหัสนี้เลย :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 04, 2006, 11:00:36 AM
วันนี้อ่านสนังสือRIFLE SHOOTERเล่มใหม่เค้าเอา.30-06ไปยิงCape Buffaloที่Zimbabweนึกแล้วฝันว่าอยากเอาแฝดไปยิงกับเค้าบ้างจังเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 04, 2006, 11:28:07 AM
อย่าเข้าใจเป็นอื่น ท่านทั้งหลาย  ท่านโชกุนแค่หัวเราะเท่านั้น

ฮ่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ   

ท่านโชกุน ขยันพิมพ์ภาษาไทยหน่อยครับ ห้ามใบ้หวย  นี่ใบ้ on line เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 04, 2006, 05:17:57 PM
แย่แล้วคุณ Pathfinder มีดวงอาจเสียตัง

.......555,555......ระหัสลับดาวินชี
พี่โชกุน บอกราคามาเคร่าวๆแล้วครับว่าห้แสนกว่า
ไม่อยากรู้รหัสนี้เลย :OO
ถึงว่าเดือนแล้วปล่อยออกหลายตัว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 04, 2006, 06:56:26 PM
ผมหาพบแล้ว ไม่ใช่ กิ๋ก อย่าเข้าใจผิด เรื่องปืน แฝดไรเฟิลนะครับ  ที่โรงงาน ริกบี้ บรรยายไว้ เป็น ภาษา ไทย โดยท่าน วิจิตร ศิริเทียน หน้า 48-53 ถ้าท่านมีหนังสืออยู่ ก็เปิดดูได้ แต่ถ้าไม่มี จะทำอย่างไรดี ครับ ตอบด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 04, 2006, 07:33:45 PM
พี่ก็ให้ผมสักเล่มซิ  เดี๋ยวผมช่วยแปลไทยเป็นไทยให้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 04, 2006, 09:20:54 PM
ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณ อ. วิจิตต์ ศิริเธียร ที่ให้ความรู้แก่ กระผม เป็นอย่างมาก รวมทั้ง อ. อีกหลายๆท่าน ที่ ทั้งบอกและเล่า ทั้งยัดเยียด ให้จำ  และ ทำให้ดู ทำให้ ผม ได้มาเล่าต่อให้พวกท่านได้อ่าน
  เรื่อง ไรเฟิลแฝด นั้นตามที่ได้เคยบอกไว้แล้วว่าจะเล่าให้ อ่าน คงจะไม่ได้ทุกตัวอักษร ขาดๆเกินๆบ้างก็อย่างว่ากัน มีเวลามากก็พิมพ์มากมีเวลาน้อยก็พิมพ์น้อยไปตามเรื่อง แล้วติดตาม อ่านก็แล้วกัน เพชรพระอุมา ยังตามอ่านได้นี่
   เรื่องมีอยู่ว่าดังนี้ นักนิยมปืนบางท่านคงจะคิดว่า  การทำปืนไรเฟิลแฝดนั้นไม่น่าจะอยากเย็นอะไร เพียงแต่เอาลำกล้อง ไรเฟิล 2 ลำมาเข้าคู่กัน โดยการจัดระเบียบให้แนวศูณย์ กลางของลำกล้องทั้งสองขนานกันไปตลอดก็เท่านั้น กระสุนที่ยิงออกไหก็จะขนานกันไปเท่านั้นเอง  ไม่ใช่นะโยม ถ้าง่ายอย่างนั้นก็เด็ดสะระตีนะซี่ นายห้าง หลังวัง ก็สั่งที่ นครสวรรค์ ทำก็ได้ แต่บังเอิน ตาอิน บอกว่าไม่ได้นะนาย มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะ นายห้างจะให้วิถีของกระสุนทั้วสองลำมีแนวคู่กันไป ลำกล้องทั้งคู่จะขนานกันไม่ได้ แล้วจะใช้ วิธีต้มหมูอย่างไร ให้ เด็กใหม่เชื่อละ นายห้าง ต้องหาเณรกะเหลี่ยงมาตามล่าวิชา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 04, 2006, 09:36:38 PM
กระเหรี่ยงกำลังติดตามชมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 05, 2006, 07:56:53 AM
ขอติดตามชมด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 05, 2006, 09:28:22 AM
พี่ก็สรุปสั้นๆให้พวกเราฟังซิครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 05, 2006, 09:32:16 AM
เข้าคิวรอ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 05, 2006, 03:38:17 PM
มีรูปสวยๆมาฝากคุณลุง FABBRI และคุณลุงลูกซองสั้นค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 05, 2006, 06:54:19 PM
 วันนี้ได้ไปลองยิงแทรปกับ kat มา ได้ป๋าซิงค์มาสอน basic และจัดท่าให้ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 05, 2006, 07:05:16 PM
ปืนไรเฟิลแฝด  ( Double Barreled Rifles )
   ไรเฟิลแฝดก็คือปืนแบบนัดเดียวมีลำกล้องสองลำนั่นเอง  ปืนแบบนี้ก็มีรูปร่างเป็นแบบเดียวกับปืนลูกซองแฝดที่เราเห็นทั่วๆไป  อาจจะเป็นลำกล้องแฝดแบบลำกล้องคู่ข้างเคียง  ( Side dy Side )  หรือแบบแฝดซ้อน ( Over & Under ) ก็ได้  การที่จัดปืนแบบนี้เข้าในจำพวกยิงซ้ำก็เนื่องจากเหตุที่ว่า  ปืนแบบนี้ใช้ยิงซ้ำอีกนัดหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว
   ผู้เชี่ยวชาญบางท่านได้กล่าวว่า  การใช้ปืนไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่แบบที่เมื่อหักลำกล้องแล้ว  ปลอกกระสุนถูกดีดลอยกระเด็นออกมาเองได้ ( Automatic Ejector ) เป็นการล่าสัตว์ชนิดที่ผู้ล่ามีความปลอดภัยมากที่สุดกว่าการใช้ไรเฟิลแบบอื่นใด
   โรงงานผลิตไรเฟิลแฝดซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ  ได้พรรณนาถึงวิธีการทำปืนแบบนี้ไว้ดังนี้
   “นักนิยมปืนบางท่านคงจะคิดว่า  การทำปืนไรเฟิลแฝดนั้นไม่น่าจะยากเย็นอย่างไร เพียงแต่เอาลำกล้องปืนไรเฟิล 2 ลำมาเข้าคู่กัน  โดยการวางจัดระเบียบให้แนวศูนย์กลางของลำกล้องทั้งสองขนานกันตลอดไปเท่านั้น  กระสุนที่ยิงออกไปก็จะมีวิถีทางคู่กันไปเอง  เราซึ่งเป็นโรงงานผลิตปืนไรเฟิลแฝดก็ปรารถนาที่จะให้การเข้าคู่ลำกล้องของไรเฟิลแฝดเป็นไปได้โดยง่ายๆ ดังที่ได้กล่าวกันนั้น  แต่ความจริงในทางปฏิบัติแล้วปรากฏว่าถ้าจะให้วิถีของกระสุนทั้งสองลำมีแนวคู่กันไป  ลำกล้องทั้งคู่จะขนานกันไม่ได้  ที่กล่าวมานี้ดูๆก็ออกจะแปลกและพิสดาร  แต่ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้สักหน่อยก็จะพบต้นสายปลายเหตุได้ขัดแจ้ง  ข้อเท็จจริงนั้นมีอยู่ว่า  เมื่อลำกล้องขวาของปืนแฝดยิงกระสุนออกไป  กำลังสะท้อนจากการระเบิดของดินจะทำให้ลำกล้องขวาเบนออกไปทางขวา  และเนื่องจากกำลังสะท้อนของปืนนี้เริ่มแสดงฤทธิ์ของมันตั้งแต่เมื่อหัวกระสุนเริ่มเคลื่อนตัวออกวิ่งไปสู่ลำกล้อง  ดังนี้ก็หมายความว่า  แนวศูนย์กลางของลำกล้องขวาก็จะเบนออกไปทางขวาของแนวระดับเดิมเริ่มแรกที่กำหนดไว้ในขณะเล็ง ในเมื่อเวลากระสุนพ้นปากลำกล้อง  และทางด้านลำกล้องซ้ายก็เหมือนกันแนวศูนย์กลางของลำกล้องซ้ายก็จะเบนออกทางซ้ายในขณะปืนลั่นเนื่องจากเหตุอันเดียวกัน  ดังนั้นจึงไม่เป็นการยากที่จะเห็นว่าลำกล้องขวาส่งหัวกระสุนเฉออกไปทางด้านขวา  และลำกล้องซ้ายก็จะปล่อยกระสุนออกไปทางซ้าย  หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าลำกล้องทั้งคู่ต่างก็เบนวิถีกระสุนออกจากกัน  ในการที่จะแก้การเบนออกของวิถีกระสุนนี้ให้ชิดเข้าหากันนั้น  ก็จำเป็นต้องจัดระเบียบของการเข้าคู่ลำกล้องทั้งสอง  โดยบังคับให้แนวเส้นศูนย์กลางของลำกล้องทั้งคู่หันพุ่งเข้าหากันตรงตอนปลาย  สิ่งที่ยากที่สุดในการเข้าคู่ลำกล้องนี้ก็คือ  การตัดสินชี้ขาดว่าแนวเส้นศูนย์กลางของลำกล้องทั้งสองนี้ควรจะหันเบนเข้ามาหากันมากน้อยเท่าไรจึงจะได้ผล  ทั้งนี้หมายความว่า  ลำกล้องแต่ละข้างนั้นจะต้องเบนเข้าหาเส้นแนวศูนย์กลางของปืนเป็นจำนวนกี่องศา  การเบนของลำกล้องเข้าเส้นแนวศูนย์กลางของการเข้าคู่นี้แตกต่างกัน  นั่นก็คือจำนวนองศาของการเบนเข้าหาเส้นศูนย์กลางของการเข้าคู่ของแต่ละลำกล้องไม่เท่ากัน   เพราะมีความจริงอีกข้อหนึ่งคือลำกล้องของไรเฟิลที่ผลิตขึ้นมานั้นไม่เคยมีแนววิถีกระสุนเหมือนกันเลย  แต่ละลำกล้องต่างก็มีแนววิถีกระสุนแตกต่างกันไป  ไม่เคยมีลำกล้องไรเฟิลสองลำกล้องยิงเหมือนกันเลย  ทั้งนี้เนื่องจากการเบ่งขยายตัว, การสั่นสะเทือน,  และกระแสคลื่นซึ่งเกิดขึ้นแก่อณูของโลหะ  ซึ่งใช้ทำลำกล้องแต่ละลำกล้องในขณะยิงไม่เป็นแบบเดียวกัน  มีมากหรือมีน้อยแตกต่างกันไป  การเข้าคู่ลำกล้องนั้นครั้งแรกก็นำลำกล้องทั้งสองมาวางให้แนวศูนย์กลางของลำกล้องต่างหันเข้าหากันทางปลาย  แล้วก็จัดการเชื่อมโคนลำให้ติดกัน  แล้วจัดหาลิ่มหลายๆ อันมาวางขัดอยู่ในระหว่างลำกล้องทั้งคู่นี้  แล้วรวมปลายลำกล้องทั้งสองให้ชิดกัน  โดยยังมีลิ่มทั้งหลายอยู่ในระหว่างนั้น  เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เริ่มจัดลำกล้องเข้าหากันโดยทำการยิงทดลองและสังเกตผลดูเรื่อยๆไป  และโดยการจัดระเบียบของลิ่มใหม่เรื่อยๆ ไป  มีวิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นซึ่งจะทำให้การเข้าคู่ของปืนยังผลในการยิงได้ดี  ไม่มีวิธีรวบรัดอย่างอื่นใดที่ได้ผลเท่าวิธีนี้  การเข้าคู่ลำกล้องด้วยวิธีนี้  จำต้องใช้ช่างที่ชำนาญและฝีมือดีด้วย  ในชั้นแรกก็จัดการยิงดูผลของแต่ละลำกล้องก่อน  เพื่อจะค้นให้พบว่าต้องวางลำกล้องในท่าใด  ลักษณะใด  จึงจะยิงได้วิถีกระสุนอันเป็นแนววิถีที่ดีที่สุด  เมื่อค้นพบแนววิถีที่ดีที่สุดของแต่ละลำกล้องสามารถยิงเข้าได้คู่กันอีก  บางครั้งในขณะที่ทำการเข้าคู่นี้เกิดการผิดพลาดทำให้ลำกล้องหนึ่งลำกล้องใดเสีย  ก็ต้องเริ่มจัดทำกันใหม่และเริ่มจัดการเข้าคู่กันใหม่เป็นขั้นๆ ดังกล่าวอีกในด้านการใช้ไรเฟิลแฝดก็ต้องมีความประณีตด้วย  ตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นว่า  แรงสะท้อนถอยหลังเป็นมูลเหตุของการทำให้ลำกล้องทั้งสองของปืนแฝดส่งกระสุนอันมีวิถีเบนห่างออกจากกัน  ถ้าน้ำหนักของหัวกระสุนที่ใช้ยิงเกิดแตกต่างกันขึ้นอีก  แรงสะท้อนถอยหลังก็ย่อมมีมากและน้อยต่างกันด้วย  ดังนั้นปืนกระบอกหนึ่งซึ่งใช้ยิงกระสุนซึ่งมีหัวกระสุนน้ำหนักหนึ่งได้ผลดีจะนำกระสุนเป็นน้ำหนักอีกอย่างหนึ่งมาใช้ยิงกับปืนกระบอกนี้ให้ได้ผลดีเหมือนกันไม่ได้  หัวกระสุนซึ่งมีน้ำหนักมากตามธรรมดาเมื่อยิงก็ย่อมจะเกิดแรงสะท้อนถอยหลังมาก  และย่อมจะทำให้วิธีกระสุนทั้งสองเบนห่างกันมาก  และถ้าใช้กระสุนซึ่งมีน้ำหนักของหัวกระสุนเบากว่าน้ำหนักของหัวกระสุนที่ใช้ในการปรับเข้าคู่  ปืนก็จะมีแรงสะท้อนถอยหลังน้อย  ซึ่งอาจจะทำให้วิถีกระสุนของทั้งสองลำกล้องตัดผ่านกันก็ได้  นั่นคือลำกล้องซ้ายยิงไปทางขวาและลำกล้องขวายิงไปทางซ้ายของเป้าหมาย  นอกจากการเปลี่ยนน้ำหนักของหัวกระสุนกลายเป็นการเปลี่ยนวิถีกระสุนของปืนแล้วการเปลี่ยนอัตราความเร็วของการวิ่งของหัวกระสุนก็เปลี่ยนแปลงวิถีกระสุนของปืนไรเฟิลแฝดด้วยเหมือนกัน  จึงไม่เห็นดีด้วยในการใช้กระสุนซึ่งมีหัวกระสุนหนักแตกต่างไปกับที่บ่งไว้  ดินไนโตรสมัยใหม่  ไวต่อการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิของอากาศกระสุนชนิดเดียวกับแบบเดียวกันนั้นนำไปใช้ยิงในที่ซึ่งมีอากาศร้อนอบอ้าวก็จะให้เกิดความเร็วสูงกว่านำไปใช้ยิงในบริเวณที่มีอากาศเย็น  เนื่องด้วยเหตุนี้ถ้าไรเฟิลแฝดกระบอกใดกระบอกหนึ่งยิงเข้าคู่กันได้ดีในประเทศอังกฤษ  จะใช้ยิงเข้าคู่กันได้ดีไม่ได้ในประเทศซึ่งมีอากาศร้อนกว่าประเทศอังกฤษ  และผลผิดพลาดกันอย่างไม่คาดหวังในการยิงอาจเกิดขึ้นได้ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้ได้รับอันตรายจากสัตว์  เรามีความยินดีจะแจ้งให้ทราบว่า  เราได้ศึกษาและพิจารณาขบคิดปัญหาดังกล่าวนี้อย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว  และก็ได้พบวิธีแก้ไขให้สำเร็จไปได้สมความมุ่งหมาย  เรามีวิธีปรับคู่ของลำกล้องปืนแฝดทุกขนาดของเราให้ยิงได้แม่นยำยิ่ง  ถึงแม้ว่าจะนำไปใช้ยิงในป่าของอาฟริกาอันเป็นป่าเมืองร้อนหรือในดงดิบของอินเดียก็ตาม  ถ้าแจ้งให้เราทราบ  เราก็จัดการปรับการเข้าคู่ลำกล้องให้ได้เหมาะสม  เราได้รับความช่วยเหลือในด้านการทดลองคุณภาพของไรเฟิลแฝดของเราจากลูกค้าต่างๆ ทั่วโลก  ซึ่งได้แจ้งผลของการยิงอย่างแน่นอนมาให้ทราบทุกระยะในทุกๆ ตำบล ซึ่งมีการแตกต่างในอุณหภูมิของอากาศ  ดังนั้นเราจึงใช้หลักการปรับคู่ลำกล้องไรเฟิลแฝดของเราให้มีวิถีหันเข้าชิดกันเล็กน้อยในเมื่อยิงที่อังกฤษ  จำนวนการหันเหเข้ามาหากันของวิถีกระสุนจะเป็นเท่าไรนั้น  อยู่ที่อุณหภูมิของอากาศในขณะทำการยิงปรับคู่ลำกล้อง  และด้วยหลักการอันละเอียดนี้เราก็กล้ายืนยันได้ว่าปืนไรเฟิลแฝดของเราไม่มีวิถีกระสุนเบนออกจากกันในเมื่อยิงในประเทศร้อน
   สำหรับกระสุนซึ่งจะใช้ยิงในเมืองร้อนนั้น  เราก็บรรจุให้เป็นพิเศษ   การที่เราลดดินปืนซึ่งใช้ยิงให้น้อยลงไปเล็กน้อยก็เพราะเพื่อป้องกันมิให้กระสุนมีกำลังแรงมากเกินไปกว่าต้องการ  เพื่อรักษาความแม่นยำและผลในการยิงของปืนกระบอกนั้นๆ ไว้  เราได้มีการศึกษาเป็นพิเศษในเรื่องอุณหภูมิของอากาศของทุกๆ ตำบลทั่วโลก  และก็ได้ปรับการเข้าคู่  และจัดกระสุนของปืนไรเฟิลแฝดของเราเพื่อใช้กับอากาศในตำบลนั้นๆ ได้ดีจนเรามีชื่อเสียงทั่วโลกในเรื่องการประดิษฐ์ปืนไรเฟิลแฝด
   ภายหลังที่ได้จัดระเบียบต่างๆ ของไรเฟิลแฝดได้ดีจนเป็นที่พอใจแล้ว  เราก็ติดศูนย์หลังของปืน  การติดศูนย์นี้  กระทำด้วยช่างผู้ชำนาญในทางนี้โดยเฉพาะของเรา  แต่เราขอแนะนำว่า  ผู้ซื้อไรเฟิลแฝดของเราควรจะได้ทำการทดลองเล็งศูนย์และยิงดูผลด้วยตนเองให้แน่ใจเสียก่อน  ก่อนที่จะทำการติดศูนย์เป็นการแน่นอนตายตัวลงไป”
   บทความซึ่งได้กล่าวมา  ได้ถอดออกมาจากคำโฆษณาในแค็ตตาล็อกตอนหนึ่งของโรงงานผลิตอาวุธปืนแฝด “ ริกบี้ “ แห่งประเทศอังกฤษ  โรงงานนี้มีชื่อเสียงในการทำไรเฟิลแฝดทั่วโลกมาช้านานแล้ว
   จากคำโฆษณา  เราสามารถสรุปผลเป็นสังเขปได้ดังนี้
1.   จุดมุ่งหมายอันแท้จริงนั้น  ปืนไรเฟิลแฝดต้องมีวิถีกระสุนวิ่งคู่ชิดขนานกันตลอดไป        มิได้มีวิถีกระสุนไปพบหรือไปตัดกันที่ระยะหนึ่งระยะใดดังที่เข้าใจกัน
2.   ถ้าวิถีของกระสุนเบนห่างกันมาก  ก็หมายความว่าผู้ยิงได้ใช้กระสุนซึ่งมีกำลังแรงกว่ากระสุนซึ่งใช้ในการปรับเข้าคู่ลำกล้อง
3.   ถ้าปรากฏว่าวิถีของกระสุนไปพบกันหรือไปตัดกันที่ระยะใดระยะหนึ่ง  ก็หมายความว่าผู้ยิงได้ใช้กระสุนซึ่งมีลำกล้องอ่อนกว่ากระสุนซึ่งใช้ในการปรับเข้าคู่ลำกล้อง
4.   ถ้าผู้ยิงเป็นนักยิงที่ชำนาญ  แต่เมื่อทำการยิงอย่างไรๆ ก็ไม่สามารถบังคับวิถีกระสุนให้แน่นอนได้  นั่นก็หมายความว่าไรเฟิลแฝดกระบอกที่ใช้ยิงอยู่นั้นมิได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ยิงในตำบลที่ท่านกำลังยิงอยู่
               อาศัยรายละเอียดซึ่งได้บรรยายนั้น  ผู้ที่จะใช้ไรเฟิลแฝดได้ดีต้องเป็นผู้มีความชำนิชำนาญและมีความละเอียดถี่ถ้วนเป็นอย่างดี  คุณสมบัติอันเป็นประโยชน์ในการใช้ไรเฟิลแฝดมีวิธีเล็งและวิธียิงอย่างปืนลูกซองแฝด  ใช้ยิงได้รวดเร็วทันใจดีในเวลาฉุกเฉินและในเวลากะทันหันในระยะกระชั้นชิด  เหมาะกับการล่าสัตว์ในป่าทึบ  ไรเฟิลแฝดไม่มีการขัดลำในการบรรจุกระสุนในขณะที่กำลังใช้ชีวิตรอนแรมอยู่ในป่า  ถ้าเกิดเข็มแทงชนวนหรือเครื่องกลไกของลำกล้องหนึ่งชำรุดหรือเสียหายใช้งานไม่ได้  ก็ยังใช้อีกลำกล้องหนึ่งยิงได้  คุณสมบัติสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือผู้ล่าสัตว์สามารถทำการยิงช้ำนัดที่ 2 ได้รวดเร็วทันท่วงที  เมื่อกระสุนนัดแรกเกิดการผิดพลาดขึ้น  โดยมิต้องมีการบรรจุลูกให้ชักช้า  หรือทำให้เกิดเสียงเครื่องกลไกดังเหมือนอย่างการบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิงของปืนแบบยิงซ้ำแบบอื่นๆ  ซึ่งมักทำให้สัตว์ตระหนักรู้ถึงภัยได้ในขณะทำการบรรจุกระสุนนัดใหม่
      ปมด้อยของไรเฟิลแฝด ข้อแรกคือ  ราคาแพง  ในราคาของไรเฟิลแฝดเพียง 1 กระบอก  เราจะทำการซื้อไรเฟิลแบบลูกเลื่อนเพื่อการล่าสัตว์ได้หลายกระบอก  ประการที่สอง  เกี่ยวกับความแม่นยำของปืน  ปืนไรเฟิลแฝดอาจยิงได้แม่นยำดี  ขั้นจับวางได้ในระยะประมาณ 100 หลาเท่านั้น  ถ้าระยะไกลเกินกว่านี้แล้วก็จะหวังผลแน่นอนไม่ได้  เพราะวิถีกระสุนของปืนแฝดไม่แน่นอน  ย่อมขึ้นแก่ความไวของดินในกระสุนและต่อความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของอากาศ  และขึ้นแก่การแตกต่างของน้ำหนักของหัวกระสุน  ในระยะตั้งแต่ 50 หลาลงมา  การยิงเป้าใหญ่ๆ เช่นลำตัวของแรดและหัวช้างต้องถูกอย่างแน่นอน  และได้ผลดีอย่างไม่มีปัญหา  แต่ถ้าจะยิงเก้งในระยะไกลๆ  เช่น ในระยะ 200-300 หลา  ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีหวังเลย
      ไรเฟิลแฝดอาจจะเป็นปืนที่วางใจได้ดีที่สุดในการล่าสัตว์  แต่จะเป็นไปได้แค่ไหนก็ควรพิจารณาให้ละเอียดกันต่อไป  เมื่อเปรียบเทียบไรเฟิลแบบลูกเลื่อนแล้ว  ปืนไรเฟิลแฝดมีเครื่องกลได้ซึ่งต้องใช้ความระเอียดประณีตถูกหลักถูกส่วนมากกว่า ดังเช่นเครื่องกลไกในการสลัดปลอกกระสุนเป็นต้น  แต่เมื่อเปรียบเทียบถึงความแข็งแรงและกำลังที่จะใช้ในการสลัดปลอกกระสุน  ซึ่งเบ่งบานบวมคับในรังเพลิง  ก็จะสู้ความแข็งแรงและกำลังแบบลูกเลื่อนไม่ได้อย่างแน่นอน
      ไรเฟิลแฝดยิงซ้ำนัดที่ 2 ได้รวดเร็ว  ไม่มีปืนแบบยิงซ้ำชนิดอื่นๆ สู้ได้ก็จริง  แต่ถ้ายิงช้างตกมันผิดทั้ง 2 นัดหรือยิงเสือซึ่งกำลังโทสะกระโจนเข้าใส่ผิดทั้ง 2 นัดแล้ว  ก็เป็นการยากที่จะมีชีวิตรอดมาได้  ทั้งนี้เพราะการบรรจุกระสุนใหม่อีกชุดหนึ่งคงจะไม่ทันแน่นอน
      เมื่อพิจารณาถึงความแม่นยำให้ละเอียดลงไปอีก  จะเห็นได้ว่า  ศูนย์ของไรเฟิลแฝดโดยทั่วไปเป็นศูนย์แผ่น  มีประมาณ 2 ถึง 4 อันเรียงกัน  ต่างแผ่นต่างก็ได้ถูกปรับให้ใช้เล็งเป็นระยะตายตัว  โดยทางโรงงานได้ติดตั้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว  และตั้งแต่ที่โรงงานได้ทำการปรับมาให้แล้วก็ดูเหมือนว่าผู้มิได้คำนึงถึงการตั้งศูนย์ใหม่อีกเลย  การตั้งศูนย์หรือการปรับศูนย์ใหม่อาจจะไม่จำเป็นถ้าผู้ยิงยังใช้กระสุนรุ่นเดียวกับที่โรงงานได้ส่งคู่มากับปืน  เพราะการผลิตกระสุนชุดนั้น  กระสุนมีดินปืนอย่างเดียวกัน, น้ำหนักดินเท่ากัน, น้ำหนักของหัวกระสุนเท่ากัน, เปลือกกระสุนหนาเท่ากัน,  ความแน่นของปลอกกระสุนซึ่งบีบหัวกระสุนไว้ก็เท่ากัน  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  คนใช้ก็ยังเป็นคนๆ เดียวกันกับที่ทางโรงงานได้ทำการปรับปรุงศูนย์มาให้ใช้โดยเฉพาะ  แต่ถ้าคนใช้เป็นคนละคน  และกระสุนก็เป็นต่างรุ่นต่างชุดก็จะบังเกิดความยุ่งยากขึ้นทันที  เพราะเป็นที่ทราบกันทั่วแล้วว่า  บุคคลสองคนยิงปืนซึ่งใช้ศูนย์เดียวกันไม่ได้ดีเท่าเทียมกัน  และกระสุนแต่ละชุดก็มีวิถีกระสุนหรือแนวทางในการยิงไม่เหมือนกัน  ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นเพราะศูนย์ของไรเฟิลแฝดเป็นศูนย์ที่ติดตายตัวมากับปืน  ไม่มีเครื่องกลไกช่วยให้การปรับศูนย์เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายติดมาด้วย
      จุดประสงค์ของไรเฟิลแฝดส่วนมากสร้างขึ้นมาใช้สำหรับการล่าสัตว์ใหญ่ทั้งนั้น  ถ้าผู้เป็นเจ้าของคิดจะล่าสัตว์เล็กขึ้นมาบ้างก็ลำบาก  จะเอาไรเฟิลสำหรับล่าช้างมาล่ากระจงก็เห็นจะไม่เข้าที  ถ้าผู้เป็นเจ้าของมีลำกล้องอะไหล่อีก 1 ชุดมาเปลี่ยนได้  แต่เมื่อพิจารณาถึงราคาของลำกล้องซึ่งจะนำมาเปลี่ยนแล้ว  ก็จะใช้ซื้อไรเฟิลแบบลูกเลื่อนได้อีกถึง 2 กระบอกเป็นอย่างน้อย
 



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 05, 2006, 07:12:34 PM
ขออภัยข้อความยาวมาก อ่านกันก่อน ก็แล้วกัน เพราะ จะให้อธิบายสั้นๆ คงลำบาก
 แล้วจะกลับมาเล่า ตอนต่อไป รวมถึง ไรเฟิลแฝด ที่ พรานไทยใช้ เมื่อเกือบ หรือ กว่า 100 ปีมาแล้ว คนไทยไม่ใช่ขี้ไก่
 ในเมืองไทย ปัจจุบันเพิ่งจะมาฮิตกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 05, 2006, 07:36:56 PM
ขอบคุณครับ

เพิ่งจะเห็นพี่ FABBRI พิมพ์ยาวๆก็ครั้งนี้แหละ

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 05, 2006, 08:07:42 PM
สมกับการรอคอย ใช้เวลาอ่านเกือบครึ่งชั่วโมง..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 05, 2006, 09:46:57 PM
ขอบคุณครับพี่ ถ้าให้ผมพิมพ์เองยาวขนาดนี้คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า2ชม.แน่ๆเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 05, 2006, 10:17:02 PM
ความจริงคือ พี่ Fabbri แกใช้เวลาพิมพ์ทั้งวันเลยครับ นั่นหนะ หลังจากค้นหาตำราอยู่สองคืน

อ่านเสร็จ สงสัยเลยครับ โรงงาน Merkel ใช้กระสุนอะไรตั้งศูนย์ครับพี่ Fabbri
Air condition hunter อย่างผมจะได้ไปล่าหามาครอบครอง 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 05, 2006, 10:22:49 PM
มีรูปสวยๆมาฝากคุณลุง FABBRI และคุณลุงลูกซองสั้นค่ะ


ผมชอบรูปที่เอามาให้ดูจัง ว่าแต่ว่า เรียกผมว่าพี่ก็พอครับ ผมยังอาวุโสไม่ถึง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 06, 2006, 09:05:20 AM
 รอติดตามอ่านไรเฟิลแฝดที่พรานไทยใช้เกือบร้อยปีด้วยคนครับ.....ขอรูปด้วยนะครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 06, 2006, 09:38:35 AM
ที่โรงงาน ริกบี้ บรรยายไว้ เป็น ภาษา ไทย โดยท่าน วิจิตร ศิริเทียน หน้า 48-53 ถ้าท่านมีหนังสืออยู่ ก็เปิดดูได้ แต่ถ้าไม่มี จะทำอย่างไรดี ครับ ตอบด้วย

ผมมีแต่หนังสือพราน  ไม่มีหนังสือ อ.วิจิตร ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 06, 2006, 11:35:18 AM
พี่FABBRIช่วงนี้สงสัยต้องทำงานหนักหน่อยนะครับ เพราะมีคนตั้งคำถามเยอะ :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 06, 2006, 12:37:02 PM
ไหนๆ คุณ o/u อ่านมานานแล้ว  ช่วยคุณ FABBRI หน่อยสิครับ ลงรูปลงบทความในหนังสือที่ซื้อมาก็ยังดี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 07, 2006, 09:32:28 AM
เมื่อคืนไม่มีใครคุยกันเลยหรือครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 07, 2006, 09:34:50 AM
คงยังไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาคุยน่ะครับ แล้วช่วงวันหยุดแบบนี้คงไปพักผ่อนกันหมดมั้งครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 07, 2006, 10:06:59 AM
ขอบคุณครับท่าน  FABBRI  จะรอติดตามตอนต่อไป   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 08, 2006, 01:33:47 PM
พี่ FABBRI พิมพ์ยาวมากเลยพักหลายวัน(กระทู้ตก)
ผมอยากถามว่าปืนลูกซองยาวทำไมเรียกSHOTGUNS หรือเพราะระยะยิงหวังผลใกล้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 08, 2006, 02:48:42 PM
shot คือ เม็ดกระสุนกลมๆเล็กๆครับ (ลูกปราย)



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 08, 2006, 07:52:11 PM
ภาพตัวอย่างเม็ดกระสุน (shot) ขนาดต่างๆค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 08, 2006, 08:02:45 PM
มีรูปมาเพิ่มเติมอีกค่ะ  เรื่องข้อมูลทางวิชาการให้คุณลุง FABBRI และคุณอาลูกซองสั้นอธิบายดีกว่านะค่ะ
ส่วน teay นำภาพมาประกอบให้ก็แล้วกันนะค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 08, 2006, 08:14:07 PM
มีอธิบายในหนังสือปืนลูกซองเหมือนกัน แต่ไม่กล้าโพส กลัวปล่อยไก่.. :-X


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ สิงหาคม 08, 2006, 10:21:16 PM
                ไม่ใด้เข้ามาซะหลายวันใด้อ่านสิบกว่าหน้าแน่นเลยครับ    ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 08, 2006, 10:26:52 PM
 รอบนี้พี่ FABBRI คงได้พิมพ์ยาวแน่เพราะรวบรวมข้อมูลมาหลายวันแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 08, 2006, 11:26:22 PM
เห็นภาพของน้องเตยที่นำมาให้ดู ผมนึกถึงขนมครับ

ก็เป็นตัวอย่างขนาดเม็ดลูกปราย เบอร์ต่างๆ ที่ผลิตขายกันทุกวันนี้ ภาพนี้ใช้ตอบคำถามเวลาที่บางท่านงงครับ ในปริมาตรเท่ากัน เม็ดใหญ่ก็บรรจุได้น้อยเม็ด เม็ดเล็กก็จะบรรจุได้มากเม็ด  และที่หลายคนมากๆ สงสัยว่าพวกยิง skeet ใช้ลูกเบอร์ 9 ยิงเป้าบิน ความจริงแล้ว การเรียกเบอร์ เลขเบอร์ยิ่งมาก เม็ดยิ่งเล็กครับ ไม่ใช่ไปเข้าใจว่า ลูกปืนเป้าบิน เป็นลูกเก้าเม็ด เหมือนพวกลูก OO buck 

ผมเคยสงสัย และยังสงสัยอยู่อย่างนึงนะว่า คำว่า buck ในภาษาอังกฤษหมายถึงกวาง พวก buckshot น่าจะมีวัตถุประสงค์เดิมสำหรับล่ากวาง  เลยมีเม็ดใหญ่เหมาะสมกับสัตว์ใหญ่ แต่ผมไม่รู้ว่าพวกเม็ดขนาด B BB BBB หรือ T TT แล้วก็ F FF พวก B T F ย่อมาจากอะไรครับ ใครพอจะรู้บ้างครับ

ห้ามเดามั่วว่า  B = bird     F =  fish   แล้ว T หละครับ คิดแบบนั้นผมคงเดาส่งเดชไปแล้ว  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 05:31:01 AM
ในขณะที่พี่ Fabbri ยังไม่กลับมา ผมขอตัดเข้าพักสายตากับภาพสวยๆก็แล้วกัน
ด้านซ้ายของ ไรเฟิลแฝด จาก บ้านอรัญญิก ณ เยอรมันแดง
มีวาสนาแค่ ของชำร่วยจาก Suhl เครื่องบินยังบินไปไม่ถึงอังกฤษครับ
แต่อย่างนอก ก็บินข้ามรัสเซียไปแล้ว


(http://i2.tinypic.com/242gxp3.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 05:39:54 AM
ด้านขวา ฝีมืองานแกะ ไม่เลวนะครับ คิดว่าเทียบเคียงกับปืนเก่าๆจากโรงงาน FN ณ เบลเยี่ยมพอได้ ตอนที่ปืนกระบอกนี้เกิด โรงงานผู้ผลิต ยังไม่รู้ว่าจะตั้งราคาปืนของตัวเองไว้ราคาระดับไหนดี ก็เป็นโชคดีของผู้ได้เป็นเจ้าของครับ ราคาวันนี้สูงกว่าวันนั้นเท่าตัวพอดีครับ

(http://i2.tinypic.com/242h0s8.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 08:55:02 AM
ด้านล่างของ receiver มีลายมาตราฐาน สงสัยว่า ช่างเยอรมันไม่รู้ว่า ปืนอิตาลีช่างจะแกะรูปเกมส์ลงไว้ด้านนี้ด้วย เลยมีแค่ตราประจำหมู่บ้านอรัญญิก (พี่ Fabbri เรียก) ฟังไปแล้ว ผมนึกฝันไปว่าสินค้า Otop ของไทยจะไปไกลแบบปืนจากหมู่บ้าน Suhl

(http://i5.tinypic.com/242h3x3.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:04:07 AM
Lever กับ ปุ่มเซฟ พอจะมีงานศิลปบ้างนะครับ ในรูปมองเห็นระบบล็อคลำกล้องแบบกลอนขวาง และยังมี side clip ตรงด้านข้างของลำกล้องด้วย น่าจะเลียนแบบ Purdey

(http://i5.tinypic.com/242h5hy.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:08:05 AM
ด้านล่างของ forend

(http://i1.tinypic.com/242h7pk.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:10:45 AM
รูปนี้ มืดไปหน่อย ก็นึกซะว่ากำลังมองศูนย์หน้าตอนกลางคืนก็แล้วกันนะครับ

(http://i4.tinypic.com/242hauh.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:13:39 AM
ศูนย์หลังแบบพับ มีระยะ 50 เมตร กับ 100 เมตร ปรกติไกลกว่านี้ก็มองไม่เห็นอยู่แล้วครับ

(http://i5.tinypic.com/242heux.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:19:56 AM
ในที่สุดหลายๆท่านก็ได้ชมปืนงามกระบอกนี้ ตอนนี้ยิ่งอยากได้ปืนอยู่ครับเห็นอะไรไม่ได้ซื้อหมด(ถ้าเงินพอ) ยิ่งพี่เอารูปกระบอกนี้มาลงยิ่งเหมือนจะยิ่งเป็นการย้ำเตือนความรู้สึกเดี่ยวอาจเกิดหน้ามืดได้ครับ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:30:30 AM
ตรงนี้เป็นบริเวณที่มีความสำคัญมากครับ ทุกครั้งที่ดูปืนแบบ Break open ควรจะต้องขอดูด้านใต้หรือด้านข้างของลำกล้อง โรงงานจะทำเครื่องหมายที่ควรรู้มาให้ดู เช่นขนาดกระสุน ตรารับรองต่างๆ ปืนจาก Suhl      กระบอกนี้ บอกอะไรมาไม่มากนักครับ ก็อย่างที่บอกไว้แล้วครับ ในปีเกิดของปืนกระบอกนี้ บ้านอรัญญิก เยอรมันแดง ยังทำการตลาดไม่เป็นครับ ก็เพิ่งจะเลิกเป็นคอมมิวนิส์ได้ไม่นาน ยังไม่เขี้ยวแบบปืนอังกฤษ และก็ไม่กระดูกเหนียวแบบปืนอิตาลีครับ อ้าวพิมพ์มาจนจบ ลืมบอกว่า สินค้า Otop กระบอกนี้ทำมาจากบ้าน Merkel ครับ พี่คนไหนเคยไปเที่ยว ก็เข้ามาเล่าอะไรให้ฟังบ้างซิครับ 

(http://i3.tinypic.com/242hgzs.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 09, 2006, 09:38:21 AM
นั้นแน่ ท่าน O/u boy  มาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ คงรีบแล่นมาดูทันทีซินะ  รูปไม่สวยก็อย่าตำหนิเลยครับ ฝีมือถ่ายรูปของผม อาจทำให้ช่างแกะปืนตกงานหมดแน่ มาหัดยิงเป้าบินซิครับ แล้วจะให้ดูตัวจริง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 09, 2006, 10:15:19 AM
ไปแน่ครับพี่ แต่ขอรอให้ย้ายทะเบียนบ้านครบหกเดือนก่อนนะครับ ผมละอยากเห็นปืนงามๆใจจะขาดวันละสองรอบเลยครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ สิงหาคม 09, 2006, 10:10:43 PM
                    ตกลงมาอยู่หน้า สามซะแล้วคืนนี้ดูเงียบๆจังเลย  ช่วยเข้ามาถาม ตอบกันต่อหน่อยครับผมจะใด้อ่านต่อ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 10, 2006, 01:12:43 PM
เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ร้านสิงห์ทองบอกว่า จะมีลูกซองแฝดยีฮ้อ BETTINSOLI  made in italyเข้ามาชวงปลายปี สั่งมาสิบกระบอก มีทั้ง trap skeet sport ขอให้พี่ๆช่วยวิจารย์หน่อยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 10, 2006, 09:34:01 PM
ปืนน่าสนใจครับเดี่ยวกลับมาเล่วให้ฟังอีกทีครับ เพื่อนผมจองไว้ตั่งแต่กลางปีที่แล้วบอกว่าจะเข้ามาต้นปีนี้ นี่ก็เดือน8เข้าไปแล้วยังไม่เห็นหน้าปืนเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ สิงหาคม 11, 2006, 09:01:28 AM
เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ร้านสิงห์ทองบอกว่า จะมีลูกซองแฝดยีฮ้อ BETTINSOLI made in italyเข้ามาชวงปลายปี สั่งมาสิบกระบอก มีทั้ง trap skeet sport ขอให้พี่ๆช่วยวิจารย์หน่อยครับ
ผมไปเจอ link นี้ครับ ลองเข้าไปดูครับ เป็นไฟล์ PDF นะครับ
http://www.clay-shooting.com/guntests/lanbervsbettinsoli.pdf


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 11, 2006, 01:20:12 PM
ถ้าบ้านเรามี  OTOP  แบบหมู่บ้าน SUHL  น่าจะดีนะครับ  เหล็กกล้านำหนักไม่กี่ ก.ก  ไม้ดีๆ  บ้านเราก็พอมี  รวมมูลค่าวัตถุดิบแล้วราคาไม่กีบาท  นำมาผลิตเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้า  OTOP  แล้วขายในราคาสักหนึ่งในสามของ  หมู่บ้าน  SUHL  น่าจะดี  ชุมชนมีรายเพิ่มขึ้นตามนะโยบายรัฐฯ  ฮิ ฮิ ฮิ  และขอเสนอให้  ท่าน  FABBRI  ท่าน ลูกซองสั้น  พี่เสก  พี่  O/U boy เป็นที่ปรึกษาโรงงานฯ OTOP  (หมายเหตุ  =  โรงงานฯ  จะผลิตแต่ปืนลูกซองและไรเฟิล  แบบหักลำกล้องเท่านั้น  ซึ่งจะต้องเป็นปืนที่บรรจุกระสุนด้วยมือและบรรจุกระสุนได้ครั้งละไม่เกิน  2  นัด เท่าทุน  ;D ;D ;D)  ผมฝันไปเปล่าเนี่ย  เผ่นก่อนละครับวันนี้  คุณแม่รอ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 11, 2006, 04:21:57 PM
ปืนน่าสนใจครับเดี่ยวกลับมาเล่วให้ฟังอีกทีครับ เพื่อนผมจองไว้ตั่งแต่กลางปีที่แล้วบอกว่าจะเข้ามาต้นปีนี้ นี่ก็เดือน8เข้าไปแล้วยังไม่เห็นหน้าปืนเลย
ทางร้านก็บอกเหมือนกันครับ สั่งไปนานมากแต่ไม่ส่งมาสักที ทางโรงงานบอกว่าจะได้เมษา แต่ก็เลื่อนมาเป็นปลายปีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 11, 2006, 06:13:25 PM
คิดถึงพี่FABBRIครับ อยากอ่านบทความของพี่มากๆครับ ช่วงนี้ไม่มีใครถามด้านวิชาการปืน พี่ช่วยเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการยิงปืนในอดีตที่สนุกๆให้ฟังบ้างนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 11, 2006, 10:30:12 PM
-ขออนุญาติถามครับ ปืนแฝดแต่ละชนิดและประเภท มีการกำหนดการยิงกระสุนนัดแรกลำกล้องไหนก่อนครับ !!!


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 12, 2006, 06:49:03 AM
-ขออนุญาติถามครับ ปืนแฝดแต่ละชนิดและประเภท มีการกำหนดการยิงกระสุนนัดแรกลำกล้องไหนก่อนครับ !!!

แฝดขนาน จะยิงลำกล้องขวาก่อนครับ ถ้ามีสองไก ไกหน้าจะยิงลำกล้องขวา และโช้คของลำกล้องขวามักจะบานกว่าครับ

แฝดซ้อน จะยิงลำกล้องล่างก่อนเสมอ ถ้ามีสองไก ไกหน้าจะยิงลำกล้องล่าง และโช้คลำกล้องล่างจะบานกว่าครับ

สงสัยไหมครับว่าทำไม โรงงานจึงทำให้โช้คของลำกล้องแรกบานกว่าเสมอ เพราะโดยมาก เราจะเจอเป้าหมาย (นก) แบบที่นกบินหนีออกไปเสมอไงครับ ถ้านัดแรกยิงผิด นัดที่สอง นกก็จะบินหนีออกไปไกลกว่าเดิมแล้ว เลยต้องการโช้คที่แคบกว่า  เหมือนการยิงแทรปไงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 12, 2006, 10:37:23 AM
ได้ความรู้ใหม่ครับ :~)แต่ผมอยากได้ปืนใหม่มากกว่าครับตอนนี้ ;D แซวหน่อยครับพี่ :VOV:

  เกิดอะไรขึ้นกับพี่FABBRIครับเพราะตอนนี้กลายเป็นบุคลธรรมดาไปแล้ว หรือว่าเบื่อเลยทิ้งน้องๆหลานๆไปแล้วครับ คิดถึงจังเลยครับ :-[


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ สิงหาคม 12, 2006, 11:00:28 AM
รบกวนสอบถามพี่ลูกซองสั้น หรือคุณ O/Uboy ครับ
Browning Auto 5 (ผลิตที่ Miroku) ลำกล้อง 30" fix choke หลังสะพาน เอาไปยิง Trap หรือ Skeet ได้ไหมครับ เปรียบเทียบกับลูกซอง O/U แล้วเป็นอย่างไรครับ แล้วมีหลังสะพานกับไม่มีหลังสะพาน(Browning Auto 5) ถ้าเอาไปยิง เป้าบินจะต่างกันอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 12, 2006, 11:47:28 AM
A5เอาไปยิงได้เลยครับ แต่ยิงได้ทีละนัดเพราะว่าลูกปืนเป้าบินแรงดันต่ำกลไกของปืนไม่สามารถสลัดปลอกเองได้ ในสนามก็ห้ามไม่ให้เอากระสุนภายนอกเข้ามาใช้เนื่องจากวิถีไกลเกินระยะสนามครับ 30" ฟูลโช๊คเอามายิงแทรปสบายเลยครับ หรือถ้าอยากลองยิงลูกซองแฝดทางสนามมีปืนให้เช่าครับ พี่ลูกซองสั้นเคยบอกไว้ว่า อยากมายิงเป้าบินเอาลูกซองห้านัดที่มีอยู่นั้นละครับมาลองยิงดูก่อนจะได้เริ่มสัมผัสเกมส์อันสุดมันนี้ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 12, 2006, 09:26:40 PM
Browning Auto 5 อาจจะไม่สลัดปลอกกระสุนครับ ผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่เห็นว่า Remington 1100 กับ 11-87 สลัดปลอกดีครับ วันไหนมีโอกาสเข้ามาสนามเอาเข้ามาลองกระสุนหน่อยซิครับ

หลายวันนี้ พี่ Fabbri ไปต่างจังหวัดครับ พาครอบครัวไปเที่ยว คงจะติดปืนไปยิงเล่นหลายกระบอกเหมือนเคย แกมีรีสอร์ตส่วนตัว มีสนาม Skeet มาตราฐานโอลิมปิคด้วย ใช้เครื่องดีดเป้าของ Matterali  สนามเป้าบินที่หัวหมากเคยขาดอะไหล่เครื่องดีดเป้า เคยต้องขอยืมอะไหล่ของแกมาใช้แข่งก่อนเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 12, 2006, 09:47:26 PM
ฟังแบบนี้แล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อยครับพี่ ตอนแรกผมใจหายหมดเลยนึกว่าพี่แกเบื่อจะคุยกับพวกเราแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ สิงหาคม 12, 2006, 09:57:32 PM
ขอบคุณมากครับคุณ Kat,  พี่ลูกซองสั้น :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 12, 2006, 10:28:55 PM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 13, 2006, 12:08:02 AM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา
ระลึกถึงพี่เสมอครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 13, 2006, 09:39:43 AM
พี่เค้าแกล้งเล่นน่ะครับผมว่า เดี่ยวก็กลับมาเพราะใจเรียกหา ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Pathfinder ที่ สิงหาคม 13, 2006, 10:12:33 AM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา

.ใจหายวูบ

หมายความว่ายังไงล่ะครับ

อย่าเพิ่งทิ้งลูกศิษย์ลูกหาไปนาคร้าบ....เหงาแย่เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 13, 2006, 12:39:43 PM
Browning Auto 5 อาจจะไม่สลัดปลอกกระสุนครับ ผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่เห็นว่า Remington 1100 กับ 11-87 สลัดปลอกดีครับ วันไหนมีโอกาสเข้ามาสนามเอาเข้ามาลองกระสุนหน่อยซิครับ

หลายวันนี้ พี่ Fabbri ไปต่างจังหวัดครับ พาครอบครัวไปเที่ยว คงจะติดปืนไปยิงเล่นหลายกระบอกเหมือนเคย แกมีรีสอร์ตส่วนตัว มีสนาม Skeet มาตราฐานโอลิมปิคด้วย ใช้เครื่องดีดเป้าของ Matterali สนามเป้าบินที่หัวหมากเคยขาดอะไหล่เครื่องดีดเป้า เคยต้องขอยืมอะไหล่ของแกมาใช้แข่งก่อนเลยครับ
ของผมA5 มิโรกุ เหมือนของคุณjayโก้ครับพี่ สลัดปลอกได้ต้องลูกบูลเล็ตปลอกเขียวเป็นอย่างต่ำ ลูกbb ไทยอามร์ เซเลอร์แอนด์เบลล็อคไม่สลัดครับ อาจเป็นเพราะA5เป็นระบบรีคอยร์ลำกล้องถอยตาม ไม่เหมือน11/87ที่เป็นระบบแก็ส เคยคุยกับพี่yo.kบอกต้องเปลี่ยนรีคอยสปริงโดยสั่งพันสปริงใหม่ให้เส้นเล็กลงเพื่อใช้กับลูกแรงต่ำโดยเฉพาะครับ เหมือนปืนสั้นออโต้ที่ยิงลูกซ้อมใช้รีคอยสปริงต่ำกว่ามาตราฐานเพื่อให้คัดปลอกได้แน่นนอนครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 14, 2006, 08:51:03 AM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา
   พัทธยา...คือใคร  นามใหม่หรือครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ สิงหาคม 14, 2006, 02:07:14 PM
Browning Auto 5 อาจจะไม่สลัดปลอกกระสุนครับ ผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่เห็นว่า Remington 1100 กับ 11-87 สลัดปลอกดีครับ วันไหนมีโอกาสเข้ามาสนามเอาเข้ามาลองกระสุนหน่อยซิครับ

หลายวันนี้ พี่ Fabbri ไปต่างจังหวัดครับ พาครอบครัวไปเที่ยว คงจะติดปืนไปยิงเล่นหลายกระบอกเหมือนเคย แกมีรีสอร์ตส่วนตัว มีสนาม Skeet มาตราฐานโอลิมปิคด้วย ใช้เครื่องดีดเป้าของ Matterali สนามเป้าบินที่หัวหมากเคยขาดอะไหล่เครื่องดีดเป้า เคยต้องขอยืมอะไหล่ของแกมาใช้แข่งก่อนเลยครับ
ของผมA5 มิโรกุ เหมือนของคุณjayโก้ครับพี่ สลัดปลอกได้ต้องลูกบูลเล็ตปลอกเขียวเป็นอย่างต่ำ ลูกbb ไทยอามร์ เซเลอร์แอนด์เบลล็อคไม่สลัดครับ อาจเป็นเพราะA5เป็นระบบรีคอยร์ลำกล้องถอยตาม ไม่เหมือน11/87ที่เป็นระบบแก็ส เคยคุยกับพี่yo.kบอกต้องเปลี่ยนรีคอยสปริงโดยสั่งพันสปริงใหม่ให้เส้นเล็กลงเพื่อใช้กับลูกแรงต่ำโดยเฉพาะครับ เหมือนปืนสั้นออโต้ที่ยิงลูกซ้อมใช้รีคอยสปริงต่ำกว่ามาตราฐานเพื่อให้คัดปลอกได้แน่นนอนครับ

ขอบคุณมากอีกครั้งครับคุณ Kat สำหรับข้อมูล :D :D จริงๆแล้วผมยังไม่ได้มีลูกซองกึ่ง Auto ครับ
ที่ถามไว้เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจในการซื้อครับ  :D ถ้าอย่างงี้เวลาเอา Browning A5 ไปที่สนามที่หัวหมากก็เสียเปรียบใช่ไหมครับ เพราะใส่ได้ทีละลูก ขอบคุณอีกครั้งครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 08:28:03 AM
Browning Auto 5 อาจจะไม่สลัดปลอกกระสุนครับ ผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่เห็นว่า Remington 1100 กับ 11-87 สลัดปลอกดีครับ วันไหนมีโอกาสเข้ามาสนามเอาเข้ามาลองกระสุนหน่อยซิครับ

หลายวันนี้ พี่ Fabbri ไปต่างจังหวัดครับ พาครอบครัวไปเที่ยว คงจะติดปืนไปยิงเล่นหลายกระบอกเหมือนเคย แกมีรีสอร์ตส่วนตัว มีสนาม Skeet มาตราฐานโอลิมปิคด้วย ใช้เครื่องดีดเป้าของ Matterali สนามเป้าบินที่หัวหมากเคยขาดอะไหล่เครื่องดีดเป้า เคยต้องขอยืมอะไหล่ของแกมาใช้แข่งก่อนเลยครับ
ของผมA5 มิโรกุ เหมือนของคุณjayโก้ครับพี่ สลัดปลอกได้ต้องลูกบูลเล็ตปลอกเขียวเป็นอย่างต่ำ ลูกbb ไทยอามร์ เซเลอร์แอนด์เบลล็อคไม่สลัดครับ อาจเป็นเพราะA5เป็นระบบรีคอยร์ลำกล้องถอยตาม ไม่เหมือน11/87ที่เป็นระบบแก็ส เคยคุยกับพี่yo.kบอกต้องเปลี่ยนรีคอยสปริงโดยสั่งพันสปริงใหม่ให้เส้นเล็กลงเพื่อใช้กับลูกแรงต่ำโดยเฉพาะครับ เหมือนปืนสั้นออโต้ที่ยิงลูกซ้อมใช้รีคอยสปริงต่ำกว่ามาตราฐานเพื่อให้คัดปลอกได้แน่นนอนครับ

ขอบคุณมากอีกครั้งครับคุณ Kat สำหรับข้อมูล :D :D จริงๆแล้วผมยังไม่ได้มีลูกซองกึ่ง Auto ครับ
ที่ถามไว้เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจในการซื้อครับ :D ถ้าอย่างงี้เวลาเอา Browning A5 ไปที่สนามที่หัวหมากก็เสียเปรียบใช่ไหมครับ เพราะใส่ได้ทีละลูก ขอบคุณอีกครั้งครับ ;D
ต้องขอภัยคุณjayโก้และทุกๆท่านเป็นอย่างสูง ข้อมูลที่ผมเขียนเอาไว้เรื่องA5นั้นผิดหมดครับ เมื่อวานมีเวลาและข้องใจปัญหานี้อยู่เลยเอาปืนไปทดสอบ จริงแล้งA5สามารถยิงลูกเป้าบินแรงต่ำได้ครับคัดปลอกได้ทุกนัด ไว้ตอนสายจะลงรูปประกอบให้ดูครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 15, 2006, 09:58:46 AM
ไม่ได้เข้าเวบหลายวัน เข้ามาเห็นคุณอา FABBRI ลบชื่อออกจากระบบแล้ว...จะไม่บอกเหตุผลกับพี่น้องลูกหลานชาวปืนแฝดเลยหรือครับ..นึกแล้วใจหาย..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:15:07 AM
บราวนิงAUTO 5 จริงแล้วสามารถยิงกระสุนลูกปลายได้ทุกชนิดครับ ก่อนอื่นต้องลองยิงและแยกกระสุนที่สามารถคัดปลอกได้กับไม่คัดปลอกออกเป็นสองชนิดลูกไหนคัดเองได้ไม่ต้องไปปรับปืนครับเช่นที่ลองมา SG  OObuck bbของบูลเล็ทปลอกเขียวหากลูกแบบไหนไม่คัดค่อยมาปรับที่ปืนกัน  เดิมจากโรงงาน เมื่อเราถอดกระโจมมือออกจะเห็นรีคอยสปริงครอบหลอดกระสุนอยู่ครับ ระหว่างสปริงกับโครงปืนจะเห็นวงแหวนวงแหวนหนาประมาณ 5มม กันระหว่างสปริงกับโครงปืน
(http://i8.tinypic.com/24nha84.jpg)

หากลูกปลายขนาดใดที่ยิงแล้วปืนไม่สามารถคัดปลอกกระสุนออกได้ให้ถอดวงแหวนนี้ออก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:28:46 AM
ทดสอบด้วยลูกยิงเป้าบินที่ก่อนจะถอดแหวนปืนไม่คัดปลอกกระสุนเองได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:34:24 AM
ถอดแหวนนี้แล้ว ปืนคัดปลอกได้เป็นปรกติครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: jomx ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:34:47 AM
เรื่องยาวดี  จริงๆ  อ่านเพลิน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:46:47 AM
เรื่องยาวดี จริงๆ อ่านเพลิน
แต่ตอนนี้ท่านอธิการบดียังผักผ่อนอยู่ครับไม่ทราบว่าจะกลับมาเล่าต่อได้เมื่อไร คงต้องรบกวนท่านอาจารย์ใหญ่มาเล่าแทนก่อนนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:56:15 AM
    อย่าลืมว่าลูกแรงต้องใส่แหวนนะครับไม่งั้นลำกล้องจะถอยชนโครงปืนแรงเกินไป


นายแบบโดย banyat


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 10:57:38 AM
อุปกรณ์การทดสอบ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 15, 2006, 11:07:55 AM
  คุณ mosino. ครับแล้ว A5 กระบอกใหม่เป็นอย่างไรบ้างครับ...ไม่ลงรูปให้ชมหน่อยหรือครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 15, 2006, 11:24:19 AM
ผมสงสัยอยู่นานแล้ว ว่าลูกกระสุนเป้าบินรุ่นปัจจุบัน จะใช้ยิงกับปืน Browning Auto 5 ผ่านไหม หลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ยังใช้กระสุนลูกปรายหนัก 28 กรัมยิงแข่งอยู่ มีสมาชิกท่านนึงนำ Auto 5 มายิงครับ ซึ่งผมก็เห็นว่ายิงผ่านตลอด มาวันนี้ได้ยินว่า ลูกปัจจุบัน 24 กรัม ยิงผ่าน แฮะ ๆ  ดีใจครับ เออ  ถามหน่อยเป็นข้อมูล ปืนกระบอกที่คุณ Kat ใช้ทดสอบ ลำกล้องยาวเท่าไหร่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 11:52:02 AM
28 นิ้ว ฟูลโช๊ค ครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:01:32 PM
อิจฉาคุณ kat จริงๆเล้ยยย
 :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:02:38 PM
เห็นสถานที่แล้วกลัวว่ายิงๆอยู่แล้วพี่เหลือมจะมาคาบเราไปกินน่ะครับ :OOคือบ้านญาติผมอยู่แถวสามโคกครับหลังบ้านติดคลองเล็กๆแกบอกว่าได้ไอ้เหลือมเป็นประจำเลย งูเห่าก็เยอะ แต่ผมชอบเลยครับแบบนี้น่าไปยิงด้วยเผื่อว่าได้งูมาผัดเผ็ดบ้าง :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: pimdown ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:03:22 PM
สนามส่วนตัวหรือครับ....บรรยากาศดีจริงๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:08:58 PM
คุณ mosino. ครับแล้ว A5 กระบอกใหม่เป็นอย่างไรบ้างครับ...ไม่ลงรูปให้ชมหน่อยหรือครับ...
ดูตัวจริงเย็นนี้ดีกว่าครับพี่..ไม่ค่อยสวยเลยไม่อยากลงรูป.. :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:09:06 PM
อิจฉาคุณ kat จริงๆเล้ยยย
 :VOV: :VOV: :VOV:
มาเที่ยวซิครับพี่
เห็นสถานที่แล้วกลัวว่ายิงๆอยู่แล้วพี่เหลือมจะมาคาบเราไปกินน่ะครับ :OOคือบ้านญาติผมอยู่แถวสามโคกครับหลังบ้านติดคลองเล็กๆแกบอกว่าได้ไอ้เหลือมเป็นประจำเลย งูเห่าก็เยอะ แต่ผมชอบเลยครับแบบนี้น่าไปยิงด้วยเผื่อว่าได้งูมาผัดเผ็ดบ้าง :OO
งูไม่ค่อยเจอครับ สงสัยเสร็จชาวบ้านหมด แต่ฮังเล(ตะกวด)เยาะจริงๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:12:19 PM
ตะกวดหรือตัวเงินตัวทองครับ ถ้าเป็นอย่างแรกอร่อยครับแต่ถ้าเป็นอย่างหลังก็ไม่ค่อยอยากกินเหมือนกันครับฮิๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:31:27 PM
Browning Auto 5 อาจจะไม่สลัดปลอกกระสุนครับ ผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่เห็นว่า Remington 1100 กับ 11-87 สลัดปลอกดีครับ วันไหนมีโอกาสเข้ามาสนามเอาเข้ามาลองกระสุนหน่อยซิครับ

หลายวันนี้ พี่ Fabbri ไปต่างจังหวัดครับ พาครอบครัวไปเที่ยว คงจะติดปืนไปยิงเล่นหลายกระบอกเหมือนเคย แกมีรีสอร์ตส่วนตัว มีสนาม Skeet มาตราฐานโอลิมปิคด้วย ใช้เครื่องดีดเป้าของ Matterali สนามเป้าบินที่หัวหมากเคยขาดอะไหล่เครื่องดีดเป้า เคยต้องขอยืมอะไหล่ของแกมาใช้แข่งก่อนเลยครับ
ของผมA5 มิโรกุ เหมือนของคุณjayโก้ครับพี่ สลัดปลอกได้ต้องลูกบูลเล็ตปลอกเขียวเป็นอย่างต่ำ ลูกbb ไทยอามร์ เซเลอร์แอนด์เบลล็อคไม่สลัดครับ อาจเป็นเพราะA5เป็นระบบรีคอยร์ลำกล้องถอยตาม ไม่เหมือน11/87ที่เป็นระบบแก็ส เคยคุยกับพี่yo.kบอกต้องเปลี่ยนรีคอยสปริงโดยสั่งพันสปริงใหม่ให้เส้นเล็กลงเพื่อใช้กับลูกแรงต่ำโดยเฉพาะครับ เหมือนปืนสั้นออโต้ที่ยิงลูกซ้อมใช้รีคอยสปริงต่ำกว่ามาตราฐานเพื่อให้คัดปลอกได้แน่นนอนครับ

ขอบคุณมากอีกครั้งครับคุณ Kat สำหรับข้อมูล :D :D จริงๆแล้วผมยังไม่ได้มีลูกซองกึ่ง Auto ครับ
ที่ถามไว้เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจในการซื้อครับ :D ถ้าอย่างงี้เวลาเอา Browning A5 ไปที่สนามที่หัวหมากก็เสียเปรียบใช่ไหมครับ เพราะใส่ได้ทีละลูก ขอบคุณอีกครั้งครับ ;D
ต้องขอภัยคุณjayโก้และทุกๆท่านเป็นอย่างสูง ข้อมูลที่ผมเขียนเอาไว้เรื่องA5นั้นผิดหมดครับ เมื่อวานมีเวลาและข้องใจปัญหานี้อยู่เลยเอาปืนไปทดสอบ จริงแล้งA5สามารถยิงลูกเป้าบินแรงต่ำได้ครับคัดปลอกได้ทุกนัด ไว้ตอนสายจะลงรูปประกอบให้ดูครับ

ขอบคุณมากครับคุณ Kat   กลายเป็นไปรบกวนคุณ Kat ต้องไปทดสอบให้ดู  ;D ;D ขอบคุณสำหรับข้อมูลเรื่องการถอดแหวนให้สอดคล้องกับการใช้ลูกต่างๆด้วยครับ ชัดเจนจริงๆ :D ตอนนี้ไม่มีข้อสงสัยแล้วครับ  :D ในรูปนี่ไปยิงที่สนามไหนกันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 15, 2006, 12:39:46 PM
ตะกวดหรือตัวเงินตัวทองครับ ถ้าเป็นอย่างแรกอร่อยครับแต่ถ้าเป็นอย่างหลังก็ไม่ค่อยอยากกินเหมือนกันครับฮิๆๆ
บางคนบอกว่าตะกวด บ้างว่าตัเงินตัวทอง บ้างว่าเ_ย ไม่รู้เหมือนกันครับแต่เห็นตัวโตๆยาวกว่า2เมตรยืนชะเง้อ อกห่างจากพื้นร่วมฟุต คนแถวนั้นคงไม่ชอบกินไม่งั้นสูญพันธุ์แล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ สิงหาคม 15, 2006, 08:36:07 PM
เมื่อวันจันทร ผ่านที่ของคุณkatเห็นไถซะเรียบเลยนะครับ จำเกือบไม่ได้... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ สิงหาคม 15, 2006, 11:43:55 PM
คุณ mosino. ครับแล้ว A5 กระบอกใหม่เป็นอย่างไรบ้างครับ...ไม่ลงรูปให้ชมหน่อยหรือครับ...
ดูตัวจริงเย็นนี้ดีกว่าครับพี่..ไม่ค่อยสวยเลยไม่อยากลงรูป.. :D
             พี่ mosino ถอย A 5 มาไหม่แล้วหรือครับพี่  ว้าววว อยากเห็นจังเลยครับพี่  ถ้าพีว่างผ่านมาสระบุรีละก็เอามาให้ชมบ้างนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 16, 2006, 09:53:43 AM
รบกวนสอบถามพี่ๆหน่อยครับ เบเร็ทต้า 682 ผลิตกี่รุ่นครับ แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ (เช่น 682/ 682 gold)ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 16, 2006, 10:22:13 AM
รบกวนสอบถามพี่ๆหน่อยครับ เบเร็ทต้า 682 ผลิตกี่รุ่นครับ แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ (เช่น 682/ 682 gold)ขอบคุณครับ
เท่าที่ผมทราบนะครับ682มีเยอะพอควรเลยครับไอ้พวกรุ่นเก่าๆนี่อย่าไปสนใจมันดีกว่านะครับ (เอาไว้ผมกลับไปแล้วจะซื้อหนังสือไปฝากดีกว่ามั้ยครับเพราะพิมพ์ให้ทั้งหมดคงไม่ไหว :~))เอาเป็นว่าผมบอกรุ่น682 Gold E ให้แล้วกันนะครับเพราะผมคิดว่าน่าใช้สุด ;D
1 682 Gold E Trap,Adj.Stock 30"
2 682 Gold E Trap,Adj.Stock 32"
3 682 Gold E Trap,Combo Top Single 30"/34"
4 682 Gold E Trap,Combo Top Single 32"/34"
5 682 Gold E Skeet,Adj.Stock 28"
6 682 Gold E Skeet,Adj.Stock 30"
7 682 Gold E,Sporting 28" 30" 32"
ส่วนรายละเอียดของปลีกย่อยของปืนพวก
Action
Gauge
Chamber
Wood Finish
Stock/Fore-end
Stock Drop-Comp
Stock Drop-Heel
Recoil Pad
Safety
Trigger
Fore-end
Rib Type
Sight
Weight
อยากทราบตัวไหนเดี่ยวบอกให้ครับ ;Dผมเองก็งูๆปลาๆครับช่วยบอกได้เท่านี้อาสัยเปิดตำราเอาครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 16, 2006, 10:47:58 AM
สิ้นเดือนนี้ก็จะมีเทนนิสUS OPENแล้วครับ ท่านใดอยากได้รูปนักเทนนิสคนไหนบอกนะครับถ้าผมเจอเดี่ยวจะถายมาฝากครับ ปีก่อนพี่สาวผมถ่ายรูปของเจ้าRoddickคนเดียวก็ปาไปตั้งเกือบ300รูปได้มั้งครับ :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 16, 2006, 10:53:39 AM
ขอบคุณครับ เอาแบบคร่าวๆก็ได้ครับ ที่บ้านเราคงไปสั่งแบบเจาะลึกแบบนี้ลำบากครับ เช่น682ต่างจาก682 gold อย่างไร 682 goldต่างจากgold e อย่างไร ที่มีรหัสต่อท้ายมีoptionอะไรเพิ่มมาให้บ้างครับ ยิ่งถ้ามีรูปประกอบจะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 16, 2006, 04:01:02 PM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา

ประกาศ

พี่น้องและเพื่อนฝูงทุกท่านรวมทั้งขาประจำแอบอ่านประจำกระทู้นี้ ทราบ

ผมพยายามติดต่อและตามหาพี่ Fabbri จนเจอแล้วครับ พี่ท่านมีอุบัติเหตุกับเครื่อง computer เล็กน้อยครับ คือแทนที่จะส่งบทความสนุกๆมาให้น้องๆได้อ่านกันมันส์ๆ พี่ท่านกดคียส์ผิดครับ ไปโดนปุ่มลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ชื่อที่ลงทะเบียนของพี่ท่านเลยหายไปหมด กลายเป็นบุคคลทั่วไป เหตุเกิดช่วงเทศกาลสาร์ทจีนพอดีครับ และพี่ท่านไม่สามารถหาทางกลับเข้ากระทู้ได้ จนกระทั่งวันแม่ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าพี่ Fabbri ไปพักผ่อนที่รีสอร์ตส่วนตัวที่ต่างจังหวัดอันเป็นวิถีชีวิตปรกติของท่าน แต่ที่จริงแล้ว พี่ Fabbri ไปเที่ยว  พัทยา  ครับ และเพิ่งจะหาวิธีกลับเข้าในชื่อเดิมได้ครับ 

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ลูกซองสั้น  ผู้ประกาศ

ป.ล.  ขอแปลไทยเป็นไทยหน่อย คำว่า  Fabbri ได้จบสิ้นแล้ว  หมายถึง  พี่ท่านยังหาทางกลับเข้าไปชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ ชื่อนี้สงสัยเป็นอันจบกัน
         คำว่า พัทธยา  พี่แกพิมพ์ผิดครับ  ที่ถูกแกต้องการบอกกับน้องๆว่าแกมาเที่ยว พัทยา
         พี่ทำน้องๆหลายคนใจหายหมดเลย
         พี่ก็รู้เบอร์มือถือของผมนะ โทรมาบอกให้ผมแปลไทยเป็นไทยก็ได้ แต่พิมพ์ผิดแบบ พัทธยา นี่ผมเองยังนึกว่าพี่จะเปลี่ยนนามปากกาใหม่เลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 16, 2006, 04:14:01 PM
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจจังเลยครับ

ขอบคุณ พี่ลูกซองสั้นมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 16, 2006, 04:23:07 PM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา

ประกาศ

พี่น้องและเพื่อนฝูงทุกท่านรวมทั้งขาประจำแอบอ่านประจำกระทู้นี้ ทราบ

ผมพยายามติดต่อและตามหาพี่ Fabbri จนเจอแล้วครับ พี่ท่านมีอุบัติเหตุกับเครื่อง computer เล็กน้อยครับ คือแทนที่จะส่งบทความสนุกๆมาให้น้องๆได้อ่านกันมันส์ๆ พี่ท่านกดคียส์ผิดครับ ไปโดนปุ่มลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ชื่อที่ลงทะเบียนของพี่ท่านเลยหายไปหมด กลายเป็นบุคคลทั่วไป เหตุเกิดช่วงเทศกาลสาร์ทจีนพอดีครับ และพี่ท่านไม่สามารถหาทางกลับเข้ากระทู้ได้ จนกระทั่งวันแม่ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าพี่ Fabbri ไปพักผ่อนที่รีสอร์ตส่วนตัวที่ต่างจังหวัดอันเป็นวิถีชีวิตปรกติของท่าน แต่ที่จริงแล้ว พี่ Fabbri ไปเที่ยว  พัทยา  ครับ และเพิ่งจะหาวิธีกลับเข้าในชื่อเดิมได้ครับ 

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ลูกซองสั้น  ผู้ประกาศ

ป.ล.  ขอแปลไทยเป็นไทยหน่อย คำว่า  Fabbri ได้จบสิ้นแล้ว  หมายถึง  พี่ท่านยังหาทางกลับเข้าไปชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ ชื่อนี้สงสัยเป็นอันจบกัน
         คำว่า พัทธยา  พี่แกพิมพ์ผิดครับ  ที่ถูกแกต้องการบอกกับน้องๆว่าแกมาเที่ยว พัทยา
         พี่ทำน้องๆหลายคนใจหายหมดเลย
         พี่ก็รู้เบอร์มือถือของผมนะ โทรมาบอกให้ผมแปลไทยเป็นไทยก็ได้ แต่พิมพ์ผิดแบบ พัทธยา นี่ผมเองยังนึกว่าพี่จะเปลี่ยนนามปากกาใหม่เลยครับ    -  ขอบคุณ พี่ลูกซองสั้นมากครับ...น้องทุกๆคนรอข่าวพี่ FABBRI อยู่ครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 16, 2006, 04:39:22 PM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา

ประกาศ

พี่น้องและเพื่อนฝูงทุกท่านรวมทั้งขาประจำแอบอ่านประจำกระทู้นี้ ทราบ

ผมพยายามติดต่อและตามหาพี่ Fabbri จนเจอแล้วครับ พี่ท่านมีอุบัติเหตุกับเครื่อง computer เล็กน้อยครับ คือแทนที่จะส่งบทความสนุกๆมาให้น้องๆได้อ่านกันมันส์ๆ พี่ท่านกดคียส์ผิดครับ ไปโดนปุ่มลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ชื่อที่ลงทะเบียนของพี่ท่านเลยหายไปหมด กลายเป็นบุคคลทั่วไป เหตุเกิดช่วงเทศกาลสาร์ทจีนพอดีครับ และพี่ท่านไม่สามารถหาทางกลับเข้ากระทู้ได้ จนกระทั่งวันแม่ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าพี่ Fabbri ไปพักผ่อนที่รีสอร์ตส่วนตัวที่ต่างจังหวัดอันเป็นวิถีชีวิตปรกติของท่าน แต่ที่จริงแล้ว พี่ Fabbri ไปเที่ยว  พัทยา  ครับ และเพิ่งจะหาวิธีกลับเข้าในชื่อเดิมได้ครับ 

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ลูกซองสั้น  ผู้ประกาศ

ป.ล.  ขอแปลไทยเป็นไทยหน่อย คำว่า  Fabbri ได้จบสิ้นแล้ว  หมายถึง  พี่ท่านยังหาทางกลับเข้าไปชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ ชื่อนี้สงสัยเป็นอันจบกัน
         คำว่า พัทธยา  พี่แกพิมพ์ผิดครับ  ที่ถูกแกต้องการบอกกับน้องๆว่าแกมาเที่ยว พัทยา
         พี่ทำน้องๆหลายคนใจหายหมดเลย
         พี่ก็รู้เบอร์มือถือของผมนะ โทรมาบอกให้ผมแปลไทยเป็นไทยก็ได้ แต่พิมพ์ผิดแบบ พัทธยา นี่ผมเองยังนึกว่าพี่จะเปลี่ยนนามปากกาใหม่เลยครับ
โล่งอกไปที  :D นึกว่าจะทิ้งชาวนักเลงปืนแฝดไปซะแล้ว..แล้วจะลงทะเบียนชื่ออะไรครับ  ::) ::)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 16, 2006, 06:29:22 PM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา

ประกาศ

พี่น้องและเพื่อนฝูงทุกท่านรวมทั้งขาประจำแอบอ่านประจำกระทู้นี้ ทราบ

ผมพยายามติดต่อและตามหาพี่ Fabbri จนเจอแล้วครับ พี่ท่านมีอุบัติเหตุกับเครื่อง computer เล็กน้อยครับ คือแทนที่จะส่งบทความสนุกๆมาให้น้องๆได้อ่านกันมันส์ๆ พี่ท่านกดคียส์ผิดครับ ไปโดนปุ่มลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ชื่อที่ลงทะเบียนของพี่ท่านเลยหายไปหมด กลายเป็นบุคคลทั่วไป เหตุเกิดช่วงเทศกาลสาร์ทจีนพอดีครับ และพี่ท่านไม่สามารถหาทางกลับเข้ากระทู้ได้ จนกระทั่งวันแม่ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าพี่ Fabbri ไปพักผ่อนที่รีสอร์ตส่วนตัวที่ต่างจังหวัดอันเป็นวิถีชีวิตปรกติของท่าน แต่ที่จริงแล้ว พี่ Fabbri ไปเที่ยว  พัทยา  ครับ และเพิ่งจะหาวิธีกลับเข้าในชื่อเดิมได้ครับ 

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ลูกซองสั้น  ผู้ประกาศ

ป.ล.  ขอแปลไทยเป็นไทยหน่อย คำว่า  Fabbri ได้จบสิ้นแล้ว  หมายถึง  พี่ท่านยังหาทางกลับเข้าไปชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ ชื่อนี้สงสัยเป็นอันจบกัน
         คำว่า พัทธยา  พี่แกพิมพ์ผิดครับ  ที่ถูกแกต้องการบอกกับน้องๆว่าแกมาเที่ยว พัทยา
         พี่ทำน้องๆหลายคนใจหายหมดเลย
         พี่ก็รู้เบอร์มือถือของผมนะ โทรมาบอกให้ผมแปลไทยเป็นไทยก็ได้ แต่พิมพ์ผิดแบบ พัทธยา นี่ผมเองยังนึกว่าพี่จะเปลี่ยนนามปากกาใหม่เลยครับ

................โล่งอก...................
ขอบคุณพี่ลูกซองสั้นครับ
 ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 16, 2006, 06:54:05 PM
แหมๆ...ตอนแรกก็ตกใจหมดเลย
...พออ่านประกาศแล้วค่อยโล่งใจหน่อยค่ะ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Jay(โก้)-รักในหลวง ที่ สิงหาคม 16, 2006, 07:09:42 PM
FABBRI ได้จบสิ้นแล้ว จาก พัทธยา

ประกาศ

พี่น้องและเพื่อนฝูงทุกท่านรวมทั้งขาประจำแอบอ่านประจำกระทู้นี้ ทราบ

ผมพยายามติดต่อและตามหาพี่ Fabbri จนเจอแล้วครับ พี่ท่านมีอุบัติเหตุกับเครื่อง computer เล็กน้อยครับ คือแทนที่จะส่งบทความสนุกๆมาให้น้องๆได้อ่านกันมันส์ๆ พี่ท่านกดคียส์ผิดครับ ไปโดนปุ่มลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ชื่อที่ลงทะเบียนของพี่ท่านเลยหายไปหมด กลายเป็นบุคคลทั่วไป เหตุเกิดช่วงเทศกาลสาร์ทจีนพอดีครับ และพี่ท่านไม่สามารถหาทางกลับเข้ากระทู้ได้ จนกระทั่งวันแม่ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าพี่ Fabbri ไปพักผ่อนที่รีสอร์ตส่วนตัวที่ต่างจังหวัดอันเป็นวิถีชีวิตปรกติของท่าน แต่ที่จริงแล้ว พี่ Fabbri ไปเที่ยว  พัทยา  ครับ และเพิ่งจะหาวิธีกลับเข้าในชื่อเดิมได้ครับ 

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ลูกซองสั้น  ผู้ประกาศ

ป.ล.  ขอแปลไทยเป็นไทยหน่อย คำว่า  Fabbri ได้จบสิ้นแล้ว  หมายถึง  พี่ท่านยังหาทางกลับเข้าไปชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ ชื่อนี้สงสัยเป็นอันจบกัน
         คำว่า พัทธยา  พี่แกพิมพ์ผิดครับ  ที่ถูกแกต้องการบอกกับน้องๆว่าแกมาเที่ยว พัทยา
         พี่ทำน้องๆหลายคนใจหายหมดเลย
         พี่ก็รู้เบอร์มือถือของผมนะ โทรมาบอกให้ผมแปลไทยเป็นไทยก็ได้ แต่พิมพ์ผิดแบบ พัทธยา นี่ผมเองยังนึกว่าพี่จะเปลี่ยนนามปากกาใหม่เลยครับ

ดีใจครับ :D :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 16, 2006, 07:57:11 PM
ท่านทราบหรือไม่ว่าอุปกรณ์ปรับม่านลูกปราย (Choke) จะเป็นตัวชี้บอกประสิทธิภาพของปืนลูกซองว่าดีหรือเลว  ถ้าเป็นปืนที่ดีแล้วเมื่อยิงกระสุนออกไปม่านลูกปลายต้องมีความถี่สม่ำเสมอตลอดไป  ปราศจากช่องโหว่ ช่องว่าง ในบริเวณม่านกระสุน  และโดยธรรมดาทั่วไประยะใกล้ไกลในการยิง  เป็นเหตุให้เกิดการแตกต่างในความถี่ห่างของม่าน  ซึ่งทุกท่านน่าจะทราบดีกันแล้ว
   แต่การล่าสัตว์นั้น  ขึ้นอยู่กับรูปร่างลักษณะขนาดของสัตว์และระยะ  รวมถึงภูมิประเทศ  ผิดกับในสนามยิงเป้าบินที่มีการกำหนดกฏเกณย์ต่างๆไว้แล้ว  ถึงแม้นโรงงานกระสุนจะทำกระสุนมาให้หลายๆ แบบแล้วก็ตาม  แต่ก็ยังไม่เพียงพอ  ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดค้นอุปกรณ์ในการปรับขนาดและลักษณะของม่านลูกปรายกันขึ้น
   มีการคิดค้นประดิษฐ์อุปกรณ์ขึ้นมาหลายๆ แบบ  ที่ใช้ในปัจจุบันจะพบว่ามี 2 แบบ  คือ แบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการเปลี่ยนท่อ Choke  ที่สวมเข้าไปทางปลายลำกล้องทั้งภายนอกและภายใน  ขนาดต่างๆเพื่อให้ได้ม่านกระสุนเล็กใหญ่ตามระยะการยิงและขนาดของม่านกระสุน  และอย่างตายตัวคือ  ติดมากับปืนจากโรงงานตามที่ท่านสั่งทำ  นอกจากนี้เมื่อสมัยก่อนยังมีอีก 2 ชนิด
  แบบอัตโนมัติ
   ดังเช่นแบบ Adjustabl Choke ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Hartford Gun Choke Co., Inc. แห่งสหรัฐฯ  สามารถปรับม่านเองได้ในตัว  โดยการอาศัยแก๊สและแรงสะท้อนถอยหลังเป็นองค์บริหารในการปรับเปลี่ยน, ม่านกระสุนนัดแรกเป็นแบบ “ซีลินเดอร์”  ม่านกระสุนของนัดที่ 2 กลายเป็น “อิมปรูฟซีลินเดอร์”  และจากนั้นก็เปลี่ยนแบบม่านจากใหญ่ไปเล็ก  หรือจากบางไปหนาตามลำดับต่อไปเรื่อยๆ  โดยอาศัยการยิงเป็นปัจจัย  หลอดปรับม่านแบนี้มีกลไกดัดแปลงให้อุปกรณ์กลายเป็นแบบปรัดด้วยมือธรรมดาก็ได้  เมื่อผู้ใช้มิปรารถนาจะให้เป็นแบบอัตโนมัติ
ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยใช้
  แบบปรับ
   หมายถึงแบบที่ต้องใช้มือบริหารในการปรับทุกๆ ครั้ง  เมื่อถึงคราวที่มีความปรารถนาจะเปลี่ยนลักษณะของม่านลูกปรายใหม่ทุกๆ ครั้งไป เช่นแบบ Poly-Choke ของบริษัท Poly-Choke Co., Inc. เป็นต้น  คือตรงปลายลำกล้องจะเป็นรูปคล้ายดอกจำปาอวบๆ แล้วมีกลีบ 4 กลีบ  ภายนอกจะเป็นท่อขันเกลียว  เมื่อเราหมุนให้แน่นดอกจำปาก็จะถูกบีบให้แคบ กลุ่มกระสุนก็จะแคบ  เมื่อคลายเกลียวออกดอกจำปานี้ก็จะขยายกว้างขึ้นทำให้ม่านกระสุนกว้างขึ้นตามไปด้วย
   แต่เท่าที่ทดลองใช้ดู  ไม่ได้ผลเท่าไร
   ดังที่ท่านทราบแล้วว่า  กระสุนลูกปลายก็จะเป็นเม็ดกลมๆ บรรจุอยู่ในปลอกกระสุนที่ทำด้วยโลหะ  ซึ่งเลิกทำไปนานแล้วและน่าจะกลับมาอีกครั้งในอนาคต  เพราะปัญหาใหญ่ของสนามยิงปืนในยุโรป  คือปลอกพลาสติกที่มีราคาถูก  แต่การกำจัดทำลายราคาแพงมาก  และถ้านำมาอัดใหม่ก็มีคุณภาพไม่ดีพอ  จึงมีการคิดค้นทำเป็นปลอกโลหะที่นำมาใช้ใหม่ได้หลายๆ หน  และคุณภาพไม่เปลี่ยน  แต่ปัจจุบันที่พบมักจะเป็นพลาสติกหรือกระดาษ
   เม็ดกระสุนลูกกลมๆ นั้นมีหลายขนาด  ตั้งแต่เม็ดเดียวจนถึงหลายร้อยเม็ด  ขนาดของลูกปรายดังที่มีหลายท่านนำมาลงให้ดูแล้ว  แต่ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเบอร์กระสุนกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของกระสุนนั้นมีความเป็นมาอย่างไร  นี่เลยครับลอกมาให้ดู
   ในอเมริกา  นับเป็นที่นิยมกันทั่วไปว่า  ถ้าปรารถนาจะทราบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเม็ดลูกปรายของแต่ละขนาดจะเป็นเท่าไร  ให้กระทำดังนี้
   ใช้เลข 17 เป็นตัวตั้งเสมอไป  แล้วลบด้วยตัวเลขแสดงขนาดเป็นหมายเลขของกระสุนนั้นๆ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นความยาวของเส้นผ่านศูนย์กลาง  หรือความโตของลูกปราย  ในอัตราเทียบเป็นทศนิยมของ 1 นิ้ว
  ตัวอย่าง
   ลูกปรายของกระสุนหมายเลข 8 เท่ากับ 17-8 =.09 นิ้ว  ส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางของลูกปรายหมายเลขอื่นๆ ก็ย่อมจะเป็น
      หมายเลข         9  =  .08  นิ้ว
            “           71/2  =  .95   “
            “                6  =  .11   “
            “                5  =  .12   “
            “                4  =  .13   “
            “                2  =  .15   “
            “              BB  =  .17   “




หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 16, 2006, 08:58:56 PM
พี่FABBRIครับผมยินดีอย่างมากที่เห็นกลับมาครับ ;D กลับมาถึงก็มีเรื่องอยากจะถามพอดีครับ

1 คือผมอยากให้ช่วยกันจัดอันดับสุดยอดปืนของอิตาลีบ้างนะครับ คือเมื่อต้นศตวรรษที่20นี้อิตาลีเริ่มพัฒนาปืนจนหลายคนยังพูดว่า(บางโรงงานอาจจะทำได้ดีกว่าปืนของอังกฤษเสียอีก)ฉนั้นผมเลยอยากให้ช่วยกันจัดอันดับ1-5หรือ1-10ก็ได้ครับ เอาแบบพอสนุกๆครับชอบยี่ห้อไหนที่สุดก็ลองว่ากันมา ;D

2 ผมไปเห็นรูปปืนของFAMARS di ABBIATICO&SALVINELLI มากระบอกนึงครับ
 เป็นผลงานของท่านMASTER Francesco Mediciส่วน Stock-Forendนั้นทำมาจากงาช้างทั้งชิ้นสีขาวนวลสวยเหลือประมาณครับ :D~ แต่ดูแล้วสงสัยอยู่สองข้อครับ
2.1เอางาช้างมาทำแล้วมันจะแข็งแรงพอหรือครับ
2.2น้ำหนักมันจะมากไปรึเปล่าครับ
คือที่ถามก็เพราะคิดว่าบ้านเราน่าจะหางาช้างได้ไม่ยากนักและราคาคงไม่แพงแบบเมืองนอก ฉนั้นถ้าซักวันนึงเราเกิดอยากทำเลียนแบบบ้างความเป็นไปได้ก็น่าจะสูงนะครับ(เพราะหาไม่วอลนัทงามๆน่าจะหายากกว่า) ;Dฝันอีกแล้วเรา :OO ขอความเห็นพี่FABBRI พี่ลูกซองสั้นและท่านอื่นๆด้วยครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 16, 2006, 09:45:57 PM
ผมว่า  ต้องมีชื่อ Fabbri   Piotti  Perazzi สามโรงงานนี้ ติดอยู่ในอันดับ Top five แน่ๆเลยครับ ส่วน Beretta ผู้ผลิตปืนในดวงใจของคุณ o/u boy ยังไงก็ต้องอยู่ใน Top ten แน่นอนครับ ว่าแต่ ใครจะเป็นคนตัดสินหละครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ สิงหาคม 16, 2006, 10:34:22 PM
.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ สิงหาคม 17, 2006, 12:49:17 AM
              ยินดีที่คุณอา FABBRI กลับมาครับ :) 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 17, 2006, 08:06:44 AM
ดีใจจังได้อ่าน กระทู้ คุณลูกซองสั้น และ พี่ FABBRI


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 17, 2006, 08:57:56 AM
เย้ๆ  ท่าน FABBRI  กลับมาแย้ว   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 17, 2006, 10:19:39 AM
ผมว่า ต้องมีชื่อ Fabbri Piotti Perazzi สามโรงงานนี้ ติดอยู่ในอันดับ Top five แน่ๆเลยครับ ส่วน Beretta ผู้ผลิตปืนในดวงใจของคุณ o/u boy ยังไงก็ต้องอยู่ใน Top ten แน่นอนครับ ว่าแต่ ใครจะเป็นคนตัดสินหละครับ
ยังดีนะครับที่ปืนโหลของผมยังติดหนึ่งในสิบ เหตุผลที่ทำให้ผมชอบยี่ห้อเบเร็ตต้าก็เพราะว่า มีอยู่ครั้งนึงก่อนที่ผมจะมาสนใจเรื่องปืนหลายปีผมได้ไปเดินในเมืองแล้วก็เจอBERETTA GALLERYเข้า เดินเข้าไปดูโอ้โหหรูมากเลย วันนั้นไม่รู้เป็นยังไงเกิดปิ้งเสื้อซาฟารีเข้ามากๆเลยตัดใจซื้อมาตัวนึงเกือบ$400 ใส่แล้วรู้สึกเหมือนว่าเป็นสุดยอดนักเดินป่าดี :OO ตั้งแต่นั้นก็เลยใช้เสื้อยี่ห้อนี้มาประจำ มาตอนหลังเกิดชอบเล่นปืนขึ้นมาก็เลยทำให้ชอบปืนยี่ห้อนี้ตามไปด้วยครับ ;D

  ;Dเดี่ยวผมไปนอนฝันถึงยี่ห้อปืนในดวงใจก่อนนะครับพี่ลูกซองสั้นแล้วจะกลับมาจัดอันดับให้กับตัวเองครับ ส่วนคนตัดสินนั้นให้พี่FABBRIซึ่งเป็นผู้ชำนาญที่สุดก็ได้ครับ :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: อ้วน 008 รักในหลวง ที่ สิงหาคม 17, 2006, 11:44:19 AM
ด้วยความดีใจมากครับ ผมเคยเกิดความรู้สึกเสียใจมาครั้งหนึ่งแล้วในสมัยที่พี่คอราบของเวปข้างเคียงหายไป ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ร่วมกระทู้นี้ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 17, 2006, 12:52:20 PM
ผมขอจัดอันดับปืนงามในดวงใจดังนี้ครับ
1 BERETTA สุดยอดแห่งความสวยงาม(ของตัวผมเอง)ที่จัดให้เบเร็ตต้ามาเป็นอันดับหนึ่งก็เพราะว่าเป็นยี่ห้อที่เก่าแก่ที่สุด ช่างแกะส่วนมากก็ผ่านงานที่นี่มาก่อนถึงได้ไปโตที่อื่น ฉนั้นงานของเบเร็ตต้าจึงมีตั้งแต่งานพื้นๆ(โหล)จนไปถึงชั้นสุดยอด ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่เกิดทีหลังจึงทำแต่ปืนแพงๆได้ ถ้าเป็นการเข้าข้างตัวเองมากไปช่วยค้านด้วยครับพี่ๆ :o
2 RIZZINI
3 FABBRI
4 PIOTTI
5 BOSIS
6 PERAZZI
7 BERTUZZI
8 ZANOTTI
9 PEDERSOLI
10 FAMARS
11 LUCCHINI แถมหนึ่งยี่ห้อครับ ;Dโลภมากครับ
หมายเหตุ. อันนี้ผมจัดอันดับโดยดูที่จากความสวยงามของลายแกะเป็นหลักนะครับ



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 17, 2006, 01:40:08 PM
(http://i7.tinypic.com/24v1z51.jpg)[/img]
(http://i8.tinypic.com/24v2lq8.jpg)[/img]
(http://i8.tinypic.com/24v2qh1.jpg)[/img]
(http://i8.tinypic.com/24v2rg8.jpg)[/img]
เจอใน เวป เลยมาให้ดู


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 17, 2006, 03:51:04 PM
ผมขอจัดอันดับปืนงามในดวงใจดังนี้ครับ
1 BERETTA สุดยอดแห่งความสวยงาม(ของตัวผมเอง)ที่จัดให้เบเร็ตต้ามาเป็นอันดับหนึ่งก็เพราะว่าเป็นยี่ห้อที่เก่าแก่ที่สุด ช่างแกะส่วนมากก็ผ่านงานที่นี่มาก่อนถึงได้ไปโตที่อื่น ฉนั้นงานของเบเร็ตต้าจึงมีตั้งแต่งานพื้นๆ(โหล)จนไปถึงชั้นสุดยอด ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่เกิดทีหลังจึงทำแต่ปืนแพงๆได้ ถ้าเป็นการเข้าข้างตัวเองมากไปช่วยค้านด้วยครับพี่ๆ :o
2 RIZZINI
3 FABBRI
4 PIOTTI
5 BOSIS
6 PERAZZI
7 BERTUZZI
8 ZANOTTI
9 PEDERSOLI
10 FAMARS
11 LUCCHINI แถมหนึ่งยี่ห้อครับ ;Dโลภมากครับ
หมายเหตุ. อันนี้ผมจัดอันดับโดยดูที่จากความสวยงามของลายแกะเป็นหลักนะครับ



คุณ o/u boy จะดูแต่ลายแกะ คงจะไม่ fair ครับ เพราะความแข็งแรง และแบบของกลไก รวมถึงความนิยม น่าจะถูกนำมาเปรียบเทียบด้วยครับ แต่ก็อีกนั่นแหละ ผมคิดว่า เราๆท่านๆ อาจจะไม่ค่อยรู้จักปืนเหล่านี้กันสักกี่คนนะครับ ในรายการที่พิมพ์มา ผมเองรู้จักแค่ 5 โรงงานเอง อ้อ แถมอีกชื่อนึง Bernadelli เห็นไม่มีในรายการ

ใครพอจะตัดสินได้ว่า ปืนแฝดของอิตาลี โรงงานไหนดีที่สุดน้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 17, 2006, 05:24:43 PM
ผมขอจัดอันดับปืนงามในดวงใจดังนี้ครับ
1 BERETTA สุดยอดแห่งความสวยงาม(ของตัวผมเอง)ที่จัดให้เบเร็ตต้ามาเป็นอันดับหนึ่งก็เพราะว่าเป็นยี่ห้อที่เก่าแก่ที่สุด ช่างแกะส่วนมากก็ผ่านงานที่นี่มาก่อนถึงได้ไปโตที่อื่น ฉนั้นงานของเบเร็ตต้าจึงมีตั้งแต่งานพื้นๆ(โหล)จนไปถึงชั้นสุดยอด ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่เกิดทีหลังจึงทำแต่ปืนแพงๆได้ ถ้าเป็นการเข้าข้างตัวเองมากไปช่วยค้านด้วยครับพี่ๆ :o
2 RIZZINI
3 FABBRI
4 PIOTTI
5 BOSIS
6 PERAZZI
7 BERTUZZI
8 ZANOTTI
9 PEDERSOLI
10 FAMARS
11 LUCCHINI แถมหนึ่งยี่ห้อครับ ;Dโลภมากครับ
หมายเหตุ. อันนี้ผมจัดอันดับโดยดูที่จากความสวยงามของลายแกะเป็นหลักนะครับ



คุณ o/u boy จะดูแต่ลายแกะ คงจะไม่ fair ครับ เพราะความแข็งแรง และแบบของกลไก รวมถึงความนิยม น่าจะถูกนำมาเปรียบเทียบด้วยครับ แต่ก็อีกนั่นแหละ ผมคิดว่า เราๆท่านๆ อาจจะไม่ค่อยรู้จักปืนเหล่านี้กันสักกี่คนนะครับ ในรายการที่พิมพ์มา ผมเองรู้จักแค่ 5 โรงงานเอง อ้อ แถมอีกชื่อนึง Bernadelli เห็นไม่มีในรายการ

ใครพอจะตัดสินได้ว่า ปืนแฝดของอิตาลี โรงงานไหนดีที่สุดน้า
ประเทศไทยคงมีอยู่ท่านเดียวละครับที่มีองค์ความรู้มีประสบการณ์และยอมเหน็ดเหนื่อยมาเล่าให้น้องๆลูกๆหลานๆฟังมาโดยตลอดละครับ แบบว่าขอให้ท่านอาจารย์ใหญ่ของพวกเราเรียงลำดับtop tenในดวงใจพร้อมอธิบายขยายความว่าทำไมอันนี้สุดยอดอันนี้รองลงมาครับ กบโอ๊บๆอย่างพวกผมจะได้เปิดตามองเห็นท้องฟ้ากับเขาบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 17, 2006, 08:43:47 PM
พี่ลูกซองสั้นครับที่ผมไม่ได้เปลียบเทียบความแข็งแรงและระบบกลไกไว้ด้วยเพราะผมคิดว่าปืนราคาสูงพวกนี้ยังไงคุณภาพก็คงไม่ต่างกันมากและระบบกลไกที่เป็นที่นิยมใช้กันก็มีอยู่ไม่กี่แบบ และที่สำคัญที่สุดผมเองไม่อยากดำน้ำครับ :OOกลัวว่าจะจมน้ำตายก่อน ;D ปืนพวกนี้จากรุ่นธรรมดาที่ไม่มีลายราคาจะถูกมากครับ พอมีลายเพิ่มมาอีกหน่อยราคาก็ขึ้นไปอีกเยอะ ยกตัวอย่างตัวธรรมดาราคาอาจแค่$7,000แต่ถ้าจะเอามีลายสวยสุดยอดราคาก็ขึ้นไปถึง$40,000ทันที  :OO
 ที่ผมไม่ได้จัดBERNARDELLIไว้ในอันดับของผมด้วยก็เพราะว่าปืนยี่ห้อนี้ตัวสวยๆหายากครับ ผมเข้าใจของผมเองว่าถ้าใครจะจ่ายเงินมากขนาด$40,000ขึ้นไปแล้วเค้าคงไปสั่งยี่ห้ออื่นดีกว่า ;D
 
                                 ;Dอย่าจริงจังมากครับเพราะบอกแต่แรกแล้วว่าจัดอันดับกันสนุกๆครับพี่ๆ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: sig 40 ที่ สิงหาคม 17, 2006, 08:45:22 PM
ขออณุญาติ เพิ่งเข้ามาอ่าน ตามความเห็น ผมว่า อยู่ที่ความพอใจของผู้ใช้มากกว่า ว่าท่านเคยใช้ปืนยี่ห้ออะไรมาบ้าง และชอบใช้ปืนแบบไหน เพราะทุกยี่ห้อมีจุดเด่นและจุดด้อยหลายอย่าง ส่วนลายบนปืนก็อยู่ที่คนแกะลายมีงานมาให้ทำก็ทำปืนจะเลวหรือดีไม่สนขอให้แกะลายแล้วเซ็นชื่อไว้ก็พอ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 17, 2006, 08:54:25 PM
ขออณุญาติ เพิ่งเข้ามาอ่าน ตามความเห็น ผมว่า อยู่ที่ความพอใจของผู้ใช้มากกว่า ว่าท่านเคยใช้ปืนยี่ห้ออะไรมาบ้าง และชอบใช้ปืนแบบไหน เพราะทุกยี่ห้อมีจุดเด่นและจุดด้อยหลายอย่าง ส่วนลายบนปืนก็อยู่ที่คนแกะลายมีงานมาให้ทำก็ทำปืนจะเลวหรือดีไม่สนขอให้แกะลายแล้วเซ็นชื่อไว้ก็พอ
ก็มีส่วนถูกอยู่บ้างนะครับ ส่วนลายบนปืนนั้นช่างบางคนเราต้องรอคิวเป็นปีๆครับถึงจะได้ของและค่าแรงก็แพงมาก ฉนั้นคนที่จะซื้อปืนแกะลายสวยๆพวกนี้คงไม่มีใครซื้อตัวถูกๆและไปเสียเงินค่าแกะลายเป็นหมื่นๆ$USแน่ครับ ช่างแกะลายปืนก็เปลียบได้ดั่งจิตรกรเช่นกันครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: sig 40 ที่ สิงหาคม 17, 2006, 09:01:48 PM

อ้างถึง
ก็มีส่วนถูกอยู่บ้างนะครับ ส่วนลายบนปืนนั้นช่างบางคนเราต้องรอคิวเป็นปีๆครับถึงจะได้ของและค่าแรงก็แพงมาก ฉนั้นคนที่จะซื้อปืนแกะลายสวยๆพวกนี้คงไม่มีใครซื้อตัวถูกๆและไปเสียเงินค่าแกะลายเป็นหมื่นๆ$USแน่ครับ
อ้างถึง
มีครับบางท่านต้องการแค่ลายบนปืนและลายเซ็น โดยการลดต้นทุนปืน เพราะไม่ได้เอาไปยิงหรือยิงน้อยมาก ต้องการแค่ลายเท่านั้น เช่น Rem 870 1100 ที่แกะลายมีมาก แพงมาก แต่ปืนถูกมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 17, 2006, 09:06:26 PM
1100และ11-87เท่าที่ผมทราบแพงที่สุดก็ประมาณ$10,000เท่านั้นครับ วันนี้รีบไปนะครับเดี่ยวกลับมาคุยด้วยใหม่ ยินดีที่มีคนเข้ามาคุยในนี้เพิ่มครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 18, 2006, 03:57:33 PM
เมื่อคืน รุ่นใหญ่ไม่มาเลยครับ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: sig 40 ที่ สิงหาคม 18, 2006, 07:37:40 PM
หนึ่งเดียวก็ต้องนี่เลย Franchi  Imperiale Montecarlo  Side by side  ดุนลาย โดย F. Medici
ด้วยความเคารพ ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 18, 2006, 07:59:56 PM
หนึ่งเดียวก็ต้องนี่เลย Franchi Imperiale Montecarlo Side by side ดุนลาย โดย F. Medici
ด้วยความเคารพ ครับ
คงจะงามน่าดูนะครับ มีรูปให้ดูบ้างมั้ยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: sig 40 ที่ สิงหาคม 18, 2006, 08:36:26 PM
อันดับปืนที่ดีที่สุด สำหรับปืนแฝด
1. อาย่า
2. แฝดเบลเยี่ม ไม่ระบุยี่ห้อ แต่มีตรารับรองเป็นรูปโบลิ่ง มี LG ในนั้น
3. เมอรเคิล ซิมสัน ยีโก้
4. CZ
5. ไบคาน
ส่วน แฝดซ้อน ก็
1. Perazzi
2. beretta
3. Browning
4. CZ
5. ไบคาน
6. คอมแลมเบอร์
เป็นปืนที่พอจะหาได้ ใน กรุงเทพฯ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 18, 2006, 08:42:55 PM
ไม่เอาเดะท่าน (ขอโทษครับใช้คำไม่สุภาพ ลืมไปว่าคุณ Sig 40 อาจอายุมากกว่าผมได้) เอาอันดับปืนอิตาลีครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 18, 2006, 08:47:49 PM
อยากฟังพระอาจารย์ใหญ่ เปิดโลกทัศน์ให้น้องๆฟังบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 19, 2006, 08:00:11 AM
คุณ sig 40 จัดอันดับ ปืนแฝดซ้อนที่พอหาได้ในกรุงเทพ ดูอันดับแล้ว ตก Browning เบลเยี่ยมไปนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 19, 2006, 07:22:40 PM
ต้องขอออกตัวก่อนว่าข้าพเจ้านั้นไม่บังอาจเป็นอาจารย์หรือผู้รู้ได้  เพราะความรู้ที่มีอยู่นั้นน้อยนิด  น้อยกว่าหางอึ่ง  เปรียบเหมือนหิ่งห้อยกับสปอตไลท์ 100,000 W
   ถ้าเมื่อสัก 20 กว่าปีก่อนนั้น  อาจรับได้เพราะอายุยังน้อย มีความกร่าง มีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีความ ทะนงตน ว่าข้านี้แน่  แน่กว่าคนอื่นรู้มากกว่าคนอื่น  ใช้เวลาวันละ 2-3 ชม.  วิ่งเข้าวิ่งออกร้านปืนดูปืนที่เข้ามาทั้งเก่าทั้งใหม่  นั่งคุยกับพวกเกจิเก่าๆ ทั้งหลาย  ตลอดเวลาหลายปี  สมัยก่อนการที่จะหาหนังสืออ่านนั้นยากมากต้องสั่งจากเมืองนอก และไม่รู้ว่าจะสั่งหนังสือเรื่องอะไร ที่ไหน จากไหน หนังสือดีคนเขียนมีความรู้หรือไม่ สั่งมาแล้วแพงมากทั้งค่าหนังสือและค่าส่ง พอได้มาแล้ว ก็อยู่ในตู้ไม่เคยเปิดดูก็มี แต่ปัจจุบันง่ายมากเพียงแต่นิ้วจิ้มแป้นอยากรู้อะไรก็ได้หมด และถ้ารู้ภาษาต่างชาติยิ่งไปโลด  และแล้ววันหนึ่งได้พบคน 2 คน  จึงได้รู้ว่าเรานี้ยังห่างไกลมากกับความรู้ของท่านทั้งสอง  เพราะหนังสือปืนจากทั่วโลกมาอยู่ในห้องทำงานท่าน และ นอกจากหนังสือแล้วยังมี ปืนดีๆให้ลองดูและ ให้ใช้ด้วย แถมอ่านภาษาที่ไม่ใช่ของพ่อแม่เราออกทุกตัวอักษรทุกความหมายกระจ่าง  ทำให้เราตกจากสวรรค์ลงดินเลย  ความรู้ที่เรามีอยู่น้อยนักเมื่อเทียบกับท่านทั้งสอง  และเมื่อท่านบอกให้เราไปเมืองนอกเมืองนาเพื่อดูโลกให้กว้างมากขึ้น  ก็ได้ค้นพบบุคคลที่ให้ความรู้เราทั้งจากอังกฤษ  เบลเยี่ยม  และอิตาลีได้พูดคุยกัน ภารโรง(ยังมีความรู้เรื่องปืนมากกว่าเรานัก)บ้าง   ช่างทำปืนหลายๆ สาขา  บางท่านทำแต่งานไม้  บางท่านทำชุดลั่นไก  บางท่านทำโช็ค  บางท่านสรรหาลำกล้องปืนมาเข้าคู่กัน  บางท่านออกแบบปืนขายให้โรงงานปืนต่างๆ  คราวนี้ไม่ได้เดินกับดินแล้ว เรา ตกลงไปอยู่ใต้ดินเป็นไข่แมลงที่ยังไม่ได้ผสมเชื้อเลย ไม่รู้เมื่อไรจึงจะได้เกิด โอ้ตัวเรานี้หลงตัวเองมานาน
   พวกท่านที่ได้พบนั้นมีความรู้มากกว่าเราหลายร้อยเท่านัก  แม้ท่านทั้งหลายจะให้หนังสือมาท่านละหลายสิบเล่มรวมแล้วเกือบ 100 เล่ม  แต่เราก็ไม่มีปัญญาอ่านหมด  ถึงแม้นอ่านก็ไม่เข้าใจเพราะไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือมามากนัก  และไม่ใช่ภาษาพ่อแม่เราอีกต่างหาก  และคนเล่า (นักเขียน) ก็รู้จริงบ้างรู้ไม่จริงบ้าง  ดำน้ำบ้าง  เพราะจากที่เขาเล่ากับช่างทำคุยกันคนละเรื่องเลย  บางท่านทำปืนเก่งมากมีความรู้มาก  แต่ไม่มีวิญญาณครูเลยเขียนเล่าไม่เป็น  บางท่านมีวิญญาณครูเล่าเขียนเก่งมาก  แต่ความรู้น้อยนิด  ปืนยังไม่เคยเห็นไม่เคยยิง ก็มี ฟังเขาเล่ามาอีกที  มีความรู้เส้นน้อยเนื้อน้อยน้ำมาก
                      เป็นดังนี้กระผมจึงไม่อาจเป็นอาจารย์ได้
  เป็นเพียงแต่เขียนเล่าประสบการณ์ที่เคยสัมผัสเคยใช้เคยเห็นมาเล่าสู่กันอ่านเท่านั้น  คงคุยได้แต่ในวงเหล้ารอบกองไฟเท่านั้น  เอาจริงเอาจังเป็นบรรทัดฐานไม่ได้
                    ขอบ่นตามประสาคนแก่หน่อย
   ส่วนคำถามเรื่องอันดับปืนนั้นคงตอบไม่ได้เพราะที่อิตาลีมีโรงงานทำปืนมากมายหลายสิบยี่ห้อ  เราไม่สามารถไปครบทุกโรงงาน  หรือได้จับต้องได้เห็นได้ใช้ ทุกยี่ห้อ ส่วนมากที่เราๆท่านๆได้เห็นได้รู้จักก็เป็นโรงงานที่เขาโฆษณาเท่านั้น อีกหลายโรงงานไม่โฆษณาก็เลยไม่รู้จัก  อาจจะดีกว่าโรงงานที่เรารู้จักก็ได้
   ปืนดีอันดับหนึ่งหรือเลวอันดับสุดท้าย  ก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละคน  บางคนชอบอันนี้แต่ไม่ชอบอันนั้น  หรือบางกระบอกโรงงานทำออกมาดีมากแพงมาก  แต่ยี่ห้อนี้เคยทำแต่ปืนถูกปืนโหลมาก่อน คนก็ไม่กล้าซื้อไม่แน่ใจ  ก็เลยเลิกทำไป  ปืนยี่ห้อ  ฟรังกี้ ที่ SIG 40 พูดถึง  ได้รางวัลปืนยอดเยี่ยมหลายครั้ง และเลิกทำแล้ว   ผมเคยขอซื้อจากเจ้าของ  โดยให้ขายเป็นน้ำหนักปืนชั่งกิโลเลย   จะเอาโลละเท่าไรบอกมา  เขาบอกว่ารอเขาตายก่อนแล้วค่อยซื้อจากลูกเขา  ราคากิโลนั้นไม่ใช่เศษเหล็กนะครับ เป็น 1 กก.ปืน = 1.5 กก.ทอง  ที่ให้ราคาอย่างนั้นเพราะ ตัวปืนดี คนดุนลายก็แก่มากแล้ว จะหาอีกกระบอกก็ไม่มีแล้วทำก็ไม่ได้แล้ว (ปืนนี้เป็น Pair guns)  หรือปืนที่เราดูแล้วเป็นลูกซองเดียวหักลำชัดๆ กระโจมมือเหมือนลูกซองเดียวทั่วไป หาที่ใส่กระสุนก็ไม่พบ   แต่ยิงไป 5 นัดแล้วยังไม่หมด  ปรากฏว่ายิงได้ 8 นัดเป็น Autoด้วย  แต่เวลาบรรจุต้องหักลำเหมือน  ลูกซองเดียว  กระสุนบรรจุ 8 นัดในพานท้าย  ปีหนึ่งจะทำออกมาไม่ถึง 50 กระบอกเป็นต้น ยี่ห้อ Cosmi (คอสมี่)
   ข้าพเจ้าจึงไม่กล้าบอกว่ายี่ห้อไหนดีกว่ากัน  เพราะองค์ความรู้ยังมีไม่มากและไม่มีโอกาสสัมผัสปืนทุกยี่ห้อ  ปืนที่ผลิตออกมานั้นมีทั้งส่วนดีและส่วนด้อย  คนซื้อก็ชอบไม่เหมือนกัน  และปืนที่โฆษณามากก็ต้องมีค่าการตลาดมาก  ก็บวกเข้าไปในราคาปืน  บางแบบขายถูกได้ก็ไม่ขายเพราะกลัวเสียยี่ห้อ  บางยี่ห้อปืนถูกก็หาช่างแกะลายเก่งๆ ก็ทำให้ปืนแพง  ปืนนั้นค่าแกะลายต้องอยู่ที่ 20-30% ของตัวปืน  ไม่ใช่ปืน 30% ค่าแกะลาย 70%  ถ้าถามว่าแล้วทำไมขายได้ก็เพราะแรงโฆษณาไง  บวกกับความไม่รู้ของคนซื้อ  แล้วยิ่งเราอยู่ต่างเมืองต่างประเทศโอกาสยิ่งมีน้อยนิด
   ช่างแกะลายก็เหมือนกัน  ทุกคนก็มีความชำนาญไม่เหมือนกัน  แต่ถ้าจ้างให้ทำก็ทำ  บางคนแกะลายรูปคนสวย  รูปดอกไม้สวย รูปสัตว์สวย  ถ้าเอาทุกอย่างมาผสมกันแล้วก็ได้อย่างเสียอย่าง  จึงต้องมีกลุ่มศิลปินที่รวมตัวกัน  คนไหนแกะอย่างไรสวยก็แกะไป  ในปืนกระบอกเดียวกันจึงมีคนแกะ 2-3 คนเป็นต้น แล้วลายเซ็นบอกของช่างคนเดียวกันก็เซ็นชื่อไม่เหมือนกันก็มี บางทีใช้ลายเซ็นเล็ก  ลายเซ็นใหญ่  หรือตัวอักษรเลย  เพราะ %การแกะลายบนปืนนั้นทำกี่ %มากหรือน้อยหรือทำ 100% เป็นต้น
         เรามาคุยถึงปืนที่ คนทั่วไปในเมืองไทย จับต้องได้ ขวนขวายหามาได้ ดีกว่า ไม่ใช่มีกระบอกเดียวในเมืองไทย หรือ ปืนที่คนทั่วไปมีไว้ครอบครองไม่ได้ ผิดกฎหมาย .
        วันนี้ได้รับหนังสือมา เล่มหนึ่ง ชื่อ Shotgun ของ คุณวิทยา ผมไม่เคยอ่านมาก่อนเพราะไม่ได้ติดตามหนังสือพวกปืนมานานมากแล้ว เปิดดูก็ดีนะ ถ้าสนใจเรื่องปืนลูกซองก็น่าจะหามาอ่าน  ลองโทรไปที่ 02 972 3434  ซิครับ โดยการโอนเงินให้เขา แล้ว เขาส่งให้
       

   
   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 19, 2006, 07:32:59 PM
คุณอามาแล้ว เมื่อตะกี้ เห็นลงทะเบียนชื่อใหม่แว๊บๆ ว่าต่อด้วยอีเมลแอดแดรส..ไหงกลายเป็นบุคคลทั่วไปซะแล้ว..
...ลงทะเบียนใหม่เถอะครับ เผื่อชาวปืนแฝดจะได้ถามหลังไมค์ได้..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 19, 2006, 08:00:38 PM
ยังคงเข้ามา(แอบ)อ่านทุกวันเหมือนเคยครับ

 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 19, 2006, 09:28:42 PM
พิมพ์ซะยาวเลยนะครับ ;D เดี่ยวต้องเอาอย่างบ้างครับไปขอซื้อปืนราคาเป็นกิโล :OOเอาไว้มีคนลงขายลูกซองก่อนครับจะถามว่า พี่ๆปืนกระบอกนี้กิโลเท่าไร :OO แต่ซื้อเป็นราคากิโลของทองคำไม่ไหวอ่ะครับ :~)


 เรื่องจัดอันดับปืนนี่ก็จริงอย่างที่พี่FABBRIพูดครับ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินกันได้ แต่อันดับของผมนี่ก็บอกแล้วไงครับจัดสนุกๆ ;Dเพราะช่างแกะปืนเองบางทีก็ไปเห็นแกะยี่ห้อนั้นบางทีก็เห็นไปแกะยี่ห้อนี้ ช่างอิตาลีบางทีก็ไปแกะปืนยี่ห้อดังของอังกฤษก็มี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 19, 2006, 11:40:10 PM
  อยากเห็นลูกซองเดี่ยวบรรจุกระสุนในพานท้าย...ยี่ห้อไหนก็ได้ครับ.พี่ FABBRI ช่วยลงรูปและข้อมูลให้น้องๆได้ศึกษาหน่อยครับ...ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: sig 40 ที่ สิงหาคม 20, 2006, 10:33:32 AM
อยากเห็นลูกซองเดี่ยวบรรจุกระสุนในพานท้าย...ยี่ห้อไหนก็ได้ครับ.พี่ FABBRI ช่วยลงรูปและข้อมูลให้น้องๆได้ศึกษาหน่อยครับ...ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ...
ลองดูที่นี่ซิครับ   www cosmi.net
                                        http://shotgunning.tripod.com


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 21, 2006, 11:40:24 AM
อยากเห็นลูกซองเดี่ยวบรรจุกระสุนในพานท้าย...ยี่ห้อไหนก็ได้ครับ.พี่ FABBRI ช่วยลงรูปและข้อมูลให้น้องๆได้ศึกษาหน่อยครับ...ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ...
ลองดูที่นี่ซิครับ   www cosmi.net
 http://shotgunning.tripod.com
ขอบคุณครับ..คุณ sig 40 แล้วปืนประเภทนี้เคยมีเข้ามาบ้านเราหรือเปล่าครับ...มียี่ห้ออะไรบ้างครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 21, 2006, 01:06:52 PM
แม้นว่าความรู้ที่ท่าน FABBRI  ถ่ายทอดให้พวกเราจะเป็นเพียงความรู้จากประสพการณ์อันน้อยนิดของท่าน  ผมก็ขอยกย่องครับ ที่ท่านได้นำมาถ่ายทอดให้เด็กๆ รุ่นหลังได้ทราบข้อมูลในด้านต่างๆ ของปืนที่มีการผลิตและใช้กับบนโลกใบนี้  ผมคิดว่าวิทยาทานที่ท่านมอบให้นี้มีคุณค่ามาก  ดีกว่าผู้รู้แต่ไม่ยอมถ่ายทอด  วิทยาการหรือองค์ความรู้นั้นก็จะดับศูนย์ไปไม่มีการต่อยอดทางแนวความคิด  ซึ่งก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศเราล้าหล้งในด้านนี้ครับ  (นี้เป็นความคิดของผลเองนะครับ ฮิ ฮิ) ขอบคุณอีกครั้งครับท่าน FABBRI   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 21, 2006, 01:28:45 PM
แม้นว่าความรู้ที่ท่าน FABBRI ถ่ายทอดให้พวกเราจะเป็นเพียงความรู้จากประสพการณ์อันน้อยนิดของท่าน ผมก็ขอยกย่องครับ ที่ท่านได้นำมาถ่ายทอดให้เด็กๆ รุ่นหลังได้ทราบข้อมูลในด้านต่างๆ ของปืนที่มีการผลิตและใช้กับบนโลกใบนี้ ผมคิดว่าวิทยาทานที่ท่านมอบให้นี้มีคุณค่ามาก ดีกว่าผู้รู้แต่ไม่ยอมถ่ายทอด วิทยาการหรือองค์ความรู้นั้นก็จะดับศูนย์ไปไม่มีการต่อยอดทางแนวความคิด ซึ่งก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศเราล้าหล้งในด้านนี้ครับ (นี้เป็นความคิดของผลเองนะครับ ฮิ ฮิ) ขอบคุณอีกครั้งครับท่าน FABBRI ;D ;D ;D
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ บางครั้งในหนังสือมีแต่อ่านแล้วไม่เข้าใจ ท่านFABBRI พอพูดถึงหรืออธิบายจะถึงบางอ้อเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 21, 2006, 07:03:42 PM
ข้อความต่อไปนี้  เป็นข้อความส่วนตัวนะครับ อาจจะไม่เหมือนท่านผู้อื่น  ถ้าถูกผิดประการใดก็ขอรับไว้คนเดียว
BERETTA
1.   SO5   เป็นปืนที่ดีมากเหมาะแก่การใช้งานทุกประเภท  ทั้งการกีฬาและล่าสัตว์  ระบบกลไกไว้ใจได้ในทุกๆ ด้าน  สมดุลของปืนดีมากมีลำกล้องที่แข็งแรง  โช็คดีมากเพราะบรรจงปรับแต่งด้วยช่างฝีมือที่ชำนาญ  ถ้าท่านต้องการปืนสำหรับยิง Trap หรือ Skeet ไม่ผิดหวังแน่ๆ  ไกเฉียบคม  แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน  เช่น
1.   ราคาแพงเกินเหตุ
2.   ปืนส่วนมากมีพานท้ายสั่งทำพิเศษ หรือทำจากโรงงาน  เป็นการยากมาก ที่จะเปลี่ยนแปลงใหม่ แก้ไขหรือสั่งอันใหม่
3.   อะไหล่ที่จะเปลี่ยนเมื่อปืนมีปัญหาก็หาไม่ง่ายนัก และ ใช้เวลาในการแก้ไขไม่นานนักแต่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ
2.   ASE GOLD  เป็นปืนที่พัฒนามาจาก ASE 90  ที่เลิกผลิตไปแล้ว  ชุดลั่นไกสามารถถอดเปลี่ยนทั้งชุดได้  หรือเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้นได้ง่ายมาก  ปืนนี้ได้ปรับปรุงล็อคชุดลั่นไกให้แน่หนาขึ้น  ไม่หลุดง่ายๆ และแก้ไขกระโจมมือให้กระชับมากขึ้น  เป็นปืนที่เหมาะกับการยิงเป้าบินมาก  ลำกล้องแข็งแรงมาก ไกยังคงเฉียบคม  แต่มีปัญหาสำหรับเมืองไทยที่อากาศร้อนและนักกีฬามีน้อยคน เวลายิงก็ไม่พร้อมกัน บางครั้งยิงคนเดียว  จึงทำให้ปืนร้อนมาก  ทำให้ Side Ribมักจะแตก  ส่วนโช็คก็ดีเหมือน SO5  การซ่อมแซมขณะแข่งง่ายมาก  ภายในชุดกลไกประณีตบรรจง  มีลายก้นหอยเกือบทุกชิ้นส่วน  แต่ก็มีข้อเสียก็เรื่อง Side Rib แตก  ราคาแพงเกินไป  พานท้ายถอดเปลี่ยนได้ง่ายแค่ไขควงตัวเดียวก็ทำได้แล้ว ถึงแม้นจะมีพานท้ายให้เลือก 2-3 ขนาด  แต่ก็ไม่ดีเท่าสั่งทำ  และการสั่งทำพานท้ายอะไหล่ก็ยากมากเช่นกัน
3.   DT10  ก็คือ ASE GOLD นั่นเอง  แต่ลดต้นทุนลง  คุณภาพยังดีเหมือนเดิม  แต่ลดพวกรายละเอียดต่างๆ ที่ไม่จำเป็น  เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายก็ตัดทิ้งไป  มีบางรุ่นที่ไม่มี Side Rib  ทำให้ตัดปัญหาเรื่อง Rib แตกและลดน้ำหนักปืนให้เบาขึ้น  แต่เวลายิงลำกล้องจะสั่นเหมือนมีสปริง  การเปลี่ยนชิ้นส่วนกลไกขณะแข่งขันง่ายและรวดเร็ว  ราคาพอรับได้  แต่ยังคงมีปัญหาเดิมของปืนยี่ห้อนี้ก็เรื่องสั่งทำพานท้ายเหมือนเดิม  แต่ดีกว่า SO5  ASE GOLD  ที่มีพานท้ายปรับได้แต่น้ำหนักก็มากขึ้น ทำให้หัวเบา ตูดหนัก
4.   682 ทุกรุ่น  ปืนนี้เหมาะกับนักกีฬาที่ตัวค่อนข้างเล็ก ถึงเล็กมาก เช่น หลาน เตย เพราะเป็นปืนที่เบาและเบามากในบางรุ่น  ชุดลั่นไกไม่ดีนักยิงสั่งไม่ได้ดั่งใจ  แต่ถ้าปรับแต่งให้เบาก็มีปัญหาตามมา เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดอาการบึ่ม  (ยิงออกไป 2 นัดเลย)  เป็นปืนที่ราคาไม่สูงนัก  นักกีฬาหัดใหม่ทั่วไปพอรับได้  แต่คุณภาพคับแก้วดีมากสมราคา  ไม่ผิดหวัง  มีพานท้ายทั้งตายตัวและให้ปรับได้ด้วย  ข้อเสียก็คือเมื่อปืนเสียขณะแข่งขันก็ต้องเปลี่ยนปืนใหม่เลย  ไม่สามารถซ่อมแซมให้ทันเวลาที่กำหนดได้  ชุดลั่นไกไม่สามารถถอดเปลี่ยนหรือเปลี่ยนอะไหล่ได้ ง่ายๆ ต้องอาศัยช่างซ่อมปืนทำให้ ปัญหาเดิมๆ ของ BERATTA ก็เรื่องพานท้ายที่มีให้เลือกน้อย สั่งทำก็ลำบาก  ถึงแม้นเอามาตัดแต่งเองหรือให้ช่างไม้ทำให้ อย่างไรก็ไม่ดีเท่าที่ควร ดังที่เคยเล่าแล้ว  ส่วนพานท้ายปรับได้ก็จะหนักทำให้สมดุลปืนเปลี่ยนไป
          โรงงาน BERETTA    เป็นโรงงานใหญ่ ทำปืนหลายแบบมากทั้งปืนสั้นและปืนยาว รวมถึงปืนสงคราม ถึงแม้เขาจะมี แผนก CUSTOM SHOP ให้สั่งทำ แต่ก็ยากมาก ด้วยกฎเกณฑ์ ที่มากมาย บางทีก็ไล่ให้กลับไปเมืองไทยสั่งที่เอเยนต์หลังวัง  รวมถึง คนที่พูดภาษาอังกฤษ ได้ก็มีน้อยจนเกือบไม่มีเลย ถ้าจะหาพวกอะไหล่ก็ยากมากกว่าจะหาได้  บางครั้งต้องถอดเอาจากปืนที่ทำเสร็จแล้ว เอามาให้ พานท้ายก็มีที่ทำแล้วตามสเป็คโรงงาน จะสั่งหลาวใหม่ก็ไม่ได้ ต้องออกไปสั่งร้านที่หน้าโรงงาน
    ท่านลูกซองสั้น ลองขยายความ เมื่อครั้งไปเยี่ยมที่โรงงาน
      ท่าน I am --- ก็เคยช่วยเล่าหน่อยครับ
     วันนี้จบแต่นี้ก่อนครับ แล้วพบกันหน้า



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 22, 2006, 09:53:52 AM
ขอบคุณพี่fabbriครับ  ดีใจที่พี่fabbri login ได้เล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 22, 2006, 09:50:58 PM
PERAZZI
1.  MX 8    MX 2000

   เป็นปืนที่ออกแบบมาตั้งแต่ ก่อนปี 1968 (MX8 ย่อมาจาก Mexico Olympic1968 )และเป็นตำนานของยี่ห้อเลย  ที่มีการแก้ไขก็เฉพาะชุดลั่นไก  และหลังสุดก็เปลี่ยนจากแหนบสปริงมาเป็นสปริงขดลวด 
   เป็นปืนที่ออกแบบโดยนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก Trap ที่ญี่ปุ่นปี 1964  เมื่อผู้ออกแบบเป็นนักกีฬาเป้าบิน  จึงทำให้รู้ว่าต้องออกแบบอย่างไร  จึงใช้ยิงเป้าบินได้ดี ทั้ง Trap & Skeet  ชุดลั่นไกแก้ไขและเปลี่ยนอะไหล่ได้ง่ายมาก  ไกที่โรงงานตั้งมาให้ก็ใช้ได้ดีโดยไม่ต้องปรับแต่งใหม่  แต่เมื่อมีการปรับแต่งใหม่แล้วก็จะทำให้ยิงบึ้มในเวลาต่อมา  ข้อดีของปืนรุ่นนี้คือท่านสามารถสั่งทำได้ทุกอย่างตามที่ท่านต้องการตั้งแต่ยอดศูนย์หน้า Rib  ความยาวลำกล้อง  โช็ค  น.น.ปืนโดยรวม  โดยเฉพาะพานท้ายกับกระโจมมือ  สั่งได้ตามใจชอบจะเอาขนาดน้อง Nat หรือ ลูกเกดก็ได้  แต่ต้องตั้งความหวังไว้ 70-80% ตามที่เราสั่ง  เท่านั้น  ไม่ใช่จะมีแต่ข้อดีเท่านั้น  ข้อเสียก็มีโดยเฉพาะรุ่นเก่าๆ Side Rib มักจะแตก  แต่รุ่นใหม่ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้ว  ปัญหานี้จึงตัดไป  ข้อเสียต่อมาก็แหนบชุดลั่นไกมักจะหักบ่อยๆ ก็แก้ไขเป็นสปริงขดแทนแต่ไกไม่ดีเท่าแหนบสปริง  เข็มแทงชนวนก็หักแต่ก็เปลี่ยนได้ง่ายมาก  ราคาพอรับได้และหาซื้อได้บางครั้งในเมืองไทย
2.   MX 2000
   ก็คือ MX 8 นั่นแหละ  แต่มีการแกะลายเลข 2000ลงไปเท่านั้น
3.   MX 10
   ก็คือ MX 8 นั่นอีกเช่นกันเพียงแต่ทำให้ยุ่งยากมากขึ้น  ถ้าคนประสาทไม่ค่อยดีอย่าได้ใช้เพราะจะทำให้ท่านประสาทแดกมากขึ้น  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมันสามารถปรับ Top Rib ให้สูงต่ำได้ 3 ขั้น  แถมพานท้ายยังปรับสูงต่ำซ้ายขวาอีกด้วย  นอกจากทำให้ปืนหนักขึ้นแล้วยังทำให้ปวดหัวอีกด้วย  เมื่อตอนโรงงานออกรุ่นนี้ใหม่ๆ เป็นที่ฮือฮามาก  ทุกสนามเป้าบินในอิตาลีนักกีฬาเกือบทุกคนใช้  แต่อีก 2 อาทิตย์ต่อมากลับหายไปอย่างรวดเร็ว MX 8  ธรรมดากลับมาแย่งตำแหน่งคืน  สาเหตุเพราะคนยิงปืนยิงดีหรือยิงไม่ดีไม่เคยโทษตัวเองโทษแต่ปืน  ทะเลาะกับลูก กับเมีย กับกิ๊กมาก็โทษปืน  ปรับทุกวันจนประสาทแดก  ถ้าท่านประสาทไม่แข็งกับร่างกายไม่สมบูรณ์แล้วไม่แนะนำให้ใช้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 23, 2006, 09:42:48 AM
พี่ครับแล้วปืนด้ามงาช้างที่ผมถามไปนั้นไม่ทราบว่าพี่มีความเห็นยังไงบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 23, 2006, 03:07:33 PM
งาช้างแพงนะ ทำแค่ด้ามปืนพกยังราคาแพงเลย เอามาทำพานท้ายปืนลูกซอง งาต้องใหญ่มาก ไม่ไหวมั้ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 23, 2006, 06:48:05 PM
พี่ครับแล้วปืนด้ามงาช้างที่ผมถามไปนั้นไม่ทราบว่าพี่มีความเห็นยังไงบ้างครับ
ต้องขออภัยคนแก่ขี้หลงขี้ลืม  FAMARS นะรู้จักมีชื่อเสียงการทำปืนนกนอก แต่ไกเดี่ยวนะ ขึ้นนกก็ ออโต้ ดีดปลอกก็ออโต้และที่มีชื่อมากที่สุดก็ แฝด 20G สี่ลำกล้อง
   ส่วนปืนงาช้างนั้น เป็นงาช้างอัฟริกา ปืนน่าจะมีน้ำหนักมาก ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยโอบกอด อุ้มลงซ--- พิมพ์ผิด ลงสนามยิงและเจ้าของเขาคงไม่ให้เราเป็นกิ๋กแน่  แต่ที่รู้แน่นถ้าไม่ล้างทำความสะอาดให้ดีนะ กุดถัง ไท้กอ สมัยนี้เรียกโรคเรื้อน เป็นแน่ๆดีไม่ดี HIV เลย อย่าคิดมาก สนิมนะ เพราะงาช้างเค็มมาก ทำให้ปืนเป็นสนิมได้ง่าย เมื่อสมัยก่อน รุ่นเก๋าชอบมาก งัดมาอวดทีไร สนิมรัปทานทุกที อย่าว่าแต่เขาของเราเองก็เน่า
   มีบางท่าน บอกว่า ช่วงหลังๆเขียนยาวๆ และ กระด้างไม่สนุกอยากให้เล่าสั้นๆ แบบไทยแปลไทยดีกว่า อ่านไปหัวเราะไป แบบก้วยเตี๋ยวเรือ  ชามใหญ่ๆก้วยเตี๋ยวน้อยๆน้ำน้อยๆ ใส่กันชามากหน่อย กาแฟเม็ดมะขามคั่ว น้ำตาลชนิดเจ้าของโรงงาน ยกนิ้ว น่าจะดีกว่า  บะหมี่กระปอ๋ง สำเร็จรูป แถมไม่มีน้ำอีก พวกทั่นว่าอย่างไร จะได้ทำให้ถูกใจ แควนๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: minicooper ที่ สิงหาคม 23, 2006, 07:26:48 PM
ดีใจที่เห็นท่าน fabbri อีก ติดตามอ่านกระทู้นี้ได้ความรู้มากมาย ดีมากๆ ที่ได้อ่านประสบการณ์ ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว ผมเองไม่มีพื้นฐานเรื่องลูกซองมาก่อนเลยครับ ....


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 24, 2006, 12:18:56 PM
พี่ครับแล้วปืนด้ามงาช้างที่ผมถามไปนั้นไม่ทราบว่าพี่มีความเห็นยังไงบ้างครับ
ต้องขออภัยคนแก่ขี้หลงขี้ลืม FAMARS นะรู้จักมีชื่อเสียงการทำปืนนกนอก แต่ไกเดี่ยวนะ ขึ้นนกก็ ออโต้ ดีดปลอกก็ออโต้และที่มีชื่อมากที่สุดก็ แฝด 20G สี่ลำกล้อง
 ส่วนปืนงาช้างนั้น เป็นงาช้างอัฟริกา ปืนน่าจะมีน้ำหนักมาก ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยโอบกอด อุ้มลงซ--- พิมพ์ผิด ลงสนามยิงและเจ้าของเขาคงไม่ให้เราเป็นกิ๋กแน่ แต่ที่รู้แน่นถ้าไม่ล้างทำความสะอาดให้ดีนะ กุดถัง ไท้กอ สมัยนี้เรียกโรคเรื้อน เป็นแน่ๆดีไม่ดี HIV เลย อย่าคิดมาก สนิมนะ เพราะงาช้างเค็มมาก ทำให้ปืนเป็นสนิมได้ง่าย เมื่อสมัยก่อน รุ่นเก๋าชอบมาก งัดมาอวดทีไร สนิมรัปทานทุกที อย่าว่าแต่เขาของเราเองก็เน่า
 มีบางท่าน บอกว่า ช่วงหลังๆเขียนยาวๆ และ กระด้างไม่สนุกอยากให้เล่าสั้นๆ แบบไทยแปลไทยดีกว่า อ่านไปหัวเราะไป แบบก้วยเตี๋ยวเรือ ชามใหญ่ๆก้วยเตี๋ยวน้อยๆน้ำน้อยๆ ใส่กันชามากหน่อย กาแฟเม็ดมะขามคั่ว น้ำตาลชนิดเจ้าของโรงงาน ยกนิ้ว น่าจะดีกว่า บะหมี่กระปอ๋ง สำเร็จรูป แถมไม่มีน้ำอีก พวกทั่นว่าอย่างไร จะได้ทำให้ถูกใจ แควนๆ
เอาแบบก๋วยเตียวเรือ ใส่ใบหลายแฉก อ่านแล้วมันกว่าครับ อย่าลืมใส่เจ้อ้อยบีเอ็มกับน้องแน๊ท ด้วยนะครับ อ่านแล้วมันถึงใจครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: sig 40 ที่ สิงหาคม 24, 2006, 07:13:33 PM
ผมว่า เอาเนื้อ กับน้ำ ดีกว่านะครับ แฟนๆหายไปไหนกันหมด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 24, 2006, 07:19:59 PM
.................... พวกทั่นว่าอย่างไร จะได้ทำให้ถูกใจ แควนๆ

 ;D ;D

ไม่ว่าอย่างไรครับ

อย่างไรก็ตามอ่านครับ

ที่อยากรู้ตอนนี้ก็คือ แพทเทอร์นของเม็ดลูกปราย อย่างไหนดี อย่างไหนไม่ดี อย่างไร

ยิงแล้ว หมอนควรจะเข้ากลางกลุ่มลูกปรายหรือไม่ อย่างไร ทำนองนี้ครับพี่

 ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 24, 2006, 08:26:15 PM
27นี้ผมอยากกินเนื้อตุ๋นจังเลยครับทำไงดี :~)สงสัยต้องต้มกินเองที่บ้านซะแล้ว ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 24, 2006, 09:32:31 PM
กลุ่มที่ดี คือกลุ่มกลมสวย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 นิ้ว มีเม็ดลูกปรายปะทะเกลี่ยไปทั่วระยะช่องไฟเท่าๆกัน ขอให้นึกภาพถึงเราเอาตาข่ายวางทาบไปบนรูปวงกลม ขนาดที่ว่า และมีลูกปรายตกอยู่ในช่องตาข่ายทุกช่องๆละ 1 เม็ด ถ้ากระสุนที่เรายิงมีจำนวนเม็ดลูกปราย 500 เม็ด เราก็อยากจะมีจำนวนช่องตาข่ายที่ว่า 500 ช่องเหมือนกันครับ

อ่านแล้ว อยากได้ลำกล้องพร้อมโช้คแบบว่าไหมหละครับ มีนะครับ ไม่ใช่ว่าเป็นแค่ลำกล้องในฝัน นักเขียนอเมริกันเคยทดสอบปืน Beretta ซึ่งใช้เหล็ก Bohler antinit steel ทำลำกล้อง ยิงได้กลุ่มในฝันนี้จริงๆครับ เป็นการทดสอบที่ระยะ 40 หลา และลำกล้อง 30 นิ้ว Full chok จากปืนรุ่น ASE 90 ผมไม่รู้ว่าที่ระยะใกล้กว่านี้ หรือระยะอื่นๆ กลุ่มที่ได้จะมีระยะช่องไฟแบบนี้หรือไม่นะครับ ลักษณะช่องไฟแบบนี้พบในปืนรุ่น SO ด้วยนะครับ



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 24, 2006, 10:31:53 PM
ไอ้หยาอาตี๋ อั้วว่าแล้ว ใจเย็นๆ เดี๋ยว อาเฮียอีก็มาตอบเอง   แต่อีลืมตอบว่า หมอนนะไปสักไม่กี่น้ำ ก็ตกแล้ว ไม่น่าเกิน25 เมตร ถ้ายิง ในระดับ มุม 45 องศาจากพื้น มีปัญหาก็เมื่อมือบอน เอากระสุนไปขวั้น ที่โคนปลอก เวลายิงไป มันไปทั้งยวง ทั้งพวง ไม่แตกแยก ก็จะกลายเป็นลูกทองแดง ไม่ครบพวง ยิงไม้ก็หนาๆก็แตกกระจาย แต่ แต่ ระวัง พลาสติกไปไม่หมด ติด ลำกล้องแล้วยิงตามไป ก็ฮิฮิตัวใครตัวมัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 24, 2006, 11:03:06 PM
อันนี้มันลูกโดดกะเหรี่ยงนะจะ ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 25, 2006, 07:40:52 AM
............ ระวัง พลาสติกไปไม่หมด ติด ลำกล้องแล้วยิงตามไป ก็ฮิฮิตัวใครตัวมัน

ก็ลูกโดดกะเหรี่ยงนี่ครับ ไว้ให้ยิงกับอีเดี่ยว ยิงแล้วหักลำ แล้วส่องดูก่อน

ไม่มีเศษปลอกค่อยใส่ยิงใหม่ เอามาใส่กับปั๊ม หรือ ออโต ก็เสียวหน่อยครับ....อิอิ

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 25, 2006, 08:00:21 AM
ผมเคยเห็นลูกปรายเบอร์ 9 ควั่นปลอก ยิงต้นกล้วยขนาดใหญ่สุดๆ ระยะสัก 2 เมตร บึ้มเดียวต้นกล้วยล้มครื่นเลย แทบขาดสองท่อน แต่ว่าจะยิงในปืนของใคร ใครก็ควรจะทำประกันชีวิตไว้ด้วยนะครับ กระสุนทั้งนัด(ไม่รวมครึ่งหลังของปลอกกระสุน)บังคับให้มันผ่านลงไปในลำกล้อง ซึ่งโดยปรกติควรมีแค่เม็ดลูกปรายที่อยู่ในหมอนเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าแรงดันในรังเพลิงมันจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไหร่ ปืนไม่แตกคามือ ก็เรียกว่าโชคช่วยนะครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 25, 2006, 09:34:51 AM
พี่ๆเหมือนรู้ใจผมว่ากลับบ้านมาวันนี้จะมาถามเรื่องกระสุนควั่นปลอกพอดี เพราะว่าเห็นเค้าลงทดสอบกัน กลับมาไม่ต้องถามเลยเพราะมีคำตอยเรียบร้อย เห็นเค้าบอกว่ายิงกับปืนแฝดถ้าจะดี ไม่ทราบว่าเอาAYA NO 1 DELUXE 20 ga.มายิงแล้วแรงปะทะจะขนาดไหนน้าผมอยากรู้จริงๆเลย :OO
                                                                   ขอบคุณทุกท่านครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 25, 2006, 10:08:00 AM
เอาลูกควั่นปลอกยิงใน Aya หนะหรือ แรงปะทะอาจจะยังไม่ทันรู้สึกนะครับ  แต่อาจจะไปรู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาลซะมากกว่านะ
ที่ผมเคยเห็นเขายิงหละ เขาใช้ปืน Remington 870 ยิงครับ คือเขาถามว่าเชื่อไหมว่าลูก skeet ยิงต้นกล้วยขาดสองท่อนได้ ผมไม่เชื่อ เขาก็ยิงฮิบให้ดู  ระยะแค่สองเมตร บึ้ม  ต้นกล้วยล้มครื่นเลย ผมงงมากมันเป็นไปได้อย่างไร หันไปดู เห็นเขาคัดปลอกออกมา มันมีปลอกกระสุนแค่ครึ่งเดียว  คนยิงยิ้ม แล้วบอกว่าลูกโดดยามยาก ยิงระยะใกล้ Ok  la  พี่จะลองบ้างไหม เดี๋ยวควั่นให้ลอง ผมเดินหนีแทบไม่ทัน งงนะ ผมคงจะใส่พระดีมั่งครับ รอดมาได้ก็แสนจะมีบุญเลย ใครอยากมือบอนลองดูก็เชิญครับ แต่ไม่ต้องเรียกผมไปดูใกล้ๆอีก ผมจำไม่ได้ว่าวันนั้นใส่พระองค์ไหน เดี๋ยวปลุกพระไม่ถูกองค์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 25, 2006, 10:25:23 AM
ฮึๆๆๆๆๆสงสัยพี่จะห้อยพระรอดรึเปล่าครับ 870ยังยิงได้ทำไมอาย่าของเราจะสู้ไม่ได้ แต่ผมก็คนนึงละครับที่ไม่เล่นด้วยแน่ :~)กลัว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 25, 2006, 07:27:14 PM
โอ้ย ท่านถ้าระยะ สองเมตรไม่ต้องควั่นหรอกเอาทั้งแท่งนะก็มีผลเท่ากัน มีเรื่องเล่าเล่นๆนะอย่าเอาจริงจัง เหมือนระเบิดการเมือง ดังที่เราๆท่านๆรู้ๆกันอยู่ เต็มสองหู เรื่องๆๆอะไร ว่าพวกชาวป่านะอย่าคิดอื่นไกลไปไย ชอบใช้อีเดี่ยวยิ่งโคนเหลี่ยมตราเสือทั้งเสือจริงและเสือแถวๆคลองถ่านหลังวัง ลำกล้องยาว30-32นิ้ว จะได้อุ้มลูกดี ส่วนกระสุน ก็มีหลายแบบ ทั้งยิงแล้วปลอกเก่ามาใส่ แก๊ปเด็กเล่นใส่หมอนใส่ดินตำเอง ที่ร้ายกว่านั้นก็เล่นดินที่อยู่ในลูกระเบิดมือสมัยสงครามโลก เม็ดก็ซื้อที่ร้านขายของชำ ก็ยัดใส่เข็มขัดกระสุนเส้นงาม ในเข็มขัดนั้นก็มีทั้ง SG หรือ OOB หรืลลูก 100 ที่พรานกรุงทิ้งไว้ให้เมื่อเสร็จศึก  แต่เก็บไว้จนเก่า ไม่ใช้เพราะเสียดาย ก็เลยเสียจริงๆ พอตามรอยไปเจอรอยกระทิง ก็จัดการ ควั่นกระสุนสัก 3-4นัด เสร็จแล้วก็บรรจงยัดใส่อีเดี่ยวอย่างบรรจง บรรจงนะครับ ไม่ใช่ลวกๆจิ้มๆ อีก2-3นัด ก็ใส่เข็มขัดเส้นใหม่ที่พรานกรุงให้มาอีกนั่นแหละ ยังใหม่อยู่เลยแน่นเปีร๊ยะเหมือนน้องนักศึกษาแน่นทั้งบนสั้นทั้งล่าง พอเห็นแล้วปืนชี้เล็งเลย กระทิงนะอย่าคิดมาก กดเปรี้ยงรักแร้แดงแน่ๆ สาวน้อยหันมาชำเลืองตามองอีตาบ้าแถมลมเป็นใจ หวนกลับไอ้เฒ่าลามก อยู่นั่นเอง ตาพรานก็แสนจะดีใจ ถูกหว่างขาแน่ ด้วยความรีบร้อนขอรอบสอง ดึงกระสุนในเข็มขัดต้องออกแรงหน่อยมันแน่น เหมือนกินไวอาก้า พองเต็มที่ ยัดใส่ปืนเลย กดเลย มันไม่เปรี้อง หรือ บาราฮึ่ม มันดังแปะ หดจุดจู๋ เพราะ มีแต่โคนกระสุนส่วนที่เหลือมันไม่ยอมสู้มุดอยู่ในเข็มขัด สาวน้อยก็ถึงตัวแล้ว พี่ไม่ต้องน้องย่ำเอง
  ตอนใส่ครั้งแรกก็บรรจงดีหรอก แต่เวลาตื่นเต้นรีบร้อน ตามองแต่เป้า ไม่รู้หรอกว่ายัดลูกอะไร กระสุนสมบูรณ์ หรือเปล่า ยิงไปก็มีแต่ดินปืน เพราะกระสุนที่ควั่นไว้แตก เม็ดตะกั่วหายหมด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 25, 2006, 08:36:32 PM
ไม่รอดครับพรานคนนี้ พี่เล่ามาผมเองนึกถึงเรื่องจริงเวลาไปยิงปืนของชาวบ้านในป่าเลย โอ้โหแต่ละกระบอกเห็นสภาพแล้วกลัวเวลายิงแล้วมันระเบิดจังเลยครับ แต่ก็เห็นพวกชาวบ้านใช้กันได้ฉมังนัก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 25, 2006, 10:01:06 PM
พรานบ้านป่าตัวจริงหนะใจถึงยิ่งนัก เห็นกระทิงตัวขนาดน้องๆธิดาช้างเป็นเห็นหมูจากฟาร์ม CP ไปหมด เดิมก็ใช้แต่ปืนแก็ปทำเอง นี่ได้เดี่ยวเบลเยี่ยมตราเสือ สั่งพิเศษยิงลูกโดดได้  บอกได้คำเดียวว่า บ่หยั่น แต่ว่าพี่ Fabbri น่าจะใส่เสียงซาว์ดเอฟเฟคผิดนา ไม่น่าจะเป็นบาราฮึ้ม นั่นมันเสียงไรเฟิลแฝด เสียงเอฟเฟคของพรานเดี่ยวตราเสือน่าจะเป็น แป๊ะ...โป้ง  มากกว่านา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 25, 2006, 11:40:20 PM
ไม่ได้เข้ามาอ่านหลายวัน ข้อมูลแน่นเหมือนเดิม มิหนำซ้ำมีเกร็ดการทำลูกโดดยามยากด้วย..แต่ผมขอผ่าน เพราะตุนลูกโดดไว้แล้ว..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 26, 2006, 04:59:05 AM
ไม่ได้เข้ามาอ่านหลายวัน ข้อมูลแน่นเหมือนเดิม มิหนำซ้ำมีเกร็ดการทำลูกโดดยามยากด้วย..แต่ผมขอผ่าน เพราะตุนลูกโดดไว้แล้ว..
ตุนไว้เยาะอย่าเอามายิงเล่นหมดนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 26, 2006, 08:11:24 AM
หลายวันนี่ ผมก็คิดถึงน้องคิมของคุณ mosino เหมือนกันนะครับ น้องอมยิ้มสวยเหมือนเคย แย่จังนะ พี่ Fabbri เก็บน้องตาคมไว้ดูคนเดียวซะแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:01:24 PM
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ  ท่าน mosino ที่สูญเสีย แม่ ยาย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:06:31 PM
เสียใจด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: KB20 ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:13:40 PM
                   เช่นกันครับ ผมขอแสดงความเสียใจกับพี่ mosino ด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:18:33 PM
  เสียใจด้วยครับ. คุณ mosino


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:20:30 PM
ขอบคุณทุกท่านมากครับ..ท่านเสียด้วยโรคไตวาย รักษาตัวมาปีกว่า..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:26:21 PM
ขอบคุณทุกท่านมากครับ..ท่านเสียด้วยโรคไตวาย รักษาตัวมาปีกว่า..
แม่ผมเองก็เสียชีวิตด้วยโรคไตครับ ผมยังจำอาการแม่ได้ดีน่าสงสารมากครับ ผมเองยังต้องคิดไปว่าแม่ไปสบายนะครับเพราะตอนอยู่ก็ทรมานมาก :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:26:37 PM
เสียใจด้วยครับ  ลูกโดดที่ว่าของยี่ห้ออะไรครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:32:50 PM
พรุ่งนี้ จะยิงไหมหละ ผมจะควั่นลูก RC ให้ แต่ว่าหาปืนมาเองนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:33:16 PM
แย่จังนะ พี่ Fabbri เก็บน้องตาคมไว้ดูคนเดียวซะแล้ว

ไม่กี่ปีก่อน เห็นคนรายงานข่าวกีฬาเรียก"ทีมสาลิกาดง" ผมไม่ทราบว่าคือทีมอะไร 
เพราะสมัยผมชอบเตะฟุตบอล ก็เรียกชื่อกันตรง ๆ ไม่ได้มีฉายามากมายเหมือนศัพท์แสงสมัยนี้   จนตามไม่ทันครับ อย่างน้องตาคมนี่ นึกไม่ออกจริงๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:35:22 PM
เสียใจด้วยครับ ลูกโดดที่ว่าของยี่ห้ออะไรครับ
Federal rifled slug hollow point  1 oz กับ 1 1/4 oz ครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 26, 2006, 10:41:31 PM
กลับไปผมต้องไปเดินหาลูกโดดหน่อยครับไม่รู้บ้านเราราคาเท่าไรแล้วส่วนมากที่มีเป็นลูกของอะไรครับ มีเพื่อนๆผมมันอยากลองยิงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 26, 2006, 11:01:45 PM
เสียใจด้วยครับ ลูกโดดที่ว่าของยี่ห้ออะไรครับ
Federal rifled slug hollow point 1 oz กับ 1 1/4 oz ครับ..

ผมรู้จักท่านหนึ่งเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัย  ท่านมีกระสุนดีๆ เก็บไว้มาก  รวมทั้ง Federal Slug นี้ด้วย ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณ mosino หรือไม่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 26, 2006, 11:27:00 PM
เสียใจด้วยครับ ลูกโดดที่ว่าของยี่ห้ออะไรครับ
Federal rifled slug hollow point 1 oz กับ 1 1/4 oz ครับ..

ผมรู้จักท่านหนึ่งเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัย ท่านมีกระสุนดีๆ เก็บไว้มาก รวมทั้ง Federal Slug นี้ด้วย ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณ mosino หรือไม่
ไม่เกี่ยวข้องครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 26, 2006, 11:33:42 PM
พรุ่งนี้ จะยิงไหมหละ ผมจะควั่นลูก RC ให้ แต่ว่าหาปืนมาเองนะ
ผมเข้าไปดูการทดลองควั่น มาแล้วครับ ได้ผลน่าพอใจนะครับ แม่นเชียว ..ยิงจาก บราวนิง เอ 5 ด้วย  ;D
http://www.gunsandgames.com/smf/index.php/topic,20914.msg545892.html#msg545892


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 27, 2006, 02:55:25 AM
ขอบคุณทุกท่านมากครับ..ท่านเสียด้วยโรคไตวาย รักษาตัวมาปีกว่า..
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ สิงหาคม 27, 2006, 07:10:44 PM
ขอบคุณทุกท่านมากครับ..ท่านเสียด้วยโรคไตวาย รักษาตัวมาปีกว่า..

ขอแสดงความเสียใจด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ สิงหาคม 27, 2006, 07:16:54 PM
 :) :) :)

วันนี้ดีจังครับ พี่ๆ ในกระทู้ ไปสนามเป้าบินเยอะจัง จนไม่รู้ใครเป็นใคร
เพราะกำลังหัวหมุนกับ super no bird อยู่ครับ รอบสุดท้ายรอบเดียว เจอ 7 no bird
เล่นเอางง ยิงไม่เป็นไปเลยครับ  ;D ;D ;D

ผมเพิ่งรู้ว่าพี่ steel คือคนนี้ ทั้งๆ ที่ก็เห็นพี่ในสนามหลายครั้ง ไม่บอกกันมั่งเลย
ส่วนพี่choltit ก็ตัวจริงหล่อกว่าในรูปนะขอรับ  ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 27, 2006, 07:29:30 PM
เอารูปมาฝากกันบ้างสิครับท่าน คนอยู่ไกลอิจฉานะจะบอกให้ :-*


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 27, 2006, 08:02:19 PM
วันนี้สมาชิกในเวปไปสนามเป้าบินกันเยอะเลยค่ะ ... อบอุ่นดีจัง  :)
แล้ววันนี้ต้องขอขอบคุณอาลูกซองสั้นมากเลยค่ะสำหรับเสื้อยิง skeet ที่ให้ Teay มาและก็คำแนะนำดีๆสำหรับการยิง
และต้องขอบคุณคุณลุง FABBRI สำหรับอาหารกลางวันของนักกีฬาและผู้ติดตามค่ะ
วันนี้ teay อาจยิงไม่ดีตามที่คาดไว้แต่คราวหน้าถ้าได้ใส่เสื้อของคุณอาลูกซองสั้นต้องยิงดีกว่านี้แน่ค่ะ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 27, 2006, 09:12:42 PM
วันนี้สมาชิกในเวปไปสนามเป้าบินกันเยอะเลยค่ะ ... อบอุ่นดีจัง :)
แล้ววันนี้ต้องขอขอบคุณอาลูกซองสั้นมากเลยค่ะสำหรับเสื้อยิง skeet ที่ให้ Teay มาและก็คำแนะนำดีๆสำหรับการยิง
และต้องขอบคุณคุณลุง FABBRI สำหรับอาหารกลางวันของนักกีฬาและผู้ติดตามค่ะ
วันนี้ teay อาจยิงไม่ดีตามที่คาดไว้แต่คราวหน้าถ้าได้ใส่เสื้อของคุณอาลูกซองสั้นต้องยิงดีกว่านี้แน่ค่ะ ;D

เสื้อ Markman เบอร์ 36 ที่ให้ไปตัวนี้พาผมไปแข่งหลายประเทศแล้วนะครับ เบอร์ 36 เป็นตัวเล็กที่สุดแล้วครับ แต่ดูเหมือนยังจะใหญ่ไปหน่อยใหญ่ไปก็เก็บเอาไว้ก่อน ยังไงก็ได้ใช้ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 27, 2006, 09:46:33 PM
ก๋วยเตี๋ยววันนี้ เนื้อนุ่มและอร่อยกว่าปลาครับ
บรรยากาศวันนี้ สนามไม่ต่างไปจากเมื่อก่อนเลย  แต่คนเปลี่ยนไป มีคลื่นลูกใหม่มากมาย  ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 27, 2006, 10:11:44 PM
วันนี้พี่ Fabbri เอาปืนในฝันของผม (ฝันลมๆแล้งๆและไม่เคยเป็นจริง) ไปให้น้องๆหลานๆได้ชื่นชมสองกระบอก คือ Purdey รุ่น prewar ซะด้วย  และอีกกระบอกนึงสุดยอดของปืน over/under จากอิตาลี คือ Fabbri ลวดลาย majestic

คืนนี้ผมจะนอนหลับฝันหวานนะครับพี่ Fabbri ผมตั้งใจว่าคืนนี้ผมจะฝันว่าถูกล๊อตเตอรรี่รางวัลที่ 1 สักคู่สองคู่นะ แล้วพรุ่งนี้พี่ช่วยสั่งให้ผมสักกระบอกนะพี่นะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 27, 2006, 10:15:05 PM
ถ้าแบบนั้นเรียกลาย majestic  แล้วแบบไรเฟิลแฝด .416ริกบี้ เรียกว่าลายอะไรครับ  ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 27, 2006, 10:50:52 PM
เรียกว่า game scenes ครับ แกะลาย African elephant และ cape buffalo
สินค้า otop จากบ้านอรัญญิกเยอรมันแดง ของดีราคาถูกนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 28, 2006, 01:36:55 AM
เอารูปมาฝากกันบ้างสิครับท่าน คนอยู่ไกลอิจฉานะจะบอกให้ :-*
ต้องขอโทษจริงๆครับ วันนี้รีบมากเลยลืมเอากล้องไปครับ อีกในนึงอาจเป็นการยั่งยุให้รีบกลับมาเร็วๆก็ได้นะครับ   
                                                                                                       ขอขอบพระคุณพี่FABBRIเป็นอย่างสูงครับ
                                                                                                              อาหารอร่อยมากครับ
                                                                                                     


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 28, 2006, 01:41:46 AM
วันนี้สมาชิกในเวปไปสนามเป้าบินกันเยอะเลยค่ะ ... อบอุ่นดีจัง :)
แล้ววันนี้ต้องขอขอบคุณอาลูกซองสั้นมากเลยค่ะสำหรับเสื้อยิง skeet ที่ให้ Teay มาและก็คำแนะนำดีๆสำหรับการยิง
และต้องขอบคุณคุณลุง FABBRI สำหรับอาหารกลางวันของนักกีฬาและผู้ติดตามค่ะ
วันนี้ teay อาจยิงไม่ดีตามที่คาดไว้แต่คราวหน้าถ้าได้ใส่เสื้อของคุณอาลูกซองสั้นต้องยิงดีกว่านี้แน่ค่ะ ;D


เสื้อ Markman เบอร์ 36 ที่ให้ไปตัวนี้พาผมไปแข่งหลายประเทศแล้วนะครับ เบอร์ 36 เป็นตัวเล็กที่สุดแล้วครับ แต่ดูเหมือนยังจะใหญ่ไปหน่อยใหญ่ไปก็เก็บเอาไว้ก่อน ยังไงก็ได้ใช้
พี่ครับพี่ไม่มีเบอร์44เหลือบ้างหรือครับ เอาแบบใส่รับถ้วยมาแล้วยิงดีครับ(ล้อเล่นนะครับ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ สิงหาคม 28, 2006, 07:44:42 AM
:) :) :)


ส่วนพี่choltit ก็ตัวจริงหล่อกว่าในรูปนะขอรับ  ;)

จริงๆครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Iamshootinghere ที่ สิงหาคม 28, 2006, 07:48:14 AM

และต้องขอบคุณคุณลุง FABBRI สำหรับอาหารกลางวันของนักกีฬาและผู้ติดตามค่ะ


นั่นน่ะสิครับ ก๋วยเตี๋ยวของท่าน Fabbri นี่อร่อยเสมอเลย น่าเสียดายที่ผมเดินไปเดินมามากไปหน่อย เลยได้ทานแค่ชามเดียวเอง

ไม่เป็นไรผมจะคอยตอน Sporting Clay อีกทีนะครับท่าน :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ สิงหาคม 28, 2006, 08:34:23 AM
อือๆๆอยากกินเนื้อตุ๋น ท่านkatใจร้ายมากครับแบบนี้เป็นบาปนะครับท่าน ;D

ไม่เป็นไรครับเดี่ยวพรุ่งนี้ผมไปUS OPENแล้วเดี่ยวจะเอารูปมายั่วบ้างฮาๆ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 28, 2006, 08:43:55 AM
สุดยอด ที่ได้ไปสนาม ทุกคนน่ารักให้ให้คำแนะนำที่ดี(ตาใสขึ้นมาก) เนื้อตุ๋นอร่อยมาก
เด็กๆๆซนไปหน่อยต้องขอโทษด้วย(แต่กลับบ้านถามอะไรรู้เรื่องหมด)และที่สำคัญได้เห็นได้สัมผัส
เหล็กและไม้ ที่ใส่ความรู้ความสามารถความปราณีละเอียด และอดทนทำให้ได้งานที่สุดยอด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 28, 2006, 09:56:12 AM
เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงาน  :'(   :'( :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 28, 2006, 11:29:50 AM
คุณ steel กล่าวเหมือนงงๆนะ สงสัยยังไม่ค่อยรู้สึกตัว จำได้แค่ไม้กับเหล็ก เมื่อคืนนอนตาค้างรึเปล่าครับ  สำหรับผมแย่จัง หลับยาวถึงเช้ารวดเดียว ไม่ฝันเลยแฮะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 28, 2006, 07:26:02 PM
เสียดายจังดันติดธุระ  อดยลโฉม  Purdey  เลย  งานหน้ามีเมื่อไรบอกด้วยนะคร๊าบบบบบ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 28, 2006, 07:45:20 PM
เงิน                มีมากเท่าไร  ก็ไม่สามารถซื้อปืนได้หมด
ปืน                 มีเงินแค่ไหน  ก็ซื้อไม่ได้
น้ำใจ + เงิน   สามารถซื้อปืนได้ถูกและดี
  กระผมรวยล้นฟ้า ซื้อ ประเทศยังได้ อีหนูในอ่างทองคำ เบอร์ เรียง เบอร์ ตอง 4-5 คน แคดดี้ 500 คน ยังจิบจ้อย  ปัดโธ่ กะอีแค่ปืน ทำไม ต้องยอมแพ้ ก็เพราะว่าปืน มันผลิตออกมาเป็นโหลทุกนาที (แซวคนหน่อยถ้าขัดตาก็ขออภัย) ใครจะซื้อหมด
  ปืน บางกระบอกมีแค่หนึ่งเดียวในโลก หาอีกไม่ได้เจ้าของรักมาก ก็ไม่ขาย เท่าไรก็ไม่ขาย เออรอซื้อกับลูกก็ได้ว่ะ แต่พ่อดันทำพินัยกรรมยกให้ พิพิธภัณฑ์ ซะนี่ แล้วเท่าไรจึงพอซื้อ
  พบหน้าท่านผู้ใหญ่ ยกมือกราบกาญ มีของติดไม้ติดมือไปฝาก ชวนคุยสวนเสเฮฮา จิบน้ำชา ทนฟังเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก ความยิ่งใหญ่ของท่านที่เคย ต่อสู้ มากับ คนดี คนร้าย สัตว์ป่าน่าเกรงขาม และแล้วรอสักวันก็มาถึง ไอ้หลาน ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเองเท่าทุนก็แล้วกัน
   เรื่องเล่าเย็นนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 28, 2006, 09:28:07 PM
 เมื่อวานมีโอกาสไปสนามเป้าบินกับเขาด้วย...ยินดีที่ได้รู้จักพี่ choltit และ พี่ Steel ครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ สิงหาคม 28, 2006, 09:34:01 PM
 ขอบคุณ.พี่ FABBRI สำหรับก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นอร่อยๆตอนกลางวันมากครับ..มีโอกาสขอไปอุดหนุนใหม่นะครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 28, 2006, 10:34:39 PM

  พบหน้าท่านผู้ใหญ่ ยกมือกราบกาญ มีของติดไม้ติดมือไปฝาก ชวนคุยสวนเสเฮฮา จิบน้ำชา ทนฟังเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก ความยิ่งใหญ่ของท่านที่เคย ต่อสู้ มากับ คนดี คนร้าย สัตว์ป่าน่าเกรงขาม และแล้วรอสักวันก็มาถึง ไอ้หลาน ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเองเท่าทุนก็แล้วกัน

พวกเรื่องเล่าข้างกองไฟ หรือเป็นเพื่อนฟังข้างขวดเหล้า หลานคนนี้ก็เป็นเพื่อนฟังมาตั้งหลายปีแล้ว ขาดก็แต่ตอน " ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเอ็งเท่าทุนก็แล้วกัน"  ยังขาดฉาก happy ending ครับ พี่ Fabbri


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 28, 2006, 10:51:15 PM
ไว้ขอไปทานเนื้อตุ๋นใกล้ ๆ แหล่งเลยดีกว่านะครับ   ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 29, 2006, 07:56:19 AM
พวกเรื่องเล่าข้างกองไฟ หรือเป็นเพื่อนฟังข้างขวดเหล้า หลานคนนี้ก็เป็นเพื่อนฟังมาตั้งหลายปีแล้ว ขาดก็แต่ตอน " ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเอ็งเท่าทุนก็แล้วกัน"  ยังขาดฉาก happy ending ครับ พี่ Fabbri 
 
 
 (http://พวกเรื่องเล่าข้างกองไฟ หรือเป็นเพื่อนฟังข้างขวดเหล้า หลานคนนี้ก็เป็นเพื่อนฟังมาตั้งหลายปีแล้ว ขาดก็แต่ตอน " ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเอ็งเท่าทุนก็แล้วกัน"  ยังขาดฉาก happy ending ครับ พี่ Fabbri 
 
 
)ท่านลูกซองสั้น สรุปได้ใจความดี ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 29, 2006, 08:57:42 AM
  พบหน้าท่านผู้ใหญ่ ยกมือกราบกาญ มีของติดไม้ติดมือไปฝาก ชวนคุยสวนเสเฮฮา จิบน้ำชา ทนฟังเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก ความยิ่งใหญ่ของท่านที่เคย ต่อสู้ มากับ คนดี คนร้าย สัตว์ป่าน่าเกรงขาม และแล้วรอสักวันก็มาถึง ไอ้หลาน ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเองเท่าทุนก็แล้วกัน
 เรื่องเล่าเย็นนี้
อ้างถึง
ไม่ต้องนั่งทนฟังเลยครับ เรื่องเก่าๆผมชอบนั่งฟังมากเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 29, 2006, 09:07:58 AM

  พบหน้าท่านผู้ใหญ่ ยกมือกราบกาญ มีของติดไม้ติดมือไปฝาก ชวนคุยสวนเสเฮฮา จิบน้ำชา ทนฟังเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก ความยิ่งใหญ่ของท่านที่เคย ต่อสู้ มากับ คนดี คนร้าย สัตว์ป่าน่าเกรงขาม และแล้วรอสักวันก็มาถึง ไอ้หลาน ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเองเท่าทุนก็แล้วกัน

พวกเรื่องเล่าข้างกองไฟ หรือเป็นเพื่อนฟังข้างขวดเหล้า หลานคนนี้ก็เป็นเพื่อนฟังมาตั้งหลายปีแล้ว ขาดก็แต่ตอน " ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเอ็งเท่าทุนก็แล้วกัน"  ยังขาดฉาก happy ending ครับ พี่ Fabbri
ขอให้พี่ happy ending เร็วๆนะครับ ต่อไปผมจองที่มานั่งฟังพี่เล่าบ้าง แล้วขอให้ผมhappy แบบพี่บ้างนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 29, 2006, 03:56:20 PM
มันเป็นฉาก happy ending ที่สมควรจะตกทอดกันต่อๆกันๆไปสู่ชนรุ่นหลังๆนะ ...พี่ Fabbri 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 29, 2006, 05:58:44 PM

 พบหน้าท่านผู้ใหญ่ ยกมือกราบกาญ มีของติดไม้ติดมือไปฝาก ชวนคุยสวนเสเฮฮา จิบน้ำชา ทนฟังเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก ความยิ่งใหญ่ของท่านที่เคย ต่อสู้ มากับ คนดี คนร้าย สัตว์ป่าน่าเกรงขาม และแล้วรอสักวันก็มาถึง ไอ้หลาน ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเองเท่าทุนก็แล้วกัน

พวกเรื่องเล่าข้างกองไฟ หรือเป็นเพื่อนฟังข้างขวดเหล้า หลานคนนี้ก็เป็นเพื่อนฟังมาตั้งหลายปีแล้ว ขาดก็แต่ตอน " ปืนนี้ข้าซื้อมาเมื่อ 30 ปีก่อน ราคา ---- ข้าขายเอ็งเท่าทุนก็แล้วกัน" ยังขาดฉาก happy ending ครับ พี่ Fabbri
ขอให้พี่ happy ending เร็วๆนะครับ ต่อไปผมจองที่มานั่งฟังพี่เล่าบ้าง แล้วขอให้ผมhappy แบบพี่บ้างนะครับ
มันเป็นฉาก happy ending ที่สมควรจะตกทอดกันต่อๆกันๆไปสู่ชนรุ่นหลังๆนะ ...พี่ Fabbri

ยังไงผมก็ขอเป็นรุ่นต่อไปก็แล้วกันนะครับ

 ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 29, 2006, 06:04:24 PM
มันเป็นฉาก happy ending ที่สมควรจะตกทอดกันต่อๆกันๆไปสู่ชนรุ่นหลังๆนะ ...พี่ Fabbri
ผมขอต่อทอดด้วยคนนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 29, 2006, 07:09:37 PM
    ยังๆ น้องๆหลานๆ อย่าด่วนใจร้อน ตัดไฟแต่ต้นลม นั่นแค่ บทที่ 1 องค์ 1 เท่านั้น
มาอ่าน บท 1 องค์ 2 กันต่อ ดังจะเล่าต่อไปนี้
   FABBRI ออ้ท่านครับ ปืนที่ ท่าน จะขายให้กระผมนั้น เป็นปืน ตรา โหล (เขียนไม่ผิดอย่าตกใจ และ ไม่ต้อง PM บอกด้วย) Mod 10 MP ที่ท่านเคยยิงกับผู้ร้ายอย่างเมามัน ออกมั่ง ไม่ออกมั่น เพราะกระสุน .38 ชุ่มน้ำมัน ผู้ร้ายนึกว่าตัวกูหนังเหนียว เลยเอาดาบวิ่งไล่ฟันท่าน นะ แถวๆชายทะเล แล้วท่าทิ้งไว้ไม่ยอมดูมันอีกเลย มาบัดนี้ ถ้าหยิบ บาดทะยักคงรัปทานแน่ ไม่เอา ผมจะเอา ไรเฟิล นะ ไรเฟิล WIN  Mod 70 Pre 64 .375 นะ ที่ ท่านเล่าว่า เคยยิงกระทิงไป 5 นัด รวด (นึกว่ากระทิงตาย 5 ตัว เหมือน เจ้าเพชรราชเคยยิง) เปล่า 5 นัด นะ ผิดบ้าง โดนท้องบ้าง จน ท่านต้อง แปลง ร่างเป็น หนุมาณ ไป ตั้งป้อมบนต้นไม้ รอ ตาเกิ้น มาช่วยนะ  กลับมา ท่านล้างแล้วใส่ตู้โชว์กับรูปกระทิงที่ตาเกิ้นยิงตายไม่อย่างนั้น ท่านลงไม่ได้ ผมจะเอากระบอกนั้น ราคาไม่ต้องราคาเดิม เพิ่มอีกเท่าตัวก็ได้ 
  ท่าน อา    ออ๋ นะ ไม่ใช่ ออ๋ง กระบอกนั้น อา ยังรักอยู่ เอา M 10 ไปก่อนแล้วกัน แล้วจะหา BSA ให้
  FABBRI  ฮ้า ก็ได้ครับ แฝด ลูกซอง ขนาด 12 นะ
   ท่าน อา  เปล่า  ปืนลมนะ ลูกสูบไม่ค่อยดี เอาไปซ่อมหน่อยก็แล้วกัน
  สู้โว้ย  เหนือฟ้ายังมีฟ้า ใต้หล่ายังมีแมงกุดจี่  ขงเบ้ง จะ ยอมแพ้ จิวแปะทง ได้ไง
ถ้าเป็นท่านจะทำอย่างไร ไม่รู้จะต้องซื้ออีกกี่กระบอก จนถึงกระบอกนั้น เย็นไว้ ๆ  :~)
   เรื่องเล่าเย็นนี้ ไปนอนฝันเล่นๆ
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ สิงหาคม 29, 2006, 07:13:46 PM
โธ่  :~) :~)

 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 29, 2006, 07:23:52 PM
ก๊าก... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 29, 2006, 07:46:15 PM
 :o ::)  โปรดติดตามตอนต่อไป...  ::) :o


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 29, 2006, 10:29:59 PM
    ยังๆ น้องๆหลานๆ อย่าด่วนใจร้อน ตัดไฟแต่ต้นลม นั่นแค่ บทที่ 1 องค์ 1 เท่านั้น
มาอ่าน บท 1 องค์ 2 กันต่อ ดังจะเล่าต่อไปนี้
   FABBRI ออ้ท่านครับ ปืนที่ ท่าน จะขายให้กระผมนั้น เป็นปืน ตรา โหล (เขียนไม่ผิดอย่าตกใจ และ ไม่ต้อง PM บอกด้วย) Mod 10 MP ที่ท่านเคยยิงกับผู้ร้ายอย่างเมามัน ออกมั่ง ไม่ออกมั่น เพราะกระสุน .38 ชุ่มน้ำมัน ผู้ร้ายนึกว่าตัวกูหนังเหนียว เลยเอาดาบวิ่งไล่ฟันท่าน นะ แถวๆชายทะเล แล้วท่าทิ้งไว้ไม่ยอมดูมันอีกเลย มาบัดนี้ ถ้าหยิบ บาดทะยักคงรัปทานแน่ ไม่เอา ผมจะเอา ไรเฟิล นะ ไรเฟิล WIN  Mod 70 Pre 64 .375 นะ ที่ ท่านเล่าว่า เคยยิงกระทิงไป 5 นัด รวด (นึกว่ากระทิงตาย 5 ตัว เหมือน เจ้าเพชรราชเคยยิง) เปล่า 5 นัด นะ ผิดบ้าง โดนท้องบ้าง จน ท่านต้อง แปลง ร่างเป็น หนุมาณ ไป ตั้งป้อมบนต้นไม้ รอ ตาเกิ้น มาช่วยนะ  กลับมา ท่านล้างแล้วใส่ตู้โชว์กับรูปกระทิงที่ตาเกิ้นยิงตายไม่อย่างนั้น ท่านลงไม่ได้ ผมจะเอากระบอกนั้น ราคาไม่ต้องราคาเดิม เพิ่มอีกเท่าตัวก็ได้ 
  ท่าน อา    ออ๋ นะ ไม่ใช่ ออ๋ง กระบอกนั้น อา ยังรักอยู่ เอา M 10 ไปก่อนแล้วกัน แล้วจะหา BSA ให้
  FABBRI  ฮ้า ก็ได้ครับ แฝด ลูกซอง ขนาด 12 นะ
   ท่าน อา  เปล่า  ปืนลมนะ ลูกสูบไม่ค่อยดี เอาไปซ่อมหน่อยก็แล้วกัน
 สู้โว้ย เหนือฟ้ายังมีฟ้า ใต้หล่ายังมีแมงกุดจี่ ขงเบ้ง จะ ยอมแพ้ จิวแปะทง ได้ไง
ถ้าเป็นท่านจะทำอย่างไร ไม่รู้จะต้องซื้ออีกกี่กระบอก จนถึงกระบอกนั้น เย็นไว้ ๆ  :~)
   เรื่องเล่าเย็นนี้ ไปนอนฝันเล่นๆ
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 29, 2006, 10:57:55 PM
พี่ Fabbri ครับ พี่ต้องถามหาไรเฟิลของตาเกิ้น จึงจะได้ไรเฟิลพิชิตกระทิงนะพี่ ตัว Win .375 pre 64 ปล่อยให้มันเป็นปืนตากแห้งคาตู้ไปเถอะ

เมื่อเช้านี้ ผมก็ใช้วิชาเดียวกับพี่เปี๊ยบเลยครับ นั่งฝอยนั่งโม้กับอาผู้ใหญ่ท่านนึง ตั้ง 40 นาที ตอนจบ ท่านบอกว่า "เอาหละ ปืน Perazzi Trap MX8 กระบอกนั้นผมยังไม่ขาย"

ไม่ยังกะ happy ending ครับ   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ สิงหาคม 29, 2006, 11:11:53 PM
พี่ช่วยอธิบายให้ผู้น้อยฟังหน่อย ว่าการสั่งเพอราซี่  MX8 กระบอกใหม่ตอนนี้ ยากอย่างไรครับ ?


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 29, 2006, 11:24:10 PM
ป 2 ขอยาก

เมื่อก่อนโอนเงิน lire  ค่าเงินอ่อน มาเดี๋ยวนี้ใช้หน่วยเงิน Euro แข็งปั๋ง เวลาโอนเงินไม่ค่อยสบายใจครับ เลยพยายามใช้วิชาของพี่ Fabbri ไปพลางๆก่อน

การสั่งปืนใหม่จริงๆไม่ยากหรอกครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ สิงหาคม 30, 2006, 07:36:46 AM
 :D~ ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 30, 2006, 09:39:27 AM
พี่ Fabbri ครับ พี่ต้องถามหาไรเฟิลของตาเกิ้น จึงจะได้ไรเฟิลพิชิตกระทิงนะพี่ ตัว Win .375 pre 64 ปล่อยให้มันเป็นปืนตากแห้งคาตู้ไปเถอะ

เมื่อเช้านี้ ผมก็ใช้วิชาเดียวกับพี่เปี๊ยบเลยครับ นั่งฝอยนั่งโม้กับอาผู้ใหญ่ท่านนึง ตั้ง 40 นาที ตอนจบ ท่านบอกว่า "เอาหละ ปืน Perazzi Trap MX8 กระบอกนั้นผมยังไม่ขาย"

ไม่ยังกะ happy ending ครับ
ขอขอบพระคุณพี่เป็นอย่างสูงครับ อุตสาเสียเวลาตั้ง40นาทีนั่งคุยกับท่านผู้ใหญ่ เพื่อหาปืนให้น้องๆใช้ ผมรักพี่จริงๆเลยครับ(ล้อเล่นนะครับ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 30, 2006, 07:22:06 PM
ตั้งใจรอ บทที่1 องค์ที่3 อยู่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 30, 2006, 07:48:43 PM
   ต่อไป บท 1  องค์ 3 ตามมาติดๆนะอย่าพลาดเดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก
  FABBRI  วันนี้ต้องจัดการให้ได้  พกเงินมาเต็มกระเป๋าเลย 5000 กับ ไม้เด็ด ไอ้ WIN 375 ถ้าไม่ได้ต้องใช้ไม้แข็ง เจี๋ยน เลย ไม่อย่างนั้นไม่จบบท เล่าเรื่องอื่นต่อไม่ได้
ท่าน อา   อ้าว มาแล้วหรือ ตรงเวลาเลย มาๆ จิบน้ำชาก่อน เอ้า นั่นพา ใครมาด้วยละ มามะ นั่งใกล้ๆ ป๋า หน่อย
FABBRI   น้องชื่อ  อีจิ้ง นะ เคยประกวด นางงาม เป็น Super Star เล่นหนังด้วย กรรมการ สาวทึมทึก กับ หนุ่ม เก หมั่นไส้ ไม่เคยใช้ของ ดีเลยไล่ ลงเวที อดตำแหน่ง
ท่าน อา   อย่างนั้นเอง อา ก็ได้ข่าวแว่ว มา เหมือนกัน
FABBRI   อา ผมนั่งคุย มา2-3 ชม แล้ว ชาก็หมด แถม WINE อีก 2 ขวด เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ ถ้า ท่าน อา ไม่ ให้ 375 ผม ละ ผมโกรธแน่
ท่าน อา    ก็ยังรักอยู่ จะรีบ ร้อน ไปไหน กัน
               แฮะ ๆๆ ต้องเล่นไม้เด็ด เชือด เลย
อีจิ้ง        ป๋า อีจิ้ง ชอบปืน อีจิ้ง อยากได้ปืนไป เล่นหนัง อีจิ้ง ชอบปืนใหญ่ๆๆมากๆ ยิ่ง สอง กระบอก ละก้อ ถึงใจ อีจิ้ง มากๆ เลย นะป๋านะ
ท่าน อา    อ้า ถ้า หนูชอบ อา ก็จะให้ 2 กระ บอก เลย เลือกตามใจชอบ ขายให้ 5000 แล้ว อย่า ลืมเอา VCD มาให้ ป๋า ดูละ
               เรา เตรียม เงิน ไป 5000 จะซื้อ WIN 375 กระบอกเดียว ไม่ ขาย ดัน แถม WIN 30-06 ให้อีก
               ขงเบ้ง ปะทะ  จิวแปะทง
               พบ เหตุการณ์ ทำนองนี้บ่อยมาก เราไปขอ ซื้อไม่ขาย ลูกเดียว ราคา ก็ไม่บอก แถมไม่ถาม อีก ว่าเราจะให้เท่าไร แต่ดันขายให้หน้าม้า ถูกกว่าที่เราคิดจะซื้ออีก
             ก็เป็นอันจบเท่านี้ ต้องไปด้วยใจ และ เงิน
          จบ เรื่อง เล่าเย็นนี้  และ ห้าม PM มา ถาม อีจิ้ง เป็น ใคร  ดู รูป เอง จะได้ไม่ต้อง ถาม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ สิงหาคม 30, 2006, 08:03:37 PM
พี่.พี่.ผมขอเบอร์โทร อีจิ้ง...ละกัน....อิอิ... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ สิงหาคม 30, 2006, 08:13:01 PM
ผมขอที่อยู่ด้วยครับ จะไปรับมาเป็นหน้าม้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 30, 2006, 08:55:26 PM
หลานเตย ห้าม ดู ห้ามอ่าน ให้ พ่อ อ่านคนเดียว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 30, 2006, 09:01:12 PM
เหอะๆ  :VOV:  พอดีเตยกับพ่ออ่านพร้อมกันไปแล้วอ่ะค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 30, 2006, 09:04:36 PM
พี่ๆ ภาพน้องด้านซ้าย ดูเหมือนข้างไร่อ้อย ใช่ไหมครับ รูปมันเล็กไปครับ ดูไม่ชัด ขอทาง pm ทั้งชุดเลยได้ไหมครับ เอ้า ใครอยากได้ ยกมือขึ้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ สิงหาคม 30, 2006, 09:05:08 PM
ผู้ใหญ่ก็คุยกันไปเถอะค่ะ . . . เตยไม่เข้าใจหรอกค่ะ (อ่านแล้วก็งงๆ  ???)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ สิงหาคม 31, 2006, 12:26:47 AM
เข้าใจแล้วครับว่าพักหลังนี่พี่ถึงไม่ค่อยยิงปืน...... ;D ;D ;D
ต้องการเด็กช่วยยกรีเฟล็กซ์บ้างมั้บครับ..... :D~ :D~ :D~


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 31, 2006, 08:56:13 AM
 ดูท่า อีจิ้ง คงจะหนาว...เดี๋ยวผมรับจัดหาผ้าห่มให้... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ สิงหาคม 31, 2006, 03:27:07 PM
คนรักปืนก็แบบนี้ทุกคนเลย  คุณลุงผมเหมือนกันขอไรเฟิลชเนาเออร์ 2 ไก (ขอตั้งแต่ผมอายุ 8-9 ขวบ จนปัจจุบัน 40 ขวบ )ท่านก็ผลัดมาเรื่อย จนสุดท้ายท่านบอกว่าให้เอ็งแล้วเดียวหายหัวไม่มาคุยคลายเหงากับข้า  ข้าใกล้ตายแล้วจะสั่งกะป้าเองไวให้ยกให้เอ็งนะไอ้หมา  ตอนนี้คุยเรื่องบ้านเรื่องเมืองกับข้าก่อนแล้วพรุ่งนี้อย่ารีบกลับกรุงเทพฯ นะ พาข้าไปหาหลวงปู่ที่วัดด้วย  จนทุกวันนี้คุณลุงผม  80  ก่าๆ แล้วไปหาทีไรยังหัวเราะเอิ๊กอากอยู่เลยแถมกระแหนะกระแหนผมอีกว่าอย่างเก่งเป็นแค่ไข้หวัดวะคงอีกนานกว่าจะไปเพราะห่วงเอ็งนะไอ้หมา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 31, 2006, 03:54:43 PM
ดีจังครับ มีญาติผู้ใหญ่ที่เป็นปืน ไปเยี่ยมท่านบ่อยๆนะถูกแล้ว ชวนท่านออกไปยิงปืนบ้างซิครับ ออกไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อย เอาปืนกระบอกนั้นนั่นแหละออกไปยิงด้วย ท่านจะได้มั่นใจว่าคุณรักปืนของแกจริง คุณอาจได้รับมรดกล่วงหน้านะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 31, 2006, 07:17:49 PM
วันนี้ ดูรูป ก็แล้วกัน มี หลายคนเปลี่ยน  ทั้ง  H&H 12G   DAKOTA  .416Rem Mag
  จะไป อ่าน Web คนตีกัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 31, 2006, 08:45:22 PM
พี่ Fabbri อย่าไปขวางทางปืนเชียวนะพี่ เค้าเล่นขนาด .50 AE กันเชียวนา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 31, 2006, 08:50:32 PM
  สงสัยเรา ชักแก่มากไปแล้วตามอะไรไม่ค่อยทัน  O\U Boy อยู่ USA  เรา อยู่ กรุงเทพมหานคร ก็คุยกันได้ แถมคุยกัน ยังมีคนอื่นๆ อีกหลาย สิบ นั่งฟังไม่ออกความเห็น บางท่าน อายุ 60-80 ปี ก็นั่งอ่าน (ได้ข่าวมาจริงๆ)  แต่ไม่ยักออกมาเล่าบ้าง คนแก่ๆอย่าเราก็อย่างนี้ ลูกสอน ไม่ใช่ต้องหลานสอนให้ใช้ คอมฯ ว่าทำอย่านี้ซิ พอมัน เดินไป เรา จามทีเดียวลืมแล้วที่มันสอน  ปัจจุบันอยากหาความรู้ ก็แค่เอานิ้วชี้ จิ้มแป่น ก็ได้ความรู้แล้ว และ ถ้า พรมนิ้วดั่งคีตกวี ลงบนปีอาโนแล้วจะบรรเจิดแค่ไหน หาความรู้ได้ไม่รู้จบ
 แม้นแต่คนทะเลาะกัน ก็รู้กันทั้งโลก คนเล่นปืน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 31, 2006, 08:55:12 PM
พี่ Fabbri อย่าไปขวางทางปืนเชียวนะพี่ เค้าเล่นขนาด .50 AE กันเชียวนา
:OO พรานเก่าย่อมไว้ลาย ทุบด้วยลูก 700 NE  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 31, 2006, 09:00:34 PM
  อ่านเขาสนุก กว่า มั่ง อย่าเดินไปเอาตีนกระทืบเสี้ยน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ สิงหาคม 31, 2006, 09:04:34 PM
อ่านเขาสนุก กว่า มั่ง อย่าเดินไปเอาตีนกระทืบเสี้ยน
  ;D สนุกใช้ได้ทีเดียว..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ สิงหาคม 31, 2006, 09:56:37 PM
ภาพของพี่ Fabbri ภาพนี้ควรจะตั้งชื่อว่าอะไรดีครับ " อ้า "    บรรยากาศแสนสบายอารมณ์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ สิงหาคม 31, 2006, 10:10:43 PM
ภาพของพี่ Fabbri ภาพนี้ควรจะตั้งชื่อว่าอะไรดีครับ " อ้า " บรรยากาศแสนสบายอารมณ์
หันซ้ายสักหน่อยก็ดีนะ แต่กลัว วมต ลบนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 01, 2006, 01:06:09 AM
หันซ้ายสักหน่อยก็ดีนะ แต่กลัว วมต ลบนะ
เริ่มซูมใกล้แล้ว น่าจะอีกสัก2ครั้ง จะหันตรง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:32:06 AM
เข้ามารายงานตัวครับทุกๆท่าน นำรูปมาฝากนิดหน่อยเผื่อว่าปีหน้าใครอยากมาดูUS OPENบ้างจะได้จัดทัวร์ให้ ;D ข้าพเจ้าจะได้หารายได้พิเศษไว้ซื้อปืนแฝดๆกับเค้าได้บ้าง :o
 แนะนำตัวก่อนครับกระผมO/U boyครับ สวัสดีเป็นทางการครับทุกท่าน :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:37:43 AM
รูปต่อไป BRAD GILBERT พนักงานถูพื้นที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:40:22 AM
พระเอกของงานครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:41:48 AM
JAMES BLAKE


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:43:40 AM
Rafael Nadal เด็กน้อยกำลังมาแรงครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:45:30 AM
พวกชอบหลอกลวงชาวบ้าน ;Dคนอื่นเค้าจะได้เข้าใจว่าเป็นนักกีฬายิงเป้าบิน :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 01, 2006, 10:47:26 AM
สวัสดีครับคุณ o/uboy..เห็นหน้าค่าตากันแล้ว..อวบอั๋นเอาเรื่อง ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:48:17 AM
สองคนนี้อย่าไปสนใจเลยครับพวกไม้ประดับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:49:28 AM
Andy Murryเด็กใหม่ไฟแรงของเมืองผู้ดีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:53:06 AM
คนนี้คงไม่ต้องบอกชื่อนะครับ เจ้าข้าวเหนียวส้มตำแห่งเมืองขอนแก่นและพวกสาวกเสื้อแดง :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:54:57 AM
Justine Henin-Hardenne ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ชื่อเรียกยากมากๆๆๆๆ :OO แต่เป็นนางเอกที่ผมชอบที่สุดครับ(เธอมีผัวแล้ว :~))


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 01, 2006, 10:59:42 AM
สวัสดีครับคุณ o/uboy..เห็นหน้าค่าตากันแล้ว..อวบอั๋นเอาเรื่อง ;D ;D
อ้วนมาหลายปีแล้วครับพี่ ตอนนี้หนัก120โลแล้วครับท่าน :~)ทำไงดีจะได้หล่อๆเหมือนเดิมได้

ลืมลงรูป Roger Federer ไปครับเอาไว้วันหลังจะลงให้ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยชอบหน้าพี่ท่านเท่าไรครับ คนอะไรก็ไม่รู้เก่งเกินไปหน่อย ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 01, 2006, 02:22:04 PM
 Hello O/U man   ขนาดตัวคุณไม่ใช่ boy แล้ว  แล้ว 120 กิโล หนะ หาปืนลูกซองยิงง่ายมาก ทีแรกผมนึกว่าคุณเป็นคนตัวเล็กๆซะอีก  สบาย size เท่านี้ ยิงปืนอะไรก็ได้ครับ   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 01, 2006, 03:23:18 PM
สวัสดีครับคุณou boy ดีใจที่ได้เจอตัวจริวครับ size นี้ต้องให้ยิง .416rigby เหนี่ยวที่เดียว สองลำกล้องครับ จริงไหมครับพี่ ลูกซองสั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 01, 2006, 06:26:29 PM
 :-X

no comment


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 01, 2006, 07:42:18 PM
  เรามาคุยเรื่องของเราดีกว่า อิจฉา พวกนั่งขอบสนาม เรามันพวก ขอบทวี แถมทวีจอแก้วนูนเหมือนน้อง อะไรนะ ลูกซองสั้น ออ้ น้อง อ้า ไม่มีทวีจอแบน เป็น ลูกเกดติดผนัง แบนๆตัวใหญ่ๆ
  สมัยนี้ การซื้อปืนง่ายมาก เช่น ไปเดินแถวหลังวัง แกล้งทำใบป3 ตกๆหล่นๆ เดี๋ยวเดียวมีคนมาอุ้มไปแล้วเลี้ยงดูอย่างดี ถ้าซื้อก็ดีไปถ้าไม่ซื้อ แม่งอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกนะ เที่ยวหน้าได้กินเบียร์อุ่นๆใส่กาแฟแน่ หรื่อ ไม่ก็ หาตาม web มีรูปให้ดู ถูกบ้างผิดบ้าง ทั้ง ปืน และ กฎหมาย ไม่ต้องเดินทางให้เมื่อยตัว เมื่อยเงินทอง แค่เมื่อยมือจิ้มแป้นเท่านั้น ดีบ้างไม่ดีบ้าง แล้วแต่ดวงใครดวงมัน
  สมัยก่อน จะหาซื้อปืน ใหม่ก็ไม่ ยากนัก เพราะไม่มีให้เลือก ยิ่งกว่ามัดตัวชก ยังไงก็ต้องเอา เพราะส่วนใหญ่เป็นพิมพ์นิยม การเดินทางเข้ามาซื้อ ก็ลำบากมาก กว่าจะมาถึงหลังวัง  ถ้าซื้อที่ ต่างจังหวัด ก็มีไม่ครบทุกจังหวัด และรับประกัน เลือดโชก เช่นกัน ปืนเก่า ก็ต้องหลังวัง หรือ คนใกล้ตัว ขายให้ หรือ ใช้วิทยายุธ ขงเบ้ง กับจิวแปะทง อย่างเก่ง ก็ หาตามประกาศ ในหนังสือปืน 2-3 ฉบับ ก็ไม่มากนัก ต้องนัดกัน ดูกันเห็นจะจะ ตกลงกันไม่ค่อยมีปัญหา ดูด้วยตา ทั้งคลำ ทั้งทะลวง ด้วยมือ  อย่าเข้าใจผิด ทะลวงลำกล้องนะ ถ้าตกลงก็จ่ายเงินสด ไม่มีธนาคาร ให้โอน มีก็โอนไม่เป็น แล้วรีบกลับไปทำเรื่องโอนทะเบียนทันที เพราะ กลัวผิดกฎหมาย และ เป็นสมบัติที่หวงแหนมาก ทั้งชิวิต อาจมีกระบอกเดียว 
  คนซื้อปืนสมัยก่อน อาจแบ่งได้ 3 ประเภท ดังต่อไปนี้นี้
 จบข่าวเย็นนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 02, 2006, 12:29:43 AM
Hello O/U man ขนาดตัวคุณไม่ใช่ boy แล้ว แล้ว 120 กิโล หนะ หาปืนลูกซองยิงง่ายมาก ทีแรกผมนึกว่าคุณเป็นคนตัวเล็กๆซะอีก สบาย size เท่านี้ ยิงปืนอะไรก็ได้ครับ
ฮึๆๆที่ผมตั้งชื่อว่า BOY ก็เำพราะว่าตอนแรกยังมือใหม่อยู่มากครับ เดี่ยวเอาไว้มีความรู้มากกว่านี้อีกหน่อยแล้วผมก็ว่าจะเปลี่ยนชื่ออยู่เหมือนกันครับพี่ :~) เรื่องยิงปืนง่ายนี่ยอมรับเลยครับ เพราะแต่ก่อนครั้งแรกๆที่ไปยิงปืนลูกซอง เพี่อนผมมันก็เตือนนักเตือนหนาว่าเวลายิงปืนแบบนี้ต้องระวังนะเพราะมันทีบแรง ไหล่ช้ำ คิ้วแตก คางบวม หน้าเขียว ได้ง่ายๆ แต่ผมไปยิงครั้งแรกก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยรู้สึกว่ายิงนุ่มดีด้วยซ้ำไป ;D

ผมรอลุ้นดูคนซื้อปืนทั้งสามพวกอยู่นะครับพี่ อยากรู้ว่าตัวเองจะเข้าข่ายพวกไหนบ้างรึเปล่า ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 02, 2006, 07:22:33 AM
พี่ Fabbri บอกว่าปืนสมัยก่อนหาซื้อยากกว่าสมัยนี้ อาจจะไม่จริงมั่งครับ สมัยนี้ จะหาแบบที่ถูกใจ และถูกกระบอก ก็ยังคงยากเหมือนเดิมแหละครับ กฏหมายยิ่งวันก็ยิ่งยุ่งยากมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการไปหาปืนกระบอกที่จะถูกใจสูงขึ้น สูงจนผมสงสัยนะครับ ว่าทุกวันนี้รายได้ที่ผมหาได้ มันแซงราคาปืนที่สูงขึ้นพ้นไหม อ้อ นั่นผมยังไม่ได้นับค่าใช้จ่ายของผู้ติดตาม (pair gun) นะครับ   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 02, 2006, 08:33:18 AM
  สมัยก่อนนะ หมาย ถึง เกิน 30 ปี ไม่ใช่ เร็วๆนี้ สิบกว่าปี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 02, 2006, 09:26:51 AM
อ้าว ผมลืมไปครับ ผมนับแค่ยุค 20 ปีที่ผ่านมา ผมเริ่มซื้อปืนตอนปี 2526 
อย่างไรก็ต้องขอบคุณพี่ Fabbri หลายๆครั้ง ที่บอกให้ผมซื้อปืนไว้หลายกระบอกในช่วงเกือบ 15 ปีหลังที่ผ่านมา ยังนึกเสียดายอีกตั้งหลายกระบอก ที่ผมไม่ได้ซื้อไว้ตามคำแนะนำของท่านพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 02, 2006, 10:49:53 AM
ถ้ามองจากปัจจุบัน เมื่อปี20กว่าเป็นยุคทองฃองนักเล่นปืนเลยครับ ปืนมีให้เลือกเยาะเงินหาง่ายกว่า ราคาปืนสมเหตุสมผลกว่าปัจจุบัน  พี่ชายผมเล่าให้ฟังว่า ปี25ซื้อm10กระบอกแรก 1500  หลายปีต่อมาซื้อm15กับ1100ซื้อพร้อมกันกระบอกละ11500 และอีกหลายๆกระบอกจำไม่ได้ ตอนนั้นยังเด็กนั่งอ่านหนัวสือปืนของพี่ จำได้ว่าเป็นรวมเล่มอาวุธปืน ขอให้ซื้ออัดลมเบอร์หนึ่งให้หน่อยก็ไม่สนใจเรา เอาหนังสือปืน ปี37-40กว่า มานั่งอ่านแค่เห็นโฆษณาขายปืนก็เศร้าแล้วครับ เดียวนี้ไม่มีอะไรให้เลือก มีตังส์ก็ซื้อไม่ได้ ไม่มีของ จะจองปืนร้านก็ไม่มีใบอนุญาต ต้องฝึกวิชา ขงเบ้ง ปะทะ จิวแป๊ะทง จากพี่FABBRIเอาไว้แยะๆ นะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 02, 2006, 05:10:35 PM
สมัยนี้ คงต้องมองหาแบบนี้ครับ พอจะซื้อหาเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยาหน่อย ไม่ต้องเสียบ้านพร้อมที่ดิน

(http://i7.tinypic.com/27ymofk.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 02, 2006, 05:27:14 PM
เวลาเราดูหนังจีนมักจะได้ยินคำว่า สูงสุดกลับคืนสู่สามัญ อยู่บ่อยๆ คำๆนี้จะว่าไม่เป็นจริงเลยก็คงจะไม่ถูกนักนะครับ เพราะผมตกปลามา20กว่าปี ซื้ออุปกรณ์ตกปลามามาก คงไม่ได้มากแบบบางคนแน่แต่ก็มากพอที่หัวใจอันโลภๆของผมมันบอกว่าควรจะพอได้แล้ว แต่ก่อนไปตกปลาเอาคันกับรอกกระจอกๆไปตกก็ไม่ได้อายเค้า เดี่ยวนี้หรือครับ อะไรก็มาเหอะใช้ได้หมดขอให้เหมาะกับสถานที่และเวลาตามแต่โอกาศจะอำนวย

หลายวันมานี้เหนื่อยมากนอนดึกและเดินทั้งวัน เมือคืนเลยนอนเร็วมาก วันนี้จึงทำให้ตื่นมาพบพี่ลูกซองสั้นตอนเช้าได้ วันนี้ตื่นเช้าเลยนึกอะไรไปตามเรื่อง จึงทำให้นึกว่าชีวิตนี้คงหาคำว่าสูงสุดกลับคืนสู่สามัญกับเรื่องปืนไม่ได้แน่ เพราะก็คงหาเงินไม่ทันเอามาซื้อปืนแน่นอน ไม่เหมือนอย่างซื้ออุปกรณ์ตกปลา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 02, 2006, 05:35:37 PM
สมัยนี้ คงต้องมองหาแบบนี้ครับ พอจะซื้อหาเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยาหน่อย ไม่ต้องเสียบ้านพร้อมที่ดิน

(http://i7.tinypic.com/27ymofk.jpg)
ผมก็อยากได้ครับพี่ :D~เมื่อไรมีของช่วยบอกด้วยนะครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 02, 2006, 05:53:28 PM
สมัยนี้ คงต้องมองหาแบบนี้ครับ พอจะซื้อหาเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยาหน่อย ไม่ต้องเสียบ้านพร้อมที่ดิน

(http://i7.tinypic.com/27ymofk.jpg)
ค่าตัวระดับ แจ็สป้ายแดงได้ไหมครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 02, 2006, 06:18:54 PM
อยากได้กระบอกนี้ครับพี่ลูกซองสั้น :D~AYA AUGUSTA


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 02, 2006, 06:37:14 PM
สมัยนี้ คงต้องมองหาแบบนี้ครับ พอจะซื้อหาเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยาหน่อย ไม่ต้องเสียบ้านพร้อมที่ดิน

(http://i7.tinypic.com/27ymofk.jpg)
น่าจะประมาณรถยนต์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 02, 2006, 07:38:28 PM
Augasta ไม่มีตัวจริงในเมืองไทยครับ มีแค่ Model 37


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 02, 2006, 08:06:17 PM
Augasta ไม่มีตัวจริงในเมืองไทยครับ มีแค่ Model 37
ยังไงครับพี่ผมไม่เข้าใจ หรือว่าไม่มีคนสั่งเข้ามาครับ :~) โมเดล 37แบบนี้ก็สวยนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 02, 2006, 09:41:04 PM
เท่าที่ได้เคยคุยกับผู้เป็นตัวแทนนำเข้าปืน Aya เขาบอกว่าไม่เคยสั่ง Augusta เข้ามาครับ

และ Model 37 กระบอกที่ผมกล่าวถึง คงต้องรบกวน ท่านโชกุน ส่งรูปภาพเข้ามาให้ดูครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 02, 2006, 10:15:59 PM
Augasta ไม่มีตัวจริงในเมืองไทยครับ มีแค่ Model 37
แน่ใจหรือครับ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือยอดหญ้า ยังมีคน ฉี่รด ใต้หล่ายังมี แมลกุดจี่ ขุดขึ้นมาให้กิน บางอย่างทั่วโลกไม่มี เมืองสยามถิ่นไทยงามเราเองมี  อะไรที่แน่ๆ บางทีก็ไม่แน่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 02, 2006, 10:29:01 PM
ได้สัมผัสmodel 56ก็เป็นปลื้มที่สุดแล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 02, 2006, 10:41:09 PM
คนรักปืนก็แบบนี้ทุกคนเลย คุณลุงผมเหมือนกันขอไรเฟิลชเนาเออร์ 2 ไก (ขอตั้งแต่ผมอายุ 8-9 ขวบ จนปัจจุบัน 40 ขวบ )ท่านก็ผลัดมาเรื่อย จนสุดท้ายท่านบอกว่าให้เอ็งแล้วเดียวหายหัวไม่มาคุยคลายเหงากับข้า ข้าใกล้ตายแล้วจะสั่งกะป้าเองไวให้ยกให้เอ็งนะไอ้หมา ตอนนี้คุยเรื่องบ้านเรื่องเมืองกับข้าก่อนแล้วพรุ่งนี้อย่ารีบกลับกรุงเทพฯ นะ พาข้าไปหาหลวงปู่ที่วัดด้วย จนทุกวันนี้คุณลุงผม 80 ก่าๆ แล้วไปหาทีไรยังหัวเราะเอิ๊กอากอยู่เลยแถมกระแหนะกระแหนผมอีกว่าอย่างเก่งเป็นแค่ไข้หวัดวะคงอีกนานกว่าจะไปเพราะห่วงเอ็งนะไอ้หมา
ชเนาเออร์ นั้น ขนาด 6.5X54 เหมือนที่ตาเกิ้นใช้หรือเปล่า อยากได้นะ  ถ้าขงเบ้งแก้ปัญหาไม่ได้  จะส่ง อีจิ้ง แอนจี้  ไปแทน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 02, 2006, 10:55:43 PM
ตอนไปส่ง ผมขับรถให้นะพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 03, 2006, 11:09:11 AM
โดนแซวเรื่องชื่อ ;D ผมเองก็คิดจะเปลี่ยนชื่ออยู่มาก่อนเช่นกันครับเลยลองเปลี่ยนดูครับ เลยแจ้งมาเผื่อทราบครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 03, 2006, 11:14:58 AM
โดนแซวเรื่องชื่อ ;D ผมเองก็คิดจะเปลี่ยนชื่ออยู่มาก่อนเช่นกันครับเลยลองเปลี่ยนดูครับ เลยแจ้งมาเผื่อทราบครับ ;D
น่าจะชื่อ ตัวใหญ่ทับไพรนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 03, 2006, 11:36:52 AM
ฮาๆๆๆเปลี่ยนปุ๊บโดนทันทีเลยครับเรา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 03, 2006, 11:38:58 AM
พี่ครับ เดียวเรียกผิด จาก พ เป็น ค สงสารคนโดนทับครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 03, 2006, 07:19:06 PM
ชื่อไทยๆดีครับ ฟังดีจัง น่าจะเป็นเสียงไรเฟิลนะ แต่ถ้าเป็นปืนกังวาลไพร ละก็ออกไปทางลูกเพชรเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 03, 2006, 11:05:40 PM
โดนแซวเรื่องชื่อ ;D ผมเองก็คิดจะเปลี่ยนชื่ออยู่มาก่อนเช่นกันครับเลยลองเปลี่ยนดูครับ เลยแจ้งมาเผื่อทราบครับ ;D
   ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่... ;D ที่ชื่อ ปืนก้องไพร  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ กันยายน 04, 2006, 08:47:16 AM
ใช้แล้วครับท่าน FABBRI  เพราะแรงกระตุ้นจากหนังสือเรื่องล่องไพร (ชอบอ่านมากกว่าเรื่องเพชรพระ...)  แท้ๆ  ยิ่งตอนจ้าวแผน่ดิน  ที่ตาเกิ้นใช้ปืนยิงลูกมะพร้าว  สมเหตุสมผลดีคือแบบว่ามันพอเป็นไปได้ที่จะยิงให้ถูกสำหรับฝีมือมนุษย์..นะครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 04, 2006, 08:56:29 AM
เรื่องล่องไพร ทำให้ผมนึกถึงไรเฟิลแฝด .470 ครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปยิงอะไรนะ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ กันยายน 04, 2006, 06:06:50 PM
อยากให้ท่าน  FABBRI  เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการเที่ยวป่าในเมืองไทยกับพรานปืนเพลิง+ปืนแก๊ป สลับฉากบ้างครับ............ใครเห็นด้วยช่วย   VOTE  หน่อยครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 04, 2006, 06:31:04 PM
อยากให้ท่าน FABBRI เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการเที่ยวป่าในเมืองไทยกับพรานปืนเพลิง+ปืนแก๊ป สลับฉากบ้างครับ............ใครเห็นด้วยช่วย VOTE หน่อยครับ.
vote ด้วยหนึ่ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 04, 2006, 07:04:13 PM
   เสียใจด้วยครับ ป่าเมืองไทย เข้าแบบนั่งเทียนครับ  เหมือน นักเขียนหลายๆท่าน แต่ น้อย อินทนนท์  กับ ปืน มูเซอร์ นั่นของแท้
  เดี๋ยวเล่า เรื่อง คนซื้อ ปืน 3 ประเภท ก่อน แล้วค่อยเล่า เรื่องพราน เก่า แต่ ไม่เก๋า
  อย่าลืมนะครับ ปืน 6.5 ถ้า ไม่ได้เรื่อง บอกผม มีคนอาสาขับรถ คนกางร่ม ส่งน้ำ หลายคน ตามไปให้กำลังใจ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ กันยายน 04, 2006, 07:53:12 PM
6.5 กระบอกนี้ผมต้องตื้อให้ได้  คุณลุง (จิวแปะทง ของผม) ยังไงก็ต้องให้ผม   ;D ;D ;D อิ.อิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 05, 2006, 05:15:34 AM
พี่ Fabbri ไม่เขียนสักที อยากรู้ว่าผมจัดว่าเป็นคนซื้อปืนประเภทไหน  น่ากลัวว่า ผมจะเป็นพวกอยากได้จนออกนอกหน้า เพราะว่าจะซื้ออะไรแล้วต่อราคาไม่สำเร็จสักกระบอกเลย

พิมพ์มาเผื่อว่าพี่จะใจอ่อนยอมลดราคา MX 8 กระบอกนั้นให้สักแสนหนะครับ ผมจะได้มีปืนไว้ยิงทั้ง Skeet ทั้ง trap ไงครับ แบบว่าที่มีอยู่ ยิงไม่ค่อยถนัดครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 05, 2006, 09:20:14 AM
ฮิๆๆๆใจอ่อนเร็วๆนะครับพี่ ผมจะได้รับกระบอกเก่าๆของพี่ลูกซองสั้นมาบ้าง :D~เอาไปเป็นปืนก้องไพรครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 05, 2006, 03:28:39 PM
6.5 กระบอกนี้ผมต้องตื้อให้ได้ คุณลุง (จิวแปะทง ของผม) ยังไงก็ต้องให้ผม ;D ;D ;D อิ.อิ
ถ้ามีโอกาศถ่ายรูปมาให้ชมบ้างนะครับ แล้วมีกระสุนติดปืนบ้างไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 05, 2006, 10:38:53 PM
  วันนี้มีเรื่องด่วนเล่า เลย ยังไม่ได้เล่า คนซื้อปืน 3 ประเภทสักที
   คืออย่างนี้ บุญน้อยมีจริง  แต่ สวรรค์ก็มีตา ของใครก็ของมันแน่แท้ หลีกเลี่ยงไม่ได้
        เรื่องเป็นอย่านี้ เพื่อน LOVE เรา ไปเดินหาซื้อปืนไอ้หยา ที่วัง บูรพา เดินหลายรอบแล้วก็ ไม่ได้ดังใจ เกิดนึกว่ามีอนุตั้งมากมาย แต่ลูกลมกรด (ยังหาคนตั้งชื่อไม่ได้จริงๆว่าใครตั้งชื่อ .22LR ว่าลูกกรด ต้องยกเหล้า 3 จอก ในการตั้งชื่อนี้ขอคารวะ หามา2ชั่วอายุแล้วยังไม่พบ )ปะเหมาไป สบตา น้องคิม ( Kimber .22 )ของป้า สมใจ ก็ปิ้งเลย ป้าๆ ขอหมั้นไว้ก่อน แล้วให้ป้าจัดหาแหวนแต่ง ขาหมูขาแมว ป้าจัดหาไว้ด้วย มาแต่งแน่ๆๆ ป้าถามว่า เจ้าแต่งมากี่งานแล้ว ชายหนุ่มก็บอกว่า แต่งมาหลาย ป้าก็มองหน้า แล้วเก็บน้องคิมเข้าตู้ น้องคิมเก็บมาแต่ปี 2544 คงต้องเก็บต่อไป เจ้าไปหาแหวนแต่งมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน ของหมั้นไม่รับเพราะกลัวจะริบของหมั้น เพราะเจ้ามี อนุหลาย ด้วยความแค้นเคือง ของชายหนุ่ม ต้องหาแหวนหมั้นให้ได้ ก็มาปรึกษา ผู้เฒ่า ทำอย่างไร ผู้เฒ่าก็ยุให้มีกำลังใจ ไปหาแหวนหมั้นมาจนได้  ด้วยความดีใจ วันนี้ ข้าน้อยได้เสพสมกับ น้องคิมแน่ๆแล้ว โอ้สวรรค์เห็นรำไร พอไป หาป้าสมใจ ป้าก็บอกว่า  เสียใจด้วยพ่อหนุ่ม น้องคิมอยู่ขึ้นคานมาแต่ปี 2544 พอเจ้ามาชอบ สู่ขอ ไม่นาน ก็มี หนุ่มใหญ่มาขอแต่งไปแล้ว เขามี ของครบทุก กระบวนท่า ทั้ง เงิน ใจถึง และ สุด ยอด แหวนแต่ง ใหญ่ขนาด ป 3  ป้าก็เลยรีบยัดเยียดไปเลย เสียใจนะพ่อหนุ่ม ก็ไหนผมจะ หมั้นไว้ ก่อนป้าก็ไม่ยอม  จะให้ป้ายอมได้อย่างไรก็ เจ้ามีอนุหลาย คงไม่มีปัญญาหา แหวน ป3 มาแน่ๆๆ
  ชายหนุ่มเดินคอตกจะกลับบ้าน จะไป หาน้อง C นามสกุล Z  ไม้เต็ม ก็ยังทำใจไม่ได้ เดินไปเดินมาคิดไม่ตก ตา ดันไป สดุด น้อง ซามิชิโก  ( SAKO .22)เข้า ตัวอ้วนท้วน ป้อมๆ แก่ไปหน่อย ของ ลุงประโยชน์ ทำคลอด มา แต่ ปี 2541 ยังขึ้นคานอยู่หลาย ถ้า งวดนี้ แต่งหมด อย่าได้หวังจะได้พบเห็นกันอีก ชายหนุ่ม ก็เลยแกล้ง ทำ แหวน ป3 หล่นๆ แลบๆ ให้ลุงเห็น เท่านั้น ละ ลุงจับมัดแน่นเลย อย่าได้ หนีรอดไปไหน จะเอาอะไร ลุงยอมหมด แต่ สินสอดไม่ลดนะ เพราะ คลอดมาแต่ 2541 ยังไม่ได้บวกค่าเลี้ยงดูเลย
  นี่แหละหนา ตั้งนานไม่มีใครสนใจ พอเราจะเอา ก็มี คน โฉบไปเสียนี่ ด้วยความแน่ใจว่าตั้งหลายปีไม่มีใครสนใจ แต่ ฟ้ายังประทานให้มี น้อง ซามิชิโก เป็นตัวแทน ก็น่าจะดีใจนะ ลุงแกเลี้ยมาตั้งหลายปีไม่คิดค่าเลี้ยงดู
   ขอแสดงความยินดีด้วยครับที่ได้ อนุเพิ่ม ตอนนี้ มีลูกซองแล้วก็มีลูกกรด  กอดให้สนุก ยังไงก็ไม่ยิงกลัวหลวม เหมือน น้อง อั๋น 1710 น้อง วินซี่ 52 ก็ยังไม่ใช้งาน เลย ระวังรูตันนะ  ปลวกทำรังในรู มีอาหารเป็นไม้วอลนัท


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 05, 2006, 10:47:40 PM
อ้าย...หย๋า....  พี่..ท่าน  แซวได้ร้ายมาก   :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 06, 2006, 08:38:33 AM
ยืนดีกับพี่ด้วยครับ สำหรับซาโก๊กระบอกใหม่ เห็น อ.ผณิศวรเชียร์มานานแล้วครับบอกว่าอยู่ที่ร้านประโยชน์เหลืออยู่กระบอกเดียว ท่านเชียร์ว่าแม่นมาก สุดท้ายก็เสร็จลูกพี่เรา อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 06, 2006, 09:31:56 AM
ปืนก้องไพรมีอิจฉาท่านพี่ๆอีกแล้วครับงานนี้ ยินดีด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 06, 2006, 04:10:35 PM
อ้าย...หย๋า....  พี่..ท่าน  แซวได้ร้ายมาก  :~)
เจ้าสาวต่อไป AYA หรือ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 06, 2006, 07:35:20 PM
เขียน ถึง น้องหนู ซามิชิโก หน่อยเดียว มีกระทู้ เพิ่ม เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 06, 2006, 07:40:28 PM
เขียน ถึง น้องหนู ซามิชิโก หน่อยเดียว มีกระทู้ เพิ่ม เลย
น้องวิน น้องคิม ก็ด้วย..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: SEK ที่ กันยายน 06, 2006, 07:57:24 PM
รายต่อไปน่ากลัวจะมาเอาสาวสเปนจากผมไปแน่ๆ.... :~) :~) :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 06, 2006, 08:46:01 PM
อ้า.....miss แอร์..เรีย รรรร ...ต้า  (พยายามออกเสียงแบบคุณพิธีกรงานประกวด missuniveres นะครับ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 06, 2006, 09:00:18 PM
ยืนดีกับพี่ด้วยครับ สำหรับซาโก๊กระบอกใหม่ เห็น อ.ผณิศวรเชียร์มานานแล้วครับบอกว่าอยู่ที่ร้านประโยชน์เหลืออยู่กระบอกเดียว ท่านเชียร์ว่าแม่นมาก สุดท้ายก็เสร็จลูกพี่เรา อิอิ


ที่ร้านปืนประโยชน์มีอยู่ทั้งหมด 4 กระบอกครับ ก็เป็นว่าตอนนี้ยังเหลืออีก 3 ครับ ทีแรกผมเข้าใจว่ามีเหลือไม่มีใครเอาอยู่กระบอกเดียวเหมือนกัน  แกล้งถามว่ามีกระบอกใหม่ให้เลือกไหม คุณนทีเลยเปิดตู้เซฟ เอาออกมาให้เลือกอีก 3 กระบอก แกบอกว่าสั่งมาตั้งแต่ปี 41 ก็ขายราคาเก่าอยู่ หมดแล้วก็จะไม่สั่งเข้ามาอีกแล้ว ปืนใหม่ราคาเก่า ตั้งแต่ก่อนลอยค่าเงินบาทครับ  ไม่ต้องคิดมาก เสียดายแค่ว่าพลาด Kimber HS ของร้านสายใจครับ อยากได้ตัวนั้นจริงๆ นี่ดีนะที่มี Sako มาแทนที่ทันทีภายในวันเดียวกัน ไม่งั้น ......


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 06, 2006, 09:11:04 PM
 วันนี้มีเรื่องด่วนเล่า เลย ยังไม่ได้เล่า คนซื้อปืน 3 ประเภทสักที

พี่ครับ รอเรื่องนี้อยู่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 06, 2006, 09:42:43 PM
ยืนดีกับพี่ด้วยครับ สำหรับซาโก๊กระบอกใหม่ เห็น อ.ผณิศวรเชียร์มานานแล้วครับบอกว่าอยู่ที่ร้านประโยชน์เหลืออยู่กระบอกเดียว ท่านเชียร์ว่าแม่นมาก สุดท้ายก็เสร็จลูกพี่เรา อิอิ


ที่ร้านปืนประโยชน์มีอยู่ทั้งหมด 4 กระบอกครับ ก็เป็นว่าตอนนี้ยังเหลืออีก 3 ครับ ทีแรกผมเข้าใจว่ามีเหลือไม่มีใครเอาอยู่กระบอกเดียวเหมือนกัน  แกล้งถามว่ามีกระบอกใหม่ให้เลือกไหม คุณนทีเลยเปิดตู้เซฟ เอาออกมาให้เลือกอีก 3 กระบอก แกบอกว่าสั่งมาตั้งแต่ปี 41 ก็ขายราคาเก่าอยู่ หมดแล้วก็จะไม่สั่งเข้ามาอีกแล้ว ปืนใหม่ราคาเก่า ตั้งแต่ก่อนลอยค่าเงินบาทครับ  ไม่ต้องคิดมาก เสียดายแค่ว่าพลาด Kimber HS ของร้านสายใจครับ อยากได้ตัวนั้นจริงๆ นี่ดีนะที่มี Sako มาแทนที่ทันทีภายในวันเดียวกัน ไม่งั้น ......
อ้าว ผมก็นึกว่าเหลือตัวเดียวเหมือนกันครับ แล้วพี่ยังจะตามหาคิมเบอร์ต่อไปไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 06, 2006, 10:03:37 PM
  เรามาว่าเรื่องของเราดีกว่า  คนซื้อ กับ ร้านค้า คนขายกัยคนซื้อ ย่อมมีปัญหา เราเข้ามาเพื่อหาความรู้ แต่กลับมาพบกับเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย  เรามาหาเรื่องของเล่นเสียเงิน มากน้อย แล้วแต่บุคคล กันดีกว่า  อ่านแล้วทำให้อารมณ์เสียก็ หา อ่านที่สนุกสนาน ของเราดีกว่า
    เอาได้ เวลาอันเป็น เรื่องของเราชาวปืนที่สนุกสนานอย่างเราๆ พวกที่ชอบซื้อปืน มี 3 อย่าง สมัยเมื่อ 30 ปี ก่อนนะ ไม่ใช่ปัจจุบัน ซื้อไป ทะเลากับไป
 1.  ก็ ตาสี ตาสา ตามา ตาไม่ค่อยมี  อาช๊พ ทำไร่ ไถนา ทำสวน บ่อปลา พรานไพรหาของป่า สุดยอดปืนของ ท่านเหล่านี้ ก็ต้องนี่เลย เดี่ยวลูกซอง ขนาด 12 เบลเยี่ยม โคนเหลี่ยมตราเสือ ยิงลูกโดดได้ 32 นิ้ว  กระเตงลูกไปได้ไกล ต่อมา มันชักแพง ก็มีเบลเยี่ยม ตรา หลังวังโคนกลมไม่มีคนซื้อ เลยต้องทำโคนเหลี่ยม พะอักษรว่ายิงลูกโดดได้ จากหลังวังเอง มีไม้ประดับต่อมา พวก เรมิงตัน รอสซี่  สตีเว่น ก็มี คนนิยมบ้างมาก น้อย แล้วแต่โอกาส  เพราะ ไอ้ เบลเยี่ยมหายากแล้วแพง หลังสุด ก็ ไบคาร ตอนแรก ถูกมากราคาไม่ถึง พันบาท คุณตาทั้งหลายไม่ค่อยนิยม เพราะ ลำกล้องสั้น 28 นิ้ว ไม่มี ตรายันต์ ยิงลูกโดดได้ แถมนกในอีกต่างหาก ชอบเอาลูกกระเตงไว้ข้างหลังไม่ยอมอุ้ม เพราะ มีโชด ทั้ง คุณโม คุณอิมโม คุณผมฟูแน่นๆ แล้วแต่ตาดีได้ตาร้ายเสีย ไม่รู้ว่ามันบอก ตรงไหน ว่าอีหนูชื่ออะไร จะเปิดยัดลูก แทนที่จะบิดจะต้องผลัก  หางเหยี่ยว หางปลา กลับต้อง บีบแป้นๆ กลางคืนยังซ้อมอีก แม่อีหนูว่าเอา แกจะหัดบีบทั้งคืน เอาไว้บีบปืนตอนเช้าหรือไง แถมต้องใส่ กันขโมยด้วย (ใส่ เซฟ )ยุ่งตายห่า ก็มีท่าน ลุงหัวใส จัดการทำ นกนอก เมดอิน หลังวัง ซะเลย  ท่านคอมมูนิส งงเต็กเลย มีได้ไง ฝรั่งทำมา คนไทยเจ๋งกว่าทำเกิน สุดยอดชาว สยามบ้านข้า ถ้าปีไหน พืชไร่ ข้าวนา  บ่อกุ้ง บ่อปลา ได้ดี มีเงินมากก็ ขยับ เป็น แฝด ลูกซอง เบลเยี่ยม หายี่ห้อไม่พบมีแต่ตรารับรองของเบลเยี่ยม หรือ ซาวเอิอร์ ส่วน CZ หรือ ไบคาล นั้นมาที่หลัง ถ้าขายยาง พืชไร่ดีมากๆ ก็ต้อง Browning A5 เลย ส่วน คุณ เร 870 หรือ 1100 ไม่ค่อยนิยม เพราะยัดลูกไม่มัน A5 มือขวา ยิงไปมือซ้ายยัดลูกไป (ขออภัยถ้าถนัดซ้าย) ถ้าไม่หัวใจวายเสียก่อน หรือ เหี่ยวหมดกระสุน  แถมลูกใหญ่เก็บไว้ก่อน เอา ลูกเล็กๆ ยิงก่อนก็ได้ ส่วน .22 CZ หรือ ปืนสั้นนั้นน้อยมาก
      ปืนของบรรดาท่านเหล่านี้ ใช้คุ้มค่า ใช้ทุกวัน แบกไปไร่ไปนาไปบ่อปลา ตากแดดตากฝน ยิ่ง บ่อกุ้งชายทะเลแล้วดูไม่จืดเลย เช็ดน้ำมันขัดถูจนขาว หรือ ไม่ก็มะเร็งรับประทาน  สะพายมาก ยิงน้อย บางที กระสุนแถมมา 25 นัด 25 ปียังมีเหลือ ยิงเฉพาะ งาน บวช งานแต่ง ราหูอมจันทร์ ขอฝน หรือ เวลาผู้ชายมาปืนหน้าต่างหา ลูกสาว ส่วน ชาวไพร หาของป่า ก็ใช้มาก เพราะต้องหาอาหาร และสารพัด หาวิธีอัดกระสุนเอง ดัดแปลงเอง จนบางที ตอนซื้อ เป็นลูกซองเดี่ยว ต่อมา เป็น ลูกซองพก เพราะ ลำกล้องแตก ต้องตัดทิ้ง เหมือนอยากใหญ่ก็ฉีด ซิลิโคน แล้วถูกตัดทิ้งจุดจู๋
    จะซื้อจากพวกท่านเหล่านี้ หายากมากที่จะพบของดี มักจะเจอ แต่อดีตปืน เท่านั้น 
 ต่อไปก็ประเภท 2 ไม่ใช่สาวนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 06, 2006, 10:06:38 PM
ทำไมใจร้อนรีบอ่านกันยังพิมพ์ไม่เสร็จเลย อ่านกันไป เกือน 25 ท่าน แล้วไม่รอกับเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 06, 2006, 10:10:22 PM
ขออนุญาตแทรกหน่อยนะครับคุณอา..อ่านไปหัวเราะไป ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 06, 2006, 10:13:16 PM
ท่านพี่เล่าได้จังหวะจะโคน ได้อ่านแล้วไพเราะมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 06, 2006, 10:24:03 PM
โอ้โห วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตา กับไม่มียาย เลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 06, 2006, 10:33:57 PM


ยืนดีกับพี่ด้วยครับ สำหรับซาโก๊กระบอกใหม่ เห็น อ.ผณิศวรเชียร์มานานแล้วครับบอกว่าอยู่ที่ร้านประโยชน์เหลืออยู่กระบอกเดียว ท่านเชียร์ว่าแม่นมาก สุดท้ายก็เสร็จลูกพี่เรา อิอิ


ที่ร้านปืนประโยชน์มีอยู่ทั้งหมด 4 กระบอกครับ ก็เป็นว่าตอนนี้ยังเหลืออีก 3 ครับ ทีแรกผมเข้าใจว่ามีเหลือไม่มีใครเอาอยู่กระบอกเดียวเหมือนกัน แกล้งถามว่ามีกระบอกใหม่ให้เลือกไหม คุณนทีเลยเปิดตู้เซฟ เอาออกมาให้เลือกอีก 3 กระบอก แกบอกว่าสั่งมาตั้งแต่ปี 41 ก็ขายราคาเก่าอยู่ หมดแล้วก็จะไม่สั่งเข้ามาอีกแล้ว ปืนใหม่ราคาเก่า ตั้งแต่ก่อนลอยค่าเงินบาทครับ ไม่ต้องคิดมาก เสียดายแค่ว่าพลาด Kimber HS ของร้านสายใจครับ อยากได้ตัวนั้นจริงๆ นี่ดีนะที่มี Sako มาแทนที่ทันทีภายในวันเดียวกัน ไม่งั้น ......
อ้าว ผมก็นึกว่าเหลือตัวเดียวเหมือนกันครับ แล้วพี่ยังจะตามหาคิมเบอร์ต่อไปไหมครับ

ไม่ตามแล้วครับ รอให้มีเข้ามาขายเองก็แล้วกัน แบบว่ารอได้ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 06, 2006, 10:39:18 PM
โอ้โห วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตา กับไม่มียาย เลย
แหะๆ นานๆจะได้มาอยู่กับพี่ตอนกลางคืนบ้างครับ ขอถามอะไรโง่ๆหน่อยครับเคยมีโรงงานไหนในโลกผลิตลูกกรดแฝดมาขายบ้างไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 06, 2006, 10:55:37 PM
มีครับ มีอยู่ที่บ้านพี่ Fabbri เองครับ ทำจากอิตาลี แฝดขนาน สวยด้วย meeting คราวหน้าขอให้แกเอามาอวดซิ เป็นปืนสั่งทำพิเศษครับ ถ้าผมจำไม่ผิด มีสองลำกล้องนะ อีกลำกล้องนึงเป็นแฝดลูกซองขนาด 410

ถ้าน้องจำผิด พี่ Fabbri ต้องเข้ามาเตือนความจำกันหน่อยนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 06, 2006, 10:57:23 PM
โอ้โห วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตา กับไม่มียาย เลย
แหะๆ นานๆจะได้มาอยู่กับพี่ตอนกลางคืนบ้างครับ ขอถามอะไรโง่ๆหน่อยครับเคยมีโรงงานไหนในโลกผลิตลูกกรดแฝดมาขายบ้างไหมครับ
ตอบแบบปัญญา อ่อน น้อยๆ ว่า มี แต่ยิงแม่นไม่เอา ฝาจุก เอาแค่กระปอ๋ง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 06, 2006, 10:59:09 PM
ผิด จำผิดบ้านแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 06, 2006, 11:13:42 PM
โอ้โห วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตา กับไม่มียาย เลย
ยังไม่ครบครับผม เจ้าของกระทู้ยังไม่มาครับ
มีครับ มีอยู่ที่บ้านพี่ Fabbri เองครับ ทำจากอิตาลี แฝดขนาน สวยด้วย meeting คราวหน้าขอให้แกเอามาอวดซิ เป็นปืนสั่งทำพิเศษครับ ถ้าผมจำไม่ผิด มีสองลำกล้องนะ อีกลำกล้องนึงเป็นแฝดลูกซองขนาด 410

ถ้าน้องจำผิด พี่ Fabbri ต้องเข้ามาเตือนความจำกันหน่อยนะครับ
410/22 ยังเคยเจอครับ เคยเห็นในโฆษณาหลายปีแล้วครับ แบบว่าแค่ถามเล่นๆว่ามีใครทำ22/22เป็นo/uหรือs/sบ้างหรือเปล่าครับผม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 06, 2006, 11:20:58 PM
ผิด จำผิดบ้านแล้ว

อ้าว เหรอพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 07, 2006, 08:06:28 AM
มาแล้วครับท่านพี่ ;D ช่วงนี้บ้ากับเทนนิสมากไปหน่อยแต่ก็เข้ามาทุกวันครับ แล้วก็เสียใจเป็นอย่างมากที่พี่ตี๊บของผมถูกปลากระเบนจิ้มอกตาย ไม่น่าเลย :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 07, 2006, 08:18:52 AM
Steve หนะ เป็นขวัญใจของลูกชายของผมเลย แกมีฉายานามว่า ไกรทอง ณ ออสเตรเลีย ดูแกเล่นกับจรเข้ แล้วต้องคอยเตือนลูกชายว่า นั่นเขาชำนาญมากนะลูก ถ้าลูกไปเจอจรเข้ ลูกจะทำแบบ Steve ไม่ได้นะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 07, 2006, 07:58:48 PM
  เอามาว่ากันต่อ เรื่อง สาว ประเภท สอง  ไม่ใข่ คนซื้อปืนประเภท 2
   ชน กลุ่มนี้ เป็น ข้าราชการ ทั้งฝ่ายบู้และบุ๋น พ่อค้า คหบดี เถ้าแก่ อาเสี่ย หลงจู้
  ปืนในกลุ่มนี้ มักจะเป็น ปืน โหหห  พิมพ์นิยม พวก ลูกโม่ ค้อนตราม้า หรือ นาย สมิท กับ สิบเอ็ด มม เป็นหลัก
  ถ้าเป็น ข้าราชการ ก็ ไม่มีปัญหาเรื่อง ขอ ใบ ป ทั้งหลาย ได้ทุก ป ทั้ง ป 3 ป4 ป12 แต่ไม่ค่อย ขอ ป12 เพราะมื่อก่อนประเทศไทยเล็กๆ งัดบัตร คนของหลวงก็เป็นพี่น้องกันหมด จะนิยม ลูกโม่ ขนาด 9 (.38 Spe) หรือ สิบเอ็ด มี 9 มม ของ FN บ้าง และมักจะพบว่า ปืนจะอยู่กับเสื้อผ้า ในตู้จนขึ้นรา ยิงนัดสองนัดยิงมากๆไม่ค่อยพบ ส่วนมากจะไม่ยิงเลย เพราะ กลัวปืนยิ่งกว่าแม่บ้าน สำหรับ พวก บุ๋น  ส่วนฝ่ายบู้ ก็ไม่ต่างกันเท่าไร มักจะพกไปทำงาน ทุกวัน กลางคืนก็พกปืนตัวเอง ปืนซื้อก็ใส่ใต้หมอน เวลาพกก็จะใส่น้ำมัน ใส่ถุงพลาสติก หรือ ก็ ผ้าเช็ดปืน ที่ร้านแถมมาให้ พันเป็นมัดตราสังเลย แล้ว ใส่ซองทั้ง พกนอกและพกใน กว่าจะยิงผู้ร้ายได้ก็ไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แถมยิงไม่ออกอีกเพราะ กระสุนชุ่มน้ำมัน ผู้ร้ายเลยเหนียวยิงไม่ออกยิงไม่เข้า พวก สิบเอ็ด กับ เก้า ก็ยิงไม่ออกสักทีไม่ใช่โจรเหนียว เพียงแต่ลืมขึ้นลำเท่านั้น อย่าว่ากัน
      ปืนของท่านเหล่านี้ มักจะไม่ค่อยขาย ส่วนมากจะยกให้ลูก ถ้าขาย ก็ จะพบว่า ใหม่มาก แต่เป็นปืนพื้นๆ ทั้วๆไป ที่หาได้ในปัจจุบัน ที่น่าสนใจก็แต่ ค้อนตราม้า ลูกโม่ เท่านั้น หรือ .38 Sup ตราม้า แต่ มีเครื่องหมาย สมอ ของทหารเรือ บนปืน หามานานมากแล้วยังขุดไม่พบ หรือ มี ปีกของ ทหารอากาศ บนปืน 9มม บราวนิ่ง ที่ด้ามมีที่ต่อพานท้ายได้ มีทั้งสีเขียว และ สีดำ สมัยก่อน ราคา 3500-4000 บาท มีแมก สองอัน  แต่ส่วนใหญ่ที่พบในกลุ่มนี้ ภายนอกมักจะโทรม แต่ภายในดี หรือ ใหม่อยู่ในกล่องก็เคยพบ
    ส่วนพวกพ่อค้าที่ขึ้นอำเภอขอปืน เดินไปหาปลัด หรือ ท่าน นายอำเภอ แบบ ก้มแถบติดดินถ้าคลานได้คงทำ พวกนี้มักจะมีปืนลูกโม่ สองสอง หรือ สามสอง ถ้ามีอาจารย์ดี ก็แนะนำ อัตตาโนมัด 7.65  ส่วนพวก ขึ้นอำเภอ ยกมือไหว้ทักทายไปทั่ว คุยสนุกเฮฮา พบหน้าพวกอำเภอ ก็จะทักว่ายังไม่สิ้นเดือนเลยมาทำไม เงินเดือนยังไม่ออก เปล่า อั้วไม่ได้มาเก็บ บันน้ำบัญชี จะมาขอ ปืน ไปเฝ้าอีหนูเด็กๆนะ เห็นเขาว่า ลูกโม่ ขนาด เก้ามันดี นายอำเภอ ให้นะฮะ  ไม่ได้มันขนาดใหญ่ประชาชนมีไม่ได้ ต้องพวกปราปรามจึงได้ ไม่เป็นอาลาย ไม่ให้ก็ไม่เป็นอาลาย อั้วพกบัญชีมาด้วย ที่เซ้นค่าอาหารค่าเหล้า เมื่อวันก่อนพาอีตัวใหม่ๆ ไปกินนะ หรือจะให้อั้วไปเก็นกันคุณนายที่บ้าน ยังงั้นอั้วก็ลาเลี้ยว ไม่เป็นลายไม่เป็นลาย  เดี๋ยวๆ อาเฮีย อาแปะ ก็พอจะคุยกันได้ใจเย็นๆ  มันก็พอจะได้อยู่นะ ไอ้ขนาด เก้า นะ  อีก 2-3 วันมาเอาใบไปซื้อ แต่ บันน้ำบัญช๊ ก็ช้าหน่อยนะ  อีก คนหนึ่งขึ้นอำเภอ มีคนเดินตาม 2-3 คน พูดจาเสียงดังคับฟ้า คนบนอำเภอ เห็น ก็จะรีบวิ่งมายกมือไหว้ทักทาย เถ้าแก่มาทำไม ออ๋ ผงจะมาขอใบไปซื้อปืนนะ เห็นพวกๆ ผู้กินกับ สาราวัด บอกว่า ต้อง สิบเอ็ด มม หรือ แรงๆก็ 375หรือ 357 นะจำไม่ค่อยร่าย เขาว่ายิงรางรถไฟขาดเลย มีหัวเจาะเกราะ ด้วย อั้วว่าจะเอาไปยิง ยุง ยิงแมลงวัน เวลา ท่านผู้ว่า ท่านผู้กินกับ ไป เจี้ยจิ้วที่บ้านอั้ว  โอยไม่ต้องมาเองก็ได้ ให้เด็กๆมาก็ได้แล้ว จะเอา ขนาดอะไรก็ได้ แล้วอย่าลืมบอกนายนะว่าผมบริการดี เดี๋ยวเย็นๆผมเอาไปให้ที่บ้านเผื่อจะเจอ นาย
  กลุ่มนี้ ส่วนมาก ก็จะยิง สัก สองโม่หรือสองแมก แล้ก็ยัดอยู่ในลิ้นชักเงิน หรือ ใต้ที่นอน บางทีลืมไปเลยว่ามีปืน เวลาขโมยขึ้นบ้านหรือโจรปล้น ก็ไม่รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหน ส่วนปืน ยาว .22 หรือไรเฟิล หรือ ลูกซองมักจะ ซื้อให้อาตี๋ไปยิงนกเล่น ปืนเหล่าจะอยู่ในสถาพดีมาก รักษาดี แต่ไม่ขาย เพราะไม่รู้จะขายไปทำไม พ่อตายลูกก็จะรับต่อ ที่น่าสนใจ ของ พวกประเภทสองนี้ นอกจาก .38 Sup ทหารเรือและ 9 มมทหารอากาศแล้ว ก็มี พวก .22 ลูกโม่ ค้อนตราม้า มี .38 บ้าง ส่วน ของอีตาสมิท ก็ธรรมดาเกินไป หลังๆ เมื่อ ปี 2518 ท่านเหลิม ดาวเทียม มา อยู่มหาดไทย สั่งให้เอาปืนเถื่อนมาทำให้เป็นปืนดี เมื่อ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2518 พวกท่านที่มี .22 .32 7.65 ก็ลบเลขทิ้ง ฉีกใบป4  ขายร้านค้า หรือ คนที่อยากได้ แต่เงินไม่พอ ส่วนที่มีเงิน ก็เปลี่ยน เป็น .38 .357 9มม 11มม มีปืนหลายยี่ห้อ เข้ามาแปลก ๆ บางที่ ลูกโม่ .22 LR เก้านัด ที่เมืองนอก มาถึงเมืองไทย กลายเป็น .22Win Mag ปืนยี่ห้อปลาดๆมีเข้ามามาก น่าเสียดายปืน บางกระบอก เช่น ลูกโม่ .22 Colt ทั้ง ธรรมดา และ ทาเก็ด ลูกลบเลขไปมาก แล้วก็ไปตกอยู่กับ พวกประเภท 1 ปัจจุบัน ก็ เป็นปืนที่เราๆท่านๆมีกันอยู่ ไม่น่าสนใจเท่าไร
    วันนี้เขียนกระด้างไปก็ต้องขออภัยด้วย
  นี่ต้อง ประเภท ที่ 3  สุดยอด ที่จะหาซื้อปืน จากท่านเหล่านี้ แล้วติดตามต่อไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 07, 2006, 08:46:06 PM
ผมอ่านมาแล้วสองประเภท ผมยังไม่เข้าข่ายที่น่าสงสัยครับ ;D แต่สงสัยว่าท่านผู้เขียนจะตกอยู่ประเภทสองที่เป็นอาตี๋มีอาป๊าซื้อลูกซองให้ยิงนกเล่นรึเปล่าครับพี่FABBRI :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 07, 2006, 09:05:55 PM
ผมอ่านมาแล้วสองประเภท ผมยังไม่เข้าข่ายที่น่าสงสัยครับ ;D แต่สงสัยว่าท่านผู้เขียนจะตกอยู่ประเภทสองที่เป็นอาตี๋มีอาป๊าซื้อลูกซองให้ยิงนกเล่นรึเปล่าครับพี่FABBRI :VOV:
ไม่ตก เพราะอาตี๋ กับ อาป๊า ยังห่างไกลกับเรื่องปืน จาก  ประเภทที่ 3 ที่จะเล่า ต่อไป มากนัก อย่าใจร้อน อ่านก่อน
 เด็ก จรวด นาดาว ตกรอบไปชิบ ตายน้ำตื้น
 นึก ออกแล้ว ทำไมถึงเล่า ไม่สนุก เพราะ ท่าน ลูกซองสั้น เอา น้อง อีเจิง แอนจี้ ไปกอด แทนเรา
  และมีร้านปืนเข้ามาอ่าน ก็ขอขอบคุณ ที่ให้ความสนใจ แถม เอาไป หาเสียงขายปืนตัวเอวอีกต่างหาก ไม่ว่ากัน ขอให้ขายหมดไวๆ จะได้สั่งปืน ประหลาด ๆ มาขายก็ดี  ซามิชิโก หมดแล้ว ก็ สั่ง  น้องคิม นักวิ่งนะไม่ใช่นักทุ่มน้ำหนัก หรือ นักยกน้ำหนัก เอาเป็น นางงาม USA ตัวเบาๆ สวยๆ น้องแอนจี้ไม่เอานะ ได้นางงาม แล้ว ขอ เลิก ไม่เป็นซะอย่านั้น ชอบเป็นดาราหนังมากกว่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 07, 2006, 10:21:29 PM
ไม่มีอาป๊าหาลูกกรดมาให้เล่นนะครับ แถมทุกวันนี้เล่นปืนกลับถูกด่าหาว่าเปลือง แต่ตอนนี้เป็นอาป๊าหาปืนให้อาหมวยเล่น อีกลับไม่สนใจดูแต่MTVทั้งวัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 07, 2006, 11:17:12 PM
แหมพี่ Fabbri ครับ เปรียบเทียบ Sako p94s varmint เป็นน้องอีเจ้งไปเลย  ลุงประโยชน์ยังมี clone อยู่อีกสามคนนะ แม้นว่าลวดลายตรงขาอ่อนอาจจะไม่สวยเหมือนน้องในอ้อมกอดของผมในคืนนี้ แต่รับรองได้ว่าน้องอีกสามคนต้องมีทีเด็ดเหมือนกันแน่ๆเลย

เมื่อตอนบ่ายพาน้องซามิโกะไปหากล้องใส่ที่ร้านลุงมนัส เจอแควนลูกกรดพาดแท่นท่านนึง  ท่านเกิดปิ๊งน้องซามิโกะของผม มาขออนุญาตลูบคลำของสงวนของน้องซามิโกะ เท่านั้นยังไม่พอ ยังขออุ้มน้องซามิโกะไปชั่งน้ำหนักตัวอีก แบบว่าสงสัยว่าจะส่งเข้าประกวดลูกกรดพาดแท่นได้พอดีไหม ผมเองก็เลยได้รู้ว่าน้ำหนักของน้อง 3.6 กก.พอดี ประกวดได้เลยไม่ต้องไปทำ detox ก่อนประกวดนะ ดูเสร็จยิ้มแฉ่ง ถามว่าค่าสินสอดเท่าไหร่ ผมบอกค่าสินสอดไป และแถมท้ายว่า ลุงประโยชน์ไม่ได้คิดค่าเลี้ยงดู ที่อุตสาห์เก็บมาตั้งแต่ปี 41 ค่าสินสอดคิดเท่าเดิม พอผมพูดจบ แควนท่านนั้นก็พรุบพั้บออกจากร้านหายไปเลย ป่านนี้คงไปดูแฝดอีกสามที่เหลือแล้วมั่งครับ สงสัยกว่าใบทะเบียนสมรสของผมกับน้องซามิโกะจะออก ลุงประโยชน์คงไม่เหลือแฝดสามของน้องซามิโกะคาตู้แล้วนะ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: M 60 - 7 รักในหลวง ที่ กันยายน 07, 2006, 11:26:20 PM
ได้ความรู้ดี มีสาระ อ่านสนุก ขอบพระคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 08, 2006, 09:05:31 AM
เมื่อวานแอบไปยิงเป้าบินกับ banyat ที่สนามหลังบ้าน มีเรื่องขำๆครับ คือยิงแล้วเห็นเป้าแตกออกมาสองเสี่ยงผ่ากลางเลยครับ เป้าไม่ได้ถูกเม็ดลูกปลายเลยครับ แต่โดนหมอนพสาสติกยิงแตกสองซีกเลย เม็ดลูกปลาย300กว่าเม็ดไม่ถูก ดันถูกหมอนที่มีอันเดียว ยิงได้อย่างนี้ตั้ง3เป้าแนะ เก่งจริงๆเลยพวกผม :~) :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 08, 2006, 09:11:59 AM
เมื่อวานแอบไปยิงเป้าบินกับ banyat ที่สนามหลังบ้าน มีเรื่องขำๆครับ คือยิงแล้วเห็นเป้าแตกออกมาสองเสี่ยงผ่ากลางเลยครับ เป้าไม่ได้ถูกเม็ดลูกปลายเลยครับ แต่โดนหมอนพสาสติกยิงแตกสองซีกเลย เม็ดลูกปลาย300กว่าเม็ดไม่ถูก ดันถูกหมอนที่มีอันเดียว ยิงได้อย่างนี้ตั้ง3เป้าแนะ เก่งจริงๆเลยพวกผม :~) :~)
แอบยิงหลังบ้านกันเลยหรือครับ..ไม่ชวนกันบ้างเลย..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 08, 2006, 10:02:28 AM
ในกระทู้เรานี้ก็คงมีปืนก้องไพรคนเดียวมังครับที่ยังไม่รู้เรื่องยิงเป้าบินกับคนอื่นเค้าเลย :~) น่าสงสารเด็กตัวน้อยๆอย่างเราเป็นอย่างยิ่ง :OOที่เกิดมาอาภัพอับโชคต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 08, 2006, 10:34:29 AM
จะบ่นไปทำไม แถว Long Island ต้องมี gun club บ้างหละน่า นี่ก็ september แล้ว Hunting season เปิดแล้วนะ มัวแต่ดู tennis แล้วเมื่อไหร่จะได้ออกไปยิงกวาง ยิงเป็ด บ้างหละ ป่านนี้แล้ว พวก Waterfowl คงเริ่มบินกันมาจากแถบ NewEngland แล้วมั่ง ออกไปส่องนกบ้างซิครับ

คนอยู่กรุงเทพออกจะอิจฉา อยู่ที่นี่มี Hunting season ซะเมื่อไหร่เล่า เลยต้องมายิงนกปลอม (clay target) อยู่นี่ไง

ขออภัย คุยกับคนที่พลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอน ไปอยู่ต่างประเทศ เลยต้องใส่เสียงในฟิลม์ครับ  ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 08, 2006, 10:39:11 AM
ฮิๆจริงครับพี่สงสัยว่าต้องทำตัวใหม่ให้เข้ากับสถานที่ มัวแต่คิดจมอยู่กับบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ได้มาเป็นสิบกว่าปี ยิ่งฟังเพลงนี้ก็ยิ่งให้เศร้าใจได้ทุกที

 บ้านเคยอยู่อู่เคยนอน เมื่อจะจากจรไม่รู้วันย้อนกลับมา ลูกผู้ชายหลั่งน้ำตาต่างถ้อยวาจาแห่งการอำลาเคหาเคยนอน.... :'(


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 08, 2006, 06:20:10 PM
 สงสัยท่าน STEEL อ่านแล้วหัวเราะจนตกเก้าอี้ นอน ให้น้องๆหยอดน้ำข้าวต้ม
  มายกนะ เพราะวันนี้ไม่ได้เล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 08, 2006, 07:44:00 PM
เอารึยังหละพี่ สงสัยจัง ผมเป็นตัวอย่างของแบบที่สามรึเปล่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ กันยายน 08, 2006, 08:11:33 PM
รออ่านอยู่เหมือนกันค่ะ :o


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 08, 2006, 10:20:50 PM
รออ่านอยู่เหมือนกันค่ะ :o
copyด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 09, 2006, 06:45:18 AM
วันที่ 9 - 17 นี้ จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สุพรรณบุรีเกมส์ เป้าบินจะแข่งกันที่สนามยิงเป้าบินหัวหมาก เนื่องจากไม่มีสนามยิงเป้าบินที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ช่วงสุดสัปดาห์นี้ไปจนจบสุดสัปดาห์หน้า ใครว่างก็เชิญแวะเข้าไปชมนะครับ ส่วนสมาชิกอาจจะสามารถใช้สนามฝึกซ้อมได้ถ้าการแข่งขันในแต่ละวันจบลง



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 09, 2006, 07:32:13 AM
ถามพี่ลูกซองสั้นครับ...   กติกาของเป้าบินแต่ละประเภทมีการยิงกี่ชุดยิงและนับคะแนนอย่างไรครับ                                                                                                                                 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 09, 2006, 07:50:03 AM
สงสัยท่าน STEEL อ่านแล้วหัวเราะจนตกเก้าอี้ นอน ให้น้องๆหยอดน้ำข้าวต้ม
 มายกนะ เพราะวันนี้ไม่ได้เล่า
มายถึงขนาดนั้น ได้แต่ถามว่า เฮีย เฮีย นั่งยิ้มอยู่คนเดียวทำไม ทุกวัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 09, 2006, 08:02:51 AM
ฮิๆจริงครับพี่สงสัยว่าต้องทำตัวใหม่ให้เข้ากับสถานที่ มัวแต่คิดจมอยู่กับบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ได้มาเป็นสิบกว่าปี ยิ่งฟังเพลงนี้ก็ยิ่งให้เศร้าใจได้ทุกที

 บ้านเคยอยู่อู่เคยนอน เมื่อจะจากจรไม่รู้วันย้อนกลับมา ลูกผู้ชายหลั่งน้ำตาต่างถ้อยวาจาแห่งการอำลาเคหาเคยนอน.... :'(
เพลงอะไรเกิดไม่ทันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: BSW ที่ กันยายน 09, 2006, 08:40:05 AM
...ติดตามอ่านทุกๆหน้าเลยครับท่าน :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 09, 2006, 10:18:40 AM
ฮิๆจริงครับพี่สงสัยว่าต้องทำตัวใหม่ให้เข้ากับสถานที่ มัวแต่คิดจมอยู่กับบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ได้มาเป็นสิบกว่าปี ยิ่งฟังเพลงนี้ก็ยิ่งให้เศร้าใจได้ทุกที

 บ้านเคยอยู่อู่เคยนอน เมื่อจะจากจรไม่รู้วันย้อนกลับมา ลูกผู้ชายหลั่งน้ำตาต่างถ้อยวาจาแห่งการอำลาเคหาเคยนอน.... :'(
เพลงอะไรเกิดไม่ทันครับ
เพลงคนไกลบ้านของพี่หงาคาราวานไงครับ เกิดไม่ทันได้ไงงง ;Dโกหกกันรึเปล่า :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 09, 2006, 10:46:50 AM
รู้สึกว่าช่วงนี้เราไม่ค่อยมีเรื่องปืนมาคุยกันเลยนะครับ กระผมเองก็บอกตามตรงว่าไม่ทราบจะเริ่มเรื่องไหนดี ยังไงก็รบกวนท่านอื่นๆโดยเฉพาะพี่ลูกซองสั้นช่วยเปิดวาระเด็ดๆด้วยแล้วกันนะครับ
 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 09, 2006, 01:40:01 PM
ถามพี่ลูกซองสั้นครับ... กติกาของเป้าบินแต่ละประเภทมีการยิงกี่ชุดยิงและนับคะแนนอย่างไรครับ

skeet และ trap ประเภทชาย จะยิงแข่ง 5 ชุดก่อน รวม125 เป้า แล้วผู้ที่ยิงได้คะแนนสูงสุด 6 คน จะได้เข้าไปยิงชุด final อีก 1 ชุด รวมเป็นทั้งหมด 150 เป้าครับ  ส่วนประเภทหญิงจะยิงแค่ 3 ชุด รวมกับชุด final ก็จะเป็น 100 เป้าเท่านั้น

double trap ชายจะยิงชุดละ 50 เป้า ส่วนหญิงยิงชุดละ 40 เป้า ยิงคัดเลือกเอาคนที่คะแนนสูงสุด 6 คน โดยยิง 3 ชุด และไปยิงชุด final อีก 1 ชุด ดังนั้น ชายยิงทั้งหมด 200 เป้า หญิง 160 เป้า



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 09, 2006, 02:11:32 PM
มีสมาชิกท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า ปืนกีฬาที่ดีโช๊คต้องเป็นโช๊คตายตัวแบบเปลี่ยนไม่ได้ถ้าเป็นโช๊คที่เปลี่ยนได้ยังไม่ถือว่าเป็นปืนกีฬาเต็มตัว อย่างเช่น LANBERเปลี่ยนโช๊คลำกล้องล่างได้ โช๊คที่ตายตัวจะดีกว่าโช๊คที่เปลี่ยนได้จริงหรือไม่ครับ หากเรามีปืนที่โช๊คเปลี่ยนได้ เราจะหาโช๊คจากโรงงานที่ผลิตโช๊คขายซึ่งมีอยู่หลายยี่ฮ้อมาเปลี่ยน จะทำไห้ม่านกระสุนเที่ยบเท่าหรือดีกว่า โช๊คที่ตายตัวมากับปืนหรือไม่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 09, 2006, 07:49:15 PM
รู้สึกว่าช่วงนี้เราไม่ค่อยมีเรื่องปืนมาคุยกันเลยนะครับ กระผมเองก็บอกตามตรงว่าไม่ทราบจะเริ่มเรื่องไหนดี ยังไงก็รบกวนท่านอื่นๆโดยเฉพาะพี่ลูกซองสั้นช่วยเปิดวาระเด็ดๆด้วยแล้วกันนะครับ
 
เรื่องปืนมีอีกมาก แต่ ในบางครั้งไม่สามารถ เล่า ให้คนทั้งโลก อ่านได้ ( เวิ่อไปหรือเปล่า) เพราะ คนรักเราก็มี คนเกลียดเราก็มาก ขอ ผลัดไป พรุ่งนี้ เล่า เรื่องประเภทที่3 เพราะ ลูก จะกลับ USA คื่นนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: M 60 - 7 รักในหลวง ที่ กันยายน 09, 2006, 08:18:15 PM
มารอฟังเรื่องเล่าครับผม


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 09, 2006, 09:41:21 PM
มีสมาชิกท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า ปืนกีฬาที่ดีโช๊คต้องเป็นโช๊คตายตัวแบบเปลี่ยนไม่ได้ถ้าเป็นโช๊คที่เปลี่ยนได้ยังไม่ถือว่าเป็นปืนกีฬาเต็มตัว อย่างเช่น LANBERเปลี่ยนโช๊คลำกล้องล่างได้ โช๊คที่ตายตัวจะดีกว่าโช๊คที่เปลี่ยนได้จริงหรือไม่ครับ หากเรามีปืนที่โช๊คเปลี่ยนได้ เราจะหาโช๊คจากโรงงานที่ผลิตโช๊คขายซึ่งมีอยู่หลายยี่ฮ้อมาเปลี่ยน จะทำไห้ม่านกระสุนเที่ยบเท่าหรือดีกว่า โช๊คที่ตายตัวมากับปืนหรือไม่ครับ

ปืนแบบโช้คตายตัวก็จะมีโช้คติดอยู่กับปืนถูกเบอร์ และติดอยู่กับปืนเสมอครับ (ไม่หลวม ไม่ใส่ผิดเบอร์ ไม่หลุดหาย) ที่สำคัญ การคว้านปากลำกล้อง ทำเกลียวในลำกล้อง และใส่โช้คเข้าไปในลำกล้อง มีโอกาสที่จะพลาด เอียงนิดเดียว กลุ่มกระสุนจะเหวี่ยงไปข้างๆ ไม่กลม และไม่เกลี่ยกระจายเป็นวงรัศมีสวยงาม อย่างที่ควรจะเป็น

ที่สนามเราเอง เคยเจอปืนแบบเปลี่ยนโช้คได้กระบอกนึง มีลำกล้องนึงอาการประหลาด คือใส่โช้คตัวนึง ยิงได้กลุ่มกระสุนสูงเกินไปนิดนึง พอเปลี่ยนใส่โช้คอันใหม่อีกอันนึง กลับยิงได้กลุ่มสูงขวา เรียกว่ากินสูงและกินขวาด้วย ประมาณ 2 นาฬิกา ก็ไม่รู้ว่า เป็นที่ตัวโช้คทำเกลียวมาเอียง หรือว่าบ่าโช้คในลำกล้องทำมาไม่ตรง 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ กันยายน 09, 2006, 10:02:27 PM
วันที่ 9 - 17 นี้ จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สุพรรณบุรีเกมส์ เป้าบินจะแข่งกันที่สนามยิงเป้าบินหัวหมาก เนื่องจากไม่มีสนามยิงเป้าบินที่จังหวัดสุพรรณบุรี

โปรแกรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 "กีฬายิงเป้าบิน"

วันที่ 11 กันยายน 2549  แข่ง DOUBLE TRAP  ชาย-หญิง
วันที่ 13 กันยายน 2549  แข่ง  TRAP    ชาย-หญิง
วันที่ 14 กันยายน 2549  แข่ง  TRAP    ชาย (FINAL)
วันที่ 16  กันยายน 2549 แข่ง  SKEET  ชาย-หญิง
วันที่ 17 กันยายน 2549  แข่ง  SKEET   ชาย (FINAL)
       ตั้งแต่เวลา  9.00 - 14.00 น.

ถ้าท่านใดว่างก็ขอเชิญมาชมและให้กำลังใจนักกีฬายิงเป้าบินของจังหวัดต่างๆได้นะค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 09, 2006, 10:18:09 PM
วันที่ 9 - 17 นี้ จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สุพรรณบุรีเกมส์ เป้าบินจะแข่งกันที่สนามยิงเป้าบินหัวหมาก เนื่องจากไม่มีสนามยิงเป้าบินที่จังหวัดสุพรรณบุรี

โปรแกรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 "กีฬายิงเป้าบิน"

วันที่ 11 กันยายน 2549  แข่ง DOUBLE TRAP  ชาย-หญิง
วันที่ 13 กันยายน 2549  แข่ง  TRAP    ชาย-หญิง
วันที่ 14 กันยายน 2549  แข่ง  TRAP    ชาย (FINAL)
วันที่ 16  กันยายน 2549 แข่ง  SKEET  ชาย-หญิง
วันที่ 17 กันยายน 2549  แข่ง  SKEET   ชาย (FINAL)
       ตั้งแต่เวลา  9.00 - 14.00 น.

ถ้าท่านใดว่างก็ขอเชิญมาชมและให้กำลังใจนักกีฬายิงเป้าบินของจังหวัดต่างๆได้นะค่ะ

พูดง่ายๆ ไม่ต้อง เกรงใจ บอกมาเลย อาๆๆลุงๆๆ น้าๆๆ ทั้งหลาย ช่วยไปเชียร์ เตยด้วยวันทีที่ 16 นะ  เตย กราบขอบคุณ ล่วงหน้า ใช่ไหมหลาน รัก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 09, 2006, 10:43:21 PM
เป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 09, 2006, 11:51:27 PM
เอาเลย 

when you have to shoot,  just shoot to kill.

เคล็ดไม่ลับ สำหรับน้องเตย จรดปืนให้ห่างกว่าที่เคยยิงที่สนามราชบุรีออกมาอีกสักหน่อยนะ เพราะเวลาเตยยิงผิด มักจะยิงหลังเป้าเสมอ คือยิงไม่ค่อยทันเป้า อาจจะออกปืนช้าไปหน่อย เพราะว่าตื่นสนาม หรือมือไม้อ่อน เพราะคนดูเยอะ อ้อ จรดปืนห่างออกมาแต่ว่าตามองที่เดิมนะ อย่าเปลี่ยนจุดมอง แล้วก็ทำทุกอย่างเหมือนเดิม แล้วแต้มจะดีขึ้นเอง



หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 10, 2006, 09:28:22 AM
ฮิๆจริงครับพี่สงสัยว่าต้องทำตัวใหม่ให้เข้ากับสถานที่ มัวแต่คิดจมอยู่กับบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ได้มาเป็นสิบกว่าปี ยิ่งฟังเพลงนี้ก็ยิ่งให้เศร้าใจได้ทุกที

 บ้านเคยอยู่อู่เคยนอน เมื่อจะจากจรไม่รู้วันย้อนกลับมา ลูกผู้ชายหลั่งน้ำตาต่างถ้อยวาจาแห่งการอำลาเคหาเคยนอน.... :'(
เพลงอะไรเกิดไม่ทันครับ
เพลงคนไกลบ้านของพี่หงาคาราวานไงครับ เกิดไม่ทันได้ไงงง ;Dโกหกกันรึเปล่า :OO
คาราวานไม่ค่อยได้ฟังครับ ร้องได้แต่ คืนรัง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 10, 2006, 09:29:57 AM
ถามพี่ลูกซองสั้นครับ... กติกาของเป้าบินแต่ละประเภทมีการยิงกี่ชุดยิงและนับคะแนนอย่างไรครับ

skeet และ trap ประเภทชาย จะยิงแข่ง 5 ชุดก่อน รวม125 เป้า แล้วผู้ที่ยิงได้คะแนนสูงสุด 6 คน จะได้เข้าไปยิงชุด final อีก 1 ชุด รวมเป็นทั้งหมด 150 เป้าครับ ส่วนประเภทหญิงจะยิงแค่ 3 ชุด รวมกับชุด final ก็จะเป็น 100 เป้าเท่านั้น

double trap ชายจะยิงชุดละ 50 เป้า ส่วนหญิงยิงชุดละ 40 เป้า ยิงคัดเลือกเอาคนที่คะแนนสูงสุด 6 คน โดยยิง 3 ชุด และไปยิงชุด final อีก 1 ชุด ดังนั้น ชายยิงทั้งหมด 200 เป้า หญิง 160 เป้า


  ขอบคุณมากครับพี่...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 10, 2006, 09:31:09 AM
เรื่องปืนมีอีกมาก แต่ ในบางครั้งไม่สามารถ เล่า ให้คนทั้งโลก อ่านได้ ( เวิ่อไปหรือเปล่า) เพราะ คนรักเราก็มี คนเกลียดเราก็มาก ขอ ผลัดไป พรุ่งนี้ เล่า เรื่องประเภทที่3 เพราะ ลูก จะกลับ USA คื่นนี้

ขอไห้น้องโจ้เดินทางปลอดภัย ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 10, 2006, 09:35:49 AM
วันที่ 9 - 17 นี้ จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สุพรรณบุรีเกมส์ เป้าบินจะแข่งกันที่สนามยิงเป้าบินหัวหมาก เนื่องจากไม่มีสนามยิงเป้าบินที่จังหวัดสุพรรณบุรี

โปรแกรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 "กีฬายิงเป้าบิน"

วันที่ 11 กันยายน 2549  แข่ง DOUBLE TRAP  ชาย-หญิง
วันที่ 13 กันยายน 2549  แข่ง  TRAP    ชาย-หญิง
วันที่ 14 กันยายน 2549  แข่ง  TRAP    ชาย (FINAL)
วันที่ 16  กันยายน 2549 แข่ง  SKEET  ชาย-หญิง
วันที่ 17 กันยายน 2549  แข่ง  SKEET   ชาย (FINAL)
       ตั้งแต่เวลา  9.00 - 14.00 น.

ถ้าท่านใดว่างก็ขอเชิญมาชมและให้กำลังใจนักกีฬายิงเป้าบินของจังหวัดต่างๆได้นะค่ะ

พูดง่ายๆ ไม่ต้อง เกรงใจ บอกมาเลย อาๆๆลุงๆๆ น้าๆๆ ทั้งหลาย ช่วยไปเชียร์ เตยด้วยวันทีที่ 16 นะ  เตย กราบขอบคุณ ล่วงหน้า ใช่ไหมหลาน รัก
ขอเสียง กองเชียร์น้องเตยหน่อยครับ ท่านใดจะไปเชียร์บ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 10, 2006, 09:51:34 AM
วันที่ 9 - 17 นี้ จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สุพรรณบุรีเกมส์ เป้าบินจะแข่งกันที่สนามยิงเป้าบินหัวหมาก เนื่องจากไม่มีสนามยิงเป้าบินที่จังหวัดสุพรรณบุรี

โปรแกรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 "กีฬายิงเป้าบิน"

วันที่ 11 กันยายน 2549 แข่ง DOUBLE TRAP ชาย-หญิง
วันที่ 13 กันยายน 2549 แข่ง TRAP ชาย-หญิง
วันที่ 14 กันยายน 2549 แข่ง TRAP ชาย (FINAL)
วันที่ 16 กันยายน 2549 แข่ง SKEET ชาย-หญิง
วันที่ 17 กันยายน 2549 แข่ง SKEET ชาย (FINAL)
 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 14.00 น.

ถ้าท่านใดว่างก็ขอเชิญมาชมและให้กำลังใจนักกีฬายิงเป้าบินของจังหวัดต่างๆได้นะค่ะ

พูดง่ายๆ ไม่ต้อง เกรงใจ บอกมาเลย อาๆๆลุงๆๆ น้าๆๆ ทั้งหลาย ช่วยไปเชียร์ เตยด้วยวันทีที่ 16 นะ เตย กราบขอบคุณ ล่วงหน้า ใช่ไหมหลาน รัก
ขอเสียง กองเชียร์น้องเตยหน่อยครับ ท่านใดจะไปเชียร์บ้างครับ
  มาแล้วครับ 1 เสียงเบาๆ ;) ;)ไปร่วมเชียร์ด้วยคนครับ.


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ กันยายน 10, 2006, 01:58:25 PM
อ้างถึง
พูดง่ายๆ ไม่ต้อง เกรงใจ บอกมาเลย อาๆๆลุงๆๆ น้าๆๆ ทั้งหลาย ช่วยไปเชียร์ เตยด้วยวันทีที่ 16 นะ  เตย กราบขอบคุณ ล่วงหน้า ใช่ไหมหลาน รัก
อ้างถึง

โธ่ๆๆ คุณลุงค่ะถ้าบอกตรงๆมันก็กะไรอยู่  ;D
แต่ถ้าใครจะมาเป็นกำลังให้เตยก็ขอกราบขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยนะค่ะ
เผื่อจะยิงดีขึ้นอีกซักหน่อยจริงมั้ยค่ะคุณลุง FABBRI   ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ กันยายน 10, 2006, 02:01:28 PM
เอาเลย
when you have to shoot, just shoot to kill.
เคล็ดไม่ลับ สำหรับน้องเตย จรดปืนให้ห่างกว่าที่เคยยิงที่สนามราชบุรีออกมาอีกสักหน่อยนะ เพราะเวลาเตยยิงผิด มักจะยิงหลังเป้าเสมอ คือยิงไม่ค่อยทันเป้า อาจจะออกปืนช้าไปหน่อย เพราะว่าตื่นสนาม หรือมือไม้อ่อน เพราะคนดูเยอะ อ้อ จรดปืนห่างออกมาแต่ว่าตามองที่เดิมนะ อย่าเปลี่ยนจุดมอง แล้วก็ทำทุกอย่างเหมือนเดิม แล้วแต้มจะดีขึ้นเอง


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะค่ะคุณอา ตอนนี้ที่ซ้อมอยู่ก็ได้เอาคำแนะนำจากคุณอามาปรับใช้แล้วหล่ะค่ะ
ก็รู้สึกว่ายิงง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ กันยายน 10, 2006, 02:28:42 PM
ต้องขอบคุณล่วงหน้าเลยนะค่ะสำหรับ คุณอา kat และคุณอา banyat และท่านอื่นๆด้วย
ที่จะมาเป็นกำลังใจให้เตยนะค่ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 11, 2006, 08:43:05 AM
วันนี้ก่อนออกจากบ้านไปดูเทนนิสมีความหวังอยู่พอสมควร แบบว่าปลากระดี่ได้น้ำ ขากลับเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก แวะกินข้าวก็กินไม่ค่อยลงกินเป็ดไปได้ครึ่งตัวกับขากบทอดกระเทียมอีกจานเท่านั้นเอง ข้าวก็ติดคอมันฝืดๆยังไงไม่รู้เลยต้องสั่งเนื้อตุ่นมาซดเพื่อช่วยไม่งั้นวันนี้คงผอมแน่ :OO ;D

 ก็เป็นไปตามที่คิดไว้ครับเพราะยังไงAndyก็คงไม่ชนะไปได้ :~) วันนี้เงียบๆนะครับพี่ๆเพื่อนๆหายไปไหนหมด ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 11, 2006, 09:46:22 AM
อยู่แถวนั้นมีกบกินด้วยหรือครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 11, 2006, 09:58:44 AM
อวยพรให้น้องเตย และนักกีฬาเป้าบินทุกท่านจงประสบความสำเร็จในการแข่งขันวันที่ 16 นี้ครับ..
 จะหาโอกาสไปเชียร์ทุกท่านที่ขอบสนาม...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: K-koon ที่ กันยายน 11, 2006, 10:16:19 AM
เสียดายไม่ได้ลงไป กทม.  ส่งแรงเชียร์ถึงพี่ ๆ ที่หัวหมากด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 11, 2006, 10:29:25 AM
อยู่แถวนั้นมีกบกินด้วยหรือครับ
มีครับทั้งแบบเป็นๆและแบบแช่แข็ง ที่นี่คนจีน เวียดนาม ลาว เขมร ไทย เยอะครับฉนั้นอาหารก็เลยมีใก้ลเคียงกับบ้านเราครับ ยกเว้นบางอย่างที่ต้องแช่แข็งมาเท่านั้น พรุ่งนี้ผมจะไปเดินตลาดแล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 11, 2006, 10:52:55 AM
วันที่ 9 - 17 นี้ จะมีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สุพรรณบุรีเกมส์ เป้าบินจะแข่งกันที่สนามยิงเป้าบินหัวหมาก เนื่องจากไม่มีสนามยิงเป้าบินที่จังหวัดสุพรรณบุรี

โปรแกรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 "กีฬายิงเป้าบิน"

วันที่ 11 กันยายน 2549 แข่ง DOUBLE TRAP ชาย-หญิง
วันที่ 13 กันยายน 2549 แข่ง TRAP ชาย-หญิ
วันที่ 14 กันยายน 2549 แข่ง TRAP ชาย (FINAL)
วันที่ 16 กันยายน 2549 แข่ง SKEET ชาย-หญิง
วันที่ 17 กันยายน 2549 แข่ง SKEET ชาย (FINAL)
 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 14.00 น.

ถ้าท่านใดว่างก็ขอเชิญมาชมและให้กำลังใจนักกีฬายิงเป้าบินของจังหวัดต่างๆได้นะค่ะ

พูดง่ายๆ ไม่ต้อง เกรงใจ บอกมาเลย อาๆๆลุงๆๆ น้าๆๆ ทั้งหลาย ช่วยไปเชียร์ เตยด้วยวันทีที่ 16 นะ เตย กราบขอบคุณ ล่วงหน้า ใช่ไหมหลาน รัก
ขอเสียง กองเชียร์น้องเตยหน่อยครับ ท่านใดจะไปเชียร์บ้างครับ
  มาแล้วครับ 1 เสียงเบาๆ ;) ;)ไปร่วมเชียร์ด้วยคนครับ.
มาให้กำลังใจ น้องเตยและนักกีฬา เป้าบินทุกๆๆคนเลย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 11, 2006, 07:33:13 PM
เรามาว่าเรื่อง คนซื้อปืน ประเภท 3 กันดีกว่า
  ก่อนอื่น ก็ ต้อง กราบขออภัยอีกครั้ง ถ้าบางท่านไม่พอใจ ในข้อเขียน ที่ต้องขออภัยทุกครั้ง เพราะ บางท่านเพิ่งเปิดเข้ามาอ่าน จะได้ไม่เข้าใจผิดกัน นะครับ
   อันประเภท ที่ 3 นี้น่าสนใจที่สุด เพราะ เป็นประเภทที่ทำให้ประเทศไทยมีปืนดีๆติดอันดับโลก เข้ามาได้ใช้กัน
                  บุคคนที่อยู่ในประเภทนี้ ก็ คือ บรรดา ท่านเจ้าขุนมูลนาย เจ้าพระยา มหา---- และ อาเสี่ย อาเสี่ยจริงๆ วันๆได้แต่เที่ยว มีลิ่วล้อ เดินล้อมหน้าล้อมหลัง ลูกเจ้าสัว ตัวจริงเสียงจริง ไม่เหมือน อาเสี่ยปัจจุบับ
   อันบุคคล เหล่า นี้ ก็ เป็น ลูกท่าน หลาน เธอ ไป ร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนา บางท่านเกิดเติบโต อิ่มปากอิ่มท้อง ในวัง ไปร่ำเรียนเมืองนอกก็เงินในวัง กลับมาก็ ล้มระบอบ วัง 2475 เสีนนี่
  เมื่อไป อยู่เมืองนอก บางท่านก็ ยังชอบ ยิงนกตกปลา ตาม ท่านพ่อ ท่าน ปู่ ท่าน ตา เมื่อ กลับมาเมืองไทยก็ เอาปืนเหล่านั้นกลับมา มีเงินเหลือมากก็ ซื้อ ดีหน่อย เหลือน้อย ก็ ลด หย่อนลงมา ทั้ง ปืนลูกซองและไรเฟิล ทั้งแฝด และ โทน เล็กบ้างใหญ่บ้าง แล้วแต่ รูปร่างของแต่ละท่าน เช่น สูงฉลูดตูดปอดยอดขุนพล อะไรทำนองนี้  พูดถึงปืนที่ใช้ยิงนะไม่ใช่ปืนประจำตัว อย่าคิดมาก บางคนมีก็ไม่ยอมใช้ซะนี่ ของดีๆปล่อยให้เสียหมด น่าเสียดาย อามิตาพุทธ เอ้า ตัวใหญ่ก็ซื้อปืนโต เช่น .404 .425 .416 10.75x68 .450NE .470 NE .500NE .600 NE ตัวเล็ก หน่อย ก็ 6.5x54 7x57 9x57 30-06 .300H&H  .375 H&H ส่วนมากจะเป็น ปืน ทางยุโรป และ อังกฤษ  ปืนทาง อเมริกา สมัยก่อนไม่ซื้อกัน เพราะ -------เขียนไม่ได้ ขนาดเขียน ปืนโหลยังถูกแซวเลย ขืนใส่ในช่องว่าง โดนตลุมบอลแน่ ปืนทางอเมริกา เพิ่งจะมีมาช่วงหลังๆ  ที่นิยมใช้ และก็ ติดอันดับในกลุ่มที่คุยได้ คือ win mod 70 pre 64 super grade ขนาดต่างๆ ที่นิยมใช้ปืนทางยุโรป เพราะ ส่วนมากท่านทั้งหลาย เป็นนักเรียน อังกฤษ ตามมาก็ยุโรป ของดีต้องแพง และ มหาโคตรแพง อะไรทำนองนี้ แม้แต่ พวกจบ อเมริกา ยังเข้ากลุ่มไม่ค่อยได้ เวลาออกไปยิงนก เข้าป่าก็เอาปืนไปอวดกัน
   ท่านประเภทนี้แหละที่มีปืนดีๆน่าสนใจ บางท่านก็ใช้ถูลู่ถูกังจนช้ำนอกช้ำใน 4-5ปี ไม่ต้องทำมาหากิน เที่ยวป่าล่าสัตว์อย่างเดียว คุ้มค่าปืนจริงๆ บางท่าน ก้ มีไว้คุย ไว้อวด ไม่เคยย่ำป่าเลย แต่ดันมีรูปถือปืนเหยียบเสือ คิดเอาเองนะไม่คิดให้ ว่าได้รูปมาได้อย่างไร 
 ขอส่งต้นฉบับก่อนนะ เดี๋ยวมีเวลาจะมาเล่าต่อ เพราะกดผิดกดถูกลบไปสองครั้งแล้ว กลัวครั้งที่ สาม มันจะหมดไฟนะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 11, 2006, 09:07:21 PM
   ขอนอกเรื่อง นิด เรื่อง ขากบ นะ  ปัจจุบันมี ขาย เฉพาะ ขากบ  สะโพกใหญ่ๆน่องอ้วนๆ เหมือน ธิดาช้าง หรือ น้อง O|U boy เอามาเคล้า เกลือ หรือ ซีอิ้วขาว (เวลาทอดจะดำ) เอามานวด เหมือน ครึง ---- นาง ให้ความเค็ม ซึมเข้าไป กระตุ้น กล้ามเนื่อ น่องนางกบนะ แล้วผึ่ง ให้แห้ง รอเมื่อไรพี่จะกลับมาหาน่องนาง นำไป ทอดในน้ำมันให้ ความเหนียวกระเจิงเหลือแต่ความเหลืองหอมดั่งแก้มนาง กรอบนอก นุ่มใน รอพักก่อนนะน้องเดี๋ยวพีมา  ไปจัดการกับคู่กิ๋ก กระเทียมไง อย่าถอดเสื้อจนหมด  ทุบให้ตายแล้ว สับให้ อย่าเละ จับมันโยนใส่ลงในกะทะทองแดง ทอดให้เหลืองหอมน่าโซ้ย แล้วบรรจงเทน้ำมันออก เอาน่องนางลงไป กอดรัดฝัดเหวี่ยง โรย พริงไทให้แสปสันตามความสาดิส หรือ น้ำตาลเล็กน้อย ตามความอ้วน จากนั้นก็ เป็นอันเสพสมอร่อยหมาย
  เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ไปเที่ยวแถวบางปะอิน นึกถึง น้องKAT เป็นที่สุด คุณ นก จุกกรู้ เกาะตามสายไฟ แน่นไปหมด ถ้าใช้กระแสจิต ขนาด .22 โวลย์ บังคับให้ หลับตกดิน  สัก 30-40 ตัว  จัดการ ถอด ผ้าออก ถ้าหลงเหลือ เล็กน้อย ก็ ผิงไฟ ให้หมด แถม ไขมันที่ผิวหนัง มีกลิ่นจักแร้ ก็ จะหายไปด้วย ไม่ต้องใช้เรโซน่า  จากนั้น ก็จับอ้าขาผ่าตรงช่องท้อง เอา สิ่งไม่ต้องการออกให้หมด จัดการ อานน้ำ ให้ สะอาด แล้ววางเรียงบนที่นอนในห้อง แช่แข็ง สัก 2 อาทิตย์ ให้น้องนางหลับสบาย เวลาตื่นมาจะได้ไม่ดิ้นดื่อดึง แล้วนำมา ห่อหุ้มร่างกายด้วย  เบค่อน กับใส่ในท้องน้อย เล็กน้อย น้ำที่จะอาบก็ ไวท์แดง บำรุงหัวใจ น้ำผึงบำรุง กล้ามเนื่อส่วนล่าง น้ำมันมะกอก ช่วยหล่อลื่น ให้น้องนางอาบสัก 6-8 ชั่วโมง แล้ว นำไปเข้า ห้องซาวน่า อย่างแห้งไม่ต้องมีน้ำ คอยราดน้ำ ที่ ปรุงไว้ เรื่อยๆ จนถึง ที่สุด 80% โอ้โห สุดยอด นกจุกกรู้ บนสายไฟช่วงเช้าและเย็น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 11, 2006, 09:51:16 PM
เมือคืนก่อนนอนก็ฮาไปรอบนึงแล้วครับ ตื่นนอนมาเจอฮากว่าเก่าเข้าไปอีกครับท่าน พี่นะพี่เอาผมกับธิดาช้างมาคู่กัน :~)นี่ล่ะครับที่เป็นเหตุที่ทำให้ผมไม่ค่อยอยากกลับเมืองไทย เพราะเวลาอยู่ที่นี่แล้วมันดูกลมกลือนดีไม่แปลกแยก
 ปีก่อนกลับเมืองไทย มีวันนึงจะนั่งมอไซคิวมาหน้าปากซอย คนขับมันแซวบอกว่าพี่ไปไม่ไหวมั้ง >:( :~)ผมเลยบอกไปว่าไอ้น้องก็คิดซะว่ามีคนซ้อนมาสามคนก็แล้วกัน สมัยก่อนพี่รุ่นๆก็ขับกันซ้อนสามซ้อนสี่เป็นประจำ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 11, 2006, 09:51:30 PM
กระแสจิตขนาด .22 โวลท์ ;D  คุณอาคิดได้อย่างไร  ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 11, 2006, 09:59:02 PM
พี่ท่าน นกจุกกรู้ นั่นมันเมนูอาหารอิตาเลี่ยนนะพี่ รสชาด เอ๊ย รสนิยมดีจัง อ่านแล้วน้ำลายหก ส่วนขากบ อ่านแล้วคิดถึงของฝากจากบังคลาเทศครับ ที่นั่น อาบังไม่กินกบ กบแต่ละตัวเลยอ้วนท้วน น้ำหนักขนาดตัวละกิโลทั้งนั้นเลยครับ คนงานของผมไปรับ job ติดตั้งเครื่องจักร ทีแรกแต่ละคนกลัวว่าจะอดอยาก กลัวว่าอาหารแขกจะไม่ถูกปาก ไปอยู่แค่คืนแรกเอง ตาดีไปเจอกบตัวละกิโลตรงทางเข้าโรงงาน วันรุ่งขึ้น จับมาได้สี่ตัว น้ำหนักรวมห้ากิโล แค่นั้นแหละ มันบอกว่าไม่กลัวอดตายแล้ว อยู่บังคลาเทศ กินแต่กบทุกวัน ตัวโตๆทั้งนั้นด้วย ไก่ไม่ได้ขึ้นโต๊ะอาหารเลยครับ ปู ปลา ก็ไม่เลวนะ น่าแปลก อาบังไม่กินของอร่อยๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 11, 2006, 10:08:34 PM
จริงหรือครับพี่ลูกซองสั้นแปลกจริงทำไมอาบังไม่กินกบก็ไม่รู้ นี่เป็นความรู้ใหม่เลยนะครับ พูดแล้วเลยอยากไปกินกบที่นั่นขึ้นมาเลย ผมอยู่ที่เขื่อนไปเดินหากบภูเขา(หน้าหนาว)เดินอยู่ครึ่งคืนครับกว่าจะได้เจ้ากบน้อยๆมาผัดเผ็ดกิน :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 12, 2006, 09:13:05 AM
นกจุกกรู้นี่น่ากินจังเลยครับ
สงสัยต้องชักชวนนายพรานเข้าซักคนแล้วละนี่
คือพอดีผมเป็นคนทำน่ะครับ อยากกินอะไรขอให้บอก ทำให้
แต่ ทำตายมาก่อนนะ ให้ยิงด้วย ทำด้วยนี่ ไม่เอาครับ

 ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 12, 2006, 10:31:36 AM
ขอนอกเรื่อง นิด เรื่อง ขากบ นะ ปัจจุบันมี ขาย เฉพาะ ขากบ สะโพกใหญ่ๆน่องอ้วนๆ เหมือน ธิดาช้าง หรือ น้อง O|U boy เอามาเคล้า เกลือ หรือ ซีอิ้วขาว (เวลาทอดจะดำ) เอามานวด เหมือน ครึง ---- นาง ให้ความเค็ม ซึมเข้าไป กระตุ้น กล้ามเนื่อ น่องนางกบนะ แล้วผึ่ง ให้แห้ง รอเมื่อไรพี่จะกลับมาหาน่องนาง นำไป ทอดในน้ำมันให้ ความเหนียวกระเจิงเหลือแต่ความเหลืองหอมดั่งแก้มนาง กรอบนอก นุ่มใน รอพักก่อนนะน้องเดี๋ยวพีมา ไปจัดการกับคู่กิ๋ก กระเทียมไง อย่าถอดเสื้อจนหมด ทุบให้ตายแล้ว สับให้ อย่าเละ จับมันโยนใส่ลงในกะทะทองแดง ทอดให้เหลืองหอมน่าโซ้ย แล้วบรรจงเทน้ำมันออก เอาน่องนางลงไป กอดรัดฝัดเหวี่ยง โรย พริงไทให้แสปสันตามความสาดิส หรือ น้ำตาลเล็กน้อย ตามความอ้วน จากนั้นก็ เป็นอันเสพสมอร่อยหมาย
 เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ไปเที่ยวแถวบางปะอิน นึกถึง น้องKAT เป็นที่สุด คุณ นก จุกกรู้ เกาะตามสายไฟ แน่นไปหมด ถ้าใช้กระแสจิต ขนาด .22 โวลย์ บังคับให้ หลับตกดิน สัก 30-40 ตัว จัดการ ถอด ผ้าออก ถ้าหลงเหลือ เล็กน้อย ก็ ผิงไฟ ให้หมด แถม ไขมันที่ผิวหนัง มีกลิ่นจักแร้ ก็ จะหายไปด้วย ไม่ต้องใช้เรโซน่า จากนั้น ก็จับอ้าขาผ่าตรงช่องท้อง เอา สิ่งไม่ต้องการออกให้หมด จัดการ อานน้ำ ให้ สะอาด แล้ววางเรียงบนที่นอนในห้อง แช่แข็ง สัก 2 อาทิตย์ ให้น้องนางหลับสบาย เวลาตื่นมาจะได้ไม่ดิ้นดื่อดึง แล้วนำมา ห่อหุ้มร่างกายด้วย เบค่อน กับใส่ในท้องน้อย เล็กน้อย น้ำที่จะอาบก็ ไวท์แดง บำรุงหัวใจ น้ำผึงบำรุง กล้ามเนื่อส่วนล่าง น้ำมันมะกอก ช่วยหล่อลื่น ให้น้องนางอาบสัก 6-8 ชั่วโมง แล้ว นำไปเข้า ห้องซาวน่า อย่างแห้งไม่ต้องมีน้ำ คอยราดน้ำ ที่ ปรุงไว้ เรื่อยๆ จนถึง ที่สุด 80% โอ้โห สุดยอด นกจุกกรู้ บนสายไฟช่วงเช้าและเย็น
โถพี่ครับ มิน่าวันอาทิตย์นั่งคันมือตะหงิดๆ พี่ผ่านมาแถวนี้หากมีเวลาพี่ส่งกระแสจิตผ่านเครือค่ายGSMมาหาผมบ้างซิครับ ผมจะจัดพลหนุมานแห่งสามโคก หานกจุกกรู้ และอีกหลายๆนก ฝากกลับไปให้ทั้งสามแม่ครัว ปรณปรุงให้เป็นที่สนุกสนานเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 12, 2006, 10:34:11 AM
นกจุกกรู้นี่น่ากินจังเลยครับ
สงสัยต้องชักชวนนายพรานเข้าซักคนแล้วละนี่
คือพอดีผมเป็นคนทำน่ะครับ อยากกินอะไรขอให้บอก ทำให้
แต่ ทำตายมาก่อนนะ ให้ยิงด้วย ทำด้วยนี่ ไม่เอาครับ

 ;D ;D
อย่างนี้เข้าทางกันครับพี่ ผมทำไม่เป็นแต่ก็ยิงไม่แม่น ขอเป็นไกด์แล้วกันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 12, 2006, 07:45:26 PM
ยกไว้ก่อน อีกสักครู่ใหญ่ๆเอา เล็กๆไม่เอา จะมาเล่าต่อ เพราะเวลาพิมพ์ คนแก่พิมพ์ช้า เดี๋ยว แควนๆ จะหาว่า เล่าขาดๆเกินๆ
  แล้วจะให้เล่าเรื่องปืน ประเภท 3 ต่อ หรือ นกจุกกรู้ ด้วยกระแสจิต .22 โวลย์คลื่นยาว คลื่น สั้น แพงและหายาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 12, 2006, 10:07:01 PM
เราน่าจะภูมใจนะที่เกิดมาในแดนสยามถิ่นไทย ที่มีพระเจ้าอยู่หัวที่พวกเราพวกท่าน ยอมสละชีวิตได้ เพื่อ พระองค์ และ หลายพระองค์ ก่อนหน้านี้ จะว่าไปทุกพระองค์ก็ได้ที่ องค์ ท่าน สนพระทัยในปืน ทำให้ ผงธุลี อย่างพวกเราได้เล่นปืนกัน จนถึง ปัจจุบัน ลองมองไปรอบๆ เพื่อนประเทศเราซิ มีประเทศไหน ดีกว่าเราในการเล่นปืน เราเคยมี อิสระ สัก หนึ่งวา แต่ปัจจุบับ ไม่ถึงวา แต่ ยาวกว่า หนึ่งศอก แต่ยังดีกว่า เหลือแค่นิ้วเดียว ไม่ใช่หรือ แม้แต่อังกฤษ ในปัจจุบับ ปืนสั้น .22 ยังห้ามมีเลย แล้ว เรายังจะไป เรียกร้องอะไรอีก หนักหนา จะเอาเท่า อเมริกาหรือ แต่ ท่าน ยอมรับในกฎหมายได้หรือเปล่า ไม่มี การแลกเปลี่ยนอะไร ที่ได้มา เปล่าๆ ต้องมี ข้อแลกเปลี่ยน ที่เท่าเทียมกัน
 อย่าถือสา คนแก่ขี้บ่น นึกอะไรได้ก็เล่า ขืนชักช้า ชักเข้าชักออก เดี๋ยวก็ลืม
  นักเล่นปืนประเภทที่3 นอกจากปืนไรเฟิลแล้ว ก็ยังมีลูกซองแฝด ตามมาด้วย ดี บ้าง เลว บ้าง ก็เหมือนเดิมงบประมาณไง ทั้งปืนไรเฟิล และ ลูกซอง นั้น ก็มียี่ห้อดังๆ ต่อไปนี้  James Purdey, H&H ,Westley Richards ,Jeffery, Rigby ,Greener , Bsa ,ส่วน แถมยุโรปก็มี  มูเซอร์ [Mauser], Merkel ,Sauer , Mannlicher Schoenauer , Daren ปืนเหล่านี้ เป็นปืนชั้นนำ ที่แพงมากๆ ของสมัยนั้น โดยมากจะนำติดตัวมาหลังจากกลับจากเมืองนอก เมืองนา ทั้ง ส่วนตัว และ พ่อสั่ง แต่ ส่วนมาก ส่วนตัว เพราะ พ่อเห็นราคาแล้วไม่กล้าสั่งให้ลูกซื้อ ที่ไม่กล้าซื้อเพราะ  พ่อของลูกรวยกว่าพ่อของเรา หรือ ลูก ล้างผลาญ เงินพ่อ เก่งกว่า พ่อ ล้างผลาญเงิน ท่าน ปู่ ท่าน ตา
  แล้วร้านปืนหายไปไหนอ้า ไม่มีให้ ซื้อปืนเลยหรือ มีนะมี แต่จะหาปืนดีๆนะไม่ค่อยมี เช่น ร้านเก่าแก่ก็  ร้าน ปืนพราน (ชื่อไม่ต้องบรรยายเลย) ของท่าน เสนาะ ปัญจรัตน์  ร้าน ขจรศักดิ์  , ม.ฮะกีมี , สี่พระยา , ยืนยง  ก็มีปืนมา บ้างแต่ก็ไม่ เริดหรูอลังกาญ เท่าไร สู้พวกนำติดตัวมาไม่ได้  แล้วปืน Made in  UNCLE SAM ละ ไม่อยู่ในสายตาเลยหรือ ปืน ลุงแซม ส่วนมากจะเป็น ปืน KILLER ไม่ ใช่ ปืน HUNTER หริอ GAMES GUNS แล้วจะเล่าในตอนต่อๆไป ถ้าจะให้เล่า 
  พรานใหญ่ๆ สมัยก่อน ก็มี  หลายท่าน เช่น----------------เล่าไม่ได้ กระทบบุคคลที่3 อยากรู้ไปหาอ่านจาก หนังสือเที่ยวป่า เก่าๆ
ท่านเหล่านี้ทำให้เมืองไทยมีปืนดีๆ เช่น .600NE Jeffery (ท่านใดพบเห็นกรุณาส่งข่าวด้วย ตามหามา 30 ปีแล้ว)  12G Purdey 12 G H&H แล้วเราได้อะไร ก็ได้น้ำใต้ศอกไง ท่านเหล่านี้ เบื่อง่าย หรือไม่ชอบ เพราะ ยิง  แรด ช้าง ควาย กระทิง ผิด หรือมีคนที่มีดีกว่า ท่านก็ขาย แล้วซื้อใหม่ หรือ ลูกหลานท่านไม่ชอบ ก็เอา มาขาย ตามร้านปืน ที่ ขายนั้น ไม่ใช่ ขัดสนเงิน ทอง มี หลายสาเหตุมากที่ ต้องขายปืน อย่าเข้าใจผิด เราก็เดินตามหา ตาม ร้านปืน  ถ้าใจกล้าก็ บุกถึงบ้าน อย่าลืม พา น้องแอจี้ไปด้วย แต่ น่าเสียดาย ลูกหลานบางท่านเอา ไปเมืองนอก แล้วไม่กลับมาอีกเลย น่าเสียดาย น่าเสียดาย  แล้วจะ หาปืนเหล่านี้มาครอบครองได้อย่าไร ต้องติดตามตอนต่อไป  
      ประเภทที่ 4    เอา สั้นๆไม่ต้อง บรรยาย ก็ เราๆท่านๆที่กำลังอ่านอยู่นี่ไง ศึกษา เรื่องปืน  แล้ว จัดหา มีมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ ความรู้ที่ท่านมี ความสามารถที่ท่านมี แต่ที่สำคัญ ต้องมี กำลังครุฑ  ที่ จะจัดหามา แล้ว ไม่ทำให้ มีปัญหา กับแม่ บ้าน ทั้งบ้านเล็ก บ้านใหญ่ ขอให้ท่านประสพแต่ความสำเร็จในการครอบครอง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 12, 2006, 11:31:30 PM
โอ้โห  :~)  ผมจัดอยู่ในประเภทที่ 4  จัดหมวดหมู่ให้ชัด ก็คือ คนที่ไล่กราบไหว้ท่านผู้อาวุโสอยู่ทุกวันนี่เอง 

ผมเคยคุยกับผู้ใหญ่วัย 60 แล้วท่านนึง สอบถามว่า สมัยก่อนคนไทยนิยมส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ  ซึ่งมักจะเป็นประเทศแถบยุโรป ถามว่าคนไทยหันไปสนใจส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่ปีไหน  เพราะคนในวัยเดียวกับผมมักจะเรียนมาจากอเมริกา ไม่ค่อยเจอแบบที่จบมาจากยุโรปเลย ท่านตอบว่า คนไทยเริ่มสนใจอเมริกาก็หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อเมริกาเป็นประเทศชนะสงคราม เลยเป็นที่สนใจของคนไทยตั้งแต่นั้นมา

ก็เพิ่งจะได้ความรู้จากพี่ Fabbri ว่า คนไทยยุคก่อนซื้อปืนกลับมาด้วย น่าเลื่อมใสในความรักปืนของท่านผู้อาวุโสเหล่านั้น ผิดกับนักเรียนนอกสมัยนี้แบบฟ้ากับดินเลยครับ ท่านผู้อาวุโสท่านนึงเคยเอ่ยคำพูดเอาไว้ประโยคนึง ผมได้ยินแล้วจำได้จนเดี๋ยวนี้เลย ท่านว่า เห็นทุกคนกลับมา ก็ไว้ผมยาวเป็นฮิปปี้เลยแล้วก็ขนเอาสเตริโอกลับมาคนละเครื่องทุกคนเลย

แฮะ ๆ ถ้าจะจัดว่าผมเป็นคนยุคเก่าหรือยุคใหม่ ผมว่าผมเป็นคนยุคกลางครับ  :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 13, 2006, 08:39:19 AM
  ท่าน ลูกซองสั้น เป็น ยุค กลาง ครรภ์  ใกล้จบ ประเภท 4 หรือ ประเภท 2  กำลัง ไตอันดับไป ประเภท 3


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 13, 2006, 10:18:33 AM
และแล้วเราก็อยู่ใน ดีหนึ่งประเภท4 ทุกวันนี้ก็หมั่นซื้อ LOTTOกะว่าได้เงินมาซัก$200,000,000ก็พอ
ไม่เอามาก พระท่านสอนไว้ว่าโลภมากเกินไปไม่ดี ถ้าได้เงินมาก็จะเอาเงินไปซื้อลูกซองกับไรเฟิลแฝดยี่ห้อละสองกระบอกก็พอ แล้วจะเปิดพิพิธภัณฑ์แข็งกับกำนันมานะเซียนพระ เกิบค่าเข้าชมคนละร้อย ทำอาชีพนี้ถ้าจะรวยเร็ว :OO
 แล้วเราก็ตื่นจากฝันกลางโต๊ะกับข้าว มองไปที่จานข้าวเรายังนั่งกินข้าวกล่องถูกๆร้านจีนอยู่เลย :~)สงสัยเราจะบ้าปืนมากไปหน่อย ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 13, 2006, 10:31:43 AM
ผมมาช้า คุณo/u boy รีบตื่นซะก่อน ไม่งันจะนั่งหลับข้างๆฝันตามไปด้วย

อ่านคนซื้อปืนของพี่FABBRIมาสามแบบยังไม่ใช่เราสักกะแบบ ถ้าพี่ท่านไม่แถมให้มาอีกแบบ ผมคงจัดหมวดหมู่ตัวเองไม่ละครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 13, 2006, 11:36:48 AM
พี่FABBRI-พี่ลูกซองสั้นและท่านอื่นๆครับผมมีเรื่องรบกวนถามหน่อย คือว่าผมได้ปืนลูกซองแฝดขนานลำกล้อง32นิ้วเก่าๆมา
กระบอกนึงนานแล้ว มาเกิดเรื่องขึ้นเมื่อวานนี้คือคนที่บ้านทำปืนหล่นปลายลำกล้องไปกระแทกกับพื้น กระเบื้องปูพืนไม่เป็นไรเลย ???แต่ปลายลำกล้องเหล็กเบี้ยวไปนิดหน่อย :~) ไม่ทราบว่าจะซ้อมแซมยังไงได้บ้างครับ ผมคิดวิธีซ้อมของผมเองแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้รึเปล่าคือ
1 ดัดให้กลับคืนรูปเดิม แต่จะมีข้อเสียอะไรตามมารึเปล่า เช่นกลุ่มกระสุนเสีย หรือดัดยังไงก็อาจไม่สวยเหมือนเก่า
2 ตัดให้เหลือ30นิ้ว
3 ตัดให้เลย30นิ้ว แล้วทำร่องเกลียวเพื่อให้ใส่โช๊คแบบถอดเปลี่ยนได้ จะเป็นไปได้มั้ยครับ ;Dถ้าทำได้ก็เท่ดีกลายเป็นอีแกเปลี่ยนโช๊คได้
หรือมีวิธีอื่นที่ซ้อมได้ดีกว่านี้ก็ช่วยแนะนำด้วยครับ อีกเรื่องคือกระบอกนี้มันเก่ามากถึงมากที่สุดโทรมด้วย :OOผมเลยกะว่าจะเอาไปรมดำใหม่และทำพานท้ายใหม่ ไม่ทราบว่าเอาไปทำที่ช่างสุพลหรือร้านไหนดีครับ
 จริงๆมันเป็นปืนกระจอกๆน่ะครับแต่ด้วยความที่มันเป็นปืนกระบอกที่จุดประกายให้ผมหันมาชอบปืนแฝด ผมก็เลยอยากจะทำเก็บไว้ดูให้สภาพดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 13, 2006, 04:07:27 PM
1  ถ้าช่างซ่อมปืนสามารถดัดเข้ารูปเดิมได้ ก็น่าจะทำครับ ไปทำที่ร้านไหนและดัดแล้วดีไหม ช่วยบอกผมด้วยครับ ผมมี Rem 870 อยู่กระบอกนึง ปลายลำกล้องบุบ จะส่งไปทำด้วย ของผมคงจะง่ายกว่า เพราะว่าเป็นแบบ cylinder choke  ครับ   

2  โช้คของปืนลูกซอง จะถูกทำเอาไว้ตรงปลายลำกล้อง ยาวประมาณ  2  นิ้ว การตัดปลายลำกล้องออก 2 นิ้ว คงไม่เหลือโช้คเอาไว้แน่นอนครับ

3  จะทำ screw in choke ในเมืองไทยมีช่างทำได้แล้วเหรอครับ

ผมออกความเห็นว่า นำไปให้ช่างดัดปลายลำกล้องดูก่อน ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลดี ตัดออกก็เป็นคำตอบสุดท้ายครับ   :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 13, 2006, 06:11:51 PM
โอ้...ใช่เลย ประเภทที่ 2   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 14, 2006, 11:42:20 AM
เมื่อคืนเงียบจัง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 14, 2006, 08:41:47 PM
ไหย ไป ไหง หมก อ้า อั้วว่า  สงกะสัย ไม่ อยากรู้ แล้ว ว่า ตอง ต่อ ไป เป็ง ยังไง  เมื่อ คืง นี้ พิมแล้ก กด ผิด  มัง รบไป หมก เลย ไอ้หยาฮาตึง เก็ก ซิมซี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 14, 2006, 09:21:11 PM
                ;Dรออ่านอยู่ครับ                    :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 14, 2006, 09:51:59 PM
พี่ Fabbri ครับ

ผมนึกถึงปัญหาใหญ่สุดของกระทู้ปืนแฝดได้แล้วครับ คือ เวลาที่พี่พิมพ์อยู่ พี่ท่านไม่ควรจะไปโดนปุ่ม ESC ซึ่งจะอยู่ตรงมุมบนซ้ายของ key board เด็ดขาดครับ นั่นแหละครับพี่ ตัวลบข้อความที่พี่กำลังพิมพ์อยู่ จนหายเกลี้ยงไปหมดหน้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 14, 2006, 10:15:20 PM
ไม่ได้กด ESC ครับ แต่ กด Shift แล้ว หมุน เม้า ลืมกด Copy ไว้ก่อน  พอกดผิด ก็เหี่ยวเลย ตามภาษาคนแก่ ไม่แก่มั่งก็แล้วไป


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 14, 2006, 10:34:49 PM
อุ พี่มีลูกเล่นแปลกๆแฮะ อ่านแล้วเข้าใจยาก แต่ว่าทั้ง py ทั้งลาก mouth ยังมีพลาดอีกด้วยเหรอพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 14, 2006, 10:43:33 PM
ถ้ากด Ctrl แล้ว หมุนวงล้อที่เม้า จะทำให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้น แต่ เราดันกดผิด ไปกด Shift มันเลยไปหมดทั้งลูกทั้งคน เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เล่าเรื่อง จะซื้อ ปืนกับท่านประเภทที่3 กับ ทำไม แยงกี้จึงมีแต่ปืนสังหาร  ส่วนจะหาซื้อปืน ของ คนประเภทที่ 4 นั้น ไม่ยาก แค่โทร ถาม ท่านโชกุน หรือ นิ้วจิ้มแป้น หาในบ้านเรา หรือ ข้างบ้านก็ได้ แล้วไปตีกันที่หลังก็ตัวใครตัวมัน คนแนะนำไม่เกี่ยว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 14, 2006, 10:52:13 PM
ผมจะรออ่านนะพี่ เอาไว้จำเทคนิคการโอ้โลม  (คำว่า โอ้โลม เป็นภาษาลาวครับ แปลเป็นไทยว่า เจรจา) เป้าหมาย ผมหมายถึงท่านผู้อาวุโสที่มีปืนหนะ มีอยู่ในสายตาแล้ว หลายคนด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 15, 2006, 03:27:32 AM
ผมจะรออ่านนะพี่ เอาไว้จำเทคนิคการโอ้โลม (คำว่า โอ้โลม เป็นภาษาลาวครับ แปลเป็นไทยว่า เจรจา) เป้าหมาย ผมหมายถึงท่านผู้อาวุโสที่มีปืนหนะ มีอยู่ในสายตาแล้ว หลายคนด้วย


ผมก็จะรออ่านเทคนิคการโอ้โลม(ทั้งความหมายไทยและลาว ;D)
จากท่านพี่ๆด้วยครับ เนื่องจากผมรู้สึกว่าผมยังโอ้โลมไม่ค่อยเก่งน่ะครับ

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 15, 2006, 09:11:42 AM
จะซื้อปืนแฝดนี่แสนจะยากนะครับเพราะต้องโอ้โลมเก่งแล้งยังต้องมีเงินเยอะๆอีก :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 15, 2006, 02:30:31 PM
มีเงินพร้อมก็ใช่ว่าจะสมหวังไปทุกเรื่องนะครับ จังหวะและโอกาส รวมทั้งโชคลาภและวาสนา มันไม่ค่อยมาถึงพร้อมๆกันหรอกครับ ผมยังคิดถึงน้อง Kimbery ณ USA อยู่นะ แม้นว่าจะมีน้องซามิชิโกะมาแทนทันที แต่ก็ยังคิดถึงน้อง Kimbery อยู่ พี่ Fabbri รักผมจริงๆ เห็นผมเสียอกเสียใจ เลยคิดจะสั่ง Cooper มาให้เชยชม ขอบคุณมากคร๊าบบบ พี่ Fabbri


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 15, 2006, 03:01:16 PM
มีเงินพร้อมก็ใช่ว่าจะสมหวังไปทุกเรื่องนะครับ จังหวะและโอกาส รวมทั้งโชคลาภและวาสนา มันไม่ค่อยมาถึงพร้อมๆกันหรอกครับ ผมยังคิดถึงน้อง Kimbery ณ USA อยู่นะ แม้นว่าจะมีน้องซามิชิโกะมาแทนทันที แต่ก็ยังคิดถึงน้อง Kimbery อยู่ พี่ Fabbri รักผมจริงๆ เห็นผมเสียอกเสียใจ เลยคิดจะสั่ง Cooper มาให้เชยชม ขอบคุณมากคร๊าบบบ พี่ Fabbri
พี่เล่ามาเหมือนชีวิตจริงของผมเลยครับ มีเงินอยู่ก็ไม่มีปืนที่อยากได้ เงินหมดมีปืนมาบอกขายได้แต่นั่งน้ำลายหก ชีวิตในด้านการเล่นปืนไม่ค่อยจะลงตัวเลย ว่าแล้วเจอกันเที่ยวหน้าพี่เอา 682 บนหลังตู้ มาให้น้องๆดูบ้างนะครับอิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 15, 2006, 08:31:57 PM
ขณะรอพิมพ์ ตกๆหล่นๆ ท่านทั้งหลาย ก็ เข้าไปอ่านกระทู้ ใบโฆษณา ปืนบราว์นิ่ง กระบอกละไม่ถึง ร้อย ของ ท่านนินจา 19 ก่อนก็ได้ครับ ราคาเป็นเช่นนั้น จริงๆ มาถึง ณ บัดนี้  เลยไม่ไปหลังวังอีก เพราะ ทำใจไม่ได้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 15, 2006, 10:05:31 PM
  อันการจะหาซื้อปืนจากพระคุณท่าน ประเภทที่ 3 นั้น ได้อย่างไร
1.  ต้องนั่งทำสมาธิ ยุบหนอพองหนอ คิดอยู่อย่างเดียวว่า ของเราก็คือของเรา ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ บางที ไปดูแล้ว จะซื้อแน่ๆแล้ว แต่ดันเล่นตัวไปหน่อย แถมคุยโม้กับเพื่อน LOVE อีก ต่างหาก พอวันรุ่งขึ้น เช้าไม่ว่าง ไปร้านปืนตอนบ่าย เพื่อน Love หรือเพื่อน แรด ดัน แอบไปหิ้วกลับบ้านเสียนี่ แล้วเราก็รู้ ว่า ใคร ซื้อไป แต่ เพื่อนก็คือเพื่อน เราก็แกล้งโง่ ลืมๆไป ว่าไม่ใช่ของเรา จงจำไว้ อย่าเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด จนกว่า จะ เก็บใส่ หลังรถแล้ว ว่า ไปพบเห็นอะไรมา กฎข้อที่ 1 ห้ามลืมข้อนี้ เด็ดขาด
2. เดินตามร้าน ขายปืน ทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง ว่ามีอะไรเข้ามา บ้าง สิ่งที่ขาดไม่ได้ ก็ต้องเป็นมิตรกับทุกร้าน ทั้ง หัวดำ หัวแดง หัวขาว ไทย จีน ฝรั่ง แขก ลาว เพื่อจะได้ รู้ว่า มีปืนอะไรเข้ามา บ้าง ทั้งใหม่และเก่า โดย เฉพาะ  สุดยอด สายลับ ก็ เด็ก ที่นั่งหน้าร้านไง เถ้าแก่นะรู้แต่ในร้าน เด็กหน้าร้านรู้ทั่ว หลังวัง  จงเป็นมิตร ไม่ใช่ ชัยบันชา แล้วท่าน จะได้ข่าวดีๆ
3.  จง สมานมิตร กับ บรรดา ท่าน เจ้าประคุณทูลหัวที่เดิน กอง ทำทะเบียน ต่างๆ และ ชิบปิ้ง พวกพี่ๆ น้องๆ ลุงๆ อาๆ ท่านๆ เหล่านี้จะรู้ว่า ใครเกิด (นักเล่นปืนเกิดใหม่) หรือ ใคร ตาย ( นักเล่นปืนเก่าตาย) เพราะ  ทางร้านให้ไปตัด บ.ช. หรือ ขอโอนปืนมรดก หรือ รับโอนจากใครที่ไหนเมื่อไหร่ ยังไง ร้านไหนมีปืนอะไรแปลกๆใหม่ที่ไม่เคยเห็น และ ร้านไหน มีของเข้ามาและ ถูกร้นไหน ขอเหมาไป โกงราคา บ้าง เข้ามามากน้อยแค่ไหน จงอย่ามีปัญหากับท่านเหล่านี้ ก็จะได้ข่าวดีๆ เพราะ ปืน เกือบทั่วประเทศจะต้องผ่านท่านเหล่านี้
4. ข้อนี้สุดยอด ไม่อ่านไม่ได้   เมื่อ ท่านเดินไปหลังวังในวันฟ้าแจ่มใส ตื่นเช้า ไหว้พระ หอมแก้มภรรยา (นายทุน) ออกจากบ้านไปหลังวัง ด้วยความสบายอารมณ์ (เขียนยาวไปไหม) ประเหมาะ  พบท่านชาย เชษฐา ใส่รองเท้าขัดมันแปรบ ก้าวลงจากรถ กางเกงผ้าเสิด รีดเรียบกลีบโง้ง คาดเข็มขัดหนังไกรทอง เสื้อแขนยาวผ้าฝ้าย 100 % รีดเรียบ  บรรจง บรรจุยาเส้นใส่ไปป์  รอ  คุณหญิง ดาริน ก้าวลงมา จากรถ ใส่  รองเท้าส้นสูง สวมชุด แซ็ก แนบตัว เปิดกระเป๋า หยินกล่องบุหรีสีเงิน เปิด บรรจง หยิบบุหรี วางบนริม ปากสีแดง และแล้วก็มีเสียงดัง แก้ง ซิบโป้ ของไอ้แห้วทำงานไม่ผิดพลาด เหมือน แดวูใต้สะพานลอย จ่อไฟ ไปยัง บุหรี่และ ไปป์ ของเจ้านาย ทั้งสอง จาก นั้น ก็วิ่งไปหลังรถ หยิบกระเป๋า หนังสีน้ำตาลกระดำกระด่าง ดูไม่ออกว่า เป็นหนังวัวหรือ ผ้าใบ(CANVAS) แน่ ขนาด กว้าง 50 ซม ยาว 1.5 เมตร อีกกระเป๋า ก้วาง 50 ซม ยาว 85 ซม เดินตามหลัง ท่านทั้งสอง ไป เข้าร้านปืน  ได้การ เราจงเดินตามไป ก็จะเห็นเด็กหน้าร้าน วิ่งไป ร้าน ออนล็อกหยุด ร้านกาแฟ ข้างโรงหนังเฉลิมกรุง สั่งโอเลี้ยง หรือ ชาดำเย็น อันมีชื่อเสียง มาให้ท่านทั้งสอง (สมัยนี้ ร้านปืนลดต้นทุนชงกาแฟเองที่แสนสุดแพงถ้าท่านซื้อปืนเกด  A B C D แล้วแต่จะประนามกัน) จงไปยืนรีรออยู่หน้าร้าน พอเด็ก ออกมาถามว่าสนใจปืนกระบอกใด ก็ บรรจง หยิน บุหรี เกร็ดทอง หรือ พระจันทร์ ให้เด็ก แล้วบอกว่าเก็บไปเลย ทีนี้แหละ จะได้รู้ว่า ท่านทั้งสองที่เข้าร้าน ไป มาเจรจากันนายห้าง ว่าอะไรบ้าง เอาปืนมาขาย มาซ่อม มาเปลี่ยน นายห้างตีราคาเท่าไร ก็จง บรรจุข้อมูล ไว้ให้ดี แล้ว วันรุ่งขึ้ก็กลับมา ซื้อ หรือ  ถ้าคุณชายไม่ขาย ก็รู้ว่า ท่านอยู่ไหนก็ตามไป บ้านเลย ขอคำแนะนำ เรื่องปืน เรื่องเที่ยวป่า วันนี้ไม่ขาย รอได้ อีก 10 ปี ไม่ภรรยาหรือลูกก็ขาย
5 . นี่ก็สำคัญ  พยายามอ่านนิยายเรื่องเที่ยวป่าจริงบ้าง นั่งเทียนเขียนบ้าง (ส่วนมากนั่งเทียนเขียน โดยเฉพาะ ที่เขียนไม่รู้จบสักที ทั้งเรื่องสั้นเรื่องยาว)  นักเขียนก็จะเล่าว่าใครใช้ปืนอะไร เช่น น้อย อินทนนท์ ใช้ มูเซอร์ 9x57 เจ้า เพชรราช วงศา ใช้ ปืน เมาซอร์ 10.75 x68  --- ณ บาง ช้าง ใช้ปืน .416 Rigby  เจ้าของ โรงแรม  ใช้ แฝด .375 H&H เป็น ต้น เราก็ตามหา แล้วก็ ส่งหน้าตัวเองบ้าง หน้าม้า บ้าง ไปขอซื้อ
    การซื้อ จาก บุคลคลเหล่านี้ที่เล่าไปนั้น ไม่ง่ายนัก ดังที่เคยเล่าไปแล้ว
  ขอจบแต่นี้ก่อน จะเปิด ดูงิ้ว ธรรมศาสย์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 15, 2006, 10:11:09 PM
คนอื่นจะว่าผมบ้าหรือปล่าว นั่งหัวเราะหน้าจอคอมฯ ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 15, 2006, 10:29:28 PM
คนอื่นจะว่าผมบ้าหรือปล่าว นั่งหัวเราะหน้าจอคอมฯ ;D ;D
นึกว่าเราเป็นอยู่คนเดียว ฮ่า ฮ่า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 16, 2006, 10:01:05 AM
คนอื่นจะว่าผมบ้าหรือปล่าว นั่งหัวเราะหน้าจอคอมฯ ;D ;D
นึกว่าเราเป็นอยู่คนเดียว ฮ่า ฮ่า
เป็นด้วยอีกคน ฮา ฮา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 16, 2006, 10:46:27 AM
ฮิๆผมเคยกินมาแล้วครับพี่กาแฟร้านนี้ แล้วก็หลงซื้อFABARMราคา69000มาด้วยกระบอกนึงแต่เรื่องมันนานหลายปีมาแล้วครับ :~)ตอนนั้นด้วยความที่ไม่รู้เรื่องปืนเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าอยากได้ลูกซอง เดินไปเจอร้านอินโดไทยเห็นชื่อคุ้นๆหูเลยเดินเข้าไปเลย
 เดี่ยวกลับไปแล้วจะเอาปืนเกรดเอไปให้ยิงกันครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 16, 2006, 07:20:52 PM
ฮิๆผมเคยกินมาแล้วครับพี่กาแฟร้านนี้ แล้วก็หลงซื้อFABARMราคา69000มาด้วยกระบอกนึงแต่เรื่องมันนานหลายปีมาแล้วครับ :~)ตอนนั้นด้วยความที่ไม่รู้เรื่องปืนเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าอยากได้ลูกซอง เดินไปเจอร้านอินโดไทยเห็นชื่อคุ้นๆหูเลยเดินเข้าไปเลย
 เดี่ยวกลับไปแล้วจะเอาปืนเกรดเอไปให้ยิงกันครับ ;D

ดีครับ เอามาดวลกับปืนลูกซองเกรดเอของผมมั่ง
รับรองว่าฮากันไม่เลิกครับ
 ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 16, 2006, 07:45:35 PM
   ขอความกรุณา อย่าเอ่ยซื้อร้านที่ท่านไม่ชอบใจ ใน นโยบาย ของร้าน เลยครับ ถ้า ท่าน ชอบใจ จึงเอ่ยชมเชยแต่พองาม เพราะ ร้านทุกร้านย่อมมีทั้งส่วนดีและไม่ดี คงจะไม่ดีไปหมดหรือ ดีไปหมด ไม่ เช่นนั้นคงจะปิดร้านไปนานแล้ว คงจะมีส่วนดีบ้างจึงมีคนเข้าไปอุดหนุน
    เรามาคุยกับเรื่องสนุกๆ ฮาตลก สัปดน หน่อยๆ หลัง เลิกงาน ก่อน นอนดีกว่า ครับ เรื่อง ปวด หัว เก็บไว้คิดว่า พรุ่งนี้จะเอาปืนกระบอกไหนไปยิงดี หรือ จะหาซื้อ ปืนใหม่ ยี่ห้อไหนที่ แม่บ้านจับไม่ได้ ว่าซื้อมาใหม่ ดูไม่ออก  เช่น
  น้อง คิม     แบ เบอร์   ยิงทีไร โดนทุกที่ เหมือนเจ้ามือ เปิดให้ดูลูกเต๋าก่อนแทง
  น้อง อัลชู  ซู่ซ่า  ยิงทีไร เห็น กลุ่มกระสุนแล้ว ซีดปาก ยังกะเห็น --------งานวัด
  น้อง ซี      ลือ แซด   ยิงทีไร ลือกัน ทั่ว สนาม
  น้อง  รู      ไม่คอยเกิ้อ  ยิงทีไร ตรงเวลา X ทุกที
  น้อง  ซา   มิชิโกะ  แบะดะ  ยิงทีไร ตรงรูทุกที ซ้ำรูเดิมนะ อย่าเข้าใจผิด
   เอาแค่นี้ก่อน ไม่ใช่อะไร นึกได้แต่นี้
  ออ้ ไม่ น่าลืม น้อง วิน สะโพก 52 สุดเสียงสังข์ กำลังดังระเบิด สงสัยเป็น HIV ค่าตัวจึงถูก 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 16, 2006, 09:27:50 PM
5 . นี่ก็สำคัญ  พยายามอ่านนิยายเรื่องเที่ยวป่าจริงบ้าง นั่งเทียนเขียนบ้าง (ส่วนมากนั่งเทียนเขียน โดยเฉพาะ ที่เขียนไม่รู้จบสักที ทั้งเรื่องสั้นเรื่องยาว)  นักเขียนก็จะเล่าว่าใครใช้ปืนอะไร เช่น น้อย อินทนนท์ ใช้ มูเซอร์ 9x57 เจ้า เพชรราช วงศา ใช้ ปืน เมาซอร์ 10.75 x68  --- ณ บาง ช้าง ใช้ปืน .416 Rigby  เจ้าของ โรงแรม  ใช้ แฝด .375 H&H เป็น ต้น เราก็ตามหา แล้วก็ ส่งหน้าตัวเองบ้าง หน้าม้า บ้าง ไปขอซื้อ
    การซื้อ จาก บุคลคลเหล่านี้ที่เล่าไปนั้น ไม่ง่ายนัก ดังที่เคยเล่าไปแล้ว


พี่ครับ แล้วท่านไวยเซีย เจ้าของชาลาวันภาพยนต์ กับ ท่านชาลีใช้ปืนอะไรบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 16, 2006, 09:41:42 PM
ไวเซีย จำไม่ได้ เพราะ ท่านได้แต่ถ่ายรูปกับถ่ายหนัง และ  ชอบมาก จัดการ ทรากสัตว์ สะสม ทรากสัตว์ แต่ท่าน ชาลี นั่งคุย นอน คุย โทรศัพท์ ตั้ง แต่ ตัวท่าน ยันลูกสาว ก็ยังไม่รู้เลยท่านใช้ปืนอะไร มี แต่ เพื่อน Love ท่าน ใช้ปืนหลายขนาด ตัวเล็กนิดเดียว แต่ ชอบ  win Mod  70  .375 H&H เที่ยวป่า เอาเรื่องมาเล่าให้ ท่าน ชาลี ไป เขียนหนังสือ ตั้งแต่ ก่อนปี 2500  เที่ยว ป่า สิบกว่าปี ไม่ ทำมาหากินเลย เล่าแล้วไม่ต้องกลัวท่านโกรธ  เพราะ ยังทะเลาะ กับท่านทุกวัน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 16, 2006, 10:11:52 PM
อยากฟังประวัติ เจ้าเพชรราชบ้างครับ ท่านชาลีเขียนเอาไว้น้อยมาก จากหนังสือที่เคยอ่าน เจ้าเพชรราชลี้ภัยทางการเมืองมาอยู่ประเทสไทย พรานคนไทยนับถือในฝีมือล่าสัตว์ของท่านมาก   พี่มีหนังที่ท่านไวยเซียถ่ายไว้บ้างไหมครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 16, 2006, 10:25:34 PM
ผลการแข่งขันของน้องเตย มีท่านใดพอทราบบ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 16, 2006, 11:35:32 PM
นั่นซิ รอจนดึกแล้ว น้องเตยยังไม่เข้ามาบอกเลย แอบลุ้นอยู่ในใจทั้งวัน น่าจะยิงได้แต้มมากกว่าตอนยิง Thailand championships นะ บอกเคล็ดไม่ลับไปแล้ว ต้องดีขึ้นซิ

กลับมาเรื่องแอบซื้อปืนกระบอกใหม่ แล้วไม่ให้เมียรู้ ผมมีวิธีตบตานะ ทำง่ายๆครับ คือ ใช้กระเป๋าใส่ปืนใบเดิมตลอด จะเอากระบอกไหนออกไปยิง ตอนกลางคืนก็แอบจับใส่กระเป๋าใบเก่งเอาไว้ซะก่อน แฮะๆ แม้นแต่ตอนเอาออกมาทำความสะอาด เมียยังดูไม่ออกเลย ไม่ว่าจะป็นน้องแอ่นชู้ด 1710 น้องวิน สะโพก 52 หรือ น้องซา มิชิโกะ หน้าตาล้วนจุ๋มจิ๋มเหมือนกันหมด นับว่าเป็นเรื่องดีนะ ที่เมียของผมดูปืนไม่เป็น อ้อ อย่าเอาออกมาพร้อมๆกันให้เห็นซะหละ เคล็ดลับนี้ไม่สงวนสิทธิ์นะ ลอกเลียนแบบได้ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 16, 2006, 11:43:44 PM
เมียผมไม่เป็นแบบนั้นซิครับพี่ ไม่เป็นไรเดียวหาใหม่ จ๊ากๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 17, 2006, 12:31:02 AM
เมียอาจไม่รู้ครับว่ากระบอกไหนเป็นอะไร และมีกี่กระบอกที่เป็นของใหม่ แต่อาจสงสัยได้ว่า  ???เอ๊ทำไมในตู้ปืนมันเพิ่มมากขึ้นๆโดยที่เธอไม่รู้ตัวจาก2เป็น4จาก4เป็น8 และเมื่อนั้นความจวยถึงจวยมากที่สุดอาจมาถึงเราได้ครับ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: teay ที่ กันยายน 17, 2006, 07:42:14 PM
 มารายงานผลการแข่งขันแล้วค่ะ เตยยิงได้ที่ 2 ค่ะ เอาเหรียญเงินมาฝาก
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆกำลังใจนะค่ะ แน่นอนค่ะคะแนนครั้งนี้ดีกว่าการแข่ง
Thailand championships มากๆ  อันนี้ต้องขอบคุณสำหรับคำแนะนำจากคุณอาลูกซองสั้นค่ะ
และต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่ไม่ได้เข้ามารายผลตั้งแต่วันเสาร์เพราะต้องรอทำพิธีมอบเหรียญรางวัลวันนี้
เลยเพิ่งได้กลับมาบ้านอ่ะค่ะ

และนี้ก็เป็นคำแนะนำที่คุณลุง FABBRI เคยบอกกัยเตยไว้ค่ะ และตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ค่ะ
  Skeet ต้องสู้กับตัวเราเอง ทั้งสมาธิ และ ความสมบูรณ์ ของร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ จำไว้อยู่อย่าง เมื่อเข้าไปยืนบนที่ยิงแล้ว ต้องเป็นนักฆ่าเท่านั้น อย่าออ่นแอ ข้าต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น  ตั้งใจให้ดี


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 17, 2006, 08:59:06 PM
ยินดีด้วยครับน้องเตย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 17, 2006, 09:29:29 PM
ผู้เฒ่า ก็ ยินดีกับ หลายรัก  อย่า เสียงดังไป ไอ้ที่บอกนะ เคยบอกทุกคนที่เคยได้เหรียญ แล้ว พอได้เหรียญก็ลืมหมด เอา 555 หรือ ฮ่าๆๆๆๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 17, 2006, 09:39:24 PM
ผู้เฒ่า ก็ ยินดีกับ หลายรัก
คนมีอายุนีทางอีสานเค้าเรียกว่า  ;Dเฒ่าก็เฒ่าแต่เลข เฒ่ากับเมฆกับลม เฒ่าวิชาสั่งสม แต่หัวใจยังเช้า ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 17, 2006, 09:52:24 PM
เตยได้ที่ 2    ว๊าว ดีมากครับ  ราชบุรี  เฮ.....


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 18, 2006, 12:12:03 AM
ยินดีด้วยครับน้องเตย

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

(น่าจะมีไอคอนปรบมือมั่งนะ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 18, 2006, 07:57:30 AM
ยินดีด้วย กับน้องเตย ที่ได้เหรียญ เงิน เก่งมากๆๆ
(http://i9.tinypic.com/4gnltti.gif)[/img]


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 18, 2006, 08:53:41 AM
เตยได้ที่ 2 ว๊าว ดีมากครับ ราชบุรี เฮ.....
ไม่ได้อยู่ราฃบุรีก็ขอเฮด้วย เอ้าเฮ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 18, 2006, 08:59:12 AM
ยินดีด้วยคนครับ..น้องเตยเก่งมากๆ ปรบมือให้เลย..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 18, 2006, 03:56:36 PM
ผมคนราชบุรี  ;D เฮด้วย ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 18, 2006, 06:51:20 PM
เปลี่ยนมาเรื่องกินบ้างนิดนึงครับ เมืองราชบุรีนี้จะว่าไปแล้วของกินก็อร่อยเยอะ แต่ผมเคยผ่านไปกินแต่ร้านแบบร้านก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารจานเดียวเท่านั้น ยังไม่เคยไปนั่งกินแบบที่เป็นร้านอาหารหรือสวนอาหารเลย ใครรู้ที่อร่อยแนะนำกันบ้างซิครับ(แต่บะหมี่โบราณที่อยู่ติดกับซาลาเปาทับหลีสั่งทีไรอาซิ้มทำน้ำตาลหกใส่ทุกทีเลย หรือคนเมืองนี้เค้ากินหวานกันก็ไม่รู้)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 19, 2006, 12:14:40 PM
ราชบุรีไม่เคยแวะกินเลยครับ ส่วนมากจะเลยไปกินเมืองกาญจน์เลยครับ

ขออนุญาตถามต่อเลยครับ จากที่พี่FABBRIได้เอ่ยถึงนักนิยมไพรในอดีต เลยอยากหาหนังสือเกี่ยวกับพรานในอดีตที่น่าอ่านและน่าสะสม ที่เป็นเนื้อหาแบบเรื่องจริง ไม่ใช่นิยาย พี่ๆท่านใดพอจะแนะนำได้บ้างครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 19, 2006, 12:36:54 PM
ไปเมืองกาญจน์ ก็ไม่ต้องไปกินที่ไหนแล้วครับเชิญที่แพผมได้เลยครับเดี่ยวผมลงมือเป็นพ่อครับให้เองครับ ปลาที่นั่นรับลองว่าหาอร่อยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ผมเองขนาดว่าไม่กินปลานิลเพราะกลิ่นมันแรง แต่ปลานิลเขื่อนตัว2-3โลนี่เจอกันเป็นไม่ได้ครับ :D~
 
 เมื่อหลายปีก่อนกำลังตกปลาอยู่บนเรือ เจอปลานิลตัวเกือบสองโลขาดครึ่งกำลังดิ้นกระแด่วๆอยู่ผิวน้ำผมเลยช้อนมา สรุปมันถูกปลาชะโดกัดมาแต่ยังไม่ตายดี ผมเลยช้อนมาทำต้มยำกินกับเพื่อนได้หนึ่งอิ่มพอดีเลยครับ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 19, 2006, 12:56:25 PM
ถ้ากลับมาแล้ว ทริปแรกสมาชิกพาคุณo/uไปเลี้ยงข้าวก่อนในฐานะเจ้าของกระทู้ ทริปสองคุณo/uต้องพาผมไปตกปลากินข้าวที่แพในฐานะเด็กยกกระทู้อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 19, 2006, 07:26:03 PM
ที่ราดลี ในตัวจังหวัด มีร้าน ชื่อจำไม่ได้แน่นอน ไม่รู้ จันทร์เพ็ญ หรือเปล่า มี เป็ดกรอบ และ แฮ่กึ้นใส่ไข่เค็ม อร่อยมาก ไม่ได้กิน เกือบ10ปีแล้ว 
  สักครู่จะมาตอบเรื่องหนังสือ รอสักพักให้ได้ที่ก่อน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 19, 2006, 09:03:54 PM
เอ้า เรามาว่ากันเรื่องหนังสือ สุดยอดหนังสือเที่ยวป่าไทยนี้ไม่ควรพลาด หาอ่านไม่ได้ ก็ ตัวใครตัวมันนะคุณ
ทุ่งโล่งและดงทึบ    ผู้เล่า  น้อย   อินทนนท์ หรือ สุด ยอด ปรมาจารย์  ครู มาลัย ชูพินิจ  ต้องหาให้ได้
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 7          "      จินดา   ดวงจินดา ไม่ อ่าน นอนตาไม่หลับ
ป่า                           "        "          "
พรานในอดีต            "        สรศัลย์    แพ่งสภา
ย่ำสันดอย                "        สังคีต      จันทนะโพธิ
เสียง เพรียก จากราวไพร       10 นักเที่ยวป่า
กลิ่นป่า และ ไอดง    "         วิชัย   อภัยสุวรรณ
                    และ
  หนังสือ  ของ คุณ อา ชาลี   เอี่ยมกระสินธุ์  ทุกเล่ม ขอ ขอบคุณที่ อุดหนุน สำนักพิมพ์ ต้นไม้ 023859366
         หรือ สายส่ง   เคล็ดไทย  022259536
         ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าไม่ซื้อ แต่อยาก ให้ซื้อมากๆ ช่วยเพื่อนนะ
ปืน ลูกซองแฝดที่เข้ามาเมืองไทยนั้น  เท่าที พบเห็น ปืนเก่าๆนะ ปืนใหม่ๆช่างมัน
ของ อิงแลนด์     Purdey   H&H   Westley - Richards  Jeffey  Greener  Webley & Scott   Churchill
ของ เยรามัน       Sauer merkel  Simson   Geco
ของ ฝรั่งเศษ     Darne
ของ เบลเยี่ยม    Belgian   Browning 
ของ นักสู้วัว ก็หนีไม่พ้น     Gorosabel  ไอ้หยา   อีแรดดะ
ของ ออสเตรีย    Ferlace
 เอาแต่นี้ก่อน กว่าจะตามหาได้หมดก็หมดไป3/4 ชีวิต แล้ว
จบข่าว เย็นนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 19, 2006, 09:52:17 PM
เอ้า เรามาว่ากันเรื่องหนังสือ สุดยอดหนังสือเที่ยวป่าไทยนี้ไม่ควรพลาด หาอ่านไม่ได้ ก็ ตัวใครตัวมันนะคุณ
ทุ่งโล่งและดงทึบ    ผู้เล่า  น้อย   อินทนนท์ หรือ สุด ยอด ปรมาจารย์  ครู มาลัย ชูพินิจ  ต้องหาให้ได้
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 7          "      จินดา   ดวงจินดา ไม่ อ่าน นอนตาไม่หลับ
ป่า                           "        "          "
พรานในอดีต            "        สรศัลย์    แพ่งสภา
ย่ำสันดอย                "        สังคีต      จันทนะโพธิ
เสียง เพรียก จากราวไพร       10 นักเที่ยวป่า
กลิ่นป่า และ ไอดง    "         วิชัย   อภัยสุวรรณ
                    และ
  หนังสือ  ของ คุณ อา ชาลี   เอี่ยมกระสินธุ์  ทุกเล่ม ขอ ขอบคุณที่ อุดหนุน สำนักพิมพ์ ต้นไม้ 023859366
         หรือ สายส่ง   เคล็ดไทย  022259536
         ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าไม่ซื้อ แต่อยาก ให้ซื้อมากๆ ช่วยเพื่อนนะ
ปืน ลูกซองแฝดที่เข้ามาเมืองไทยนั้น  เท่าที พบเห็น ปืนเก่าๆนะ ปืนใหม่ๆช่างมัน
ของ อิงแลนด์     Purdey   H&H   Westley - Richards  Jeffey  Greener  Webley & Scott   Churchill
ของ เยรามัน       Sauer merkel  Simson   Geco
ของ ฝรั่งเศษ     Darne
ของ เบลเยี่ยม    Belgian   Browning 
ของ นักสู้วัว ก็หนีไม่พ้น     Gorosabel  ไอ้หยา   อีแรดดะ
ของ ออสเตรีย    Ferlace
 เอาแต่นี้ก่อน กว่าจะตามหาได้หมดก็หมดไป3/4 ชีวิต แล้ว
จบข่าว เย็นนี้

ไอหยา พอรู้ว่าคือยี่ห้อ AYA แต่ อีแรดดะ  นี่ไม่ทราบว่าคือยี่ห้ออะไรคร้าบ.. ::)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 19, 2006, 09:58:52 PM
อาเรียต้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 19, 2006, 10:07:14 PM
ปิดคอมดูข่าว ช่อง 5 ตุนอาหารแห้ง ได้แล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 19, 2006, 10:07:16 PM
อาเรียต้า
ขอบคุณครับคุณอา ชื่อเขาออกเพราะคุณอาแปลงซะ ;D แล้ว คอมแลนเบอร์หละครับ? อยู่ไส


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 19, 2006, 10:49:56 PM
ปิดคอมดูข่าว ช่อง 5 ตุนอาหารแห้ง ได้แล้วครับ


ยังดีนะ มีหยกอยู่ 2 ปีบ พอเติมรถวิ่งได้อีกหลายวัน
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 20, 2006, 09:14:41 AM
ถ้ากลับมาแล้ว ทริปแรกสมาชิกพาคุณo/uไปเลี้ยงข้าวก่อนในฐานะเจ้าของกระทู้ ทริปสองคุณo/uต้องพาผมไปตกปลากินข้าวที่แพในฐานะเด็กยกกระทู้อิอิ
ด้วยความยินดีครับ เรื่องกินเรื่องเที่ยวนี่ผมละถนัดนัก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 20, 2006, 05:53:13 PM
เอ้า เรามาว่ากันเรื่องหนังสือ สุดยอดหนังสือเที่ยวป่าไทยนี้ไม่ควรพลาด หาอ่านไม่ได้ ก็ ตัวใครตัวมันนะคุณ
ทุ่งโล่งและดงทึบ    ผู้เล่า  น้อย   อินทนนท์ หรือ สุด ยอด ปรมาจารย์  ครู มาลัย ชูพินิจ  ต้องหาให้ได้
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 7          "      จินดา   ดวงจินดา ไม่ อ่าน นอนตาไม่หลับ
ป่า                           "        "          "
พรานในอดีต            "        สรศัลย์    แพ่งสภา
ย่ำสันดอย                "        สังคีต      จันทนะโพธิ
เสียง เพรียก จากราวไพร       10 นักเที่ยวป่า
กลิ่นป่า และ ไอดง    "         วิชัย   อภัยสุวรรณ
                    และ
  หนังสือ  ของ คุณ อา ชาลี   เอี่ยมกระสินธุ์  ทุกเล่ม ขอ ขอบคุณที่ อุดหนุน สำนักพิมพ์ ต้นไม้ 023859366
         หรือ สายส่ง   เคล็ดไทย  022259536
         ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าไม่ซื้อ แต่อยาก ให้ซื้อมากๆ ช่วยเพื่อนนะ
ปืน ลูกซองแฝดที่เข้ามาเมืองไทยนั้น  เท่าที พบเห็น ปืนเก่าๆนะ ปืนใหม่ๆช่างมัน
ของ อิงแลนด์     Purdey   H&H   Westley - Richards  Jeffey  Greener  Webley & Scott   Churchill
ของ เยรามัน       Sauer merkel  Simson   Geco
ของ ฝรั่งเศษ     Darne
ของ เบลเยี่ยม    Belgian   Browning 
ของ นักสู้วัว ก็หนีไม่พ้น     Gorosabel  ไอ้หยา   อีแรดดะ
ของ ออสเตรีย    Ferlace
 เอาแต่นี้ก่อน กว่าจะตามหาได้หมดก็หมดไป3/4 ชีวิต แล้ว
จบข่าว เย็นนี้

ขอบพระคุณครับพี่ ต้องตามซื้ออ่านให้ครบครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 20, 2006, 10:09:53 PM
ไม่ได้เข้ามาคุยตั้งหลายวันแล้วเพราะต้องรับกรรมทำ OT แทนเพื่อนร่วมงาน วันนี้มารายงานตัวครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 20, 2006, 10:23:02 PM
แต่ยังมี kat ที่คอยโทรบอกความคืบหน้าในกระทู้เรา...วันนี้ว่างเลยได้มานั่งคุยกันกับ kat ก็มึนๆหน่อยนะ... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 21, 2006, 08:50:13 AM
มึนเพราะกินเหล้าแบบOTรึเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 21, 2006, 10:15:33 AM
แบบOTครับ 1กลมแบบบปรกติ อีก1กลมแบบOT ผมพึ่งจะฟื้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 21, 2006, 08:41:38 PM
วันนี้ เจ้าชาย  ไป ขี่ม้าเล่นแถวหลังวัง ปะเหมาะพบสาวน้อย แต่ ดันเป็นแก้วหน้าม้า ยังไม่แปลงกาย เลยไม่ตกลงปลงใจลงร่องปลองชิ้น พบน้องนาง Remington Mod 541T .22Lr  ที่เมือง หมู่ชั้น ถ้าเจ้าชายองค์ไหนที่ ชอบสะสมนางสนม.22 ไม่ควรพลาด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 21, 2006, 08:54:22 PM
วันนี้ เจ้าชาย ไป ขี่ม้าเล่นแถวหลังวัง ปะเหมาะพบสาวน้อย แต่ ดันเป็นแก้วหน้าม้า ยังไม่แปลงกาย เลยไม่ตกลงปลงใจลงร่องปลองชิ้น พบน้องนาง Remington Mod 541T .22Lr ที่เมือง หมู่ชั้น ถ้าเจ้าชายองค์ไหนที่ ชอบสะสมนางสนม.22 ไม่ควรพลาด
ขอบคุณครับพี่ที่แจ้งข่าวมา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 22, 2006, 07:58:55 AM
วันนี้ เจ้าชาย ไป ขี่ม้าเล่นแถวหลังวัง ปะเหมาะพบสาวน้อย แต่ ดันเป็นแก้วหน้าม้า ยังไม่แปลงกาย เลยไม่ตกลงปลงใจลงร่องปลองชิ้น พบน้องนาง Remington Mod 541T .22Lr ที่เมือง หมู่ชั้น ถ้าเจ้าชายองค์ไหนที่ ชอบสะสมนางสนม.22 ไม่ควรพลาด


 :VOV:  ค่าสินสอดไม่แพงครับ แต่จดทะเบียนสมรสซ้อนนี่ต้องทำจายยยย   :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 22, 2006, 11:37:38 AM
ช่วงนี้กระทู้เราเงียบเหงาจังนะครับ ไปไหนกันหมดจ๊ะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 22, 2006, 11:58:07 AM
ช่วงนี้กระทู้เราเงียบเหงาจังนะครับ ไปไหนกันหมดจ๊ะ
สงสัยกำลังหา.22ปลอกยาวๆให้พรรคพวกที่อยู่แดนไกล เลยไม่ค่อยมีเวลามาเข้าเวปครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 22, 2006, 12:05:18 PM
กำลังตลึงกับปืนใหญ่ครับ ปืนแฝดของเราเลยหงอยไปหน่อย คุณปืนก้องไพรอยู่ไกล คงจะได้ยินข่าวบ้างนะ ก็ได้แต่หวัง
ว่าอีกสักหน่อย สิทธิและเสรีภาพของพวกเรานักนิยมปืนในเมืองไทย จะกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง   


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 22, 2006, 12:12:35 PM
กำลังตลึงกับปืนใหญ่ครับ ปืนแฝดของเราเลยหงอยไปหน่อย คุณปืนก้องไพรอยู่ไกล คงจะได้ยินข่าวบ้างนะ ก็ได้แต่หวัง
ว่าอีกสักหน่อย สิทธิและเสรีภาพของพวกเรานักนิยมปืนในเมืองไทย จะกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง
ผมติดตามข่าวอยู่ตลอดครับพี่ อยากรู้จังครับว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะมีหน้าตายังไงกับบ้าง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 22, 2006, 12:34:12 PM
ใช่แล้วครับ! ปืนแฝดตอนนี้มีคู่แข่งที่น่ากลัวที่เดียว เมื่อวานเข้าไปกรุงเทพฯ เห็นปืนแฝดอยู่คู่หนึ่ง รูใหญ่น่ากลัวดี  เห็นตัวหนังสืออยู่แถวๆพานท้าย  เขียนว่า ปตอ. :OO แล้วก็ไม่บอกเบอร์กระสุนด้วย  :<< สงสัยเจ้าของคงไม่ยอมขายแน่ๆ เห็นเอาผ้าใบคลุมไว้อย่าดี  ว่าจะเข้าไปจีบขอซื้อดูซะหน่อย แต่เกรงใจคนเฝ้า :D~ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 22, 2006, 01:03:33 PM
ช่วงนี้สนามเป้าบินที่หัวหมากเปิดหรือไม่ครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 22, 2006, 07:45:55 PM
สนามไม่น่าจะปิดนะ ถ้าจะให้แน่ใจก็ โทร 02 369 1935 ขนาด ครั้งก่อน ยังไม่ปิดนี่ เพราะ บางท่าน เก็บ--- อุปกรณ์ นะ ไว้ สนาม เลยไม่มีปัญหาในการ แจก ดอกไม้ กับ อาหาร ให้ ทหาร และ สน หัวหมาก ก็ อยู่หน้าสนาม
 ที่เงียบๆ ไป มี หลาย สาเหตุ 1. ไม่รู้จะเล่าอะไร   2.ไม่มีคนถาม   3. ไม่มีคนต่อว่า เป็นไอ้ขี้โม้   4. ครั้นจะเล่า เรื่อง ไรเฟิลก็ กลัวจะมีปัญหา เพราะ ความคิดเห็น จากการที่เคยใช้นะ ไม่ใช่มือจิ้มแป้นหาข้อมูลมาแย้ง ( จิ้มแป้นก็ไม่เป็นกับเขาอีก ) ไม่ ตรงกับกระทู้ก่อนๆที่เคยมีถามและตอบ 5. กำลังหาข้อมูล GPS มาใช้ เวลา ไปเที่ยว แล้วมักจะถูก อาเฮีย อาบัง สหายผิวดำ หลอกให้เดินวนไปวนมา กว่าจะพบ สัตว์ ที่ต้องการ หรือ วัด หรือ อาหมวย ทั้งๆที่ อยู่ข้าง ที่พัก เดิน 10 นาทีก็ถึง ดันพาเราเดินเสีย 2 ชม เรานี่โง่ บรรลัยจักเลย  6. กำลังหาของเล่นใหม่ เป็นมีด อีเหน็บบ้าง ขวานบ้าง จะได้ไม่ต้องขออนุญาติ คปร ป1 ป2 ป3 ป4 และ ผอทบ (ผู้อำนวยการที่บ้าน)
  ด้วยประการละเช่นนี้ ละ ครับ ท่าน ผู้ อ่าน
 ท่านผู้ใด รู้ ที่อยู่ ของช่างตีมีด หรือ ที่ขาย ก็กรุณาส่งข่าวด้วยครับ อย่า บอกนะ ว่าให้ไป อ่าน Web ข้างบ้าน ถ้าจะให้ดี ช่วยซื้อ แล้วส่งมา ข้าน้อยก็จะส่ง ปัจจัย ไปให้ ด้วยความเคารพ ในความมีน้ำใจ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 22, 2006, 08:52:53 PM
เบื่อปืนจะหันไปเล่นมีดแล้วหรือครับพี่


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 22, 2006, 09:15:16 PM
เมื่อตอนเลิกงาน ผมขับรถกลับบ้าน ตั้งใจผ่านทางสะพานแดง เพราะได้เห็นภาพข่าวในทีวี ว่ามีรถถังให้ดูหลายคัน ถูกใจมากครับ เจอทั้งหมด 5 คัน ที่ถูกใจมากคือคันที่มีปืนใหญ่เป็นแบบสองกระบอกคู่กัน ต้องจัดว่าเป็นปืนใหญ่ไรเฟิลแฝดที่สุดยอดที่สุด เดี๋ยววันอาทิตย์นี้จะขับรถพาลูกไปขอถ่ายรูปสักหน่อย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด จะเอามาโพสให้ดูครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 22, 2006, 09:25:42 PM
รอชมครับพี่ ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 22, 2006, 09:28:07 PM
เรียนถาม ?  ;D
               ปืนลูกซองแฝด แบบที่แพงๆแกะลายสวยๆไม้พานท้ายงามๆเวลาจะยิง ต้องเลือกกระสุนหรือเปล่าครับ เผื่องวดนี้ถูกหวย จะได้ซื้แพงๆซักกระบอก  :~) เวลายิงจะได้เลือกกระสุนถูก ปืนได้ไม่ช้ำ   :~) :~)   นี่ยังนั่งทำใจอยู่เลย เอาอีเดี่ยวไม้คาล3นิ้วแม็กนั่ม หลังพาน ไปเปิดซิงลุยป่าดิบ ครั้งแรกพานท้ายแบบขี้เหร่ๆเป็นรอย ยังช้ำใจไม่หาย :~) :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 22, 2006, 09:37:09 PM
สนามไม่น่าจะปิดนะ ถ้าจะให้แน่ใจก็ โทร 02 369 1935 ขนาด ครั้งก่อน ยังไม่ปิดนี่ เพราะ บางท่าน เก็บ--- อุปกรณ์ นะ ไว้ สนาม เลยไม่มีปัญหาในการ แจก ดอกไม้ กับ อาหาร ให้ ทหาร และ สน หัวหมาก ก็ อยู่หน้าสนาม
 ที่เงียบๆ ไป มี หลาย สาเหตุ 1. ไม่รู้จะเล่าอะไร   2.ไม่มีคนถาม   3. ไม่มีคนต่อว่า เป็นไอ้ขี้โม้   4. ครั้นจะเล่า เรื่อง ไรเฟิลก็ กลัวจะมีปัญหา เพราะ ความคิดเห็น จากการที่เคยใช้นะ ไม่ใช่มือจิ้มแป้นหาข้อมูลมาแย้ง ( จิ้มแป้นก็ไม่เป็นกับเขาอีก ) ไม่ ตรงกับกระทู้ก่อนๆที่เคยมีถามและตอบ 5. กำลังหาข้อมูล GPS มาใช้ เวลา ไปเที่ยว แล้วมักจะถูก อาเฮีย อาบัง สหายผิวดำ หลอกให้เดินวนไปวนมา กว่าจะพบ สัตว์ ที่ต้องการ หรือ วัด หรือ อาหมวย ทั้งๆที่ อยู่ข้าง ที่พัก เดิน 10 นาทีก็ถึง ดันพาเราเดินเสีย 2 ชม เรานี่โง่ บรรลัยจักเลย  6. กำลังหาของเล่นใหม่ เป็นมีด อีเหน็บบ้าง ขวานบ้าง จะได้ไม่ต้องขออนุญาติ คปร ป1 ป2 ป3 ป4 และ ผอทบ (ผู้อำนวยการที่บ้าน)
  ด้วยประการละเช่นนี้ ละ ครับ ท่าน ผู้ อ่าน
 ท่านผู้ใด รู้ ที่อยู่ ของช่างตีมีด หรือ ที่ขาย ก็กรุณาส่งข่าวด้วยครับ อย่า บอกนะ ว่าให้ไป อ่าน Web ข้างบ้าน ถ้าจะให้ดี ช่วยซื้อ แล้วส่งมา ข้าน้อยก็จะส่ง ปัจจัย ไปให้ ด้วยความเคารพ ในความมีน้ำใจ
ขอบคุณมากครับคุณอา เรื่องมีดต้องยกให้คุณ kat เขาครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 22, 2006, 09:38:56 PM
เรียนถาม ? ;D
 ปืนลูกซองแฝด แบบที่แพงๆแกะลายสวยๆไม้พานท้ายงามๆเวลาจะยิง ต้องเลือกกระสุนหรือเปล่าครับ เผื่องวดนี้ถูกหวย จะได้ซื้แพงๆซักกระบอก :~) เวลายิงจะได้เลือกกระสุนถูก ปืนได้ไม่ช้ำ :~) :~) นี่ยังนั่งทำใจอยู่เลย เอาอีเดี่ยวไม้คาล3นิ้วแม็กนั่ม หลังพาน ไปเปิดซิงลุยป่าดิบ ครั้งแรกพานท้ายแบบขี้เหร่ๆเป็นรอย ยังช้ำใจไม่หาย :~) :~)

ต้องเข้าใจไว้ก่อนนะครับ ว่าปืนกระบอกนั้นออกแบบมาสำหรับยิงอะไร ยิงนก ยิงกระต่าย ยิงเป็ด ดังนั้นลูกปรายเบอร์ 2  4  6 จะเป็นลูกแมกนั่ม 2 3/4 นิ้ว ทุกชนิดยิงได้หมดครับ ถ้ากระบอกไหนทำรังเพลิง 3 นิ้วมาให้ ก็ยิงลูก 3 นิ้วได้ครับ แต่ ผมไม่คิดว่าใครจะเอาลูกโดด หรือ ลูก OO buck ไปยิงในปืนลูกซองแฝดที่ระบุโช้คไว้ว่า Full choke นะครับ ปืนหนะทนได้ครับ แต่ว่าน่าจะใช้ปืนที่เหมาะกับลูกแบบนั้นจะดีกว่า 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 22, 2006, 10:31:41 PM
  ;Dแพงแล้วยังเลือกลูกอีก !อย่างนี้ผมเลือกใช้แบบที่มันไม่เลือกลูก  ออกแบบมายิงทุกอย่างดีกว่า :D~ไว้มีตังค์มากๆจะซื้อแบบแพงๆมายิงโชว์ซักกระบอก  :D~ เคยอ่านหนังสือเจอ ปืน ของเจ้าของเบียร์ ....กระบอกนั้นสวยมากๆไม่รู้ซื้อมาแล้ว จะกล้ายิงหรือเปล่า  นีก็กลัวท่าน FABBRI จะไปจีบซื้อตัดหน้าไปซะก่อน(ล่อเล่นครับ) :VOV: :D~ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: บัญญัติ ที่ กันยายน 23, 2006, 12:01:14 AM
สนามไม่น่าจะปิดนะ ถ้าจะให้แน่ใจก็ โทร 02 369 1935 ขนาด ครั้งก่อน ยังไม่ปิดนี่ เพราะ บางท่าน เก็บ--- อุปกรณ์ นะ ไว้ สนาม เลยไม่มีปัญหาในการ แจก ดอกไม้ กับ อาหาร ให้ ทหาร และ สน หัวหมาก ก็ อยู่หน้าสนาม
 ที่เงียบๆ ไป มี หลาย สาเหตุ 1. ไม่รู้จะเล่าอะไร   2.ไม่มีคนถาม   3. ไม่มีคนต่อว่า เป็นไอ้ขี้โม้   4. ครั้นจะเล่า เรื่อง ไรเฟิลก็ กลัวจะมีปัญหา เพราะ ความคิดเห็น จากการที่เคยใช้นะ ไม่ใช่มือจิ้มแป้นหาข้อมูลมาแย้ง ( จิ้มแป้นก็ไม่เป็นกับเขาอีก ) ไม่ ตรงกับกระทู้ก่อนๆที่เคยมีถามและตอบ 5. กำลังหาข้อมูล GPS มาใช้ เวลา ไปเที่ยว แล้วมักจะถูก อาเฮีย อาบัง สหายผิวดำ หลอกให้เดินวนไปวนมา กว่าจะพบ สัตว์ ที่ต้องการ หรือ วัด หรือ อาหมวย ทั้งๆที่ อยู่ข้าง ที่พัก เดิน 10 นาทีก็ถึง ดันพาเราเดินเสีย 2 ชม เรานี่โง่ บรรลัยจักเลย  6. กำลังหาของเล่นใหม่ เป็นมีด อีเหน็บบ้าง ขวานบ้าง จะได้ไม่ต้องขออนุญาติ คปร ป1 ป2 ป3 ป4 และ ผอทบ (ผู้อำนวยการที่บ้าน)
  ด้วยประการละเช่นนี้ ละ ครับ ท่าน ผู้ อ่าน
 ท่านผู้ใด รู้ ที่อยู่ ของช่างตีมีด หรือ ที่ขาย ก็กรุณาส่งข่าวด้วยครับ อย่า บอกนะ ว่าให้ไป อ่าน Web ข้างบ้าน ถ้าจะให้ดี ช่วยซื้อ แล้วส่งมา ข้าน้อยก็จะส่ง ปัจจัย ไปให้ ด้วยความเคารพ ในความมีน้ำใจ
[/quote )
สนามไม่น่าจะปิดนะ ถ้าจะให้แน่ใจก็ โทร 02 369 1935 ขนาด ครั้งก่อน ยังไม่ปิดนี่ เพราะ บางท่าน เก็บ--- อุปกรณ์ นะ ไว้ สนาม เลยไม่มีปัญหาในการ แจก ดอกไม้ กับ อาหาร ให้ ทหาร และ สน หัวหมาก ก็ อยู่หน้าสนาม
 ที่เงียบๆ ไป มี หลาย สาเหตุ 1. ไม่รู้จะเล่าอะไร   2.ไม่มีคนถาม   3. ไม่มีคนต่อว่า เป็นไอ้ขี้โม้   4. ครั้นจะเล่า เรื่อง ไรเฟิลก็ กลัวจะมีปัญหา เพราะ ความคิดเห็น จากการที่เคยใช้นะ ไม่ใช่มือจิ้มแป้นหาข้อมูลมาแย้ง ( จิ้มแป้นก็ไม่เป็นกับเขาอีก ) ไม่ ตรงกับกระทู้ก่อนๆที่เคยมีถามและตอบ 5. กำลังหาข้อมูล GPS มาใช้ เวลา ไปเที่ยว แล้วมักจะถูก อาเฮีย อาบัง สหายผิวดำ หลอกให้เดินวนไปวนมา กว่าจะพบ สัตว์ ที่ต้องการ หรือ วัด หรือ อาหมวย ทั้งๆที่ อยู่ข้าง ที่พัก เดิน 10 นาทีก็ถึง ดันพาเราเดินเสีย 2 ชม เรานี่โง่ บรรลัยจักเลย  6. กำลังหาของเล่นใหม่ เป็นมีด อีเหน็บบ้าง ขวานบ้าง จะได้ไม่ต้องขออนุญาติ คปร ป1 ป2 ป3 ป4 และ ผอทบ (ผู้อำนวยการที่บ้าน)
  ด้วยประการละเช่นนี้ ละ ครับ ท่าน ผู้ อ่าน
 ท่านผู้ใด รู้ ที่อยู่ ของช่างตีมีด หรือ ที่ขาย ก็กรุณาส่งข่าวด้วยครับ อย่า บอกนะ ว่าให้ไป อ่าน Web ข้างบ้าน ถ้าจะให้ดี ช่วยซื้อ แล้วส่งมา ข้าน้อยก็จะส่ง ปัจจัย ไปให้ ด้วยความเคารพ ในความมีน้ำใจ
ที่รู้จักก็ ช่างเล็กโบวี่ ที่อยู่ ต.
หาดทนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี แบบมีดมีอยู่ที่ kat ครับพี่มีถ่ายไว้หลายแบบครับ kat ติดตามเรื่องด้วยครับ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 23, 2006, 09:01:37 AM
ได้ยินแว่วๆว่ามีใครกำลังหา.22 ปลอกยาวๆอยู่หรือเปล่าครับ  เมื่อวันก่อนได้ยินคนรู้จักบ่นเบื่อๆอยู่  เห็นบ่นว่าลูกแพง :OO ยีห้ออะไรไม่รู้ ได้ยินไม่ชัดว่ายีห้อ  HHKK  200 300  อะไรนี่ละ :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 09:46:12 AM
คุณปืนก้องไพร ติดต่อคุณBEENด่วน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 23, 2006, 10:43:11 AM
คุณปืนก้องไพร ติดต่อคุณBEENด่วน
สงสัยว่าจะมาช้าไปนิดนึงนะครับ คือหลังจากที่ผมประกาศไว้ในอีกเวปว่าผมอยากได้.22Mag ก็ได้มีพี่คนนึงติดต่อมา แล้ววันนี้คนที่เมืองไทยก็จะเข้าไปดูปืนพอดีครับถ้าสวยเค้าก็จะสอยกลับบ้านมาเลย

 เมื่อเช้านี้ผมก็ได้น้องมิซาโก.223มากระบอกนึง เจ้าของปืนที่สกลนำปืนมาส่งให้เพื่อนผมที่อุดร(ตอนสองทุ่มเมื่อคืนของเมืองไทย) เห็นบอกว่าปืนสวยแต่ผมยังไม่เห็นรูปเลย :~) ว่าแล้วก็มีเรื่องจะถามเกี่ยวกับเรื่องปืนมิซาโกครับยังไงใครพอทราบก็ช่วยเข้าไปตอบในกระทู้ที่ผมตั้งขึ้นใหม่ทีนะครับ

คุณkatชอบเล่นมีดเหมือนกันหรือครับ ผมเองก็เริ่มๆสนใจอยู่ครับแต่ตอนนี้มีมีดอยู่2-3เล่มเอง เอาไว้ช่วยลงรูปมีดโบวี่งามๆให้ด้วยนะครับเพราะผมเองตอนนี้กำลังจะสั่งช่างมีดที่อุดรทำมีดอยู่ครับ เห็นเพื่อนบอกว่าชื่อช่างยุ่นหรือยุทธอะไรนี่ล่ะครับแต่เค้าบอกว่าฝีมือแกสุดยอดมาก


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 11:09:19 AM
;Dแพงแล้วยังเลือกลูกอีก !อย่างนี้ผมเลือกใช้แบบที่มันไม่เลือกลูก ออกแบบมายิงทุกอย่างดีกว่า :D~ไว้มีตังค์มากๆจะซื้อแบบแพงๆมายิงโชว์ซักกระบอก :D~ เคยอ่านหนังสือเจอ ปืน ของเจ้าของเบียร์ ....กระบอกนั้นสวยมากๆไม่รู้ซื้อมาแล้ว จะกล้ายิงหรือเปล่า นีก็กลัวท่าน FABBRI จะไปจีบซื้อตัดหน้าไปซะก่อน(ล่อเล่นครับ) :VOV: :D~ :~)

การเลือกลูกตามที่พี่ลูกซองสั้นได้กล่าวไว้ ตามความเข้าใจของผมคือเลือกขนาดเบอร์ลูกปลายว่าเราจะเอาไปยิงอะไร เช่นนกเขาไม่ใช่นกเราถ้าเป็นนกเราคงไม่ยิง ใช้ลูกBB 1oz=70เม็ด  ยิงเป็ดแดงใช้ลูกเบอร์4 1oz=28เม็ด  และใช้ความยาวปลอกกระสุนให้ตรงตามขนาดรังเพลิง เช่นถ้าเอาลูก2 3/4 ไปยิงในรังเพลิง3"เม็ดกระสุนจะไปกระทบบ่ารังเพลิงทำให้เม็อกระสุนเสียรูป พี่FABBRIเคยบอกว่ายิงไปเถอะกว่าบ่ารังเพลิงจะสึกกระเป๋าชีกก่อน หรือ เอาลูก3"ไปยิงในรังเพลิง2 3/4"ปลายปลอกกระสุนจะคับบ่ารังเพลิงทำให้ลูกวิ่งเบียดกันเองเป็นผลให้เม็ดกระสุนเสียรูปและการจัดระเบียบของม่านกระสุนเป็นไปได้ไม่ดี ตามความคิดผมไม่ว่าจะเป็นปืนเลิศหรือปืนโหล ปืนไม่เลือกลูกครับ ยิ่งปืนชั้นดีจะทำมาได้แข็งแรงมีอายุการใช้งานกว่าปืนที่ผลิตเอาแต่จำนวนครับ ทั้งนี้ผู้ยิงต้องเลือกลูกให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 23, 2006, 11:23:31 AM
จริงครับจริง


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 11:23:51 AM
คุณปืนก้องไพร ติดต่อคุณBEENด่วน
สงสัยว่าจะมาช้าไปนิดนึงนะครับ คือหลังจากที่ผมประกาศไว้ในอีกเวปว่าผมอยากได้.22Mag ก็ได้มีพี่คนนึงติดต่อมา แล้ววันนี้คนที่เมืองไทยก็จะเข้าไปดูปืนพอดีครับถ้าสวยเค้าก็จะสอยกลับบ้านมาเลย

 เมื่อเช้านี้ผมก็ได้น้องมิซาโก.223มากระบอกนึง เจ้าของปืนที่สกลนำปืนมาส่งให้เพื่อนผมที่อุดร(ตอนสองทุ่มเมื่อคืนของเมืองไทย) เห็นบอกว่าปืนสวยแต่ผมยังไม่เห็นรูปเลย :~) ว่าแล้วก็มีเรื่องจะถามเกี่ยวกับเรื่องปืนมิซาโกครับยังไงใครพอทราบก็ช่วยเข้าไปตอบในกระทู้ที่ผมตั้งขึ้นใหม่ทีนะครับ

คุณkatชอบเล่นมีดเหมือนกันหรือครับ ผมเองก็เริ่มๆสนใจอยู่ครับแต่ตอนนี้มีมีดอยู่2-3เล่มเอง เอาไว้ช่วยลงรูปมีดโบวี่งามๆให้ด้วยนะครับเพราะผมเองตอนนี้กำลังจะสั่งช่างมีดที่อุดรทำมีดอยู่ครับ เห็นเพื่อนบอกว่าชื่อช่างยุ่นหรือยุทธอะไรนี่ล่ะครับแต่เค้าบอกว่าฝีมือแกสุดยอดมาก
อ้าวซาโกะกระบอกนั้นคุณ ouเก็บไว้ได้หรือครับ ตอนแรกเห็นว่าติดต่อไม่ได้นึกว่าอด ถ้าสภาพสวยราคานี้สวยมากเลยครับ
   มีดผมเล่นแบบเอาสวยงามครับไม่มีความรู้อะไรเท่าไร ช่างก็รู้จักอยู่ท่านเดียวอาศัยว่าคุยกันถูกใจ มีด้ามสวยๆเข้ามาก็สั่งทำครับ จะให้รู้ลึกๆเรื่องเหล็กอะไรนี่ไม่รู้เรื่องเลย ช่างมีดที่คบกันอยู่เคยบอกว่าที่อุดร มีช่างมีดเก่งๆอยู่ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 23, 2006, 11:47:08 AM
น้องมิซาโกกว่าผมจะได้มาก็ต่อโทรศัพท์หาเจ้าของอยู่สิบกว่ารอบครับถึงจะติด :OOพูดจริงๆนะครับไม่ได้พูดเล่น มีดผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอกครับ ซื้อเพราะความสวยมาก่อนเช่นกันครับ แต่เอาเข้าจริงๆเวลาไปอยู่ป่าก็ใช้แต่มีดทำครัวกับมีดพร้าแบบชาวบ้านเท่านั้นครับ เห็นชาวบ้านเค้าใช้เล่มเดียวทั้งทำกับข้าวทั้งสับไม้สับฟืนเรียกได้ว่าสุดยอดเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 01:28:33 PM
เอารูปมีดมาดูกันเพลินๆนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 01:32:07 PM
อันนี้มีดแล่ใบยาว5"ด้ามผิวงา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 01:35:09 PM
มีดพับใบ4"ด้ามผิวงา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: vava ที่ กันยายน 23, 2006, 01:41:03 PM
ขอโทษนะคะ อยากถามอะไรหน่อยค่ะใครก็ได้ตอบหน่อยนะคะ  ถ้าเราพบปืนกระบอกหนึ่งแล้วเราอยากจะรู้ว่าเจ้าของเป็นใครจะทำอย่างไรดีคะ...แต่มีเหตุผลบางอย่างว่าให้ตำรวจช่วยไม่ได้ค่ะ ใครพอรู้ชวยตอบหน่อยนะคะ หรือว่ามันไม่มีคะ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 01:41:57 PM
มีดพับด้ามเขากวาง ฝังหินคอยท์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 23, 2006, 01:51:13 PM
มีดพับ ด้ามไม้+ผิวงา


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 23, 2006, 06:37:15 PM
สวยๆทั้งนั้นเลย :o :oถ้าเป็นของผมไม่กล้าเอาไปใช้แน่ๆ  :VOV:           กลัวเมา แล้วตกหาย  :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 23, 2006, 06:50:07 PM
ขอโทษนะคะ อยากถามอะไรหน่อยค่ะใครก็ได้ตอบหน่อยนะคะ ถ้าเราพบปืนกระบอกหนึ่งแล้วเราอยากจะรู้ว่าเจ้าของเป็นใครจะทำอย่างไรดีคะ...แต่มีเหตุผลบางอย่างว่าให้ตำรวจช่วยไม่ได้ค่ะ ใครพอรู้ชวยตอบหน่อยนะคะ หรือว่ามันไม่มีคะ
ที่ต้องการรู้นะ หมายถึงยี่ห้อ กับ ประวัติปืน
หรือ ได้ ปืนมา แต่อยากรู้ว่า ไป ขโมยใคร ว่าปืนกระบอกนี้ เจ้า ของ คือใคร  ก่อนอื่นต้องรู้ว่า หมายเลขประจำปืน เป็นของจังหวัดใด  เช่น กท  ชม  ชบ  สป เป็นต้น  ตัวเลขต่อมา ก็จะ บอก อำเภอ  ถ้าเป็น กท จะไม่มีอำเภอ
  คุณต้อง บอกรายละเอียดให้มากกว่านี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 23, 2006, 07:57:30 PM
ขอโทษนะคะ อยากถามอะไรหน่อยค่ะใครก็ได้ตอบหน่อยนะคะ ถ้าเราพบปืนกระบอกหนึ่งแล้วเราอยากจะรู้ว่าเจ้าของเป็นใครจะทำอย่างไรดีคะ...แต่มีเหตุผลบางอย่างว่าให้ตำรวจช่วยไม่ได้ค่ะ ใครพอรู้ชวยตอบหน่อยนะคะ หรือว่ามันไม่มีคะ

ช่วยตอบครับ
ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ปลัดอำเภอช่วยได้ครับ จดเครื่องหมายทะเบียนไปให้ท่านช่วยดูให้
เรื่องนี้ผมและเพื่อนสมาชิกอีก 2 ท่านไปเจอมาเองเมื่อวานนี้ครับ
ถึงแม้ว่าจะไม่ 100% (เนื่องจากความล้าหลังด้าน IT) แต่ก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลยครับ

 ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 23, 2006, 09:42:08 PM
มีดงามๆทั้งนั้นเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 23, 2006, 11:33:54 PM
พี่FABBRIครับช่วยลบข้อความส่วนตัวออกด้วยครับเพราะผมส่งเข้าไม่ได้ครับมันเต็ม ผมพิมพ์เรื่องมีดอยู่ตั้งนานฮือๆๆๆๆแต่ไปไม่ได้ :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 24, 2006, 03:25:17 PM
(http://i10.tinypic.com/2lscefq.jpg)

รูปปืนไรเฟิลแฝดมาแล้วครับ ผม rate ให้เป็นสุดยอดปืนไรเฟิลแฝดประจำปีนี้เลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 24, 2006, 03:55:31 PM
(http://i9.tinypic.com/302naza.jpg)

ภาพด้านหน้าอีกภาพครับ มองเห็นเลขทะเบียนปืนเลยนะครับ เออ ใครอยากดูไรเฟิลแฝดแบบแปลกๆอย่างกระบอกนี้ ก็ไปดูได้ที่ถนนประดิพัทธ์ ช่วงจากสะพานแดง ไปถึงเกียกกาย มีจอดโชว์อยู่ 4 คันครับ แต่ถ้าไม่ได้ผ่านไปแถวนั้น ก็ที่ลานพระรูปมีแบบไรเฟิลเดี่ยวบรรจุเดี่ยว จอดโชว์กันแบบมอเตอร์โชว์เลย 10 คัน แต่ว่าไม่มีสาว pretty นะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 24, 2006, 08:32:10 PM
ขอบคุณครับพี่ เสียดายผมไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยตอนมีรถถังมาจอดกลางกรุงแบบนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 25, 2006, 02:49:03 PM
(http://i9.tinypic.com/302naza.jpg)

ภาพด้านหน้าอีกภาพครับ มองเห็นเลขทะเบียนปืนเลยนะครับ เออ ใครอยากดูไรเฟิลแฝดแบบแปลกๆอย่างกระบอกนี้ ก็ไปดูได้ที่ถนนประดิพัทธ์ ช่วงจากสะพานแดง ไปถึงเกียกกาย มีจอดโชว์อยู่ 4 คันครับ แต่ถ้าไม่ได้ผ่านไปแถวนั้น ก็ที่ลานพระรูปมีแบบไรเฟิลเดี่ยวบรรจุเดี่ยว จอดโชว์กันแบบมอเตอร์โชว์เลย 10 คัน แต่ว่าไม่มีสาว pretty นะครับ
พี่ไม่ลองขึ้นไปส่องดูละครับ จะได้สั่งเหลวพานท้ายได้ถูกอิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 25, 2006, 06:09:51 PM
(http://i9.tinypic.com/302naza.jpg)

ภาพด้านหน้าอีกภาพครับ มองเห็นเลขทะเบียนปืนเลยนะครับ เออ ใครอยากดูไรเฟิลแฝดแบบแปลกๆอย่างกระบอกนี้ ก็ไปดูได้ที่ถนนประดิพัทธ์ ช่วงจากสะพานแดง ไปถึงเกียกกาย มีจอดโชว์อยู่ 4 คันครับ แต่ถ้าไม่ได้ผ่านไปแถวนั้น ก็ที่ลานพระรูปมีแบบไรเฟิลเดี่ยวบรรจุเดี่ยว จอดโชว์กันแบบมอเตอร์โชว์เลย 10 คัน แต่ว่าไม่มีสาว pretty นะครับ
  :OOอึม.ม...เป้าบิน  กับเครื่องบิน  มันก็คล้ายๆๆกันเนอะ :OO


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 25, 2006, 09:44:43 PM
คุณ kat กล่าวได้ถูกใจมาก พี่ทหารท่านที่ดูแลอยู่ชวนผมแล้วครับ แต่ผมกลัวว่าจะเข้าข่ายใช้ปืนผิดมือครับ เลยส่ายหน้าไป  ว่าแต่ว่า ไรเฟิลคู่นี้มันยิงอย่างไร ใครพอจะรู้บ้างไหมเนี่ย บึ้มออกไปพร้อมๆกันสองลำกล้องเลย หรือว่ายิงสลับกันซ้ายทีขวาทีก็ไม่รุนะ แต่ว่านะ ผมว่ามันน่ามันส์จริงๆนะ  คุณ steel ว่า เขาเอาไว้ยิงเครื่องบินเหรอครับ  เห็นลงอักขระไว้ว่า ปตอ.  ปืนต่อสู้อากาศยาน  ใช่รึเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กันยายน 25, 2006, 10:32:22 PM
ป้ายรถเมล์หน้าบ้านผม ไม่ยักมีรถแบบนี้จอด


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 25, 2006, 10:56:18 PM
ขอส่งข่าว ถ้าท่านผู้ใด อยากเห็นปืน แฝดลูกซอง ที่ไหนๆก็มี บางคนมี ตั้งหลายกระบอก แต่ที่ไม่เหมือน ก็คือ เป็นแฝดลูกซองนกนอกแถม ลำกล้อง เป็นเหล็กดามัสกัส (ลายเหมือนมีด ดามัสกัส) ก็ยังไม่แปลก บังเอิญ เป็น พาราด็อก (มีเกลียวในลำกล้องตลอดลำกล้อง) นีหรือแปลก ถ้าอย่างนั้น เป็นขนาด 20G ละ ก็ธรรมดา นี่แปลกจริงๆ เพราะ เป็นขนาด 10G และ   8G ยังไม่เมา พิมพ์ไม่ผิด ขนาด แปด เกสต์ รู บาระฮึ่ม นี่น่าสนใจ มากส์ มากส์ มีคนมาฝากให้ท่านพิจรณา ที่ ร้านปืน ข้างร้านกาแฟ ออนล้อกหยุด  ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ แฝดลูกซองไม่ควรพลาด ไม่ได้โฆษณา แต่ตะโกนดังไปหน่อย
 มีวางอยู่ 3 กระบอก 20g 10g 8g  พาราด็อก ก็ลูกซองแฝดที่เราใช้กันทั่งไปแต่มีเกลียวในลำกล้อง ตลอด หรือ ก้า ขี้เกียจ ทำก็ทำตรงปลาย เหมือนพวกปืนปำ ปัจจุบัน และ มีศูนย์ หน้าหลังด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 25, 2006, 11:07:40 PM
พี่ Fabbri ครับ  น้องไม่รู้จักพาราดอก ช่วยขยายหน่อยซิพี่ ผมเดาว่า paradox ใช่ป่าวครับ
มันเป็นแบบบรรจุปากลำกล้องแบบปืนคาบศิลาเหรอครับ แล้วมันยิงหัวกระสุนแบบไหนหละ ลูกโดด หรือ ลูกปราย แล้ว ????? (แบบว่างงจนไม่รู้ว่ามันคืออะไรครับ)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 25, 2006, 11:08:28 PM
 :OOเดี๋ยววันเสาร์นี้ต้อง   ::)ตามไปดู  :o
 ปืนลูกซองขนาด 8 เกจ รูคงพอๆกับอีเดี่ยวหักลำ M79 แน่ๆ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 25, 2006, 11:23:31 PM
ขอส่งข่าว ถ้าท่านผู้ใด อยากเห็นปืน แฝดลูกซอง ที่ไหนๆก็มี บางคนมี ตั้งหลายกระบอก แต่ที่ไม่เหมือน ก็คือ เป็นแฝดลูกซองนกนอกแถม ลำกล้อง เป็นเหล็กดามัสกัส (ลายเหมือนมีด ดามัสกัส) ก็ยังไม่แปลก บังเอิญ เป็น พาราดอก (มีเกลียวในลำกล้องตลอดลำกล้อง) นีหรือแปลก ถ้าอย่างนั้น เป็นขนาด 20G ละ ก็ธรรมดา นี่แปลกจริงๆ เพราะ เป็นขนาด 10G และ 8G ยังไม่เมา พิมพ์ไม่ผิด ขนาด แปด เกสต์ รู บาระฮึ่ม นี่น่าสนใจ มากส์ มากส์ มีคนมาฝากให้ท่านพิจรณา ที่ ร้านปืน ข้างร้านกาแฟ ออนล้อกหยุด ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ แฝดลูกซองไม่ควรพลาด ไม่ได้โฆษณา แต่ตะโกนดังไปหน่อย
สงสัยปืนอังกฤษรึเปล่าครับพี่ ผมเคยเห็นชอบทำเกจใหญ่ๆออกมาเล่นกัน :OO ถ้าจะสวยนะครับ แต่ค่าตัวคงแพงน่าดู:D~ ใครไปแล้วก็ถ่ายรูปมาให้ชมบ้างนะครับ ผมล่ะอยากได้ปืนลำกล้องเป็นดามัสกัสมานานแล้วแต่เจ้าตัวนี้มันใหญ่เหลือประมาณไม่รู้จะเอามาทำไม :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 26, 2006, 05:13:40 AM
เอามาค้ำดวง เอ๊ย เอามาเสริมดวงครับ บาราฮึ้ม ขนาด 8 ga. สงสัยจัง ลำกล้องอาจจะโตขนาดเหรียญ 10 บาทหรือเปล่า 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 26, 2006, 05:17:45 AM
กลัวแต่ว่าซื้อมาแล้วดวงจะตกครับพี่ เพราะเงินหมด :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 26, 2006, 08:40:30 AM
พี่ Fabbri ครับ น้องไม่รู้จักพาราดอก ช่วยขยายหน่อยซิพี่ ผมเดาว่า paradox ใช่ป่าวครับ
มันเป็นแบบบรรจุปากลำกล้องแบบปืนคาบศิลาเหรอครับ แล้วมันยิงหัวกระสุนแบบไหนหละ ลูกโดด หรือ ลูกปราย แล้ว ????? (แบบว่างงจนไม่รู้ว่ามันคืออะไรครับ)

กลับไปอ่านใหม่แก้ไขให้แล้วครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 26, 2006, 10:35:25 AM
ขอส่งข่าว ถ้าท่านผู้ใด อยากเห็นปืน แฝดลูกซอง ที่ไหนๆก็มี บางคนมี ตั้งหลายกระบอก แต่ที่ไม่เหมือน ก็คือ เป็นแฝดลูกซองนกนอกแถม ลำกล้อง เป็นเหล็กดามัสกัส (ลายเหมือนมีด ดามัสกัส) ก็ยังไม่แปลก บังเอิญ เป็น พาราด็อก (มีเกลียวในลำกล้องตลอดลำกล้อง) นีหรือแปลก ถ้าอย่างนั้น เป็นขนาด 20G ละ ก็ธรรมดา นี่แปลกจริงๆ เพราะ เป็นขนาด 10G และ 8G ยังไม่เมา พิมพ์ไม่ผิด ขนาด แปด เกสต์ รู บาระฮึ่ม นี่น่าสนใจ มากส์ มากส์ มีคนมาฝากให้ท่านพิจรณา ที่ ร้านปืน ข้างร้านกาแฟ ออนล้อกหยุด  ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ แฝดลูกซองไม่ควรพลาด ไม่ได้โฆษณา แต่ตะโกนดังไปหน่อย
 มีวางอยู่ 3 กระบอก 20g 10g 8g พาราด็อก ก็ลูกซองแฝดที่เราใช้กันทั่งไปแต่มีเกลียวในลำกล้อง ตลอด หรือ ก้า ขี้เกียจ ทำก็ทำตรงปลาย เหมือนพวกปืนปำ ปัจจุบัน และ มีศูนย์ หน้าหลังด้วย

เอ้า ผมดึงข้อความมาใหม่แล้ว สรุปว่าน่าไปดูตัวจริงนะ อาจจะหน้าตาใกล้เคียงกับปืนไรเฟิลแฝดนะ แล้วมันยิงลูกปืนลูกซองปลอกพลาสติกแบบที่เราใช้ๆกันได้รึเปล่าครับ เมื่อกี้นี้ ผมเพิ่งจะเปิดตำรา The best gun ที่พี่ให้ยืมมา ก็ไม่ยังมีข้อมูลแฮะ เอ้า สรุปว่า เดี๋ยวผมจะไปท่องเวป หาข้อมูลอีกสักหน่อย ผมไม่รู้จัก paradox จริงๆครับ แล้วทำไมเขาไม่เอาแบบ 12 Ga. มาวางขายด้วยนะ หรือ พี่ซื้อไปแล้วครับ  ส่วนขนาด 8 Ga. กับ 10 Ga. จะไปหาลูกได้ที่ไหน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 26, 2006, 11:04:01 AM
โดยทั่วไปแล้วลำกล้องแบบนี้เค้าทำไว้ยิงลูกโดดไม่ใช่หรือครับ แล้วไม่ทราบว่ากระบอกที่ว่าขายอยู่ที่ร้านเป็นลำกล้องParadoxทั้งสองลำกล้องเลยหรือเปล่าครับ(ถ้าใช่ก็แปลกดีครับ) แต่ถ้าเอามายิงลูกธรรมดากลุ่มกระสุนคงไม่ได้เรื่อง แต่ก็นั่นอีกละครับเราจะหาลูกขนาด8และ10เกจได้ยังไง นอกจากซื้อมาเก็บเท่านั้น


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 26, 2006, 11:04:04 AM
คิดเหมือนพี่ลูกซองสั้นเลยครับ 12Gสงสัยเสร็จท่านพี่ของเราไปแล้ว


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 26, 2006, 11:13:46 AM
ผมจำไม่ค่อยแม่นนัก ว่าเหล็กดามัสกัส ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนแรงดันในรังเพลิงของดินปืนสมัยใหม่ เหมือนจำไว้ว่า ออกแบบมาแต่โบราณ ซึ่งสมัยโบราณนั้นใช้แต่ดินดำ black powder ซึ่งแรงดันในรังเพลิงต่ำกว่าพวกดินควันน้อย smokeless powder และอีกข้อที่ยังจำไม่ได้ก็คือ ลำกล้องลูกซองดามัสกัส จะแตกได้ ถ้ายิงด้วยลูกปืนสมัยใหม่ที่ใช้ดินปืนทุกวันนี้ 

ถูก หรือ ผิด ครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 26, 2006, 11:21:07 AM
ไม่รู้เหมือนกันครับพี่แต่ก็อาจเป็นไปได้นะครับที่มันไม่แข็งแรงพอ เพราะปืนใหม่ๆเดี่ยวนี้ไม่เห็นมีเป็นดามัสกัสเลยครับ เหล็กดามัสกัสจะแข็งแรงได้มันอยู่ที่ความชำนาญของผู้ทำด้วยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 26, 2006, 06:46:35 PM
ปืนทั้ง 3 กระบอก ไม่ได้ดูด้วยตัวเอง เป็นแต่ มีเสียงตามสายมา น่าจะมีเกลียวทั้งสองลำกล้อง และ แน่นอนเป็นกระสุนดินดำ  กระสุนแท้ๆนั้น ปลอกเป็นทองเหลือง มีหัวเป็นตะกั่ว แหลมๆ
  ถ้าเอากระสุนลูกปรายยิง ม่านกระสุนจะเป็นวงแหวน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กันยายน 26, 2006, 06:52:20 PM
เดี๋ยวนี้พี่ FABBRI มีการพิมพ์ตัวหนาด้วย  ;)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 26, 2006, 07:05:03 PM
เดี๋ยวนี้พี่ FABBRI มีการพิมพ์ตัวหนาด้วย ;)
กำลังหัดลงรูปจะได้ไม่ต้องอาศัยท่าน


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Choltit ที่ กันยายน 27, 2006, 08:12:08 PM
มีคนมาฝากให้ท่านพิจรณา ที่ ร้านปืน ข้างร้านกาแฟ ออนล้อกหยุด  ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ แฝดลูกซองไม่ควรพลาด ไม่ได้โฆษณา แต่ตะโกนดังไปหน่อย
 มีวางอยู่ 3 กระบอก 20g 10g 8g พาราด็อก ก็ลูกซองแฝดที่เราใช้กันทั่งไปแต่มีเกลียวในลำกล้อง ตลอด หรือ ก้า ขี้เกียจ ทำก็ทำตรงปลาย เหมือนพวกปืนปำ ปัจจุบัน และ มีศูนย์ หน้าหลังด้วย

งั้นระหว่างนี้ ผมลงภาพประกอบบทความให้ไปพลางก่อน


(http://img174.imageshack.us/img174/5746/dsc08632qo9.jpg)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 27, 2006, 10:46:05 PM
วันนี้ไปหลังวังมาครับ แต่บ่ายแก่ เดินไปดูข้างร้านกาแฟ เขาเอาเก็บไปแล้วเลยอดดูเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 28, 2006, 08:34:07 AM
(http://i10.tinypic.com/346nf9e.jpg)[/img]
น่าจะเหมือนแบบนี้


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 28, 2006, 09:06:15 AM
โหงามแท้งามว่าเหมือนเทวดามาโปรย ถ่ายแบบเต็มๆมาดูหน่อยซิครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 28, 2006, 07:11:45 PM
ได้ยินได้ฟังมาว่า มีคนไปดูกันมาก ๆคนที่ไปดูมา กรุณาเล่าให้อ่านหน่อยซิครับ เพราะ ผมก็ยังไม่ได้เห็น (ไม่ได้เดินแถวๆหลังวังมา 5-6ปีแล้ว) ได้ยินว่ามีชายหนุ่มบุกจู่โจมปีนหน้าต่าง ฉุด สาว อายุ 20 ไปแล้ว ยังเหลือ เด็กๆ อายุ 10 กับ 8 น่าจะสินสอดแพง เพราะ พรากผู้เยาว์


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 28, 2006, 08:02:04 PM
 เพิ่งนึกได้ เรามาเสวนาเรื่อง ไรเฟิล กันดีไหม
1.  ทำไม อังกฤษ จึงชอบทำปืนลูกซอง ขนาดเล็กมาก พอๆกับ .22 ไม่ใช่เอา ลูกกรด มาใส่ลูกปราย เหมือน CCI นะ จนถึง 4 G คิดดูก็แล้วกัน ลูกโดด หนัก 1/4 LBS  และ ชอบ ออกแบบ ปืนไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ จน บาราฮึ่ม (.700NE)
2.   ทำไม แถบยุโรป โดย เฉพาะ เยอรมัน ออกแบบปืนและกระสุนมาแล้ว  หลายๆประเทศ ชอบเอา แบบ ปืน และ กระสุนไป แปลงเพศ
3.  ทำไม อเมริกัน ชอบ ออกแบบ Killer Gun ทั้งกระสุนและปืน โดยเฉพาะ ปืนสั้น รวมถึง ชอบเอาปืนและกระสุน จาก แถบยุโรปไป ผ่าตัดทำ G M O จนจำไม่หวัดไม่ไหว
  ไม่ ทราบว่า คำถาม เหล่านี้ เราน่าจะ เล่าสู่กันอ่านไหม เพราะ ลูกซอง ก็มี 8 g ให้ไปดูกันแล้ว 4G เป็นปืนเดี่ยว ไม่รู้ใครอุ้มไป เมื่อ 15 ปีที่แล้ว 
 ขอความเห็นด้วยครับ
  อีกอย่าง วันจันทร์ ที่ 2 ตค นี้ ที่ วัดแขก สีลม มีแห่ พระแม่อุมาเทวี ท่านใดชอบถ่ายรูป น่าไปดู 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Been ที่ กันยายน 28, 2006, 08:19:15 PM
 ;D  ดีครับ!   รอชม เรื่อง ไรเฟิล ด้วยคนครับ  อยากรู้ทุกข้อเลยครับ ข้อ1..2..3... ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Cindy ที่ กันยายน 29, 2006, 12:17:28 AM
ผมมาเข้าคิวรอรับความรู้จากท่านFABBRIอีกคนนึงครับ
โดยเฉพาะปืนไรเฟิลที่มีตำนานนี่อยากรู้มากเลยครับ
และไรเฟิลแฝด ก็ยังไม่จุใจ มีรูปประกอบด้วยยิ่งดีครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 29, 2006, 09:19:50 AM
ดีครับ จะได้มีข้อมูลเปรียบเทียบ ปูนยุโรป กับเมก้า


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 29, 2006, 09:31:38 AM
เอาด้วยคนๆครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: STeelShoTS ที่ กันยายน 29, 2006, 09:49:16 AM
เข้าคิวรอฟังด้วยคนนะครับ..


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kong272727 ที่ กันยายน 29, 2006, 10:15:31 AM
ยอดเยี่ยมครับ  ท่าน FABBRI  เริ่มบทที่  1.  ได้เลย  ผู้ติดตามเยอะครับ 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: INTEND ที่ กันยายน 29, 2006, 10:25:39 AM
ขออนุญาตรอฟังเช่นกันครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: โซ้ยตี๋ ที่ กันยายน 29, 2006, 10:26:53 AM
เพิ่งนึกได้ เรามาเสวนาเรื่อง ไรเฟิล กันดีไหม
1. ทำไม อังกฤษ จึงชอบทำปืนลูกซอง ขนาดเล็กมาก พอๆกับ .22 ไม่ใช่เอา ลูกกรด มาใส่ลูกปราย เหมือน CCI นะ จนถึง 4 G คิดดูก็แล้วกัน ลูกโดด หนัก 1/4 LBS และ ชอบ ออกแบบ ปืนไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ จน บาราฮึ่ม (.700NE)
2. ทำไม แถบยุโรป โดย เฉพาะ เยอรมัน ออกแบบปืนและกระสุนมาแล้ว หลายๆประเทศ ชอบเอา แบบ ปืน และ กระสุนไป แปลงเพศ
3. ทำไม อเมริกัน ชอบ ออกแบบ Killer Gun ทั้งกระสุนและปืน โดยเฉพาะ ปืนสั้น รวมถึง ชอบเอาปืนและกระสุน จาก แถบยุโรปไป ผ่าตัดทำ G M O จนจำไม่หวัดไม่ไหว
 ไม่ ทราบว่า คำถาม เหล่านี้ เราน่าจะ เล่าสู่กันอ่านไหม เพราะ ลูกซอง ก็มี 8 g ให้ไปดูกันแล้ว 4G เป็นปืนเดี่ยว ไม่รู้ใครอุ้มไป เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
 ขอความเห็นด้วยครับ
 อีกอย่าง วันจันทร์ ที่ 2 ตค นี้ ที่ วัดแขก สีลม มีแห่ พระแม่อุมาเทวี ท่านใดชอบถ่ายรูป น่าไปดู

 ;D ;D มาครับ เอ๊ยยย อยากรู้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อ 2
 ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: JUNGLE ที่ กันยายน 29, 2006, 11:18:01 AM
อเมริกา ออกแบบปืนอะไรก็ทีหลังยุโรปเขา เพราะเกิดทีหลัง แต่ด้วยความเป็นประเทศเสรี... ใครคิดอะไรได้ก็ไม่ถูกครอบงำไว้... เลยมีนวัตกรรมใหม่ๆ มาเรื่อยๆ... ใช่ว่าเขาเก่งทุกเรื่องนะครับ... เขาทำมาก ศึกษามาก... ก็เลยมีผลงานที่ประสบความสำเร็จมาก.. ไอ้ที่ทำขึ้นแล้วแย่ก็เยอะ.. แต่เมื่อไม่ดี เลยไม่มีใครทำขาย..ประเทศเราน่าจะเหมือนกันนะผมว่า... แต่ผลงานที่ทำขึ้นมันน้อยมากๆๆๆ เลยมีสิ่งที่ประสบความสำเร็จน้อยลงตามส่วน...
.........จากความคิดเห็นสว่นตัวนะครับ... ไม่อ้างอิงคำพูดใครหรือตำราใดๆ...


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: Kasalong ที่ กันยายน 29, 2006, 01:17:55 PM
มาเข้าคิวด้วยคนครับ อยากเห็น มีรูปประกอบด้วย จะขอบคุณยิ่ง :D :D :D


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 29, 2006, 03:38:41 PM
ได้ยินได้ฟังมาว่า มีคนไปดูกันมาก ๆคนที่ไปดูมา กรุณาเล่าให้อ่านหน่อยซิครับ เพราะ ผมก็ยังไม่ได้เห็น (ไม่ได้เดินแถวๆหลังวังมา 5-6ปีแล้ว) ได้ยินว่ามีชายหนุ่มบุกจู่โจมปีนหน้าต่าง ฉุด สาว อายุ 20 ไปแล้ว ยังเหลือ เด็กๆ อายุ 10 กับ 8 น่าจะสินสอดแพง เพราะ พรากผู้เยาว์
อายุ20ได้ข่าวว่าเป็นดั่งสาวสวยกำลังบานสะพรั่ง ขนาดนี้ไซด์เอเซียอย่างเราๆพอจะยิงกันไหวครับ 8กับ10ขวบ อายุเป็นเพียงตัวเลข ท่าเธอจะเป็นไซด์ยุโรปอายุน้อยแต่รูเธอโต๊โต หุ่นอย่างเราๆไปยิงเธอ มีหวังโดนเธอทีบหงายหลังครับ อิอิ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกซองสั้น ที่ กันยายน 29, 2006, 05:23:36 PM
ผมไปธุระแถวหลังวังเมื่อวานนี้ครับ ไปแบบรีบร้อนมากไปหน่อย ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย เป็นโอกาสดีที่ได้ไปหลังวัง เลยแอบไปดูน้องทั้งสองมาแล้ว เห็นน้องที่ยังครองตัวโสดอยู่ทั้งสองแล้ว  ผมเห็นแล้วคราง ...ฮือ...เลย   ของน้องเค้าดีจริงๆ ยิ่งน้องใหญ่เบอร์ 8 ต้องบอกว่า น้องต้องเป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทยแน่นอนครับ

ผมได้ข่าวด่วนมาว่า สมาชิกกระทู้นี้ท่านนึง อาสาจะเข้าไปถ่ายรูปมาโพสให้ดูกัน คาดว่าพรุ่งนี้ค่ำๆ คงจะได้เห็นรูปกันนะครับ ท่านครับ อย่าเลยพรุ่งนี้นะ กำลังกลัวว่าคุณ  ช ช   ณ  ปากช่อง กำลังเล็งว่าจะรับน้องใหญ่เบอร์ 8 ไปดูแลแล้ว กลัวไม่ทัน

ส่วนผม ชอบน้องเบอร์ 10 ครับ แต่ผมไม่สู้ค่าตัวครับ ใครซื้อไป ก็ขอยืมยิงสักสองนัดนะครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 29, 2006, 09:24:36 PM
 ทำไมอังกฤษ ชอบทำปืนลูกซอง และ เป็น ต้นแบบของปืน  ตั้งแต่ปลายลำกล้อง ยัน ปลายพานท้าย ถ้าพูดถึงปืนแฝดแล้ว กว่า 80% ที่ออกแบบมาจากโรงงานในอังกฤษ โดยเฉพาะ เครื่อง กลไกการยิง และพานท้าย เพราะ เขาใช้ลูกซองเป็นส่วนใหญ่ จึงชำนาญ ในการ ออกแบบ และการใช้ มาช่วงหลัง สงคราม โลก ครั้งที่ สอง อิตาลี จึงนำหน้า สเปญ ตามมาติดๆ หายใจรดต้นคอเลย ทำ Copy นะ ไม่ใช่ออกแบบแข่งกัน แล้ว เยอรมันละหายไปไหนอ้า ไม่หายไปไหน แต่ เขา ชำชอง ไรเฟิลมากกว่า หรือ พวกปืน ประหลาดๆ กระบอกเดียว ยิงนกก็ได้ ยิงหนูก็ได้ ยิงหมูก็ได้ เพราะกระบอกเดียว มี กระสุน3-4 ขนาด หนึ่งลูกซอง สอง ไรเฟิล ต่างขนาดกัน แต่ ยิงไม่ได้เรื่องสัก อย่าง เพราะ ประเทศเขาล่าสัตว์ และ กฎหมาย อีก
  อังกฤษ นั้นเป็น เกาะ สัตว์ที่จะล่า ส่วนใหญ่ มักจะอยู่ ทางตอนเหนือ ตั้ง แต่ แคว้นเวล ขึ้นไป จนถึง สกอ๊ตแลนย์ กวางเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุด ซึ่ง ใหญ่กว่าเก้งไม่มากนัก ปืนที่ใช้ก็เป็นไรเฟิลขนาดเล็ก นั่นเป็นสัตว์ที่ใช้ไรเฟิลล่าได้ในสมัยก่อน สมัยนี้ มีการใช้ไรเฟิล ยิงหมาจิ้งจอก เพราะ มีกฎหมายบ้าๆออกมา  ส่วนสัตว์อื่นๆ มักจะใช้ ปืนลูกซอง ล่า และ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ สัตว์ทุกตัวจะต้อง วิ่ง หรือ บิน ปืนอะไรจะทำเช่นนั้นได้ ก็มีแต่ลูกซองเท่านั้น แต่ ลูกซองขนาดเล็กๆ ตั้งแต่ .410 ลงไป นั้น ส่วนมากทำเพื่อ งานวิจัยเท่านั้น คือ ไว้ยิงสัตว์เล็ก เพื่อ เอามา สต้าฟ เก็บตัวอย่าง เพื่อไม่ให้สัตว์นั้นช้ำ ปัจจุบัน ลูกซอง เล็กที่สุดที่ ทำ ก็ ขนาด 9 MM ลูกซองนะ ไม่ใช่ 9 พารา ตัวปืนจะเล็ก 1/3 ของปืนปัจจุบัน และ ยิงได้ แต้ราคาซิท่าน ไม่เล็ก เลย บางยี่ห้อ แพงกว่า ปืนขนาด 12G เสียอีก
  และการล่าสัตว์ ของอังกฤษ นั้นพิธีรีตรอง มากเหลือหลาย ต้องมีชุด สำหรับเจ้านาย ใส่เวลายิงนก ยิง หมาจิ้งจอก คนบรรจุกระสุนก็แต่งสุดหล่อ แม้แต่คนไล่ราว ยังใส่เสื้อนอกผูกเนคไท้ แต่งหล่อ กว่าเราไปงานแต่งงานอีก ฉะนั้นปืนจึงต้องออกแบบให้สมฐานะกันหน่อย สัตว์ใหญ่ที่ใช้ลูกซองล่าในเกาะ อังกฤษ ก็ หมาจิ้งจอก  หลายท่านคงเคยเห็น ที่ ให้หมาเป็นฝูงออกไล่ แล้วขี่ม้าตาม แต่มันไม่น่าจะเป็นการล่าสัตว์ มันน่าจะเป็น แฟชั่นโชว์ มากกว่า ปัจจุบันนี้ห้ามแล้ว  อีกวิธิ หนึ่ง ก็ เดินหารังว่ามันขุดรูทำบ้านที่ไหน มี ทางเข้าทางออก ไป บ้านเล็ก บ้านใหญ่ กี่ทาง  เมื่อ หา ทางออกได้หมดแล้ว ก็ให้คนไป ถือปืนดัก รอไว้ แล้ว ปล่อย หมา ลงรูไปไล่ฝัดกับหมาจิ้งจอกในรู ถ้าหมากลัวก็จะวิ่งออกมา ให้ยิง แต่ถ้ารักตัวสงวนชีวิต ก็อยู่สู้ฟัด กันในรู หมากัดจิ้งจอกบ้าง จิ้งจอก กัดหมาบ้าง กอดกันกลม ไม่ถึงที่สุดยอดไม่ยอมเลิกรา อย่าคิดมาก  ไอ้ มือปืนก็รอแล้วรอเล่า ยังไม่ถึง อีกหรือไอ้คุณหมา หมาที่ปล่อยลงไปในรู เขาจะผูกวิทยุไว้ที่คอ เพื่อจะได้รู้ว่า มันเข้าได้เข้าเข็มถึงไหนแล้ว พอเห็นท่าไม่ดี อาจจะโหมเกินตัว อาจตายคาปาก ก็หาจุด ที่มีสัญญาณ วิทยุ แล้วก็ขุดซิครับ จนพบตัว จิ้งจอก กัด หมา หมากัดจิ้งจอก เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยก็ไม่ได้ ถอนไม่ได้ คารู อยู่อย่างนั้น นี่ก็ของเล่นอีกอย่าง ของพวกเขา แต่ ปัจจุบัน ได้มีการออกกฎหมาย ห้าม ล่า หมาจิ้งจอก โดย การใช้หมา หรือ สัตว์ ต่างๆ เพราะ ไม่สม ศักดิศรี ตระกูลหมา ในปัจจุบัน ก็ใช้วิธี ส่องไฟ แล้วก็ พระเดชพระคุณ 7MM Rem Mag  .300 Wey จัดการ วันละ 4-5 ตัว มากกว่า เก่า ที่ อย่างเก่งก็ ไม่เกิน 2 ตัว ขอจบแค่นี้ก่อน เดี๋ยวกดผิดกดถูก ลบไปอีก ยุ่งตาย ห------
  พรุ่งนี้จะเล่าต่อยังไม่จบเรื่องลูกซอง การล่า กระต่าย และนก แล้วก็ต่อ ด้วย ไรเฟิล บาราฮิ่ม  อย่า เบื่อ เสียก่อนละ ท่าน 


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: kat ที่ กันยายน 29, 2006, 11:04:25 PM
ไม่เบื่อเลยครับ ได้ฟังการโลมรันพันตูในรูมันมากเลยครับ ติดตามบาราฮึ่มต่อครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 30, 2006, 10:13:54 AM
อเมริกา ออกแบบปืนอะไรก็ทีหลังยุโรปเขา เพราะเกิดทีหลัง แต่ด้วยความเป็นประเทศเสรี... ใครคิดอะไรได้ก็ไม่ถูกครอบงำไว้... เลยมีนวัตกรรมใหม่ๆ มาเรื่อยๆ... ใช่ว่าเขาเก่งทุกเรื่องนะครับ... เขาทำมาก ศึกษามาก... ก็เลยมีผลงานที่ประสบความสำเร็จมาก.. ไอ้ที่ทำขึ้นแล้วแย่ก็เยอะ.. แต่เมื่อไม่ดี เลยไม่มีใครทำขาย..ประเทศเราน่าจะเหมือนกันนะผมว่า... แต่ผลงานที่ทำขึ้นมันน้อยมากๆๆๆ เลยมีสิ่งที่ประสบความสำเร็จน้อยลงตามส่วน...
.........จากความคิดเห็นสว่นตัวนะครับ... ไม่อ้างอิงคำพูดใครหรือตำราใดๆ...
ผมว่าจริงทีเดียวเลยครับ


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 30, 2006, 10:46:56 AM
พี่FABBRIเล่าต่อครับกำลังสนุก แล้วเมือไรจะถึงตอนที่ท่านพวกผู้ดีทั้งหลายข้ามน้ำข้ามทะเลไปล่าที่AFRICA- ZIMBABWE- BOTSWANA ถ้าไปแถวนั้นคงจะสุดยอดนะครับ นึกแล้วอยากไปจะได้ถือฮอลแลนด์ แอนด์ ฮอลแลนด์โรยั่ลหรือไม่ก็PURDEY .600NEไปเดินตามควายป่าซักตัว ฮิๆๆฝันไปอีกแล้วเรา :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ กันยายน 30, 2006, 01:47:42 PM
 :D~ไตเติ้ล เริ่มสนุกแล้วครับ พี่FABBRI :~) :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: FABBRI ที่ กันยายน 30, 2006, 10:58:31 PM
เราหนอเรา นั่งพิมพ์ มา สอง ชั่วโมง Web ล่ม ส่งไม่ได้ เลยหายไปหมดที่พิมพ์ หมดอารมณ์ เลย ขออภัยด้วย


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: o/uboy ที่ กันยายน 30, 2006, 11:03:55 PM
เราหนอเรา นั่งพิมพ์ มา สอง ชั่วโมง Web ล่ม ส่งไม่ได้ เลยหายไปหมดที่พิมพ์ หมดอารมณ์ เลย ขออภัยด้วย
เสียใจด้วยครับพี่ :-[ ผมก็ว่าแล้วเห็นพี่เข้ามาอยู่นานแล้ว นึกว่าพี่ต้องพิมพ์อะไรอยู่แน่เลย ฮือๆๆอดอ่านเลยตู :~)


หัวข้อ: Re: THE DOUBLE GUN CONNOISSEUR
เริ่มหัวข้อโดย: steel ที่ ตุลาคม 01, 2006, 12:47:31 AM
ได้ยินได้ฟังมาว่า มีคนไปดูกันมาก ๆคนที่ไปดูมา กรุณาเล่าให้อ่านหน่อยซิครับ เพราะ ผมก็ยังไม่ได้เห็น (ไม่ได้เดินแถวๆหลังวังมา 5-6ปีแล้ว) ได้ยินว่ามีชายหนุ่มบุกจู่โจมปีนหน้าต่าง ฉุด สาว อายุ 20 ไปแล้ว ยังเหลือ เด็กๆ อายุ 10 กับ 8 น่าจะสินสอดแพง เพราะ พรากผู้เยาว์
อายุ20ได้ข่าวว่าเป็นดั่งสาวสวยกำลังบานสะพรั่ง ขนาดน