วอลเธอร์ พี99 คิวพีคิว

บริษัทผลิตปืนที่มีชื่อว่า คาร์ล วอลเธอร์ จีเอ็มบีเอช เป็นบริษัททำปืนเก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมัน และในสายตาของผู้ใช้ปืนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้ปืนในประเทศไทย จัดว่าวอลเธอร์เป็นปืนชั้นเยี่ยม โดยเฉพาะปืนสั้นออโต สำหรับใช้งานต่อสู้ป้องกันตัว นอกจากนี้ คาร์ล วอลเธอร์ ยังทำปืน ยิงเป้าแข่งขันทั้งปืนสั้นและปืนยาว รวมทั้งปืนอัดลมออกจำหน่าย และได้รับความนิยมจากนักกีฬายิงเป้าไม่น้อยกว่าปืนยิงเป้าแข่งขันยี่ห้อใดในโลกอีกด้วยครับ เมื่อมีผู้ผลิตปืนบางรายทำปืนสั้นออโตโครงโพลิเมอร์ออกจำหน่ายเมื่อปลายศตวรรษที่แล้ว และมีทีท่าว่าจะได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ใช้ปืนขึ้นเรื่อยๆ บริษัทคาร์ล วอลเธอร์ จีเอ็มบีเอช จึงเห็นเป็นโอกาสที่จะทำปืนสั้นออโตโครงโพลิเมอร์ออกมาบ้าง ถึงจะเป็นบริษัทเก่าแก่ แต่ก็พัฒนาตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดมา เรียกว่าตามทันยุคสมัยอยู่เสมอครับ


ด้านซ้ายของวอลเธอร์ พี 99 คิวพีคิว

ปืนสั้นออโตโครงพลาสติก หรือเรียกให้ฟังดูไฮ-เทคเสียหน่อยก็คือ โครงโพลิเมอร์ ที่บริษัท คาร์ล วอลเธอร์ ทำออกมาครั้งแรก ได้แก่ วอลเธอร์ พี 99 ซึ่งก็คือปืนวอลเธอร์ ที่เราเสนอรายงานการทดสอบในฉบับนี้ แต่รุ่นแรกจริงๆ ลำเลื่อนเป็นเหล็กรมดำเช่นเดียว กับวอลเธอร์ พี 22 ที่คุณบัณฑุ ศรีธัญรัตน์ รายงานการทดสอบในนิตยสารอาวุธปืน
ฉบับที่ 325 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2544 คือปีที่แล้วครับ รุ่นที่ผู้เขียนจะเสนอต่อท่าน ผู้อ่านในฉบับต้อนรับปีใหม่ 2545 เป็นรุ่นใหม่กว่า มีคำว่า "คิวพีคิว" ต่อท้าย และลำเลื่อนทำด้วยเหล็กปลอดสนิม ส่วนโครงปืน ก็ยังคงทำด้วยสารสังเคราะห์จำพวกโพลิเมอร์ สีดำใกล้เคียงกับสีรมดำของเหล็กกล้าอยู่เหมือนเดิมครับ

ลักษณะรูปทรงของ พี 99 รุ่นใหม่นี้ โดยรวมแล้วไม่แตกต่างไปจากวอลเธอร์ พี 99 รุ่นก่อน นอกจากลำเลื่อนทำด้วยเหล็กสเตนเลสส์โดยเฉพาะโครงปืน รวมทั้งโครงด้าม ไม่ได้ผิดแผกไปจากเดิมเลยครับ หลังด้ามก็ยังทำให้ถอดเปลี่ยนได้ 3 ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ชิ้นที่ติดมากับปืนเป็นขนาดกลาง แล้วแถมขนาดเล็กและใหญ่มาให้ด้วย โครงปืนด้านหน้าซึ่งทำหน้าที่เป็นครอบกันฝุ่น ใต้ลำเลื่อนมีร่องรางให้ติด อุปกรณ์ช่วยเล็งอย่างศูนย์เลเซอร์หรือศูนย์ไฟฉาย ตามแบบฉบับปืนออโตสมัยใหม่ ซึ่งทำเผื่อไว้ให้ก็ไม่เสียหาย เหนือด้ามหลังโกร่งไก แต่ใต้คันค้างลำเลื่อนทำเป็นร่องเว้า คล้ายๆกับร่องพักนิ้วหัวแม่มือ แต่ทำไว้ค่อนข้างกว้างสักหน่อย และก็ทำไว้ให้ทั้ง สองข้างเสียด้วย คิดดูเผินๆ ก็มองว่าทำไว้เผื่อคนถนัดซ้าย แต่พิจารณาให้ดีก็จะเห็น ว่าช่วยให้นิ้วชี้เหนี่ยวไกได้ดีขึ้น และใช้หัวแม่มือกดคันปลดแม็กกาซีนได้สะดวกในเวลาเดียว กัน เพราะคันปลดแม็กฯทำรูปร่างเข้ารูปกับโกร่งไกได้แนบเนียนประกบไว้ทั้งสองด้านครับ ก็ต้องทำอะไรอำนวยความสะดวกให้หัวแม่มือบ้าง ส่วนหัวแม่มือคิดจะไปเบียดกระแซะ คันค้างลำเลื่อนที่อยู่ด้านบนไม่ได้ เพราะโรงงานตีลูกกันไว้แล้ว โดยทำเป็นสันกันไว้ครับ หาไม่แล้ว เดี๋ยวกำลังยิงเข้าเอ๊กซ์อยู่ดีๆ หัวแม่มือเกิดเผลอไปดันคันค้างลำเลื่อนให้ เปิดค้างทั้งๆที่กระสุนยังไม่หมดแม็กกาซีนดี เลยทำให้คนยิงอารมณ์ค้างขึ้นมาบ้าง เดี๋ยว พาลเก็บปืนลงกระเป๋าเดินกลับเอาดื้อๆ ผู้ที่ยิงอยู่ช่องข้างๆ อาจเกิดความกังวลว่า ปลอก ลูกปืนของเรากระเด็นไปถูกตาปลาของเขาหรือเปล่าหนอ? อะไรทำนองนั้น รับรองว่า ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้ที่ยิงวอลเธอร์ พี 99 คิวพีคิวแน่นอนครับ


เมื่อจะถอดปืน ให้กดคันปลดแม็กกาซีน
แล้วจับตัวแม็กฯที่พุ่งออกมาตรวจดูรังเพลิง
ทางช่องคายปลอกให้แน่ใจว่าไม่มีกระสุน
คารังเพลิงไว้

ดึงแป้นสลักถอดลำเลื่อน (ที่ปลายเครื่องมือชี้) ลงข้างล่าง พร้อมกันทั้งสองด้าน โดยใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้ พร้อมกับขยับลำเลื่อนเล็กน้อย

ส่วนที่เป็นโกร่งไกปืนดูว่ามีอะไรๆแปลกอยู่สักหน่อย แม้จะทำเป็นทรงสี่เหลี่ยม ด้านหน้ามีลายกันลื่น และมุมล่างทำเป็นจะงอยให้นิ้วชี้เกาะเกี่ยวได้ถนัด และช่อง หน้าไกทำไว้ค่อนข้างกว้าง แต่ด้านล่างภายในช่องโกร่งไกกลับมีสันหรือแง่นูนๆขึ้นมาตรง ปลายไกปืน จะว่าโรงงานเผลอปล่อยทิ้งไว้ก็ใช่ที่ ยิ่งคิดว่าทำมาไม่เรียบร้อยดีนัก ก็ยิ่ง ไม่ใช่หนักเข้าไปอีก ผู้เขียนพิจารณาดูแล้ว คิดว่าทางโรงงานจงใจทำมาเพื่อไม่ให้ไกปืน หนีบเนื้อนิ้วที่เหนี่ยวไกเข้ากับผนังโกร่งไกด้านใน โดยเฉพาะผู้ยิงที่มีนิ้วอวบอ้วนกว่า คนทั่วไป ผู้เขียนเองก็เคยเจอตอนที่ฝึกเหนี่ยวไกให้เร็วๆ ไม่มีเวลาจัดวางตำแหน่งนิ้วบนไก ความจริงไม่เจ็บปวดอะไรหรอกครับ แต่ก็เสียจังหวะเหนี่ยวไกได้ แม้ผู้เขียนจะมี นิ้วแบบลำเทียน แต่ก็น้องๆเทียนเข้าพรรษา ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้เหมือนกันครับ

ในส่วนของลำเลื่อนออกแบบได้สวยงามพอตัว บริเวณภายนอกเป็นเหล็กสเตน เลสส์ ไม่มีอะไรต้องอรรถาธิบายกันมาก นอกจากร่องจับกันลื่นที่มีเนื้อที่ค่อนข้างแคบ จับลำเลื่อนดึงขึ้นลำไม่สู้ถนัดดีเท่าไหร่ แม้จะทำให้ค่อนข้างยาวก็ตาม แต่เมื่อขยุ้มจับตรง ส่วนบนของท้ายลำเลื่อน ก็ทำได้สะดวกดีไม่แพ้ปืนออโตทั่วไปครับ สาเหตุที่ดูว่าด้านข้าง ลำเลื่อนมีเนื้อที่น้อยก็เพราะด้านบนหรือสันบน (ใครจะเรียกว่าหลังคาก็คงได้กระมังครับ?) ทำเป็นทรงเหลี่ยมหลายด้าน แล้วส่วนลำกล้องบริเวณรังเพลิงก็พลอยทำเป็นทรง เหลี่ยมรับกันด้วย ทำให้การล็อกและปลดล็อกระหว่างท้ายลำกล้องกับลำเลื่อนสมัครสมาน กันดียิ่งขึ้น

ท้ายลำเลื่อนมีช่องให้ท้ายเข็มแทงชนวนโผล่ยื่นออกมา เมื่อเข็มฯเดินถอยหลัง ขณะขึ้นเข็มแทงชนวน และท้ายเข็มฯก็แต้มสีแดงให้เห็นชัด ถ้าอยู่ในความมืดก็ใช้ปลาย นิ้วคลำดูได้สะดวก เพราะทำเป็นหลุมเว้าเข้าไปพองาม แถมยังป้องกันท้ายเข็มแทงชนวนไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งอื่นได้ด้วย นี่คือ เอกลักษณ์ของปืนออโตนกในทั้งหลายจากเยอรมันซึ่งมีมานานแล้ว


ลำเลื่อนจะหลุดจากล็อกเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
เล็กน้อย ให้ผลักลำเลื่อนเคลื่อนที่ต่อไปข้างหน้า
จนพ้นโครงปืน


ชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องถอด
ทำความสะอาดมีเพียงเท่านี้

ปืนสั้นออโตโครงโพลิเมอร์ส่วนมากจะทำแบบนกใน ยกเว้นเอชเค ยูเอสพี ที่เป็นปืนนกนอก และมีคันนิรภัยตามปกติเช่นปืนโครงโลหะทั้งหลาย วอลเธอร์ พี 99 รุ่นใหม่นี้ก็เป็นปืนนกใน (ความจริงไม่มีนกเลย) แต่ระบบลั่นไกเป็นแบบดับเบิล/ซิงเกิลแอ๊คชั่น โดยแท้จริงเหมือนกับปืนนกนอกไม่มีผิด คือ เหนี่ยวไกยิงแห้งแบบดับเบิลติดต่อกันได้ หรือถ้ายิงกระสุนจริงแล้วเกิดด้านไม่ลั่นขึ้นมาก็เหนี่ยวไกยิงซ้ำได้ ไม่ต้องขยับลำเลื่อน ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อขึ้นเข็มแทงชนวนเหมือนปืนประเภทเดียวกันส่วนมาก หรือ เมื่อดึงลำเลื่อนถอยหลัง จะเป็นการเอากระสุนเข้ารังเพลิงหรือไม่ก็แล้วแต่ เข็มแทงชนวนจะค้างในจังหวะซิงเกิลแอ๊คชั่นได้ เพียงแต่ไม่มีคันนิรภัยโดยตรง กลับมี แป้นลดเข็มแทงชนวนให้ไว้แทน ซึ่งอยู่บนลำเลื่อนตรงหน้าศูนย์หลังค่อนมาทางซ้าย เป็นเหล็กรมดำตัดกับสเตนเลสส์สีเทาของลำเลื่อนอย่างชัดเจน ซึ่งก็เหมือนกับคันบริหาร กลไกอื่นๆ ที่ทำด้วยเหล็กรมดำเช่นกัน

ที่ดูว่าแปลกกว่าปืนยี่ห้ออื่นๆ ก็ตรงที่ศูนย์หลังปรับได้นั้น ปรับได้เฉพาะซ้าย-ขวาเท่านั้น
สูง-ต่ำปรับไม่ได้ แต่คำถามเรื่องนี้ไปได้คำตอบตรงที่โรงงานแถมใบศูนย์หน้า ใส่ซองพลาสติกใสให้มา 3 อัน 3 ขนาด แทนการปรับสูง-ต่ำที่ศูนย์หลังครับ มีฐานศูนย์ เสียบฝังลงไปตรงช่องที่เจาะทะลุด้านในของลำเลื่อน เจ้าของปืนสามารถถอดเปลี่ยนเอง ได้ง่าย เพียงใช้คีมขนาดเล็กๆช่วยเท่านั้นครับ

สภาพภายนอกโดยทั่วไปผลิตด้วยความประณีตทีเดียว โดยเฉพาะไม่มีเหลี่ยม มุมแหลมคมเลย รูปทรงดูมีเสน่ห์ลงตัวดีพอสมควร แต่ของอย่างนี้อยู่ที่ตาใครตามัน ชักจูงโน้มน้าวจิตใจกันยากครับ มองดูด้วยตาเหมือนกับว่าเป็นปืนด้ามอวบอยู่บ้าง แต่พอ จับถือในมือก็รู้สึกว่าหลังด้ามที่ติดมาจากโรงงานซึ่งเป็นขนาดกลางนั้นค่อนข้างจะพอดี ในมือของผู้เขียนเรียกว่าด้ามดูหลอกตาก็พอจะพูดได้ครับ ส่วนจะหลอกตาจริงหรือไม่จริง ก็คงต้องลองยิงดูกันจริงๆเสียก่อน

ผู้เขียนเริ่มยิงทดสอบที่ระยะ 15 เมตร สวมหมวกแก๊ป S.W.A.T. มีดวงไฟอยู่ด้านหน้าหมวก จึงเรียกว่าหมวกไฟฉาย ผลการยิงของผู้เขียน เป้าซ้ายใช้กระสุนบุลเล็ทมาสเตอร์ เป้าขวาใช้วินเชสเตอร์ หัวหุ้มทองแดง แสดงว่าวอลเธอร์กระบอกนี้ชอบของนอก

การยิงทดสอบ เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของกลไกปฏิบัติการ ซึ่งก็พบแต่ความเรียบร้อย ทำความสะอาดเบื้องต้น อันหมายถึงเช็ดภายในรูลำกล้อง ตามร่องรางเลื่อน และแป้นหน้าช่องเข็มแทงชนวน หยอดน้ำมันหล่อลื่น (Gun Oil) ตามชิ้นส่วน ที่เคลื่อนไหวเสียดสีกัน แล้วบรรจุกระสุนลงแม็กกาซีนที่เป็นเหล็กรมดำ ผู้เขียนและคณะผู้ทดสอบได้ยิงทดสอบกับเป้าตาวัวที่ระยะ 15 เมตร โดยผู้เขียนเป็นฝ่ายเริ่มตามธรรมเนียมที่จะต้องทำหน้าที่รายงาน วอลเธอร์ พี 99 คิวพีคิว แสดงให้เห็นว่าเป็นปืนสั้นออโต ระดับใช้งานที่มีความแม่นยำมากกระบอกหนึ่ง พร้อมทั้งทำหน้าที่ของมันโดยไม่มีอะไรบกพร่อง ให้ความเชื่อถือไว้วางใจได้เต็มที่ รายละเอียดไม่มีจะกล่าวอะไรนัก เพราะจะเป็นการใช้ถ้อยคำซ้ำๆซากๆ โปรดดูภาพ และผลของการยิงทดสอบแต่ละท่าน แล้ววินิจฉัยด้วยตัวของท่านเองนะครับ

สรุป วอลเธอร์ พี 99 คิวพีคิว เป็นปืนสั้นออโตที่เหมาะสำหรับงานต่อสู้ป้องกันตัว ในทุกรูปแบบและทุกสถานที่ เพราะโครงปืนน้ำหนักเบา ลูกดก และทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศแทบทุกหนทุกแห่ง ไม่ต้องห่วงเรื่องความแม่นยำ ไร้กังวลเรื่องการทำงานติดขัด ไม่เลือกกระสุน แต่ที่ชอบเป็นพิเศษก็ย่อมต้องมีให้เจ้าของค้นหาเป็นธรรมดา ถ้าท่าน พิถีพิถันก็อาจจะลองหากระสุนชนิดที่เป็นคู่หนังคู่กระดูกกับปืนของท่านเอาเองตามสะดวก ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็โปรดลองติดต่อ บริษัท หลุยส์ ตี.เลียวโนเวนส์ (ประเทศไทย) จำกัด 723 ถนนสี่พระยา เขต บางรัก กรุงเทพฯ โทร. 0-2206-9501-2
หรือโทรสาร 0-2206-9503 แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า
ท่านชักจะเชื่อผู้เขียนแล้วละซี ! จริงหรือไม่ครับ?

 

 

 

นิตยสารอาวุธปืน ฉบับที่ 328 กุมภาพันธ์ 2545 มีวางจำหน่ายตามแผงหนังสือทั่วประเทศ

Copyright ©2000 www.gunsandgames.com Powered by eighteggs.com